ผู้เขียน หัวข้อ: รวมบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ในวรรณคดี  (อ่าน 120649 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: รวมบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ในวรรณคดี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:10:33 pm »

                พิกุล
        พิกุลจะกรองอุบะ
        ลำดวนจะร้อยเป็นสร้อยใส่
        จะทำบุหงารำไป
         วางไว้ข้างที่ไสยา
                จาก  อิเหนา : รัชกาลที่ 2

    * ชื่อวิทยาศาสตร์: Mimusops elengi L.
    * ชื่อสามัญ: พิกุล (อังกฤษ: Spanish cherry)
    * ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ: แก้ว (เชียงใหม่) ซางดง (ลำปาง)
     
    * ลักษณะ:
    * ใบ:ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรี รูปไข่กว้าง 2 - 6 ซม. ยาว 7 - 15 ซม.

ปลายใบแหลมเป็นติ่งขอบใบเป็นคลื่น

    * ดอก:ดอกเดี่ยว อยู่รวมกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่งหรือที่ซอกใบ กลีบเลี้ยง 8

กลีบ เรียงซ้อนกัน 2 ชั้น กลีบดอกประมาณ 24 กลีบ เรียงซ้อนกันโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเล็กน้อย ดอกสีขาว เมื่อใกล้โรยสีเหลืองอม น้ำตาล ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี เหลือง รสหวานอมฝาด

    * การดูแล: ดินทุกชนิด กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง เจริญได้ดีในดินทุกชนิด ชอบแดดจัด ทนต่อสภาพต่าง ๆ ได้ดี ขึ้นประปรายในป่าดิบทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
    * การขยายพันธุ์:โดยการเพาะเมล็ด
    * ประโยชน์:- ปลูกเป็นไม้ประดับและให้ร่มเงา ลำต้นใช้ในการก่อสร้าง ทำโครงเรือเดินทะเล เครื่องมือการเกษตร

- เปลือกต้น ต้มอมกลั้วคอ แก้เหงือกอักเสบ - เนื้อไม้ที่ราลงมีสีน้ำตาลเข้มประขาว มีกลิ่นหอม เรียกว่า ขอนดอก ใช้บำรุง ตับ ปอด หัวใจ และบำรุงครรภ์ - ดอก มีกลิ่นหอมจัดอยู่ในพิกัดเกสรทั้งห้า เข้ายาหอม บำรุงหัวใจ แก้เจ็บคอ น้ำมันหอมระเหยจากดอกใช้ทาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ - ผลสุก ใช้รับประทานได้ - เมล็ด ตำให้ละเอียดทำเป็นยาเม็ดสำหรับสวนเวลาท้องผูก


ที่มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: รวมบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ในวรรณคดี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:14:36 pm »

            บานเย็น
             
             Four-o'clock, Marvel of Peru, False Jalap,
             Mirabilis jalapa
               (Nyctaginaceae)

            ลางนางบ้างเก็บลูกบานเย็น            มาผัดหน้าทาเล่นไม่เป็นสิว
                                                                   อิเหนา : ร.2


        บานเย็นเป็นพรรณไม้พุ่ม มีลำต้นเตี้ยมากประมาณ 2 ฟุต จะออกใบเป็นคู่ ๆ สลับกันไปตามลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหอก ปลายแหลม เส้นกลางใบเป็นสีเหลืองออ่อน ๆ  เห็นได้ชัดมาก ดอกจะมีอยู่หลายสีแล้วแต่พันธุ์ เช่น สีแดง เหลือง ม่วง ขาว ลักษณะของดอกนั้นเมื่อยังไม่บานจะเป็นรูปหลอด พอบานแล้วจะเป็นรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เมื่อดอกบานมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 ซม.ดอกจะบานเฉพาะในเวลาตอนเย็น และจะหุบในเวลาตอนเข้าของอีกวัน ดอกมีกลิ่นหอม และจะออกดอกติดกันเป็นกลุ่ม การ
ขยายพันธุ์ใช้การเพาะเมล็ด

        บานเย็นนั้นเป็นไม้ที่เลี้ยงง่ายควรปลูกไว้กลางแจ้ง ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ควรได้รับการปรับปรุงดินก่อนการปลูก บานเย็นต้องการน้ำ และความ
ชื้นปานกลาง

ที่มาจาก http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-5/no02/flowerinliterature/sec10page03.htm

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: รวมบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ในวรรณคดี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:21:28 pm »

                       รัก
                Crown Flower, Giant lndian Milk
                 weed, Gigantic Swallow-wort
                 Calotropis gigantea (Linn.) R.Br.exAit.
                  (ASCLEPIADACEAE)

                   เห็นต้นรักหักโค่นโคนสะบัด
                   เป็นรอยตัดรักขาดให้หวาดไหว
                   เหมือนตัดรักตัดสวาทขาดอาลัย
                   ด้วยเห็นใจเจ้าเสียแล้วนะแก้วตา
                                      นิราศพระประธม : สุนทรภู่

           ลักษณะทั่วไป ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 1.5-3 ม. ทุกส่วนมีน้ำยาง ขาวเหมือนน้ำนม ตามกิ่งมีขน ใบ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี แกมขอบขนาน ปลายแหลม โคนเว้า กว้าง
6-8 ซม. ยาว 10-14 ซม เนื้อใบหนาใต้ใบมีขนนุ่ม ก้านสั้น ดอก สีขาวหรือสีม่วง ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบสีเทาเงิน หรือสีม่วง กลีบดอก 5 กลีบ
โคนเชื่อมติดกัน เมื่อเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ซม. มีรยางค์เป็นสันคล้ายมงกุฎ 5 เส้น เกสรตัวผู้ 5 อัน ผล เป็นฝักคู่ กว้าง 3-4 ซม. ยาว 6-8 ซม. เมื่อแก่แตกได้ เมล็ดแบนสีน้ำตาล
จำนวนมาก มีขนสีขาวเป็นกระจุกอยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง  ถิ่นกำเนิดอยู่ใน เอเชียกลาง อินเดีย  ออกดอก ตลอดปี  ขยายพันธุ์ โดยใช้เมล็ด ปักชำกิ่ง

          ประโยชน์ เปลือกราก รักษาบิด ทำให้อาเจียน ขับเหงื่อ ยาง มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรง ถ้าถูกผิวหนังทำให้ระคายเคือง สาระสำคัญ ยางสีขาว มีสารพวก bitter
principle เช่น calotropin ฯลฯ  ดอกใช้ทำดอกไม้ประดิษฐ์

ที่มาจาก http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-5/no02/flowerinliterature/sec16page03.htm

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN