รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => กลอนธรรมะสอนใจ => ข้อความที่เริ่มโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 17, 2010, 12:48:18 pm

หัวข้อ: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 17, 2010, 12:48:18 pm

ณ สวรรค์ชั้นดุสิตสถิตเทพ
ท่านท้าวเวสสันดรต้องอาศรร
ชาติสุดท้ายพระองค์คงโจษจัน
พระผู้อันตรัสรู้โพธิญาณ

พระทรงมีสรีระเศร้าหมองศรี
มีราคีเกิดขึ้นส่งสังขาร
เป็นนิมิตหมายออกบอกสัญญาณ
ขอให้ท่านจุติสู่ปฐพี

องค์ท้าวเธอรับคำอย่างมั่นเหมาะ
ขอตรวจดูเฉพาะแห่งราศี
ดูทวีป มารดา ค่าชีวี
สมควรที่ข้าเกิดดับทุกข์ภัย

เมื่อเห็นเหมาะสมควรแห่งนิมิต
ทรงสถิตเหนือบัลลังก์วิมานได้
ทรงกำหนดที่จุติที่ตั้งไว้
แล้วจากไปทิ้งร่างเทพเทวัญ

อัศจรรย์โลกเกิดแผ่นดินไหว
สนั่นไกลยังนรกและสวรรค์
สัตว์ทั้งหลายรับรู้โดยทั่วกัน
ว่าโพธิสัตว์นั่นจุติสู่แผ่นดิน

ตอนต่อไปจะกล่าวถึงเหตุเกิด"ศากยวงศ์"

[gmod]ขอย้ายอีกเช่นเคยจ้า กลอนแบบนี้ ต้องบอร์ดกลอนธรรมะเลย ผู้อ่านจะได้ตามอ่านถูกเนอะน้องทีเนอะ  p17[/gmod]
หัวข้อ: Re: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 18, 2010, 06:49:27 pm

จะขอกล่าวถึงเจ้า"โอกการราช"
มีพระชาติเป็นกษัตริย์ยอดมิ่งขวัญ
ปกครองราชธานินถิ่นสำคัญ
จอมราชันยิ่งชาติบารมี

มีโอรส ธิดารวมแล้วเก้า
พระองค์เจ้ายิ้มแย้มแลสรวลศรี
แต่พระองค์ต้องสิ้นกลิ่นเทวี
พระองค์นี้เศร้านักหักหทัย

ทรงแต่งตั้งเทวีพระองค์ใหม่
ท้าวเธอได้โอรสหมดสงสัย
จึงรับสั่งลูกทั้งเก้าให้ไปไกล
จงสร้างได้เมืองใหม่ในไพรี

เหล่าโอรสธิดามาทั้งเก้า
พร้อมทั้งเหล่ากสิกรเกสรศรี
สู่ดงไม้สักกะกลางไพรี
ที่ตรงนี้เราจะสร้างเมืองใหม่กัน

เพราะเป็นที่อาศรมองค์ฤาษี
พระทรงมีนาม"กบิล"ดูเสกสรร
จะใช้ชื่อ"กบิลพัสดุ์"กับเมืองนั่น
ชื่อโจษจันความสามารถเหล่าโอกกา

องค์ท้าวเธอได้รู้ความประพฤติ
ทรงได้นึกคำมั่นกลั่นภาษา
ตรัส"สักกะ"แปลว่า"อาจ"นะลูกยา
เป็นขัตติยาสกุลเจ้า"ศากยะ"

พี่น้องแปดร่วมสังวาสกันในหมู่
จับเคียงคู่อยู่กินไม่ลดละ
แต่พี่สาวขอบายข้าไปละ
เป็นสุขนะเหล่าน้องของพี่นาง

พระพี่นางสร้างสมรสเจ้าธานิน
อยู่ยังถิ่น"เทวทหะ"ร่วมเคียงสร้าง
เป็น"โกลิยะ"วงศ์สกุลแห่งพี่นาง
ร่วมนำทางวงศ์พี่น้องสองธานี

ช่วยติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ

หัวข้อ: Re: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 18, 2010, 07:02:27 pm

กาลเวลาล่วงนานถึง"สุทโธ"
มเหสีนามโอ่โอ้"มายา"
ทรงครองคู่ครองรักคู่เคียงฟ้า
ณ นครานามว่า "กบิลพัสดุ์" ธานี

ในคืนหนึ่งพระนางนิมิตหมาย
ช้างเผือกพลายชูช่อส่งวิถี
คชสารขานยื่นปทุมกลิ่นโสภี
ให้เทวีได้ยลแล้วหายไป

พอรุ่งเช้าพระนางเจ้าบอกสามี
นิมิตนี้ดีชั่วทรงบอกให้
หมู่โหราทำนายวาจาที่ให้ไป
แล้วบอกให้ข้าทราบถ้อยวาจา

หมู่โหราตรวจดูนพเคราะห์
อย่างมั่นเหมาะกราบทูลถ้อยภาษา
ผู้มีมีบุญหนุนนำจากเทวา
ลงจากฟ้ามาจุติครรภ์เทวี

กาลเวลาล่วงผ่านทศมาศ
ธรรมชาติมิล่วงนวลฉวี
วรกายมิต้องกับราคี
พระเทวีเหมือนดั่งคนธรรมดา

พอใกล้คลอดเทวีมีวาทะ
พระองค์จะกลับบ้านเกิดในทิศา
ทรงเอ่ยถ้อยสำเนียงเสียงวาจา
กับราชาสุทโธสวามี

หัวข้อ: Re: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 21, 2010, 10:17:55 pm

องค์ราชาดำริสั่งเป็นมั่นเหมาะ
ให้เสนาะสำเนียงเพียงภาษา
เราจะไปกับเจ้าเหล่าเสนา
สู่ถิ่นมาตุภูมิเจ้า"มายา"

เมื่อมาถึงกลางทางแห่งธานี
พระเทวีทรงปวดทั่วกาสา
ณ "ลุมพีนี" อุทยานกลางป่า
พระเทวีมิได้มาอย่างตั้งใจ

สิบห้าค่ำเดือนที่หก ฤกษ์ปีจอ
ฤกษ์งามก่อกำเนิดให้ฟ้าใส
เป็นนิมิตแห่งวิถีแม้ทางไกล
โพธิสัตว์ไซร้จะกำเนิดในพงไพร

ทรงดำเนินสู่ไม้สาละพฤกษ์
เทวีนึกคลอดแน่แล้วมิสงสัย
กิ่งพฤกษาโน้มน้าวสู่กรให้
เทวีไซร้ได้ยึดเหนี่ยวคลอดกุมาร์

พื้นแผ่นดินหวั่นไหวให้กึกก้อง
ส่งเสียงร้องไปไกลให้หรรษา
พระโอรสที่เกิดกำเนิดมา
มีเทวาคอยรับจากพระครรภ์

พระโอรสดำเนินย่างเจ็ดก้าว
ร้องบอกกล่าวให้โลกได้เสกสรร
"เราเป็นยอดกว่าคนใดให้นิรันดร์
ชาตินี้นั้นชาติสุดท้ายที่เรามี"

เมื่อโอรสประสูติอยู่กลางสวน
องค์ราชาชักชวนหมู่น้องพี่
เสด็จกลับกบิลถิ่นธานี
ฉลององค์เทวีได้กุมาร

หัวข้อ: Re: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 21, 2010, 10:19:49 pm

กล่าวถึง"อสิตดาบส"
ชนประนดพรตวันทา
รู้ข่าวจึงรีบมา
จากพงพาป่าแสนไกล

รีบเร่งให้ได้พบ
เมื่อประสบสมดั่งหมาย
เคารพองค์เจ้าชาย
พระวรกายงามโสภี

เจ้าชายแสดงฤทธิ์
ยืนสนิทเหนือเกสี
สองบาทเหนือปฐพี
บนชฎาเฒ่าดาบส

ดาบสเห็นดังนั้น
ยิ่งงงงันดั่งบรรพต
นี่ข้าพระดาบส
โดนขี่กดสองบาทา

จึงนิ่งคิดพินิจ
ทั้งยังคิดลักษณา
ของเจ้ากุมารา
ล้วนถูกต้องดั่งทำนาย

ถ้าองค์ออกผนวช
คือออกบวชโปรดเวไนย
จะเป็นองค์พุทธไซร้
สามภพไหว้ตลอดกาล

แต่แล้วต้องโศกศรร
เพราะข้านั้นมิสืบสาน
ต้องตายก่อนถึงกาล
แห่งเยาวกาลกุมารา

จะให้หลานชายข้า
สืบสัญญาติดตามหา
รับใช้ใกล้บาทา
คอยรักษายามรู้ธรรม

แล้วท่านก็ทูลลา
องค์ราชาผู้เสกสรร
ออกจากธานีพลัน
แล้วเร่งมั่นกลับกุฏี

วันนี้ขอแต่งเป็นกาพย์ยานี ๑๑ นะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: กวีพเนจร ที่ กรกฎาคม 21, 2010, 10:22:21 pm

แล้วต่อมาไม่นานพราหมณ์ร้อยแปด
ได้มาแวดล้อมองค์โอรสา
เพิ่งพินิจพิเคราะห์ลักษณา
องค์ปุญญาหน่อเนื้อสัพพัญญู

พราหมณ์แปดคนผู้ทรงองค์ความรู้
พินิจดูแล้วทูลสิ่งเป็นอยู่
ถ้าออกบวชเจ้าชายตรัสรู้
ถ้ายังอยู่ครองเรืองเป็นเจ้าจักรพรรดิ

แต่มีพราหมณ์นามว่าโกณฑัญญะ
เป็นเอกะเพียงหนึ่งเดียวมิเปลี่ยนผลัด
กล่าวเที่ยงตรงหนึ่งเดียวไม่เลี้ยวลัด
พระองค์ตรัสรู้แน่ข้าสัญญา

พระราชาได้ยินคำทูลกล่าว
ใจสะกาวดั่งดาราบนท้องฟ้า
จึงเคารพนับเกล้าด้วยวันทา
ใจเริงร่าเมื่อพราหมณ์พยากรณ์

พราหมณ์ทั้งแปดตั้งพระนามตามกาละ
สิทธัตถะกุมารอดิสร
แปลว่าสมปรารถนาตามสิ่งวอน
และให้พรกุมารน้อยแล้วถอยไป

ผ่านคืนวันล่วงผ่านเข้าวันเจ็ด
พระมารดาเสด็จมาจากไกล
สิ้นพระชนย์ทิวงคตสวรรคาลัย
เป็นวิสัยของพุทธมารดร