กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
กรกฎาคม 25, 2014, 03:03:16 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก เพิ่มเว็บไซต์  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการเขียนเรียงความ  (อ่าน 58510 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

น้ำค้างบนพื้นทราย
อย่าเอาหัวใจไปเหน็บไว้ที่ตีนใคร เมื่อเขาก้าวออกไปคนเจ็บก็คือเรา

ผู้ดูแลระบบ


*

คะแนนกลอน 98
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 1,167



Level 1 : Exp 20%
HP: 1.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 352
ได้รับคำชม: 1211


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2009, 03:19:22 pm »

advertisement
 

หลักการเขียนเรียงความ
 
 
 
   
เรื่อง หลักการเขียนเรียงความ

หลักการเขียนเรียงความ


--------------------------------------------------------------------------------


เรียงความ หมายถึง เป็นการนำความคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่ผู้เขียนสนใจและมีความรู้ในเรื่องนั้นดีที่สุด มาเรียบเรียงอย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจน น่าอ่าน น่าสนใจ โดยอาศัยข้อเท็จจริง ความคิดประกอบด้วยจินตนาการของผู้เขียน ให้ผู้อ่านได้ทราบและเข้าใจ เนื้อเรียงที่จะเขียนเรียงความต้องมีขอบข่ายและความมุ่งหมายเฉพาะไม่กล่าวผิวเผิน ต้องมีตัวอย่างรายละเอียดต่าง ๆ สนับสนุนความคิดเห็นของผู้เขียน สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องมีข้อเท็จจริง ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการเขียน

องค์ประกอบของเรียงความ

รูปแบบของเรียงความประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ



คำนำ ( การเปิดเรื่อง )

เนื้อเรื่อง ( เนื้อความ )

สรุป ( ปิดเรื่องหรือบทลงท้าย )

คำนำ คือ การเปิดเรื่อง เป็นการเข้าสู่เรื่องที่จะเขียน เขียนให้น่าสนใจ เพราะเป็นส่วนสำคัญ ที่จะซักนำให้ผู้อ่านติดตาม การเขียนอาจจะตั้งคำถาม สุภาษิต คำขวัญ หรืออาจจะยกคำจำกัดความมาเขียนก็ได้ ต้องมี

นำหน้า น่าอ่าน ไม่ยาวเกินไป ไม่เขียนออกนอกเรื่อง

เนื้อเรื่อง หรือ เนื้อความ เป็นใจความส่วนใหญ่ของเรื่อง ก่อนเขียนต้องวางโครงเรื่อง เรียงลำดับความก่อน - หลัง มีใจความสัมพันธ์กัน ในส่วนเนื้อความจะเป็นส่วนที่ยาวที่สุดของเนื้อเรื่องเนื้อหาต้องมีความเข็มข้นเต็มไปด้วยสาระ มีหลักฐานน่าเชื่อถือ มีเหตุมีผลและมีข้อเท็จจริงกับเนื้อเรื่อง

สรุป เป็นการปิดเรื่อง เป็นการเขียนทิ้งท้ายให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจ บทลงท้ายควรใช้ภาษาสั้น ๆ กระซับ น่าอ่าน

ลักษณะของเรียงความที่ดี

1. มีเอกภาพ หมายความว่า เนื้อหาจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่กล่าวนอกเรื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับการวาง

โครงเรื่อง

2. มีสัมพันธภาพ หมายความว่า เนื้อหาต้องมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันตลอดทั้งเรื่อง เกิดจากการจัดลำดับความคิดและการวางโครงเรื่องที่ดี และเกิดจากการเรียบเรียงย่อหน้าอย่างมีระเบียบ

3. มีสารัตภาพ หมายความว่า เรียงความแต่ละเรียงจะต้องมีสาระสมบูรณ์ตลอดทั้งเรื่อง ความสมบูรณ์ของเนื้อหาเกิดจากการวางโครงเรื่องที่ดี

รายวิชา ภาษาไทย ใบความรู้ที่ 2 ใช้ประกอบการสอน

รหัสวิชา ท 305 เรื่อง การเขียนเรียงความ เรื่อง แผนการสอนที่ 12

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ? ไทยรักไทย ไทยเจริญ ?

ตัวอย่างเรียงความ : เรื่อง ? ไทยรักไทย ไทยเจริญ ? พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี


อ้างถึง
ไทยรักไทย ไทยเจริญ

หวนระลึกย้อนกลับไปเกือบ 800 ปี อันเป็นระยะเวลาก่อนกรุงสุโขทัยพระมหานครแห่งแรกของเราจะเจริญรุ่งเรือง ในเวลานั้นประเทศไทยหรือประเทศสยามนี้ยังไม่บังเกิด ชนเผ่าไทยปกครองกันเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อย ต่างก็เป็นอิสระแก่กันอยู่ใต้อิทธิพลของขอม พ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง กับพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด ได้พร้อมใจกันกู้อิสรภาพเป็นผลสำเร็จ พ่อขุนบางกลางท่าวได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกทรงพระนามว่า ?พ่อขุนศรีอินทราทิตย์? แห่งกรุงสุโขทัย

ในระยะนี้เป็นระยะที่ชาติไทยมีความรุ่งเรืองที่สุดระยะหนึ่ง ทั้งทางศาสนาศิลปกรรมและเศรษฐกิจการปกครอง พระมหากษัตริย์ทรงรักษาราษฎรประดุบิดารักบุตรของตน พระราชอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลขึ้นชื่อลือกระเดื่องไปทั่วทุกทิศานุทิศ

ครั้งต่อมาอาณาจักรสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง กรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจเป็นราชธานีอยู่ถึง 417 ปี ฉนั้นเหตุการในประวัติระยะนี้จึงควรแก่การทรงจำยิ่งนักบรรพชนชาวอยุธยาได้สร้างสรรค์ความเจริญนานัปการแก่ชาติ ท่านเหล่านั้นได้สละแล้วซึ่งเลือดในกายจนกระทั่งชีวิตและรักษาความเป็นไทยที่ท่านรักไม่มีผู้ใดจะคัดค้านได้ ถ้าข้าพเจ้าจะกล่าวว่าชาวไทยเป็นคนกล้าหาญเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธ์นักรบ แต่เหตุไฉนไทยเราจึงปราชัยย่อยยับ ต้องตกเป็นเมืองประเทศราชของพม่าข้าศึกทั้งสองครั้งสองคราเล่า เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลแล้วก็พอจะสรุปได้ว่าเราขาดความรัก ความสามัคคีในระดับหมู่คณะชาวไทยด้วยกัน เรารักความเป็นใหญ่ส่วนตัว เรื่องทะเลาะเบาะแว้งส่วนตัวเหนือความปลอดภัยของชาติ ความผิดใจกันระหว่างสมเด็จพระมหินทราธิราชกับสมเด็จพระมหาธรรมราชา ทำให้สมเด็จพระมหาธรรมราชายืมมือต่างประเทศ คือ พม่าเข้ามา เป็นการซักน้ำเข้าลึก ซักศึกเข้าบ้าน ทั้งพระยาจักรียังเข้ามายุแหยให้แตกความสามัคคีกันอีก แล้วชาติไทยจะอยู่ได้อย่างไร การเสียกรุงครั้งที่ 2 ก็เป็นไปในทำนองเดียวกันนี้ กล่าวคือ เป็นการอิจฉาริษยากันเอง ภายในผู้นำฝ่ายไทยด้วยกัน

ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรากำลังอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อ ประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ หรือพวกฝ่ายตรงข้ามกำลังแผ่อิทธิพลเข้าสู่ประเทศไทยเราอย่างเห็นได้ชัด จากการโฆษณาชวนเชื่อ และการนำทหารผ่านไปรบประเทศอื่น ซึ่งเราจำต้องยอมอย่างหน้าชื่นอกตรม แผ่นดินรอบ ๆบ้านเราร้อนเป็นไฟไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เราก็ได้เห็นตัวอย่างจากประวัติศาสตร์มาแล้ว เมื่อใดเรามีความรักความสามัคคีซึ่งกันและกัน เมื่อนั้นชาติจะเจริญรุ่งเรือง เมื่อใดเราขาดความสามัคคีเมื่อนั้นเราจะเสียเอกราชความเป็นไท

? ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล

แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขได้อย่างไร ?

ถ้าเราจะมุ่งผนึกกำลังทั้งกายและใจด้วยกัน โดยถือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า ? สมานสามัคคีให้ดีอยู่ จะสู้ศึกศัตรูทั้งหลายได้ ? พลังของชาวไทยกว่า 35 ล้านคน จะไม่สามารถต่อต้านข้าศึกศัตรูทั้งหลายทั้งปวงเชียวหรือ เปรียบประดุดั่งกิ่งไม้ ลำพังแต่งกิ่งเดียว แม้แต่เด็กก็หักได้โดยง่าย แต่ถ้ามัดรวมกันเป็นกำใหญ่ก็อยากที่จะทำลาย ควรนึกอยู่เสมอว่า ศัตรูที่เขาจะมารุกรานเราเขาจะยุแหย่ให้เกิดความสามัคคีกันก่อน เพราะเมื่อเขาบุกเข้ามาเราไม่รวมกำลังกันมัวแต่เกี่ยงกัน ทะเลาะชิงดีชิงเด่นระหว่างกันเอง เขาก็จะได้ชัยชนะโดยง่าย

เพราะฉะนั้นชาวไทยจงร่วมรักร่วมสมัครสามัคคีกันไว้ถ้าเผื่อมีข้าศึกมาย้ำยีบีฑาก็จะสู้ได้เต็มแรง ก้อนหินน้อยใหญ่หลาย ๆ ก็สามารถรวมกันเป็นภูผาหลวงได้ฉันใด คนไทยแต่ละคนรวมกำลังเข้าด้วยกันก็สามารถสร้างชาติไทยให้เจริญถาวรได้ฉันนั้น ข้อสำคัญที่สุดคือ ไทยเราอย่าทำลายกันเอง ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ให้ช่วยกันบำรุงรักษาประเทศชาติศาสนาและวัฒนธรรมให้รุ่งเรืองถาวรอยู่คู่ฟ้าดิน

เหตุที่ชาติไทยเจริญอยู่ได้ เป็นเพราะชาวไทยรักชาวไทยด้วยกัน ต่างก็มั่นอยู่ในความสามัคคีธรรม โดยถือแม้ตนเองเป็นเชื้อชาติใดนับถือศาสนาใดก็ตาม ต่างก็เป็นข้าแผ่นดินเดียวกันทั้งนั้น เมื่อถือได้เช่นนี้จิตใจของคนไทยก็ย่อมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อไทยรักไทย ไทยต้องเจริญถาวรอย่างไม่ต้องสงสัย

หนังสือประจำปี คณะอักษรศาสตร์ 2516


--------------------------------------------------------------------------------

เรื่อง การวางโครงเรื่องในการเขียน เรียงความ

โครงเรื่อง คือการนำความคิดทั้งเรื่องมาแยกแยะให้เป็นระเบียบโดยการเรียงลำดับ เป็นข้อความสั้น ๆ ให้มีความสัมพันธ์และต่อเนื่อง มีข้อควรคำนึงดังนี้


จัดลำดับความคิดให้ต่อเนื่องกัน

แยกประเด็นใหญ่และประเด็นย่อยออกจากกันให้ชัดเจน

เขียนโครงเรื่อง อาจเขียนด้วยคำหรือวลีก็ได้ หรือจะทำเป็นรูปประโยคก็ได้

วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดความคิด ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้คือ การหัดคิดถึงคำที่มีความเกี่ยวข้องกับคำที่กำหนดให้อย่างน้อย 10 คำ แล้วนำคำเหล่านั้นมาผูกเป็นประโยคสั้น ๆ ดังตัวอย่าง

บ้าน เป็นคำที่กำหนดให้คำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 10 คำ ได้แก่ พ่อ แม่ ลูก ความสุข ความรัก พักผ่อน อาหาร น้ำ สบาย สำคัญ ฯลฯ

เมื่อนำคำเหล่านี้มาผูกเป็นประโยคสั้น ๆ ก็จะได้ประโยค เช่น


บ้านเป็นที่ให้ความสุขแก่เรา

เราได้พักผ่อน ได้กินอาหาร และดื่มน้ำที่บ้าน

พ่อแม่รักลูกและเลี้ยงดูลูก ให้สุขสบาย

บ้านมีความสำคัญสำหรับทุกคน

ต่อไปนี้จะเสนอโครงเรื่อง ให้นักเรียนดูพอเป็นแนวทางในการเขียนต่อไป

เรื่องที่ 1 : ความมัธยัสถ์

คำนำ : ให้คำจำกัดความของคำว่า ? มัธยัสถ์ ? (การกระเหม็ดกระแหม่รักษาทรัพย์และผลประโยชน์ที่ได้มาให้คงเหลืออยู่กับตน เพื่อใช้ในเมื่อจำเป็น เมื่อยามชรา )

เนื้อเรื่อง : - ลักษณะของความมัธยัสถ์ (เป็นคุณสมบัติที่มนุษย์ฝึกฝนให้มีขึ้นได้)

- จะมัธยัสถ์อย่างไร (คนทั่วไป มีสลึงควรประจบให้ครบบาท, รู้จักแบ่งทรัพย์, ไม่สร้างหนี้

ไม่ฟุ่มเฟือย )

- คุณประโยชน์ของความมัธยัสถ์ (เป็นไทยแก่ตน เกื้อกูลผู้อื่น)

- ความสำคัญของความมัธยัสถ์ ( ป้องกันมิให้เป็นหนี้ )

สรุป : มัธยัสถ์ช่วยชาติในยามวิกฤตได้ ? มัธยัสถ์วันละนิด ชีวิตจะสดใส ?
 
 
 


ที่มา...หลักการเขียนเรียงความ

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)

TAGS:

หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  


สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | ซื้อขายสัตว์เลี้ยงออน์ไลน์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
 

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.092 วินาที กับ 29 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.011s, 2q)
Google visited last this page 28 ชั่วโมงที่แล้ว