รวมกลอนเพราะๆ

Poem ห้องกิจกรรม กฏระเบียบ วิธีใช้งาน => ต่อกลอน => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 23, 2009, 05:13:53 pm

หัวข้อ: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 23, 2009, 05:13:53 pm
การต่อกลอนตามฉันทลักษณ์
คือการนำเสียงของท้ายวรรคส่ง
มาต่อ เหมือนต่อกลอนของเราเองจนจบนั่นแหละงงไหม

เช่น มีปูนาตัวหนึ่งทะลึ่งโผล่ (วรรคสดับ)
ทำอวดโตโซเซเกมาท้า  (วรรครับ)
ไม่มีใครเดินตรงดั่งปูนา   (วรรครอง)
เฝ้าหาญกล้าท้าเพื่อนด้วยเถื่อนใจ (วรรคส่ง)
 (พี่ดินต่อจบแล้วคำว่าใจ...คนต่อไป จะต้องต่อเนื้อเรื่องนี้ และวรรครับต้องลงเสียงสระไอนะจ๊ะ)

(ปล. เมื่อเห็นว่าเนื้อเรื่องครบสมบูรณ์
พี่ดินจะนำรวมไว้กระทู้ต่อกลอนคนละท่อนนะ
จากนั้น ใครก็ได้เริ่มเรื่องใหม่ได้เลยจ้า
ใครคิดเห็นเป็นประการใดบอกได้จ้า)



1.ไม่ควรลงเสียงตรี ที่ท้ายวรรค.2
2.ไม่ควรลงเสียงเอก ที่ท้ายวรรค.3
3.เสียงสั้น-ยาว ไม่ควรนำมารับกัน
4.สัมผัสนอก ไม่ควรซ้ำกัน

......ขออนุญาตท้วงติง..เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เยาวชนทั้วไป
และเพื่อชื่อเสียงของ ชาวกวีคลับ..

...................................................



[/size]


หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 23, 2009, 05:24:24 pm
ก่อนจะต่อนิทานให้ถูกต้อง ควรอ่านวิธีการแต่งกลอนนะจ๊ะ ตามที่คุณรจนาUSAได้ติงมาจ้า  e016
     
ข้อบังคับในกลอนสุภาพ
๑ คณะ กลอนสุภาพแต่ละบท จะมี ๒ บาท แต่ละบาทจะมี ๒ วรรค แต่ละวรรค จะมี ๘ คำ (ตามปกติ ให้ใช้คำได้ ระหว่าง ๗ - ๙ คำ) ดังตัวอย่าง

กลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน                <-  วรรคสดับ
อ่านสามตอนทุกวรรคประจักษ์แถลง        <-  วรรครับ
ตอนต้นสามตอนสองสองแสดง                <-  วรรครอง
ตอนสามแจ้งสามคำครบจำนวน              <-  วรรคส่ง

     บาทที่ ๑ เรียกว่า บาทเอก มี ๒ วรรค คือ วรรคสดับ(วรรคสลับ) และวรรครับ
     บาทที่ ๒ เรียกว่า บาทโท  มี ๒ วรรค คือ วรรครอง และวรรคส่ง

๒ สัมผัส มี ๒ อย่างคือสัมผัสนอก และสัมผัสใน สัมผัสนอกนั้น เป็นข้อบังคับที่ต้องใช้ ดังรูป ส่วนสัมผัสใน ใช้เพื่อ ให้กลอนนั้น มีความไพเราะ มากขึ้น

         
การใช้ สัมผัสนอก เป็นเรื่องที่ทุกคน ทราบดี อยู่แล้ว เพียงแต่ ที่เคยเห็น นักกลอนมือใหม่ บางคน มักจะไม่ส่งสัมผัส ระหว่างบท คือส่งจาก คำสุดท้าย ในวรรคสุดท้าย ไปยังคำสุดท้ายในวรรคที่สอง ของบทต่อมา  และสัมผัสนอกนั้น จะใช้สัมผัสสระ ที่เป็นเสียงเดียวกัน ความผิดพลาด ที่มักจะพบเห็น คือใช้สัมผัสสระ เสียงสั้นกับเสียงยาว ทำให้กลอน บทนั้นเสียไปทันที เช่น ไม้ สัมผัสกับ วาย , สันต์ สัมผัสกับ วาร เป็นต้น

ส่วนการใช้สัมผัสใน มีได้ทั้งสัมผัส สระและอักษร การใช้สัมผัสใน อันไพเราะ ตามแบบอย่าง ของสุนทรภู่ มักจะใช้ ดังตัวอย่าง

เหมือนหนุ่มหนุ่มลุ่มหลงพะวงสวาท
เหลือร้ายกาจกอดจูบรักรูปเขา
ครั้นวอดวายตายไปเหม็นไม่เบา
เป็นหนอนหนองพองเน่าเสียเปล่าดาย
                        "สุนทรภู่" สิงหไตรภพ

สังเกตได้ว่า สุนทรภู่ มักจะใช้ สัมผัสใน ที่คำที่ ๓-๔ และคำที่ ๕-๗ และมักจะใช้ รูปแบบเช่นนี้ เป็นส่วนมาก ในบทประพันธ์  บางตำแหน่งที่ไม่สามารถใช้สัมผัสสระได้ ก็อาจจะใช้สัมผัสอักษรแทน

๓ เสียง คำสุดท้าย ในแต่ละวรรค ของกลอน มีข้อกำหนด ในเรื่องเสียง ของวรรณยุกต์  เป็นตัวกำหนดด้วย การกำหนดเรื่องเสียงนี้ ถือว่าเป็นข้อบังคับ ทางฉันทลักษณ์ อย่างหนึ่ง ของกลอนแปด หรือกลอนสุภาพ อันมีข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

๑. คำสุดท้ายวรรคที่ ๑ (วรรคสดับ) ใช้ได้ทุกเสียง แต่ไม่ค่อยนิยมใช้เสียงสามัญ
๒. คำสุดท้ายวรรคที่ ๒ (วรรครับ) ต้องใช้เสียงเอก โท หรือจัตวา นิยมใช้เสียงจัตวา ห้ามใช้เสียงสามัญและตรี (บางท่านก็อนุโลมให้ใช้เสียงตรีได้แต่ไม่นิยม)
๓. คำสุดท้ายวรรคที่ ๓ (วรรครอง) ต้องใช้เสียงสามัญ หรือเสียงตรี  ที่นิยมที่สุดคือเสียงสามัญ ห้ามใช้เสียง เอก โท และจัตวา
๔. คำสุดท้ายวรรคที่ ๔ (วรรคส่ง) ต้องใช้เสียงสามัญหรือตรี ที่นิยมมากที่สุดคือเสียงสามัญ ห้ามใช้เสียงเอก โท และจัตวา

         สิ่งที่พึงระวัง ในการใช้สัมผัส มากเกินไป จนลืมความหมาย สำคัญหลัก อันเป็นเรื่องราว ของกลอนนั้นๆ ก็จะทำให้ กลอน ดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจ

       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เคยกล่าวไว้ว่า "ถ้าหลงไหลถือเคร่งกับสัมผัสคำมากเกินไป ก็ทำให้เกิด คำด้าน ขึ้นมาได้"
"คำด้าน" คือคำที่มีแต่ "สัมผัสคำ" แต่ไม่ "สัมผัสใจ" นั่นเอง

๔ จังหวะ ในกลอนสุภาพมักจะแบ่งกลุ่มคำออกเป็น ๓ ช่วงจังหวะ คือ ooo oo ooo เป็นกลุ่มแบบ ๓-๒-๓  บางท่าน อาจจะแบ่ง เป็นอย่างอื่น ก็ได้เช่น oo oo ooo (๒-๒-๓) , oo ooo ooo (๒-๓-๓) , ooo ooo oo (๓-๓-๒)  หรือใช้หลายๆแบบที่กล่าวมานี้ผสมกัน แต่รูปแบบ ๓-๒-๓ เป็นมาตรฐานที่นิยมกันมากที่สุด ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในกลอนของ สุนทรภู่ ดังตัวอย่าง

เมื่อเคราะห์ร้าย-กายเรา-ก็เท่านี้
ไม่มีที่-พสุธา-จะอาศัย
ล้วนหนามเหน็บ-เจ็บแสบ-คับแคบใจ
เหมือนนกไร้-รังเร่-อยู่เอกา

       การยึดจังหวะ เช่นนี้รวมกับ การใช้สัมผัสใน แบบท่านสุนทรภู่ เป็นหลักการ มาตรฐาน ที่มักจะ ทำให้กลอน ไพเราะ สละสลวย ได้โดยง่าย แต่ก็พึงระวัง การแบ่งจังหวะ แบบที่ฝืน จนต้องฉีกคำ เช่น เที่ยวสวนส-นุกอ-เนกประสงค์ ซึ่งทำให ้กลอนนั้น อ่านไม่ได้จังหวะ ดังที่ต้องการ และอาจทำให้ กลอนเสีย ทั้งบทได้

๕. ข้อควรหลีกเลี่ยงในการเขียนกลอน

    ข้อควรหลีกเลี่ยงนี้ เป็นเพียง ข้อแนะนำ (ส่วนตัว) มิใช่กฏเกณฑ์ ตายตัว ที่ต้องปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด เพียงแต่ ถ้าสามารถ ปฏิบัติตาม ข้อควรระวัง เหล่านี้แล้ว จะทำให้กลอน ดูสละสลวย และถูกต้อง ตามความนิยม ของกวีสมัยก่อนๆ และมิใช่วิธีการ ในการประเมิณค่า ของบทประพันธ์ แต่อย่างใด ถ้าใครสามารถ ยึดถือไว้ เป็นหลัก ในการแต่งกลอน ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี

    ๕.๑ ไม่ควรใช้คำไม่สุภาพ, คำหยาบต่างๆ มาใช้ เช่น เสือก, ตูด, ถุย ฯลฯ, คำแสลงเช่น มหา'ลัย, แม่ง ฯลฯ  เป็นต้น

    ๕.๒ ไม่นำคำเสียงสั้น กับเสียงยาว มาสัมผัสนอกกัน อย่างที่เคย กล่าวมาแล้ว ในเรื่องสัมผัส การกระทำ เช่นนี้ ถือว่าเป็นความผิดพลาด ทางฉันทลักษณ์โดยตรง โดยให้ดูที่รูปสระนั้นๆ เป็นหลักเช่น รัก สัมผัสกับ มาก, ใจ สัมผัสกับ วาย, คน สัมผัสกับ โดน, เก้า สัมผัสกับ ท้าว, เก็น สัมผัสกับ เขน ฯลฯ เป็นต้น ดังตัวอย่าง

ศึกสิงห์เหนือเสือใต้ในวันนี้
ขอสตรีร่วมบทบาทชาติสุขศานต์
ตาร้อยคู่ตาคู่เดียวเกี่ยวร้อยกัน
สงครามนั้นจักสงบเลิกรบรา

    ๕.๓ ไม่ชิงสัมผัสก่อน ในการใช้คำ สัมผัสนอกกันนั้น พึงระวังมิให้ มีคำที่เป็นเสียง สระเดียวกัน กับคำที่ จะใช้สัมผัส ปรากฏก่อน คำสัมผัส ในวรรคเดียวกัน เช่น

จะไหวตัวกลัวเชยเลยลองนิ่ง
เขากลับติงว่านั่น มันเชยใหญ่
อะไรอะไรก็ตะบันไป
ทำฉันใดหนอพ้นเป็นคนเชย

    การกระทำเช่นนี้ จะทำให้กลอนด้อย ความไพเราะ ในเชิง คำสัมผัส เพราะมีการ ชิงสัมผัส กันก่อน

    ๕.๔ ไม่สัมผัสเลือน มักปรากฏอยู่ในวรรค รับ (ที่ ๒) และวรรคส่ง (ที่ ๔) คือมีการใช้คำ สัมผัส ภายในวรรค เดียวกัน ในคำที่ ๓, ๕ และ ๘ เช่น

ถึงฤกษ์เรียงเคียงหมอนเมื่อนตอนดึก
กลับรู้สึกหนาวสั่นขันไหมเล่า?
ใครไม่เคยเข้าหออย่าล้อเรา
ถึงตัวเข้าบ้างคงหนาวเหมือนกล่าวเอย

จะเห็นได้ว่า คำว่า หนาว กับ กล่าว นั้น เป็นสัมผัสใน ที่ถูกต้องแล้ว แต่ดันไปสัมผัส กับคำว่า เข้า ก่อนหน้านี้อีก จึงติดเงื่อนไข การใช้สัมผัสเลือนไป

    ๕.๕ ไม่สัมผัสซ้ำ มี ๒ ประเภทคือ

    ก. สัมผัสซ้ำแบบ "พ้องรูปและเสียง" คือเป็นการใช้คำสัมผัส เป็นคำเดียวกัน ซ้ำภายในบทกลอนบทดียวกัน  หรือบทติดๆกัน เช่น

ช่างกำเริบเสิบสานทหารชั่ว
อย่างเป็นผัวนางนี่ร้อยตรีสาว
วันัยอ่อนหย่อนดื้อแถมมือกาว
พบนายสาวไม่คำนับเข้าจับตัว

    ข. สัมผัสซ้ำแบบ "พ้องเสียง"   คือเป็นการใช้คำสัมผัส เป็นคำพ้องเสียง ซ้ำภายในบทกลอนบทดียวกัน  หรือบทติดๆกัน เช่น

ชีวิตเลือกเกิดมิได้ใครก็รู้
ต้องดิ้นรนต่อสู้อุปสรรค
ทำให้ดีที่สุดอย่าหยุดพัก
ทางสู่ศักดิ์ศรีแม้ไกลเหมือนใกล้กัน

    ๕.๖ ไม่ควรใช้คำศัพท์โบราณ มาใช้มาก เกินความจำเป็น   เนื่องจากคำเหล่านี้ ต้องแปลความหมาย ซึ่งคนส่วนมาก ไม่ทราบความหมาย เหล่านั้น ทำให้กลอน อ่านแล้ว ทำความเข้าใจ ได้ยากขึ้น เช่น

     สรวงสวรรค์ชั้นกวีรุจีรัตน์
ผ่องประภัศร์พลอยหาวพราวเวหา
พริ้งไพเราะเสนาะกรรณวัณณนา
สมสมญาแห่งสวรรค์ชั้นกวี
     อิ่มอารมณ์ชมสถานวิมานมาศ
อันโอภาสแผ่ผายพรายรังสี
รัสมีมีเสียงเพียงดนตรี
ประทีปทีฆะรัสสะจังหวะโยน ฯ

    ๕.๗ ไม่นำคำเฉพาะที่เป็นคำคู่ มาสลับหน้าหลังกัน เพราะจะทำให้ ความหมายเปลี่ยนไป หรือ สูญสิ้นความหมาย ของคำนั้นๆไปได้  เช่น

ขุกเข็ญ เขียนเป็น เข็ญขุก
งอกงาม เขียนเป็น งามงอก
ลิดรอน เขียนเป็น รอนริด
หุนหัน เขียนเป็น หันหุน

ว้าเหว่ เขียนเป็น เหว่ว้า
ย่อยยับ เขียนเป็น ยับย่อย
ทักทาย เขียนเป็น ทายทัก
บดบัง เขียนเป็น บังบด

งมงาย เขียนเป็น งายงม
ร่ำรวย เขียนเป็น รวยร่ำ
ชั่วช้า เขียนเป็น ช้าชั่ว  

    การใช้คำสลับกันเช่นนี้ อาจจะทำให้กลอน ที่ไพเราะ ด้อยคุณค่า ลงได้ เช่น

แค้นมีหนอนบ่อนไส้ใจไม่ซื่อ
เป็นเครื่องมือเบียนเบียดช่วยเหยียดหยาม
มันขายชาติช้าชั่วมิกลัวความ
หายนะรุกรามเข้าทำลาย

    ๕.๘ ไม่ควรให้คำสัมผัสนอก  ซ้ำภายในวรรคเดียวกัน เช่น
พวกเราเหล่าทหารชาญสนาม
ไม่ครั่นคร้ามใครว่าหรือมาหยาม
จะยืนหยัดซัดสู้ให้รู้ความ
ดังนิยามเชิงเช่นผู้เป็นชาย

    ๕.๙ ไม่ลอกเลียนหรือละเมิดลิขสิทธิ์ บทประพันธ์ของผู้อื่น นอกจาก จะผิดกฏหมาย พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์แล้ว ยังเป็นการผิด จรรยาบรรณ อีกด้วย จึงควรระวัง ไม่ลอกบทประพันธ์ ของผู้อื่นอย่างจงใจ เช่น

กลอนที่ชื่อว่า "ขอ" ของ เอก หทัย เขียนไว้ว่า

ขอเธอมีรักใหม่อย่าให้รู้
และถ้าอยู่กับใครอย่าให้เห็น
ให้ฉันเถอะ  ขอร้องสองประเด็น
แล้วจะเป็นผู้แพ้อย่างแท้จริง

มีผู้นำไปแปลงใหม่ แล้วให้ชื่อว่า "วันนี้ที่รอคอย" ดังนี้

ขอเธอมีผัวใหม่บอกให้รู้
และเลือกคู่หล่อกว่าพี่อย่างที่เห็น
พินัยกรรมใบหย่าอย่าลืมเซ็น
แล้วจะเป็นโสดตอนแก่อย่างแท้จริง


ที่มาจาก http://www.geocities.com/bot_kawee/prapant.htm
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: Rojana U.S.A. ที่ เมษายน 23, 2009, 06:04:28 pm

ขอบคุณค่ะ 
จะเห็นได้ว่ามีกติกา-ข้อห้าม   เพิ่มเติมอีกมากมายฯ
แต่ทุกข้อนั้น ล้วนแต่เป็นประโยชน์ แก่ผู้ฝึกหัด และผู้ที่สนใจ
ดีใจค่ะที่จะมีนักกลอน ที่นิยมเขียนกลอนในรูปแบบ ดังกล่าว
เอาไว้บอกต่อ เป็นวิทยาทานได้
(http://www.geocities.com/kothai2_2000/2-24.gif)
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 23, 2009, 06:39:37 pm
ยินดีมากๆค่ะ ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดค่ะ  e049

ณ เมืองหมอก...กับควัน...พลันสยอง
มีปีศาจ...ลำพอง...จ้องจะผลาญ
เมืองแห่งแสง...เรืองรุ่ง...ด้วยจิตมาร
คนเมืองแสง...จะผ่าน...ไปอย่างไร

ด้วยผู้นำ...ด้อยนัก...กำลังน้อย
เฝ้ารอคอย...ผู้มีบุญ...มาหนุนให้
จากการจ้อง...ทำร้าย...ผลึกใจ
ที่ปกป้อง...เมืองไว้...มานมนาน
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 24, 2009, 12:34:38 pm

ท่านเจ้าเมือง มีชื่อ ว่ายอดชาย
ได้ออกหมาย นำส่ง เอกสาร
หาคนดี มีฝีมือ มาปราบมาร
ประกาศผ่าน เว็บไซด์ ในทันที
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 24, 2009, 09:34:52 pm
รัชทายาท...พิการ...ด้วยถูกสาบ
จากจอมราชย์...ในอดีต...ทรงจุดจี้
แค้นด้วยถูก...แย่งรัก...จากฤดี
จึงสาปให้...นางนี้...พิการกาย

ตราบใดที่...มีรัก...จักหายคืน
แต่ต้องขื่น...หนักขึ้น...น่าใจหาย
ต้องเจ็บช้ำ...กับรัก...ที่กลับกลาย
แทบวางวาย...พิการใจ...ไปชั่วกาล
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 24, 2009, 10:26:53 pm
ให้สงสาร ทายาท นามดินหญ้า
ลูกต้องมา อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน
พิการกาย แถมใจ ทรมาน
เมื่อวันวาน ยังสดใส ไร้ราคี
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 24, 2009, 10:45:30 pm
องค์ชายหนึ่ง...ปลอมตัว...มาเที่ยวท่อง
จนลุล่อง...มาถึง...ยังถิ่นที่
เมืองแห่งแสง...ตามประกาศ...ไม่ช้าที
เปล่งวจี...ครวญเพลง...ไปทั่วเมือง

จนองค์หญิง...ดินหญ้า...นั้นหลงรัก
สั่งข้าหลวง...ในตำหนัก...จงนำเรื่อง
ทูลเจ้าพ่อ...จอมกษัตริย์..อย่าได้เคือง
ลูกอยากเฟื่อง...เรื่องขับร้อง...โปรดเมตตา

จึงนำตัว...เจ้าของเสียง...มากราบเฝ้า
ให้ใจเบา...หลงรัก...เสน่หา
ต่างมีใจ...ให้กัน...จนถึงครา
ที่ความจริง...แดงออกมา...ว่าพิการ

นี่องค์หญิง...เป็นง่อย...อย่างนั้นหรือ
ข้านี่ถือ...ยิ่งนัก...ขอตัดม่าน
ที่เราเคย...มีใจ...ให้มานาน
ไม่สงสาร...หญิงบ้าง...เลยหรือไร

เรารักเจ้า...จริงจัง...นะปาป้า
รักเหนือฟ้า...เหนือดิน...ถิ่นอาศัย
ผิดด้วยหรือ...เกิดมาง่อย...ด้อยกว่าใคร
มิเห็นใจ...กันบ้าง...ช่างโหดเกิน
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 24, 2009, 11:47:35 pm
แล้วสลัด..ตัดรัก..องค์หญิงดิน
สวมใส่ใจ..โหดหิน..คิดแต่เหิน
เรามิใช่..ปาป้า..อย่าได้เพลิน
เราคือคน..ควรเมิน..จำให้ดี

เรามีนาม..องค์ชายหนึ่ง..ซึ่งมีแค้น
เป็นตัวแทน..เจ้าพ่อ..ชิงใจนี้
ผลึกใจ..เท่านั้น..อย่าช้าที
นำมาให้..ก่อนที่..จะเจ็บตัว


สวัสดีค่ะ พี่ดินและพี่ชายใจเดียว และคุณRojana U.S.A. นะคะ
มาร่วมต่อกลอนค่ะ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 24, 2009, 11:57:49 pm
ดีจ้าดอกไผ่บาน  e049

ให้เจ็บปวด...ฤทัย...เสียยิ่งนัก
สุดที่รัก...ของฉัน...มาปั่นหัว
หลงระเริง...คิดว่า...เขาจักชัวร์
กลับต้องมัว...หมองใจ...แทบวายปราณ

ต้องเสียรัก...เสียแม้...ผลึกใจ
หรือคำสาป...ฉาบไว้...ให้ถูกผลาญ
แว่วสำเนียง...เสียงก้อง...ประกาศการ
เจ้าจะพ้น...ทรมาน...ทางร่างกาย

เมื่อเจ้ามี...ความรัก...ต้องผิดหวัง
ถูกเมินชัง...รักเจ้า...ต้องแพ้พ่าย
คำสาปกู...ปู่ของมึ.ง...ที่วางวาย
จะทำร้าย...เจ้าไป...ตราบเท่านาน

องค์ดินหญ้า...จึงต้อง...เจ็บปวดใจ
หลังที่คลาย...เกิดใหม่...พ้นสังขาร
ที่เป็นง่อย...กลับสวย...โฉมสคราญ
แต่ดวงใจ...ทรมาน...แหละหมองมัว
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 25, 2009, 08:26:54 pm

ขอย้อนมา ถึงสาวไพร ดอกไผ่บาน
สุขสำราญ กับการนำ ถั่วมาคั่ว
เพื่อไปขาย ตลาดเช้า ไม่เมามัว
น้องทำตัว น่ารัก มากกว่าใคร
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ เมษายน 27, 2009, 08:10:11 am
ยามฟ้าสาง...นางเดินทาง...ขายถั่วคั่ว
มิได้กลัว...ผีสาง...ให้หวั่นไหว
เดินผ่านป่า...ผ่าดง...พ้นพงไพร
ถึงเมืองใหญ่...นามเมือง...หมอกกับควัน

กลับมาถึง...องค์หญิงดิน...ในถิ่นฐาน
ด้วยนงคราญ...เจ็บช้ำ...เกินคาดฝัน
จึงซูบผอม...ซีดเซียว...ในเร็วพลัน
จนข้าหลวง...หัวปั่น...กลัวนางตาย

เหล่าข้าหลวง...แสวงหา...ของชั้นดี
แต่มิมี...สิ่งที่ทำ...ให้หญิงหาย
ด้วยแผลใจ...หายยาก...กว่าแผลกาย
จนได้พบ...ถั่วที่ขาย...อยู่ในเมือง

เมื่อองค์หญิง...ดินหญ้า...ได้ลิ้มรส
ก็ลืมหมด...ทุกข์ใจ...เหมือนถูกเปลื้อง
สั่งข้าหลวง...ตามหาคน...ทำทั่วเมือง
นามลือเลื่อง...ดอกไผ่บาน...จงตามมา


โห พี่ดิน พอเราไม่อยู่ก็เล่นกันซะ....
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 27, 2009, 10:48:44 pm
เมื่อพบกับ...ดอกไผ่บาน...จึงทรงเล่า
ว่าตัวเรา...ถูกชาย...นั้นผลาญพร่า
ให้เจ็บปวด...ทนทุกข์...ทรมา
ดวงวิญญา...แทบจแหลก...ลงรอนรอน

ได้กินถั่ว...ของเจ้า...ก็หายดี
เมื่อหมดรส...ถั่วนี้...ก็กลับย้อน
พิษแห่งรัก...เจ้าเอ๋ย...ช่างบั่นทอน
เราจะถอน...พิษนี้...ได้อย่างไร

นางจึงกราบ...ทูลว่า...ถั่วหม่อมฉัน
ช่วยผลักดัน...พิษรัก...หักล้างได้
เพียงชั่วครู่...เท่านั้น...จึงจนใจ
แต่สิ่งหนึ่ง...ช่วยได้...ให้ยั่งยืน

ต้องได้เลือด...จากทรวงอก...คนผลาญพร่า
มาบูชา...ถั่วคั่ว...แล้วจักฟื้น
จากอาการ...ชอกช้ำ...และกล้ำกลืน
หมองสะอื้น...จะหาย...อย่างแน่นอน
***************
พอก่อน...เพิ่งตื่นนะเนี่ย
ปวดหัวจัด..แต่อดไม่ได้ ขอต่อสักกลอน  e049
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ เมษายน 28, 2009, 06:59:19 am
องค์หญิงดิน...เมื่อยลยิน...ก็คิดหนัก
เพราะใจรัก...เจ้าชายหนึ่ง...เกินถ่ายถอน
แต่อีกใจ...เมื่อเขาทำ...ใจขาดรอน
จะทุกข์ร้อน...แทนเขา...เพื่ออะไร

เมื่อต้องเลือก...ความรัก...กับความแค้น
มันยากแสน...ที่ใจ...จะเลือกได้
ด้วยข้าหลวง...ผู้ต่ำต้อย...นั้นเห็นใจ
จึงแอบสั่ง...ทหารไป...ลอบฆ่ามัน

องค์ชายหนึ่ง...เดินทาง...ท่องในป่า
แต่ใจหนา...อยู่ในวัง...แห่งความฝัน
ใจยังรัก...องค์หญิงดิน...อยู่ทุกวัน
แต่ด้วยแค้น...ของพ่อนั้น...จำตัดใจ

แม้เป็นง่อย...แต่ใจ...ไม่ด้อยค่า
แต่ต้องจำ...จากลา...และพลักไส
เพื่อชำระ...แค้นบิดา...จึงทำไป
แม้หัวใจ...นั้นไซร้...รักเหลือเกิน


หุหุ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 28, 2009, 09:51:51 pm
จึงกราบลา..เจ้าพ่อ..ไปเมืองหมอก
จะเอาหนาม..ไปหยอก..คนห่างเหิน
จะไปชิง..ผลึกใจ..ก่อนยับเยิน
ขอดำเนิน..ตามทาง..แห่งราวี
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 28, 2009, 10:24:49 pm

ไปไหนหรือองค์หญิงน้องดินหญ้าำ
น้องตามมาดินหญ้าจ๋ามากับพี่
พี่จะไปเมืองหมอกอยู่พอดี
อยากจะมีคนสวยไปด้วยกัน
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ เมษายน 29, 2009, 07:06:45 am
ตกกลางคืน...กลางป่า...ช่างแสนเงียบ
แต่ไม่อาจ...จะเทียบ...ใจคนผัน
องค์ชายหนึ่ง...ไม่อาจลืม...แม้สักวัน
ยังจำได้...ว่าใจนั้น...อยู่ที่ใคร

ได้ยินเสียง...กรอบแกรบ...จากพงหญ้า
อะไรหนา...หรือว่า...เป็นสัตว์ใหญ่
หยิบอาวุธ...คือพระขรร...เพื่อนคู่ใจ
พลางเดินใกล้...พงหญ้า...อย่างเยือกเย็น

เหล่าทหาร...กระโจนออก...หมายจะฆ่า
แต่ด้วยเลือด...ราชา...อย่างที่เห็น
การต่อสู้...จึงหาใช่...เรื่องยากเย็น
ผลสุดท้าย...ก็เป็น...เช่นกล่าวมา

เหล่าทหาร...ซมซาน...ขอชีวิต
ด้วยดวงจิต...ไม่คิดแค้น...จึงรักษา
พลางถามไถ่...ใครเล่า...จ้างเจ้ามา
ให้เข่นฆ่า...ตัวข้า...ขอถามที
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 29, 2009, 09:26:03 pm

จะไปไหนหรือน้องแม่คนงาม
พี่เอ่ยถามดอกไผ่ไปกับพี่
พี่จะไปเมืองหมอกอยู่พอดี
อยากจะมีคนสวยไปด้วยกัน

พี่ชายใจเดียว คะ
ไผ่ บอกว่าองค์หญิงดินเดินทางนะคะ กลายเป็นไผ่ได้ไงคะเนี่ย
แล้วคุณคนคนนึง ก็ต่อได้อีก เก่งจัง  e016
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 29, 2009, 09:27:53 pm

จะไปไหนหรือน้องแม่คนงาม
พี่เอ่ยถามดอกไผ่ไปกับพี่
พี่จะไปเมืองหมอกอยู่พอดี
อยากจะมีคนสวยไปด้วยกัน

พี่ชายใจเดียว คะ
ไผ่ บอกว่าองค์หญิงดินเดินทางนะคะ กลายเป็นไผ่ได้ไงคะเนี่ย
แล้วคุณคนคนนึง ก็ต่อได้อีก เก่งจัง  e016
ก็พี่คิดดว่าไผ่นี่ครับ พี่ว่าเรื่องจบจบยากนะครับเนี่ย.....
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 29, 2009, 09:37:40 pm
ไม่ยากหรอกค่ะ
พี่ชายแก้กลอนข้างบนว่าเป็นองค์หญิงดินก็โอเคล่ะ
ไผ่จะได้แต่งต่อว่าไปฆ่าองค์ชายหนึ่ง  e044
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 29, 2009, 09:44:19 pm
เหล่าทหารกัดลิ้นแล้วสิ้นใจ
มิยอมเผยความนัยเพื่อบ่งชี้
องค์หญิงดินตามมาทันนั้นพอดี
ขอราวีให้สมกับแค้นเคือง

องค์ชายหนึ่งเห็นองค์หญิงมิเป็นง่อย
ให้ดีใจไม่น้อยโอ้เนื้อเหลือง
เจ้างามพริ้งดั่งนางฟ้ามาประเทือง
อย่ามากเรื่องล้อเล่นกับตัวเรา

ชีวิตเจ้าเท่านั้นทีต้องการ
ข้าจะขอหักหาญให้เป็นเถ้า
เพื่อล้างคำสาปร้ายที่ใจเบา
ไปหลงเงาเฝ้ารักคนร้อยลวง
********
ขอบคุณพี่ชายใจเดียวค่ะ ที่แก้ไขให้  e016
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 29, 2009, 09:44:54 pm
ไม่ยากหรอกค่ะ
พี่ชายแก้กลอนข้างบนว่าเป็นองค์หญิงดินก็โอเคล่ะ
ไผ่จะได้แต่งต่อว่าไปฆ่าองค์ชายหนึ่ง  e044
แก้แล้ว ตกลงใกล้จะจบหรือยังครับ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 29, 2009, 09:48:04 pm
ยังค่ะ ยังไม่ได้ฆ่าเลย
ผลึกใจก็ไม่ได้คืน
ปีศาจตัวพ่อ ก็ยังไม่ได้ออกฤทธิ์เลยนี่ค่ะ
ต่อกันยาวๆดีกว่าค่ะ สนุกดี  e016
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 29, 2009, 09:51:53 pm
ยังค่ะ ยังไม่ได้ฆ่าเลย
ผลึกใจก็ไม่ได้คืน
ปีศาจตัวพ่อ ก็ยังไม่ได้ออกฤทธิ์เลยนี่ค่ะ
ต่อกันยาวๆดีกว่าค่ะ สนุกดี  e016
ในรูปไผ่น่ะ...ใส่เสื้อคลุมบ้างนะครับ....หนาว e044 e044
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ เมษายน 29, 2009, 09:56:36 pm
พี่ชายค่ะกล่องข้อความส่วนตัวพี่เต็มค่ะ

แสดงว่าส่งข้อความจีบสาวเยอะแน่ๆเลย

***********
ไงก็ฝันดีนะคะ 

ปล.อากาศร้อน ใส่แบบนี้แหละ สบายดีe016
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ เมษายน 30, 2009, 06:58:38 am
เหล่าทหารกัดลิ้นแล้วสิ้นใจ
มิยอมเผยความนัยเพื่อบ่งชี้
องค์หญิงดินตามมาทันนั้นพอดี
ขอราวีให้สมกับแค้นเคือง

องค์ชายหนึ่งเห็นองค์หญิงมิเป็นง่อย
ให้ดีใจไม่น้อยโอ้เนื้อเหลือง
เจ้างามพริ้งดั่งนางฟ้ามาประเทือง
อย่ามากเรื่องล้อเล่นกับตัวเรา

ชีวิตเจ้าเท่านั้นทีต้องการ
ข้าจะขอหักหาญให้เป็นเถ้า
เพื่อล้างคำสาปร้ายที่ใจเบา
ไปหลงเงาเฝ้ารักคนร้อยลวง
********
ขอบคุณพี่ชายใจเดียวค่ะ ที่แก้ไขให้  e016


องค์ชายหนึ่ง...ไม่เอ่ย...หรือพูดตอบ
ก่อนจะมอบ...สิ่งหนึ่ง...ที่เฝ้าหวง
พลางเอ่ยบอก..."ใจข้า...มิได้ลวง
ข้ายังห่วง...เจ้าเสมอ...ทุกเวลา"

ก่อนปลิดชีพ...ตัวเอง...เพื่อคนรัก
องค์หญิงดิน...ตกใจนัก...หวังรักษา
องค์ชายหนึ่ง...เพียงยิ้ม...พร้อมน้ำตา
แล้วบอกว่า..."ข้ารักเจ้า"...ก่อนสิ้นใจ

องค์หญิงดิน...ประคองร่าง...ไร้วิญญา
ก่อนจะปล่อย...น้ำตา...ลงร่ำไห้
มือเปรอะเปื้อน...ด้วยเลือด...จากดวงใจ
ก่อนดอกไผ่ฯ...จะดึงออก...จากกายชาย


*******************************

อยู่ๆเขาก็มาจีบกัน e044 เฮ้อ น่าอิจฉาๆ e044
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: คุuชาย นายกะล่อน ที่ เมษายน 30, 2009, 07:05:04 am



1 ครับ อย่าร้องให้นะครับ กลอน เพราะมาก +1 ให้นะครับผม เป็นกำลังใจให้ค๊าฟ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ เมษายน 30, 2009, 07:26:57 am



1 ครับ อย่าร้องให้นะครับ กลอน เพราะมาก +1 ให้นะครับผม เป็นกำลังใจให้ค๊าฟ

ขอบคุณคร้าบบบบ e027
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 30, 2009, 07:26:56 pm
เมื่อต้องเลือด...จากทรวงอก...คนร้อยเลห์
ความช้ำก็...ห่างเห...เป็นปลิดหาย
ลืมว่าเคย...มีรัก...เคยภักดิ์ชาย
ด้วยถั่วคั่ว...กระจาย...ช้ำไม่คืน

เจ้าปีศาจ...เมืองหมอก...เมื่อรู้เรื่อง
ให้แค้นเคือง...คลุ้มคลั่ง...สุดจะฝืน
ลูกศัตรู...เมืองแห่งเสง...เด็กวานซืน
โถมายื่น...ความเจ็บ...ให้กับกู

ทำให้ลูก...ต้องมา...ลับลาโลก
ปล่อยพ่อโศก...ครวญคร่ำ...ช้ำอดสู
ผลึกใจ...ก็ไม่ได้...อายผู้ดู
จึงแปลงร่าง...สวยหรู...สู่เมืองมัน

*****************
ปล. ปีศาจแปลงร่างเป็นสาวสวย เพื่อไปหลอก ราชาชายใจเดียว นะ อิอิ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ชายใจเดียว ที่ เมษายน 30, 2009, 08:29:32 pm
จบแล้วเหรอ.............................................. e039 e039

ยังไม่จบจ้า
แต่บอกเอาไว้สำหรับคนมาตอ่ไง
ว่าแปลงกายมาเพื่อะไร  e049

หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำตาฟ้า ที่ พฤษภาคม 03, 2009, 02:09:02 am
ราชา...ชายใจเดียว...ออกตามหา
องค์หญิงดิน...ธิดา...ในป่านั่น
หาได้พบ...ธิดา...ในไพรวัณฑ์
กลับพบหญิง...ลาวัลย์...รูปงดงาม

นางร้องคราง...พลางบอกว่า...เจ็บปวด
ราชาชาย...เข้มงวด...ออกปากถาม
แม่นางนี้...เป็นเช่นไร...ใครติดตาม
แล้วมีนาม...ว่ากระไร...ใคร่พาที


 e037 e037 เรื่องเดียวกันรึป่าวก้อมะรุ อยากมีส่วนร่วมอ่ะค่ะ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 04, 2009, 07:24:28 am
อ้ายปีศาจ...ได้ที...ท่องคาถา
ใจราชา...จึงหลงรัก...ไม่อาจหนี
องค์หญิงดิน...เดินมา...พบพอดี
จึงถามพ่อ...ว่านี้...คือใครกัน

ด้วยหลงมนต์...เสน่หา...เจ้าปีศาจ
จึงไม่อาจ...ขัดขืน...ได้เลยนั่น
เอ่ยปากเพียง..."นางคือ...คนสำคัญ
ที่จะแต่ง...กับพ่อนั้น...ในสามคืน"

ย้อนกลับมา...ที่องค์ชาย...ผู้เด็ดเดี่ยว
ใจแน่นเหนียว...กับคนรัก...ยากจักฝืน
ด้วยสวรรค์...เมตตา...จึงฟื้นคืน
แต่จักฟื้น...แค่ยาม...รัตติกาล

เมื่อใดที่...คนรัก...ของเจ้านั้น
มาต่อสาน...สัมพัน...ให้ขันขาน
เจ้าจะฟื้น...ด้วยรักแท้...ที่ชั่วกาล
มิใจผ่าน...เพียงวัน...แล้วจากไป

**********************************
อยากแต่งต่อนะแต่ขี้เกียจ เหอๆๆ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ พฤษภาคม 06, 2009, 10:54:59 pm
ฝ่ายปีศาจจำแลงแสร้งลวงล่อ
หวังจะก่อเพลิงแค้นคิดลวงไล่
ขอของขวัญแก่น้องผลึกใจ
พี่ต้องให้น้องยาวันแต่งงาน
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 07, 2009, 07:55:44 am
องค์ราชา...จึงเรียกหา...องค์หญิงดิน
เมื่อองค์หญิง...ได้ยลยิน...เหตุที่ขาน
ผลึกใจ...ก็กระตุ้น...ให้ร้าวราน
ถึงรักแท้...ที่ผ่าน...ด้วยความตาย

จึงกล่าวบอก...บิดา...ว่าไม่อาจ
ยกผลึกใจ...ที่ขาด...-หายให้ได้
ก่อนจะวิ่ง...ออกไป...สุดแรงกาย
หาคนรัก...ที่หาย...ไม่กลับมา


***********************
องค์หญิงดินจำองค์ชายหนึ่งได้แล้ว

แล้วองค์หญิงดินก็ออกไปตามหาองค์ชายหนึ่งในป่าคับ

 e049
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 07, 2009, 09:33:52 pm
เฝ้าตามหา...องค์ชายหนึ่ง...บึ่งมาถึง
ที่เคยซึ้ง...เคยรัก...เคยพร่ำว่า
จะรักกัน...ดั่งเดือน...เคียงดารา
อยู่ไหนกัน...เหล่าหนา...น้องมารอ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 09, 2009, 02:49:39 pm
เดินตามหา...คนรัก...จนมืดค่ำ
ยิ่งเดินล้ำ...พงไพร...หนาวยิ่งก่อ
ฝากสายลม...บอกเขา...ข้าเฝ้ารอ
หาจนท้อ...ได้โปรด...ช่วยกลับมา
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกไผ่บาน ที่ พฤษภาคม 10, 2009, 01:08:34 am
เหมือนเวรกรรม..กระหน่ำแกล้ง..องค์หญิงดิน
ไม่รู้จบ..รู้สิ้น..กันเลยหนา
พิษน้ำค้าง..บนพื้นทราย..หมายชีวา
หลังสิ้นแสง..ส่องฟ้า..ต้องขาดใจ

หากไม่ได้..ดื่มเลือด..ของคนรัก
จะต้องพัก..ชีพยัง..ธารน้ำใส
เป็นศพแข็ง..ตราบนี้..และต่อไป
จะกลับฝืน..คืนได้..เมื่อราตรี
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 12, 2009, 07:25:16 am
องหญิงดิน...รอนแรม..ยังทางน้ำ
ฟ้าสีคราม...เริ่มมืดลง...ยากจะหนี
"อันตัวเรา...คนต้องตาย...วายชีวี"
มิอาจหนี...พิษที่...ได้รับมา
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: paengza ที่ พฤษภาคม 12, 2009, 08:12:44 am
กายอ่อนล้า...หมดแรง...ใจเต้นรัว
เริ่มปวดหัว...หน้าร้อนผ่าว...ยากรักษา
เพ.ลา.นี้....ใครกันหนา....จะเยียวยา
พลันยินเสียง...หลังพงหญ้า...นั่นใครกัน




อิอิ..อยากมีส่วนร่วมด้วยอ่า กว่าจะต่อต้องนั่งอ่านตั้งแต่แรกเลยนะเนี่ย 555+
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 12, 2009, 08:28:25 am
+1 ให้ความพยายามคับ

องค์ชายหนึ่ง...โผล่พ้น...จากพงป่า
เห็นองค์หญิง...ดินหญ้า...เรียงร้องลั่น
รีบประคอง...องค์หญิงดิน...โดยเร็วพลัน
พลางถามไถ่...ใครมัน...บังอาจทำ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 28, 2009, 09:14:35 pm
ดีใจนัก...ได้พบ...กับเจ้าพี่
ดินหญ้านี้...ถูกพิษ...คิดยีย่ำ
ด้วยไม่มี...ทางพ้น...ซึ่งเวรกรรม
ใครไหนกัน...จะทำ...ได้ดั่งความ

พิษน้ำค้าง...ต้องแก้...ด้วยหยดเลือด
ใครจะเชือด...เลือดจากอก...ที่หวงห้าม
คงไม่รอด...แน่แล้ว...ดั่งนิยาม
พิษก็เริ่ม...รุกราม...สุดบรรเทา

เลือดจากอก...ของคนรัก...ก็คือพี่
ดินต้องพราก...ชีวีีี...พี่หรือเล่า
ปล่อยดินเถิด...ให้ตาย...ดินไม่เอา
เลือดจากพี่...ดินเศร้า...เกินทำใจ

************************
สรุปเรื่องสำหรับคนที่จะมาต่อนะคะ
เมืองแห่งแสงนั้นมีศัตรูคือเมืองหมอกที่หวังจะชิงผลึกใจประจำเมืองไป

เมืองแห่งแสงมีราชาชายใจเดียว ปกครอง มีธิดาชื่อองค์หญิงดินหญ้า
ที่ถูกคำสาปจากบรรพบุรุษ ให้พิการกาย(เป็นง่อย) ตราบจนเมื่อมีคววามรักแล้วอกหักจึงจะหาย
แต่ต้องพิการใจทดแทน

องค์หญิงดินหญ้ามีใจรักต่อ องค์ชายหนึ่ง ที่ปลอมตัวเป็นปาป้าเข้ามาในเมือง
มาสอนร้องเพลง จนกระทั่งรู้ว่าองค์หญิงดินหญ้าเป็นง่อย
ก็บอกความจริง แล้วหนีกลับเมือง

ดอกไผ่บานผู้ขายถั่ว ใครกินเข้าไปจะลืมอดีต แต่เมื่อหมดฤทธิ์ถั่วก็จะจำได้อีก
แต่ถ้าอยากให้ลืมตลอดไป ต้องได้เลือดจากทรวงอกของคนที่ทำให้อกหัก
และแล้ว ทั้งสอก็เจอกัน องค์ชายหนึ่ง เมื่อเห็นว่าองค์หญิงดินมิได้เป็นง่อยแล้วก็บิ่งรักมากขึ้น
แต่นางหวังจะฆ่า เขาจึงฆ่าตัวตายเอง แล้วองค์หญิงดินก็ได้ลืมเค้าสมใจ

จนพ่อขององค์ชายหนึ่ง ปีศาจเมืองหมอก แค้นทีู่ลูกตาย จึงแปลงกาย
เป็นสาวงาม มาล่อหลอก ราชาชายใจเดียว เพื่อหวังชิงผลึกใจ....

ราชาหลงรัก ปีศาจแปลง ขอผลึกใจจากองคืหญิงดิน นางไม่ให้
หนีออกไปตามหาองค์ชายหนึ่ง
ที่บัดนี้สามารถฟื้นขึ้นมาได้ในเวลากลางคืนเท่านั้น

ในระหว่างที่ตามหา นางก็ได้รับพิษน้ำค้างบนพื้นทราย
วิธีแก้พิษ จะต้องได้ดิ่มเลือดจากทรวงอก
ของคนรัก จึงจะรอด หากไม่ได้ดื่ม
ก็ต้องตายแล้วหื้นได้ในราตรีเท่านั้น

และแล้วทั้งสองก็ได้พบกัน...แต่อ่ะถึงตอนนี้ก็มาช่วยแต่งต่อนะ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 29, 2009, 07:08:24 pm
องค์ชายหนึ่ง...มองหน้า...หญิงคนรัก
ก่อนจะควัก...เลือดจากอก...มามอบให้
องค์หญิงดิน...เมื่อดื่มเลือด...จากหัวใจ
เหล่าพิษไซร้...ก็หาย...ไปทันตา

แม้ชีวี...ของตัว...จะกลับคืน
แต่เมื่อฟื้น...ขึ้นมา...ช่างไร้ค่า
เมื่อคนรัก...นอนทรม...ปวดอุรา
องค์หญิงดิน...อ้อนวอนฟ้า...ขอเขาคืน


*************

โหพี่ดิน กะฆ่าหนึ่งนี่หว่า จะตายมา 2 รอยแระ - -"
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 29, 2009, 09:50:07 pm
555+ ก็เผื่อจะมีพระเอก ใหม่ๆหลงมาบ้าง

ไม่มีใคร ติดบ่วงพี่ดินเลย อิอิ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำตาฟ้า ที่ พฤษภาคม 29, 2009, 11:21:11 pm
เทพแห่งกาลเวลาสงสารนัก

ซึ้งในรักของทั้งสองไม่อาจฝืน

ด้วยชะตาฟ้าลิขิตไม่ย้อนคืน

จึงช่วยกลืนตะวันให้เป็นรัตติกาล


.....................................................



อยากมีส่วนร่วมด้วย พี่ช่วยแล้วนะหนึ่ง
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 30, 2009, 08:51:43 am
ดวงตะวัน...ลาลับ...ดับจากฟ้า
มวลเมฆา...ล่องลอย...รีบผันผ่าน
จากยามเช้า...เปลี่ยนเป็น...รัตติกาล
ดวงวิญญา...จึงต่อสาน...คืนชีวี

องค์ชายหนึ่ง...ลืมตา...ในอ้อมกอด
เมื่อองค์หญิง...เห็นชายรอด...แสนสุขขี
ก่อนจะเล่า...เรื่องราว...ที่ได้มี
แก่องค์ชาย...หนึ่งนี้...ได้รับฟัง

*****************
ขอบคุณกร๊าบบบ พี่ฝน

อิอิ

แล้วองค์หญิงดินก็เล่าเรื่องต่างๆให้องค์ชายหนึ่งฟัง

องค์ชายหนึ่งกับองค์หญิงดินจึงรีบเดินทางกลับเมืองไปปราบมาร
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำตาฟ้า ที่ พฤษภาคม 31, 2009, 05:24:55 am
อ้าว...........มารที่ว่า ก็พ่อหนึ่งนะ (ยังไม่รู้นี่หว่า...กรรม)


เอาไว้ต่อวันหน้านะ วันนี้ง่วงมากเลย  e044
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ พฤษภาคม 31, 2009, 07:26:07 am
อ้าว...........มารที่ว่า ก็พ่อหนึ่งนะ (ยังไม่รู้นี่หว่า...กรรม)


เอาไว้ต่อวันหน้านะ วันนี้ง่วงมากเลย  e044

เอ้า...ก็พ่อไม่แท้ไง แล้วเดี๋ยวก็ค่อยไหลไปตามน้ำขุ่นๆ 555+

ปล่อยมันไปเรื่อยๆพี่ อิอิ  หลับให้สบายแล้วตื่นมาแต่งกลอนต่อนะคร้าบ^^
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 17, 2009, 09:02:47 pm
เมื่อรู้ความทุกอย่างจึงกลับมา
ทูลห้ามพระบิดาอย่าได้พลั้ง
ทำความชั่วคิดร้ายหมายชีวัง
ลูกนี้ยังไม่ตายวายชีวา

ฝ่ายจอมมารได้ฟังให้คลั่งแค้น

ให้สุดแสนโกรธาเสียหนักหนา
ลูกนอกไส้ไยคิดผิดสัญญา
จะอาสามาแย่งผลึกใจ
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ มิถุนายน 18, 2009, 06:51:55 am
"ข้าเลี้ยงดู...เจ้ามา...แต่ยังเล็ก
ตั้งแต่เด็ก...จนตอนนี้...เป็นผู้ใหญ่
ดูซิดู...เจ้าตอบแทน...ข้าเช่นไร
จะขอสาป...เจ้าให้...ไร้กายา"

สิ้นคำพูด...จากปาก...อ้ายปีศาจ
กายาชาย...ก็ไม่อาจ...จะจับคว้า
ได้แค่เพียง...ยนยิล...เท่านั้นนา
ไม่อาจเอ่ย...วาจา...กับผู้ใด

องค์หญิงดิน...คิดแค้น...แสนโกรธา
เวทนา...รักนี้...ยากจะได้
ข้าผิดบาป...มามาก...นักหรือไง
ฟ้าจึงสั่ง...อุปสรรคไซร้...มากเหลือเกิน
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: lookgaow ที่ มิถุนายน 18, 2009, 12:58:43 pm


องค์หญิงดิน...ตามหาแก้ว-...สารพัดนึก
ดั่งจารึก...ของสวรรค์...ที่สรรเสริญ
จัดข้าวของ...เคลื่อนย่าง...ตามทางเดิน
หวังได้พบ...โดยบังเอิญ...ระหว่างทาง

ขาที่ก้าว...ร้าวรวด...ปวดแทบสิ้น
อยู่ต่างถิ่น...ดินด้าว...ราวเหินห่าง
ความเป็นจริง...ยิ่งหา...ยิ่งเลือนลาง
ชีพจรเต้น...เบาบาง...อย่างระทวย


..............................................

ใช่ได้ป่ะพี่ดิน   ติด้วยน้า    e027


หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ มิถุนายน 18, 2009, 02:43:44 pm
แทบสิ้นลม...ในก้าวย่าง...แต่ละก้าว
ทางแสนยาว...กว่าจะเจอ...แก้วสีสวย
ฟ้าสงสาร...องหญิงดิน...จึงอำนวย
ให้พบเจอ...ลูกแก้วสวย...ในธารา

องค์หญิงดิน...ดีใจ...เป็นอย่างยิ่ง
พลางขอสิ่ง...ที่แสน...ปรารถนา
"ขอให้อ้าย...ปีศาจร้าย...วายชีวา
และขอให้...รักข้า...นั้นสุขดี"

ด้วยอำนาจ...ที่มากนัก...ของลูกแก้ว
อ้ายปีศาจ...จึงยากแล้ว...ที่จะหนี
และเมื่ออ้าย...ปีศาจ...วายชีวี
องค์ชายหนึ่ง...จึงกลับมี...กายดั่งเดิม

********************
ป.ล.อย่ามีอุปสรรคอีกเลย แค่นี้ก็ตายมา 3 รอบแล้วน้า สาธุ><
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: lookgaow ที่ มิถุนายน 18, 2009, 03:08:00 pm

ด้วยอำนาจ...ฤทธา...ฟ้าสวรรค์
ดั่งแกล้งกัน...ลืมหลง...ไม่ส่งเสริม
องค์ชายหนึ่ง...ความจำหาย...คล้ายซ้ำเติม
ความนึกคิด...ไม่เหมือนเดิม...ริเริ่มมา

" เจ้าเป็นใคร...เอ่ยถาม...ช่างงามยิ่ง
สรรพสิ่ง...มิอาจเปรียบ...เทียบชั้นฟ้า
แม้โฉมยง...งามดั่งหงส์...ภุมรา "
องค์ชายหนึ่ง...ลืมเวลา...ลืมเรื่องราว

องค์หยิงดิน...สุดแสน...จะเจ็บปวด
ดั่งหวายหวด...ฟ้าแกล้ง...แช่งปวดร้าว
คืนชีวิต...แต่ไม่...คืนเรื่องราว
องค์หญิงดิน...สั่นหนาว...น้ำตาริน


................................................

น้องหนึ่ง   ไม่ตายแต่ !  ............ ความจำเสื่อม  ล่ะกันนะ   e037



หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ มิถุนายน 18, 2009, 03:34:09 pm
จึงหยิบมีด...คิดฆ่า...ให้ตัวตาย
หวังวางวาย...ชีวี...ให้หมดสิ้น
ในฤทัย...ลมอ่อน...รวยระริน
ใจมันบิ่น...ด้วยรัก...ที่มากความ

*********************
ไม่ตาย แต่....ความจำเสื่อม

เจริญ- -

เรื่องนี้ รันทดทั้งพระ-นาง
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: lookgaow ที่ มิถุนายน 20, 2009, 07:37:12 pm



จึงตัดพ้อ...ต่อว่า...ฟ้าเป็นเหตุ
เกิดอาเพศ...อันใด...ขอไต่ถาม
เคยก่อกรรม...สิ่งใด...ใคร่ติดตาม
เรื่องเลวทราม...จึงเกิด...กำเนิดมา

จึงหยิบมีด...กรีดลง...ตรงกลางกาย
ชีวาวาย...ตายลับ...ดับตัวข้า
ขอเวรรกรรม...อันใด...ที่ก่อมา
จงตายไป...พร้อมข้า...ณ. บัดดล

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตายหนีปัญหาเลยหรอ .... น้องหนึ่ง   e034


หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: แค่คนคนนึง ที่ มิถุนายน 23, 2009, 01:12:56 pm
ด้วยชาตินี้...บารมี...บุญมากนัก
อุปสรรค...เคราะห์ทั้งหลาย...ทุกแห่งหน
จึงหายไป...พร้อมชีวา...ในบัดดล
แต่เพราะมนต์...ลูกแก้ว...จึงฟื้นมา

*******************************

ฟื้นแล้วพี่ เพราะอันก่อนองหญิงดินบอกว่า

"และขอให้ รักข้า นั้นสุขดี"

ลูกแก้วเลยช่วยไว้ และเด๋วองชายหนึ่งจะเป็นไงก็แล้วแต่พี่เถิด 55
หัวข้อ: Re: เกมต่อกลอนนิทานตามฉันทลักษณ์ (ใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ยาจกพเนจร ที่ มิถุนายน 23, 2009, 04:22:03 pm
องค์หญิงดินร่ำไห้ใจแทบขาด
โอ้อนาถนักหนอรักของข้า
ทำไมฟ้าดินจึงไร้เมตตา
กลั่นแกล้งข้าต่อไปถึงไหนกัน

ให้ข้าฟื้นคืนกายจากวายปราณ
ทรมานยิ่งกว่าตายอีกนั่น
แม้แต่องค์ชายหนึ่งที่รักกัน
สวรรค์ยังกลั่นแกล้งให้หลงลืม