10/3/2556 บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
พฤษภาคม 19, 2013, 08:23:35 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง  (อ่าน 20183 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้
   

ดินหญ้ากาช้ำ

รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:06:08 pm »

บทละครนอกเรื่องไกรทอง

ข้อมูลเบื้องต้น
พระราชนิพนธ์: พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

บทประพันธ์
ตอนที่ ๑ นางวิมาลาตามไกรทองมาจากถ้ำ

ช้าปี่
๏ เมื่อนั้น
โฉมเจ้าไกรทองพงศา
สมสู่อยู่ด้วยวิมาลา
สุขาสำราญบานใจ

ลืมสังเกตเวทมนตร์ที่ร่ำเรียน
แต่เวียนนอนนั่งเจ็บหลังไหล่
ลืมสองภรรยาแลข้าไท
อิ่มไปด้วยทิพโอชา

ร่วมภิรมย์ชมรสสาวศรี
กุมภีล์ผิดอย่างต่างภาษา
อยู่เย็นเป็นสุขทุกเวลา
ถึงได้เป็นเจ้าพระยาก็ไม่ปาน
ฯ ๖ คำ ฯ


ปีนตลิ่ง
๏ วันเอยวันหนึ่ง
ให้คิดคำนึงถึงบ้าน
แต่กูมาอยู่ก็ช้านาน
สักกี่วันสารไม่แจ้งใจ

ด้วยคุหาสว่างอยู่อย่างนั้น
จะสำคัญวันคืนก็ไม่ได้
แต่คิดคะเนตึกตรึกไตร
เห็นจะได้สักเจ็ดวันมา

ป่านนี้น้องสองคนจะบ่นถึง
วันนี้จึงสำลักเป้นหนักหนา
ตัวกูหลงอยู่ด้วยกุมภา
จะเสื่อมเสียวิชาที่เรียนรู้

อย่าเลยจะขวนนางขึ้นไป
เลี้ยงเป็นเมียไว้จะดีอยู่
ให้คืนลือชื่อเราว่าเจ้าชู้
จะมีผู้สรรเสริญสืบไป
ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย
๏ คิดพลางทางเรียกวิมาลา
เข้ามาแล้วแจ้งเถลงไข
พี่รักนางพ่างเพียงจะกลืนไว้
หมายจะไม่จากกันคุ้งวันตาย

แต่จนใจที่จะอยู่ในคูหา
เวทมนตร์เรียนมาจะเสื่อมหาย
จำเป็นจำไปใจเสียดาย
ไม่เคยขาดคลาดคลายสักเวลา

ขอเชิญดวงใจไปด้วยพี่
เป็นที่สนิทเสน่หา
พี่จะเลี้ยงเจ้าเป็นภรรยา
แก้วตาอย่าละห้อยน้อยใจ
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
วิมาลานารีศรีใส
ได้ฟังคั่งแค้นขัดใจ
จึงตอบคำไปด้วยโกรธา
ฯ ๒ คำ ฯ


๏ แต่เอยแต่เดิม
ช่างแต้มเติมต่อติดประดิษฐ์ว่า
ล้วนจะรักจะใคร่ให้สัญญา
มีสับปลับกับข้าหรือหม่อมไกร

สารพัดพูดคล่องเหมือนล่องน้ำ
จะมีจริงสักคำก็หาไม่
ลืมแล้วหรือขาที่ว่าไว้
จะอยู่ด้วยน้องได้ในถ้ำทอง

ถ้อยยำคำมั่นเจ้าพาที
มิให้อายกุมภีล์สิ้นทั้งผอง
ครั้นสมใจได้ชิมลิ้มลอง
จะทิ้งน้องเสียได้ไม่เอ็นดู


มิหนำซ้ำจะพาเอาขึ้นไป
จะให้อัปยศอดสู
จะมาล่อลวงเล่นเหมือนเช่นชู้
สุดรู้ที่น้องจะตามไป
ฯ ๘ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ เจ้าเอยเจ้าพี่
ไม่พอที่จะพะวงสงสัย
ใช่จะกล่าวแกล้งแสร้งใส่ไคล้
สิ่งไรมิจริงไม่เจรจา

พี่เป็นมนุษย์สุดวิสัย
จะอยู่ในนทีคูหา
นี่มาได้ด้วยฤทธิ์วิทยา
แม้นประมาทไม่ช้าจะบรรลัย

ถ้าอยู่ได้ไม่ร้างห่างห้อง
ริงจริงนะน้องอย่าสงสัย
จะลดเลี้ยวเบี้ยวบิดตะกูดไป
เหมือนเจ้าไม่เมตตาปรานี

น้อยหรือรักเจ้าสักเท่าพ้อม
ยังไม่ยอมพร้อมใจไปด้วยพี่
จะเฝ้าวอนงอนง้อไปไยมี
ค่อยอยู่จงดีพี่ขอลา
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ สุดเอยสุดใจ
น้องไม่เบี่ยงบิดประดิษฐ์ว่า
เจ้าอย่าพะวงสงการ
ตัวข้าได้บอกแต่เดิมที

ว่าฝูงกุมภาสิ้นทั้งผอง
อยู่ในถ้ำทองเกษมศรี
เดชะด้วยฤทธิ์แก้วมณี
กุมภีล์จีงเป็นมนุษย์ไป

มีธุระจะออกไปนอกถ้ำ
ถึงน้ำกลับเพศตามวิสัย
นี่แหละเป็นความจนใจ
ไปได้หรือจะไม่ไปตาม

ข้าก็ได้บอกแล้วแต่หนหลัง
เจ้าก็ไม่หยุดยั้งฟังห้าม
ก่นแต่เฝ้าเย้ายวนลวนลาม
มันเป็นความงามหน้าแล้วครานี้

เมื่อผิดอย่างต่างชาติต่างวิสัย
จะอยู่ด้วยกันได้ก็ใช่ที่
ไม่ช้าไม่พลันกี่วันมี
จะมาหนีน้องไปให้ได้อาย
ฯ ๑๐ คำ ฯ

โอ้โลมนอก
๏ น้องเอยน้องรัก
เจ้าอย่าพักก้าวเฉียงเบี่ยงบ่าย
เห็นแล้วว่าสมัครรักพี่ชาย
จึงอุบายบิดเบือนเชือนแช

น้อยหรือนั่นชั้นเชิงมิดชิด
ป้องปิดมิดเม้นไม่เห็นแผล
แสนงอนอ่อนคอทำท้อแท้
เรรวนปรวนแปรไม่ปรองดอง

ถ้าเจ้าจะเอออวยไปด้วยพี่
จะเสียทีไม่ถนัดขัดข้อง
เสมือนหนึ่งรักพี่เสียดายน้อง
ถ้ำทองเป็นสุขสนุกสบาย

ด้วยกุมภีล์หนุ่มหนุ่มประชุมพร้อม
บริวารแวดล้อมเหลือหลาย
แต่ล้วนรูปนิมิตบิดเบือนกาย
จึงเสียดายเต็มทีอยู่มิไป
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ น้ำเอยน้ำคำ
เจ็บอกปิ้มป้ำน้ำตาไหล
แม้นมิว่าบ้างเลยจะเคยใจ
นางจึงตอบคำไปด้วยโกรธา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เจ้าเอยเจ้าไกรทอง
ขอโทษเถิดใช่นอ้งจะแกล้งว่า
เจ้าอุตส่าห์ประดาน้ำดำลงมา
ค้นคว้าหาน้องที่ห้องใน

เจ้าก็จุดธูปเทียนเวียนส่องทั่ว
หม่อมผัวจะงมมาก็หาไม่
ก็ย่อมเห็นย่อมรู้อยู่แก่ใจ
ที่ในชั่วดีวิมาลา

ไม่เห็นหรือหนุ่มหนุ่มในห้องน้อง
มันออกซ้องเสียนักอย่าพักว่า
ชั่วจริงเจ้าเอ๋ยชาติกุมภา
ใครเข้ามาก็พลอยพุดสะรุด

ถึงเจ้าก็เป็นคนไม่พ้นชั่ว
มาเกลือกกลั้วสตรีไม่บริสุทธิ์
เสียชาติญาติวงศ์พงศ์มนุษย์
เป็นบุรุษโหดไร้น้ำใจพาล

มางงงวยด้วยหญิงแพศยา
จนหน้าตาหมองคล้ำดำด้าน
เจ้าเป็นคนมนตร์เวทเชี่ยวชาญ
วิชาการมิเสื่อมก็จำคลาย
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เจ้าเอยเจ้าคารม
ปากคอพอสมกับเป็นม่าย
แสนรู้ร้อยอย่างช่างอุบาย
ยักย้ายหลายทำนองว่องไว

มิเสียทีที่เป็นเมียชาลวัน
น้อยหรือนั่นบุญหนักศักดิ์ใหญ่
น่าหัวผัวตายประเดี๋ยวใจ
ไม่ทันไรหรือมาเป็นเช่นนี้

หญิงร้ายแพศยาสามานย์
เขาขี้คร้านคบหาให้เสียศรี
เจ้าเอ๋ยแพศยากุมภามี
อย่างนี้เจียวสิหว่าจะตราไว้

ถ้ารู้เหตุผลแต่ต้นมา
ที่จะไว้ชีวาอย่าสงสัย
อันน้ำใจสตรีนี้ไซร้
ยากที่จะหยั่งได้ดังจินดา

พระมหาสมุทรสุดลึกซึ้ง
ถ้าจะหยั่งให้ถึงก็ง่ายกว่า
หญิงสามร้อยกลมารยา
สุดที่จะศึกษาให้แจ้งใจ
ฯ ๑๐ คำ ฯ


ร่าย
๏ น่าเอยน่าหัว
จริงแล้วคะข้าชั่วหาเถียงไม่
อายแก่ผีสางบ้างเป็นไร
นี่ใครใช้ให้เจ้ามาคบค้า

ข้าเจียมตัวกลัวความหนามเสี้ยน
มุดเมื้ยนอยู่หานี่ประสีประสา
เมื่อเจ้าซานซนงมงายมา
มิลืมตาขึ้นดูเสียก่อนเลย

คิดมาก็น่าสมเพชผัว
มาพลอยชั่วด้วยข้านิจจาเอ๋ย
เหมือนพระยาราชหงส์เข้าดงเตย
จะก้มเงยหนามเหนี่ยวเกี่ยวยับ

ขนข้างหางปีกไม่เหลือหลอ
เขาคั้นคอสิ้นเสียงใส่เขียงสับ
ไม่พอที่จะกล้าเข้ามารับ   
เอาอาภัพอัปรีย์ใส่ตัว

เท่านั้นเถิดเป็นไรเจ้าไกรทอง
ได้หม่นหมองแปดปนกับคนชั่ว
เสียเดชเวทมนตร์จนมืดมัว
เชิญไปชำระตัวเสียเป็นไร

ถึงมิอยู่จะไปก็ให้งาม
อย่าเอาความอัปรีย์มาใส่ให้
รู้ว่าเจ้าอย่าว่าให้หนักไป
อัชฌาอาศัยแต่พอควร

อย่าเพ่อสาวไส้ให้กาทิ้ง
อื้ออึงลือเลื่องเครื่องคนสรวล
เหนื่อยปากขี้คร้านต้านสำนวน
อันกระบวนของเจ้าข้าเข้าใจ

ซึ่งกว่าสามร้อยกลสตรี
มากมีเสียเปล่าไม่เอาได้
ไม่เหมือนบุรุษนี้สุดใจ
ว่าไว้สามสินสองกล

ทำโกหกพกลมล่อลวง
หึงหวงด่าว่าเหมือนบ้าบ่น
สารพัดตัดพ้อล่อชน
เถิดข้าเสียกลเจ้าคนคต
ฯ ๑๘ คำ ฯ   


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:12:42 pm »

๏ น้อยเอยน้อยหรื
นางคนซื่อสารพันขยันหมด
ก่นแต่ติเตียนเวียนประชด
จริงแล้วคะข้าคดไม่งดงาม

มันจะเหมือนผัวเก่าของเจ้าหรือ
สุดซื่อแล้วเจ้าเอ๋ยอย่าเย้ยหยาม
แต่ออกชื่อชาลวันก็ครั่นคร้าม
สุดคิดจะติดตามให้ต้องใจ

ไหนนั่นความชั่วตัวอัปรีย์
ว่าพี่มาปรำซ้ำใส่ให้
เมื่ออื้ออึงไปเองไม่อายใจ
กลับว่าสาวไส้ให้กาทึ้ง

เจ้าสินสนักสำบัดสำนวน
ทั้งกระบวนกระบิดติดปั้นปึ่ง
ดังหนองน้ำลำธารอันเซาะซึ้ง
เป็นที่พึ่งสารพัดไม่ขัดใคร

เลื่องลืออื้ออึงพี่จึงมา
หวังจะพาไปชมคารมใหญ่
ให้ฟุ้งเฟื่องทั้งเมืองพิจิตรไว้
เขาจะได้ชมรสวาจา

จะชมทั้งกิริยามารยาท
เชื้อชาติโฉมนางต่างภาษา
เจ้าจะได้เห็นหัวผัวกุมภา
อยู่ที่ศาลเทวาอารักษ์บน

รำลึกถึงเมื่อไรจะไปเยือน
ก็พอเคลื่อนคลายได้ไม่ขัดสน
ล้วนหนุ่มหนุ่มประชุมชอบกล
เขาเคยไปบวงบนบูชา
ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เจ็บเอยเจ็บใจ
ช่างพิไรเสกสรรรำพันว่า
สารพัดจัดให้วิมาลา
สมน้ำหน้าแล้วสิสนัดใจ

อันศาลเจ้าที่หัวผัวเก่าอยู่
ข้าไม่รู้แห่งหนตำบลไหน
ทำตีอกยกมือขออภัย
เห็นแต่หัวผัวใหม่ที่งมมา

อะไรไม่หยุดหย่อนเฝ้าค่อนแคะ
นั่นแหละพอสมกับแพศยา
แต่กุมภีล์เท่านั้นไม่คัณนา
ยังซ้ำมนุสสาจึงสมใจ

เขาจะได้เชิดชื่อลือทั่ว
ว่าหญิงชั่วตัวเจ้ามารักใคร่
จะปรากฏยศศักดิ์ของหม่อมไกร
สืบไปชั่ววงศ์พงศ์พันธุ์

ถ้าเห็นงามตามแต่จะเมตตา
ฝ่ายข้าไม่รังเกียจเดียดฉันท์
จะชูราศีหม่อมขึ้นทุกวัน
เหมือนเอาจันทน์เฉลิมเจิมจุณ
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ ลมเอยลมเติบ
อย่ากำเริบนักนะมักจะวุ่น
สัญชาติจระเข้เนรคุณ
ทำบุญไม่ขอพบสบใจ

ชะนางตัวขยนกลั่นกล้า
ราคาสองสลึงหาถึงไม่
ถึงจะเสียมีดหมอก็เสียไป
หาด้ามทำใหม่ประเดี๋ยวเดียว
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ น่าเอยน่ากลัว
หม่อมผัวโกรธาจนตาเขียว
ส่วนว่าเขานั้นขยันเจียว
เขาว่าบ้างเข่นเขี้ยวจะฆ่าตี

เหตุว่าเจ้าดีมีฝีมือ
เอาเถิดให้เขาลืออึงมี่
เขาจะได้ว่าเจ้าห้าวหาญดี
ฆ่าฟันสตรีให้บรรลัย
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ เหลือเอยเหลืออด
ยังประชดประชันน่าหมั่นไส้
อย่าพักท้าทายมากมายไป
เขาจะเกรงอะไรกับนินทา

หญิงร้ายปากกล้าไม่น่าเลี้ยง
คนผู้จะดูเยี่ยงไปภายหน้า
ฉวยชักมีดหมอที่เหน็บมา
ทำเป็นโกรธาจะฆ่าตี

จะไปไหนเล่าเจ้าคนคม
เอาคารมตั้งหน้าแล้วอย่าหนี
น้ำตาคลอตาน่าปรานี
ชะช่างทำทีให้อ่อนใจ
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง
ยิ่งคั่งแค้นอกหมกไหม้
กระทีบเท้าเกาหัวแล้วว่าไป
ช่างกระไรไม่คิดเวทนา

เห็นตัวน้องเป็นชาติกุมภีล์
ล้วนมีแต่ขู่เข็ญจะเข่นฆ่า
เหน็บแนมเต้มเติมเต็มประดา
หยาบช้าลิ้นลมไม่สมตัว

เป็นเคราะห์เพราะหลงด้วยถ้อยคำ
จึงกระหน่ำซ้ำว่าจนหน้าชั่ว
เจ้าได้ร่วมรักก็เพรากลัว
ข้าจึงได้มีผัวถึงสองคน

รู้แล้วว่าหม่อมไม่เมตตา
จะทิ้งขว้างร้างหย่าไว้กลางหน
เจ้าอย่าพักเคลือบไคล้ใส่กล
เห็นว่าจนอยู่ที่จะตามไป

ถึงน้องจะรักใคร่ให้ใจขาด
ไนจะอาจเอออวยไปด้วยได้
จะเอาทีว่าชวนแล้วมิไป
แจ้งใจอยู่แล้วอย่าเจรจา

ว่าพลางนางร่ำร้องไห้
น้ำตาไหลโซมซาบอาบหน้า
โอ้แต่นี้ไปนะอกอา
จะบ่ายหน้าไปพึ่งผู้ใด

ทั้งนี้เป็นต้นเพราะผลกรรม
ชักนำทำชั่วมีผัวใหม่
คิดแค้นขึ้นมาไม่ว่ากระไร
เข้าหยิกข่วนเจ้าไกรแล้วโศกา
ฯ ๑๔ คำ ฯ


โอดชาตรี
๏ ยอดเอยยอดมิ่ง   
ความจริงพี่ก็รักเจ้าหนักหนา
พี่ขู่หยอกดอกเจ้าอย่าโกรธา
ไม่ทิ้งขว้างร้างหย่าจะพาไป

ซึ่งกลัวว่าจะกลายเป็นกุมภีล์
ไม่อาจออกจากที่ถ้ำได้
พี่จะลงเลขยันต์กันไว้
มิให้รูปกลับเป็นกุมภีล์

อย่านิ่งนั่งไถลทำไขหู
จะไปหรือจะอยู่ให้รู้ที่
รำคาญขี้คร้านเซ้าซี้
เมื่อมิไปแล้วก็แล้วไป
ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย
๏ ได้เอยได้แจ้
มิรู้แห่งจะทำกระไรได้
ทั้งรักทั้งแค้นแน่นใจ
แค้นใครไม่เท่าเจ้าไกรทอง

คิดถึงความรักก็ชักแช
จะใคร่แร่รวยตามไปคล่องคล่อง
แล้วถอยหลังดำริตริตรอง
เกลือกพวกพ้องลูกเมียของเขามี

คิดพลางทางว่าแก่เจ้าไกร
ไฮ้อะไรรำคาญหูจู้จี้
เจ้าจะพาน้องไปด้วยนี้
ก็ตามทีมิขัดจะไปตาม

แต่เกรงเกลือกเจ้าจอมหม่อมเมียหลวง
จะหึงหวงจ้วงจาบหยาบหยาม
จะว่าน้องโฉดเขลาเบาความ
ไม่ไต่ถามตามผัวเขาขึ้นไป

น้องจะได้อัปยศอดสู
จะแลดูหน้าคนกระไรได้
จะซ้ำร้ายอายยิ่งกว่าทิ้งไว้
เจ้าจงตรึกไตรดูให้ดี
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ แสนเอยแสนแขนง
ช่างกล่าวแกล้งบิดเบือนเชือนหนี
ประเดี๋ยวใจไพล่ยักไปอย่างนี้
ร้อยสี่ร้อยอย่างช่างว่าไป

เดิมทีทำกระบวนรวนเร
กลัจะเป็นจระเข้ไม่ไปได้
พี่รับจะลงยันต์กันไว้
มิให้กลับเพศเป็นกุมภา

ก็ขัดสนจนอยู่ที่ข้อนั้น
กลับหันว่าลูกเมียจะด่าว่า
นี่หรือว่ารักแกล้งชักช้า
แต่แย้มมาก็เห็นว่าล่อลวง

ลูกเมียของพี่ก็มีอยู่
แต่เขาไม่รู้หึงหวง
พี่จะปราบปรามความทั้งปวง
มิให้จาบจ้วงล่วงเกินน้อง

อย่าสงสัยว่าจะได้เคืองระคาย
อับอายเพื่อนบ้านร้านช่อง
ถ้าสมัครรักจริงจงปรองดอง
เร่งแต่งตัวเถิดน้องจะด่วนไป
ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น
วิมาลานารีศรีใส
ความรักกลัดกลุ้มคลุ้มใจ
กลัวเจ้าไกรทองจะหมองมัว
ฯ ๒ คำ ฯ


โอ้ร่าย
๏ จึงลุกเข้าไปในห้อง
จัดแจงสิ่งของจะตามผัว
ผ้าผ่อนเงินทองของแต่งตัว
แหวนหัวแหวนมณฑปครบครัน

แล้วเลือกของรักใคร่ใส่กระทาย
มากมายสารพัดจัดสรร
พลางพิศดูห้องแก้วแพรวพรรณ
เตียงสุวรรณเคยนอนแต่ก่อนมา

เสียดายของต่างต่างอย่างดี
เสียดายดวงมณีในคูหา
มีคุณแก่ฝูงกุมภา
จะปรารถนาสิ่งใดก็สมคิด

ให้อิ่มไปด้วยทิพอาหาร
ไม่มีความรำคาญแต่สักนิด
โอ้แต่นี้ไปจะมืดมิด
เร่งคิดสร้อยเศร้าโศกา
ฯ ๘ คำ ฯ โอด


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:18:27 pm »

สามเส้า
๏ เมื่อนั้น
โฉมเจ้าไกรทองพงศา
ค่อยย่องตามนางวิมาลา
เข้ามายังที่ห้องใน

เห็นนางโศกศัลย์เศร้าหมอง
เป็นห่วงด้วยข้างของไม่ไปได้
จึงร่ายเทพรำจวนป่วนใจ
เป่าไปให้ต้องนางกุมภีล์

แล้วแกล้งแสร้งว่านี่แน่น้อง
เจ้าสิยังขัดข้องหมองศรี
เป็นห่วงบ่วงใยอยู่เต็มที
จะมิไปด้วยพี่ก็ตามใจ

เจ้าค่อยอยู่จงดีพี่ขอลา
จะคอยท่าช้านักนั้นไม่ได้
ว่าพลางทางเดินออกไป
ทำนองลองใจวิมาลา
ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาโศกศัลย์หนักหนา
ต้องเทพรำจวนป่วนวิญญาณ์
ให้แสนเสน่หาเป็นสุดคิด

ซึ่งอาลัยในของทั้งหลาย
ไม่มีความเสียดายแต่สักหนิด
นึกแต่จะภิรมย์ชมชิด
นางจึงลุกติดตามไป

ฉวยฉุดชายผ้าเจ้าไกรทอง
จะทิ้งน้องเสียแล้วหรือไฉน
น้องได้ว่าหรือจะมิไป
จึงมาตัดอาลัยไคลคลา

พ่อเจ้าไปไหนจะไปด้วย
ถึงชีวิตจะม้วยก็ไม่ว่า
ว่าพลางนางจูงมือมา
คืนเข้าคูหาห้องทอง

เมียจัดไว้สำเร็จเสร็จสรรพ
สินทรัพย์สารพันข้าวของ
อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง
เจ้าจงท่าน้องบัดเดี๋ยวใจ

จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว   
หวีหัวผัดหน้านุ่งผ้าใหม่
ว่าแล้วกลับคืนเข้าห้องใน
ลูบไล้กระแจะแป้งแต่งกายา
ฯ ๑๒ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
โฉมเจ้าไกรทองพงศา
เปรมปริ่มยิ้มย่องต้องวิญญาณ์
ด้วยนางวิมาลาจะคลาไคล

ครั้นเห็นนางแต่งตัวสรรพเสร็จ
จึงถอดแหวนเพชรที่นิ้วใส่
เสกด้วยวิทยาเรืองชัย
เอาใส่ในมวยผมกัลยา

แล้วลงยันต์เลขเสกซ้ำ
ปิดประจำท่ามกลางเกศา
มิให้นวลนางวิมาลา
กลับคืนกายาเป็นกุมภีล์

แล้วจุดเทียนระเบิดเลิศล้ำ
ออกจากถ้ำนำนางสาวศรี
มาตามเปลวปล่องช่องนที
วารีแหวกกว้างเป็นทางไป
ฯ ๘ คำ ฯ

เชิด
๏ ขึ้นจากฟากฝั่งมหาสมุทร
จะยั้งหยุดอยู่ช้าก็หาไม่
พานางย่างเยื้องคลาไคล
เข้าในเมืองพิจิตรพารา
ฯ ๒ คำ ฯ


เพลง                    
๏ ครั้นถึงซึ่งสวนเศรษฐี
ไม่ใกล้ไกลกับที่เคหา
จึงแวะนั่งยั้งหยุดในศาลา
มีฝายกพื้นอยู่ห้องใน

แล้วเล้าโลมโฉมนางกุมภีล์
เจ้าพี่อย่าร้อนรนหม่นไหม้
จงอยู่คนเดียวประเดี๋ยวใจ
พี่จะไปบอกสองภรรยา

ว่ากล่างน้าวโน้มเสียให้ดี
มิให้มีเคียดขึ้งหึงสา
พี่ไปสักครู่ไม่อยู่ช้า
จะกลับมารับเจ้าเข้าไป
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
โฉมนางวิมาลาศรีใส
ค้อนให้แล้วตอบว่าขอบใจ
เจ้าจะทิ้งน้องไว้เอกา

เกลือกว่าศัตรูรู้แยบคาย
มันจะมาทำร้ายริษยา
ด้วยข้าเป็นชาติกุมภา
ใครเลยจะมาปรานีน้อง

แม้นหม่อมไปไหนจะไปด้วย
บุญเจ้าจะได้ช่วยปกป้อง
ว่าพลางนางยุดเจ้าไกรทอง
ชิงปิดประตูห้องศาลา
ฯ ๖ คำ ฯ


เจรจา
๏ บัดนั้น
ฝ่ายว่าตาเฒ่าทาสา
กับยายทาสีภริยา
สำหรับรักษาสวนดอกไม้

เห็นเจ้าไกรทองพาชู้
มาหยุดอยู่ศาลาอาศัย
สองเฒ่าทุรังจังไร
คิดจะไปบอกนายเอาหน้าตา

ไม่ทันเก็บดอกไม้ใส่กระจาด
ฉวยผ้าขาวขาดขึ้นพาดบ่า
ปิดประตูเข็นกระไดมิได้ช้า
ยายตางกงันมาทันที
ฯ ๖ คำ ฯ

เชิด
๏ มาเอยมาถึง
จึงเขาไปบ้านท่านเศรษฐี
เห็นสองกัลยานารี   
อยู่ที่หอกลางวางเข้าไป

บอกนางตะเภาทองตะเภาแก้ว
ที่นี้งามแล้วทั้งห้าไร่
ไหนหม่อมผู้ชายว่าหายไป
บัดนี้มาอยู่ในศาลา

พาผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย
รูปรวยสวยสมผมประบ่า
งามประหลาดเหลือล้นพ้นปัญญา
พี่น้องสองราจงแจ้งใจ
ฯ ๖ คำ ฯ


 เจรจา
๏ เมื่อนั้น
โฉมนางตะเภาทองผ่องใส
ทั้งนางตะเภาแก้วแววไว
ครั้นได้ข่าวผัวตัวเป็นเกลียว

จึงว่าดูเอาหรือเจ้าไกร
ว่าจะไปหาครูสักประเดี๋ยว
มิรู้ช่างโป้ปดลดเลี้ยว
ไปเที่ยวเกี้ยวชู้แล้วพามา

น้อยหรือทำได้เป็นไรมี
แม้นมิอึงคะนึงก็จึงว่า
อีคนไรรูปงามที่ตามมา
จะออกไปดูหน้ามันกล้าดี

ว่าพลางทางเรียกหาข้าไท
ไม่ทันใจโกรธขึ้งอึงมี่
ลงจากเรือนพลันทันที
ทาสีพี่เลี้ยงก็ตามไป
ฯ ๘ คำ ฯ

เพลง
๏ ครั้นถึงสวนก็ชวนกันหยุดอยู่
ยังประตูศาลาอาศัย
ค่อยย่องมองดูเข้าไป
เห็นคนไวไวอยู่ในนั้น

นางยิ่งกริ้วโกรธโกรธา
นุ่งผ้าโจงกระเบนเหน็บมั่น
โมโหหวงหึงดึงดัน
สองพี่เลี้ยงนั้นยิ่งให้ใจ

จึงเข้าคึกคักผลักประตู
เห็นมั่นคงอยู่ไม่หวาดไหว
พี่น้องจึงร้องว่าไป   
ใครอยู่ข้างในจงเปิดรับ
ฯ ๖ คำ ฯ


 เจรจา
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองเอนหลังยังไม่หลับ
ได้ยินเรียกเข้าไปตกใจวับ
ลุกขยับสับสนลนลาน

จึงร้องทักออกไปว่าใครนั่น
ไม่เกรงใจกันทำหักหาญ
ครั้นแจ้งว่าสองนงคราญ
ออกมาดันบานประตูไว้
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
สองนางหุนหันหมั่นไส้
จึงว่าอุแหม่แน่เจ้าไกร
หนีไปแทบถึงสักกึ่งเดือน

แต่คอยคอยนั่นน้อยไปหรือนี่
โหยกเหยกอย่างนี้ไม่มีเหมือน
มาแล้วทำไมไม่ไปเรือน
ยังแชเชือนชักช้าอยู่ว่าไร
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองฟังคำทำไถล
พูดจากุกกักกระอักกระไอ
เก้อเก้อแก้ไขไปตามจน

พี่จะเข้าไปบ้านเดี๋ยวนี้
พอเดินมาถึงนี่ก็ปะฝน
เห็นศาลาฝารอบชอบกล
จึงแวะนั่งหนีฝนอยู่บนนี้
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาอกสั่นขวัญหนี
จึงถามเจ้าไกรไปทันที
ใครนี่องอาจประหลาดนัก

จะเป็นเมียของเจ้าหรือเขาอื่น
เข้ามายืนเรียกอยู่ดังรู้จัก
หรือพี่ป้าย่ายายมาทายทัก
จงบอกเมียรักให้แจ้งใจ
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองยิ้มแห้งแถลงไข
ซึ่งมาเรียกพี่บัดนี้ไซร้
โฉมงามทรามวัยตะเภาทอง

ทั้งนางตะเภาแก้วแววตา
ภรรยาของพี่ทั้งสอง
เจ้าอย่าตกใจไปเลยน้อง
พี่มิให้ขัดข้องเคีองกัน
ฯ ๔ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #3 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:24:46 pm »

๏ เมื่อนั้น
สองนางโกรธผัวจนตัวสั่น
เรียกหาข้าไทให้ช่วยกัน   
เข้าผลักดันประตูดูลอง
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ลิ่มสลักหักโค่นไม่ทนได้
สองนางวางเข้าไปในห้อง
ชี้หน้าว่าชะเจ้าไกรทอง
ช่างปดเล่นคล่องคล่องสบายใจ

ไหนว่าจะไปหาพระอาจารย์
เป็นที่นมัสการอันโตใหญ่
คือเธอองค์นี้แล้วหรือไร
ซึ่งนิมนต์มาไว้ในศาลา

เป็นไรไม่เอาเครื่องบริขาร
มาถวายพระอาจารย์ให้หนักหนา
จะพลอยพกโมโหโมทนา
สาธุศรัทธาเต็มที

หม่อมลูกศิษย์คิดอ่านไปหาเพล
ยกประเคนให้ฉันเสียที่นี่
มานั่งขึงเขินค้างอยู่อย่างนี้
เป็นไรมิมัสการท่านครูมา

ว่าแล้วนวบลนางตะเภาทอง
บอกน้องตะเภาแก้วเสน่หา
อีคนนี้มันชื่อวิมาลา
เป็นเมียชาลวันที่บรรลัย
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองเมียงเมินเดินเข้าใกล้
ทำแก้ขวยฉวยมืออย่าอื้อไป
จะบอกควาในใจให้เจ้ารู้

เดิมทีพี่ไปหาพระอาจารย์
คิดอ่านว่าจะบวชให้ชวดอยู่
เพราะโลกีย์เจ้ากรรมมันทำพู
สุดรู้ที่จะทนพ้นปัญญา

เป็นห่วงด้วยชู้เมียเสียไม่ได้
ให้อักอ่วนป่วนใจเป็นนักหนา
ตะวันชายบ่ายหน่อยพี่กลับมา
คิดถึงวิมาลานารี

พี่จึงไปพาเอามาไว้
หวังจะให้เป็นเพื่อนน้องสองศรี
ครั้นจะบอกเจ้าแต่เดิมที
ไหนนางนารีจะผ่อนตาม

บุราณท่านว่าไว้กระไรน้อง
ชายมีเมียสองนั้นต้องห้าม
มักเกิดกลียุคลุกลาม
จึงหาให้เป้นสามตามตำรา

ขอเสียเถิดแม่คุณอย่าหุนหัน
จงสมัครรักกันดีกว่า
เพื่อนบ้านร้านช่องจะลือชา
ว่าพี่น้องสองราเจ้าใจดี
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
นวลนางพี่น้องสองศรี
ได้ฟังวาจาสามี
ชำเลืองแลดูทีวิมาลา

ยิ่งคิดยิ่งแค้นถึงความหลัง
มิได้ฟังเจ้าไกรทองว่า
จึงตอบไปด้วยใจรามา
เจ้าช่างไปคบหาแต่ที่ดี

ถ้าเป็นคนอื่นไกลน้องไม่ว่า
จะร่วมเรียงเคียงหน้าก็ควรที่
นี่มันชาติทรชนคนไพรี
เห็นดีหรือเจ้าเอามาไว้

ว่าแล้วพี่น้องจึงร้องถาม
ชะนางรูปงามได้ผัวใหม่
ทำเจ๋อเจ๊อะสะเออะหน้าหม่อมไกร
ช่างติดตามมาได้ไม่มีอาย

เอาผัวกูไปไว้ถึงเจ็ดคืน
ยังไม่หายรวยรื่นหรือโฉมฉาย
หรือว่าชาลวันที่อันตราย   
แยบคายไม่เหมือนเจ้าไกรทอง

แต่ผัวกุมภีล์แล้วมิหนำ
ยังแถมซ้ำมนุษย์เข้าเป็นสอง
ไสหัวลงไปเสียท้องคลอง
เดียรฉานจองหองไม่เจียมตัว
ฯ ๑๒ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาได้ฟังนั่งเกาหัว
ครั้นจะว่าบ้างนางก็กลัว
เจ้าไกรทองผู้ผัวจะโกรธา

แต่อดอดก็เหลือที่อดกลั้น
ปากคันยิบยิบกระซิบด่า
โมโหหันหุนหมุนออกมา
เคืองขัดสะบัดหน้าแล้วว่าไป

นี่แม่นางพี่น้องสองคน
เจ้ามาบ่นมาว่าเหมือนบ้าใบ้
เขาจูงจมูกหม่อมไปหรือไร
หม่อมผัวเจ้าลงไปทำวุ่นวาย

เพราะจวนตัวกลัวตายวายชีวิต
ใช่จะปลงลงจิตด้วยง่ายง่าย
เจ้าอย่าเพ่อติฉินยินร้าย
เป็นหญิงย่อมอายอยู่เหมือนกัน

เจ้าก็เคยรู้เช่นเป็นอยู่บ้าง
คิดดูก่อนนางอย่าหุนหัน
อันเจ้าไกรทองกับชาลวัน
จะเป็นกระไรกันก็แจ้งใจ

ซึ่งข้าตามผัวเจ้าขึ้นมา
ด้วยกลัววิทยาไม่ขัดได้
เมื่อเจ้าตามผัวข้าลงไป   
เป็นไรไม่ยั้งหยุดคิด
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง
ตะเภาทองแค้นคั่งเคืองจิต
เจ็บแสบแปลบใจดังไฟพิษ
ด้วยว่าถูกที่คิดก็โกรธา

กระทืบเท้าก้าวเดินเข้าไปใกล้
ถ่มน้ำลายรดให้แล้วร้องว่า
เดิมทีผัวมึงอ้ายกุมภา
ขึ้นมาคร่าคาบกูลงไป

แล้วจำแลงแปลงตัวเป็นมนุษย์
ฉวยฉุดยุดมือถือไหล่
จำเป็นเสียตัวด้วยกลัวภัย
กูมิได้จงจิตไปติดตาม

ไม่เหมือนอีอุบาทว์ชาติกุมภีล์
ตัวกะลีกะลำส่ำสาม
ลอยหน้าลอยตาว่าข้างาม
แต่งจริตติดตามผัวกูมา

กูจะว่าให้สาสมใจ
อีจัญไรร้อยแปดแพศยา
แม้นไม่เข็ดหลาบยังหยาบช้า
จะให้ข้ากูตบไสคอไป
ฯ ๑๐ คำ ฯ

                    
๏ แค้นเอยแค้นนัก
สุดที่จะห้ามหักโมโหได้
จะเป็นไรก็ให้เป็นไป
กูหากลัวมึงไม่อีพี่น้อง

ชะช่างขึ้นหน้าว่าเมียหลวง
หึงหวงจ้วงจาบจองหอง
ไม่รู้จักหรือเจ้านางตะเภาทอง
ไหนไหนมันก็สองเหมือนกัน

จริงแล้วคะร้อยแปดแพศยา
จึงลอยหน้าทะเลาะผัวจนตัวสั่น
เป็นไรเจ้ามิประจบให้ครบพัน
จะได้สมใจมันอีมนุษย์

เออน้อยไปหรือนั่นท่านผู้หญิง
ขยันยิ่งโมโหโยไม่หยุด
สารพัดบัดสีอีมนุษย์
เมื่อมึงมุดไปเอาผัวกูนั้น

กูก็ว่าบ้างไว้บ้าง
ไม่สิ้นชาติสิ้นยางพอเต็มกลั้น
แล้วแล้วก็ดีไปด้วยกัน
คุณของกูนั้นมึงคิดดู

ครั้นผัวมึงไปพากูขึ้นมา
จะให้ข้าต่อยตบทำลบหลู่
กล้าดีมึงเข้ามาลองดู
อันกูจะถอยอย่าสงกา
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
ตะเภาแก้วโกรธขึ้งหึงสา
เจ็บช้ำด้วยคำวิมาลา
หยาบช้าสาหัสยิ่งขัดใจ

อันนางตะเภาทองผู้พี่
จะว่ากล่าวข่มขี่มันไม่ได้
ด้วยเนื้อความทั้งสองข้างไซร้
ก็กระไรกระไรอยู่เหมือนกัน

คิดพลางนางออกสกัดว่า      
เหวยอีกุมภาตัวขยัน
ปากกล้าหน้าด้านดึงดัน
จะประชันให้ชนะไม่ละลด

ชอบแต่จิกหัวมาตบเล่น
ให้เพื่อนบ้านเข้าเห็นเสียให้หมด
จึงจะสมที่มึงมีพยศ
ให้รู้รสรู้จักฝีมือไว้
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ น่าเอยน่าหัว
ช่างเปลี่ยนตัวเปลี่ยนหน้าเข้ามาใหม่
มันสะเทือนไปถึงมึงหรือไร
ใครช่างให้พี่สาวลำเลิกกู

ครั้นตอบพี่มึงถึงแต้ม
อีแสนแนมซื้อหน้าเข้ามาสู้
นางตัวกล้ามาค้าคารมดู
ทำกูดูเล่นก็เป็นไร

ขึ้นหน้าว่าเป็นเจ้าผัว
อันจะให้กูกลัวอย่าสงสัย
ถึงกูเป็นชาติกุมภีล์ไซร้
ก็ไม่โฉดโหดไร้เหมือนมึงนี้

อีมนุษย์อุบาทว์ชาติชั่ว
พี่น้องร่วมผัวน่าบัดสี
ขาดสามสี่วันไม่ทันที
เป็นกุลำกุลีทะยานใจ

เมื่อและเจ้าขาดลงมิรอด
เป็นไรไม่กอดไว้ให้ได้
เย้ายวนชวนชมภิรมย์ใจ   
อย่าให้ว่างเว้นสักเวลา
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ อีเอยอีหัวพลัด
สารพัดรู้ตลอดสอดว่า
ก็กูร่วมผัวกันมา
บิดายกให้จึงได้ครอง

กูไม่เหมือนมึงอีหน้าเป็น
ลักเล่นผัวเขาทำจองหอง
มึงอวดกล้าท้าดีจะตบลอง
จะร้องฟ้องโรงศาลก็เร่งไป

ทำให้สมน้ำหน้าสาหัส
เอาฟันเล่นกำตัดเสียให้ได้
ถึงจะเสียสินไหมพินัย
มากน้อยเท่าไรก็ตามที

ว่าพลางนางเรียกปลื้มอาลัย
กับข้าไทถ้วนหน้าทาสี
นั่งนิ่งอยู่ไยอีเหล่านี้
ช่วยกันตบตีให้หนำใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ บัดนั้น
สาวสาวบ่าวหญิงไม่นิ่งได้
คาดอกถกเขมรวางเข้าไป
หมายใจจะตบตีวิมาลา
ฯ ๒ คำ ฯ

เชิด
๏ เห็นเจ้าไกรทองออกกางกั้น
ความกลัวตัวสั่นล้มถลา
วิ่งปะทะกันอยู่ไปมา
ทาสาขัดสนจนใจ
ฯ ๒ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #4 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:28:59 pm »

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาแค้นขัดอัชฌาสัย
โมโหหุนหันกลั้นกลืนไว้
นางมิได้ครั่นคร้ามกลัวเกรง

จึงว่าเอออะไรเจ้าไกรทอง
ช่างพาน้องมาให้เขาข่มเหง
สารพัดตัดพ้อครื้นเครง
แต่เมียเจ้าเองไม่น้อยใจ

นี่ใช้ให้ขี้ข้าทาสี
มาหยาบช้าด่าตีหาควรไม่
ไหนว่าจะปราบปรามเมียไว้
มิให้หึงหวงวุ่นวาย

ครั้นจนเข้าจริงก็นิ่งเสีย
ให้หม่อมเมียมาด่าเล่นง่ายง่าย
เจ้าก็เป็นคนฉลาดชาติชาย
ไม่เสียดายวงศ์วานว่านเครือ

ดีจริงนิ่งเฉยไม่เงยหน้า
ดูเหมือนกลัวภรรยายิ่งกว่าเสือ
คิดว่ามีเหล่ากอหน่อเนื้อ   
จึงงวยงงหลงเชื่อตามมา

แม้นรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้
จะสู้ตายอยู่ที่คูหา
ถึงจะฟันฟอนรอนรา
จะก้มหน้าให้ทำไม่กลัวตาย

ทั้งนี้เป็นต้นเพราะคนคด
จะจำจดจารึกด้วยหมึกหมาย
คิดโมโหหวงแหนแสนร้าย
เข้าหยิกข่วนตะกายเอาเจ้าไกร
ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองบ่นออดทอดใจใหญ่
จะห้ามปรามผ่อนปรนก็จนใจ
เอออะไรกระนี้มันดีจริง

นางพี่น้องสองก็ล้นเหลือ
บ้าโลหิตขวิดเฝือเหมือนมหิงส์
นางวิมาลาเล่าก็เพราพริ้ง
น้อยหรือนั่นท่านผู้หญิงทั้งสามคน

เจ้าคารี้สีคารมไม่สมหน้า
เหมือนอีแม่ค้าปลาที่หัวถนน
ขึ้นเสียงเถียงทะเลาะลนลน
จะกรวดน้ำคว่ำคะนนเสียเดี๋ยวนี้

จะเขียนหนังสือหย่าสักห้าใบ
ขีดแกงไตให้ดูอย่าจู้จี้
ทำประหนึ่งขึ้งโกรธเต็มที
เดินหนีออกไปเสียให้พ้น
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตามไปพิไรบ่น
เจ้าพาน้องขึ้นมาถึงเมืองคน
คิดว่าจะเป็นผลสืบไป

มิรู้กลับอับอายขายหน้า
สุดปัญญาที่จะงดอดได้
ว่าพลางทางกอดเจ้าไกร
สะอึกสะอื้นไห้ไปมา
ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองปลอบนางพลางว่า
พี่รักเจ้าจริงจริงจึงพามา
ใช่ว่าจะให้เป็นเช่นนี้

อันโมโหผู้หญิงนี้ยิ่งยวด
จะชวดสวดเสียเปล่าเฝ้าจู้จี้
มาถึงจะไปบอกแต่เต็มที
เจ้าฉุดชายผ้าพี่มิให้ไป

จึงเกิดเหตุเภทภัยขึ้นทั้งนี้
สุดที่จะดับไฟหัวลมได้
เจ้าอย่าละห้อยน้อยใจ
มิใช่จะให้เสียสัญญา
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางแค้นคิดอิจฉา
แลไปเห็นนางวิมาลา
ฟูมฟายน้ำตาก็ขัดใจ

ร้องว่าเหวยเหวยอีกุมภีล์
เล่ห์กลมึงดีทำร้องไห้
แกล้งชะอ้อนวอนชู้หรือไร
จะให้มาทำไมกับกู

กลับมาขึ้นเสียงเถียงเจ้าผัว
แต่ล้วนไม่กลัวจะต่อสู้
ทำไมเล่าจึงเข้าแฝงชู้
อันจะพ้นมือกูอย่าสงกา

ว่าแล้วรุกรานเข้าไปใกล้   
เลี้ยวไล่จะจิกเอาเกศา
พี่เลี้ยงทาสีก็มี่มา
อุตลุดฉุกคร่าจะตบตี
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
วิมาลายับย่อยไม่ถอยหนี
ร้ายกาจด้วยเป็นชาติกุมภีล์
ต่อดีมีกำลังเรี่ยวแรง

จะเข้าจิกศีรษะนางไม่ได้
ปัดป้องว่องไวเข้มแข็ง
หยิกข่วนกอดกัดวัดแว้ง
พลิกแพลงผลักไสไปมา
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
สองนางขัดแค้นแสนสา
ไม่ย้อท้อต่อสู้วิมาลา
จนหน้าตาคางคิ้วเป็นริ้วยับ

พวกผู้หญิงสาวสาวบ่าวไพร่
หลงใหลไล่ทุบกันตุบตับ
ปากจมูกถูกเล็บจนเลือดซับ
บ้างล้มทับพวกเพื่อนพัลวัน
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองเข้าขวางกางกั้น
จึงห้ามน้องสองนางให้วางกัน
อย่าตีรันหันหุนวุ่นไป

จะขืนทำล้ำเหลือไม่เชื่อพี่
น่าที่จะเกิดเหตุใหญ่
อันนางวิมาลานี้ไซร้
พี่เอายันต์ปิดไว้ตรึงตรา

แม้นนางเลิกเลขยันต์ออกเสียได้
จะเป็นกุมภีล์ใหญ่ใจกล้า
จะขบกัดฟัดฟาดเอาสองรา
อย่าเต้นแร้งเต้นกาหนักไป
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางจะเชื่อก็หาไม่
ร้องว่าอุแหม่แน่เจ้าไกร
จะเขียนเสือไว้ให้วัวกลัว

เจ้ารักชู้ของเจ้าเข้ากับชู้   
แกล้งจะขู่ข่มใครน่าใคร่หัว
เมื่อมันเป็นมนุษย์อยู่เห็นตัว
จะหลอกข้าให้กลัวหรือว่าไร

เกิดวิวาททะเลาะเพราะใครนั่น
เพราะหม่อมผัวตัวขยันหรือมิใช่
ทำเหลาะแหละแนะนำให้ใจ
มันจึงทำได้ถึงเพียงนี้

ว่าพลางทางรุกเข้าไป
มิได้ย่อท้อถอยหนี
บ่าวไพร่พร้อมกันทันที
เข้ากลุ้มรุมตีนางกุมภา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาแค้นขัดสหัสสา
จะแก้แหวนเลิกยันต์แล้วรั้งรา
ด้วยแสนเสน่หาเจ้าไกรทอง

ความรักรุมรึงตะลึงหลง
นางนั่งลงกอดเข่าเศร้าหมอง
หน่วงหนักรักพี่เสียดายน้อง
ฟูมฟองน้ำตาแล้วว่าไป
ฯ ๔ คำ ฯ


โอ้ปี่
๏ พ่อเจ้าประคุณของเมียเอ๋ย
กรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
เจ้าพาเมียมาไม่ทันไร
จะจำใจจำจากพรากกัน

สุดรักสุดรู้ไม่อยู่ได้
สุดใจเหลือที่จะอดกลั้น
ถึงเสือสางกลางป่าพนาวัน
ไม่ดุดันร้ายกาจเหมือนเช่นนี้

จะฉีกเนื้อเถือหนังเสียทั้งเป็น
ไม่เคยพบเคยเห็นน่าบัดสี
ไหนเล่าเจ้าชมว่าเมียดี
ทีนี้รู้เช่นได้เห็นตัว

จะขอลาลงไปอยู่ในถ้ำ
ตามบุญตามกรรมที่ทำชั่ว
นางคิดขัดข้องหมองมัว
ตีอกชกหัวร่ำไร
ฯ ๘ คำ ฯ โอด

ร่าย
๏ คิดเอยคิดพลาง   
นวลนางหุนหันหมั่นไส้
ลุกขึ้นเคืองขัดสะบัดสไบ
ชี้หน้าว่าไปมิได้กลัว

เหวยอีตะเภาแก้วตะเภาทอง
พี่น้องอุบาทว์ชาติชั่ว
หฤโหดโฉดเขลาเมามัว
มึงมาเอาผัวของมึงไป

ทีนี้กอดไว้มึงอย่าวาง
มึงเข้าคนละข้างอย่าห่างได้
ผลัดกันรึงรัดให้ถนัดใจ
อีหน้าไพร่สันดานมารยา

ว่าพลางนางหวนเข้าในห้อง
แก้แหวนในช้องเกศา
แล้วลอบเลิกยันต์มิทันช้า
โจนจากศาลาด้วยขัดใจ
ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง


๏ ครั้นลงถึงพื้นพสุธา
ก็กลายเป็นกุมภาเติบใหญ่
ฟาดหางวัดแว้งว่องไว
เข้าไล่สองนางนารี
ฯ ๒ คำ ฯ รัว เชิด

๏ เมื่อนั้น
พี่น้องอกสั่นขวัญหนี
ร้องกรีดหวีดวิ่งไม่สมประดี
ทาสีพี่เลี้ยงก็วุ่นวาย

วิ่งปะทะปะกันอลหม่าน
ลนลานลื่นล้มผ้าห่มหาย
บ้างขึ้นต้นไม้มือตะกาย
ปืนป่ายไม่สันทัดพลัดลงมา

บ้างเรียกพวกพ้องร้องให้ช่วย
เจ็บป่วยลำบากลากขา
สิ้นกำลังลงนั่งภาวนา
กอข้อกอกาว่าเปื้อนไป

สองนางวางวิ่งเข้ากอดผัว
ความกลัวตัวสั่นหวั่นไหว
เอ็นดูด้วยช่วยเอาชีวิตไว้
นางกุมภีล์ใหญ่ไล่ขบเมีย

ลูกได้ผิดแล้วอย่าถือโทษ
พ่อโปรดช่วยขับให้ไปเสีย
ร้อนอกหมกไหม้เหมือนไฟเลีย
ทิ้งเมียเสียได้ไม่เอ็นดู
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองได้ฟังนั่งไขหู
ทำเฉยเชือนเหมือนหนึ่งไม่รู้
เป็นครู่จึงตอบวาจา

พี่ก็ได้บอกแล้วแต่หนหลัง
โกรธขึ้งตึงตังไม่ฟังว่า
ไหนเล่าเจ้าไม่กลัววิมาลา
ทั้งเจ้าทั้งข้าเข้ารุมรัน

เป็นไรมิทำให้หนำใจ
วิ่งขึ้นมาไยจนตัวสั่น
เรียกหาข้าไทให้ช่วยกัน
ตีรันเล่นตามสบายใจ
ฯ ๖ คำ ฯ

ตะนาว
๏ ว่าแล้วลุกเดินออกมา
จากที่ศาลาอาศัย
แล้วมีวาจาว่าไป
วิมาลาอย่าได้โกรธา

เป็นกรรมเราแล้วทั้งสองข้าง
ใช่พี่จะทิ้งขว้างร้างหย่า
อย่าละห้อยน้อยใจจงไคลคลา   
กลับไปคูหาห้องทอง

ด้วยเจ้ากลับรูปเป็นกุมภีล์
เคยอยู่นทีเที่ยวท่อง
มาอยู่ปัถพีเช่นนี้น้อง
จะร้อนรนหม่นหมองด้วยแดดลม

เจ้ากลับไปก่อนเถิดวิมาลา
ไม่ช้าพี่จะตามไปสู่สม
ความรักพี่สมัครสมาคม
ยังนิยมชมชิดติดใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


ร่าย
๏ เมื่อนั้น
นางกุมภีล์เศร้าสร้อยละห้อยไห้
อาวรณ์ร้อนรุ่มกลุ้มใจ
ดังถ่านไฟฟืนสุมทุ่มทับ

จนอยู่มิรู้ที่จะเจรจา
แค่พริบตาอ้าปากหงุบหงับ
ลาผัวซบหัวลงคำนับ
คลานตะกุบตะกับกลับไป
ฯ ๔ คำ ฯ แผละ

๏ ครั้นถึงฝั่งคงคาก็ถาโถม
โดดโครมลงในแม่น้ำใหญ่
โบกหางวางว่ายว่องไว
ตรงไปสู่ที่ถ้ำทอง
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด


๏ รูปร่างนางกลายเป็นมนุษย์
โฉมงานบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เดินพลางครวญคร่ำร่ำร้อง
เข้าไปในห้องแล้วโศกี
ฯ ๒ คำ ฯ โอด


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #5 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:44:18 pm »

ตอนที่ ๒ ไกรทองตามนางวิมาลากลับไปถ้ำ
๏ เมื่อนั้น
โฉมเจ้าไกรทองหมองศรี
ครั้นนางวิมาลานารี
กลายเป็นภุมภีล์กลับไป

ทั้งเสียดายทั้งรักเป็นหนักหนา   
คิดติดขึ้นมาน้ำตาไหล
ให้ละห้อยละเหี่ยเสียน้ำใจ
เหมือนบ้าใบ้ไม่เป็นสมประดี

ภรรยามาเตือนให้ไปบ้าน
ยิ่งเดือดดาลดุดันหันหน้าหนี
ชะนางตัวขยันขันสิ้นที
ช่างชวนกันด่าตีวิมาลา

เหมือนแกล้งตีปลาหน้าไซ
เอออะไรมาคิดริษยา
หวงแหนแสนร้ายรามา
จะปิดประตูค้าแต่ข้างเดียว

เมื่อกี้พิ่มิห้ามนางกุมภา
ที่ไหนจะคณนาคาเขี้ยว
ทั้งบ่าวไพร่ไม่ชั่วตัวเป็นเกลียว
นี่หากคิดนิดเดียวดอกกระมัง

ว่าพลางทางเดินออกจากสวน
หุนหันปั่นป่วนคลุ้มคลั่ง
เมียงามตามไปไม่อินัง
มายังบ้านพลันทันใด
ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนเคหา
จะอาบน้ำผลัดผ้าก็หาไม่
โมโหฮึดฮัดขัดใจ
เดินตรงเข้าไปในที่นอน
ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ


ช้า
๏ ทุ่มทอดตัวตนลงบนเตียง
เอนเอียงแอบอิงพิงหมอน
คิดถึงวิมาลายิ่งอาวรณ์
ทุกข์ร้อนร่ำไรไปมา

ให้ผุดลุกผุดนั่งคลั่งเคลิ้มจิต
สำคัญคิดว่าอยู่ในคูหา
งวยงงหลงเรียกวิมาลา
ขึ้นมานั่งนี่ด้วยพี่ชาย

สัพยอกหยอกยุดฉุดหมอบข้าง
นึกว่านางพลางพลอดกอดก่าย
ประคองขึ้นอุ้มแอบเป็นแยบคาย
แย้มยิ้มพริ้มพรายสบายใจ

นั่งพินิจพิศดูรู้ว่าหมอน
ก็กลับกลิ้งนิ่งนอนถอนใจใหญ่
เอาผ้าห่มคลี่คลุมตัวไว้
เหมือนป่วยเจ็บจับไข้ครวญคราง

ได้ยินเสียงแมวไล่ตะครุบหนู
ชะเง้อชะแง้แลดูตามหน้าต่าง
เหลือบแลเห็นเงาเสาหอกลาง   
นึกว่านางวิมาลายาใจ
ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย
๏ จึงลุกจากเตียงเมียงออกมา
แย้มยิ้มพยักหน้าแล้วปราศัย
พูดพลางทางหลงลูบไล้   
กอดเสาเข้าไว้ทั้งสองมือ

ครั้นรู้ว่ามิใช่ก็ได้คิด
เอ๊ะผิดแล้วเราเสาดอกหรือ
ทำแก้ขวยฉวยผ้ามากระพือ
แลดูขื่อว่าจะผูกคอตาย

เห็นเมียมาฉุดชิงยิ่งขึ้งโกรธ
แกล้งโขยดยกตีนขึ้นปืนป่าย
เคืองขัดวัดเหวี่ยงวุ่นวาย
เดินชายเชือนออกมานอกชาน

แว่วเสียงไก่ขันสำคัญว่า
วิมาลามาเรียกก็ร้องขาน
แลหาแห่งใดไม่พบพาน
งุ่นง่านอยู่คนเดียวเที่ยวมอง
ฯ ๘ คำ ฯ เพลง


๏ เมื่อนั้น
นวลนางภรรยาทั้งสอง
เห็นเจ้าไกรวิปริตผิดทำนอง
ค่อยย่องตามมาแล้วว่าไป
ฯ ๒ คำ ฯ

เย้ย
๏ ชิชะหม่อมผัวตัวขยัน
เป็นไรนั่นกิริยาเหมือนบ้าใบ้
เมื่อกี้กอดเสาเข้าทำไม
พูดอะไรเลื่อนเปื้อนเหมือนละเมอ

แล้วฉวยผ้ามาจะผูกคอตาย
ทำตะเกียกตะกายเก้อเก้อ
ไม่อดสูผู้คนบ่นเพ้อ
คลั่งไคล้ไหลเล่อลืมตน

อย่าสงสัยไม่ผิดปากว่า
จะเป็นบ้าเที่ยวเดินกลางถนน
เสียแรงเรืองฤทธิ์เดชเวทมนตร์
ฝูงคนเขาจะกลุ้มรุมล้อ
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ ครั้นถึงจึงพังพาบกราบไหว้(บทจำอวดแทรก)
เอาอ้อยควั่นมาให้ห้าหกข้อ
(บทนาง)
จงออกไปวัดวาหาท่านขรัว
รักษาตัวรดน้ำมนต์เสียสักหม้อ

จับมงคลใส่สวมกรวมคอ
แต่พอสร่างสระปะทะปะทัง

ลองกินดูสักทีแม้นมิพอ(บทจำอวดแทรก)
จะต้องเล่นมะละกอกับแกงฟัก

หรือไปอยู่สู่สมนางจระเข้(บทนาง)
ถูกเสน่ห์ยาแฝดของเขาขลัง
น่าจะเป็นเช่นนั้นดอกกระมัง
หรือกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งประรังควาน


หรือลงไปในท้องคลองเล่นจ้องเต(บทจำอวดแทรก)
ให้เมียจระเข้ขึ้นขี่หลัง

ชะรอยฝีท้องเลวในเหวถ้ำ(บทนาง)
เข้าประจำผัวข้ามาถึงบ้าน
จะเสียผีพลีบัตรปัดกบาล
กวาดข้าวเปลือกข้าวสารส่งไป



ชะรอยผีพระประแดงแขวงปากน้ำ(บทจำอวดแทรก)
เข้าประจำเจ้าประคุณจึงงุ่นง่าน


ว่าพลางทางหัวเราะเยาะเย้ย(บทนาง)
ยังหาเคยพบเห็นเช่นนี้ไม่
เอามือตีอกทำตกใจ
ยั่วเย้าเจ้าไกรไป
มา

แกงหมูปูทะเลเทเสียสิ้น(บทจำอวดแทรก)
มางมกินกบเขียดไม่เกลียดหรือ
ช่างไม่อายพวกลาวชาวอัตปือ   
ตบมือหัวเราะเฮฮา
ฯ ๑๘ คำ ฯ เจรจา

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองยิ้มถลางทางว่า
รับแพ้แล้วนางแม่ค้าปลา
จะขีนขัดอัธยาไปไยมี

น่าจะจริงของน้องต้องเสน่ห์
เจ้าเคยคบจระเข้มาก่อนพี่
รู้ระแบบแยบยลกลกุมภีล์
เห็นทีจะเป็นบ้าเหมือนว่าจริง

พี่ไปอยู่คูหาห้าหกวัน
ผีบ้าอะไรนั่นมันเข้าสิง
ให้หลงใหลแต่จะใคร่แอบอิง
ถึงผู้หญิงผู้ชายก็คล้ายกัน

จริงหรือหาไม่เจ้าตะเภาแก้ว
หม่อมพี่สาวคราวแล้วอย่างไรนั่น
เสียจริตติดใจชาลวัล
ป่วนปั่นเป็นบ้ายิ่งกว่านี้

ใครเล่าเจ้าเอ๋ยช่วยรักษา
จนหายบ้าได้เสียเป็นเมียพี่
กลับมาเยาะเย้ยหยันขันสิ้นที
ร้อยสีร้อยอย่างช่างเจรจา

เอออะไรใส่ความว่าผีเข้า
ผีห่าไหนใครเล่ามาเข้าข้า
ผีชาลวันผัวตัวหยาบช้า
ตามมาหาเจ้าตะเภาทอง

อย่าเย้ยเยาะทะเลาะเล่นเช่นนั้น
ชาลวันขัดใจจะไล่ถอง
จงมาต้อนรับประคับประคอง
ชวนชมสมสองให้ต้องใจ

ว่าพลางฉวยฉุดยุดหยอก
ผัวเก่าเจ้าดอกอย่าผลักไส
นางน้องสาวก็อย่าอื้อฉาวไป
เจ้ามิใช่ภรรยาชาลวัน

จำเพาะพี่กับเจ้าตะเภาทอง
เคยรับรองคล่องอยู่เป็นคู่ขัน
ต่อเมื่อไรผีออกจะบอกกัน
จึงกระนั้นกระนี้กับพี่ชาย
ฯ ๑๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางตาลเดือดไม่เหือดหาย
จึงว่าผีเจ้าเล่ห์เพทุบาย
แยบคายของเจ้าข้าเข้าใจ

เกิดขี้คร้านรำคาญหูจู้จี้
ไม่พอที่จะต่อยามความไถ
ทำเคียดแค้นแสนค้อนเจ้าไกร
แล้วแกล้งเดินเข้าไปเสียในเรือน
ฯ ๔ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #6 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:50:47 pm »

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองว่องไวใครจะเหมือน
เห็นเมียแสร้งใส่จริตบิดเบือน
เดินหนีเข้าเรือนก็รู้ใจ
ฯ ๒ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ จึงค่อยย่างย่องมองเมียง
มานั่งลงบนเตียงเคียงไหล่
ทำเป็นโกรธาว่าไป
เอออะไรพี่น้องสองนาง

ค้าคารมเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงแปร้น
ขัดใจจะใคร่แพ่นลงสักผาง
มีแต่จะจัณฑาลรานทาง   
ถากถางทะเลาะเพราะสิ้นที

เที่ยงนางกลางคืนก็ครื้นเครง
นี่หากเกรงใบบุญท่านเศรษฐี
หาไม่ที่ไหนนั่นวันนี้
ฟ้าผี่เถิดนะไม่ละกัน

ทีนี้ก็แล้วไปเถิดไม่ว่า
เวทนาจะเงือดดงดอดกลั้น
ถ้าคราวหลังยังเป็นอยู่เช่นนั้น
จะวิวาทขาดกันเสียมั่นคง

ว่าพลางร่ายมนต์มหาละลวย
เป่าไปให้งงงวยลุ่มหลง
แล้วหยิบพัดไล่ยุงเอามุ้งลง
ชวนน้องสองอนงค์ให้หลับนอน

สัพยอกหยอกหยิกซิกซี้   
ถ้อยทีดีกันเหมือนแต่ก่อน
อุตส่าห์แก้ตัวตนพ้นโทษกรณ์
สโมสรเป็นสุขทุกนิรันดร์
ฯ ๑๒ คำ ฯ โลม


ช้า
๏ วันเอยวันหนึ่ง
คิดถึงวิมาลาสาวสรรค์
ป่านนี้จะครวญคร่ำรำพัน
ทุกข์ร้อนนอนฝันถึงพี่ชาย

จำกูจะตามลงไป
โลมเล้าเอาใจให้เหือดหาย
นึกคะนึงถึงเมียยังเสียดาย
จะทิ้งให้เป็นม่ายเสียทำไม
ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย
๏ คิดพลางทางมีวาจา
เรียกสองภรรยาเข้ามาใกล้
ลูบหลังโลมเล้าเอาใจ
พูดไถลหว่านล้อมอ้อมวง

แต่พี่นึกนึกจะปรึกษา
กลัวจะว่าใจหนุ่มลุ่มหลง
ที่จริงเป้นความตามตรง
เจ้าจงคิดดูให้จงดี

ชวนกันตบตีวิมาลา
ด่าว่าร้อยอย่างจนนางหนี
เกลือกว่าพวกพ้องกุมภีล์
จะผูกไพรีมนุษย์ไป

พี่คิดว่าจะไปไกล่เกลี่ย
ให้นางหายโกรธเสียจึงจะได้
หาบุญพี่ไม่เบื้องหน้าไป   
มนุษย์ก็จะได้อยู่สบาย
ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา


๏ เมื่อนั้น
พี่น้องสองนางโฉมฉาย
ได้ฟังนั่งยิ้มพริ้มพราย
น้อยหรือนั่นแยบคายขยันจริง

สารพัดผันผ่อนย้อนยอก   
ลวงหลอกเลี้ยวลดปดผู้หญิง
นี่แน่ะคะหม่อมไกรมิใช่ลิง
จะลวงให้กินขิงกับเกลือ

ชะช่างพูดจาว่าขาน
ดังน้ำอ้อยน้ำตาลหวานเหลือ
ยังไม่มันคั้นกะทิใส่เจือ
คงจะเชื่อถ้อยคำของเจ้าคุณ

ไปไหนไปเถิดไปขืนขัด   
จะทานทัดก็เครื่องจะเคืองขุ่น
เหมือนปล่อยปลาปล่อยเตาเสียเอาบุญ
จะช่วยรุนไสส่งลงไป
ฯ ๘ คำ ฯ
                    
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองข้องขัดอัชฌาสัย
ได้ฟังภรรยาว่าถูกใจ
ยิ้มแห้งแกล้งไถลไปตามจน

ปลาเต่าเอาอะไรมาบ่นบ้า
ไม่เลือกหน้าเลยนางสร้างกุศล
จริงหรือจะเสือกไสเสียให้พ้น
แล้วจะชวดสวดมนต์ดอกกระมัง

ถึงพี่ไปก็ไม่อยู่ช้า
จะกลับมาให้ทันทีข้างนี้มั่ง
อย่าเสียดสีทีทำแต่ลำพัง
เหลือกำลังหนักนักจะยักตาม

ว่าพลางลูบหลังแล้วสั่งเสีย
ดีใจด้วยเมียไม่หวงห้าม
ฉวยชักผ้าห่มชมว่างาม
ลวนลามเลี้ยวลอดสอดคว้า

นี่อะไรค้อนควักผลักพี่
ไม่พอที่กันเองก็อิจฉา
แต่เวียนเฝ้าเย้าหยอกภรรยา
จนเวลาจวนแจ้งแสงทอง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ จีงลุกขึ้นเปิดมุ้งยุงขบ   
เดินตบไหล่พลางย่องย่อง
มาอาบน้ำในระเบียงเตียงรอง
แล้วกลับคืนเข้าห้องแต่งตัว
ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นเสร็จสั่งสองนารี
เปรมปรีดิ์กระหยิ่มยิ้มหัว
ลงบันไดเดินออกนอกรั้ว   
เช้ามืดขมุกขมัวรีบมา
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด


สามเส้า
๏ ครั้นถึงฝั่งวังวนชลธาร   
จึงโอมอ่านอาคมคาถา
แล้วจุดเทียนชัยมิได้ช้า
คงคาแหวกช่องเป็นปล่องเปลว

เจ้าไกรทองด่วนเดินมาตามทาง
น้ำแห้งแข็งกระด้างไม่ไหลเหลว
มีดหมอเหน็บมั่นกับบั้นเอว
ตรงไปปากเหวถ้ำทอง
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ร่าย
๏ ค่อยย่องเข้าไปดังใจจง
สำคัญมั่นคงไม่หลงห้อง
หยุดยืนแฝงม่านเมียงมอง
ดูทำนองวิมาลาจะว่าไร
ฯ ๒ คำ ฯ


โอ้ปี่
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาเศร้าสร้อยละห้อยไห้
กอดเข่าเจ่าจุกเป็นทุกข์ใจ
เหมือนบ้าใบ้นั่งบ่นอยู่คนเดียว

ยังเจ็บใจด้วยอีพี่น้อง
ให้ขัดข้องเคืองขุ่นฉุนเฉียว
แค้นนักดังอัคคีจี้เจียว
มันไส้จะใคร่เคี้ยวเนื้อกิน

เหตุผลเป็นต้นเพราะผัวใหม่
พาไปให้เมียดูหมิ่น
ช่างโป้ปดลดเลี้ยวเล่นลิ้น
ไม่มีชิ้นชาติชายเท่าใยยอง

เพี้ยงเอ๋ยผีสางเทวดา
ที่รักษาถ้ำเหวเปลวงปล่อง
จงดลจิตดลใจเจ้าไกรทอง
ให้หลงลงมาลองอีกสักคราว

จะตัดพ้อต่อว่าประดาเสีย
ให้สมที่อีเมียมันรังหยาว
จะหยิกข่วนให้เจ็บด้วยเล็บยาว
เลือดมิชาวโซมอยู่ก็ดูเอา

แล้วขุกคิดขึ้นมาถึงชาลวัน
ยิ่งวิโยคโศกศัลย์สร้อยเศร้า
เมื่อยามยังอยู่เป็นคู่เคล้า
ไม่อาทรนอนเปล่าเปลี่ยวใจ

ไหนอีตะเภาแก้วตะเภาทอง
จะจาบจ้วงจองหองกับน้องได้
ทุกข์ร้อนรำพึงตะลึงตะไล
ครวญคร่ำร่ำไรไปมา
ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองแฝงม่านเมียงหน้า
เข้าใจในทีวิมาลา
ยิ้มพลางทางว่าไปทันใด
ฯ ๒ คำ ฯ


ยานี
๏ พี่คือเทวาสุราฤทธิ์
ซึ่งสถิตในถ้ำต่ำใต้
เห็นนางโศกีพิรี้พิไร
คิดพะวงสงสัยจะใคร่รู้

เดิมสิตามไปกับไกรทอง
ทำไมกลับมาร้องไห้อยู่
หรือเขาขู่เข็ญไม่เอ็นดู
อุปถัมภ์ค้ำชูไม่ถึงที่

จึงมานั่งบ่นหาชาลวัน
ต้องการอะไรนั่นกับผัวผี
ถึงจะเข้มแข็งขันขยันดี
ไหนจะรอดชีวีคืนมา

จงอุตส่าห์ฝากตัวผัวใหม่
รักใคร่ข้างนี้จะดีกว่า
ถ้าเชื่อคำทำตามเทวดา   
จะดลใจให้มาประเดี๋ยวนี้
ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาสะดุ้งจิตคิดบัดสี
รู้ว่าหม่อมผัวตัวดี
ลงมาเมื่อไรนี่ไม่ทันรู้

สาละวนินทาว่าร้าย
ให้สะเทินเขินอายอดสู
แก้เก้อนั่งกัดปูนพลู
ก้มแกะเล็บอยู่ไม่เจรจา
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองย่องเดินเข้าไปหา
ทำเป็นไม่เห็นวิมาลา
แหงนเงยเฉยหน้าแล้วว่าไป

ใครนินทาว่าร้ายเราเมื่อกี้
ประเดี๋ยวใจไพล่หนีไปข้างไหน
ถ้าแม้นพบปะไม่ละไว้
จะทำให้คุ้มค่านินทากัน
ฯ ๔ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ อ่อนั่งอยู่นี่เจียวสิหว่า
หน้าตาคนเก้อนี้ดูขัน
ก้มแกะเล็บเล่นอยู่เช่นนั้น
จะหักลันเสียเปล่าไม่เข้าการ

พี่รักเจ้านักหนาลงมาใหม่
จะเกลี่ยไกล่ว่ากล่าวที่ร้าวฉาน
มิให้ร้างค้างเขินเนิ่นนาน   
จะสมัครสมานไมตรี

เจ้าอย่าแค้นขัดสบัดสะบิ้ง
นั่งนิ่งเสียมั่งจงฟังพี่
เหมือนถ่านไฟเก่าเถ้ายังมี
เป่าขึ้นคงอัคคีจะติดเชื้อ

ไหนไหนก็รู้เช่นได้เห็นฤทธิ์
กระบวนกระบิดอย่าทำให้ล้ำเหลือ
น้อยหรือนั่นยังไม่ทันจะถูกเนื้อ
สะดุ้งเผื่อไปก่อนแสนงอนจริง

ทั้งระแบบแยบคายก็หลายอย่าง
สมที่สมทางท่านผู้หญิง
ว่าพลางผินหลังเข้านั่งอิง
สะบัดสะบิ้งวิ่งหนีพี่ไย
ฯ ๑๐ คำ ฯ 


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #7 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 04:00:14 pm »

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาหุนหันหมั่นไส้
เคืองขัดสะบัดผ้าแล้วว่าไป
น้อยหรือนี่มาได้ช่างไม่กลัว

เมื่อจะมาได้ลาแล้วหรือยัง
หม่อมเมียจะคลั่งถึงหม่อมผัว
ข้างบ้านปานนี้จะสั่นรัว
แต่ละคนไม่ชั่วข้ากลัวใจ

ขยันยิ่งจริงเจ้าตะเภาหลวง
หึงหวงสารพัดผลัดกันได้
มิเสียแรงแกล้งกลั่นสรรไว้
ชอบใจหม่อมผัวล้วนตัวเป็น

ทีนี้หรือขึ้นชื่อว่ามนุษย์
จนสิ้นสุดเหล่ากอไม่ขอเห็น
อย่าปลิ้นปลอกหลอกลวงด้วยน้ำเย็น
ได้รู้เช่นเห็นหมดที่คดตรง

จริงแล้วคะกะได้ถ่านไฟเก่า
อย่าพักเป่าเฝ้าก่อจนคอก่ง
มันมอดหมดไม่ติดดังจิตจง
จะซานซมงมหลงลงมาไย

เชิญไปเสียเถิดให้พ้นห้อง
จะลวงน้องได้อีกอย่าสงสัย
เถิดเท่านั้นแล้วก็แล้วไป
ข้ากลัวใจเจ้าจอมหม่อมเมีย
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ กัลเอยกัลยา
ช่างตัดพ้อต่อว่าประดาเสีย
พี่มิใช่ชายชั่วที่กลัวเมีย
จะลงมาไกล่เกลี่ยเสียให้ดี

พี่น้องสองราก็สารภาพ
เข็ดหลาบแล้วเจ้าไม่จู้จี้
ยังกระเดื่องกระด้างแต่ข้างนี้
ด้วยท่วงทีจริตนั้นติดงอน

ถึงยังกำลังเดือดไม่เหือดไห้
จะโลมเล้าเจ้าไปกว่าจะอ่อน
อย่าสะบิ้งสะบัดตัดรอน
หย่อนหย่อนเสียมั่งฟังพี่ชาย

อันธรรมดาสตรีมีผัว
ค่อยยังชั่วกว่าเช่นที่เป็นม่าย
ไม่มีคนข่มเหงคะเนงร้าย
ไปไหนไปง่ายสบายใจ

จงถอยหลังคิดดูอย่าจู้จี้
ผัวร้างอย่างนี้หาดีไม่
ย่อมเป็นที่ติฉินกินใจ
บุราณว่าไว้ล้วนความจริง
ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย
๏ ลิ้นเอยลิ้นลม
น่านิยมย้อนยอกกลอกกลิ้ง
สารพัดไพเราะเพราะพริ้ง
สมเป็นผัวท่านผู้หญิงบ้านบน

ไวว่องคล่องขยันสันทัด
หลบหลีกมือหมัดไม่ขัดสน
เคยชนะคะคานเพราะทานทน
เล่ห์กลของเจ้าข้าเข้าใจ

จริงแล้วแกล้วกล้าประดาเสีย
ปราบเมียมิให้หือขึ้นได้
กระนั้นสิเมื่อเจ้าพาข้าขึ้นไป
เห็นเมียกลัวกระไรจนสั่นรัว

เขาจึงตีจึงด่าข้าคนเดียว
วิ่งเลี้ยวไล่ตามข้ามคอผัว
มาสับปลับกลับอ้างอวดตัว
ว่าเขากลัวสารภาพราบไป

ได้อายเท่านั้นแล้วมิหนำ
ยังมาซ้ำเลี้ยวลดปดไปใหม่
ขี้คร้านตอบให้เหนื่อยเมื่อยขาตะไกร
จะปิดหูเสียไม่ขอได้ยิน
ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ แสนเอยแสนงอน
ช่างแคะค่อนอุตริติฉิน
ใส่จริตบิดเบือนเหมือนจะบิน
ล้วนหยิบชิ้นเชิงชั้นขยันดี

พี่ไม่กลัวภรรยาเช่นว่าดอก
ใช่จะเหลือกตาหลอกได้เหมือนผี
แต่เขาคิดเวทนาไม่ด่าตี
เท่านี้แลฮึกนึกว่ากลัว

ถึงข้างเขาข้างเราก็เล่าแหละ
มันเกาะแกะกวนใจมิใช่ชั่ว
โมโหมากปากคอพอตัว
ไม่จืดเจ้าเมามัวอยู่เหมือนกัน

จะมากลับขึ้งโกรธโทษใคร
ข้าใช้ให้หึงหวงกันหรือนั่น
พี่ก็ว่าชี้แจงเป็นแพ่งธรรม์
แต่ละคนดึงดันไม่เงือดงด

จึงนิ่งดูทีใครจะดีกว่า
ล้วนเหล็กกล้าขยันเหมือนกันหมด
ยังไม่หนำซ้ำมาเปรียบประชด
ว่าข้าปดก็ตกนรกเอง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ น่าเอยน่าหัว
อย่าปลิ้นปลอกออกตัวไม่เหมาะเหมง
เกิดวิวาทบาดทะเลาะครื้นเครง
เพราะหม่อมผัวชั่วเองหรือเพราะใคร

จะขว้างงูดูถูกอสรพิษ
มันจะผิดพ้นคอไปข้างไหน
แยบคายของเจ้าข้าเข้าใจ
จูงมาจูงไปเป็นคนกลาง

เมื่อข้ากลับกลายรูปเป็นกุมภีล์   
เจ้าขับเหมือนขับผีขับสาง
เข้าประคับประคองแต่สองนาง   
กอดไว้คนละข้างไม่ห่างไกล

ยอดรักของเจ้าตะเภาทอง
ดังจะล่องลอยฟ้าไม่หาได้
สาวพรหมจารีดีสุดใจ
ไม่มีใครถูกต้องพ้องพาน

หม่อมไกรได้ชมสมสอง
เหมือนได้นางรูปทองไว้ที่บ้าน
จะคุ้มโทษโทษาห้าประการ
อัปรีย์สีกบาลไม่มีเลย
ฯ ๑๐ คำ ฯ
                    
๏ เอวเอยเอวบาง
ชะช่างชูเชิดเปิดเผย
สารพัดผ่อนปรนเป็นคนเคย
ไม่ลืมเลยลิ้นลมคมชิด

เจนจัดหัดมาแต่ชาลวัน
หลายชั้นเชิงชวนกระบวนกระบิด
มิใช่ชายเจ้าชู้รู้ฤทธิ์
จะสิ้นคิดติดกุกอยู่ทุกคน

นี่หากพี่เองรู้เพลงน้อง
จึงตามรอยคล้อยคล่องไม่ขัดสน
อันนางตะเภาทองทำนองคน
แยบยลไม่เท่ากุมภีล์ใน

เจ้าสิกลับกลายได้หลายอย่าง
รู้ทางจะหนีทีจะไล่
สันทัดจัดเจนอยู่ในใจ
มนุษย์หรือจะได้เหมือนเช่นนี้

พี่ก็ยังต้องจิตติดใจอยู่
อุตส่าห์สู้ซังตายมาถึงนี่
เจ้าตัดรอนค่อนได้ไม่ไยดี
เพราะผิดที่ทำนองไม่ต้องใจ

ถ้าพี่เป็นเทวาสุราฤทธื
จะนิมิตชาลวันขึ้นให้ใหม่
จะปิดทองทั้งตัวให้ทั่วไป
นั่นแหละจะชอบใจวิมาลา

จะสาปสรรเสียบ้างเหมือนอย่างนี้
กุมภีล์ร้ายกาจไม่ปรารถนา
เจ้ากระบิดกระบวนมารยา
แต่เล็กมาจนใหญ่พึ่งได้พบ
ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ หม่อมเอยหม่อมผัว
มิใช่เช่นชายชั่วหัวประจบ
รู้วิชาเชี่ยวชาญชำนาญครบ
ใครใช้ให้มาคบกับกุมภา

ใครอวดว่าข้าชาวสวรรค์หรือ
จึงซมซานด้านดื้อลงมาหา
ใครชักใครจูงจมูกมา
ใครเรียกใครหาใครแนะนัด

ไม่รู้หรือว่าชาติเดียรฉาน
มาสมานสมาคมสมสัตว์
ทำให้เสียเสื่อมเวทมนตร์ชะงัด
สารพัดอัปรีย์ก็มีมา

เจ้าช่างคิดนิมิตชาลวัน
จะเอาไว้ไยนั่นในคูหา
เอาไปฝากนวลน้องทั้งสองรา
ขอทยาของเจ้าตะเภาทอง

นี่เอาไปฝากเจ้าตะเภาแก้ว
ดีแล้วช่วยทำฉล่ำฉลอง
เสียแรงหม่อมผัวนิมิตปิดทอง
ทั้งสองจะได้ไม่เร่งรัด

ทำไมมิให้คิดถึงผัวเก่า
ถึงโฉดเฉาก็ตรงคงในสัตย์
ไม่โกหกพกลมเลี้ยวลัด
ชั่วช้าสารพัดเหมือนมนุษย์
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ น้อยเอยน้อยหรือ
ยังจะรื้อกวนใจมิให้หยุด
จริงแล้วเจ้าเฝ้าติผัวมนษย์
ไม่เหมือนหม่อมนักกะผุดผัวนาง

ทั้งซื่อทั้งสัตย์สารพัดดี
ไม่มีคดคอดตลอดทาง
ถึงเมื่อวันจะตายวายวาง
ก็ไม่ว่างเว้นสวาทขาดแคลน

กระนั้นสิจึงร่านรนบ่นหา
เพราะดีกว่าชายอื่นสักหมื่นแสน
ทั้งบกเรือเหนือใต้ในแว่นแคว้น
จะหาแทนผัวเก่าไม่เท่าทัน

อันตัวพี่นี้สักแต่ว่าชาย
แยบคายคลายอยู่ไม่สู้ขยัน
พึ่งจะได้พบพานงานประชัน
ชั่วกว่าชาลวันทุกสิ่งไป

เจ้าจึงตัดขาดไม่ปรารถนา
จะนัดแนะให้มาก็หาไม่
แต่ข้างพี่ยังมีเยื่อใย
ติดใจอยู่มั่งจึงซังตาย

ไม่เห็นเลยว่าจะเฉยเสียเช่นนี้
ทำให้พี่แสบท้องอยู่จนสาย
น่าจะมีสักสิ่งเป็นลิงลาย
รักซ้อนซ่อนร้ายไว้ภายใน

หนุ่มหนุ่มกุมภีก็มีตรึก
มันจะเป็นเช่นนึกหาผิดไม่
เดิมทีพี่มาพาขึ้นไป
สำคัญใจว่ารักกันจริงจริง

ไม่นึกแหนงว่าจะแกล้งไปเอาเหตุ
ไม่สังเกตสังกามารยาหญิง
ทำกระบวนรวนเรประเว่ประวิง
ดีจริงแล้วจะได้เห็นกัน

กุมภาผัวเจ้าเล่าลือชื่อ
ตายเพราะฝีมือของใครนั่น
เถิดหรือให้ไปตามชาลวัน
ทำขบฟันแล้วเดินเมินออกมา
ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาฉวยฉุดยุดคร่า
ทำกระบวนข่วนหยิกด้วยมารยา
นี่ร่ำลาใครแล้วหรือจะไป

เอออะไรอกเอ๋ยไม่เคยเห็น
เชิงเช่นเจ้าจอมหม่อมผัวใหม่
มาพาโลโพคลุมกลุ้มใจ
สารพัดเสกใส่วิมาลา

ไหนจะพาขึ้นไปให้เมียสับ
ยังมิหนำซ้ำกลับมาด่าว่า
เดิมทีที่วิวาทวาทา
เพราะข้าพาลทะเลาะหรือเพราะใคร

เมียหม่อมมาชี้หน้าด่าทอ
ไสคอข้าก่อนจริงหรือไม่
หยาบหยามข้ามหัวหม่อมผัวไป
หูหางช่างกระไรไม่ได้ยิน

เขารุมกันตีด่าข้าอึงอื้อ
ตาเจ้าบอดไปหรือไม่เห็นสิ้น
เหตุว่ารักแล้วก็พาบิน
ขังแล้วถมดินให้โทรมทรุด

ได้เอียงแล้วกระไรให้จนล่ม
ได้ชมแล้วกระไรให้สูงสุด
จับได้ไหนนั่นข้อพิรุธ
ที่ทุจริตคิดนอกใจ

จะไว้ใยกับอีวิมาลา
ทำตามโทษาอย่าปราศรัย
ว่าเล่นเปล่าเปล่าแล้วจะไป
ข้ายังไม่ให้ไคลคลา

เชิญชี้ชายชู้ข้าดูก่อน
ได้แล้วจะนอนลงให้ฆ่า
แกล้งพาลพาโลโกรธา
นี่หม่อมเมียสอนมาข้าเข้าใจ

มิห้ำหั่นฟันข้าให้ย่อยยับ
อันตะให้เจ้ากลับอย่าสงสัย
ว่าพลางครวญคร่ำร่ำไร
ฉุดชายผ้าไว้ไม่วางมือ
ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ งอนเอยงอนชล
เอ๊ะอ่อนหย่อนพยศลงแล้วหรือ
เจ้าสิแสนคมคารมลือ
ทำไมมายุดยื้อข้าไว้ไย

ข้าเป็นคนพาทีไม่มีสัตย์
ไม่จัดเอาจริงสักสิ่งได้
จะมาบีบน้ำตาเอาข้าไย
ข้าทำสิ่งไรให้เคืองตา

เป็นไรมิโลดเต้นเล่นตัว
เย้ายั่วเยื้องยักให้หนักหนา
จนออกเข็ดคารมระอมระอา
มันไม่น่าแล้วคะข้าจะไป

ทั้งสองเมียสามเมียมิเสียแรง
ปากกล้าหน้าแข็งคารมใหญ่
เจ้ากระบิดกระบวนกวนใจ
เอาไว้ไยหย่าเสียนางเมียงาม

จะหาใหม่ให้ดุขึ้นกว่านี้
อีกสักสี่ห้าคนให้พ้นสาม
แน่เจ้าจะมีใหม่มั่งก็ตาม
แต่ให้งามสมหน้าเหมือนชาลวัน

นิ่งอยู่ไยเล่าเจ้าคนคม
มิค้าคารมอมอะไรไว้นั่น
ทำหน้าบูดบี้งเห็นขึงครัน
ใครบอกบุญสุนธรรม์ไม่ศรัทธา
ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา


๏ เมื่อนั้น
นางเลื่อมลายวรรณอยู่ในคูหา
ได้ยินไกรทองวิมาลา
วิวาททากันอื้ออึง

คารมข้างนางเมียก็ไม่ชั่ว
ข้างเจ้าผัวก็ไปไม้หนึ่ง
ถ้อยทีดีขยันดันดึง
นางจึงลุกเดินออกไปดู
ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เยี่ยมเยี่ยมมองมองแล้วร้องว่า
อะไรนี่บ่นบ้าน่าหนวกหู
ทั้งหม่อมเมียหม่อมผัวล้วนตัวรู้
ไม่อดสูผีสางบ้างเลย

จะสาวไส้ให้การแย่งแร้งทึ้ง
อื้ออึงมันไม่ดีนะพี่เอ๋ย
ใช่จะแกล้งแสร้งซ้ำปรำเปรียบเปรย
พี่ก็เป็นคนเคยคนเข้าใจ

จะมายืนฟื้นฝอยหาตะเข็บ
หยิกเล็บจะเจ็บเนื้อหรือหาไม่
เมื่อกินอยู่ที่ลับแล้วเป็นไร
จะมาไขกลางแจ้งให้แพร่งพราย

จะพลอยให้เพื่อนเมียเสียรังวัด
ถ้าฉวยพลัดขาดลอยสิคอยหาย
ยิ่งจะลือระยำซ้ำร้าย
เป็นสองม่ายสามม่ายน่าอายใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตอบพลางทางค้อนให้
อุแม่เอ๋ยเจ้าจอมเมียหม่อมไกร
ออกมาได้สอนสั่งตั้งกระทู้

น้อยหรือห้ามปรามเหมือนหนามเหน็บ
มันปวดเจ็บเหลือแล้วถึงแก้วหู
นางไม่มีที่ชั่วผัวเอ็นดู
นี่เจ้ารู้อะไรมาเจรจา

ชอบจะช่วยกันเจ็บเก็บใส่ใจ
นานไปเผื่อจะเป็นเหมือนเช่นข้า
จะได้จดจารึกไว้ตรึกตรา   
ไหนไหนก็ราคาเดียวกัน

จริงแล้วหรือคะข้าเป็นคนโฉดเขลา
ไม่เหมือนเจ้าดีหมดช่างอดกลั้น
อย่าพักพูดร้อยบทประชดประชัน
แต่เพลาเพลาเท่านั้นเถิดเป็นไร
ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองร้องว่าอัชฌาสัย
วิมาลาเมียข้าแล้วเหลือใจ
เหมือนหนามไหน่เกะกะระรั้ว

พบปะหน้าไหนใส่เอาหมด
ไม่ละลดทะเลาะคนเสียจนทั่ว
ตะกิ่งตะกายเงี่ยงงารอบตัว
ความวัวยังไม่หายความควายมา

เถิดซิตามถนัดไม่ขัดขวาง
ทั้งสองข้างวางกันให้หนักหนา
ใครคารมสมควรราคา
จะเปลื้องผ้าคาดพุงออกรางวัล
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตอบไปขมีขมัน
เอออะไรเขาว่าประสากัน
หม่อมผัวตัวสั่นออกเถียงแทน

สาระวอนค่อนว่าประดาเสีย
ให้หม่อมเมียได้หน้าขึ้นกว่าแขน
เจ็บใจใครมั่งจะไม่แค้น
นี่แหละแม่นแท้ว่าเป็นตราชู

จริงแล้วข้าหมอความเหมือนหนามใหม่
แต่กระนั้นเกี่ยวไว้ยังไม่อยู่
พูดจาพล่อยพล่อยร้อยประตู   
เหมือนใครไม่รู้ไม่เข้าใจ

ถึงคราวจะหยิบผิดไม่คิดหน้า
เงี่ยงงาสารพัดพูดได้
เจ้าเอ๋ยจงถนอมหม่อมเมียไว้
อย่าให้ใกล้เคียงกับเงี่ยงงา

ชะนางคนดีไม่มีชั่ว
เอาหม่อมผัวออกตั้งเป็นตั้งหน้า
นานไปจะขึ้นถึงหลังคา
หน้าตาตละชาดเลือดฝาดแดง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 179
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6098



Level 63 : Exp 60%
HP: 10.5%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6586
ได้รับคำชม: 5240


« แต่งต่อ #8 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 04:05:41 pm »

๏ เมื่อนั้น
นางเลื่อมลายวรรณเถียงเสียงแข็ง
ช่างไม่ขันดันแดกแหกกระแชง
มาตะแคงแว้งวัดเอากันเอง

เห็นอื้ออึงจึงออกมาห้ามปราม
กลับใส่ถ้อยร้อยความไม่เหมาะเหม็ง
ข้าเป็นคนเจียมตัวกลัวเกรง
ไม่เป็นโตงเป็นเตงน่าอายใจ

เออจะเอาอะไรมาขึ้นหน้า
เป็นแขนเป็นวาช่างว่าได้
ทำคุณบูชาโทษโหดไร้
สารพันสรรใส่ไม่ไว้วาง

มาดูหน้าข้าเถิดท่านผู้หญิง
มันแดงจริงยิ่งกว่าย้อมน้ำฝาง
สำคัญว่าผัวรักยักลูกคาง
สาระดิ้งวิ่งวางไปตามลม

ทำไมเล่าจึงมิเอาให้ขาดเด็ด
หรือไปปะบอระเพ็ดเข็ดขม
กลับลงมาครางครืดผะอืดผะอม
ก็พอสมน้ำหน้าสาแก่ใจ

เถิดคะรำคาญขี้คร้านทะเลาะ
นี่เนื้อเคราะห์มาเหยียบหนามใหม่
กระทืบเท้าลงส้นเดินบ่นไป
เข้าในห้องหับฉับพลัน
ฯ ๑๒ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองลิ้นลมคมสัน
จึงว่านี่แน่เจ้าแต่เท่านั้น
อย่าป่วนปั่นหันหุนวุ่นวาย

เขาก็เข็ดปากคอไม่ต่อสู้
หนวกหูเต็มทีจนหนีหาย
ยังตะบอยบ่นว่าบ้าน้ำลาย
เคียดแค้นแสนร้ายรามา

จนเหงื่อย้อยเหงื่อไหลก็ไม่คิด
แป้งปูนแต่สักนิดไม่ติดหน้า
มันงามเหลือแล้วเจ้าวิมาลา
หน้าตามอมแมมเหมือนแมวคราว

อะไรเล่าเฝ้าชำเลืองเคืองค้อน
ทำแสนงอนทุ้งทิ้งยิ่งกว่าสาว
ข่วนคนเจ็บเจ็บเจ้าเล็บยาว
น่าชังรังหยาวสุดใจ

ไปเอนหลังเอนไหล่เล่นดีกว่า
นึกว่าสู่ขอเข้าหอใหม่
ว่าพลางจูงนางเข้าห้องใน
นั่งบนเตียงเคียงไหล่ไขว่คว้า

อย่าฮึดฮัดวัดแว้งเครื่องแป้งจะหก
หยิบกระจกมาให้น้องส่องดูหน้า
ช่วยตกแต่งแป้งกระแจะละลายทา
วิมาลาเคืองขัดปัดมือ

นี่จะหยิกจะทึ้งไปถึงไหน
จะทำให้พี่ป่วยไปเสียหรือ
ชักชายผ้าห่มหลุดยุดยื้อ
ถูกถือตามธรรมเนียมเลียมลอง

คลื่นซัดอัศจรรย์ลั่นเลื่อน
สะท้านสะเทือนถ้ำเหวเปลวปล่อง
เล้าโลมเลี้ยวลอดสอดคล้อง
ทั้งสองถ้อยทีปรีดา
ฯ ๑๖ คำ ฯ โลม

                    
ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาสรวลเสเสน่หา
คลึงเคล้าเย้ายวนชวนภัสดา
ให้พูดจาเรื่องราวเล่านิทาน

ได้ยินข่าวเล่าลือมาจะแจ้ง
ว่านายแฟงกับนายฉิมอยู่ริมบ้าน
หม่อมได้ฟังมั่งหรือไม่เขาไปงาน
โปรดประทานเล่าไปให้ฉันฟัง
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองตรองตรึกนึกความหลัง
เมื่อวันพระประนายฉิมที่ริมวัง
เข้าแฝงฟังพอเขาเล่าก็เข้าใจ

จำเขาได้ดอกนะน้องสองสามมุก
พอแก้ทุกข์ขุกเข็ญเห็นจะได้
แล้วบ้วนปากคายหมากกระแอมไอ
เอาหมอนใส่หลังพิงแล้วอิงเอน
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ พี่จะกล่าวราวเรื่องเนื่องมา
อารามร้างกลางนามีตาเถน
อยู่สองคนในกุฏีไม่มีเณร
บิณฑบาตเช้าฉันเพลทุกวันไป

องค์หนึ่งเที่ยวบิณฑบาตยาจนา
พอสีกาเขาแกงจุ๊บแจงใส่
จังหันหลายทารพีก็ดีใจ
กลับไปยังที่กุฏีพลัน
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงหอกลางก็วางบาตร
เชิงฉลาดจะหลีกหลยขบฉัน
แม้นอยู่ให้หลวงตานั้นมาทัน
จะต้องปันแกงหอยนั้นน้อยไป

พอแลเห็นตุ่มวางกลางกุฏี
เห็นท่วงทีจะลงฉันในนั้นได้
จึงหย่อนองค์ลงในตุ่มสุโขทัย
เอาแผ่นอิฐปิดไว้มิได้ช้า
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ จะกล่าวถึงเถนองค์หนึ่งนั้น
ได้จังหันนิดเดียวเที่ยวหนักหนา
แหงนดูสุริย์ฉายสายเต็มประดา
ก็กลับมาถึงที่กุฏีพลัน

คิดว่าเพื่อนยังไม่มาก็ด่าโผง
อ้ายตายโหงเที่ยวไปถึงไหนนั่น
กูแสบท้องนักหนาไม่ท่ามัน
ขัดสมาธิ์สองชั้นเอาช้อนโพง
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ส่วนเถนในตุ่มนั้นฉันตะบอย
ทำปากตูดดูดหอยดังจุ๊บโจ่ง
ตาเถนอยู่ข้างบนเห็นทะนนโคลง
มาเปิดอิฐปิดโอ่งเพ่งพิศ

ส่วนเถนอยู่ในทะนนพ่นแกงเอา
ถูกเข้าที่หน้านัยน์ตาปิด
เถนคงร้อนดิ้นแทบสิ้นชีวิต
เอ๊ะอะไรพ่นพิษแสบสุดใจ

เถนองค์นั้นจึงถลันลุกออกมา
แล้วว่าข้าจะช่วยดับพิษให้
จึงเอาโอตักน้ำมาทันใด
รดลงไปที่หน้าตาเถนคง

เห็นเพื่อนกันหายปวดซ้ำอวดรู้   
นี่ว่ากูได้คาถาตาบุญสง
จึงแก้เอ็งไว้ไดไม่ปลดปลง
ที่นี้จงอุตส่าห์รักษาตัว

เอ็งอย่าได้ไปมองที่ปากโอ่ง
อ้ายจุ๊บโจ่งมันร้ายมิใช่ชั่ว
ตาเถนคงแจ้งจิตก็คิดกลัว
รักษาตัวอยู่ด้วยกันทุกวันเอย
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาปรีด์เปรมเกษมสันต์
ชมว่าเพราะนักหนาน่ารางวัล
แต่กระนี้ดีครันขยันจริง

ถ้าปะเขาหางานการของราษฎร์
ส่งพิณพาทย์นายมีจะดียิ่ง
ใช่ว่าเล่นเช่นหม่อนเธอพร้อมพริ้ง
ไปงานไหนได้ผู้หญิงวิ่งตามมา
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองยิ้มพลางทางว่า
ผู้หญิงหาไหนเฝ้าตามมา
คือผู้หญิงกุมภาที่ตามไป

ไหนเล่าเจ้าจะตกรางวัลพี่
หันหน้ามานี่จะบอกให้
สะกิดแก้มแนมนมชมสไบ
คว้าไขว่ยวนเย้าเฝ้าตอแย

อัศจรรย์บันดาลอยู่บ่อยบ่อย
รสอร่อยมิได้จืดให้ชืดแช่
พิรุณร่วงตวงไว้จนเต็มแล้
รักกันคุ้มแก่ไม่แชเชือน

การสัมผัสเย้ายวนชวนชื่น
จะหาอื่นมาให้ไม่มีเหมือน
หยุดสวาทขาดเพลาเข้ามาเตือน
มิได้เคลื่อนคลาดคลารารอ
ฯ ๘ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่หวงห้าม)

  เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


TAGS:

หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.935 วินาที กับ 31 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.014s, 1q)
Google visited last this page 10 ชั่วโมงที่แล้ว
PageRank Checking Icon