ผู้เขียน หัวข้อ: สำนวนไทยสู่บทกลอน  (อ่าน 43517 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
สำนวนไทยสู่บทกลอน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2008, 02:49:26 pm »

กฎแห่งกรรม

เขาว่างม...เข็มใน...มหาสมุทร
ยากที่สุด...ขอบเขต...ที่ค้นหา
หากเข้าเมือง...ตาหลิ่ว...ต้องหลิ่วตา
หักด้ามพร้า...ด้วยเข่า...ไม่เข้าที

สู้อุตส่าห์...เข็นครก...ขึ้นภูเขา
เพราะเทือกเถา...เหล่ากอ...ไม่มีศรี
ต้องหวานอม...ขมกลืน...ทุกราตรี
เขาได้ที...ขี่แพะไล่...ไม่เมตตา

เพราะชนัก...ติดหลัง...ตัวเขาอยู่
เฒ่าหัวงู...หลอกเด็ก...เลวหนักหนา
เรามันแค่...บ้านนอก...คนคอกนา
ีปัญญา...แค่หางอึ่ง...จึงระทม

เหมือนโปรดสัตว์...ได้บาป...ตัวข้านี้
เมื่อคนดี...ขี้ตามช้าง...พรางขื่นขม
เห็นกงจักร...เป็นดอกบัว...ไม่กลัวตรม
ขึ้นวอสม...ใจคางคก...คงตกตาย

พี่ห้ามเจ้า...ว่าไฟเอ๋ย...น้องอย่าเล่น
เอาน้ำเย็น...เข้าลูบ...ผูกใจหมาย
แต่ยิ่งดัด...ไม้แก่...ก็ยิ่งตาย
ดัดไม่ง่าย...เหมือนอ่อน...แต่ก่อนมา

ก่อนจะไป...เหมือนกระดี่...ที่ได้น้ำ
เมื่อถูกย่ำ...กลับมาใย...กันเล่าหนา
เห็นแล้วหรือ...ผงชั่ว...ที่เข้าตา
จึงกลับมา...หาพี่...ที่ต่ำทราม

อกของพี่...มันไหม้...ไส้มันขม
เมื่อนิยม...ตัวเจ้า...เจ้าก็หยาม
เมื่อโคแก่...กินหญ้าอ่อน...ย้อนมาตาม
หมดสิ้นความ...งามแล้ว...ซิแก้วตา

พี่ตักน้ำ...รดหัวตอ...ง้อแต่เจ้า
สู้ข่มเขา...โคขืน...ให้กลืนหญ้า
กินบนเรือน...เจ้ากับขี้...บนหลังคา
ยืนกระต่าย...สามขา...อย่ามาวอน

พี่มิใช่...ไก่รองบ่อน...ของเจ้าแล้ว
พี่ดวงแก้ว...ขอลา...วานรก่อน
ยามใกล้เกลือ...เจ้ากินด่าง...อ้างดงดอน
มันสุดร้อน...เกินจะอยู่...เป็นผู้คน

เมื่อถอดเขี้ยว...ถอดเล็บ...จนสิ้นสูญ
ก็ไม่อาจ...เพิ่มพูน...ให้เป็นผล
เพราะแผลเก่า...มันเจ็บแสน...แน่นกมล
พี่มันจน...ทนอยู่...คงไม่นาน

ประวัติ...ศาสตร์อาจซ้ำ...ช้ำมาให้
เมื่อบุญหนัก...ศักดิ์ใหญ่...มาเยี่ยมบ้าน
เจ้าก็คง...ตรงเข้าหา...ดังก่อนกาล
.คงประหาร...ใจพี่...ที่แสนทราม

น้องผิดเอง...ที่ตบหัว...แล้วลูบหลัง
เส้นผมบัง...ตาน้อง...จึงมองข้าม
พี่สีซอ...ให้ฟัง...ยังวู่วาม
แกงจืดทราม...แล้วจึง...รู้คุณเกลือ

หวังแต่ให้...ราชรถ...มาเกยน้อง
จึงอุ้มท้อง...แบกหน้า...มาให้เอื้อ
ผัวแก่เขา...ไม่เคยคิด...จะจุนเจือ
เพราะจับเสือ...มือเปล่า...ต้องเศร้าใจ

เขาเขียนด้วย...มือแล้ว...ใช้ตี.นลบ
พูดกระทบ...กระเทียบ...เปรียบนางไพร่
แพศยา...ทาสี...อีจัญไร
แล้วผลักไส...ไล่ส่ง...สู่ดงเวร

.เรือน้องขาด...หางเสือ...พี่ก็รู้
ไม่ใช่งู...เห่าแน่...แผลก็เห็น
คว้าน้ำเหลว...กลับมา...สุดลำเค็ญ
จะฆ่าเข่น...พี่ได้...อย่างไรกัน

พี่ตกน้ำ...ไม่ไหล...ไฟไม่ไหม้
แต่น้ำตา...น้องตกใน...ใครจะกลั้น
เมื่อไม่ยอม...ลงเรือ...ลำเดียวกัน
หนูติดจั่น...คงต้องหา...ทางออกเอง

คนเสียผี...ควายเสียบ่า...ขอลาแล้ว
เหมือนเรือแจว...รั่วน้ำ...มาเร้าเร่ง
กินน้ำตา...ต่างข้าว...เฝ้าหวั่นเกรง
ความวังเวง...ควรแล้ว...ที่เข้ามา

แมลงเม่า...โง่เขลา...เบาหัวคิด
ขอถอดจิต...ชิดกาย...ไปภพหน้า
ตายทั้งกลม...เถิดลูก...แม่ขอลา
จบตำรา...คนใจง่าย...ตายแหละดี

โบราณว่า...คนล้ม...แล้วอย่าข้าม
โอ้นงราม...น้องเอ๋ย...อย่าหมองศรี
เจ้าหนีร้อน...พึ่งเย็น...เป็นสิ่งดี
ชั่วเจ็ดที...ดีเจ็ดหน...อย่าจนใจ

พี่จะช่วย...รักษา...นกปีกหัก.
วัวสิ้นหลัก...ฟักสิ้นร้าน...ต้องผ่านได้
พี่อย่าเคาะ...กะลา...ให้ดีใจ
มดก็จะ...ไม่ให้ไต่...ไรไม่ตอม

.จะกล่อมเกลี้ยง...เลี้ยงดู...ลูกของน้อง
แม่เนื้อทอง...ของพี่...จงคืนหอม
จะร่วมหัว...จมท้าย...แม่พะยอม
รอดสันดอน...มามีพร้อม...ทั้งครอบครัว

พี่นี้จะ...ทนอาบ...เหงื่อต่างน้ำ
ไม่แปรปาก...หลากคำ...ทำให้มั่ว
คงลืมตา...อ้าปาก...จากหมองมัว
อย่าหวาดกลัว...เหมือนผัวเก่า...แต่ก่อนมา

เจ้าเป็นนก...ผิดป่า...ปลาผิดน้ำ
จึงชอกช้ำ...กรรมสาหัส...ซัดเข้าหา
ไอ้หัวงู...มันขุดบ่อ...คอยล่อปลา
ขี้แล้วแจว...เหมือนหมา...สารเลว

ถ้าน้ำลด...เมื่อไร...ตอคงผุด
สูงที่สุด...ก็คงหัก...เมื่อหลักเหลว
หมาเดือนสิบ...สองต้องแพ้...แก่เพลิงเปลว
สู่หุบเหว...เลวระยำ...ที่ทำมา

อันคนดี...มีน้อย...ถ่อยมีมาก
มือถือสาก...ปากถือศีล...ก็มากหนา
ลิ้นตวัด...ถึงใบหู...ดูเกลื่อนตา
ตีสองหน้า...ก็มากนัก...จงหักใจ

เมื่อผมหงอก...รายหน้า...ตัณหากลับ
มันไม่รับ...ลูกน้อง...อย่าร้องไห้
ตีหลายหน้า...น้องเอ๋ย...ปล่อยเลยไป
แผ่นดินไม่...กลบหน้า...กล้าแหละดี

เราไม่ได้...คาบช้อนทอง...ออกมาด้วย
เมื่อคนรวย...เปล่งแสง...แห่งศักดิ์ศรี
เราหิ้งห้อย...น้อยค่า...บารมี
คงไม่มี...ใครเขาเห็น...ความเป็นคน

อยู่นี่เอง...หรอกหรือ...นางขี้ข้า
พวกอีกา...ต่ำศักดิ์...สะบัดขน
มาล้วงคอ...งูเห่า...เผ่าสกนธ์
คงเปรอปรน...ผัวกู...จนอิ่มเอม

กูมิใช่...ช้างเท้าหลัง...ดังมรึงคิด
ผัวกูติด...ใจมรึง...จึงเกษม
หารู้ไม่...ถมเท่าไร...ก็ไม่เต็ม
ทิ้งความเค็ม...เสียแล้ว...เกลือผัวกู

กูยอมเสีย...ทองท่วมหัว...เพื่อผัวได้
ต้องร้อนอก...ร้อนใจ...เมื่อไม่อยู่
จำใส่หัว...แม่ตี.นไว้...ใคร่ครวญดู
ว่าชาติหมู...อดขี้ได้...เป็นไม่มี

กูจะให้...อัฐมรึง...สักหนึ่งก้อน..
แก้วลืมคอน...อย่างมรึง...คงกลับที่
ปลิงอย่างมรึง...ควรจะปล่อย...กันสักที
อย่ามาตี...หน้าตาย...ให้หายเคือง

หากคันไม้...คันมือ...ขึ้นละก็
กูอาจจะ...งัดข้อ...คิดก่อเรื่อง
ถ้าไม่อยาก...ขายหน้า...คนทั้งเมือง
เชิญดอกเอื้อง...รับอัฐ...ไปโดยดี

หญิงอย่างมรึง...ดื่นเป็น...กล้วยน้ำหว้า
ทุกหย่อมหญ้า...หาได้...หลากหลายที
แต่หนึ่งเดียว...คือกู...ลูกผู้ดี
ไม่ใช่อี...ชาติไพร่...เหมือนอย่างมรึง

มรึงได้เสีย...ผัวกู...จนลูกติด
อย่าได้คิด...แบ่งสมบัติ...สักสลึง
มารหัวขน...คนชิงหมา...อย่ามาดึง
ยอดตำลึง...ก็หรูแล้ว...สำหรับกา

ฟังเข้าด่า...เสียดแทง...แสลงจิต
ถือความผิด...เป็นครู...ยังถูกด่า
เหมือนผีซ้ำ...ด้ำพลอย...คอยเย้ยมา
ไม่ลดรา...วาศอก...เลยกงกรรม

เมียหลวงคิด...สะกิด...เอาแผลเก่า
มาเผาเรา...ให้ร้อน...เหมือนก่อนช้ำ
ที่หลงใหล...ได้ปลื้ม...ลืมความดำ
จึงถลำ...ต่ำค่า...ลงกว่าเดิม

ต้องเออออ...ห่อหมก...รับอัฐเขา
ก้มกราบเท้า...ขอขมา...ความแต่เริ่ม
ถึงยากจน...เข็ญใจ...ยิ่งกว่าเดิม
ก็จะไม่...เห่อเหิม...กลับคืนมา

รับอัฐเมีย...ผัวแก่...มาแนบอก
พูดโกหก...พกลม...เมื่อต่อหน้า
แล้วนำเงิน...ไปให้...กับอาชา
เพื่อให้ม้า...อารี...นี่ร่มเย็น

เจ้าแดงเอ๋ย...นอนเสีย...เถิดลูกรัก
อย่าดื้อนัก...ลุงเขา...จะทุกข์เข็ญ
แม่อยู่ไป...ก็เหมือนกับ...ตายทั้งเป็น
ฝากเดือนเพ็ญ...เอ็นดู...ลูกข้าที

ในจดหมาย...แม่เพียร...เขียนสั่งสอน
เจ้าอย่าอ้อน...ให้มาก...ลำบากที่
อย่าเอาไม้...ไปแหย่เสือ...นะคนดี
เป็นสตรี...ต้องรักนวล...สงวนตัว

ชื่อว่าปลวก...อย่าได้งัด...มาเพิ่มเขา
เสือนอนเศร้า...เจ้าอย่าคิด...ว่าไม่ชั่ว
อย่าได้เห็น...กงจักร...เป็นดอกบัว
เจ้าอาจชั่ว...เหมือนแม่...แต่เดิมบาง

รู้ว่าเสือ...อย่าเอาเรือ...เข้าไปจอด
รู้ว่ามอด...อย่าเอาไม้...เข้าไปขวาง

อย่าเลียนแบบ...ดอกไม้...ที่ใกล้ทาง
ควรตีตน...ออกห่าง...ความจัญไร

เขายกยอ...ปอปั้น...ก็อย่าเหลิง...
อาจเป็นเพลิง...แผดเผา...คราวหลังได้
อย่าปล่อยให้...พวกมาก...คอยลากไป
จะปราชัย...พ่ายแพ้...ความอัปรีย์

เมื่อเติบใหญ่...อย่านอกครู...นะลูกรัก
อย่าใฝ่สูง...ให้เกินศักดิ์...จะบัดสี
อายุแม่...ไม่อาจยืน...ถึงหมื่นปี
ขอสั่งเสีย...เท่านี้...เพราะมีเวร

หยิบผ้าห่ม...ผูกขื่อ...ถือคอให้
แล้วเขี่ยฐาน...ให้ตกไป...ดังใจเน้น
ขอปิดฉาก...คนใจง่าย...คล้ายกากเดน
ไม่อาจเป็น...ร่มไทร...ให้พักพิง

เจ้าหนุ่มซื่อ...ถือสัตย์...กลับถึงบ้าน
พบนงคราญ...แขวนอยู่...ไม่สู่สิง
ตัดช่องน้อย...แต่พอตัว...กลัวความจริง
ไม่คิดจะ...แอบอิง...ชิงจากมา

นิ้วไหนร้าย...ทำไม...ไม่ตัดเสีย
ยอมเป็นเบี้ย...ล่างเขา...เขลาหนักหนา
เจ้าตกน้ำ...ก็ไม่ว่าย...เลยแก้วตา
ยามป่วยไข้...ไม่รักษา
...เลยคนดี

ลูกของเจ้า...จะหานม...กินที่ไหน
จะมีใคร...ไหนเผื่อ...เอื้อให้พี่
เลือดในอก...ของใคร...ใครจะพลี
ให้ลูกเจ้า...คนนี้...ได้ดื่มกิน

โอ้หลานเอ๋ย...หลานลุง...เจ้าอย่าร้อง
โอ้เนื้อทอง...แม่เจ้า...เขาผกผิน
ตายเพื่อล้าง...คราบข่าว...คาวมลทิน
อย่าถวิล...หาเลยหลาน...มันป่วยการ

ฝ่ายโคแก่...มีเมีย...ก็มากหลาย
ก็ต้องตาย...เพราะเมียหลวง...ลวงสังหาร
จึงคิดถึง...เชื้อไข...ในดงดาร
ลูกนงคราญ...เท่านั้น...ที่มีบุญ

จะกลับไป...กลืนน้ำลาย...ที่เคยถ่ม
ก่อนสิ้นลม...หายใจ...หมายเกื้อหนุน
หญิงหรือชาย...ก็ได้...เจ้าประคุณ
เฝ้าว้าวุ่น...งันงก...ตกบันได

เมียหลวงมอง...เห็นผัว...ลงผิดท่า
กลายเป็นบ้า...เสียจริต...เลิกคิดใฝ่
มรดก...จึงตกอยู่...กับชาวไพร
ลูกกำพร้า...สาใจ...กฎแห่งกรรม

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: สำนวนไทยสู่บทกลอน ตอน ไม่ดูตาม้าตาเรือ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2008, 02:53:07 pm »

ไม่ดูตาม้าตาเรือ
มันเหลือบ่ากว่าแรงหรือไฉน
ไม่เข้ายา...ไม่เต็มบาท...หรืออย่างไร
เธอถึงได้โง่เง่า..เต่าตุ่นจริง

โง่แล้วอยากนอนเตียงทำเอียงโสต
ใครไม่โกรธไม่รู้ร้อน..ใครนอนนิ่ง
ไม่ใช่ฉัน..หรอกหนา..อย่าทำลิง
อย่าทำค่าง..จงนิ่ง..แล้วก็ฟัง

มะกอกสาม...ตะกร้า...ปาไม่ถูก
เธอมีลูก...อยู่แล้ว..ที่แนวหลัง
เมื่อรู้เช่น...เห็นชาติ...ฉันยิ่งชัง
อมพระมาพูด...ก็ไม่ขลัง...อีกแล้วเธอ

ฉันสู้รบ...เคียงบ่า...ยังกล้าหลอก
มันหน้าตอก...เล็บให้...ด้วยใจเผลอ
ไม่น่าหลง...ไว้เนื้อ...เชื่อใจเธอ
รักที่เผลอ...พอแล้ว...เราขาดกัน

จะแหงนคอ...ตั่งบ่า...ถ้าทายโลก
จะไม่โศก...เพราะเธอ...จะมุ่งมั่น
ยืนกระต่าย...ขาเดียว...เลิกผูกพัน
ที่ผ่านมา..แค่ปัน..ให้หมาไป...

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: สำนวนไทยสู่บทกลอน ตอน ดินพอกหางหมู
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2008, 02:58:04 pm »

ดินพอกหางหมู...แล้วรู้ไหม
ไม่เต็มบาท...หรือไง...ทำคุดคู้
ต้องปากเปียก...ปากแฉะ...อีกแล้วตู
จำใส่หู...ซะบ้าง..รีบๆเลย

แล้วอย่าทำ...สุ่มสี่สุ่มห้าอีก
หัดรู้หลบเป็นปีก...นะน้องเอ๊ย
รู้น้อยพลอยรำคาญ...ก้ออย่าเลย
สิ่งที่เคย...ปล่อยวาง...แล้วจะดี

อย่าทำโง่แกมหยิ่ง...เร็วๆเข้า
พระศุกร์เข้า...พระเสาร์แทรก...จะแยกที่
ยืมจมูกคนอื่นหายใจ...มันไม่ดี
ต้องเพียรเอง...แบบนี้...ซิเจริญ

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN