10/3/2556 ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
พฤษภาคม 23, 2013, 12:19:22 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)  (อ่าน 6576 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้
   

ไฟตะเกียง

ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 52


« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:41:19 pm »

ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
เครดิต : จากหนังสือ รวมวรรณคดีของเจ้าพระยาพระคลัง(หน)


ร่าย
  ๏ ศรีสวัสดิ์ปรีดารมย์ ประนมนิ้วประณต ทศนัขประชุม ต่างโกสุมภ์สุนทเรศ โอนวรเกศอภิวาท สยมภูวนาทโมลิศ องค์จักรกฤษณ์กัมเลศ ภาณุเมศศศิธร ปิ่นอมรจักรพาฬ เทเวศพนัสสถานอารักษ์ อีกอัครราชาธิปัตย์ ถวัลยราชกษัตริย์พิเศษ จรรโลงเกศกรุงทวารา ศรีอยุธนยายศโยค ขอนฤโศกทุกข์ภัย นฤจัญไรบำราศ จากวรอาตมวิมลข้อยข้าจะนิพนธ์ลิลิต โดยตำนานนิตย์บูรำ ในปักระณำเวตาล แนะนิทานเป็นประถท
  ๏ องค์ศรีวิกรมเลราช ปางภูวนาถเสด็จไคล ลุศิวาลัยล่วงโอฆ ละจุธาโลกสงสาร โดยโชยงการกำหนด ผู้มียศก็ทรง สำอางองค์โอภาส ด้วยเบญจราชกกุธภัณฑ์ เสด็จยังวันหิมเวศ สู่ประเทศพันฦก สฤงสุบาลพฤกษ์ไพสาณฑ์ ซึ่งเวตาลพำนักนี้ โจนจับยักษีวิทเยศ โดยฤทธิเดชศักดา หวังเป็นหาพนะภูธร เสด็จจรสู่ศิวาสถาน
ซึ่งเวตาลกล่าวปริศนา พรรณนาโดยนิยม ทายศรีวิกรมเสลราช จงภูวนาถฟังปัญหา แม้วิสัชนาบมิได้ ให้เศียรไท้ทำลาย ถ้าฦๅสายแสดงเสร็จ จักนำเสด็จดลศรีโลก อสุรกล่าวโศลกคาถา เป็นปุจฉาวาที แห่งพุฒศรีตรีผ่านเผ้า เรื่องเพชรมงกุฎเจ้า เลิศล้ำตำนาน ฯ
  ๏ ปางก่อนกาลยังมี เจ้าธเรศตรีกษัตริย์ นามท้าวรัตน์นฤเบศร์ ครองนัคเรศศรีบุรี มีมเหสีนิลักษณ์ ชื่อประภาพักตร์เพ็ญพาน โฉมแลลานเลอสวาท ปิ่นเยาวราชกัลยางค์ หกพันนางพระสนม ไอศวรรย์สมศฟงคาร กอบพลหาญกลั่นกล้า กอบพลม้าเมือบเมือง กอบเพลเรืองราชรถ กอลพลคชคั่งคาม ปรปักษ์ขามเคียมคัล ถวายสุวรรณมาลาศ โดยบุรพาศน์ประเพณี ท้าวธมีเอารส นามปรากฏเพชรมงกุฎ เป็นที่สุดเสนหา แห่งพระชนกามารดร ภูธรตั้งมนตรี ชื่อพุฒศรีพี่เลี้ยง บริรักษ์ราชบุตร เพี้ยงเนตรท้าวภักดี ฯ

โคลง 4   
    ๏ พุฒศรีพี่เลี้ยงราช    เอารส
รักร่วมชีวงคต            ลูกท้าว
ถนอมสอนวราพจน์            วรวากย์
ฤๅห่อนห่างเสด็จก้าว    หนึ่งนั้นไป่มี ฯ


ร่าย
  ๏ เมื่อนั้นศรีสุริยวงศ์ องค์พระเพชรมงกุฎ โฉมเฉิดสุดโสภณ เจริญชมน์สิบหกปี ทรงลักษณะศรีสุนทเรศ บวรเกศเส้นสลวย พิศจุไรรวยเรียบร้อย ขนงช้อยชดปลาย วิลาศผายผ่องนวล เนตร์น่ายวนยิ่งศร ขนงเนตรงามงอนงามพริ้ง นาสาปิ้งอังกุศ กรรณกลีบบุษบงบาง ปรางยิ่งปรางทองเปรียบ ริมโอษฐ์เรียบไรทนต์ ทันต์ดำกลแมลงภู่ โอษฐ์แดงดูดุจแย้ม หนุแสล้มเพราพร้อง ศอทรงปล้องกลกลึง อังสาขึงบั้นองค์รัด กระทวยธวัชกลงวง คชินทรจ้วงจับสม สรรพางค์กลมอ้อนแอ้น ยุรยาตร์แม้นเหมือนหงส์ หญิงแลหลงลืมนอน กล่าวกลกลอนขับอาง ชมโฉมหน่อกษัตริย์สร้าง รูปท้าวเทียมใด พ่อนา ฯ

โคลง 4   
๏ พระเอี่ยมโอภาสพื้น    ภูวดล
ดุจอินทร์จากอำพน            สู่หล้า
ฤๅสุริยดำกล            จากรถ มาฤๅ
ฤๅว่าจันทร์แจ่มฟ้า             จากฟ้ามาดิน ฯ
๏ ควรเป็นปิ่นโลกล้ำ    เลิศกษัตริย์
สมสุรางค์นิกรอัด            แอบเฝ้า
เฉลิมกามพธูสวัสดิ์            สังวาส แลพ่อ
แม้ว่านางใดเคล้า            คลาดแคล้วเมืองมรณ์ ฯ
๏ ฝูงนิกรนารีกล้า            ชมโฉม
หวังกษัตริย์ฤๅดีโลม    ลูกท้าว
จบทวยราษฎรโสม-    นัสเสน่ห์ พระนา
หญิงบ่งราชลืมย้าว             หวั่นว้าสวามี ฯ


โคลง 2
  ๏ ทั่วบูรีขับร้อง             ชมโฉมเยาวราชพร้อง
เพรียกพร้องเยินยอ ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน

บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 52


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:45:59 pm »

ร่าย
  ๏ เมื่อนั้นหน่อนฤเบศร ใคร่ประเวศวนาสณฑ์ ชมพรรณผลมิ่งไม้ ประพาสไล่คณยอง โดยสมพองมนสา
ธก็ลีลาสู่ปราสาท พระบิตุราชมาตุรงค์ กระพุมพงกชกร ชุลีธรทูลพระบาท ลาสองราชเล่นไพร ชมไศลไล่มฤคิน รุ่งรัษตินจะกลับ จับมฤคมาถวายไท้
จงบาทอนุญาตให้ ลูกน้อยพเนจร ฯ

โคลง 4
๏ ภูธรฟังลูกท้าว    อำลา
สองเสน่ห์ในบุตรา    ยิ่งล้น
จักทัดก็ออมอา-    ดูรเทวษ ใช่พ่อ
โอพ่อประพฤติพ้น    ผ่อนให้โดยใจ ฯ
๏ เจ้าไปประพาสแล้ว    จรลี มานา
จากพ่อวันหนึ่งดุจปี    หนึ่งไซร้
หนึ่งพนัสพนาศรี    ข้อทุเรศ
ส่วนปิศาจขานไข้    พ่อไข้ใจตาง ฯ
๏ ตรัสพลางสั่งพี่เลี้ยง    เอารส
ถนอมอรพระเยาวยศ    ยอดฟ้า
สูเตือนสู่ชนบท    เวียงราช
อย่าหลงเล่นละเลิงช้า    ขุกไข้ภัยพาล ฯ
๏ ภูบาลตรัสเร่งให้    เตรียมพล
จัตุรงค์พยุหโจษจล    แกล้วกล้า
เสนาเร่งมุขมน-    ตรีตรวจ เตรียมแฮ
มาทันทูลเจ้าหล้า    เสด็จพร้อมพลากร ฯ

 
ร่าย
  ๏ หน่อบดีศรสดับสาร บานกมลมนัส โอนศรีสวัสดิ์อภิวาท ลาสองราชเสด็จดล ยังไพชยนต์บรรยงก์ เสร็จสระสรงสำอาง สุคนธ์วรางกำจร สนับเพลางอนงามเฉิด
ภูสิตเลิศลายพราย ชายแครงชายไหววาบ ผ้าทิพย์ทาบเถือกทอง แก้วกุก่องแกมกาญจน์ สร้อยสังวาลวิไลเลิศ ทับทรวงเพริศเพชรพราย ธำมรงค์รายพาหุรัด มงกุฎจรัสจรูญเรือง แสงมลังเมลืองทอตา เหน็บขรรคาวุธไกร กรายกรไวลีลาศ ดุจสีหราชยรรยง
ทรงราชรถบุษบก เทียมอัศวผกเผ่นทะยาน แก้วแกมกาญจน์เรืองรัถ งอนงามฉัตรธงชัย พิศอำไพรุ่งโรจน์ ระยับโชติสุริยง ดุจรถทรงทินกร จากอำพรฟากฟ้า มาเฉลิมโลกแหล่งหล้า เลิศล้ำสากล ฯ

โคลง 4
๏ พิศพลโอภาสเพี้ยง    อนิรุธ
กรีจัตุรงศราวุธ    แกว่นกล้า
ประภาสพนมศีขรสุด    โสภาคย์
อริราชขยาดปร้า    กลอกเกล้ากลัวตาย ฯ

ร่าย
  ๏ เคลึ่อนขยายพยุหบาตร จากเวียงราชแรมวง โห่ประนังสำเนียง เสืยงสนั่นเนียรนาท ลั่นฆ้องคาคประโคมกลอง โบกธงทองเอาชัย กรีพลไกรคับคั่ง หมู่คชคงคู่แสดง หมู่คชแซงแทรกสลอน งางามงอนทองรัตน์ หมุ่กัณฐัศเลิศลบ   เชื้อสินธพสรรพสม เครึ่องอุดมดาวมาศ   เบาะอานสะอาดเอี่ยมเอก   พู่รจเรขพริ้งพราย
กัลเ่ม็ดสายถือถนัด   พานหน้ารัตพานหลัง รัดอกบังเหียนเทศ ดูวิเศษกผงาด นายเผ่นผาดขับขยัน   กุมเกาทัณฑ์ทวนทอง ขับโดยลบองบาทย่าง พ่างจะเห็จเหินทะยาน   ร่านเริงหาญเหี้ยมห้าว ฝีเท้าเทียมม้าแมน สู้ศืกแสนบมิขาม   เข้าสงครามบมิย่อ   ไล่ลุยต่อด้วยเดช เคยไชเยศหลายท่า ฝ่าชำนิในณรงค์   กับรถทรงอ่องเอี่ยม เทียมแสะสินธพทะยาน   สารถีชาญขับขยัน ก่งธนูยันคูหาญ กงกำกาญจน์ปรัดแปรก   งอนสลอนแยกอานเสลา ดุมวงเพลาใบบัง รัตน์บัลลังก์
เลิศลาย บุษบกพรายเพดาน ดารากาญจโนภาส จัตุรมุรมาศเลื่อมเหลือง   ช่อฟ้าเรืองบราลี พาสุกรีสะดุ้งเด่น ดูดังเผ่นไพบูลย์นภศูลสวมพรหมพักตร์
คิตรศักสัทการ แสงประสานสูริยง ดุจรถทรงทินกร เขจรจากเหลี่ยมไศล   ฝ่า่ยพลไกรงามแง่   เคียงคู่แห่เป็นขนัด   ธงชัยฉัตรดาดาษ   พร้อมเครึ่องราชสำหรับ
สองข้างสรรพรถแซง รถตั้งแข่งรถกัน   เสียงสนั่นนฤนาท   ฆ้องกลองกาจกาหล เพียงภูวคลดาลทรุด พลอึงอุดยุทธยง   ล่วงแถวท่งเถึ่อนกว้าง ยล
มื่งไม้สล้าง   แหล่งพื้นพนสณฑ์

โคลง 4
       เสด็จดลพนเวศเวิ้ง      เลวงไพร
   ชมช่อพฤกษาไสว         ยื่นย้อย
   หอมหวนหึ่นฤๅทัย         จอมราช
   ดอกดกตูมบานห้อย      กิ่งก้านสาขา ฯ
     กรรณิกาการะเกดแก้ว      กาหลง
   พุทธชาติลำดวนดง      ดกด้อม
   จำปาปีบประยงค์         หอมกลิ่น มานา
   ยี่สุ่นบุนนากน้อม         กิ่งสร้อยกุสุมาลย์ 
      นางแย้มบานแบ่งแย้ม      เกสร
   เสียวกระสันโอษฐ์อร      อ่อนยิ้ม
   ปาริกชาติอรชร         เมินมุ่ง
   ดูดั่งโอษฐ์นุชพริ้ม         เมื่อพร้องทูลเสนอ ฯ
      เล็บนางเสมอนัขน้อง      นงพะงา
   รักดั่งเรียมรักคลา         คลาดร้าง
   นมนางดั่งยุคลา         ถ้นนาฏ
   กามกระหายไห้ช้าง      หวั่นว้าคะนึงสมร ฯ


เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน

บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 52


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:48:57 pm »

ร่าย
๏ ภูธรเสด็จมุ่งเมิน เพลินหฤทัยจอมราช ชมรุกขชาติรายเรียง
กับพี่เลี้ยงพุฒศรี   อีกมนตรีเสนา ชมวิหคหลายหลาก จับไม้มาก
รังเรียง บ้างคลอเคียงคู่เคล้า เค้าโมงจับโมงหมาย   รังนานรายจับ
รัง ระวังไพรร่อนระวังไพร แอ่นลมไล่ลมหวน นางนวลจับขานาง
กระลุมภครางจับครวญ กระจาบจวนจับพุงจาบ คับกาคาบคาบิน
ยางโผผินจับยาง   ยูงฟ้อนหางจับยูง   ฝูงแก้วจับแก้วป่า กวักกวา
กวักเรียกคู่   กาลิงสู่สลาลิง กาจับกิ่งกาหลง เบญจวรรณวงจับวัลย์
กระสาสันสุกระสัง   อันชัญจับชิงชัน คับแคผันจับแค เปล้าแปร
จับเปล้าใหญ่ ไผ่จับไผ่เพรียกพร้อง   วหคห้องหิมเวศ   มีหลายเพศ
ภาษา   สุดจะคณนานกไม้   กล่าวแต่พอจำได้   เรื่องรู้กลกลอน ฯ

๏ ภูธรเสด็จประพาส หมู่จตุบาทนานา   นำนิกรกล้าไต่เต้า
ออกจากเหล่าแหล่งตน   กลาคพนสณฑ์คล้อเคียง   เลี้ยวเล็มเกลียง
กลางแปลง บ้างเริงแรงโผนผยอง กาสรลองลับเขา ระมั่งเมาเมียงคู่
หมีเม่นหมูปนแปม    ลูกน้อยแนมแนบข้าง ช้างน้าวบงช้างแซม ลูก
น้อยแกมแล่นลองเชิง โคถืกเถลิงกวางทวาย   เลียงผาผายเผ่นผา
ขลาฟุบแฝป็คอยโค แรดร้ายโมห่เคี้ยวหนาม ต่ายเต้นตามหมู่หมาย
ส้ตว์หลากหลายเหลือตรา   ต่างคณาเหลือไกร   ชมมฤกในป่ากว้าง
เพลินหฤทัยเจ้าช้าง ชื่นแท้โดยจง ฯ

โคลง 4
   ๏  ปางเพชรมงกุฎไท้   ทอดตา
   ยลมฤคหนึ่งอาภา      เผือกผู้
   สีสังข์เศวตมุกดา๊      งามแง่
   หมู่มฤกร้ายรอบรู้      ยศเบื้องบริวาร ฯ
      ภูบาลพิศติดต้อง      นัยนา
   เกิดกำหนัดเสนหา      ใคร่ได้
   มฤคราชรูปโสภา      ยงยิ่ง
   ถวายแด่สองท้าวไท้   ธิราชเรื้องธรณี ฯ
      ตริเสร็จสีหนาทอ่น   โองการ
   ตรัสสั่งขุนทวยหาญ   เร่งล้อม
   มฤคอย่าให้ลาญ      ชีวาตม์
   แม้ออกด้านใครอ้อม   โทษแท้ถึงตาย ฯ

ร่าย
๏  ฝ่า่ยนิกรมาตยา รับบัญชาจอมราช   กฎประกาศทุกหมวด ตรวจ
ตราทั่วทุกหมู่ ไพร่พริบจู่จับกา วิ่งลนลานแล่นข่าย   บ่วงแร้ว
รายรอบเสร็จ ส่วนสมเด็จภูวนา ยืนรถาตรัสคคี บรีรักษ์หน้าที่ไท้
ขุนพลใช้สารวัด เกณฑ์รถรัถม้ามิ่ง ขับคชวิ่งแวดล้อม ห้อมค่ายแค่
บ่วงวัง ดาประดังทุกหน้า   ตบตะขาบเร้าม้า   ล่อเร้าอลเวง ฯ

โคลง 4
    ๏ เพลงมฤคครั่นคร้าม      คนหลาย
   เวียนวงวงมาดหมาย      ช่องช้า
   เห็นตรงรถฦๅสาย         เหินห่าง
   จึงเผ่นโผนออกหน้า      ทื่ท้าวเสด็กคง ฯ


โคลง 2
    ๏ ฝ่า่ยพงศ์ภพแผ่นหล้า      ยลมฤคเผึอกผ่องอ้า
   อาจผ้ายผันหนี
      เศร้าสมประดีดาลสร้อย   ทรงธนูขรรค์คล้อย
   คลาดขึ้นมโนมัย
      ขับไล่มฤตรีบค้น      กับพี่เลี้ยงเดียวด้น
   ป่า่ต้นโดยไท
      กวางเห็นไกลล่อเหล้น      ฉุกจักใกล้รีบเร้น
   ป่าลี้ลับตน ฯ


ร่าย
  ๏ ฝ่ายพวกพลพยุหบาตร เมื่อยุพราชโดยมฤค นิกรครึกคั่งคาม
ตามเสด็จไทธิเบศร์ ในพนาเวศดงดาน เลี้ยวลัดผ่านไพรพฤกษ์
โดยรอยมฤคศวรราช บัดพลคลาดเสด็จผาย   ห่อนเห็นหายรอยม้า
รอยมฤคาขาดสูญ   มณตรีพูนทุกขเทวษ ชุมใคร่เหตุอัศจรรย์ แล้ว
เกณฑ์กันค้นหา ในพนาเนินเขา ทุกลำเนาถ้ำธาร ห้วยละหานหาจบ
บมิพบไทธิราช หมู่มุขมาตย์แหล่หลาย คลายนิกรคืนเขต สู่นัคเรศ
วังสถาน ถวายกฤษดาญชวเลศ   ทูลแเถลงเหตุนุสนธิ์ โดยยุบล
บรรยาย คลายคลี่ต้นจนเสร็จ ชึ่งสมเด็จลูกไท้ กับพี้เลี้ยงเจ้าหาย
ไส้ ชีพข้าควรถวาย ฯ

โคลง 4
   ๏ ผ่า่ยสองธิราชได้      สดับสาร
   เพียงชีพทำลายลาญ      เทวษว้า
   คุจพระยามัจุราชราญ      รอนชีพ สองนา
   เวรบาปกรรมใดอ้า         อาจมล้างทันสนอง ฯ
      สองทรงกำสรดเศร้า      กำสรวล
   กรกระทุ่มทรวงครวญ      ร่ำร้อง
   โศกศัลย์ร่ำรัญจวน         นัยน์ชุ่ม ชลแฮ
   เจ็บดังปืนปักต้อง         อกท้าวทรมาน ฯ
      บาปเพรงกาลก่อไว้      เวียนผลาญ
   จึงวิบัติบันดาล         ดั่งนี้
   แสนทุกข์ทุ่มอกปาน      เมรุทับ ทรวงนา
   ถึงกำหนดกรรมกี้         เสน่ห์นั้นฤๅแคลน ฯ
      แสนทุกข์แสนเทวษร้อน   รุมทรวง
   อกกระอุนแดดวง         ดั่งไหม้
   โศกซบพักตร์ละลวง      ทุกข์ยิ่ง ทุกข์นา
   เพราะพระเนื้อหน่อไท้      พ่อร้างแรมจร ฯ
        โอ้อรกำพร้าพ่อ         เดียวจง
   หวังพ่อเฉลิมดำรง         แผ่นหล้า
   สองหวังฝากชีวง         คตแต่ พ่อนา
    ควรฤหนีไปช้า         ศพนี้ใครเผา ฯ
       สองเศร้าสองละห้อย      หิวโหย
   โศกสุดกำลังโรย         ร่ำร้อง
   รันทรวงสะอื้นโอย         อัดเทวษ
   สองราชสลบยังห้อง      ห่อนได้สมประดี ฯ


ร่าย
   ๏  ฝ่ายสาวศรีพระสนม เห็นสองบรมกษัตริย์ โทมนัสนิ่งสลย ซบ
ไสยาสน์ยังแท่น ฝูงนางแล่นอลวน เอาสุคนธารส อีกโอสถโทรม
องค์ ฝูงอนงค์นวดฟั้น คั้นพระบาทไท้ สองราชฟื้นองค์ได้ ค่อยได้สมประดี ฯ


เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน

บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 52


« แต่งต่อ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 01:07:15 pm »

โคลง 2
๏ พระภูมีคิคได้         แม้จะรื้อร่ำไห้
ห่อนรู้อาการ
๏ ลูกจะลาญชีพแล้ว      ฤๅพ่อหลงอยู่แก้ว
พอ่นี้ไป่วาย
๏ ฦๅสายดำรัสสั่ง         มนตรีตรวจพลพรั่ง
พร้อมถ้าเสด็จจร ฯ


ร่าย
๏  ภูบคิศรมหิษี มอบบุรีเวียงราช ไว้อำมาตย์บริร้กษ์ เสด็จขึ้น
อัครกเชนทร คลี่นิกรดาษดา โดยรัถยารัญเวศ ทางเยาวเรศโอรส
พระกำหนดแนวตรง บงพระเนตรเสาะหา เห็นพฤกษาช่อช้อย แล้ว
รอยหักกิ่งห้อย ละห้อยหวนหา ฯ

โคลง 4
๏  มาดลแดนที่ไหล้         มฤคิน
อำมาตย์ทูลนรินทร์      เรึ่องล้อม
พระภูบดีถวิล         ใจเทวษ ถึงนา
เร่งรีบพหลด้อม         ติคเต้าตามรอย ฯ
๏  คลาคคล้อยสูญที่เท้า      พาชี
เลือนลบรอยมฤคี         แห่งนั้น
หาทั่วถิ่นคีรี          หิมเวศ
บพบพระลูกอั้น         อกไห้โหยหา ฯ
๏  โอฤๅอารักษ์ถ้ำ         เถื่อนเขา
เห็นรับรักพระเยาว์      ยอดแก้ว
เทพาพา้ซ่อนเนา         หนแห่ง ใดนา
ช่วยช่วยชี้พบแล้ว         แต่งตั้งสรวงถวาย ฯ
๏  ฤๅลูกวายชีพด้วย      สุบรรณ
ฉวบฉาบผาดผยองผัน      สู่งิ้ว
ฤๅวาสุกรีจรัล         พบพระ ลูกนา
รวบรัดกระหวัดหิ้ว         แล่นเลื้อยบาดาล
๏  ฤๅว่าพระยาสารเสื้อง      ซึมมัน
เห็นแล่นไล่แทงทัน               ลูกแก้ว
ฤๅกาสรใจฉกรรจ์         ขวิดเสียว เสียฤๅ
แม้ว่าสูญชีพแล้ว         ศพนั้นฤๅสูญ ฯ
๏  สองอาดูรเทวษไห้      โหยหา
อสุชลนองนัยนา         เนตรย้อย
ปีอพลเสาะแสวงหา              หิมเวศ
บพบราชบุตรคล้อย              เคลื่อนรี้พลจร ฯ
๏  ภูธรธิราชตั้ง         เสนา
กับหมู่พลอัศวรา         เชื่องใช้
แวดตระเวนมรรคา               เขจขอบ
จวบพระเยาวยอดจึงให้      เลิกเข้าคืนสถาน ฯ

โคลง 2
๏ พระบรรหารสสังถ้อย      เสร็จแล้วคลี่พลคล้อย
ป่าไม้มาเมือง
   ดลบุรีเรืองร่ำไห้         หาพระโอรสไท้
ธิราชเจ้าฤๅถวาย ฯ

ร่าย
๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์กษัตริย์ ทรงกัณฐัศว์ลีลาศ พี่เลี้ยงราชยุดหาง
จรในกลางหิมเวศ   โดยเศวตมฤคา ล่วงทิวารัตตี พลัดมนตรีไพร่
พล ว้ากมลหมองหลาย แลหาหายรอยมฤก พะนิ่งนึกโอหลง
ชักม้าวงเวียนกลับ   หาทางทัพบพบ แล่นตระหสบหลายท่า่หลง
เข้าป่า่ตรอมเตริน   พนมเนินร่มระหง   พื้นประยงค์ยูงยาง   คัดค้าว
คางแคเคยง   หิงหายเหียงมะหาด ตองตูมตาดเตงแต้ว กอกกัก
แก้วเกดกุ่ม   รักโรครุมรกรัก สีเสียดสักโศกสน บ้างทรงผลผลิดอก
ออกกระพุ่มเกสร หอมขจรจรุงจิต ภูมีพิศพิสมัย ชักมโนมัยมา
พลาง ไต่ตามทางดงดาน   ผ่านเข้าช่องเขาเชียว เหลียวตลสูงจรล้ำ
ยอคชง้ำเ่งื้อมเมฆ   วิเวกคุดอัสสกรรณ   เป็นช่องชันซอกผา เหลึ่อม
ศิลานแลพราย ดังสีระบายลอออ่อน เงื้อมชะง่อนงอกหน่อ ย้อย
เป็นช่อยึ่นยาน มีแถวธารไหลหลั่ง โจนกระทั่งพะผา เสียงชลา
พิลึกลั่น ครืนเครงครั่นโครมครึก ลมพัดคึกหวนเขา พฤกษาเสลา
สล้าง   เสียงลิงค่างบ่างชะนี ผี โป่งกู่ก้องเนิน กระทิงเตรินเตริกมัน
ยามสายักห์ยอแสง   พระเสียวแสยงเสียงสัตว์   ฤทัยธวัชอาดูร พี่
เลี้ยงทูลอย่ากลัว ชักชวนหวัวหายเศร้า   จรไต่เต้าพนาลี ฉราตรี-
เตริ่นมา ล่วงวนาทิวทุ่ง   มุ่งเมินมาเหมือนหมาย   รอยเทพทราย
เผือกผู้ แกล้งจะชักเชยชู้   ชึ่นชู้ปรีดา ฯ

โคลง 2
๏ เห็นมรคาแห่งหั้น      ภูมีพี่เลี้ยงนั้น
รีบร้อนจรลี
   ไปกรรณธานีแท้      บนานผ่านสถลแข้
เขคแคว้นบูรี ฯ


โคลง 4
๏ ยังมีชายหนึ่งเค้า      เมียตาม
สองสมผัวเมียงาม         แช่มช้อย
จักจรสู่ปจันคคาม         เคียมญาคิ
เพราะพึ่งร่วมรสข้อย      ย่างเยื้องงามขบวน ฯ
   พระยลยวนนุชพริ้ม      เพราคม
เสียวสวาทหวังอารมณ์      ร่วมไ้ซร้
พี่เอยช่วยนิยม         เยี่ยมแม่   หญิงแฮ
วานพี่ลักกลให้         เสน่ห์แท้คราวเข็ญ ฯ
   พระเอยยามยากกลั้น      กระหาย
เสพย์สิ่งใดอย่าหมาย      อิ่มท้อง
รสใดจะหลงหลาย         ดุจรส   ราคนา
พ่ออย่าหลงเลสต้อง      วุ่นว้ายภายหลัง ฯ


ร่าย
๏ พี่เลี้ยงยังภูวนาถ ให้เอนอาตม์แอบกาย ในร่มฉายรุกข์ชัฏ ภู
ษาดัดเวียนวง บเห็นองค์ภูวเรศ จึงแปรเพศรูปา เป็นทวิชาชาว
เวียง   จูงม้าเมียงแทบทาง ผูกม้าพลางแล้วคอย เห็นบ่าวน้อยมา
แค่ ทำวิ่งแร่รับขวัญ สรรมธุรสเอมอ่อน ว่าดูกรสองท่าน เป็นบุญ
ผ่านมาพะ    ปางขณะใจจน เราสองคนกับภรรยา จากคฤหาห่างญาติ
จักลีลาศเมือเมือง   บัดนี้เคืองครรภา แห่งภริยาเราหยุด นางเจ็บ
สุดเสียดท้อง    ตูจะต้อง บรรหารตึง หนึ่งใช่การเราชาย   ขอจงนาย
อนุกูล   เฉกประยูรอย่าหมาง วานน้องนางแส้แท้ ช่วยข่มอุทรแม่
รอดไชร้ผลหลาย ฯ

โคลง 4
๏ ชายผัวหลงเลสชู้         ชายวาน
กล่าวแก่เมียรักสาร         ซื่อแท้
จงนุชช่วยเอาภาร         ธุระทุกข์ พรา์หมณ์นา
เป็นประเวณีแล้         เทวษนั้นแสนทวี ฯ
   นารีรับพจน์แล้ว         ลีลา
บยลกลทวิชา         ซ่อนไท้
นางถึงที่ภูษา         วงราช
ลอดม่านเห็นองค์ไท้      ดั่งนั้นตระลึง 
   เสียงร้องอึงว่าโอ้      โอยชาย
พี่เลี้ยงรับคำขยาย         ตอบถ้อย
เป็นหญิงก็สืบสาย         ชายยิ่ง ดีแม่
แน่งนิ่งเถิดช่วยน้อย      หนึ่งให้เป็นบุญ 
   พระหมุนฉวยยุดแก้ว      กันยา
กรประคองกานดา         แนบเนื้อ
จุมพิตประโลมสาั         ทรเสน่ห์
รีบร้อนรสเร่าเกื้อ         ทื่ร้างแรมมาร
   ราชาชมชึ่นชู้         นางจร
นางภิรมย์รสภูธร         ผ่องแผ้ว
พระหลงเลสสายสมร      ยามเมื่อ แคลนนา
จึ่งประทานแหวนแก้ว      ค่าแท้ควรเมือง ฯ
   บุญเรืองยิ้มแล้วรับ      ธำมรงค์
ประณตแทบบาทบงสุ์      ท่านไท้
ลาลอดออกจากวง         ภูสิต
มาสู่ผัวนางไหว้         ยั่วยิ้มพรายขนาง ฯ
 

ร่าย
๏ ผัวนางพานางคลาด   พี่เลี้ยงราชมาสู่ ถึงภูธรแล้วถาม   
พระบอกความหนหลัง   พี่เลี้ยงฟังลูบอก ไยพระยกธำมรงค์ สำหรับองค์อิศรราช
ไปประสาทเสียกาม ข้อยจะตามคืนควร สรวลพลางพี่
เลี้ยงแล่น   ทันทำแค้นสาวน้อย แหวนติดก้อยแม่มา รอเถิดรา
อย่าหมาง นางยื่นพลางหยิกยิ้ม ชายเนตรพริ้มเพรารับ พี่เลี้ยงกลับ
สู่ราช   ฝ่า่ยภูวนาถทรงพาชี พุฒศรีเคียงจรจรัล ดั้นโดยมรรคา
บหึง   ถึงศาลาสำนัก ขึ้นนั่งพักผ่อนหิว ลมพัดฉิวเย็นเฉึ่อย พี่เลี้ยง
เหนื่อยนอนสนิท บพิตรนั่งระวังม้า ศาลานั้นใกล้ท่า สระแก้วกษัตรีย์ ฯ

โคลง 4
๏ สระศรีสมเด็จเจ้า      กรุงกรรณ์
ผดุงแต่งสนุกพรรณ      มิ่งไม้
สำหรับธิดาจรจรัล         รมเยศ
ถึงเจ็ดวันหน่อไท้         เล่นน้ำสำราญ ฯ
๏ ดลวารตระบัดเจ้า         จอมเมือง
ประทุมวดีบุญเรือง         ลูกท้าว
สาวสุรางค์นางเนือง      นับหมึ่น
แห่ห้อมล้อมนาถเจ้า      แม่เพี้ยงอัปสร ฯ
๏ จรลาบิตุเรศแล้ว         บทมาลย์
ทรงสีวิกากาญจน์         ก่องแก้ว
สาวสนมบริพาร         แหนแห่
ถับถึงสระสวนแผ้ว         ผ่องน้ำใจเกษม ฯ


ร่าย
๏  นางปรีดิ์เปรมประดิพัทธ์ เสด็จจากรัตนวอทอง สาวสนมนอง
เนืองนันต์ จรจรัลจากอาสน์ ลงในชาตชโลธร กับนิกรนาเรศ ชม
โกเมศโกมุท   อุบลบุษบัวบาน ตระการกลิ่นเกสร หมู่ภมรร่อนคลึง
เคล้า   เอารสเรณูเร้า ร่อนร้องระงมชล 

โคลง 4
๏ ยลมัจฉส่ำคล้า         ในชโล
เทพาพาเทโพ         คลาดเคล้า
หมู่ช่อนชวนชะโด         โดดโลด หนนา
คางเบือนเบือนหน้าเข้า      ฝั่งพ้นไพรยวน ฯ
๏ นวลจันทรจันทเมษม้า      แมวเลีย
เนื้ออ่อนนกเขาเกลีย      สู่ค้าว
กริมกรายถวายเพลี้ย      นาเนก
ทองพลุกอุกอ้ายอ้าว      คุกต้องแดงตาม ฯ
๏ หมูพราหมณ์ว่ายพริบพร้อม   หาพรหม
ช้างเหยียบช้างเหยียบจม      เเล่นเลี้ยว
หลาดหลาดสลิดสลอนสลม        เลียบฝั่ง
อ้ายบ้าหาไอ้เบี้ยว         บอกให้หาแส ฯ
๏ กระแหทองท่องท้อง      ชลธาร
ทงเหงเห่งเห้งหาญ         ปากกล้า
แชวงแว่งแว้งพาล         ผิดเพื่อน
ราหูหู่หู้หน้า            เพศเพี้ยงอสุรินทร์ ฯ
๏ พระเทพินพาพวกพ้อง      บริพาร
เวียนว่ายในชลธาร      ท่องเหล้น
แสนสนุกสำราญ         ฤๅอิ่ม   ใจนา
ร้องลำนำรำเต้น         สุขเร้นสำราญ ฯ
๏ ภูบาลบพิตรค้อย         โฉมสมร
งามเงื่อนเฉกอัปสร         สู่หล้า
ดวงพักตรดังจันทร      เพ็ญภาคย์ กูเอย
โฉมแม่งามพี่ว้า         จิตดิ้นแดยัน ฯ
๏ เกาทัณฑ์ค้อมดุจค้อม      ขนงสมร
ขนเนตร์งอนดุจงอน               รถไท้
สองเนตร์สองเสมอศร      เสียวจิต พี่แม่
ปรางเปล่งเห็นเรียมให้      นึกเน้นปรางนวล ฯ
๏ โอษฐสรวลเสียวว่าแย้ม           ยวนรับ
ศอดั่งศอหงส์ขยับ         ปีกหร้อน
ถันนายุคลาคับ         ทรวงเต่ง เต้าแม่
สรรพสรรพางค์อ่อนอ้อน      นิ่มเนื้อนวลผจง ฯ
๏  พระบงโฉมนุชพริ้ม      ลืมพรับ
พอเนตรนางแลจับ         เนตร์ไท้
สองเสียวสวาทรับ         พักตร์ต่อ กันนา
นางเหลือบแลเห็นให้      เสน่ห์ท้าวแสนทวี ฯ


เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน

บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
TAGS:

หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.204 วินาที กับ 28 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.00099999999999997s, 1q)
Google visited last this page 8 ชั่วโมงที่แล้ว
PageRank Checking Icon