กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
มิถุนายน 30, 2015, 12:14:53 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ติดต่อเรา!! Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ

Administrator Comment แจ้งเตือนสำหรับสมาชิกผู้ไม่หวังดีกับเว็บกวีคลับ ทางเราของสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกบัญชีของท่านและลบกระทู้ทั้งหมดทิ้งทันทีหากตรวจสอบพบ กรุณาอ่านกฎของเราด้วยเพื่อสิทธิ์และประโยชน์ของตัวท่าน คลิกเพื่ออ่าน

สำหรับเว็บไซต์ต้องห้าม ที่ห้ามลงในบอร์ดเด็ดขาดมีดังนี้ เว็บไซต์เกี่ยวการพนัน เว็บไซต์หนังโป้อานาจารต่างๆ เว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง เว็บไซต์เกี่ยวกับการเมือง เราขอสงวนสิทธิ์ลบทิ้งทันทีหากตรวจสอบพบ และที่สำคัญเราจะสงหลักฐานทั้งหมด รวมถึงเลข IP ของผู้โพสต์ ให้กับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ ICT มีหลายเว็บที่เราส่งไปให้ ICT แล้วถูกบล๊อก เราจะไม่ขอเอ่ยชื่อเว็บไซต์ดังกล่าวในทีนี้ให้เป็นที่เสื่อมเสีย เว็บไซต์เราเป็นแหล่งให้ความรู้และเปิดโอกาสให้เด็กผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการแต่งกลอนและอ่านกลอน ดังนั้นหากท่านใดที่คิดจะลงบทความที่เป็นที่เสื่อมเสีย น่ารังเกียจในกลุ่มคนสังคมส่วนใหญ่ หรือ สร้างความแตกแยกในสังคม ก็ขอให้คิดไว้ด้วยว่าลูกหลานของท่านอาจจะนั่งอ่านบทความที่ท่านเขียนอยู่ก็ได้

Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก

Moderator Comment แจ้งสมาชิกทุกท่าน สำหรับการฝากรูปภาพเพื่อใช้ประกอบบทกลอน ทางผู้ดูแลขอแนะนำให้สมาชิกทุกท่านฝากรูปไว้บนโฮสของกวีคลับเพื่อป้องกันรูปศูนย์หายหรือถูกลบในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวรูปหายหลายกระทู้มาก เพื่อลดปัญหารูปภาพประกอบบทกลอนหาย ทางผู้ดูแลจึงขอแนะนำให้สมาชิกทุกท่าน ฝากรูปภาพไว้ที่นี่ครับ
หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: รวมบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ในวรรณคดี  (อ่าน 101799 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง

« แต่งต่อ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:27:46 pm »

ถูกใจ หรือ แชร์ สิ่งนี้ให้เพื่อนของคุณ




            สวาด
        หรือภาษาถิ่นทางภาคใต้เรียกว่า หวาด เป็นไม้เลื้อย พบทั่วไปในเขตร้อน ประเทศไทยพบมากตามป่าละเมาะใกล้ทะเล
          เห็นสวาดขาดทิ้งกิ่งสบัด
          เป็นรอยตัดต้นสวาทให้ขาดสาย
          สวาทพี่นี้ก็ขาดสวาทวาย
          แสนเสียดายสายสวาทที่ขาดลอย

         
       ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านของเถาสวาดมีหนามแหลมอยู่ทั่วไป ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ขนาดใหญ่ ยาว 30-50 ซม. มีดอกสีเหลือง เป็นช่อยาว 15-25 ซม. ออกดอกตรงกิ่งเหนือซอกใบขึ้นไปเล็กน้อย มีช่อเดี่ยวหรืออาจแตกแขนงบ้าง ก้านช่อยาวและมีหนาม ผลเป็นฝักรูปรี หรือขอบขนานแกมรูปรี มีขนยาวแหลมแข็งคล้ายหนามตามเปลือก แต่ละฝักมี 2 เมล็ด เมล็ดกลมเปลือกแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. สีเทาแกมเขียว ซึ่งเป็นสีที่เรียกกันว่าสีสวาดนั่นเอง ในสมัยก่อน เด็ก ๆ นำมาใช้เล่นหมากเก็บเพราะมีขนาดและรูปร่างเหมาะสม

     ใบสวาดมีสรรพคุณเป็นยาขับลม แก้จุกเสียด ผลใช้แก้กระษัย เป็นสมุนไพรอย่างหนึ่ง

     ที่มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%94


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า
ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
« แต่งต่อ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:45:19 pm »

ถูกใจ หรือ แชร์ สิ่งนี้ให้เพื่อนของคุณ


              โศก
         
          โศกเป็นพันธุ์ไม้ที่มีการกล่าวถึงบ่อยครั้งในวรรณคดีไทย ส่วนใหญ่เป็นการกล่าวถึงความเศร้าโศกในการพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก เนื่องจากต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ จึงมักพบชื่อโศกในวรรณคดีประเภทนิราศ ซึ่งบรรยายถึงความห่วงหาอาวรณ์ และเมื่อได้เห็นต้นโศกก็ยิ่งทำให้เศร้าหมองยิ่งขึ้น

ดังที่พระมหานาคแห่งวัดท่าทราย ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ประพันธ์ไว้ดังนี้
     เห็นโศกเรียมเร่งเศร้า      สงสาร
โศกร่วงโรนโรยราน             แก่เถ้า
โศกเอยจะยืนนาน               อยู่เมื่อ ใดนา
ดูโศกดูเรียมเศร้า                 โศกเศร้า เหมือนเรียม


           ต้นโศกที่พบในประเทศไทยมีหลายชนิด เฉพาะที่เป็นไม้พื้นเมือง ได้แก่ โศกน้ำ โศกเขาและโศกเหลือง แต่ที่พบมากทั่วไปทุกภาค คือโศกน้ำ ซึ่งมักขึ้นตามริมน้ำ การเดินทางในนิราศ ต่างๆ มักเป็นการเดินทางตามลำน้ำ ดังนั้น โศกที่กล่าวถึงในวรรณคดีจึงน่าจะเป็นโศกน้ำ (Saracaindica Linn.) มากกว่าโศกชนิดอื่น
           โศกน้ำ หรือโศก เป็นไม้ต้นสูง ๑๐-๒๐ เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก มีเรือนยอดกว้าง ใบดกทึบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ยาว ๑๐-๑๘ ซม. มีใบย่อย ๒-๗ คู่ ใบอ่อนเป็นพวง หรือช่อห้อยย้อยลงตรงปลายกิ่ง สีเขียวอ่อนแกมขาวหรือมีสีม่วงอ่อนแซมเล็กน้อย เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ตัดกันกับใบอ่อนสวยงามมากดอกเป็นช่อคล้ายดอกเข็ม ค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕-๑๕ ซม. ออกดอกที่ปลายกิ่งมากกว่าตามลำต้น เริ่มแรกดอกมีสีเหลืองแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มและสีแดงตามลำดับ ในแต่ละช่อจึงเห็นทั้งสามสีแซมสลับกันอย่างสวยงามดอกโศกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีรสเปรี้ยว ใช้รับประทานได้ ฝักแบน ยาว ๑๐-๒๐ ซม. กว้าง ๒-๕ ซม.เมื่อแก่มีสีน้ำตาลและจะแตกในแต่ละฝักมีเมล็ด ๒-๓ เมล็ดพบโศกขึ้นอยู่ตามริมลำธารในป่าทุกภาคออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ และออกฝักประมาณเดือนพฤษภาคม ขยายพันธุ์ โดยใช้เมล็ด มีการปลูกเป็นไม้ประดับตามวัดและสวนสาธารณะต่างๆ แต่ไม่นิยมปลูกตามบ้านเพราะชื่อ โศก หมายถึง ความเศร้า อาจเป็นเพราะเหตุผลข้อนี้ทำให้ในระยะหลังๆ มีผู้เรียกชื่อโศกเป็น อโศก หรืออโศกน้ำ

          เดิมคนไทยเรียกชื่อต้นไม้ชนิดนี้ว่า อโศก ตามชื่อภาษาสันสกฤตที่ใช้อยู่ในอินเดีย ซึ่งหมาย ถึงความรัก และความสุข และเปลี่ยนเป็น โศกตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
           ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ตอนหนึ่งว่า
           แลแบ่งให้ทำศาลา
           ขุดบ่อบางโขมด ตำบล
           บ่อโศกนั้น ขุดบ่อริมต้นโศก
           จึงให้ชื่อ บ่อโศกฯ


          วรรณคดีไทยประเภทนิราศเรื่องหนึ่ง คือ นิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่ ได้บรรยายถึง
พันธุ์ไม้ทั้ง ๓ ชนิด คือ รัก สวาด และโศกไว้ด้วยกันอย่างมีความหมายและได้อรรถรส ดังนี้
           เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง
           ทั้งรักแซมสวาดประหลาดเหลือ
           เหมือนโศกพี่ที่ระกำก็ช้ำเจือ
           เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย


ที่มาจาก http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD/



มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า
ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
« แต่งต่อ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 06:53:14 pm »

ถูกใจ หรือ แชร์ สิ่งนี้ให้เพื่อนของคุณ


                        ซ่อนกลิ่น

         
          ซ่อนกลิ่น (Polianthes tuberosa Linn.) ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ล้มลุกหลายฤดู ขึ้นเป็นกอเล็กๆ มีหัวใต้ดิน ใบสีเขียวนวลหนาและเรียวยาว รูปแถบปลายแหลม เมื่อออกดอกจะแทงช่อรวมเป็นก้านกลมตั้งตรงขึ้นกลางกอ ยาว ๖๐-๙๐ ซม. ดอกเป็นช่อ ๒-๓ ดอก เรียงสลับ ตามแกนช่อรวม ดอกตูมเป็นสีขาวอมชมพูเรื่อๆดอกบานสีขาว มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ ซึ่งกว่าจะบานหมดทั้งช่อจะใช้เวลา ๕-๗ วัน ดอกจะเริ่มบานและมีกลิ่นหอมตั้งแต่ตอนเย็นเรื่อยไปตลอดทั้งคืน โดยเฉพาะกลางคืนยิ่งหอมมาก การที่ดอกมีกลิ่นหอมเฉพาะตอนกลางคืนทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าชื่อซ่อนกลิ่น นั้น มาจากการที่ซ่อนกลิ่นไม่มีกลิ่นหอมในเวลากลางวันนั่นเอง
 
          ชวลิต ดาบแก้ว เขียนไว้ในหนังสือ ดอกไม้ในวรรณคดี ว่าซ่อนกลิ่นชนิดดอกซ้อน เรียกว่า ซ่อนชู้ ส่วนชนิดดอกชั้นเดียวเรียกว่า ซ่อนกลิ่น แต่ในเอกสารอ้างอิงอื่นๆ ไม่มีเล่มใดระบุถึงเลย
           ในวรรณคดีไทยกล่าวถึงซ่อนกลิ่นและซ่อนชู้ควบคู่กันไป เสมอ และมักใช้ในเนื้อความเกี่ยวกับความรักที่ไม่เปิดเผย
ดังที่สุนทรภู่กล่าวไว้ ใน นิราศพระประธม ดังนี้
            เห็นซ่อนกลิ่นซ่อนชู้อดสูจิต
            คิดถึงมิตรมักมากยากนักหนา
            ทำซ่อนชู้รู้ชัดตัดตำรา
            ไม่คบหาสืบสายจนวายวาง

 
          ซ่อนกลิ่นเป็นไม้พื้นเมืองของ เม็กซิโก มีปลูกในไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  หรือก่อนหน้านั้นเชื่อกันว่าชาวจีนหรือชายฝรั่งเศสเป็นผู้นำเข้ามาคนไทยสมัย ก่อนใช้ดอกซ่อนกลิ่นทั้งช่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสต่างๆ ตามแบบคนจีนต่อมาอาจเป็นเพราะใช้กันเป็นประจำในงานศพ ทำให้เกิดธรรมเนียมความเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่เป็นมงคล ไม่ควรนำมาใช้ในงานมงคลต่างๆ
          กลิ่น ของดอกซ่อนกลิ่นเป็นกลิ่นที่หอมแรงและหอมนาน จึงมีการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากดอกไปใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอาง เรียกว่ากลิ่นทิวเบอโรส (Tuberose) จัดเป็นน้ำหอมชั้นดีชนิดหนึ่ง
         ในวรรณคดีเรื่องขุนช้าง ขุนแผน บรรยายถึงกลิ่นหอมของดอกซ่อนกลิ่นไว้อย่างไพเราะยิ่ง ดังนี้
         ซ่อนชู้ชูช่ออรชร
เหมือนเราซ่อนเป็นชู้คู่แฉล้ม
ซ่อนกลิ่นส่งกลิ่นประทิ่นแกม
เหมือนกลิ่นแก้มโฉมยงเมื่อส่งตัว


ที่มาจาก http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD/


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า
TAGS:

หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  

11


counter create hit

กลอนรัก

กลอนแอบรัก กลอนอ้อนวอน กลอนคิดถึง กลอนห่วงใย กลอนน้อยใจ กลอนอกหัก กลอนอำลา กลอนประชด กลอนวันสำคัญ
กลอนอวยพร กลอนธรรมะ กลอนอิงธรรมชาติ งานประพันธ์ กลอนอารมณ์เพลง กลอนตามใจฉัน คำคม,คำขวัญ บทอาขยาน ห้องรวมกลอน รวมผลงานกลอนครูกวี
                   
 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์  | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี  | ฝากภาพฟรี
 
POEM FLUTE MATERIAL MTB KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN
     
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF


| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.174 วินาที กับ 32 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.018s, 2q)

Google เข้าชม หน้านี้เมื่อ 162 ชั่วโมงที่แล้ว