กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
ตุลาคม 01, 2014, 07:14:14 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก เพิ่มเว็บไซต์  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: เพลงกล่อมเด็ก  (อ่าน 96234 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6,401



Level 2 : Exp 13%
HP: 25.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6504
ได้รับคำชม: 5146


« เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 12:49:35 pm »

advertisement
 

เพลงกล่อมเด็ก


        เพลงกล่อมเด็กเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ ใช้ภาษาเป็นสื่อในการสืบทอดซึ่งแพร่หลายแทบทุกชาติทุกภาษาทั่วโลกทางยุโรป เช่น อังกฤษเรียกเพลงกล่อมเด็กว่า Mother Goose ในอเมริกาเรียก Lullaby


ความหมายของเพลงกล่อมเด็ก

        เพลงกล่อมเด็กเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็น ถึงความเชื่อและค่านิยมของคนในท้องถิ่นต่างๆ คนทุกชาติทุกภาษาในโลกมีบทเพลงกล่อมเด็กด้วยกันทั้งนั้น สันนิษฐานว่าเพลงกล่อมเด็กมีวิวัฒนาการจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอน ดังนั้นเพลงกล่อมเด็กบางเพลงจึงมีลักษณะเนื้อร้องที่เป็นเรื่องเป็นราว เช่น จันทรโครพ ไชยเชษฐ์ พระรถเสน เป็นต้น การที่ต้องมีเพลงกล่อมเด็กก็เพื่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน หลับง่าย และเกิดความอบอุ่นใจ

ลักษณะของเพลงกล่อมเด็ก
        ลักษณะกลอนของเพลงกล่อมเด็กจะเป็นกลอนชาวบ้านไม่มีแบบแผนแน่นอน เพียงแต่มีสัมผัสคล้องจองกันบ้าง ถ้อยคำที่ใช้ในบางครั้งอาจไม่มีความหมาย เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก ทั้งยังมีการสั่งสอนและเสียดสีสังคม สามารถแยกเป็นข้อได้ดังนี้

    * เป็นบทร้อยกรองสั้นๆ มีคำคล้องจองต่อเนื่องกันไป
    * มีฉันทลักษณ์ไม่แน่นอน
    * ใช้คำง่ายๆ สั้นหรือยาวก็ได้
    * มีจังหวะในการร้องและทำนองที่เรียบง่าย สนุกสนาน จดจำได้ง่าย

ประเภทของเนื้อเพลงกล่อมเด็ก
    * แสดงความรักความห่วงใย
    * กล่าวถึงสิ่งแวดล้อม
    * เล่าเป็นนิทานและวรรณคดี
    * เป็นการเล่าประสบการณ์
    * ล้อเลียนและเสียดสีสังคม
    * ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็ก
    * เป็นคติ คำสอน

เพลงกล่อมเด็กในแต่ละภาค
        ในประเทศไทยเรานั้นมีเพลงกล่อมเด็กอยู่ทั่วทุกภาค เนื้อร้องและทำนองจะต่างกันไป มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ภาคเหนือเรียก "เพลงนอนสาหล่า" "นอนสาเดอ" ภาคกลางเรียก "เพลงกล่อมเด็ก" "เพลงกล่อมลูก" ส่วนภาคใต้เรียก "เพลงชาน้อง" "เพลงเปล" "เพลงน้องนอน" และ "เพลงร้องเรือ" โดยเพลงกล่อมเด็กเป็นคติชาวบ้านประเภทใช้ภาษาเป็นสื่อที่การถ่ายทอดจากปาก ต่อปากมาแต่โบราณ เรียกว่า "มุขปาฐะ" มีลักษณะเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีบทบาทและหน้าที่แสดงเอกลักษณ์ของแต่ละ ชุมชน

เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ
        สำหรับภาคเหนือ หรือดินแดนล้านนาอันสงบสวยงาม มีเพลงกล่อมลูกสืบทอดเป็นลักษณะแบบแผนเฉพาะของตนเองมาช้านาน อาจารย์สิงฆะ วรรณไสย แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกฉันทลักษณ์ของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือว่า "คำร่ำ" ซึ่งจัดเป็นลำนำชนิดหนึ่ง หมายถึงการร่ำพรรณนา มีเสียงไพเราะ สูงต่ำตามสียงวรรณยุกต์ของสำเนียงภาคเหนือ นิยมใช้แต่งในการร่ำบอกไฟขึ้น ร่ำสร้างวิหาร ร่ำสร้างเจดีย์ ร่ำสร่างถนน ขึ้นดอยสุเทพ และแตงเป็นคำกล่อมเด็ก

        คำกล่อมเด็กนี้ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ในภาคเหนือสมัยก่อนมักจะใช้ขับกล่อมสอนลูกหลานขณะอุ้มเด็กนั่งชิงช้าแกว่ง ไกวช้าๆ จนเด็กง่วงนอน จึงอุ้มไปวางบนที่นอนหรือในเปลแล้วแห่กล่อมต่อจนเด็กหลับสนิท คำกล่อมเด็กนี้จึงเรียนว่า "สิกจุ้งจาโหน" ตามเสียงที่ใช้ขึ้นต้นเพลง

        ลักษณะเด่นของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือนอกจากจะขึ้นต้นด้วยคำ ว่าสิกจุ้งจาโหนแล้วยังมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "อื่อจา" เป็นส่วนใหญ่ จึงเรียกเพลงกล่อมเด็กนี้ว่า เพลงอื่อลูก ทำนองและลีลาอื่อลูกจะเป็นไปช้าๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็น ตามถ้อยคำที่สรรมาเพื่อสั่งสอนพรรณาถึงความรัก ความห่วงใยลูกน้อย จนถึงคำปลอบ คำขู่ ขณะยังไม่ยอมหลับ ถ้อยคำต่างๆ ในเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมต่างๆ ของคนในภาคเหนือในอดีตจนปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นับเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่ได้รับนอกเหนือจากความอบอุ่นใจของลูกที่เป็น ประโยชน์โดยตรงของเพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ
         
เพลงกล่อมเด็กของภาคอีสาน
         
        เพลงพื้นบ้านอีสาน มีลักษณะเด่นชัดกับการขับร้องอันเป็นธรรมชาติ บ่งบอกความจริงใจ ความสนุกสนาน และความสอดคล้องกลมกลืนกับเครื่องดนตรีประจำท้องถิ่น คือ แคน แม้การขับกล่อมลูกซึ่งไม่ใช้เครื่องดนตรีใดๆ ประกอบ ก็สื่อให้ผู้ฟังรู้ทันทีว่าเป็นเพลงของภาคอีสาน
        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน เป็นดินแดนที่กว้างขวางและมีประชากรมากที่สุดในบรรดา 4 ภาคของไทย เพลงกล่อมลูกจึงมีหลายสำเนียง ถ้าเป็นอีสานตอนเหนือจะมีสำเนียงคล้ายลาว ถ้าเป็นอิสานตอนใต้จะมีสำเนียงคล้ายเขมร แต่เพลงกล่อมลูกที่แพร่หลายและยอมรับว่าเป็นเอกลักษณ์ของอีสานจะเป็นสำเนียง อีสานตอนเหนือ และมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "นอนสาหล่า" หรือ "นอกสาเดอ" หรือ "นอนสาแม่เยอ" มีทำนองลีลาเรียบง่ายช้าๆ และมีกลุ่มเสียงซ้ำๆ กันทั้งเพลงเช่นเดียวกับภาคเหนือ การใช้ถ้อยคำมีเสียงสัมผัสคล้ายกลอนสุภาพทั่วไป และเป็นคำพื้นบ้านที่มีความหมายในเชิงสั่งสอนลูกหลานด้วยความรักความผูกพัน
        ซึ่งมักจะประกอบด้วย 4 ส่วนเสมอ คือ ส่วนที่เป็นการปลอบโยนการขู่และการขอโดยมุ่งให้เด็กหลับเร็วๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นคำที่แสดงสภาพสังคมด้านต่างๆ เช่น ความเป็นอยู่ บรรยากาศในหมู่บ้าน ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นต้น คุณค่าของเพลงกล่อมเด็กอีสาน จึงมีพร้อมทั้งทางด้านจิตใจและด้านการศึกษาของชาติ

เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง
       
        เพลงกล่อมเด็กภาคกลางเป็นที่รู้จักแพร่หลายและมีการบันทึกไว้ เป็นหลักฐานมากกว่าเพลงกล่อมเด็กภาคอื่น ซึ่งสะดวกแก่การศึกษาค้นคว้า การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ โดยไม่มีชื่อเฉพาะสำหรับเรียกเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง เนื่องจากขึ้นต้นบทร้องด้วยคำหลากหลายชนิดตามแต่เนื้อหาของเพลง นักวิชาการหลายท่านได้ศึกษาแบ่งประเภทเนื่อหาของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางไว้ คล้ายกัน คือ

    * ประเภทสะท้อนให้เห็นความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ดังจะเห็นได้จากถ้อยคำที่ใช้เรียกลูกว่าเจ้าเนื้อละเอียด เจ้าเนื้ออุ่น เจ้าเนื้อเย็นสุดที่รักสุดสายใจ เป็นต้น
    * ประเภทสะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ของคนไทยภาคกลางในด้านต่างๆ เช่น ความเจริญทางวัตถุ ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ ความศรัทธา ความเชื่อคุณธรรมประจำใจ อารมณ์ขัน และการทำมาหากินของประชาชน
    * ประเภทให้ความรู้ด้านต่างๆ เช่น ความรู้ทางภาษา ธรรมชาติวิทยา วรรณคดี นิทาน ภูมิศาสาตร์ ประวัติศาสตร์ แบบแผนการปกครอง และครอบครัว
        ลักษณะทำนองและลีลาของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางจะเป็นการขับกล่อม อย่างช้าๆ เช่นเดียวกับภาคอื่นๆ กลุ่มเสียงก็จะซ้ำๆ เช่นกัน แต่จะเน้นการใช้เสียงทุ้มเย็น และยึดคำแต่ละคำให้เชื่อมกลืนกันไปอย่างไพเราะ อ่อนหวาน ไม่ให้มีเสียงสะดุด ทั้งนี้เพื่อมุ่งให้เด็กฟังจนหลับสนิทในที่สุด

        ในบรรดาภาษาถิ่น ภาคใต้เป็นภาษาถิ่นที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักมากที่สุดเพราะมีสำเนียงที่เป็น เอกลักษณ์ชัดเจนที่สุด เช่นเดียวกับเพลงกล่อมลูกภาคใต้ที่มีทำนองและลีลาเด่นเป็นของตนเอง เพลงกล่อมลูกภาคใต้ มีชื่อเรียก 4 อย่าง คือ เพลงร้องเรือ เพลงชาน้อง หรือเพลงช้าน้อง เพลงเสภา และเพลงน้องนอน

        ที่เรียกว่าเพลงร้องเรือ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะลักษณะของเปลที่ใช้ผ้าผูกมีรูปร่างคล้ายเรือ เพลงชาน้องหรือช้าน้อง คำว่า ชา มาจาก คำว่าบูชา ซึ่งแปลว่าสดุดีหรือกล่อมขวัญ ชาน้องหรือช้าน้อง จึงหมายถึงการสดุดีแม่ซื้อ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทวดาหรือผีประจำทารก เพลงเสภาเป็นเพลงที่ใช้โต้คารมกันเป็นบทปฏิพากย์แสดงปฏิภาณไหวพริบ นำมาใช้ในเพลงกล่อมลูกเพลงน้องนอน เป็นการมุ่งกล่อมน้องหรือกล่อมลูกโดยตรง ลักษณะเด่นของทำนองกล่อมลูกภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทใดคือมักจะขึ้นต้นเพลงด้วยคำว่า "ฮา เอ้อ" หรือมีคำว่า "เหอ" แทรกอยู่เสมอในวรรคแรกของบทเพลง แล้วจึงขับกล่อมไปช้าๆ เหมือนภาคอื่นๆ

        จากหลักฐานการค้นคว้าเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ ของศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ระบุไว้ว่าเพลงกล่อมเด็กภาคใต้มีจุดประสงค์และโอกาสการใช้กว้างขวาง จำนวนเพลงจึงมีมากถึง 4,300 เพลง นับว่ามากกว่าทุกภาคในประเทศ
ที่มาจาก http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81



กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี

มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

น้ำค้างบนพื้นทราย

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6,401



Level 2 : Exp 13%
HP: 25.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6504
ได้รับคำชม: 5146


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 12:53:10 pm »
          เป็นเพลงที่มีเนื้อความสั้น ๆ ร้องง่าย ชาวบ้านในอดีตมักร้องกันได้ เนื่องจากได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เกิด คือได้ฟังพ่อแม่ร้องกล่อมตนเอง น้อง หลาน ฯลฯ เมื่อมีลูกก็มักร้องกล่อมลูก จึงเป็นเพลงที่ร้องกันได้เป็นส่วนมาก เราจึงพบว่าเพลงกล่อมเด็กมีอยู่ทุกภูมิภาคของไทย และเป็นวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กในสังคมไทย ซึ่งหากศึกษาจะพบว่า

1.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่กล่อมให้เด็กหลับโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นเพลงที่มีทำนองฟังสบาย แสดงความรักใคร่ห่วงใยของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก
2.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่แอบแฝงหลายประการ อาทิ
-การสอนภาษา เพื่อให้เด็กออกเสียงต่าง ๆ ได้โดยการหัดเลียนเสียง และออกเสียงต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

-ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ การดำเนินชีวิต การทำมาหากินของสังคมตนเอง การสร้างค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งการระบายอารมณ์และความในใจของผู้ร้อง

       นอกจากนี้พบว่า ส่วนมากแล้วเพลงกล่อมเด็ก มักมีใจความแสดงถึงความรักใคร่ห่วงใยลูก ซึ่งความรักและความห่วงใยนี้ แสดงออกมาในรูปของการทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเก็บเด็กไว้ใกล้ตัว

          บทเพลงกล่อมเด็กจึงเป็นบทเพลงที่แสดงอารมณ์ ความรักความผูกพันระหว่างแม่-ลูก ซึ่งแต่ละบทมักแสดงถึงความรักความอาทร ทะนุถนอม ที่แม่มีต่อลูกอย่างซาบซึ้ง

นกเขาขัน
นกเขาเอย
ขันแต่เช้าไปจนเย็น
ขันไปให้ดังแม่จะฟังเสียงเล่น
เนื้อเย็นเจ้าคนเดียวเอย

กาเหว่า
กาเหว่าเอย
ไข่ให้แม่กาฟัก
แม่กาหลงรัก
คิดว่าลูกในอุทร

คาบข้าวมาเผื่อ
คาบเหยื่อมาป้อน
ปีกหางเจ้ายังอ่อน
สอนร่อนสอนบิน

แม่กาพาไปกิน
ที่ปากน้ำแม่คงคา
ตีนเหยียบสาหร่าย
ปากก็ไซ้หาปลา

กินกุ้งกินกั้ง
กินหอยกระพังแมงดา
กินแล้วบินมา
จับต้นหว้าโพธิทอง

นายพรานเห็นเข้า
เยี่ยมเยี่ยมมองมอ
ยกปืนขึ้นส่อง
หมายจ้องแม่กาดำ

ตัวหนึ่งว่าจะต้ม
ตัวหนึ่งว่าจะยำ
แม่กาตาดำ
แสนระกำใจเอย

วัดโบสถ์
วัดเอ๋ยวัดโบสถ์..มีต้นข้าวโพดสาลี
ลูกเขยตกยาก...แม่ยายก็พรากเอาตัวหนี
ข้าวโพดสาลี...ต่อแต่นี้จะโรยรา

นอนไปเถิด
นอนไปเถิดแม่จะกล่อ
นวลละม่อมแม่จะไกว
ทองคำแม่อย่าร่ำไห้
สายสุดใจเจ้าแม่เอย

เจ้าเนื้อละมุน
เจ้าเนื้อละมุนเอย
เจ้าเนื้ออุ่นเหมือนสำลี
แม่มิให้ผู้ใดต้อง
เนื้อเจ้าจะหมองศรี
ทองดีเจ้าคนเดียวเอย

เจ้าเนื้ออ่อน
เจ้าเนื้ออ่อนเอย
อ้อนแม่จะกินนม
แม่จะอุ้มเจ้าออกชม
กินนมแล้วนอนเปลเอย

ที่มาจาก http://www.zabzaa.com/event/12aug.htm

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี

มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

น้ำค้างบนพื้นทราย

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6,401



Level 2 : Exp 13%
HP: 25.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6504
ได้รับคำชม: 5146


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 01:27:30 pm »
ฟังเพลงกล่อมเด็กได้ที่นี่
 http://flash.manager.co.th/rhyme/song.swf

เพลงคล้องช้าง

โอ้ละเฮวันนี้...ตี้ไปคล้องช้าง
ข้ามห้วยบึงบ้าง..ข้ามเขาพนมทอง
จับช้างมาได้เอย..มาผุกไว้จำลอง
ชื่อพรายแก้วกับพลายพ้องเอย

เป็นพี่น้องร่วมมารดา..ผูกเจ้าไว้ป้อนหญ้า
พรายน้อยๆเจ้าก็ไม่กิน..เจ้าชูงวงมาพาดบ่า
น้ำตาเจ้าไหลรินๆ..พรายน้อยๆเจ้าไม่กิน
คิดถึงถิ่นและมารดา..ป่านฉะนี้แม้จะหลงคอย

คอยละห้อยหาลูกยา..ปล่อยลุกให้ลีลา
ไปหามารดาของลูกเอย..โอ้ละเฮ่โอ้ละเฮ่เอยฮือๆๆ

วัดโบสถ์
วัดเอ๋ยวัดโบสถ์..มีตาลโตนดอยู่เจ็ดต้น
พ่อขุนทองไปตรงไหน..ป่านฉะนี้ไม่เห็นมา

เมียคดข้าวใส่ห่อ..ถ่อเรือแล้วไปตามหา
เค้าก็ล่องเรือมา..ว่าพ่อขุณทองตายแล้ว

เหลืออยู่แต่กระดูกแก้ว..เมียรักจะไปปลง
เจ้าขุนศรีถือสัตย์..ยกกระบัตรถือธง
ถือท้ายไปเรือหงส์..จะไปปลงศพพ่อนา ฮือๆๆๆ

กาเหว่า
ยังมีกาเหว่าเอย
มันไข่ให้แม่กาฟัก
แม่กาหลงรัก
คิดว่าลูกในอุทร

คาบข้าวมาเผื่อ
คาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรักนอน
ป้อนเหยื่อมาให้กิน

แม่หม้ายกล่อมลูก 1
เอ่อ... เออ... เออ... นอนสาหล่า หลับตาแม่สิกล่อม
นอนตื่นแล้วสิเอาแก้วใส่มือ อือ.. อือม์.. เออ ฮือ อือ...
นอนสาหล่า หลับตาแม่สิกล่อม แม่ไปไฮ่สิปิ้งไก่มาหา
แม่ไปนาสิปิ้งปลามาป้อน แม่เลี้ยงม่อนให้นอนอู่สายไหม อือ.. อือม์.. เออ ฮือ อือ...

นอนสาหล่าหลับตาอย่าฟ้าวตื่น แม่สิขึ้นโคกคอยเก็บผักหวานมาแลกเข้า
เอาหน่อไม้แลกเข้าเผิ่น สิหาเงินมาเลี้ยงเจ้า ถนอมไว้ให้ใหญ่สูง อาว์ อา ลุง น้า ป้า
เหลียวหาบ่เอิ้นใส่ ย้อนนางทุกข์ยากไฮ้ ลุงป้าเผิ่นกะซัง
เสียใจเด้เฮือนกะเพพอลี้อยู่ มีบ่มีเข้าอยู่ท้องสินอนลี้อยู่จั่งใด๋

 เหลือใจเด้นอหล้า คำแพงบ่มีพ่อ มีแต่แม่ค้อม่อ ทอนท่อพ่อบ่มี
สี่ปีนอหล่าพ่อไปค้าบ่คืนหลัง ไปหวั่งๆ ตายยังบ่ได้ข่าว
ถิ้มนางเลี้ยงลูกน้อย ถิ้มนางเลี้ยงลูกน้อย ทอนท่อพ่อบ่มี... นอ







[/color][/size]

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี

มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

น้ำค้างบนพื้นทราย

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


TAGS:เพลงกล่อมเด็ก

หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  


สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | ซื้อขายสัตว์เลี้ยงออน์ไลน์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
 

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.114 วินาที กับ 32 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.02s, 2q)
Google visited last this page 19 ชั่วโมงที่แล้ว