ผู้เขียน หัวข้อ: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง  (อ่าน 43704 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:24:46 pm »

๏ เมื่อนั้น
สองนางโกรธผัวจนตัวสั่น
เรียกหาข้าไทให้ช่วยกัน   
เข้าผลักดันประตูดูลอง
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ลิ่มสลักหักโค่นไม่ทนได้
สองนางวางเข้าไปในห้อง
ชี้หน้าว่าชะเจ้าไกรทอง
ช่างปดเล่นคล่องคล่องสบายใจ

ไหนว่าจะไปหาพระอาจารย์
เป็นที่นมัสการอันโตใหญ่
คือเธอองค์นี้แล้วหรือไร
ซึ่งนิมนต์มาไว้ในศาลา

เป็นไรไม่เอาเครื่องบริขาร
มาถวายพระอาจารย์ให้หนักหนา
จะพลอยพกโมโหโมทนา
สาธุศรัทธาเต็มที

หม่อมลูกศิษย์คิดอ่านไปหาเพล
ยกประเคนให้ฉันเสียที่นี่
มานั่งขึงเขินค้างอยู่อย่างนี้
เป็นไรมิมัสการท่านครูมา

ว่าแล้วนวบลนางตะเภาทอง
บอกน้องตะเภาแก้วเสน่หา
อีคนนี้มันชื่อวิมาลา
เป็นเมียชาลวันที่บรรลัย
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองเมียงเมินเดินเข้าใกล้
ทำแก้ขวยฉวยมืออย่าอื้อไป
จะบอกควาในใจให้เจ้ารู้

เดิมทีพี่ไปหาพระอาจารย์
คิดอ่านว่าจะบวชให้ชวดอยู่
เพราะโลกีย์เจ้ากรรมมันทำพู
สุดรู้ที่จะทนพ้นปัญญา

เป็นห่วงด้วยชู้เมียเสียไม่ได้
ให้อักอ่วนป่วนใจเป็นนักหนา
ตะวันชายบ่ายหน่อยพี่กลับมา
คิดถึงวิมาลานารี

พี่จึงไปพาเอามาไว้
หวังจะให้เป็นเพื่อนน้องสองศรี
ครั้นจะบอกเจ้าแต่เดิมที
ไหนนางนารีจะผ่อนตาม

บุราณท่านว่าไว้กระไรน้อง
ชายมีเมียสองนั้นต้องห้าม
มักเกิดกลียุคลุกลาม
จึงหาให้เป้นสามตามตำรา

ขอเสียเถิดแม่คุณอย่าหุนหัน
จงสมัครรักกันดีกว่า
เพื่อนบ้านร้านช่องจะลือชา
ว่าพี่น้องสองราเจ้าใจดี
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
นวลนางพี่น้องสองศรี
ได้ฟังวาจาสามี
ชำเลืองแลดูทีวิมาลา

ยิ่งคิดยิ่งแค้นถึงความหลัง
มิได้ฟังเจ้าไกรทองว่า
จึงตอบไปด้วยใจรามา
เจ้าช่างไปคบหาแต่ที่ดี

ถ้าเป็นคนอื่นไกลน้องไม่ว่า
จะร่วมเรียงเคียงหน้าก็ควรที่
นี่มันชาติทรชนคนไพรี
เห็นดีหรือเจ้าเอามาไว้

ว่าแล้วพี่น้องจึงร้องถาม
ชะนางรูปงามได้ผัวใหม่
ทำเจ๋อเจ๊อะสะเออะหน้าหม่อมไกร
ช่างติดตามมาได้ไม่มีอาย

เอาผัวกูไปไว้ถึงเจ็ดคืน
ยังไม่หายรวยรื่นหรือโฉมฉาย
หรือว่าชาลวันที่อันตราย   
แยบคายไม่เหมือนเจ้าไกรทอง

แต่ผัวกุมภีล์แล้วมิหนำ
ยังแถมซ้ำมนุษย์เข้าเป็นสอง
ไสหัวลงไปเสียท้องคลอง
เดียรฉานจองหองไม่เจียมตัว
ฯ ๑๒ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาได้ฟังนั่งเกาหัว
ครั้นจะว่าบ้างนางก็กลัว
เจ้าไกรทองผู้ผัวจะโกรธา

แต่อดอดก็เหลือที่อดกลั้น
ปากคันยิบยิบกระซิบด่า
โมโหหันหุนหมุนออกมา
เคืองขัดสะบัดหน้าแล้วว่าไป

นี่แม่นางพี่น้องสองคน
เจ้ามาบ่นมาว่าเหมือนบ้าใบ้
เขาจูงจมูกหม่อมไปหรือไร
หม่อมผัวเจ้าลงไปทำวุ่นวาย

เพราะจวนตัวกลัวตายวายชีวิต
ใช่จะปลงลงจิตด้วยง่ายง่าย
เจ้าอย่าเพ่อติฉินยินร้าย
เป็นหญิงย่อมอายอยู่เหมือนกัน

เจ้าก็เคยรู้เช่นเป็นอยู่บ้าง
คิดดูก่อนนางอย่าหุนหัน
อันเจ้าไกรทองกับชาลวัน
จะเป็นกระไรกันก็แจ้งใจ

ซึ่งข้าตามผัวเจ้าขึ้นมา
ด้วยกลัววิทยาไม่ขัดได้
เมื่อเจ้าตามผัวข้าลงไป   
เป็นไรไม่ยั้งหยุดคิด
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง
ตะเภาทองแค้นคั่งเคืองจิต
เจ็บแสบแปลบใจดังไฟพิษ
ด้วยว่าถูกที่คิดก็โกรธา

กระทืบเท้าก้าวเดินเข้าไปใกล้
ถ่มน้ำลายรดให้แล้วร้องว่า
เดิมทีผัวมึงอ้ายกุมภา
ขึ้นมาคร่าคาบกูลงไป

แล้วจำแลงแปลงตัวเป็นมนุษย์
ฉวยฉุดยุดมือถือไหล่
จำเป็นเสียตัวด้วยกลัวภัย
กูมิได้จงจิตไปติดตาม

ไม่เหมือนอีอุบาทว์ชาติกุมภีล์
ตัวกะลีกะลำส่ำสาม
ลอยหน้าลอยตาว่าข้างาม
แต่งจริตติดตามผัวกูมา

กูจะว่าให้สาสมใจ
อีจัญไรร้อยแปดแพศยา
แม้นไม่เข็ดหลาบยังหยาบช้า
จะให้ข้ากูตบไสคอไป
ฯ ๑๐ คำ ฯ

                    
๏ แค้นเอยแค้นนัก
สุดที่จะห้ามหักโมโหได้
จะเป็นไรก็ให้เป็นไป
กูหากลัวมึงไม่อีพี่น้อง

ชะช่างขึ้นหน้าว่าเมียหลวง
หึงหวงจ้วงจาบจองหอง
ไม่รู้จักหรือเจ้านางตะเภาทอง
ไหนไหนมันก็สองเหมือนกัน

จริงแล้วคะร้อยแปดแพศยา
จึงลอยหน้าทะเลาะผัวจนตัวสั่น
เป็นไรเจ้ามิประจบให้ครบพัน
จะได้สมใจมันอีมนุษย์

เออน้อยไปหรือนั่นท่านผู้หญิง
ขยันยิ่งโมโหโยไม่หยุด
สารพัดบัดสีอีมนุษย์
เมื่อมึงมุดไปเอาผัวกูนั้น

กูก็ว่าบ้างไว้บ้าง
ไม่สิ้นชาติสิ้นยางพอเต็มกลั้น
แล้วแล้วก็ดีไปด้วยกัน
คุณของกูนั้นมึงคิดดู

ครั้นผัวมึงไปพากูขึ้นมา
จะให้ข้าต่อยตบทำลบหลู่
กล้าดีมึงเข้ามาลองดู
อันกูจะถอยอย่าสงกา
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
ตะเภาแก้วโกรธขึ้งหึงสา
เจ็บช้ำด้วยคำวิมาลา
หยาบช้าสาหัสยิ่งขัดใจ

อันนางตะเภาทองผู้พี่
จะว่ากล่าวข่มขี่มันไม่ได้
ด้วยเนื้อความทั้งสองข้างไซร้
ก็กระไรกระไรอยู่เหมือนกัน

คิดพลางนางออกสกัดว่า      
เหวยอีกุมภาตัวขยัน
ปากกล้าหน้าด้านดึงดัน
จะประชันให้ชนะไม่ละลด

ชอบแต่จิกหัวมาตบเล่น
ให้เพื่อนบ้านเข้าเห็นเสียให้หมด
จึงจะสมที่มึงมีพยศ
ให้รู้รสรู้จักฝีมือไว้
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ น่าเอยน่าหัว
ช่างเปลี่ยนตัวเปลี่ยนหน้าเข้ามาใหม่
มันสะเทือนไปถึงมึงหรือไร
ใครช่างให้พี่สาวลำเลิกกู

ครั้นตอบพี่มึงถึงแต้ม
อีแสนแนมซื้อหน้าเข้ามาสู้
นางตัวกล้ามาค้าคารมดู
ทำกูดูเล่นก็เป็นไร

ขึ้นหน้าว่าเป็นเจ้าผัว
อันจะให้กูกลัวอย่าสงสัย
ถึงกูเป็นชาติกุมภีล์ไซร้
ก็ไม่โฉดโหดไร้เหมือนมึงนี้

อีมนุษย์อุบาทว์ชาติชั่ว
พี่น้องร่วมผัวน่าบัดสี
ขาดสามสี่วันไม่ทันที
เป็นกุลำกุลีทะยานใจ

เมื่อและเจ้าขาดลงมิรอด
เป็นไรไม่กอดไว้ให้ได้
เย้ายวนชวนชมภิรมย์ใจ   
อย่าให้ว่างเว้นสักเวลา
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ อีเอยอีหัวพลัด
สารพัดรู้ตลอดสอดว่า
ก็กูร่วมผัวกันมา
บิดายกให้จึงได้ครอง

กูไม่เหมือนมึงอีหน้าเป็น
ลักเล่นผัวเขาทำจองหอง
มึงอวดกล้าท้าดีจะตบลอง
จะร้องฟ้องโรงศาลก็เร่งไป

ทำให้สมน้ำหน้าสาหัส
เอาฟันเล่นกำตัดเสียให้ได้
ถึงจะเสียสินไหมพินัย
มากน้อยเท่าไรก็ตามที

ว่าพลางนางเรียกปลื้มอาลัย
กับข้าไทถ้วนหน้าทาสี
นั่งนิ่งอยู่ไยอีเหล่านี้
ช่วยกันตบตีให้หนำใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ บัดนั้น
สาวสาวบ่าวหญิงไม่นิ่งได้
คาดอกถกเขมรวางเข้าไป
หมายใจจะตบตีวิมาลา
ฯ ๒ คำ ฯ

เชิด
๏ เห็นเจ้าไกรทองออกกางกั้น
ความกลัวตัวสั่นล้มถลา
วิ่งปะทะกันอยู่ไปมา
ทาสาขัดสนจนใจ
ฯ ๒ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:28:59 pm »

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาแค้นขัดอัชฌาสัย
โมโหหุนหันกลั้นกลืนไว้
นางมิได้ครั่นคร้ามกลัวเกรง

จึงว่าเอออะไรเจ้าไกรทอง
ช่างพาน้องมาให้เขาข่มเหง
สารพัดตัดพ้อครื้นเครง
แต่เมียเจ้าเองไม่น้อยใจ

นี่ใช้ให้ขี้ข้าทาสี
มาหยาบช้าด่าตีหาควรไม่
ไหนว่าจะปราบปรามเมียไว้
มิให้หึงหวงวุ่นวาย

ครั้นจนเข้าจริงก็นิ่งเสีย
ให้หม่อมเมียมาด่าเล่นง่ายง่าย
เจ้าก็เป็นคนฉลาดชาติชาย
ไม่เสียดายวงศ์วานว่านเครือ

ดีจริงนิ่งเฉยไม่เงยหน้า
ดูเหมือนกลัวภรรยายิ่งกว่าเสือ
คิดว่ามีเหล่ากอหน่อเนื้อ   
จึงงวยงงหลงเชื่อตามมา

แม้นรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้
จะสู้ตายอยู่ที่คูหา
ถึงจะฟันฟอนรอนรา
จะก้มหน้าให้ทำไม่กลัวตาย

ทั้งนี้เป็นต้นเพราะคนคด
จะจำจดจารึกด้วยหมึกหมาย
คิดโมโหหวงแหนแสนร้าย
เข้าหยิกข่วนตะกายเอาเจ้าไกร
ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองบ่นออดทอดใจใหญ่
จะห้ามปรามผ่อนปรนก็จนใจ
เอออะไรกระนี้มันดีจริง

นางพี่น้องสองก็ล้นเหลือ
บ้าโลหิตขวิดเฝือเหมือนมหิงส์
นางวิมาลาเล่าก็เพราพริ้ง
น้อยหรือนั่นท่านผู้หญิงทั้งสามคน

เจ้าคารี้สีคารมไม่สมหน้า
เหมือนอีแม่ค้าปลาที่หัวถนน
ขึ้นเสียงเถียงทะเลาะลนลน
จะกรวดน้ำคว่ำคะนนเสียเดี๋ยวนี้

จะเขียนหนังสือหย่าสักห้าใบ
ขีดแกงไตให้ดูอย่าจู้จี้
ทำประหนึ่งขึ้งโกรธเต็มที
เดินหนีออกไปเสียให้พ้น
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตามไปพิไรบ่น
เจ้าพาน้องขึ้นมาถึงเมืองคน
คิดว่าจะเป็นผลสืบไป

มิรู้กลับอับอายขายหน้า
สุดปัญญาที่จะงดอดได้
ว่าพลางทางกอดเจ้าไกร
สะอึกสะอื้นไห้ไปมา
ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองปลอบนางพลางว่า
พี่รักเจ้าจริงจริงจึงพามา
ใช่ว่าจะให้เป็นเช่นนี้

อันโมโหผู้หญิงนี้ยิ่งยวด
จะชวดสวดเสียเปล่าเฝ้าจู้จี้
มาถึงจะไปบอกแต่เต็มที
เจ้าฉุดชายผ้าพี่มิให้ไป

จึงเกิดเหตุเภทภัยขึ้นทั้งนี้
สุดที่จะดับไฟหัวลมได้
เจ้าอย่าละห้อยน้อยใจ
มิใช่จะให้เสียสัญญา
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางแค้นคิดอิจฉา
แลไปเห็นนางวิมาลา
ฟูมฟายน้ำตาก็ขัดใจ

ร้องว่าเหวยเหวยอีกุมภีล์
เล่ห์กลมึงดีทำร้องไห้
แกล้งชะอ้อนวอนชู้หรือไร
จะให้มาทำไมกับกู

กลับมาขึ้นเสียงเถียงเจ้าผัว
แต่ล้วนไม่กลัวจะต่อสู้
ทำไมเล่าจึงเข้าแฝงชู้
อันจะพ้นมือกูอย่าสงกา

ว่าแล้วรุกรานเข้าไปใกล้   
เลี้ยวไล่จะจิกเอาเกศา
พี่เลี้ยงทาสีก็มี่มา
อุตลุดฉุกคร่าจะตบตี
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
วิมาลายับย่อยไม่ถอยหนี
ร้ายกาจด้วยเป็นชาติกุมภีล์
ต่อดีมีกำลังเรี่ยวแรง

จะเข้าจิกศีรษะนางไม่ได้
ปัดป้องว่องไวเข้มแข็ง
หยิกข่วนกอดกัดวัดแว้ง
พลิกแพลงผลักไสไปมา
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
สองนางขัดแค้นแสนสา
ไม่ย้อท้อต่อสู้วิมาลา
จนหน้าตาคางคิ้วเป็นริ้วยับ

พวกผู้หญิงสาวสาวบ่าวไพร่
หลงใหลไล่ทุบกันตุบตับ
ปากจมูกถูกเล็บจนเลือดซับ
บ้างล้มทับพวกเพื่อนพัลวัน
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองเข้าขวางกางกั้น
จึงห้ามน้องสองนางให้วางกัน
อย่าตีรันหันหุนวุ่นไป

จะขืนทำล้ำเหลือไม่เชื่อพี่
น่าที่จะเกิดเหตุใหญ่
อันนางวิมาลานี้ไซร้
พี่เอายันต์ปิดไว้ตรึงตรา

แม้นนางเลิกเลขยันต์ออกเสียได้
จะเป็นกุมภีล์ใหญ่ใจกล้า
จะขบกัดฟัดฟาดเอาสองรา
อย่าเต้นแร้งเต้นกาหนักไป
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางจะเชื่อก็หาไม่
ร้องว่าอุแหม่แน่เจ้าไกร
จะเขียนเสือไว้ให้วัวกลัว

เจ้ารักชู้ของเจ้าเข้ากับชู้   
แกล้งจะขู่ข่มใครน่าใคร่หัว
เมื่อมันเป็นมนุษย์อยู่เห็นตัว
จะหลอกข้าให้กลัวหรือว่าไร

เกิดวิวาททะเลาะเพราะใครนั่น
เพราะหม่อมผัวตัวขยันหรือมิใช่
ทำเหลาะแหละแนะนำให้ใจ
มันจึงทำได้ถึงเพียงนี้

ว่าพลางทางรุกเข้าไป
มิได้ย่อท้อถอยหนี
บ่าวไพร่พร้อมกันทันที
เข้ากลุ้มรุมตีนางกุมภา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาแค้นขัดสหัสสา
จะแก้แหวนเลิกยันต์แล้วรั้งรา
ด้วยแสนเสน่หาเจ้าไกรทอง

ความรักรุมรึงตะลึงหลง
นางนั่งลงกอดเข่าเศร้าหมอง
หน่วงหนักรักพี่เสียดายน้อง
ฟูมฟองน้ำตาแล้วว่าไป
ฯ ๔ คำ ฯ


โอ้ปี่
๏ พ่อเจ้าประคุณของเมียเอ๋ย
กรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
เจ้าพาเมียมาไม่ทันไร
จะจำใจจำจากพรากกัน

สุดรักสุดรู้ไม่อยู่ได้
สุดใจเหลือที่จะอดกลั้น
ถึงเสือสางกลางป่าพนาวัน
ไม่ดุดันร้ายกาจเหมือนเช่นนี้

จะฉีกเนื้อเถือหนังเสียทั้งเป็น
ไม่เคยพบเคยเห็นน่าบัดสี
ไหนเล่าเจ้าชมว่าเมียดี
ทีนี้รู้เช่นได้เห็นตัว

จะขอลาลงไปอยู่ในถ้ำ
ตามบุญตามกรรมที่ทำชั่ว
นางคิดขัดข้องหมองมัว
ตีอกชกหัวร่ำไร
ฯ ๘ คำ ฯ โอด

ร่าย
๏ คิดเอยคิดพลาง   
นวลนางหุนหันหมั่นไส้
ลุกขึ้นเคืองขัดสะบัดสไบ
ชี้หน้าว่าไปมิได้กลัว

เหวยอีตะเภาแก้วตะเภาทอง
พี่น้องอุบาทว์ชาติชั่ว
หฤโหดโฉดเขลาเมามัว
มึงมาเอาผัวของมึงไป

ทีนี้กอดไว้มึงอย่าวาง
มึงเข้าคนละข้างอย่าห่างได้
ผลัดกันรึงรัดให้ถนัดใจ
อีหน้าไพร่สันดานมารยา

ว่าพลางนางหวนเข้าในห้อง
แก้แหวนในช้องเกศา
แล้วลอบเลิกยันต์มิทันช้า
โจนจากศาลาด้วยขัดใจ
ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง


๏ ครั้นลงถึงพื้นพสุธา
ก็กลายเป็นกุมภาเติบใหญ่
ฟาดหางวัดแว้งว่องไว
เข้าไล่สองนางนารี
ฯ ๒ คำ ฯ รัว เชิด

๏ เมื่อนั้น
พี่น้องอกสั่นขวัญหนี
ร้องกรีดหวีดวิ่งไม่สมประดี
ทาสีพี่เลี้ยงก็วุ่นวาย

วิ่งปะทะปะกันอลหม่าน
ลนลานลื่นล้มผ้าห่มหาย
บ้างขึ้นต้นไม้มือตะกาย
ปืนป่ายไม่สันทัดพลัดลงมา

บ้างเรียกพวกพ้องร้องให้ช่วย
เจ็บป่วยลำบากลากขา
สิ้นกำลังลงนั่งภาวนา
กอข้อกอกาว่าเปื้อนไป

สองนางวางวิ่งเข้ากอดผัว
ความกลัวตัวสั่นหวั่นไหว
เอ็นดูด้วยช่วยเอาชีวิตไว้
นางกุมภีล์ใหญ่ไล่ขบเมีย

ลูกได้ผิดแล้วอย่าถือโทษ
พ่อโปรดช่วยขับให้ไปเสีย
ร้อนอกหมกไหม้เหมือนไฟเลีย
ทิ้งเมียเสียได้ไม่เอ็นดู
ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองได้ฟังนั่งไขหู
ทำเฉยเชือนเหมือนหนึ่งไม่รู้
เป็นครู่จึงตอบวาจา

พี่ก็ได้บอกแล้วแต่หนหลัง
โกรธขึ้งตึงตังไม่ฟังว่า
ไหนเล่าเจ้าไม่กลัววิมาลา
ทั้งเจ้าทั้งข้าเข้ารุมรัน

เป็นไรมิทำให้หนำใจ
วิ่งขึ้นมาไยจนตัวสั่น
เรียกหาข้าไทให้ช่วยกัน
ตีรันเล่นตามสบายใจ
ฯ ๖ คำ ฯ

ตะนาว
๏ ว่าแล้วลุกเดินออกมา
จากที่ศาลาอาศัย
แล้วมีวาจาว่าไป
วิมาลาอย่าได้โกรธา

เป็นกรรมเราแล้วทั้งสองข้าง
ใช่พี่จะทิ้งขว้างร้างหย่า
อย่าละห้อยน้อยใจจงไคลคลา   
กลับไปคูหาห้องทอง

ด้วยเจ้ากลับรูปเป็นกุมภีล์
เคยอยู่นทีเที่ยวท่อง
มาอยู่ปัถพีเช่นนี้น้อง
จะร้อนรนหม่นหมองด้วยแดดลม

เจ้ากลับไปก่อนเถิดวิมาลา
ไม่ช้าพี่จะตามไปสู่สม
ความรักพี่สมัครสมาคม
ยังนิยมชมชิดติดใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


ร่าย
๏ เมื่อนั้น
นางกุมภีล์เศร้าสร้อยละห้อยไห้
อาวรณ์ร้อนรุ่มกลุ้มใจ
ดังถ่านไฟฟืนสุมทุ่มทับ

จนอยู่มิรู้ที่จะเจรจา
แค่พริบตาอ้าปากหงุบหงับ
ลาผัวซบหัวลงคำนับ
คลานตะกุบตะกับกลับไป
ฯ ๔ คำ ฯ แผละ

๏ ครั้นถึงฝั่งคงคาก็ถาโถม
โดดโครมลงในแม่น้ำใหญ่
โบกหางวางว่ายว่องไว
ตรงไปสู่ที่ถ้ำทอง
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด


๏ รูปร่างนางกลายเป็นมนุษย์
โฉมงานบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เดินพลางครวญคร่ำร่ำร้อง
เข้าไปในห้องแล้วโศกี
ฯ ๒ คำ ฯ โอด


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:44:18 pm »

ตอนที่ ๒ ไกรทองตามนางวิมาลากลับไปถ้ำ
๏ เมื่อนั้น
โฉมเจ้าไกรทองหมองศรี
ครั้นนางวิมาลานารี
กลายเป็นภุมภีล์กลับไป

ทั้งเสียดายทั้งรักเป็นหนักหนา   
คิดติดขึ้นมาน้ำตาไหล
ให้ละห้อยละเหี่ยเสียน้ำใจ
เหมือนบ้าใบ้ไม่เป็นสมประดี

ภรรยามาเตือนให้ไปบ้าน
ยิ่งเดือดดาลดุดันหันหน้าหนี
ชะนางตัวขยันขันสิ้นที
ช่างชวนกันด่าตีวิมาลา

เหมือนแกล้งตีปลาหน้าไซ
เอออะไรมาคิดริษยา
หวงแหนแสนร้ายรามา
จะปิดประตูค้าแต่ข้างเดียว

เมื่อกี้พิ่มิห้ามนางกุมภา
ที่ไหนจะคณนาคาเขี้ยว
ทั้งบ่าวไพร่ไม่ชั่วตัวเป็นเกลียว
นี่หากคิดนิดเดียวดอกกระมัง

ว่าพลางทางเดินออกจากสวน
หุนหันปั่นป่วนคลุ้มคลั่ง
เมียงามตามไปไม่อินัง
มายังบ้านพลันทันใด
ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนเคหา
จะอาบน้ำผลัดผ้าก็หาไม่
โมโหฮึดฮัดขัดใจ
เดินตรงเข้าไปในที่นอน
ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ


ช้า
๏ ทุ่มทอดตัวตนลงบนเตียง
เอนเอียงแอบอิงพิงหมอน
คิดถึงวิมาลายิ่งอาวรณ์
ทุกข์ร้อนร่ำไรไปมา

ให้ผุดลุกผุดนั่งคลั่งเคลิ้มจิต
สำคัญคิดว่าอยู่ในคูหา
งวยงงหลงเรียกวิมาลา
ขึ้นมานั่งนี่ด้วยพี่ชาย

สัพยอกหยอกยุดฉุดหมอบข้าง
นึกว่านางพลางพลอดกอดก่าย
ประคองขึ้นอุ้มแอบเป็นแยบคาย
แย้มยิ้มพริ้มพรายสบายใจ

นั่งพินิจพิศดูรู้ว่าหมอน
ก็กลับกลิ้งนิ่งนอนถอนใจใหญ่
เอาผ้าห่มคลี่คลุมตัวไว้
เหมือนป่วยเจ็บจับไข้ครวญคราง

ได้ยินเสียงแมวไล่ตะครุบหนู
ชะเง้อชะแง้แลดูตามหน้าต่าง
เหลือบแลเห็นเงาเสาหอกลาง   
นึกว่านางวิมาลายาใจ
ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย
๏ จึงลุกจากเตียงเมียงออกมา
แย้มยิ้มพยักหน้าแล้วปราศัย
พูดพลางทางหลงลูบไล้   
กอดเสาเข้าไว้ทั้งสองมือ

ครั้นรู้ว่ามิใช่ก็ได้คิด
เอ๊ะผิดแล้วเราเสาดอกหรือ
ทำแก้ขวยฉวยผ้ามากระพือ
แลดูขื่อว่าจะผูกคอตาย

เห็นเมียมาฉุดชิงยิ่งขึ้งโกรธ
แกล้งโขยดยกตีนขึ้นปืนป่าย
เคืองขัดวัดเหวี่ยงวุ่นวาย
เดินชายเชือนออกมานอกชาน

แว่วเสียงไก่ขันสำคัญว่า
วิมาลามาเรียกก็ร้องขาน
แลหาแห่งใดไม่พบพาน
งุ่นง่านอยู่คนเดียวเที่ยวมอง
ฯ ๘ คำ ฯ เพลง


๏ เมื่อนั้น
นวลนางภรรยาทั้งสอง
เห็นเจ้าไกรวิปริตผิดทำนอง
ค่อยย่องตามมาแล้วว่าไป
ฯ ๒ คำ ฯ

เย้ย
๏ ชิชะหม่อมผัวตัวขยัน
เป็นไรนั่นกิริยาเหมือนบ้าใบ้
เมื่อกี้กอดเสาเข้าทำไม
พูดอะไรเลื่อนเปื้อนเหมือนละเมอ

แล้วฉวยผ้ามาจะผูกคอตาย
ทำตะเกียกตะกายเก้อเก้อ
ไม่อดสูผู้คนบ่นเพ้อ
คลั่งไคล้ไหลเล่อลืมตน

อย่าสงสัยไม่ผิดปากว่า
จะเป็นบ้าเที่ยวเดินกลางถนน
เสียแรงเรืองฤทธิ์เดชเวทมนตร์
ฝูงคนเขาจะกลุ้มรุมล้อ
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ ครั้นถึงจึงพังพาบกราบไหว้(บทจำอวดแทรก)
เอาอ้อยควั่นมาให้ห้าหกข้อ
(บทนาง)
จงออกไปวัดวาหาท่านขรัว
รักษาตัวรดน้ำมนต์เสียสักหม้อ

จับมงคลใส่สวมกรวมคอ
แต่พอสร่างสระปะทะปะทัง

ลองกินดูสักทีแม้นมิพอ(บทจำอวดแทรก)
จะต้องเล่นมะละกอกับแกงฟัก

หรือไปอยู่สู่สมนางจระเข้(บทนาง)
ถูกเสน่ห์ยาแฝดของเขาขลัง
น่าจะเป็นเช่นนั้นดอกกระมัง
หรือกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งประรังควาน


หรือลงไปในท้องคลองเล่นจ้องเต(บทจำอวดแทรก)
ให้เมียจระเข้ขึ้นขี่หลัง

ชะรอยฝีท้องเลวในเหวถ้ำ(บทนาง)
เข้าประจำผัวข้ามาถึงบ้าน
จะเสียผีพลีบัตรปัดกบาล
กวาดข้าวเปลือกข้าวสารส่งไป



ชะรอยผีพระประแดงแขวงปากน้ำ(บทจำอวดแทรก)
เข้าประจำเจ้าประคุณจึงงุ่นง่าน


ว่าพลางทางหัวเราะเยาะเย้ย(บทนาง)
ยังหาเคยพบเห็นเช่นนี้ไม่
เอามือตีอกทำตกใจ
ยั่วเย้าเจ้าไกรไป
มา

แกงหมูปูทะเลเทเสียสิ้น(บทจำอวดแทรก)
มางมกินกบเขียดไม่เกลียดหรือ
ช่างไม่อายพวกลาวชาวอัตปือ   
ตบมือหัวเราะเฮฮา
ฯ ๑๘ คำ ฯ เจรจา

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองยิ้มถลางทางว่า
รับแพ้แล้วนางแม่ค้าปลา
จะขีนขัดอัธยาไปไยมี

น่าจะจริงของน้องต้องเสน่ห์
เจ้าเคยคบจระเข้มาก่อนพี่
รู้ระแบบแยบยลกลกุมภีล์
เห็นทีจะเป็นบ้าเหมือนว่าจริง

พี่ไปอยู่คูหาห้าหกวัน
ผีบ้าอะไรนั่นมันเข้าสิง
ให้หลงใหลแต่จะใคร่แอบอิง
ถึงผู้หญิงผู้ชายก็คล้ายกัน

จริงหรือหาไม่เจ้าตะเภาแก้ว
หม่อมพี่สาวคราวแล้วอย่างไรนั่น
เสียจริตติดใจชาลวัล
ป่วนปั่นเป็นบ้ายิ่งกว่านี้

ใครเล่าเจ้าเอ๋ยช่วยรักษา
จนหายบ้าได้เสียเป็นเมียพี่
กลับมาเยาะเย้ยหยันขันสิ้นที
ร้อยสีร้อยอย่างช่างเจรจา

เอออะไรใส่ความว่าผีเข้า
ผีห่าไหนใครเล่ามาเข้าข้า
ผีชาลวันผัวตัวหยาบช้า
ตามมาหาเจ้าตะเภาทอง

อย่าเย้ยเยาะทะเลาะเล่นเช่นนั้น
ชาลวันขัดใจจะไล่ถอง
จงมาต้อนรับประคับประคอง
ชวนชมสมสองให้ต้องใจ

ว่าพลางฉวยฉุดยุดหยอก
ผัวเก่าเจ้าดอกอย่าผลักไส
นางน้องสาวก็อย่าอื้อฉาวไป
เจ้ามิใช่ภรรยาชาลวัน

จำเพาะพี่กับเจ้าตะเภาทอง
เคยรับรองคล่องอยู่เป็นคู่ขัน
ต่อเมื่อไรผีออกจะบอกกัน
จึงกระนั้นกระนี้กับพี่ชาย
ฯ ๑๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
สองนางตาลเดือดไม่เหือดหาย
จึงว่าผีเจ้าเล่ห์เพทุบาย
แยบคายของเจ้าข้าเข้าใจ

เกิดขี้คร้านรำคาญหูจู้จี้
ไม่พอที่จะต่อยามความไถ
ทำเคียดแค้นแสนค้อนเจ้าไกร
แล้วแกล้งเดินเข้าไปเสียในเรือน
ฯ ๔ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN