กลอนท่านสุนทรภู่ เรื่อง พระอภัยมณี

<< < (2/2)

ดินหญ้ากาช้ำ:
? เกาะแก้วพิสดาร : เกาะสวาท-หาดสวรรค์
                         [youtube=425,350]_7dKeIdLjQE[/youtube]

                         [youtube=425,350]qM2UqBnV3AM[/youtube]

                         [youtube=425,350]I3DWwc25Eao[/youtube]

                         [youtube=425,350]I3DWwc25Eao[/youtube]

                         [youtube=425,350]H0l7toM8x7w[/youtube]

                         [youtube=425,350]_j_i-yxPRY8[/youtube]

 พอเห็นเงาเขาขวางอยู่กลางน้ำ    พิลึกล้ำกว่าคีรีที่ไหนไหน
จึงถามนางเงือกน้อยกลอยฤทัย    เกาะอะไรแก้วตาตรงหน้าเรา ๚
๏ นางเงือกน้ำบอกสำคัญว่านั่นแล้ว    คือ เกาะแก้วพิสดาร เป็นชานเขา
พระฟังนางสร่างโศกค่อยบรรเทา    จึงว่าเราเห็นรอดไม่วอดวาย ๚

ก่อนที่นางเงือกจะพาพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทรมาถึง เกาะแก้วพิสดาร นี้
พ่อเงือกและแม่เงือกก็ได้ถูกนางผีเสื้อสำเร็จโทษจับกินไปด้วยความแค้นเรียบร้อยแล้ว
นางเงือกจึงมีความโศกเศร้านักอยากจะตายตามพ่อและแม่ไป แต่พระอภัยไม่ยอมให้ตาย 

๏ พงศ์กษัตริย์ตรัสห้ามด้วยความรัก    หวังจะหักอาดูรให้สูญหาย
โอ้น้องแก้วแววตาจะลาตาย    แสนเสียดายดังใครล้วงเอาดวงใจ ๚

อืมมม์ ... ที่ไม่ยอมให้นางเงือกตายนั้นก็ทั้งห่วงชีวิตและคิดถึงคะนึงหาน่ะครับ
 
๏ นางมัจฉานารีของพี่เอ๋ย    เจ้าทรามเชยอยู่ที่นี่หรือที่ไหน
พี่มาเยือนเพื่อนยากฝากอาไลย    สายสุดใจจงขึ้นมาหาพี่ชาย ๚
๏ ฝ่ายเงือกน้อยสร้อยเศร้าให้เหงาง่วง    อยู่ในห้วงหุบวลชลสาย
ได้ฟังคำฉ่ำชื่นค่อยฟื้นกาย    จึงแหวกว่ายสายสมุทรผุดขึ้นมา ๚

นางเงือกเองก็เหลือตัวตนคนเดียว เมื่อยินน้ำเสียงอันอ่อนโยนของพระอภัยก็อุ่นใจนัก
ยิ่งพระอภัยรุกเร้าเกี้ยวพาราสี ออดอ้อนอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่รู้ว่าจะแข็งใจไปได้อย่างไร
 
๏ จะปกป้องครองคู่ไม่รู้ร้าง    ไม่เว้นว่างวายประโลมโฉมมัจฉา
ประสายากฝากรักกันสองรา    แก้วกานดาดวงจิตต์อย่าบิดเบือน ๚
๏ นางเงือกน้ำคำนับอัภิวาท    เชิงฉลาดเหมือนมนุษย์นั้นสุดเหมือน
จึงตอบคำทำกระบวนแกล้งชวนเชือน    พระมาเยือนเยี่ยมนี้น้องดีใจ ๚

แต่นางเงือกก็อิดเอื้อนทำนองว่าตนเองเป็นมัจฉาอยู่ในน้ำไม่คู่ควร แต่พระอภัยฯ ก็ตามตื้อ
 
๏ ประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์    ไม่จำกัดห้ามปรามตามวิไสย
นาคมนุษย์ครุฑาสุราไลย    สุดแต่ใจปรองดองจะครองกัน ๚

 
๏ เจ้ากับพี่นี้ก็เห็นเป็นกุศล    จึงหนีพ้นมารมาไม่อาสัญ
จะเคียงคู่ชูชื่นทุกคืนวัน    โอ้จอมขวัญไนยนาได้ปรานี ๚
๏ พลางอิงแอบแนบน้องประคองเคล้า    ค่อยต้องเต้าเต่งอุรามารศรี
พระเชยปรางทางฉะอ้อนอ่อนอินทรีย์    ร่วมฤดีเดือนหงายสบายใจ ๚

 
๏ สมพาสเงือกเยือกเย็นเหมือนเล่นน้ำ    ค่อยเฉื่อยฉ่ำชื่นชมด้วยสมหมาย
สัมผัสพิงอิงแอบเป็นแยบคาย    ไม่เคลื่อนคลายคลึงเคล้าเยาวมาลย์ ๚
๏ จนดาวเดือนเลื่อนลับพยับฟ้า    จึงโลมลาลับหลังยังสถาน
แต่เช้าค่ำไปมาอยู่ช้านาน    จะประมาณเจ็ดเดือนไม่เคลื่อนคลา ๚[/size]

ที่มาจาก http://www.geocities.com/lekpage_plus/samet1.html

ดินหญ้ากาช้ำ:
? กำเนิดสุดสาคร

เมื่อพระอภัยมณีได้นางเงือกแล้ว โถ! หม้อข้าวยังไม่ทันดำก็จำต้องพรากจากกันไป
เพราะบังเอิญนางสุวรรณมาลี ธิดาพระเจ้ากรุงผลึกได้ล่องเรือตามหาดวงแก้วในฝัน
จนมาถึงเกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีและสินสมุทรจึงขอโดยสารเรือกลับไปด้วย
                  [youtube=425,350]zGa7KHRPCzc[/youtube]

                  [youtube=425,350]_M44AnfmT5g[/youtube]

                  [youtube=425,350]S9sRvsyPYJ4[/youtube]

                  [youtube=425,350]HacPWM45g_g[/youtube]
 
๏ จะกล่าวถึงเงือกน้อยกลอยสวาท    ซึ่งรองบาทพระอภัยไกลสถาน
อยู่วลวังหลังเกาะแก้วพิสดาร    ประมาณกาลสิบเดือนไม่เคลื่อนคลา ๚
๏ ให้เจ็บครรภ์ปั่นป่วนจวนจะคลอด    ระทวยทอดลงกับแท่นที่แผ่นผา
จะแลเหลียวเปลี่ยวใจไนยนา    ไม่เห็นหน้าผู้ใดที่ไหนเลย ๚

หมายเหตุ : ตัวสะกดต่างๆ คัดลอกมาจากต้นฉบับของสุนทรภู่ ดังนั้นบางคำอาจต่างไปจากปัจจุบัน
เช่นคำว่า ?ไนยนา? สมัยนี้เขียนว่า ?นัยนา? ก็ร่วมสองร้อยปีแล้วนะครับ วิวัฒนาการของภาษาก็เปลี่ยนไปบ้าง

จากนั้นนางเงือกก็คลอดบุตรชายมาหนึ่งคน ชื่อว่า ?สุดสาคร? มีม้า ?นิลมังกร? เป็นม้าคู่ใจ
สุดสาครได้เล่าเรียนวิชาต่างๆ จากพระโยคีจนเก่ง ถูกใจพระโยคีจึงได้มอบไม้เท้ากายสิทธิ์ให้
พอสามขวบก็มาลาแม่เพื่อไปตามหาพระอภัยมณีผู้เป็นพ่อ นางเงือกก็แสนห่วงใยแต่ก็จำยอม

 
๏ เคยกินนมชมชื่นระรื่นรส    พ่อจะอดนมหมองลอองสี
ทั้งย่อมเยาว์เบาความได้สามปี    เล็กเท่านี้จะไปกระไรเลย ๚

ลืมบอกไปว่าสุดสาครนั้นได้บรรพชาเป็นมุนีน้อย เมื่อลาแม่แล้วก็ออกเดินทางไปตามหาพ่อ
และแล้วก็มาพบกับชีเปลือยไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ หลอกเอาวิชาและหลอกให้นั่งภาวนาบนปากเหว
พอเผลอก็ถูกถีบตกเหวจนสลบไสล แล้วเอาม้านิลมังกรและไม้เท้ากายสิทธิ์หนีไป
เมื่อฟื้นขึ้นมาก็ร้องไห้โฮ นึกถึงพระเจ้าตาให้มาช่วยหนูด้วย ฮือๆ หนูคิดถึงแม่ .. แง้!

 
๏ โอ้เจ้าตาอาจารย์ของหลานเอ๋ย    พระองค์เคยค่ำเช้าเฝ้าสั่งสอน
มาครั้งนี้ชีวาตม์แทบขาดรอน    พระอาจารย์มารดรไม่เห็นใจ
เมื่อต่อตีผีดิบสักสิบโกฏิ    พระมาโปรดหลานรักไม่ตักไษย
โอ้ครั้งนี้มิรู้ด้วยอยู่ไกล    ไม่มีใครบอกเล่าพระเจ้าตา ๚

ม้ามังกรหนีชีเปลือยมาได้ก็กลับมาหาสุดสาครแล้วก็ช่วยแหกปากร้อง จ๊าก! เอ๊ย! ฮี้ๆๆๆๆ
เพื่อให้คนมาช่วย ทั้งคนทั้งม้าร้องจนป่าลั่น ............. สลบแล้วคืนเล่าเฝ้าโศกา ฯ

 
๏ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว    สดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา    ประคองพาขึ้นจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์    มันสิ้นสุดฦกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลิพันเกี่ยวที่เลี้ยวลด    ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน ๚

แค้นนี้ต้องชำระ ! สุดสาครเข้าไปตามชีเปลือยที่เมืองการเวก ไปแย่งไม้เท้าคืนมาได้
เฒ่าชีเปลือยตกใจกระโดดผลุงหนีไป ชาวเมืองวิ่งตามกันอลหม่าน เสียงดังเข้าไปในวัง
กษัตริย์เมืองการเวกออกมาเจอสุดสาครในชุดมุนีน้อยก็รู้สึกรักใคร่เอ็นดูยิ่ง จึงตรัสถามว่า ...

 
๏ เป็นพงศ์เผ่าท้าวพระยาหรือพาณิช    กะจิริดรู้ศรัทธาจะหาไหน
พระมุนีมีนามกรใด    ธุระไรจึงจะมาถึงธานี ๚
๏ พระหน่อไทได้ฟังรับสั่งถาม    จึงตอบความตามจริตกิจฤๅษี
อาตมาอายุได้สามปี    พระชนนีชื่อมัจฉาวิลาวรรณ์ ๚


อืมมม์ .... เพิ่งรู้เหมือนกันว่านางเงือกชื่อเพราะซะด้วย!

สุดสาครก็เลยเล่าเรื่องชีเปลือยไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ให้ฟัง หลังจากนั้นก็ตามจับตัวมาไต่สวน
กว่าจะจับได้ก็เหนื่อยนัก ?พวกข้าเฝ้าเข้ากลุ้มรุมกันฉุด แกดิ้นหลุดแพลงพลิกเข้าจิกหัว?
เมื่อโดนจับได้แล้วแทนที่จะรับสารภาพ เฒ่าเจ้าเล่ห์กับทำปากแข็ง แถมยังกวนโอ๊ยอีก!

 
๏ ฝ่ายชีเปลือยเหนื่อยอ่อนลงนอนนิ่ง    ครั้นรับจริงกลัวจะสั่งให้สังหาร
แกล้งบิดเบือนเหมือนเป็นไข้ไม่ให้การ    ทำสะท้านเทิ้มเทิ้มระเริ้มริก
เขาเตือนตีสีข้างผางถนัด    ทำจุกอัดอั้นใจไม่กระดิก
เขาจี้จิ้มทิ่มพุงสดุ้งพลิก    หัวเราะริกรื้อกลับนั่งหลับตา ๚

พระเจ้ากรุงการเวกจึงสั่งให้นำไปผ่าอก แต่สุดสาคร ก็สงสาร ?จึงทัดทานทูลท้าวเจ้ากรุงศรี?
เมื่อสุดสาครร้องขอชีวิตเจ้าชีเปลือย เจ้าเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด!!!

พระเจ้ากรุงการเวกมีธิดาน้อยองค์หนึ่งชื่อว่า เสาวคนธ์ แต่ไม่มีโอรส จึงโปรดสุดสาครนัก
ทั้งกษัตริย์และมเหสีได้เรียกพระธิดาเสาวคนธ์ให้มารู้จักสุดสาคร ให้เป็นพี่เป็นน้องกัน

 
๏ พระตรัสพลางทางเรียกธิดาราช    มาร่วมอาสน์เนาวรัตน์แล้วตรัสสอน
ให้อัญชลีพี่ยาสุดสาคร    นางโอนอ่อนอภิวันท์จำนรรจา
พี่จ๋าพี่พระแกลตุ๊กแกร้อง    ทำบ่วงคล้องมันเสียทีเถิดพี่จ๋า
กุมารอุ้มจุมพิตพระธิดา    แล้วว่าอย่ากลัวตุ๊กแกเลยแม่น้อง
ฉันจะตีที่หลังให้ดังผลุง    น้องสดุ้งสรวลสันต์กันทั้งสอง
น่าสงสารมารดรกรประคอง    อุ้มให้สองทรามเชยเสวยนม
สุดสาครนอนทับพระเพลาซ้าย    แล้วดื่มสายโลหิตสนิทสนม
จนอิ่มหนำฉ่ำชื่นรื่นอารมณ์    นางจูบเกล้าเผ้าผมเฝ้าชมเชย ๚

ชีวิตในวัยเด็กของสุดสาครก็น่ารักอย่างนี้แหละ มีขึ้นมีลง แต่ก็วาสนาดีเพราะมีเมตตาธรรม

ที่นางสุวรรณมาลีล่องเรือมาจนถึงเกาะแก้วพิสดารนั้น เพราะนางเป็นคู่หมั้นของอุศเรนเจ้ากรุงลังกา แต่นางไม่สนใจ
ตอนหลังอุศเรนโดนสินสมุทรฆ่าตาย (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) นางลเวงน้องสาวอุศเรนจึงแค้นใจ ยกทัพมาแก้แค้น
แต่เห็นว่าพระอภัยมณีหล่อก็เลยแย่งซะเลย คือแย่งไปจากนางสุวรรณมาลีด้วยเสน่ห์ยาแฝด พระอภัยก็สมยอม
ครั้นถึงรุ่นลูกเป็นวัยรุ่น สุดสาครไปตามหาพ่อ นางละเวงก็เลยแนะลูกสาวให้ทำกิจกรรมที่แม่ถนัด คือการจับผู้ชาย

*** คงจำกันได้นะว่านางผีเสื้อสมุทรนั้นตายตอนไหน ตอนพระอภัยฯ อยู่บนเกาะแก้วพิสดารนั้นนางผีเสื้อมารบกวนไม่ได้
เพราะเกรงอิทธิฤทธิ์ของพระโยคี แต่เมื่อพระอภัยโดยสารสำเภาของนางสุวรรณมาลีออกมาจากเกาะแล้ว แม่ผีเสื้อก็โผล่มา
แล้วท้ายที่สุดก็ตายเพราะเสียงปี่ของพระอภัยฯ ด้วยเพลง The End of The World  รึเปล่าก็ไม่รู้นะ

ระหว่างที่พระอภัยและสินสมุทรกำลังติดหญิงอยู่ในกรุงลงกา เอ๊ย กรุงลังกานั้น
นางสุวรรณมาลี พร้อมด้วยสุดสาคร เสาวคนธ์ (ธิดาเจ้าเมืองการเวก)
และหัสไชย (น้องชายเสาวคนธ์ ซึ่งเกิดทีหลังที่เจ้าเมืองการเวกชุบเลี้ยงสุดสาคร)
ทั้งหมดนี้ก็ได้ยกทัพไปบุกเมืองลังกาของนางลเวงวัณฬาราช เพื่อจะชิงตัวพระอภัยฯ

สุดสาครและหัสไชย (น้องชาย) ก็ได้อาสานางสุวรรณมาลีเข้าไปดูพระอภัยในวังของนางลเวง
นางลเวงแสร้งทำยินดีเตรียมต้อนรับสุดสาครและอนุชา แล้วก็แอบยุลูกสาวให้เผด็จศึกสุดสาครให้ได้
แต่นางสุลาลีวัน ลูกสาวนางลเวงไม่มีประสบการณ์ก็เลยทำอิดออดอิดเอื้อนกระมิดกระเมี้ยน

 
๏ ด้วยไม่เคยเลยหม่อมฉันประทานโทษ    อย่ากริ้วโกรธกึ่งตรึกนึกไฉน
นางฟังคำร่ำปลอบให้ชอบใจ    กลัวทำไมมีผัวอย่ากลัวเลย
ไม่ลำบากยากเย็นเป็นแต่เขา    เข้าคลึงเคล้าต้องถูกดอกลูกเอ๋ย
ชื่นอะไรนั้นไม่รื่นเหมือนชื่นเชย    กลัวจะเคยเสียหนักอีกอย่าหลีกตัว ๚

จากนั้นก็ปลุกเสกเลขยันต์กันขนานใหญ่ แล้วก็อาบน้ำแต่งองค์ทรงเครื่องออกไปต้อนรับสุดสาคร
สุดสาครถึงจะรุ่นหนุ่มแล้วแต่ก็ยังเป็นนักพรตรูปงามสวมใส่หนังเสือเป็นอาภรณ์ดังเดิม

 
๏ สุดสาครค้อนเคืองชำเลืองพิศ    ระรื่นฤทธิ์รสสุคนธ์ด้วยมนต์ขลัง
ให้เสียวซาบปลาบปลื้มจนลืมชัง    เห็นเปล่งปลั่งพรั่งพร้อมลม่อมลไม ๚

เมื่อรู้ว่าสุดสาครต้องมนต์หลงเสน่ห์ตนแล้ว เมื่อได้โอกาสนางสุลาลีวันจึงให้สุดสาครปลดเครื่องนักพรต
เพื่อมาถือเพศฝรั่งเมืองลังกาดูบ้าง ?จึงว่าพี่นี้ไม่ขัดหัทยา อยากเป็นฝาหรั่งเล่นเย็นเย็นใจ?
ทีนี้แหละนางสุลาลีวันก็ทำกระแดะเล่นตัว ก็ยิ่งทำให้สุดสาคร ฟืดฟาด! ฟืดฟาด!

 
๏ ห้ามเท่าไรไม่ยั้งไม่ฟังห้าม    ตามเถิดตามบุญกรรมแกล้งทำเฉย
พระกอดช้อนกรต้องประคองเชย    ต่างไม่เคยขามเขินเผอิญเป็น
กระดี้กระดิกพลิกเพลี่ยงเบือนเบี่ยงบิด    เหมือนเรือติดตมตื้นจะขืนเข็น
แต่สาวหนุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น    บังเกิดเป็นอัศจรรย์ไม่ทันรู้
ด้วยรวดเร็วเปลวไฟประไลยราค    เหมือนขึ้นปากนกหินดินใส่หู
พอลั่นฉับสับไกก็ไฟพรู    เสียงฟุบฟู่ฟุ้งฟูมดังตูมตึง
ต่างละเลิงเชิงชมภิรมย์รื่น    อันรสอื่นหรือจะเปรียบประเทียบถึง
นางเมียยั่วผัวเย้าเฝ้าเคล้าคลึง    จนเหนื่อยจึงเคลิ้มหลับระงับไป ๚

โถ! ... สุดสาครจะมา ?รบทัพจับศึก? กลับมาโดน ?ล้มทับจับสึก? ซะแล้ว

ต่ อ จ า ก นั้ น ก็ มี ก า ร ร บ พุ่ ง กั น อ ยู่ อี ก ห ล า ย ต ล บ ! ! !

จนกระทั่งพระฤๅษีจากเกาะแก้วพิสดารมาเทศนาโปรดทัพทั้งสองให้เลิกแล้วต่อกัน
จึงสงบศึกปรองดองกันได้โดยนางลเวงได้เชิญนางสุวรรณมาลีและทัพกษัตริย์ทั้งหมดเข้าเมือง
นอกจากนี้นางลเวงยังยอมให้นางเสาวคนธ์ขุดโคตรเพชรในระหว่างชมสวนอีกด้วย

ต่อมานางเสาวคนธ์ที่เคยเล่นตุ๊กแกที่พระแกล(หน้าต่าง)กับสุดสาครในวัยเด็ก ก็งอนเช้งหนีกลับไป
สุดสาครรู้เข้าก็ชวนหัสไชย(อนุชาเสาวคนธ์) ติดตามนางเสาวคนธ์ไปง้องอนอย่างกระชั้นชิด แต่ก็ไม่เป็นผล
จึงได้แต่พร่ำรำพึงเป็นบทกลอนที่คุ้นหูและโดนใจคนหนุ่มในกลุ่มแห้วมาทุกยุคสมัยว่า ....

?จะเรียนร่ำทำอะไรไม่ลำบาก .... ให้ยอดยากอย่างเดียวเกี้ยวผู้หญิง?

แต่ถ้าเนื้อคู่แล้วย่อมไม่แคล้วคู่กัน หนีได้ก็หนีไป หนีอย่างไรก็ไม่พ้น เสาวคนธ์เดินหน้าต่อไปหลายบทหลายตอน
ทั้งแปลงกายเป็นฤๅษีจนกระทั่งไปตีได้เมืองวาหุโลม แต่สุดสาครก็ตามไปพบจนได้ แล้วก็ได้สุขสมอารมณ์หมาย

 
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงแว่วเสียงตรัส    กลับสงัดเงียบระงับหรือหลับไหล
ค่อยแหวกม่านคลานแลอยู่แต่ไกล    เห็นเนาในแท่นทองทั้งสององค์
นึกเอะใจใครหนอนอนคลอเคล้า    พลางเคียงเข้าพินิจพิศวง
สังเกตจำสำคัญได้มั่นคง    รู้ว่าองค์เชษฐาสุดสาคร ๚

ครับ! เรื่องสุดสาครก็ขอจบลงเพียงตรงนี้ แต่ก็ขอสรุปเรื่องพระอภัยมณีลงไปด้วยเลยว่า
ตอนจบนั้นพระอภัยมณีไปบวชเป็นฤๅษีโดยมีนางสุวรรณมาลีและนางลเวงตามไปบวชเป็นชีด้วย
ส่วนศรีสุวรรณอนุชาของพระอภัยมณีก็กลับไปครองเมืองรมจักรของนางเกษราผู้เป็นมเหสี

 
๏ สินสมุทรไปบำรุงกรุงผลึก    ได้ปราบศึกสืบวงศ์เหล่าพงศา
สุดสาครเสาวคนธ์สุมณฑา    ครองลังกาผาสุกสนุกสบาย ๚

เมื่อจบนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณีแล้ว ยังมีบทต่อที่เป็น นิทานเรื่องพระอภัยมณี ที่พิมพ์ในเล่มที่ ๓
มีใจความน่าสนใจตอนหนึ่งพอสรุปได้ว่า นางมัจฉา หรือนางเงือกแม่ของสุดสาครนั้น ได้รักษาศีล ๕ มาตลอด
เพราะได้รับการสั่งสอนจากพระอภัยมณีเมื่อครั้งได้ครองคู่กันที่เกาะแก้วพิสดาร และมาฟังคำสอนของพระโยคีอยู่เสมอ
ร้อนถึงพระอินทร์ลงมาตัดหางให้ จึงกลายเป็นมนุษย์ แล้วท้ายที่สุดสุดสาครก็มารับไปอยู่ด้วยกันที่เมืองลังกา
แล้วสถาปนานามใหม่ว่า ?จันทวดีพันปีหลวง? ............................................ อ ว ส า น !!!

ที่มาจาก http://www.geocities.com/lekpage_plus/sudsakorn.html[/size]

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก  |  เพิ่มเว็บไซต์ฟรี