ผู้เขียน หัวข้อ: แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ พร้อมแปล  (อ่าน 74571 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ น้ำค้างบนพื้นทราย

  • หลงรูปจูบเงามัวเมาความงาม ไม่อาจจะข้ามกองทุกข์ไปได้
  • ผู้ดูแลระบบ

  • *
  • กระทู้: 1,169
  • กดถูกใจ: 1 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 98
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ พร้อมแปล
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2015, 12:22:21 am »

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์

เป็นหนึ่งในบทกลอนของพระสุนทรโวหาร หรือสุนทรภู่ จากเรื่องพระอภัยมณี ที่คนไทยส่วนใหญ่เคยท่องจำกันเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยเรียนในชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษานอกจากความไพเราะของบทกลอนแล้ว สิ่งที่ทำให้กลอนตอนนี้เป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คน คือ ความหมายซึ่งเป็นคำสอนเตือนสติให้รู้ว่า จิตใจมนุษย์ยากแท้จะหยั่งถึง

สุดสาคร

เนื้อหาของกลอนในตอนนี้ เป็นเรื่องราวที่ สุดสาคร ลูกของพระอภัยมณี ถูกชีเปลือยผลักตกเหวและ ขโมยไม้เท้ากับม้านิลมังกรไป
ขณะที่สุดสาครหิวโหย ตกระกำลำบาก ไม่สามารถปีนขึ้นมาจากเหวได้นั้น พระฤาษีก็ได้มาช่วยสุดสาคร พร้อมทั้งสอนสั่ง ซึ่งเรื่องราวและคำสอนของพระฤาษีเป็นดังคำกลอนดังต่อไปนี้

บัดเดี๋ยว ดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว     สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา     ประคองพาขึ้นไปจนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ พร้อมแปล


แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์           มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด         ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

          ในน้ำใจคน" อาจสามารถใช้เตือนตนได้ว่า จิตมนุษย์นั้น คดเคี้ยวเลี้ยวลดเหลือคณา ปักใจเชื่อหรือไว้ใจกันง่าย ๆ ไม่ได้ ซึ่งรวมถึงจิตของเจ้าของหรือจิตของตนด้วย วันนี้คิดดี ขยันปฏิบัติ ทำความสงบได้ง่าย ดูจิตทะลุปรุโปร่ง พรุ่งนี้อาจกลายเป็นตรงกันข้าม กิเลสเข้ามายั่วเย้า กลายเป็นทาสของอารมณ์ไป จิตพลุ่งพล่าน ไม่มีความสงบ ขาดความรู้เท่าทันอาการของจิต จิตของเรามันไม่เที่ยง เมื่อมันยังไม่แน่ ยังไม่มั่นคงลงไป วันนี้มันดีได้ วันหน้ามันก็ไม่ดีได้ อย่าประมาทไป


มนุษย์นี่ที่รักอยู่สองสถาน              บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน              เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา

          บิดาและมารดาเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของลูก ท่านให้ชีวิตแก่เรา ให้โอกาสเราได้เติบใหญ่ ให้โอกาสเราได้เลือกทางเดินของชีวิต ให้เราได้มีโอกาสฝึกฝนและปฏิบัติตามทางอันพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ ให้โอกาสเราฝึกฝนและปฏิบัติจนอาจสามารถพาตนให้พ้นจากวัฏฏะสงสารได้ การตอบแทนบุญคุณ กตัญญูต่อท่าน เป็นสิ่งอันประเสริฐ


แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ           ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา
                             รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

          กายตนพึ่งได้อย่างไร การพิจารณากายเป็นส่วนหนึ่งของสติปัฏฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เริ่มจากรู้ว่ากายเรามีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร รู้อิริยาบถของกาย พิจารณาว่ากายประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ๓๒ ประการ มี ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น เป็นของปฏิกูล ไม่สะอาด พิจารณาให้รู้ว่ากายของเราไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของเรา เพื่อละความยึดมั่นถือมั่นในกายนี้ ช่วยให้เราอยู่กับโลกโดยหลงโลกน้อยลง

จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด     จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี     รูปโยคีหายวับไปกับตา


ที่มาจาก http://www.poetthai.com/, http://ksatima.blogspot.com/2011/01/blog-post_23.html

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN