Poem Kaweeclub กวีคลับดอทคอม
กรกฎาคม 31, 2015, 10:22:29 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ข่าวประชาสัมพันธ์
กดอ่านเพิ่มเติมประกาศทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม (คลิกเพื่อแสดง / ซ่อน)

หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
 

Poem Tags:กลอนพระอภัยมณีกำเนิดสุดสาครสุนทรภู่soonthornphu
ผู้เขียน หัวข้อ: กลอนท่านสุนทรภู่ เรื่อง พระอภัยมณี  (อ่าน 148511 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า



  ตอนพระอภัยมณีและศรีสุวรรณออกจากวัง  
แต่ปางหลังยังมีกรุงกษัตริย์
สมมุติวงศ์ทรงนามท้าวสุทัศน์
ผ่านสมบัติรัตนานามธานี  

อันกรุงไกรใหญ่ยาวเก้าสิบโยชน์
ภูเขาโขดเป็นกำแพงบูรีศรี
สพรึบพร้อมไพร่ฟ้าประชาชี
ชาวบูรีหรรษาสถาวร

มีเอกองค์นงลักษณ์อรรครราช
พระนางนาฏนามประทุมเกสร
สนมนางแสนสุรางคนิกร
ดังกินนรน่ารักลักขณา

มีโอรสสององค์ล้วนทรงลักษณ์
ประไพพักตรเพียงเทพเลขา
ชื่ออภัยมณีเป็นพี่ยา
พึ่งแรกรุ่นชัณษาสิบห้าปี

อันกุมารศรีสุวรรณนั้นเป็นน้อง
เนื้อดังทองนพคุณจำรุญศรี
พึ่งโสกันต์ชัณษาสิบสามปี
พระชนนีรักใคร่ดังไนยนา ๚


พระอภัยมณีเป็นโอรสองค์ใหญ่ของท้าวสุทัศน์กษัตริย์เมืองรัตนา
มีพระอนุชาชื่อศรีสุวรรณ ทั้งสองเป็นเจ้าชายรูปงามน่ารักใคร่
ทั้งสองจากบ้านเมืองไปเรียนวิชาจากทิศาปาโมกข์ เยี่ยงลูกกษัตริย์ทั้งหลาย
พระอภัยมณีเรียนวิชาเป่าปี่ได้เป็นเอก อานุภาพของปี่นั้นพระอาจารย์บอกว่า
 
 
  ๏ ถ้าแม้นว่าข้าศึกมันโจมจับ
จะรบรับสารพัดให้ขัดสน
เอาปี่ป่าเล้าโลมน้ำใจคน
ด้วยเล่ห์กลโลกาห้าประการ

คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส
เกิดกำหนัดลุ่มหลงในสงสาร
ให้ใจอ่อนนอนหลับดังวายปราณ
จึงคิดอ่านเอาไชยเหมือนใจจง ๚


ส่วนศรีสุวรรณเลือกเรียนวิชากระบี่กระบองจนเป็นเลิศเช่นกัน
ท้าวสุทัศน์ทราบเรื่องก็โกรธมาก ขับไล่พี่น้องทั้งสองออกจากเมืองไป
เจ้าชายทั้งสองตกใจมากจนสลบต่อหน้าพระที่นั่ง เมื่อฟื้นมาก็รีบออกจากเมือง


  ๏ เผื่อพบพานบ้านเมืองที่ไหนมั่ง
พอประทังกายาอยู่อาไศรย
มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
ชีวิตไม่ปลดลงคงได้ดี ๚  


อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

ที่มา http://www.geocities.com/lekpage/papai001.htm


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=nDfLu03ux58" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=nDfLu03ux58</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=21yIio9U3m8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=21yIio9U3m8</a>


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
ตอน : พบสามพราหมณ์และนางผีเสื้อสมุทร
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า
พระอภัยเป่าปี่ให้ ๓ พราหมณ์ฟัง
พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเดินทางมาจนถึงชายฝั่งทะเล ได้พบกับพราหมณ์หนุ่มสามคน
เมื่อพราหมณ์ทั้งสามทราบว่าเป็นลูกกษัตริย์ ก็แสดงความนอบน้อม

 
๏ ดรุณพราหมณ์สามคนได้แจ้งอรรถ    ว่ากษัตริย์สุริยวงศ์ไม่สงสัย
ประณตนั่งบังคมขออภัย    พระอย่าได้ถือความข้าสามคน
ซึ่งพระองค์สงสัยจึงไต่ถาม    จะทูลความให้แจ้งแห่งนุสนธิ์
ข้าชื่อ วิเชียร โมรา เจ้าสานน    ทั้งสามคนคู่ชีวิตเป็นมิตรกัน
แสวงหาตั้งเพียรเพื่อเรียนรู้    ได้เป็นคู่ศึกษาวิชาขยัน
ได้รู้เรียกลมฝนคือคนนั้น    ข้าแข็ง ขันยิงธนู สู้ไพริน
ยิงออกไป ได้ทีละเจ็ดลูก    จะให้ถูกตรงไหน ก็ได้สิ้น
คนนั้นผูกเรือยนต์แล่นบนดิน    อยู่บ้าน อินทคาม ทั้งสามคน ๚

พราหมณ์ทั้งสามพอจะเข้าใจถึงประโยชน์ของในวิชากระบี่กระบองที่ศรีสุวรรณร่ำเรียนมา
แต่ยังสงสัยว่าเหตุใดพระอภัยมณีจึงไปเรียนการเป่าปี่ พระอภัยมณีจึงตอบไปว่า

 
อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป    ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์
๏ ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช    จตุบาทกลางป่าพณาสิณฑ์
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน    ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา
๏ ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ    อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา
ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญา    จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง ๚

จากนั้นพระอภัยมณีก็หยิบปี่ขึ้นมาเป่าให้พราหมณ์ทั้งสามฟัง
 
๏ ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย    ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุบผาสุมาลัย    จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่เลย ๚
๏ พระจันทรจรสว่างกลางโพยม    ไม่เทียบโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย    ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน ๚
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังวังเวงวะแว่วเสียง    สำเนียงเพียงการเวกกังวานหวาน
หวาดประหวัดสตรีฤดีดาล    ให้ซาบซ่านเสียงสดับจนหลับไป ๚
๏ ศรีสุวรรณนั้นนั่งอยู่ข้างพี่    ฟังเสียงปี่วาววับก็หลับไหล
พระแกล้งเป่าแปลงเพลงวังเวงใจ    เป็นความบวงสรวงพระไทรที่เนินทราย ๚

บริเวณใกล้เนินทรายใต้ต้นไทรนั้นมีผีเสื้อยักษ์อาศัยอยู่ใต้สมุทร ซึ่งนางกำลังออกหาอาหารในยามเย็น.....
ได้ฟังเสียงปี่ก็ตามเสียงปี่มาจนพบพระอภัยมณีเข้าก็หลงทันที นางรำพันถึงถึงพระอภัยมณีว่า ....

 
๏ ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น    เป็นหนุ่มแน่นน่าชมประสมสอง
ถ้าแม้นได้กับกูเป็นคู่ครอง    จะตระกองกอดแอบไว้แนบเนื้อ
น้อยหรือแก้มซ้ายขวาก็น่าจูบ    ช่างสมรูปนี่กระไรวิไลเหลือ
ทั้งลมปากเป่าปี่ไม่มีเครือ    นางผีเสื้อตาดูทั้งหูฟัง
ยิ่งปั่นป่วนรวนเรเสน่ห์รัก    สุดจะหักวิญญาณ์เหมือนบ้าหลัง
อุตลุดผุดทะลึ่งขึ้นตึงตัง    โดยกำลังโลดโผนกระโจนโจม

แล้วนางก็สะกดพระอภัยมณีแล้วลักพาไปไว้ในถ้ำใต้สมุทร จากนั้นก็แปลงกายเป็นสาวสวยคอยรับใช้คอยนวดเฟ้นอยู่
เมื่อพระอภัยมณีฟื้นขึ้นมาก็รู้ว่านางไม่ใช่มนุษย์ เพราะนัยตาไม่มีแวว จึงบอกนางว่าเรานั้นต่างเผ่าพันธุ์กันจะอยู่กันได้อย่างไร
นางผีเสื้อได้ฟังน้ำเสียงของพระอภัยฯ ก็เกิดหลงรักขึ้นมาอีกจึงกล่าวว่า

 
๏ อันน้องนี้ไร้คู่ที่สู่สม    เป็นสาวพรหมจารีไม่มีผัว
ถึงเป็นยักษ์ยังไม่มีราคีมัว    พระมากลัวผู้หญิงด้วยสิ่งใด
แม่เจ้าเอยคิดมาน่าหัวร่อ    เห็นเค้าง้อแล้วยิ่งว่าไม่ปราศรัย
พลางแกล้งทำสะบัดสะบิ้งทิ้งสไบ    ร้อนเหมือนใจจะขาดประหลาดนัก
แล้วแกล้งทำสำออยพูดอ้อยอิ่ง    เข้าแอบอิงเอนทับลงกับตัก
ยิ่งถอยหนีก็ยิ่งตามด้วยความรัก    ยิ่งพลิกผลักก็ยิ่งแอบแนบอุรา ๚

พระอภัยมณีก็ตกใจและรำคาญเป็นอย่างมาก จึงถีบนางยักษ์ตกจากแท่น
แต่นางยักษ์ก็ไม่ยอมละความพยายามตามตื้อจนถึงที่สุด

 
๏ เกิดกุลาคว้าว่าวปักเป้าติด    กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง
กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง    ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแชะชิด
กุลาโคลงไม่สู้คล่องกระพร่องกระแพร่ง    ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด    ประกบติดตกผางลงกลางดิน ๚

พระอภัยมณีจำต้องทนอยู่กินกับนางผีเสื้อจนมีลูกชายชื่อสินสมุทร ซึ่งต่อมาสินสมุทรก็จับเงือกมาให้พ่อเล่น
แล้วพวกเงือกเหล่านั้นก็พาพระอภัยมณีและสินสมุทร์หนีนางผีเสื้อยักษ์ไปตั้งหลักที่ เกาะแก้วพิสดาร 1


ที่มาจาก http://www.geocities.com/lekpage/papai002.htm

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=bDmkwEHisvY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=bDmkwEHisvY</a>



Poem Tags:กลอนพระอภัยมณีกำเนิดสุดสาครสุนทรภู่soonthornphu

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)

หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  





แห่งความรัก

รักเขาข้างเดียว อ้อนวอน ความคิดถึง ความห่วงใย เสียใจน้อยใจ คำกลอนอกหัก กลอนอำลา กลอนประชด วันสำคัญ
กลอนอวยพร ธรรมะสอนใจ กลอนธรรมชาติ งานประพันธ์ อารมณ์เพลง ตามใจฉัน กลอนจากนิทาน ห้องรวมกลอน ผลงานครูกวี คำคม
กลบท บทอาขยาน ต่อกลอน
กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี | ฝากภาพฟรี

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่: Email arttmc@hotmail.com หรื กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL MTB KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF


| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.155 วินาที กับ 32 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.035s, 2q)

Google เข้าชม หน้านี้เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว