กลอน อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

<< < (2/6) > >>

ดินหญ้ากาช้ำ:
พิณสายรุ้งร่ายประเลงเพลงความหลัง
แม่ปิงวังยมน่านผสานสาย
พรมวารีดุริยางค์หลั่งระบาย
เล่านิยายยืดยาวเจ้าพระยา

สร้างสายทิพย์ชโลมไทยให้ชื่นฉ่ำ
สร้างสายธรรมค้ำจุนบุญรักษา
สร้างสายธารอุดมทัศน์เอื้อศรัทธา
สร้างชีวาวิญญาณธารอารมณ์

มิ่งมหาวารีแห่งชีวิต
เนรมิตหวานชื่น และขื่นขม
กระแสธารมารดาค่าน้ำนม
กระแสตรมน้ำตาค่าความรัก

กำจรเอื้องเมืองแม่แควสี่สาย
มากำจายเจ้าพระยามหาศักดิ์
ร่ายลำนำน้ำใจไม่ผ่อนพัก
อาณาจักรธารพระจันทร์นิรันดร

ขวัญเจ้าเอยเจ้าพระยาขวัญหล้าแหล่ง
ชื่นบานแข่งขวัญฟ้าอ่าอัปสร
เชิญขวัญชมชื่นใจในสาคร
ฟังเพลงกลอนกล่อมขวัญบรรเลงลอย

ลมเมืองร้อนโรยมาจากนาข้าว
ฉ่ำเนื้อสาวสไบกรองทองสายสร้อย
เสียงขลุ่ยตามลำน้ำค่ำคืนคอย
ให้เคลิ้มคล้อยปล่อยใจไปถึงดาว

เพชรน้ำฝนหล่นแล้วแก้วปรากฏ
หวานยิ่งรสผึ้งรวงแห่งทรวงสาว
ระเอิบเอมอิ่มหวังยั่งยืนยาว
เริ่มเรื่องราวรังรองของชีวี

เพลงเรือรักเรือเร่จะเห่หาว
โอ้ลมหนาวเจ้าพระยาฟ้าเปลี่ยนสี
ดาวเดือนต่างดวงตาในราตรี
ลอยนทีประทีปทิพย์กระพริบพริ้ม

ลำนำแห่งเจ้าพระยานี้อาถรรพณ์
กล่อมชีวันหวั่นไหวให้เอิบอิ่ม
ระลอกน้อยลอยพยักเหมือนลักยิ้ม
ประทับพิมพ์พักตร์แทนแผ่นดินไทย

เจ้าพระยาคือนิยามแห่งความรัก
อาณาจักรศักดิ์ศรีที่ฝันใฝ่
สัญลักษณ์ลำนำแม่น้ำใจ
รวมอยู่ในทุกที่ที่มีเธอ

ที่มาจาก http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=291.0

ดินหญ้ากาช้ำ:
เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว
ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง
โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง
เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ

 โอ้ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร
นกขมิ้นเหลืองอ่อน จะนอนไหน
ค่ำลงแล้วแนวพนาและฟ้าไกล
เจ้านอนได้ทุกเถื่อนท่าไม่อาทร

 แล้วหวนเสียงเรียงนิ้วขึ้นหวิวหวีด
เร่งอดีตดาลฝันบรรโลมหลอน
ถี่กระชั้นสั่นกระชากใจจากจร
ระเรื่อยร่อนเร่มาเป็นอาจิณ

โอ้ใจเอ๋ยอ้างว้างวังเวงนัก
ไร้แหล่งพักหลักพันจะผันผิน
เพิ่มแต่พิษผิดหวังยังย้ำยิน
ระด่าวดิ้นโดยอนาถแทบขาดใจ

ข้าเคยฝันถึงฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ฝันถึงปางทับเปลี่ยวเรี่ยวน้ำไหล
ถึงช่อเอื้องเหลืองระย้าคาคบไม้
ในแนวไพรนึกเหมือนเป็นเพื่อนเนา

รู้รสแรงแห่งทุกข์และสุขสิ้น
บนแผ่นดินแผ่นเดียวเปลี่ยวและเหงา
จิบน้ำใจจนทั่วเจียนมัวเมา
ไร้ร่มเงารังเรือนและเพื่อนตาย

เขาเคลียนิ้วเนิบนุ่มเสียงทุ้มพร่า
เหมือนหวนหาโหยไห้น่าใจหาย
เจ้าขมิ้นเหลืองอ่อนนอนเดียวดาย
จะเหนื่อยหน่ายหนาวน้ำค้างที่กลางดง

เสียงฉับฉิ่งหริ่งรับขยับเร่ง
จะพรากเพลงเพื่อนยินสิ้นเสียงส่ง
เขาเบือนนิ้วผิวแผ่วแล้วราลง
เสียงนั้นคงเน้นครางอย่างห่วงใย

เจ้าดอกเอยดอกขจรอาวรณ์ถวิล
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน
เขาวางขลุ่ยข่มน้ำตาว้าเหว่ใจ
ตอบไม่ได้ดอกหนาข้าคนจร

ที่มาจาก http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=291.0

ดินหญ้ากาช้ำ:
ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด
 ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา
 พอใบไม้ไหวพลิกริกริกมา
 ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก
   
 เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
 ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
 เพียงแววตาคู่นั้นสั่นสะทก
 ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ
   
 โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก
 เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่
 สว่างแวบแปลบพร่ามาไรไร
 ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี
 
 มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
 ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
 กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
 ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส
   
 นิ้วกระดิกกระเดี้ยได้พอให้เห็น
 เรี่ยวแรงที่แฝงเร้นก็ปรากฏ
 ยอดหญ้าแยงหินแยกหยัดระชด
 เกียรติยศแห่งหญ้าก็ระยับ
   
 สี่สิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน
 สี่สิบล้านไม่เคยเขยื้อนขยับ
 ดินเป็นทรายไม้เป็นหินจนหักพับ
 ดับและหลับตลอดถ้วนทั้งตาใจ
   
 นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า
 ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่
 ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด
 หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม

 ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่
 ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม
 แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม
 ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว
 
 และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ
 เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว
 มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว
 แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน
 
 พอเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้า
 ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน
 พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล
 ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย


ที่มาจาก http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=291.0

ดินหญ้ากาช้ำ:
"การเมืองไม่ใช่เรื่องธุรกิจ
การเมืองไม่ใช่คิดแต่จะได้
การเมืองไม่ใช่การค้ากำไร
การเมืองไม่ใช่ใช้แต่เกมกล

การเมืองไม่ใช่บ้าแต่อำนาจ
การเมืองไม่ใช่ศาสตร์แห่งเหตุผล
การเมืองไม่ใช่การกดขี่คน
การเมืองไม่ใช่ตนใหญ่คนเดียว

การเมืองไม่ใช่เรื่องของการเล่น
การเมืองไม่ใช่เข่นกันด้วยเขี้ยว
การเมืองไม่ใช่ตามกันกรูเกรียว
การเมืองไม่ใช่เลี้ยวไปลงคู

การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ
การเมืองคือภาระของทุกผู้
การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้
การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม

การเมืองต้องมีธรรมเป็นเข็มทิศ
การเมืองต้องมีจิตสำนึกร่วม
การเมืองต้องโปร่งใสไม่กำกวม
การเมืองต้องท้นท่วมศรัทธาอุทิศ

การเมืองต้องเคารพความเห็นต่าง
การเมืองต้องสรรค์สร้างเสรีสิทธิ์
การเมืองคืออำนาจขจัดพิษ
การเมืองคือชีวิตประชาชน ! "

ที่มาจาก http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=6288.0

ดินหญ้ากาช้ำ:
๏ เผด็จศึกไม่เผด็จสาร
พวกอันธพาลแผลงอิทธิผล
ใช้สื่ออันแสนกล
มาพ่นพิษขยายพิษ

๏ เอาเงินเป็นตัวตั้ง
ก็รั้งถูกให้เป็นผิด
ขาดธรรมเป็นเข็มทิศ
จึงตะบิดตะแบงตะบัน

๏ สงครามสนามสื่อ
ใครตาซื่อใครตาสั้น
ได้เน้นได้เห็นกัน
ณ กลางควันสงกรานต์ไฟ

๏ เผาบ้านและเผาเมือง
ทั้งเผาชาติให้บัลลัย
ทุรยำน้ำมือใคร
ที่เถื่อนถ่อยสุดสามานย์

๏ มีสื่อต้องใช้สื่อ
และใช้สารให้เป็นสาร
ที่เท็จต้องประจาน
แลที่จริงต้องแจกแจง


๏ รบศึกต้องรบสื่อ
ต้องร่วมมือทะมัดทะแมง
สัจธรรมต้องสำแดง
ชนะใจ ชนะจริง !.


.....................................
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

พฤ. ๑๖/๔/๕๒.
ที่มาจาก http://www.oknation.net/blog/nowwarat/2009/04/17/entry-1

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษา | ต้นไม้น่าปลูก |ปัญหาความรัก  |  เพิ่มเว็บไซต์ฟรี