กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
กรกฎาคม 30, 2014, 10:07:59 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก เพิ่มเว็บไซต์  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ขุนช้างขุนแผน  (อ่าน 17784 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 50


« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 11:18:17 am »

advertisement
 

ความเป็นมา ขุนช้างขุนแผน

            เรื่อง ขุนช้างขุนแผน มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเล่ากันต่อ ๆมาจนกลายเป็นนิยายพื้นเมืองของเมืองสุพรรณบุรี ต่อมาได้มีผู้นำเรื่องขุนช้างขุนแผนมาแต่งเป็นกลอนเสภาเพื่อใช้ในการขับเสภา จึงทำให้เรื่องนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้น ครั้นเสียกรุงแล้วบางตอนก็สูญหายไป บางตอนยังมีต้นฉบับเหลืออยู่ เรื่องไม่ติดต่อกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้กวีหลายคนช่วยกันรวบรวมและแต่งขึ้นเรียกว่า เสภาหลวง

             การ ชุมนุมกวีครั้งนั้นจึงเป็นการประกวดฝีปากเชิงกลอนอย่างเต็มที่ ทำให้เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน มีความไพเราะเพราะพริ้งมากอย่างไรก็ตามได้มีนักขับเสภาระยะหลังได้แต่งเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นอีกหลายสำนวนเพื่อใช้ขับเสภาเป็นตอน ๆ ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ หอพระสมุดวชิรญาณได้ชำระหนังสือเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนขึ้นเพราะมีเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผนหลายฉบับ ทั้งฉบับหลวงและฉบับราษฎรโดยมีสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพและกรมหมื่นกวี พจน์สุปรีชา ทรงเป็นประธานการชำระได้คัดเลือกเอาสำนวนที่ดีที่สุดมารวมกันจนครบทุกตอน บางตอนก็ไม่สามารถทราบนาม


อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

เครดิต : http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=336820&chapter=1

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 50


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 11:19:38 am »
เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

               เดิมเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เล่าเป็นนิทาน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยาวมาก เมื่อแต่งเป็นกลอน และขับเป็นลำนำด้วยก็ยิ่งจะต้องใช้เวลามาก ไม่สามารถจะขับให้ตลอดเรื่องในคืนเดียวได้ บทเสภาที่แต่งขึ้นจึงแต่งแต่เป็นตอนพอที่จะขับได้ภายในหนึ่งคืน ดังนั้น บทเสภาเดิมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า หรือที่แต่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงแต่งเป็นท่อนเป็นตอน ไม่เป็นเรื่องติดต่อเหมือนกับบทละคร การเอาบทเสภามารวมติดต่อกันให้เป็นเรื่องโดยสมบูรณ์ เพิ่งทำในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ

หนังสือ เสภาสมัยกรุงเก่าน่าจะสูญหายหมด เนื่องจากผู้ที่แต่งหนังสือเสภาสำหรับขับหากิน น่าจะปิดบังหนังสือของตน เพื่อป้องกันผู้อื่นมาแข่งขัน จะให้อ่านเพื่อท่องจำก็เฉพาะในหมู่ศิษย์และคนใกล้ชิด ด้วยสภาพดังกล่าวหนังสือเสภาจึงสาบสูญได้ง่าย ไม่เหมือนหนังสือประเภทอื่น เช่น หนังสือบทละคร และหนังสือสวด ดังนั้น บทเสภาครั้งกรุงเก่า จึงตกมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์เพียงเล็กน้อย จากการจดจำกันมาและมีไม่มากตอน
ตำนานเสภาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานแสดงที่มาได้ค่อนข้างดี ซึ่งจะพบได้จากกลอนของสุนทรภู่ กลอนไหว้ครู ที่ได้มีการเอ่ยชื่อครูเสภาไว้หลายท่าน พร้อมทั้งผลงานของท่านเหล่านั้น ที่ให้ไว้ในงานเสภา เช่น ครูทองอยู่ ครูแจ้ง ครูสน ครูเพ็ง พระยานนท์ เป็นต้น ส่วนครูปี่พาทย์ก็มีครูแก้ว ครูพัก ครูทองอิน ครูมีแขก ครูน้อย เป็นต้น

หนังสือเสภาที่แต่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ฯ จะแต่งเป็นตอน ๆ แต่ละตอนยาวประมาณ 2 เล่ม สมุดไทย พอจะขับได้ภายในหนึ่งคืน หนังสือเสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แต่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เท่าที่รวบรวมได้ในหอพระสมุด มีต่างกันถึง 8 ฉบับ และยังมีฉบับปลีกย่อยอีกต่างหาก รวมประมาณ 200 เล่ม สมุดไทย


อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

เครดิต : http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=336820&chapter=2

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
ไฟตะเกียง
ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ

อสรพิษกลอนผี


*

คะแนนกลอน 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 126



Level 9 : Exp 7%
HP: 0.1%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8
ได้รับคำชม: 50


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 11:25:08 am »
ตัวละครในเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน

1. ขุนแผน

เดิม ชื่อพลายแก้ว มีรูปร่างหน้าตางดงามคมสัน สติปัญญาเฉลียวฉลาด นิสัยเจ้าชู้ มีดาบฟ้าฟื้นเป็นอาวุธประจำตัว พาหนะคู่ใจคือ ม้าสีหมอก พ่อเป็นทหารชื่อ ขุนไกรพลพ่าย แม่ชื่อ นางทองประศรี ได้บวชเณรและเรียนวิชาที่วัดส้มใหญ่ แล้วย้ายไปเรียนต่อที่วัดป่าเลไลย สุดท้ายไปเป็นศิษย์สมภารคง วัดแค จนมีความรู้ทางโหราศาสตร์ ปลุกผี อยู่ยงคงกระพัน คาถามหาละลวยทำให้ผู้หญิงรัก ตลอดจนวิชาจากตำรับพิชัยสงคราม และยังมีความสามารถเทศ์ได้ไพเราะจับใจอีกด้วย ต่อมาสึกจากเณรแล้วแต่งงานกับนางพิมพิลาไลย ไม่นานก็ถูกเรียกตัวไปเป็นแม่ทัพรบกับเชียงใหม่ ครั้นได้ชนะกลับมาก็ได้เป็นขุนแผนแสนสะท้าน แต่ปรากฏว่าภรรยาแต่งงานใหม่แล้ว ขุนแผนต้องโทษถูกจำคุกถึง ๑๕ ปี จึงพ้นโทษ และทำสงครามกับเชียงใหม่อีกครั้ง เมื่อชนะกลับมาก็ได้ตำแหน่งเป็นพระสุริทรฤาไชย เจ้าเมืองกาญจนบุรี

ขุนแผนเจ้าชู้มากจึงมีภรรยาหลายคน คือ

1.       นางวันทอง                                   มีลูกด้วยกันคือ     พลายงาม
2.       นางลาวทอง                              
3.       นางแก้วกิริยา                               มีลูกด้วยกันคือ     พลายชุมพล
4.       นางสายทอง
5.       นางบัวคลี่                                      มีลูกด้วยกันคือ     กุมารทอง            


2. ขุนช้าง
                               ? จะกล่าวถึงขุนช้างเมื่อรุ่นหนุ่ม                      หัวเหมือนนกตะกรุมล้านหนักหนา
                   เคราคางขนอกรกกายา                                                    หน้าตาดังลิงค่างที่กลางไพร ?  


      ขุน ช้าง มีลักษณะรูปชั่วตัวดำ หัวล้านมาแต่กำเนิด นิสัยเจ้าเล่ย์เพทุบาย ได้ชื่อว่าขุนช้างเพราะตอนคลอดนั้น มีผู้นำช้างเผือกมามอบให้สมเด็จพระพันวษา พ่อชื่อ ขุนศรีวิชัย แม่ชื่อ นางเทพทอง มีฐานะร่ำรวยมาก แม้จะเกิดมาเป็นลูกเศรษฐี แต่ก็อาภัพ ถูกแม่เกลียดชังเพราะอับอายที่มีลูกหัวล้าน จึงมักถูกแม่ด่าว่าอยู่เสมอ และไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็จะเป็นที่ขบขันล้อเลียนของชาวบ้านทั่วไปเสมอ  แต่เป็นที่รักของญาติพี่น้อง เพราะตั้งแต่ขุนช้างเกิดมาครอบครัวก็ร่ำรวยขึ้น  พอเป็นหนุ่มก็ได้นางแก่นแก้ว เป็นภรรยา อยู่ด้วยกันได้ปีกว่านางก็ตาย จึงหันมาหมายปองนางพิมพิลาไลย แต่งงานกับนางสมใจปรารถนา

3. นางพิมพิลาไลย หรือ วันทอง

                               ?ทรวดทรงส่งศรีไม่มีแม้น                 อรชนอ้อนแอ้นประหนึ่งเหลา
                ผมสลวยสวยขำดำเป็นเงา                                  ให้ชื่อว่าเจ้าพิมพิลาไลย?


       นาง พิมพิลาไลย เป็นหญิงรูปงาม แต่ปากจัด พ่อชื่อ พันศรโยธา แม่ชื่อ นางศรีประจัน ต่อมารได้แต่งงานกับพลายแก้ว ซึ่งภายหลังมีลูกชายด้วยกัน คือ พลายงาม ครั้นพลายแก้วไปทำสงคราม นางก็ป่วยหนักรักษาเท่าไรก็ไม่หาย ขรัวตาจู วัดป่าเลไลย ตรวจดูดวงชะตาและแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็น นางวันทอง อาการไข้จึงหายต่อมานางถูกแม่บังคับให้แต่งงานใหม่กับขุนช้าง นางต้องถูกประณามว่าเป็นหญิงสองใจ เมื่อมีคดีฟ้องร้องถึงสมเด็จพระพันวษา และพระองค์ให้นางเลือกว่าจะอยู่กับใคร แต่นางตัดสินใจไม่ถูกจึงถูกสั่งให้ประหารชีวิต

4. พลายงาม                                                                                                                                                                          
                พลายงาม มีตำแหน่งทางราชการเป็นจมื่นไวยวรนาถ ซึ่งมักเรียนกันสั้น ๆ ว่า พระไวย หรือหมื่นไวย เป็นลูกของขุนแผนกับนางวันทอง แต่ไปคลอดที่บ้านของขุนช้าง เพราะนางถูกฉุดไปขณะที่ท้องแก่ ยิ่งโตพลายงามก็ยิ่งละม้ายคล้ายคลึงกับขุนแผนมากขึ้น ทำให้ขุนช้างเกลียดมาก วันหนึ่งจึงหลอกพลายงามไปฆ่าในป่า แต่โหงพรายของขุนแผนมาช่วยไว้ นางวันทองจึงให้ไปอยู่กับนางทองประศร ีที่กาญจนบุรีพลายงามได้เรียนวิชาจากตำราของพ่อจนเชี่ยวชาญ มีความสามารถเช่นเดียวกับขุนแผนต่อมาได้อาสายกทัพไปรบกับเชียงใหม่ แล้วถือโอกาสขออภัยโทษให้ขุนแผนออกจากคุกได้ เมื่อกลับมาจากสงครามก็ได้ตำแหน่งเป็นจมื่นไวยวรนาถ และมีภรรยาสองคน คือ นางศรีมาลา และนางสร้อยฟ้า
 
5. นางลาวทอง

                นางลาวทอง เป็นลูกของแสนคำแมน นายบ้านจอมทอง แห่งเชียงใหม่ แม่ชื่อนางศรีเงินยวง พ่อยกนางให้เป็นภรรยาของพลายแก้วเพื่อตอบแทนบุญคุณที่กองทัพของพลายแก้วไม่ได้รุกรานผู้คนในหมู่บ้านให้เดือนร้อน พลายแก้วพานางกลับมาที่กรุงศรีอยุธยาด้วย เมื่อได้ตำแหน่งขุนแผนแสนสะท้านแล้ว ก็พานางไปที่สุพรรณบุรี ครั้นได้พบกับนางวันทองก็โต้เถียงกันอย่างรุนแรง ขุนแผนโกรธที่ถูกนางวันทองพูดก้าวร้าวล่วงเกิน จึงพานางลาวทองไปอยู่ที่กาญจนบุรี ต่อมานางป่วยหนักขุนแผนจึงออกจากวังมาเยี่ยม ทำให้ขุนช้างมีโอกาสใส่ความขุนแผน นางจึงถูกพรากเข้าไปอยู่ในวังทำหน้าที่ปักสะดึงกรึงไหม แต่เมื่อขุนแผนขออภัยโทษให้นางเป็นอิสระ สมเด็จพระพันวษาก็ไม่พอใจสั่งจำคุกขุนแผนไว้ นางลาวทองจึงต้องพลัดพรากจากขุนแผนเป็นเวลานานถึง ๑๖ ปีจนกระทั่งขุนแผนพ้นโทษจึงได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก

6. นางบัวคลี่
                นางบัวคลี่ เป็นลูกสาวของหมื่นหาญกับนางสีจันทร์ นางมีรูปโฉมงดงามราวกับสาวชาววัง เจ้าเมืองกรมการแห่งกาญจนบุรีรู้กิตติศัพท์ความงามาของนางก็ส่งคนมาสู่ขอ แต่พ่อของนางไม่ยอมยกให้ เมื่อขุนแผนเดินทางไปเสาะหาของวิเศษ ๓ อย่าง คือ กุมารทอง ดาบ และม้าฝีเท้าดี ได้มาพบนางบัวคลี่เข้าก็มีความพอใจ จึงฝากตัวเข้าเป็นสมุนกับพ่อของนาง และได้นางเป็นภรยา จนนางตั้งท้อง ต่อมาพ่อของนางเห็นว่าขุนแผนมีวิชาอาคมเหนือกว่า ก็เกรงว่าจะถูกยึดอำนาจ จึงสั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าขุนแผนเสีย นางก็เชื่อฟังพ่อยอมกระทำตาม แต่ขุนแผนรู้ตัวเสียก่อนก็แค้นเคืองที่นางคิดไม่ซื่อ จึงแกล้งทำเป็นถูกพิษและไม่สบาย ครั้นนางนอนหลับก็ใช้มีดผ่าท้องของนางควักเอาลูกในท้องออกมาทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทอง
 
7. นางสายทอง
                นางสายทอง เป็นพี่เลี้ยงของนางพิมพิลาไลย ได้เลี้ยงดูอุ้มชูกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงมีความรักใคร่สนิทสนมกันมาก เหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ นางช่วยเป็นแม่สื่อให้พลายแก้วกับนางพิมพิลาไลยรักกัน และรู้เห็นเป็นใจให้คนทั้งสองแอบไปพบกันหลายครั้ง ต่อมานางก็ตกเป็นภรรยาของพลายแก้วด้วย นางสายทองเป็นเพื่อนคอยปลอบใจยามที่นางพิมพิลาไลยเศร้าโศก เพราะความอาลัยรักและห่วงไยพลายแก้วที่จากไปทำสงครามในแดนไกล แต่นางไม่เคยมีโอกาสอยู่ร่วมกับพลายแก้วอย่างใกล้ชิดในฐานะสามีภรรยาเลย แม้ว่าพลายแก้วจะมีหน้าที่ราชการสูงขึ้น ได้เป็นขุนแผนแสนสะท้านและได้เลื่อนเป็นพระสุริทรฤาไชย นางสายทองก็ยังอยู่กับนางศรีประจันแม่ของนางพิมพิลาไลยเช่นเดิม
 
8. นางแก้วกิริยา
                นางแก้วกิริยา เป็นลูกของพระยาสุโขทัยกับนางเพ็ญจันทร์ พ่อพานางมาขายฝากให้เป็นทาสของขุนช้างเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ขุนช้างนึกเอ็นดูจึงเลี้ยงนางไว้เป็นเหมือนน้องสาว ขุนแผนหาของสำคัญสามอย่าง คือ ดาบฟ้าฟื้น กุมารทอง และม้าสีหมอก ได้ครบแล้ว คืนหนึ่งก็บ้านของขุนช้างเพื่อลักตัวนางวันทองไป แต่เข้าห้องผิดไปเข้าห้องของนางแก้วกิริยาและได้นางเป็นภรรยา ก่อนจากกันขุนแผนมอบแหวนให้นางไว้ดูต่างหน้าและให้เงินไปไถ่ตัวจากขุนช้างด้วย ตลอดเวลานางเป็นภรรยาที่ดีและซื่อสัตย์ต่อขุนแผนเสมอ ยามที่ขุนแผนมีเคราะห์ต้องโทษถึงจำคุก นางก็ตามไปคอยปรนนิบัติดูแลอยู่จนพ้นโทษซึ่งกินเวลาถึง ๑๕ ปี นางมีลูกชายกับขุนแผนคือ พลายชุมพล

9. นางศรีมาลา
                นางศรีมาลา เป็นลูกของพระพิจิตรกับนางบุษบา นางเป็นหญิงที่งดงามทั้งรูปร่างหนน้าตา กิริยามารยาท และงามน้ำใจ นางได้พบและรักกับพลายงาม ตอนที่พลายงามกับขุนแผนยกทัพไปทำสงครามกับเชียงใหม่แล้วแวะเยี่ยมพ่อแม่ของนาง หลังจากเสร็จสงคราม นางได้แต่งงานกับพลายงามพร้อมกับนางสร้อยฟ้า นางได้รับความรักจากพลายและนางทองประศรีมากกว่าจึงทำให้นางสร้อยฟ้าอิจฉา นางสร้อยฟ้าจึงทำเสน่ห์ให้พลายงามหลงใหลและเกลียดชังนางศรีมาลา ทำให้นางปวดร้าวขมขื่นใจมากบางครั้งก็ถูกพลายงามทุบตีเพราะเชื่อที่นางสร้อยฟ้าใส่ความ ครั้นนางสร้อยฟ้าต้องโทษประหารชีวิต นางศรีมาลาก็ใจอ่อน ช่วยขออภัยโทษให้ นางสร้อยฟ้าจึงเพียงแต่ถูกเนรเทศไป ต่อมานางศรีมาลาก็ให้กำเนิดลูกชาย ขุนแผนตั้งชื่อให้ว่า พลายเพชร
 
10. นางสร้อยฟ้า
                นางสร้อยฟ้า เป็นธิดาของพระเจ้าเชียงอินทร์ เจ้าเมืองเชียงใหม่กับนางอัปสร นางสร้อยฟ้ามารูปโฉมงดงามมาก แต่กิริยามารยาทไม่เรียบร้อย นิสัยขี้อิจฉา เมื่อเชียงใหม่แพ้สงคราม สมเด็จพระพันวษาก็ยกนางให้แต่งงานกับพลายงามพร้อมกับนางศรีมาลา นางสร้อยฟ้าเจ็บใจที่พลายงามรักนางศรีมาลามากกว่า จึงให้เถรขวาดทำเสน่ห์ แล้วแกล้งหาเรื่องให้นางศรีมาลาถูกพลายงามทุบตี ต่อมาพลอยชุมพลก็แก้ไขได้ หลังจากที่พิสูจน์ได้ว่านางสร้อยฟ้าผิดจริง ก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิต แต่นางอ้อนวอนให้นางศรีมาลาช่วย ขออภัยโทษ โดยอ้างอิงถึงลูกในท้องที่จะต้องตายไปกับนางด้วย นางจึงเพียงแต่ถูกเนรเทศไปอยู่ที่เชียงใหม่ตามเดิม ไม่นานต่อมานางก็คลอดลูกชายชื่อ พลายยง

11. สมเด็จพระพันวษา
                สมเด็จพระพันวษา เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ยุคนี้เป็นยุคที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง มีความอุดมสมบูรณ์ ราษฎรทั้งหลายอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขบรรดาประเทศใกล้เคียงก็ยอมอ่อนน้อม เพราะยำเกรงบารมี สมเด็จพระพันวษามีนิสัยโกรธง่าย ดังเช่นเมื่อขุนไกรต้อนควายป่ามาเข้าคอกให้พระองค์ล่า แต่ควายตื่นตกใจหนีเตลิด ขุนไกรจึงใช้หอกไล่แทงควายตายไปมากมาย สมเด็จพระพันวษาก็โกรธสั่งให้ประหารชีวิตขุนไกรทันที แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความยุติธรรมต่อพวกทหาร เสนาอำมาตย์ และราษฎรพอสมควร เมื่อมีคดีฟ้องร้องกัน ก็จะให้มีการไต่สวน และพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ชัดเสียก่อนจึงจะลงโทษ เช่น ในคราวที่นางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์ให้จมื่นไวยวรนาถ (พลายงาม) หลงรักแล้วถูกจับได้ แต่ไม่มีพยานยืนยัน สมเด็จพระพันวษาก็ให้ลุยไฟพิสูจน์ จนรู้แน่ว่านางสร้อยฟ้าเป็นฝ่ายผิดจึงได้สั่งลงโทษ

12. ขุนไกร
                ขุนไกรพลพ่าย แต่งงานกับนางทองประศรี แล้วมีลูกชายด้วยกัน ชื่อ พลายแก้ว ขุนไกรมีความรู้ทางคงกระพันชาตรี รับราชการทหารมีไพร่พลในบังคับบัญชา ๗๐๐ คน คราวหนึ่งสมเด็จพระพันวษาประสงค์จะล่าควายป่า สั่งให้ขุนไกรปลูกสร้างพลับพลา และต้อนควายป่าเข้าคอกเตรียมไว้ แต่ควายป่าเหล่านั้นพากันแตกตื่นไม่ยอมเข้าคอก และยังไล่ขวิดคนอีกด้วย ขุนไกรจึงคว้าหอกไล่แทงควายตายไปมากมาย ที่เหลือก็หนีเข้าป่าไป สมเด็จพระพันวษาโกรธ หาว่าขุนไกรแกล้งแทงควายเล่นสั่งให้ประหารชีวิตขุนไกรเสีย แล้วให้รีบทรัพย์สมบัติทั้งหมด รวมทั้งภรยา ลูกและข้าทาสบริวารด้วยขุนไกรเป็นห่วงภรรยาและลูกจึงขอร้องให้เพื่อนสนิทคือ หลวงฤทธานนท์ไปส่งข่าวด้วย นางทองประศรีจึงพาลูกหนีไปได้ก่อนที่พวกทหารจะไปจับกุมตัว

13. นางทองประศรี
                นางทองประศรี เดิมเป็นชาวบ้านวัดตะไกร พอแต่งงานกับขุนไกรพลพ่ายก็ย้ายไปอยู่กินด้วยกันที่สุพรรณบุรี แล้วให้กำเนิดลูกชายคนหนึ่ง คือ พลายแก้ว นางเป็นหญิงที่มีน้ำใจเด็ดเดี่ยว ทรหดอดทน แต่ปากร้าย  ในคราวที่ขุนไกรผู้เป็นสามีประสบเคราะห์กรรมถึงถูกประหารชีวิต นางทองประศรีรู้ข่าวแล้วก็รีบพาลูกหนีระหกระเหินเข้าป่ามุ่งหน้าไปหาญาติของขุนไกรที่กาญจนบุรี แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่างขยันขันแข็งค่อยเก็บหอมรอมริม จนมีฐานะดีขึ้น และเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวอย่างเอาใจใส่คอยอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีอยู่เสมอ

14. ขุนศรีวิชัย
                ขุนศรีวิชัย รับราชการเป็นนายกรมช้างกองนอก เป็นเศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรี มีภรรยาชื่อ นางเทพทอง และมีลูกชายด้วยกันชื่อ ขุนช้าง ต่อมานายโจรจันศรยกพวกเข้าปล้นบ้าน ขุนศรีวิชัยกระโดดลงจากบ้านหนีมาช่วย แต่จำนวนคนน้อยกว่าพวกโจร ขุนศรีวิชัยจึงถูกจับตัวได้ พวกโจรรุมกันฟันแทง แต่อาวุธไม่ระคายผิว หอยผิว หอกดาบเหล่านั้นกลับหักหมด พวกโจรจึงช่วยกันจับแล้วใช้หลาวสวนทวารจนขุนศรีวิชัยขาดใจตาย

15. นางเทพทอง
                นางเทพทอง เป็นแม่ของขุนช้าง มีนิสัยปากจัด ด่าเก่งตอนตั้งท้องขุนช้างนั้น นางฝันว่ามีนกตะกรุมคาบช้างเน่ามาให้ ขุนศรีวิชัยผู้เป็นสามีทำนายฝันให้ว่าจะได้ลูกชาย มีวาสนาดี ทำให้พ่อแม่ร่ำรวยขึ้น แต่จะต้องขายหน้าเพราะหัวล้านตั้งแต่เกิด เมื่อคลอดลูกแล้วปรากฏว่าลูกชายของนางหัวล้านจริง ๆ หน้าตาก็ไม่น่ารัก นางนึกอับอายขายหน้าเพื่อนบ้าน จึงเกลียดชังขุนช้าง ไม่ใคร่จะอุ้มชูเลี้ยงดูลูกเหมือนแม่คนอื่น ๆ มิหนำซ้ำยังด่าแช่งเว้นแต่ละวัน
 
16. พันศรโยธา
                พันศรโยธา มีภรรยาชื่อ นางศรีประจัน มีลูกสาวสวยชื่อ นางพิมพิลาไลย พันศรโยธามีฐานะดีเป็นเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองสุพรรณบุรี มีอาชีพเป็นพ่อค้า เดินทางไปค้าขายต่างเมืองบอยู่เสมอ ต่อมาไปค้าขายที่ละว้า พอกลับมาถึงบ้านก็ป่วยหนัก อยากกินแต่พวกเนื้อหมู เนื้อวัวพล่า นางศรีประจันพยายามรักษาพยาบาล อาการก็ดีขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วก็เป็นอีก ทุกคนลงความเห็นว่าถูกผีเข้า ในที่สุดก็สิ้นใจตาย

17. นางศรีประจัน
                นางศรีประจัน เป็นแม่ของนางพิมพิลาไลยหรือนางวันทองนั่นเอง นางเป็นคนปากจัด ด่าเก่ง และเอาแต่ใจตนเอง ขุนช้างมาบอกข่าวว่าพลายแก้วตาย และขู่ว่านางวันทองจะต้องถูกจับกุมตัวเข้าวังเป็นม่ายหลวง นอกจากรีบแต่งงานใหม่เสีย แล้วขุนช้างก็เอาเงินทองมีค่ามาล่อใจ นางศรีประจันจึงคิดให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้าง แม้ว่านางวันทองกับคนอื่นๆ จุพยายามคัดค้านแต่นางศรีประจันใสใจ บังคับให้นางวันทองแต่งงานใหม่กับขุนช้างจนได้ การกระทำของนางทำให้ลูกสาวต้องมีสามีถึงสองคน และมีเหตุวุ่นวายแย่งตัวนางวันทองกัน ผลสุดท้ายนางวันทองถูกประหารชีวิต

18. พลายชุมพล
                พลายชุมพล เป็นลูกของขุนแผนกับนางแก้วกิริยา เป็นน้องของพลายงาม เมื่อขุนแผนเป็นเจ้าเมืองกาญจนบุรี นางทองประศรีก็ขอมาเลี้ยงไว้ที่กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่เด็ก ๆ ครั้นเกิดเรื่องหึงหวงกันระหว่างนางศรีมาลากับนางสร้อยฟ้า พลายชุมพลก็หนีไปหาพ่อแม่ที่กาญจนบุรี แล้วหนีต่อไปหายายที่สุโขทัย ได้บวชเณรและเรียนวิชาล่องหนหายตัว ดำดิน เสกหุ่นหญ้า อยู่ยงคงกระพัน สำเร็จวิชาแล้วก็สึกจากเณรปลอมตัวเป็นมอญ ใช้ชื่อว่า สมิงมัตรา ยกทัพหุ่นหญ้าเสกมาสมทบกับขุนแผนเพื่อจับตัวพลายงาม พลายงามรู้ตัวรีบหนีไปฟ้องสมเด็จพระพันวษา พระองค์จึงเรียกตัวมาสอบถามแล้วมอบให้พลายชุมพลสืบหาคนทำเสน่ห์จนสามารถแก้ไขได้สำเร็จ ต่อมาก็อาสาไปปราบเถรขวาดซึ่งแปลงเป็นจระเข้มาอาละวาดฆ่าคน และจับตัวเถรขวาดได้สมเด็จพระพันวษาจึงแต่งตั้งให้เป็นหลวงนายฤทธิ์

19. กุมารทอง
                กุมารทอง คือ ผีเด็ก ซึ่งเป็นลูกของขุนแผนกับนางบัวคลี่ เมื่อขุนแผนรู้ตัวว่านางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าตนก็ทั้งรักทั้งแค้น พอนางนอนหลับก็ใช้มีดผ่าท้องแล้วอุ้มเด็กในท้องของนางไปทำพิธีย่างไฟให้แห้งสนิทในโบสถ์พระประธาน ปลุกเสกด้วยคาถาอาคมขลังจนลุกขึ้นนั่งได้ ขุนแผนตั้งชื่อว่า กุมารทอง กุมารทองนี้ติดตามขุนแผนไปทุกหนทุกแห่ง โดยไม่มีใครมองเห็นตัว คอยรายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ขุนแผนรู้อยู่เสมอ บางครั้งก็แปลงร่างเป็นคนได้อีกด้วย เช่น คราวที่พลายชุมพลหนีย่าไปหาพ่อแม่ที่กาญจนบุรี กุมารทองก็แปลงร่างเป็นเด็กเดินไปเป็นเพื่อนชวนคุย ชวนชมนกชมไม้ให้เพลิดเพลิน จนถึงบ้านของขุนแผนอย่างปลอดภัย

20. ม้าสีหมอก

                สีหมอก เป็นม้าแสนรู้พาหนะประจำตัวของขุนแผน แม่เป็นม้าเทศชื่อ อีเหลือง พ่อเป็นม้าน้ำ คลอดจากท้องแม่เมื่อวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำ ตัวสีหมอก ตาสีดำ หลวงศรีวรข่านได้รับคำสั่งจากสมเด็จพระพันวษาให้ไปซื้อม้าที่เมืองมะริด ประเทศอินเดีย สีหมอกซึ่งเป็นลูกม้ารุ่นหนุ่มก็ติดตามแม่มาด้วย แต่ความซุกซนทำให้เที่ยวไล่กัดม้าตัวอื่นๆ อยู่เสมอ จึงทำให้ถูกคนดูแลม้าไล่ตีเอาเนือง ๆ  ขุนแผนไปพบเข้าที่เพชรบุรี เห็นสีหมอกมีลักษณะดี ต้องตามตำราจึงเข้าไปขอซื้อ แล้วเสกหญ้าให้กิน สีหมอกก็ติดตามขุนแผนไปโดยดี

21. เถรขวาด
                เถรขวาด เป็นพระภิกษุลาว มีคาถาอาคมขลัง ชอบฉันสุราจนเมามาย เดิมอยู่วัดที่เชียงใหม่ พระเจ้าเชียงอินทร์ขอให้มาอยู่เป็นเพื่อนนางสร้อยฟ้าที่กรุงศรีอยุธยาเพื่อคอยช่วยเหลือยามเดือดร้อน โดยไปอาศัยที่กุฏิร้างในวัดพระยาแมนกับเณรจิ๋วรับปราบภูตผีปีศาจ รดน้ำมนต์ และรักษาโรคให้ชาวบ้าน เถรขวาดช่วยทำเสน่ห์ให้พลายงามหลงใหลนางสร้อยฟ้า ต่อมาถูกพลายชุมพลจับตัวได้และแก้เสน่ห์สำเร็จ แต่เถรขวาดก็สะเดาะโซ่ตรวนพาเณรจิ๋วหนีไปได้ แล้วแปลงเป็นจระเข้คอยฟังข่าวนางสร้อยฟ้าอยู่ในแม่น้ำจนพบกัน ขณะที่นางถูกเนรเทศให้เดินทางกลับเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงอินทร์ให้บำเหน็จความดีความชอบ โดยตั้งให้เป็นพระสังฆราช เถรขวาดยังผูกใจเจ็บพลายชุมพล จึงแปลงเป็นจระเข้ใหญ่อาละวาดกัดคนในกรุงศรีอยุธยาตายไปมากมาย พลายชุมพลรับอาสามาปราบ แล้วจับเถรขวาดได้ สมเด็จพระพันวษาสั่งให้ประหารชีวิตเสีย

22. เณรจิ๋ว
                เณรจิ๋ว เป็นลูกศิษย์ของเถรขวาดซึ่งติดตามมาจากเชียงใหม่ มาอยู่ที่วัดพระยาแมนด้วยกัน เณรจิ๋วรู้เห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องของเถรขวาดตลอดเวลา แต่ความที่ต้องการเรียนวิชาจากเถรขวาด จึงยอมอยู่ด้วย และคอยช่วยเหลือเมื่อเข้าที่คับขัน เณรจิ๋วมีสติปัญญาเฉียวฉลาด เห็นว่าเถรขวาดกับตนบิณฑบาตได้อาหารน้อยจนไม่พอฉันก็เที่ยวไปบอกเล่าชาวบ้านว่าเถรขวาดอาจารย์ของตนมีวิชาดี รักษาโรคได้ปราบภูตผีปีศาจได้ พวกชาวบ้านมีศรัทธาจึงพากันมาขอเครื่องรางของขลัง ขอยา บ้างก็มาให้รดน้ำมนต์ และนำอาหารคาวหวานมาถวายทุกวัน เมื่อเถรขวาดจะแปลงเป็นจระเข้มาแก้แค้นพลายชุมพล เณรจิ๋วก็พยายามตักเตือน แต่เถรขวาดไม่เชื่อ ในที่สุดจึงต้องตาย

23. หลวงตาจู
                ขรัวตาจู คือ พระภิกษุชรา อยู่ที่วัดป่าเลไลย สุพรรณบุรี เก่งทางดูฤกษ์ยามทำนายทายทักโชคชะตาได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังมีเวทย์มนต์คาถาอาคมขลังอีกด้วย คราวที่นางพิมพิลาไลยเจ็บหนัก ขรัวตาจูก็แนะนำให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวันทอง แล้วอาการเจ็บไข้ได้ป่ายก็หายและเมื่อขุนช้างมาบอกข่าวว่าพลายแก้วตายแล้ว นางวันทองก็รีบไปหาขรัวตาจูที่วัดทันทีเพื่อให้ช่วยตรวจดูดวงชะตาของพลายแก้ว ขรัวตาจูทำนายว่าพลายแก้วจะชนะศึกกลับมา ได้ข้าวของเงินทองและเชลยมามากมาย ซึ่งปรากฏว่าเป็นจริงตามคำทำนายของขรัวตาจูทุกประการ

24. โหงพราย
                โหง พราย เป็นผีที่ขุนแผนเลี้ยงไว้ใช้ โดยไปทำพิธีปลุกขึ้นมาจากป่าช้าตั้งแต่ยังเป็นพลายแก้วและเพิ่งสึกจากเณร พวกโหงพรายรับใช้ขุนแผนอย่างซื่อสัตย์ตลอดมา ตอนที่ยังไม่มีม้าสีหมอกก็ได้อาศัยขี่คอโหงพราย เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว และคอยกระซิบเตือนเมื่อจะมีภัย เช่น คราวที่นางบัวคลี่วางยาพิษในอาหารนอกจากนั้นยังช่วยปกป้องคุ้มครองญาติใกล้ ชิดของขุนแผนด้วย เคยช่วยเหลือพลายงามไว้ ตอนที่ถูกขุนช้างหลอกไปฆ่าในป่า และช่วยนางศรีมาลาคราวที่สมเด็จพระพันวษาให้นั่งเรือไปรับขุนแผนกันพลายชุม พลเข้าวังเพื่อสอบสวนคดีทำเสน่ห์แล้วนางสร้อยฟ้าสั่งให้พรรคพวกไปดักซุ่มฆ่า นางศรีมาลาระหว่างทาง

25. ขุนรามอินทรา
                ขุนรามอินทรา ได้เคยสาบานเป็นเพื่อนตายกับขุนช้างขุนแผน พระหมื่นศรีและขุนเพชรอินทรา ครั้งที่ขุนช้างทูลฟ้องสมเด็จพระพันวษาว่าขุนแผนบุกขึ้นเรือนตนลักพาวันทองไป สมเด็จพระพันวษาทรงเห็นว่าไม่ควรฟังความข้างเดียว จึงรับสั่งให้พระหมื่นศรีกับจมื่นไวยเป็นแม่ทัพ ให้ขุนรามอินทราเป็นปีกซ้าย ขุนเพชรอินทราเป็นปีกขวาคุมทหารห้าพันคนไปดูร่องรอยที่บ้านของขุนช้าง และไปตามตัวขุนแผนมาเข้าเผ้าให้ได้ ถ้าขุนแผนดื้อดึงก็ให้ตัดหัวเสียบประจานไว้ในป่าเสียเลย คืนนั้นเอง ภรรยาของขุนรามอินทราฝันว่าฟันหักไปสามซี่นางตกใจตื่นขึ้นเล่าให้สามีฟัง ขุนรามอินทราก็พยายามปลอบให้ภรรยาเลิกคิดกังวล ครั้นรุ่งเช้าแต่งกายเสร็จเดินลงจากบ้าน ก็มีเหตุอัศจรรย์บันไดหักทีเดียวห้าขั้นขุนรามอินทราสังหรณ์ใจว่าไปคราวนี้คงต้องตายเป็นแน่ แต่ไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้ เมื่อยกทัพไปพบขุนแผนในป่าและต่อสู้กันขุนรามอินทราก็ถูกขุนแผนฟันตกจากหลังช้างสิ้นใจตาย

26. จมื่นศรีสาวรักษ์
                จมื่นศรีสาวรักษ์ ซึ่งมักเรียกกันสั้น ๆ ว่า หมื่นศรี เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของสมเด็จพระพันวษา เป็นผู้ที่สมเด็จพระพันวษาไว้วางใจมาก มักมอบหมายให้ทำงานต่าง ๆ อยู่เสมอ หมื่นศรีทำหน้าที่ฝึกงานให้ขุนแผนกับขุนช้าง เมื่อเข้ารับราชการในวังใหม่ ๆ รักและเอ็ดดูขุนแผนมาก ได้ให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ขุนแผนก็ซาบซึ้งในบุญคุณถึงกับเรียกหมื่นศรีว่า คุณพ่อ ครั้งขุนแผนพานางวันทองออกจากป่ามามอบตัวสู้คดี หมื่นศรีก็ให้พักอาศัยอยู่ที่บ้าน พอพลายงามโตขึ้นเรียนวิชาสำเร็จ ขุนแผนก็พาไปฝากไว้กับหมื่นศรีอีก ซึ่งหมื่นศรีก็รับอุปการะไว้และพาเข้ารับราชการกับสมเด็จพระพันวษาเมื่อมีโอกาส

27. หมื่นหาญ
                               ?สูงเกือบสี่ศอกตากลอกโพลง                          หนวดโง้งงอนปลายทั้งซ้ายขวา
                ขอบตาแดงฉาดดังชาดทา                                               เนื้อแน่นหนังหนาดูน่ากลัว
                ผมหยิกหยักศกอกเป็นขน                                                  ทรหดอดทนมิใช่ชั่ว  
                ปลุกเสกเครื่องฝังไว้ทั้งตัว                                                 เป็นปมปุ่มไปทั่วทั้งกายตน?


      หมื่น หาญ เดิมชื่อ นายเดช มีฉายาว่ากระดูกดำ เป็นหัวหน้าโจรอยู่ที่บ้านถ้ำ กาญจนบุรี มีวิชาดีไม่ว่าปืนหรืออาวุธอื่นใดก็ไม่อาจระคายผิวได้ มีภรรยาชื่อ นางสีจันทร์ มีลูกสาวคนเดียวชื่อ นางบัวคลี่ ต่อมาหมื่นหาญเป็นคนขี้ระแวง ดังนั้นพอรู้ว่าขุนแผนมีวิชาเหนือกว่าตนก็ไม่พอใจ สั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าเสีย แต่นางบัวคลี่ก็ต้องตายด้วยน้ำมือของขุนแผน เนื่องจากขุนแผนรู้ตัวเสียก่อน

28. ศรพระยา
                ศรพระยา มีศักดิ์เป็นพี่ชายของขุนช้าง เพราะเป็นลูกชายของป้า ซึ่งมีด้วยกัน 3 คน คือ พันศร ศรพระยา และราทยา เฉพาะศรพระยา และราทยานั้นมักติดตามขุนช้างอย่างใกล้ชิด ทำทุกอย่างตามแต่ขุนช้างจะใช้ จึงเป็นที่ขบข้นของชาวบ้านที่ได้พบเห็นอยู่เสมอ เพราะศรพระยากับราทยาก็หัวล้านเช่นเดียวกับขุนช้าง มิหนำซ้ำยังมีกิริยาท่าทางกระโดกกระเดกคล้ายกันอีกด้วย ครั้งที่ขุนแผนต้องโทษจำคุก ศรพระยาก็เป็นผู้นำข่าวไปบอกขุนช้าง และยุยงให้ไปรับนางวันทองกลับมาอยู่ด้วยกันอีก


อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

เครดิต : http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=336820&chapter=3                                                                                                                                        

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
TAGS:วรรณคดีขุนช้างขุนแผน

หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  


สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | ซื้อขายสัตว์เลี้ยงออน์ไลน์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
 

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.118 วินาที กับ 29 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.016s, 2q)
Google visited last this page 4 ชั่วโมงที่แล้ว