ผู้เขียน หัวข้อ: อิศริญาณภาษิต ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ  (อ่าน 92020 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ??-เด็กวิทย์?ชีวิตอลวน-??

  • ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ตกเรียบ..!!!!
  • อินทรีย์กวีคม

  • *
  • กระทู้: 43
  • คะแนนกลอน 56
  • เพศ: ชาย
อิศริญาณภาษิต ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ
« เมื่อ: ตุลาคม 31, 2008, 08:12:02 pm »

สุภาษิตอิศรญาณ เป็นพระนิพนธ์ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เขียนเป็นคำประพันธ์ประเภทเพลงยาว
 จึงได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า เพลงยาวเจ้าอิศรญาณ
            เนื้อหาของสุภาษิต มีข้อความที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย อยู่มากแห่งด้วยกัน
และมีลักษณะของวิถีชีวิตไทย อยู่อย่างเต็มเปี่ยม จึงทันสมัยอยู่แม้ในยุคปัจจุบัน


อิศรญาณชาญกลอนอักษรสาร
เทศนาคำไทยให้เป็นทาน
โดยตำนานศุภอรรถสวัสดี


สำหรับคนเจือจิตจริตเขลา
ด้วยมัวเมาโมห์มากในซากผี
ต้องหาม้ามโนมัยใหญ่ยาวรี
สำหรับขี่เป็นม้าอาชาไนย


ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า 
น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย
เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ
รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ


ผู้ใดดีดีต่ออย่าก่อกิจ
ผู้ใดผิดผ่อนพักอย่าหักหาญ
สิบดีก็ไม่ถึงกับกึ่งพาล
เป็นชายชาญอย่าเพ่อคาดประมาทชาย


รักสั้นนั้นอย่าให้รู้อยู่เพียงสั้น 
รักยาวนั้นอย่าให้เยิ่นเกินกฎหมาย
มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย
แหงนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา


อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย 
น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา
ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน


เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ 
พิเคราะห์ดูควรทึ้งแล้วจึงถอน
เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน
ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล


ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า 
ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน
เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ
รู้ถี่ถ้วนจึงสบายเมื่อปลายมือ

 
เพชรอย่างดีมีค่าราคายิ่ง 
ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ
ต่อผู้ดีมีปัญญาจึงหารือ
ให้เขาลือเสียว่าชายนี้ขายเพชร


ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า 
ใครเลยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ
จำไว้ทุกสิ่งจริงหรือเท็จ
พริกไทยเม็ดนิดเดียวเคี้ยวยังร้อน


เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า 
ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องก้มประนมกร
ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็นวัวมอ


เป็นบ้าจี้นิยมชมว่าเอก 
คนโหยกเหยกรักษายากลำบากหมอ
อันยศศักดิ์มิใช่เหล้าเมาแต่พอ
ถ้าเขายอเหมือนอย่างเกาให้เราคัน


บ้างโลดเล่นเต้นรำทำเป็นเจ้า 
เป็นไรเขาไม่จับผิดคิดดูขัน

ผีมันหลอกช่างผีตามทีมัน
คนเหมือนกันหลอกกันเองกลัวเกรงนัก


สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม 
จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัก
คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก
ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา


เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด 
ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ใครทำตึงแล้วหย่อนผ่อนลงเอา
นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง


เป็นผู้หญิงแม่ม่ายที่ไร้ผัว 
ชายมักยั่วทำเลียบเทียบข่มเหง
ไฟไหม้ยังไม่เหมือนคนที่จนเอง
ทำอวดเก่งกับขื่อคาว่ากระไร


อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก
ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
จงฟังหูไว้หูคอยดูไป
เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ


หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้ 
มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ
ที่ห่างปิดที่ชิดไชให้ทะลุ
คนจักษุเหล่หลิ่วไพล่พลิ้วพลิก


เอาปลาหมอเป็นครูดูปลาหมอ 
บนบกหนออุตส่าห์เสือกกระเดือกกระดิก
เขาย่อมว่าฆ่าควายเสียดายพริก
รักหยอกหยิกยับทั้งตัวอย่ากลัวเล็บ


มิใช่เนื้อเอาเป็นเนื้อก็เหลือปล้ำ 
แต่หนามตำเข้าสักนิดกรีดยังเจ็บ
อันโลภลาภบาปหนาตัณหาเย็บ
เมียรู้เก็บผัวรู้ทำพาจำเริญ


ถึงรู้จริงนิ่งไว้อย่าไขรู้ 
เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ
ไม่ควรกล้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน
อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย


วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก 
ถึงมีปากเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย
ผีเรือนตัวไม่ดีผีป่าพลอย
พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว


แต่ไม้ไผ่อันหนึ่งตันอันหนึ่งแขวะ 
สีแหยะแหยะตอกตะบันเป็นควันฉิว
ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว
แรงหรือหิวชั่งใจดูจะสู้ช้าง


ล้องูเห่าเล่นก็ได้ใจกล้ากล้า 
แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง
ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง
ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ


ถึงเพื่อนฝูงที่ชอบพอขอกันได้ 
ถ้าแม้ให้เสียทุกคนกลัวคนขอ
พ่อแม่เลี้ยงปิดปกเป็นกกกอ
จบแล้วหนอเหมือนเปรตเหตุด้วยจน


ถึงบุญมีไม่ประกอบชอบไม่ได้ 
ต้องอาศัยคิดดีจึงมีผล
บุญหาไม่แล้วอย่าหลงทะนงตน
ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน


บทประพันธ์ หม่อมเจ้าอิศรญาณ


I?เคมี ที่ซู๊ดเลย... รักไม่เคยเปลี่ยนแปลง
 

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: อิศริญาณภาษิต ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2009, 08:42:55 pm »


อันคลื่นใหญ่ในมหาชลาสินธุ์    
เข้าฝั่งสิ้นสาดเข้าไปที่ในฝั่ง
เสียงกลองดังฟังดูเพียงหูฟัง    
ปากคนดังอึงจริงยิ่งกว่ากลอง

ถ้าทำดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์    
ถ้าทำชั่วชั่วจักตามสนอง
ความชั่วเราลี้ลับอย่ากลับตรอง    
นอนแล้วมองดูผิดในกิจการ
ฯลฯ

อันความเรื่องเดียวกันสำคัญกล่าว    
พูดไม่ดีแล้วก็เปล่าไม่แข็งเข้ม
ข้าวต้มร้อนอย่ากระโจมค่อยโลมเล็ม    
วิสัยเข็มเล่มน้อยร้อยช้าช้า

ถึงโปร่งปรุในอุบายเป็นชายชาติ    
แม้หลงมาตุคามขาดศาสนา
อันความหลงแม้ไต่ปลงสังขารา    
แต่ทว่ารู้บ้างค่อยบางเบา

อย่าโอกโขยกอยู่ในโลกสันนิวาส    
แต่นักปราชญ์ยังรู้พึ่งผู้เขลา
เหมือนเรือช่วงพ่วงลำในสำเภา    
เรือใหญ่เข้าไม่ได้ใช้เรือเล็ก
ฯลฯ

หลงโลภลาภบาปก็รู้อยู่ว่าบาป    
กิเลสหยาบยังไม่สุขย่อมทุกขัง
ตัณหาหากชักนำให้กำบัง    
เอาธรรมตั้งข่มกดให้ปลดร้อน

คนศรัทธาว่าง่ายสบายจิต    
ไม่เบือนบิดเร่งทำตามคำสอน
คนที่ไม่ศรัทธาอุราคลอน    
โง่แล้วงอนถึงไม่ฟังก็ยังดึง

หาเงินติดไถ้ไว้อย่าให้ขาด    
ตำลึงบาทหาไม่คล่องเพียงสองสลึง
ชาติตะปูชาติแข็งต้องแทงตรึง    
ชาติขี้ผึ้งชาติอ่อนร้อนละลาย

ของสิ่งใดสงสัยให้พิสูจน์    
ไม่แกล้งพูดธาตุทั้งสี่ดีใจหาย
ดูดินน้ำลมไฟให้แยบคาย    
ไล่ระบายเท็จก็แปรแท้ไม่จร
ฯลฯ

คุณกับโทษสองแบ่งแรงข้างไหน    
คุณถึงใหญ่ให้ผลคนไม่เห็น
โทษสักเท่าหัวเหาเล็กเท่าเล็น    
ให้ผลเห็นแผ่ซ่านทั่วบ้านเมือง

น้ำใจเอยเห็นกรรมไม่ทำชั่ว    
บวชตั้งตัวตั้งใจบวชได้เรื่อง
บวชหลบราชการหนักบวชยักเยื้อง    
บวชหาเฟื้องหาไพบวชไม่ตรง
ฯลฯ

สัตว์ผอมฤษีพีนี้สองสิ่ง    
สามผู้หญิงรูปดีไม่มีถัน
กับคนจนแต่งอินทรีย์นี้อีกอัน    
สี่ด้วยกันดูเป็นเห็นไม่งาม

บรรพชาสามปางนางสามผัว    
ข้าเก่าชั่วเมียชังเขายังห้าม
มักเกิดเงี่ยงเกี่ยงแง่แส่หาความ    
กาลีลามหยาบช้าอุลามก
ฯลฯ

ถือตำรามากนักขี้มักกรอบ    
มิเสียชอบขัดสนจนจอนจ่อ
ออกชื่อบาปครางฮือทำมืองอ    
ไม่นึกฉ้อส่อเสียดเบียดเบียนใคร

จิตดำรงคงธรรมไม่พล้ำเพลี่ยง    
สู้หลีกเลี่ยงตามภาษาอัชฌาสัย
ถึงบอกลาภบาปแล้วไม่พอใจ    
มีหาไม่อุตส่าห์รักษากาย

พระพุทธองค์ก็ทรงชมว่าสมปราชญ์    
บัณฑิตชาติเมธาปัญญาหลาย
สู่คติเบื้องหน้าถ้าเขาตาย    
ทางอบายห่างไกลไม่ไปเลย

กระแสพุทธฎีกาว่ากระนี้    
เดี๋ยวนี้นี่ไม่กระนั้นนะท่านเอ๋ย
ถ้ายากจนแล้วก็คนมักยิ้มเย้ย    
ภิปรายเปรยเปรียบเทียบพูดเสียบแทง

ว่าชะชะนักปราชญ์ชาติสถุล    
วิบากบุญให้ผลจนต่องแต่ง
สวรรค์นรกที่ไหนไม่แจ้งแจง    
อยู่เขตแขวงธานีบุรีใด

อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว    
จะพาตัวให้เสื่อมที่เลื่อมใส
คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไร    
ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู
ฯลฯ


ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: อิศริญาณภาษิต ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 17, 2009, 08:43:24 pm »

ชั่วแต่กายวาจาย่อมปรากฏ    
คนทั้งหมดแม่นแท้เขาแลเห็น
ชั่วในใจบังปิดไว้มิดเม้น    
สิบห้าเล่มเกวียนเข็นไม่หมดมวล

คดสิ่งอื่นหมื่นแสนแม้นกำหนด    
โกฏล้านคดซ้อนซับพอนับถ้วน
คดของคนล้นล้ำคดน้ำนวล    
เหลือกระบวนที่จะจับนับคดค้อม
ฯลฯ

จะผ่าไม้ให้พินิจพิศดูท่า    
ให้เห็นว่าแสกไหนเหมาะจึงเจาะขวาน
จะเข้าหาคนผู้ดูอาการ    
ถือโบราณถูกเดาจึงเอาคำ
ฯลฯ
คนแก่มีสี่ประการโบราณว่า    
แก่ธรรมาพิสมัยใจแห้งเหี่ยว
แก่ยศแก่วาสนาปัญญาเปรียว
แต่แก่แดดอย่างเดียวแก่เกเร

ความรู้ท่วมหัวตัวไม่รอด    
เป็นคำสอดของคนเกเรเกเส
เรียนวิชาไม่แม่นยำคะน้ำคะเน    
ไปเที่ยวเตร่ประกอบชั่วตัวจึงจน

ทะเลน้อยเท่ารอยโคโผไม่ได้
โดยว่าใจยังกำหนัดขัดมรรคผล
หญิงขมิ้นชายปูนประมูลปน    
ไหนจะพ้นทะเลแดงตำแหน่งเนื้อ
ฯลฯ

อีกข้อหนึ่งเมืองเราชาวมนุษย์    
ย่อมว่าพุทธกับไสยตั้งใจว่า
ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปมา    
ทั้งเจรจารำคาญหูดูไม่งาม

พุทธแปลว่าพระเจ้าท่านกล่าวแก้    
ไสยนั้นแปลว่าผีนี้ได้ถาม
ผิดหรือถูกไม่ตรึกตราเจรจาตาม    
มีเนื้อความในคัมภีร์บาลีใด

ถ้าพุทธองค์ไปอาศัยผี    
ผีไปพึ่งบารมีที่ตรงไหน
ถ้อยทีถ้อยพึ่งกันนั้นอย่างไร    
ครั้นว่าไล่เข้าก็ซัดลัทธิแรง

เป็นวาจากรรมเปล่าไม่เข้าข้อ    
รู้แล้วก็นิ่งไว้อย่าได้แถลง
แม้พลั้งปากเสียศีลพลาดตีนแพลง    
มักระแวงข้างเป็นโทษประโยชน์น้อย
ฯลฯ

จะคบมิตรสนิทนักมักเป็นโทษ    
เกิดขึ้งโกรธต่างต่างเพราะวางจิต
ทันระวังตัวที่ไหนไม่ทันคิด    
เหตุสักนิดแล้วก็ได้ขัดใจกัน
ฯลฯ

ผมยาวยุ่งทิ้งไว้ไม่สางหวี    
สิ้นที่พึ่งแล้วจึงมีคนข่มเหง
อาวุธปากกล่าวดีมีคนเกรง    
ยิงให้เป้งเดียวถูกทุกทุกคำ
ฯลฯ

ดูตระกูลกิริยาดูอากัป    
ดูทิศจับเอาที่ผลต้นพฤกษา
ดูฉลาดเล่าก็เห็นที่เจรจา    
ดูคงคาก็พึงหมายสายอุบล

นกกระจาบเดิมหนักหนามากกว่าแสน    
ไม่เดือดแค้นสามัคคีย่อมมีผล
ครั้นภายหลังอวดกำลังต่างถือตน    
พรานก็ขนกระหน่ำมาพากันตาย
ฯลฯ

คืนและวันพลันดับก็ลับล่วง    
ท่านทั้งปวงจงอุตสาห์หากุศล
พลันชีวิตคิดถึงรำพึงตน    
อายุคนนั้นไม่ยืนถึงหมื่นปี

อันความมรณาถ้วนหน้าสัตว์
แต่พระตรัสเป็นองค์พระชินศรี
แสนประเสริฐเลิศภพจบธาตรี    
ยังจรลีเข้าสู่นิพพานเอย ฯ

ที่มาจาก http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/proverb/index05.htm

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN