ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องสั้น"สวนของคุณยาย"  (อ่าน 4113 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กระบี่ใบไม้

  • คมกวีราชสิงห์

  • *
  • กระทู้: 156
  • คะแนนกลอน 171
  • เพศ: ชาย
เรื่องสั้น"สวนของคุณยาย"
« เมื่อ: กันยายน 16, 2009, 09:33:18 pm »

  .                             ณ สวนหย่อมเล็ก ๆ ของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีผู้คนมากมายคราคล่ำในวันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อายุประมาณ 7 ? 8 ขวบคนหนึ่ง กำลังนั่งกินขนมอยู่บนตักของคุณแม่ ผมเปียน้อย ๆ ของเธอแกว่งไกวไปตามจังหวะทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว

                                ?คุณแม่ขา ทำไมสวนหย่อมแห่งนี้ถึงเรียกว่าสวนของคุณยายล่ะจ๊ะ?เด็กน้อยเอียงคอถาม ดวงตาคู่น้อยเป็นประกายใสแจ๋วด้วยความใคร่รู้

                                ?หนูเห็นต้นไม้ที่อยู่บนเนินนั่นมั้ยจ๊ะ นั่นแหละเคยเป็นที่อยู่ของคุณยาย?คุณแม่ชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพร้อมโอบกระชับร่างเล็ก ๆ นั้นไว้

                                ?เอ๋ ทำไมคุณยายต้องไปอยู่ตรงต้นไม้นั้นด้วยล่ะคะ?เด็กน้อยเอียงคอถาม

                                ?เรื่องนี้มันมีตำนานจ้ะ ถ้าหนูอยากรู้แม่จะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ?

 

...

                               

                                ครั้งหนึ่งที่สวนแห่งนี้เคยกว้างใหญ่กว่านี้มาก ดอกไม้เล็ก ๆ ระบายบางสลับกับท้องทุ่งหญ้าที่เขียวขจี หมู่ดาวยังคงพราวพร่างเปล่งประกายหยอกล้อไปกับแสงจันทร์กระจ่างฟ้า เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จอมซนคนหนึ่งหนีคุณแม่ออกมาหาจับหิ่งห้อยในยามค่ำคืน

                                ขณะที่คนตัวเล็กกำลังค้นหาหิ่งห้อยอยู่นั้นเอง ก็สังเกตเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ร่างหนึ่งกำลังปีนอยู่บนต้นไม้ ด้วยความอยากรู้เจ้าตัวเล็กจึงค่อย ๆ คลานไปยังโคนต้น หวังจะสังเกตดูให้รู้แจ้งว่าสิ่งนั้นคืออะไร?

                                ขณะที่กำลังค่อย ๆ ย่องไปอยู่นั้นเอง ร่างเล็ก ๆ ที่สูงกว่าหน่อยร่างหนึ่งก็กระโดดมายังโคนต้น

                                ?โอ้ย...กระโดดลงมาไม่ดู เกือบจะทับเค้าแล้วนะ?เด็กหญิงร้องโวยวาย

                                ?ชู่วววว์ อย่าเสียงดังไปสิ ประเดี๋ยวมันก็ไม่มาหรอก?เด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุไม่เกินสิบขวบ ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบา

                                ?เอ๋ คุณพี่มาแอบหาอะไรหรือจ๊ะ?เด็กผู้หญิงตัวน้อยกระซิบถามด้วยความอยากรู้

                                ?นกการะเวก น่ะ มันอาจจะบินมาเล่นน้ำแถวนี้?เด็กชายร้องตอบ

                                ?นกการะเวกมันเป็นอย่างไงหรือจ๊ะ?คนตัวเล็กกว่าเอียงคอถาม

                                ?มันเป็นนกสวรรค์น่ะ พี่เคยอ่านในหนังสือเค้าเขียนไว้ว่านกการะเวกเป็นสัตว์หิมพานต์ บินสูงเหนือเมฆ ไม่ค่อยมีใครเห็นตัว กินลมเป็นอาหาร เสียงของมันไพเราะมากเลยนะ ใครก็ตามได้ยินเสียงร้องของมันจะต้องหยุดชะงักฟังด้วยความจับใจเลยทีเดียวเชียวล่ะ?คนตัวโตกว่ายืดอกตอบด้วยความภาคภูมิ

                                ?โอ้โห มันคงสวยมากเลยใช่มั้ยคะคุณพี่?เด็กผู้หญิงส่งเสียงร้องด้วยความทึ่ง

                                ?ใช่แล้ว ขนของมันเป็นของวิเศษด้วยนะ พี่กำลังมารอเก็บขนของมันอยู่?

                                ?เก็บขน พี่จะไปเก็บมันยังไงเหรอคะ?เด็กผู้หญิงร้องถามด้วยความกระตือรือร้น

                                ?เก็บได้สิ พี่เอาขันใส่น้ำไปขัดไว้บนยอดไม้ ประเดี๋ยวตอนดึก ๆ เจ้านกการะเวกก็จะมาเล่นน้ำในขัน แล้วมันจะทิ้งขนเอาไว้หนึ่งเส้นเสมอ ขนของมันถ้าเก็บไว้นาน ๆ จะกลายเป็นทองด้วยนะจ๊ะ?เด็กผู้ชายตอบ

                                ?ว้าวววว จริงหรือคะ คุณพี่ต้องแบ่งให้หนูเส้นหนึ่งนะคะ?

                                ?ได้สิ แต่พี่ต้องได้สองเส้นก่อนนะจ๊ะ?คนตัวโตกว่าตอบขึ้นด้วยความเอ็นดู

                                ?แต่ตอนนี้เราต้องกลับกันก่อนล่ะ ถ้านกการะเวกรู้ว่ามีคนอยู่มันจะไม่มา?

                                ?พรุ่งนี้เช้าพี่จะมาเก็บขนนกการะเวกใช่มั้ยจ๊ะ?

                                ?ใช่สิจ๊ะ?

                                ?คุณพี่ต้องรอหนูด้วยล่ะ หนูขอมาดูด้วยคนนะ นะ นะ.......?

 

...

 

                                คืนวันผันผ่านแม้ไม่มีวี่แววของขนเจ้านกการะเวก แต่ความสัมพันธ์ของเด็กน้อยทั้งคู่กลับมีความผูกพันสืบเนื่องเรื่อยมา เด็กผู้หญิงร่างกายอ่อนแอ บอบบางและเป็นโรคหัวใจ กับเด็กผู้ชายที่รู้ตัวเองมาโดยตลอดว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือด ทั้งคู่มีเวลาให้แก่กันและกันอย่างเต็มที่เพราะไม่ต้องไปเรียนหนังสือให้มากมายเหมือนเด็กคนอื่น ๆ

                                ?คุณพี่ขา คุณพี่ว่าเจ้านกการะเวกจะมีจริงไหมคะ??เด็กสาววัยรุ่นเอ่ยปากถาม

                                ?มีสิจ๊ะ เพียงแต่เรายังไม่มีโอกาสเจอมันเท่านั้นเอง?

                                ?เสียงมันไพเราะมากไหมคะ?ร่างบอบบางแต่นัยน์ตาเพ้อฝันนั้นนอนหนุนตักพี่ชาย

                                ?ไพเราะมากเลยล่ะ แต่มันต้องมีเป็นคู่นะ ถ้าลำพังมันตัวเดียวจะไม่ส่งเสียงร้อง?เด็กผู้ชายร่างสูงโปร่งรุ่นราวคราวเดียวกันส่งเสียงตอบด้วยความเอ็นดู

                                ?คุณพี่คะ นกการะเวกนี่เป็นอมตะมั้ยคะ?

                                ?นกการะเวกเป็นนกสวรรค์ก็ต้องเป็นอมตะสิจ๊ะ?เด็กชายวัยรุ่นคนเดิมตอบ

                                ?หนูอยากให้หนูกับพี่ชายเป็นนกการะเวกค่ะ หนูกับพี่จะได้อยู่คู่กันตลอดไป?

                                เด็กผู้ชายเบือนหน้าหนี ซ่อนน้ำตาของตนไว้ให้พ้นจากแววตาที่ช่างเพ้อฝันคู่นั้น เนื่องด้วยเวลาที่ยังเหลืออยู่ของเขาเหลือน้อยลงทุกวัน

                                เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ที่เด็กหนุ่มทะเลาะกับคนที่บ้านเพียงเพราะเขาปฏิเสธที่จะเข้าทำการรักษาตัว ที่โรงพยาบาล เพราะเขาอยากใช้เวลาทุก ๆ นาที ที่เหลืออยู่ใกล้ชิดกับน้องสาวตัวน้อย ๆ ของเขาคนนี้ให้มากที่สุด โรคมะเร็งเม็ดเลือดที่ไม่มีวันรักษาหาย  และทุกลมหายใจของเขาก็ไม่มีวันลืมน้องสาวของเขาคนนี้ได้ด้วย ตลอดกาล!!!

                               

                                ...

                               

                                ในวันที่สายฝนเพิ่งหยุดตก ริบบิ้นเจ็ดสีทอประกายอยู่ที่บนฟากฟ้า หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งมองสายรุ้งเส้นนั้นจากที่โคนต้นไม้ต้นเดิม ชายหนุ่มพยายามข่มมือที่สั่นระริกเพื่อกุมมือน้อย ๆ ข้างนั้นเอาไว้

                                ?พี่คะ นกการะเวกกับนกฟีนิกซ์ใช่นกตัวเดียวกันมั้ยคะ?

                                ?น่าจะเป็นตัวเดียวกันมั้งจ๊ะ ก็มันเป็นนกสวรรค์เหมือนกันนี่?ชายหนุ่มพยายามข่มเสียงตอบ

                                ?ดีจังนะคะคุณพี่ นกฟีนิกซ์นะเวลามันรู้ว่ามันกำลังจะตาย มันจะบินเข้าไปในกองไฟแล้วเกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง?เจ้าของเสียงที่เพ้อฝันนั้นพยายามเบียดร่างตัวเองเข้าซบกับอ้อมอกของพี่ชาย จึงไม่ทันเห็นเลือดที่เริ่มไหลซึมจากการกัดริมฝีปากของตัวเขาเอง ใบหน้าที่ขาวอันซีดเกิดจากการข่มความรู้สึกให้พ้นจากความเจ็บปวดที่กำลังท่วมท้น เวลาสุดท้ายใกล้จะหมดลงทุกที เขาจะแสดงความเจ็บปวดให้คนที่อยู่ข้าง ๆ นี้เห็นไม่ได้เลย เขาจะยอมให้คนที่เขารักที่สุดเจ็บปวดไม่ได้ เป็นอันขาด

                                นกฟีนิกซ์ตัวนี้บินสู่ไฟแห่งความเจ็บปวดแล้วจะเกิดใหม่ได้อีกฉันใด?

                                ?น้องน้อยของพี่...?ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์เอ่ยขึ้นอย่างยากเย็น

                                ?ขา...?คนในร่างน้อยนั้นตอบรับอย่างแผ่วเบา

                                ?พรุ่งนี้...พี่จะต้องเดินทางไกลแล้ว...พี่จะไปผ่าตัดรักษาตัวที่ต่างประเทศ?

                                ?แล้วพี่จะหายมั้ยคะ?คนน้องหัวใจหายวูบ

                                ?หายสิ ก็พี่เป็นนกฟีนิกซ์นี่จ๊ะ?คนเป็นพี่ชายตอบอย่างร่าเริง

                                ?พี่จะไปนานแค่ไหนคะ?หญิงสาวถามขึ้นอย่างไร้เดียงสา

                                ?ไม่นานหรอกจ้ะ?ชายหนุ่มพยายามพูดขึ้นพร้อม ๆ กับน้ำเสียงที่กลั้วหัวเราะ

                                ?ต่อให้เหลือเพียงวิญญาณ พี่ก็จะกลับมาหาน้องให้ได้อย่างแน่นอน?

 

...

 

                                คืนวันหมุนเวียนเปลี่ยนไป  ใบไม้จากต้นไม้ต้นเดิมร่วงหล่นใบแล้วใบเล่า ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายก็ยังคงหายลับไปไม่หวนคืนมา พ่อแม่และคนรอบข้างของหญิงสาวทุกคนต่างรับรู้โดยทั่วกันว่า ชายหนุ่มตายแล้ว

แต่คนเดียวที่ไม่เคยรับรู้และยอมให้รับรู้ไม่ได้เป็นอันขาด ก็คือหญิงสาวคนนั้น  เป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะให้หญิงสาวคนหนึ่งที่ร่างกายอ่อนแอและเป็นโรคหัวใจต้องมารับรู้ความจริงว่า คนที่เธอรักสุดจิตสุดใจคนนั้นตายแล้ว

                                วันแล้ววันเล่าที่หญิงสาวยังคงเฝ้ารอคอยอย่างโดดเดี่ยว มือน้อย ๆ คู่นั้นมีเอาไว้เพื่อโอบกอดและลูบไล้ต้นไม้ เสมือนพี่ชายของเธอยังคงอยู่ตรงหน้า หูของเธอคู่นั้นมีเอาไว้เพื่อคอยเงี่ยฟังเสียงนกการะเวกที่สุดแสนไพเราะและหวานซึ้ง อีกทั้งแววตาคู่นั้นก็มีเอาไว้เพื่อรอคอยจ้องมองเผื่อคนผู้เป็นที่รักจะหวนกลับมา

                               

                                กว่าสิบปีมาแล้วที่หญิงสาวคนเดิมแวะเวียนมาที่สวนหย่อมแห่งนี้ เฝ้ารอคอยอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นนี้ วันเวลาที่เหลืออยู่ ภาพที่ทุกคนเห็นชินตาคือหญิงสาวที่โดดเดี่ยวและรอคอย ผมของเธอค่อย ๆ ซีดขาวและสูงวัยอย่างรวดเร็ว

                                กว่าสิบปีมานี้เองที่คนทั่วไปพากันเรียกขานสวนหย่อมแห่งนี้ว่า?สวนของคุณยาย?

 

...

 

                                ?คุณแม่ขา แล้วตอนนี้คุณยายคนนั้นไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะจ๊ะ?เด็กหญิงเอียงคอถาม

                                ?คุณยายไปอยู่ตรงนั้นแล้วล่ะจ้ะ?คุณแม่ชี้นิ้วไปบนท้องฟ้าพร้อมบรรจงหอมแก้มของแม่หนูตัวน้อย

 

...

 

                                ในค่ำคืนหนึ่งที่แสงจันทร์เต็มดวงทอประกายสดใส คุณยายผู้อ่อนวัยค่อย ๆ ทรุดตัวลงนอนใต้ต้นไม้ต้นเดิมอย่างอ่อนล้า ในภาพตระการแห่งความฝัน เส้นผมที่เคยขาวโพลนเปลี่ยนมาเป็นสีดำสนิท ร่างน้อยที่บอบบางเข้าสู่อ้อมแขนของคนที่คุ้นเคย

                                และที่คืนเดียวกันนั้น มีผู้เห็นนกสวรรค์สองตัวพากันบินว่อนเวียนวนมาล้อเล่นกับแสงจันทร์ ขนหางของมันเปล่งประกายสายรุ้งทอดยาวไกล สดใสระยิบระยับ เสียงร้องของมันไพเราะและหวานซึ้งกว่านกตัวใดในแหล่งหล้า

                                ผู้คนมากมายต่างก็พากันเล่าขานถึงตำนาน?สวนของคุณยาย? ตราบจนเท่าทุกวันนี้


ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook
Re: เรื่องสั้น"สวนของคุณยาย"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 16, 2009, 10:16:30 pm »

 :n12: :n12: ซึ้งมากมาย
ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN