ผู้เขียน หัวข้อ: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง  (อ่าน 43643 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 03:50:47 pm »

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองว่องไวใครจะเหมือน
เห็นเมียแสร้งใส่จริตบิดเบือน
เดินหนีเข้าเรือนก็รู้ใจ
ฯ ๒ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ จึงค่อยย่างย่องมองเมียง
มานั่งลงบนเตียงเคียงไหล่
ทำเป็นโกรธาว่าไป
เอออะไรพี่น้องสองนาง

ค้าคารมเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงแปร้น
ขัดใจจะใคร่แพ่นลงสักผาง
มีแต่จะจัณฑาลรานทาง   
ถากถางทะเลาะเพราะสิ้นที

เที่ยงนางกลางคืนก็ครื้นเครง
นี่หากเกรงใบบุญท่านเศรษฐี
หาไม่ที่ไหนนั่นวันนี้
ฟ้าผี่เถิดนะไม่ละกัน

ทีนี้ก็แล้วไปเถิดไม่ว่า
เวทนาจะเงือดดงดอดกลั้น
ถ้าคราวหลังยังเป็นอยู่เช่นนั้น
จะวิวาทขาดกันเสียมั่นคง

ว่าพลางร่ายมนต์มหาละลวย
เป่าไปให้งงงวยลุ่มหลง
แล้วหยิบพัดไล่ยุงเอามุ้งลง
ชวนน้องสองอนงค์ให้หลับนอน

สัพยอกหยอกหยิกซิกซี้   
ถ้อยทีดีกันเหมือนแต่ก่อน
อุตส่าห์แก้ตัวตนพ้นโทษกรณ์
สโมสรเป็นสุขทุกนิรันดร์
ฯ ๑๒ คำ ฯ โลม


ช้า
๏ วันเอยวันหนึ่ง
คิดถึงวิมาลาสาวสรรค์
ป่านนี้จะครวญคร่ำรำพัน
ทุกข์ร้อนนอนฝันถึงพี่ชาย

จำกูจะตามลงไป
โลมเล้าเอาใจให้เหือดหาย
นึกคะนึงถึงเมียยังเสียดาย
จะทิ้งให้เป็นม่ายเสียทำไม
ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย
๏ คิดพลางทางมีวาจา
เรียกสองภรรยาเข้ามาใกล้
ลูบหลังโลมเล้าเอาใจ
พูดไถลหว่านล้อมอ้อมวง

แต่พี่นึกนึกจะปรึกษา
กลัวจะว่าใจหนุ่มลุ่มหลง
ที่จริงเป้นความตามตรง
เจ้าจงคิดดูให้จงดี

ชวนกันตบตีวิมาลา
ด่าว่าร้อยอย่างจนนางหนี
เกลือกว่าพวกพ้องกุมภีล์
จะผูกไพรีมนุษย์ไป

พี่คิดว่าจะไปไกล่เกลี่ย
ให้นางหายโกรธเสียจึงจะได้
หาบุญพี่ไม่เบื้องหน้าไป   
มนุษย์ก็จะได้อยู่สบาย
ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา


๏ เมื่อนั้น
พี่น้องสองนางโฉมฉาย
ได้ฟังนั่งยิ้มพริ้มพราย
น้อยหรือนั่นแยบคายขยันจริง

สารพัดผันผ่อนย้อนยอก   
ลวงหลอกเลี้ยวลดปดผู้หญิง
นี่แน่ะคะหม่อมไกรมิใช่ลิง
จะลวงให้กินขิงกับเกลือ

ชะช่างพูดจาว่าขาน
ดังน้ำอ้อยน้ำตาลหวานเหลือ
ยังไม่มันคั้นกะทิใส่เจือ
คงจะเชื่อถ้อยคำของเจ้าคุณ

ไปไหนไปเถิดไปขืนขัด   
จะทานทัดก็เครื่องจะเคืองขุ่น
เหมือนปล่อยปลาปล่อยเตาเสียเอาบุญ
จะช่วยรุนไสส่งลงไป
ฯ ๘ คำ ฯ
                    
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองข้องขัดอัชฌาสัย
ได้ฟังภรรยาว่าถูกใจ
ยิ้มแห้งแกล้งไถลไปตามจน

ปลาเต่าเอาอะไรมาบ่นบ้า
ไม่เลือกหน้าเลยนางสร้างกุศล
จริงหรือจะเสือกไสเสียให้พ้น
แล้วจะชวดสวดมนต์ดอกกระมัง

ถึงพี่ไปก็ไม่อยู่ช้า
จะกลับมาให้ทันทีข้างนี้มั่ง
อย่าเสียดสีทีทำแต่ลำพัง
เหลือกำลังหนักนักจะยักตาม

ว่าพลางลูบหลังแล้วสั่งเสีย
ดีใจด้วยเมียไม่หวงห้าม
ฉวยชักผ้าห่มชมว่างาม
ลวนลามเลี้ยวลอดสอดคว้า

นี่อะไรค้อนควักผลักพี่
ไม่พอที่กันเองก็อิจฉา
แต่เวียนเฝ้าเย้าหยอกภรรยา
จนเวลาจวนแจ้งแสงทอง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ จีงลุกขึ้นเปิดมุ้งยุงขบ   
เดินตบไหล่พลางย่องย่อง
มาอาบน้ำในระเบียงเตียงรอง
แล้วกลับคืนเข้าห้องแต่งตัว
ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นเสร็จสั่งสองนารี
เปรมปรีดิ์กระหยิ่มยิ้มหัว
ลงบันไดเดินออกนอกรั้ว   
เช้ามืดขมุกขมัวรีบมา
ฯ ๒ คำ ฯ เชิด


สามเส้า
๏ ครั้นถึงฝั่งวังวนชลธาร   
จึงโอมอ่านอาคมคาถา
แล้วจุดเทียนชัยมิได้ช้า
คงคาแหวกช่องเป็นปล่องเปลว

เจ้าไกรทองด่วนเดินมาตามทาง
น้ำแห้งแข็งกระด้างไม่ไหลเหลว
มีดหมอเหน็บมั่นกับบั้นเอว
ตรงไปปากเหวถ้ำทอง
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ร่าย
๏ ค่อยย่องเข้าไปดังใจจง
สำคัญมั่นคงไม่หลงห้อง
หยุดยืนแฝงม่านเมียงมอง
ดูทำนองวิมาลาจะว่าไร
ฯ ๒ คำ ฯ


โอ้ปี่
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาเศร้าสร้อยละห้อยไห้
กอดเข่าเจ่าจุกเป็นทุกข์ใจ
เหมือนบ้าใบ้นั่งบ่นอยู่คนเดียว

ยังเจ็บใจด้วยอีพี่น้อง
ให้ขัดข้องเคืองขุ่นฉุนเฉียว
แค้นนักดังอัคคีจี้เจียว
มันไส้จะใคร่เคี้ยวเนื้อกิน

เหตุผลเป็นต้นเพราะผัวใหม่
พาไปให้เมียดูหมิ่น
ช่างโป้ปดลดเลี้ยวเล่นลิ้น
ไม่มีชิ้นชาติชายเท่าใยยอง

เพี้ยงเอ๋ยผีสางเทวดา
ที่รักษาถ้ำเหวเปลวงปล่อง
จงดลจิตดลใจเจ้าไกรทอง
ให้หลงลงมาลองอีกสักคราว

จะตัดพ้อต่อว่าประดาเสีย
ให้สมที่อีเมียมันรังหยาว
จะหยิกข่วนให้เจ็บด้วยเล็บยาว
เลือดมิชาวโซมอยู่ก็ดูเอา

แล้วขุกคิดขึ้นมาถึงชาลวัน
ยิ่งวิโยคโศกศัลย์สร้อยเศร้า
เมื่อยามยังอยู่เป็นคู่เคล้า
ไม่อาทรนอนเปล่าเปลี่ยวใจ

ไหนอีตะเภาแก้วตะเภาทอง
จะจาบจ้วงจองหองกับน้องได้
ทุกข์ร้อนรำพึงตะลึงตะไล
ครวญคร่ำร่ำไรไปมา
ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองแฝงม่านเมียงหน้า
เข้าใจในทีวิมาลา
ยิ้มพลางทางว่าไปทันใด
ฯ ๒ คำ ฯ


ยานี
๏ พี่คือเทวาสุราฤทธิ์
ซึ่งสถิตในถ้ำต่ำใต้
เห็นนางโศกีพิรี้พิไร
คิดพะวงสงสัยจะใคร่รู้

เดิมสิตามไปกับไกรทอง
ทำไมกลับมาร้องไห้อยู่
หรือเขาขู่เข็ญไม่เอ็นดู
อุปถัมภ์ค้ำชูไม่ถึงที่

จึงมานั่งบ่นหาชาลวัน
ต้องการอะไรนั่นกับผัวผี
ถึงจะเข้มแข็งขันขยันดี
ไหนจะรอดชีวีคืนมา

จงอุตส่าห์ฝากตัวผัวใหม่
รักใคร่ข้างนี้จะดีกว่า
ถ้าเชื่อคำทำตามเทวดา   
จะดลใจให้มาประเดี๋ยวนี้
ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาสะดุ้งจิตคิดบัดสี
รู้ว่าหม่อมผัวตัวดี
ลงมาเมื่อไรนี่ไม่ทันรู้

สาละวนินทาว่าร้าย
ให้สะเทินเขินอายอดสู
แก้เก้อนั่งกัดปูนพลู
ก้มแกะเล็บอยู่ไม่เจรจา
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองย่องเดินเข้าไปหา
ทำเป็นไม่เห็นวิมาลา
แหงนเงยเฉยหน้าแล้วว่าไป

ใครนินทาว่าร้ายเราเมื่อกี้
ประเดี๋ยวใจไพล่หนีไปข้างไหน
ถ้าแม้นพบปะไม่ละไว้
จะทำให้คุ้มค่านินทากัน
ฯ ๔ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ อ่อนั่งอยู่นี่เจียวสิหว่า
หน้าตาคนเก้อนี้ดูขัน
ก้มแกะเล็บเล่นอยู่เช่นนั้น
จะหักลันเสียเปล่าไม่เข้าการ

พี่รักเจ้านักหนาลงมาใหม่
จะเกลี่ยไกล่ว่ากล่าวที่ร้าวฉาน
มิให้ร้างค้างเขินเนิ่นนาน   
จะสมัครสมานไมตรี

เจ้าอย่าแค้นขัดสบัดสะบิ้ง
นั่งนิ่งเสียมั่งจงฟังพี่
เหมือนถ่านไฟเก่าเถ้ายังมี
เป่าขึ้นคงอัคคีจะติดเชื้อ

ไหนไหนก็รู้เช่นได้เห็นฤทธิ์
กระบวนกระบิดอย่าทำให้ล้ำเหลือ
น้อยหรือนั่นยังไม่ทันจะถูกเนื้อ
สะดุ้งเผื่อไปก่อนแสนงอนจริง

ทั้งระแบบแยบคายก็หลายอย่าง
สมที่สมทางท่านผู้หญิง
ว่าพลางผินหลังเข้านั่งอิง
สะบัดสะบิ้งวิ่งหนีพี่ไย
ฯ ๑๐ คำ ฯ 


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 04:00:14 pm »

ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาหุนหันหมั่นไส้
เคืองขัดสะบัดผ้าแล้วว่าไป
น้อยหรือนี่มาได้ช่างไม่กลัว

เมื่อจะมาได้ลาแล้วหรือยัง
หม่อมเมียจะคลั่งถึงหม่อมผัว
ข้างบ้านปานนี้จะสั่นรัว
แต่ละคนไม่ชั่วข้ากลัวใจ

ขยันยิ่งจริงเจ้าตะเภาหลวง
หึงหวงสารพัดผลัดกันได้
มิเสียแรงแกล้งกลั่นสรรไว้
ชอบใจหม่อมผัวล้วนตัวเป็น

ทีนี้หรือขึ้นชื่อว่ามนุษย์
จนสิ้นสุดเหล่ากอไม่ขอเห็น
อย่าปลิ้นปลอกหลอกลวงด้วยน้ำเย็น
ได้รู้เช่นเห็นหมดที่คดตรง

จริงแล้วคะกะได้ถ่านไฟเก่า
อย่าพักเป่าเฝ้าก่อจนคอก่ง
มันมอดหมดไม่ติดดังจิตจง
จะซานซมงมหลงลงมาไย

เชิญไปเสียเถิดให้พ้นห้อง
จะลวงน้องได้อีกอย่าสงสัย
เถิดเท่านั้นแล้วก็แล้วไป
ข้ากลัวใจเจ้าจอมหม่อมเมีย
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ กัลเอยกัลยา
ช่างตัดพ้อต่อว่าประดาเสีย
พี่มิใช่ชายชั่วที่กลัวเมีย
จะลงมาไกล่เกลี่ยเสียให้ดี

พี่น้องสองราก็สารภาพ
เข็ดหลาบแล้วเจ้าไม่จู้จี้
ยังกระเดื่องกระด้างแต่ข้างนี้
ด้วยท่วงทีจริตนั้นติดงอน

ถึงยังกำลังเดือดไม่เหือดไห้
จะโลมเล้าเจ้าไปกว่าจะอ่อน
อย่าสะบิ้งสะบัดตัดรอน
หย่อนหย่อนเสียมั่งฟังพี่ชาย

อันธรรมดาสตรีมีผัว
ค่อยยังชั่วกว่าเช่นที่เป็นม่าย
ไม่มีคนข่มเหงคะเนงร้าย
ไปไหนไปง่ายสบายใจ

จงถอยหลังคิดดูอย่าจู้จี้
ผัวร้างอย่างนี้หาดีไม่
ย่อมเป็นที่ติฉินกินใจ
บุราณว่าไว้ล้วนความจริง
ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย
๏ ลิ้นเอยลิ้นลม
น่านิยมย้อนยอกกลอกกลิ้ง
สารพัดไพเราะเพราะพริ้ง
สมเป็นผัวท่านผู้หญิงบ้านบน

ไวว่องคล่องขยันสันทัด
หลบหลีกมือหมัดไม่ขัดสน
เคยชนะคะคานเพราะทานทน
เล่ห์กลของเจ้าข้าเข้าใจ

จริงแล้วแกล้วกล้าประดาเสีย
ปราบเมียมิให้หือขึ้นได้
กระนั้นสิเมื่อเจ้าพาข้าขึ้นไป
เห็นเมียกลัวกระไรจนสั่นรัว

เขาจึงตีจึงด่าข้าคนเดียว
วิ่งเลี้ยวไล่ตามข้ามคอผัว
มาสับปลับกลับอ้างอวดตัว
ว่าเขากลัวสารภาพราบไป

ได้อายเท่านั้นแล้วมิหนำ
ยังมาซ้ำเลี้ยวลดปดไปใหม่
ขี้คร้านตอบให้เหนื่อยเมื่อยขาตะไกร
จะปิดหูเสียไม่ขอได้ยิน
ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ แสนเอยแสนงอน
ช่างแคะค่อนอุตริติฉิน
ใส่จริตบิดเบือนเหมือนจะบิน
ล้วนหยิบชิ้นเชิงชั้นขยันดี

พี่ไม่กลัวภรรยาเช่นว่าดอก
ใช่จะเหลือกตาหลอกได้เหมือนผี
แต่เขาคิดเวทนาไม่ด่าตี
เท่านี้แลฮึกนึกว่ากลัว

ถึงข้างเขาข้างเราก็เล่าแหละ
มันเกาะแกะกวนใจมิใช่ชั่ว
โมโหมากปากคอพอตัว
ไม่จืดเจ้าเมามัวอยู่เหมือนกัน

จะมากลับขึ้งโกรธโทษใคร
ข้าใช้ให้หึงหวงกันหรือนั่น
พี่ก็ว่าชี้แจงเป็นแพ่งธรรม์
แต่ละคนดึงดันไม่เงือดงด

จึงนิ่งดูทีใครจะดีกว่า
ล้วนเหล็กกล้าขยันเหมือนกันหมด
ยังไม่หนำซ้ำมาเปรียบประชด
ว่าข้าปดก็ตกนรกเอง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ น่าเอยน่าหัว
อย่าปลิ้นปลอกออกตัวไม่เหมาะเหมง
เกิดวิวาทบาดทะเลาะครื้นเครง
เพราะหม่อมผัวชั่วเองหรือเพราะใคร

จะขว้างงูดูถูกอสรพิษ
มันจะผิดพ้นคอไปข้างไหน
แยบคายของเจ้าข้าเข้าใจ
จูงมาจูงไปเป็นคนกลาง

เมื่อข้ากลับกลายรูปเป็นกุมภีล์   
เจ้าขับเหมือนขับผีขับสาง
เข้าประคับประคองแต่สองนาง   
กอดไว้คนละข้างไม่ห่างไกล

ยอดรักของเจ้าตะเภาทอง
ดังจะล่องลอยฟ้าไม่หาได้
สาวพรหมจารีดีสุดใจ
ไม่มีใครถูกต้องพ้องพาน

หม่อมไกรได้ชมสมสอง
เหมือนได้นางรูปทองไว้ที่บ้าน
จะคุ้มโทษโทษาห้าประการ
อัปรีย์สีกบาลไม่มีเลย
ฯ ๑๐ คำ ฯ
                    
๏ เอวเอยเอวบาง
ชะช่างชูเชิดเปิดเผย
สารพัดผ่อนปรนเป็นคนเคย
ไม่ลืมเลยลิ้นลมคมชิด

เจนจัดหัดมาแต่ชาลวัน
หลายชั้นเชิงชวนกระบวนกระบิด
มิใช่ชายเจ้าชู้รู้ฤทธิ์
จะสิ้นคิดติดกุกอยู่ทุกคน

นี่หากพี่เองรู้เพลงน้อง
จึงตามรอยคล้อยคล่องไม่ขัดสน
อันนางตะเภาทองทำนองคน
แยบยลไม่เท่ากุมภีล์ใน

เจ้าสิกลับกลายได้หลายอย่าง
รู้ทางจะหนีทีจะไล่
สันทัดจัดเจนอยู่ในใจ
มนุษย์หรือจะได้เหมือนเช่นนี้

พี่ก็ยังต้องจิตติดใจอยู่
อุตส่าห์สู้ซังตายมาถึงนี่
เจ้าตัดรอนค่อนได้ไม่ไยดี
เพราะผิดที่ทำนองไม่ต้องใจ

ถ้าพี่เป็นเทวาสุราฤทธื
จะนิมิตชาลวันขึ้นให้ใหม่
จะปิดทองทั้งตัวให้ทั่วไป
นั่นแหละจะชอบใจวิมาลา

จะสาปสรรเสียบ้างเหมือนอย่างนี้
กุมภีล์ร้ายกาจไม่ปรารถนา
เจ้ากระบิดกระบวนมารยา
แต่เล็กมาจนใหญ่พึ่งได้พบ
ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ หม่อมเอยหม่อมผัว
มิใช่เช่นชายชั่วหัวประจบ
รู้วิชาเชี่ยวชาญชำนาญครบ
ใครใช้ให้มาคบกับกุมภา

ใครอวดว่าข้าชาวสวรรค์หรือ
จึงซมซานด้านดื้อลงมาหา
ใครชักใครจูงจมูกมา
ใครเรียกใครหาใครแนะนัด

ไม่รู้หรือว่าชาติเดียรฉาน
มาสมานสมาคมสมสัตว์
ทำให้เสียเสื่อมเวทมนตร์ชะงัด
สารพัดอัปรีย์ก็มีมา

เจ้าช่างคิดนิมิตชาลวัน
จะเอาไว้ไยนั่นในคูหา
เอาไปฝากนวลน้องทั้งสองรา
ขอทยาของเจ้าตะเภาทอง

นี่เอาไปฝากเจ้าตะเภาแก้ว
ดีแล้วช่วยทำฉล่ำฉลอง
เสียแรงหม่อมผัวนิมิตปิดทอง
ทั้งสองจะได้ไม่เร่งรัด

ทำไมมิให้คิดถึงผัวเก่า
ถึงโฉดเฉาก็ตรงคงในสัตย์
ไม่โกหกพกลมเลี้ยวลัด
ชั่วช้าสารพัดเหมือนมนุษย์
ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ น้อยเอยน้อยหรือ
ยังจะรื้อกวนใจมิให้หยุด
จริงแล้วเจ้าเฝ้าติผัวมนษย์
ไม่เหมือนหม่อมนักกะผุดผัวนาง

ทั้งซื่อทั้งสัตย์สารพัดดี
ไม่มีคดคอดตลอดทาง
ถึงเมื่อวันจะตายวายวาง
ก็ไม่ว่างเว้นสวาทขาดแคลน

กระนั้นสิจึงร่านรนบ่นหา
เพราะดีกว่าชายอื่นสักหมื่นแสน
ทั้งบกเรือเหนือใต้ในแว่นแคว้น
จะหาแทนผัวเก่าไม่เท่าทัน

อันตัวพี่นี้สักแต่ว่าชาย
แยบคายคลายอยู่ไม่สู้ขยัน
พึ่งจะได้พบพานงานประชัน
ชั่วกว่าชาลวันทุกสิ่งไป

เจ้าจึงตัดขาดไม่ปรารถนา
จะนัดแนะให้มาก็หาไม่
แต่ข้างพี่ยังมีเยื่อใย
ติดใจอยู่มั่งจึงซังตาย

ไม่เห็นเลยว่าจะเฉยเสียเช่นนี้
ทำให้พี่แสบท้องอยู่จนสาย
น่าจะมีสักสิ่งเป็นลิงลาย
รักซ้อนซ่อนร้ายไว้ภายใน

หนุ่มหนุ่มกุมภีก็มีตรึก
มันจะเป็นเช่นนึกหาผิดไม่
เดิมทีพี่มาพาขึ้นไป
สำคัญใจว่ารักกันจริงจริง

ไม่นึกแหนงว่าจะแกล้งไปเอาเหตุ
ไม่สังเกตสังกามารยาหญิง
ทำกระบวนรวนเรประเว่ประวิง
ดีจริงแล้วจะได้เห็นกัน

กุมภาผัวเจ้าเล่าลือชื่อ
ตายเพราะฝีมือของใครนั่น
เถิดหรือให้ไปตามชาลวัน
ทำขบฟันแล้วเดินเมินออกมา
ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
วิมาลาฉวยฉุดยุดคร่า
ทำกระบวนข่วนหยิกด้วยมารยา
นี่ร่ำลาใครแล้วหรือจะไป

เอออะไรอกเอ๋ยไม่เคยเห็น
เชิงเช่นเจ้าจอมหม่อมผัวใหม่
มาพาโลโพคลุมกลุ้มใจ
สารพัดเสกใส่วิมาลา

ไหนจะพาขึ้นไปให้เมียสับ
ยังมิหนำซ้ำกลับมาด่าว่า
เดิมทีที่วิวาทวาทา
เพราะข้าพาลทะเลาะหรือเพราะใคร

เมียหม่อมมาชี้หน้าด่าทอ
ไสคอข้าก่อนจริงหรือไม่
หยาบหยามข้ามหัวหม่อมผัวไป
หูหางช่างกระไรไม่ได้ยิน

เขารุมกันตีด่าข้าอึงอื้อ
ตาเจ้าบอดไปหรือไม่เห็นสิ้น
เหตุว่ารักแล้วก็พาบิน
ขังแล้วถมดินให้โทรมทรุด

ได้เอียงแล้วกระไรให้จนล่ม
ได้ชมแล้วกระไรให้สูงสุด
จับได้ไหนนั่นข้อพิรุธ
ที่ทุจริตคิดนอกใจ

จะไว้ใยกับอีวิมาลา
ทำตามโทษาอย่าปราศรัย
ว่าเล่นเปล่าเปล่าแล้วจะไป
ข้ายังไม่ให้ไคลคลา

เชิญชี้ชายชู้ข้าดูก่อน
ได้แล้วจะนอนลงให้ฆ่า
แกล้งพาลพาโลโกรธา
นี่หม่อมเมียสอนมาข้าเข้าใจ

มิห้ำหั่นฟันข้าให้ย่อยยับ
อันตะให้เจ้ากลับอย่าสงสัย
ว่าพลางครวญคร่ำร่ำไร
ฉุดชายผ้าไว้ไม่วางมือ
ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ งอนเอยงอนชล
เอ๊ะอ่อนหย่อนพยศลงแล้วหรือ
เจ้าสิแสนคมคารมลือ
ทำไมมายุดยื้อข้าไว้ไย

ข้าเป็นคนพาทีไม่มีสัตย์
ไม่จัดเอาจริงสักสิ่งได้
จะมาบีบน้ำตาเอาข้าไย
ข้าทำสิ่งไรให้เคืองตา

เป็นไรมิโลดเต้นเล่นตัว
เย้ายั่วเยื้องยักให้หนักหนา
จนออกเข็ดคารมระอมระอา
มันไม่น่าแล้วคะข้าจะไป

ทั้งสองเมียสามเมียมิเสียแรง
ปากกล้าหน้าแข็งคารมใหญ่
เจ้ากระบิดกระบวนกวนใจ
เอาไว้ไยหย่าเสียนางเมียงาม

จะหาใหม่ให้ดุขึ้นกว่านี้
อีกสักสี่ห้าคนให้พ้นสาม
แน่เจ้าจะมีใหม่มั่งก็ตาม
แต่ให้งามสมหน้าเหมือนชาลวัน

นิ่งอยู่ไยเล่าเจ้าคนคม
มิค้าคารมอมอะไรไว้นั่น
ทำหน้าบูดบี้งเห็นขึงครัน
ใครบอกบุญสุนธรรม์ไม่ศรัทธา
ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา


๏ เมื่อนั้น
นางเลื่อมลายวรรณอยู่ในคูหา
ได้ยินไกรทองวิมาลา
วิวาททากันอื้ออึง

คารมข้างนางเมียก็ไม่ชั่ว
ข้างเจ้าผัวก็ไปไม้หนึ่ง
ถ้อยทีดีขยันดันดึง
นางจึงลุกเดินออกไปดู
ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เยี่ยมเยี่ยมมองมองแล้วร้องว่า
อะไรนี่บ่นบ้าน่าหนวกหู
ทั้งหม่อมเมียหม่อมผัวล้วนตัวรู้
ไม่อดสูผีสางบ้างเลย

จะสาวไส้ให้การแย่งแร้งทึ้ง
อื้ออึงมันไม่ดีนะพี่เอ๋ย
ใช่จะแกล้งแสร้งซ้ำปรำเปรียบเปรย
พี่ก็เป็นคนเคยคนเข้าใจ

จะมายืนฟื้นฝอยหาตะเข็บ
หยิกเล็บจะเจ็บเนื้อหรือหาไม่
เมื่อกินอยู่ที่ลับแล้วเป็นไร
จะมาไขกลางแจ้งให้แพร่งพราย

จะพลอยให้เพื่อนเมียเสียรังวัด
ถ้าฉวยพลัดขาดลอยสิคอยหาย
ยิ่งจะลือระยำซ้ำร้าย
เป็นสองม่ายสามม่ายน่าอายใจ
ฯ ๘ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตอบพลางทางค้อนให้
อุแม่เอ๋ยเจ้าจอมเมียหม่อมไกร
ออกมาได้สอนสั่งตั้งกระทู้

น้อยหรือห้ามปรามเหมือนหนามเหน็บ
มันปวดเจ็บเหลือแล้วถึงแก้วหู
นางไม่มีที่ชั่วผัวเอ็นดู
นี่เจ้ารู้อะไรมาเจรจา

ชอบจะช่วยกันเจ็บเก็บใส่ใจ
นานไปเผื่อจะเป็นเหมือนเช่นข้า
จะได้จดจารึกไว้ตรึกตรา   
ไหนไหนก็ราคาเดียวกัน

จริงแล้วหรือคะข้าเป็นคนโฉดเขลา
ไม่เหมือนเจ้าดีหมดช่างอดกลั้น
อย่าพักพูดร้อยบทประชดประชัน
แต่เพลาเพลาเท่านั้นเถิดเป็นไร
ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองร้องว่าอัชฌาสัย
วิมาลาเมียข้าแล้วเหลือใจ
เหมือนหนามไหน่เกะกะระรั้ว

พบปะหน้าไหนใส่เอาหมด
ไม่ละลดทะเลาะคนเสียจนทั่ว
ตะกิ่งตะกายเงี่ยงงารอบตัว
ความวัวยังไม่หายความควายมา

เถิดซิตามถนัดไม่ขัดขวาง
ทั้งสองข้างวางกันให้หนักหนา
ใครคารมสมควรราคา
จะเปลื้องผ้าคาดพุงออกรางวัล
ฯ ๖ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาตอบไปขมีขมัน
เอออะไรเขาว่าประสากัน
หม่อมผัวตัวสั่นออกเถียงแทน

สาระวอนค่อนว่าประดาเสีย
ให้หม่อมเมียได้หน้าขึ้นกว่าแขน
เจ็บใจใครมั่งจะไม่แค้น
นี่แหละแม่นแท้ว่าเป็นตราชู

จริงแล้วข้าหมอความเหมือนหนามใหม่
แต่กระนั้นเกี่ยวไว้ยังไม่อยู่
พูดจาพล่อยพล่อยร้อยประตู   
เหมือนใครไม่รู้ไม่เข้าใจ

ถึงคราวจะหยิบผิดไม่คิดหน้า
เงี่ยงงาสารพัดพูดได้
เจ้าเอ๋ยจงถนอมหม่อมเมียไว้
อย่าให้ใกล้เคียงกับเงี่ยงงา

ชะนางคนดีไม่มีชั่ว
เอาหม่อมผัวออกตั้งเป็นตั้งหน้า
นานไปจะขึ้นถึงหลังคา
หน้าตาตละชาดเลือดฝาดแดง
ฯ ๑๐ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 03, 2010, 04:05:41 pm »

๏ เมื่อนั้น
นางเลื่อมลายวรรณเถียงเสียงแข็ง
ช่างไม่ขันดันแดกแหกกระแชง
มาตะแคงแว้งวัดเอากันเอง

เห็นอื้ออึงจึงออกมาห้ามปราม
กลับใส่ถ้อยร้อยความไม่เหมาะเหม็ง
ข้าเป็นคนเจียมตัวกลัวเกรง
ไม่เป็นโตงเป็นเตงน่าอายใจ

เออจะเอาอะไรมาขึ้นหน้า
เป็นแขนเป็นวาช่างว่าได้
ทำคุณบูชาโทษโหดไร้
สารพันสรรใส่ไม่ไว้วาง

มาดูหน้าข้าเถิดท่านผู้หญิง
มันแดงจริงยิ่งกว่าย้อมน้ำฝาง
สำคัญว่าผัวรักยักลูกคาง
สาระดิ้งวิ่งวางไปตามลม

ทำไมเล่าจึงมิเอาให้ขาดเด็ด
หรือไปปะบอระเพ็ดเข็ดขม
กลับลงมาครางครืดผะอืดผะอม
ก็พอสมน้ำหน้าสาแก่ใจ

เถิดคะรำคาญขี้คร้านทะเลาะ
นี่เนื้อเคราะห์มาเหยียบหนามใหม่
กระทืบเท้าลงส้นเดินบ่นไป
เข้าในห้องหับฉับพลัน
ฯ ๑๒ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง
๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองลิ้นลมคมสัน
จึงว่านี่แน่เจ้าแต่เท่านั้น
อย่าป่วนปั่นหันหุนวุ่นวาย

เขาก็เข็ดปากคอไม่ต่อสู้
หนวกหูเต็มทีจนหนีหาย
ยังตะบอยบ่นว่าบ้าน้ำลาย
เคียดแค้นแสนร้ายรามา

จนเหงื่อย้อยเหงื่อไหลก็ไม่คิด
แป้งปูนแต่สักนิดไม่ติดหน้า
มันงามเหลือแล้วเจ้าวิมาลา
หน้าตามอมแมมเหมือนแมวคราว

อะไรเล่าเฝ้าชำเลืองเคืองค้อน
ทำแสนงอนทุ้งทิ้งยิ่งกว่าสาว
ข่วนคนเจ็บเจ็บเจ้าเล็บยาว
น่าชังรังหยาวสุดใจ

ไปเอนหลังเอนไหล่เล่นดีกว่า
นึกว่าสู่ขอเข้าหอใหม่
ว่าพลางจูงนางเข้าห้องใน
นั่งบนเตียงเคียงไหล่ไขว่คว้า

อย่าฮึดฮัดวัดแว้งเครื่องแป้งจะหก
หยิบกระจกมาให้น้องส่องดูหน้า
ช่วยตกแต่งแป้งกระแจะละลายทา
วิมาลาเคืองขัดปัดมือ

นี่จะหยิกจะทึ้งไปถึงไหน
จะทำให้พี่ป่วยไปเสียหรือ
ชักชายผ้าห่มหลุดยุดยื้อ
ถูกถือตามธรรมเนียมเลียมลอง

คลื่นซัดอัศจรรย์ลั่นเลื่อน
สะท้านสะเทือนถ้ำเหวเปลวปล่อง
เล้าโลมเลี้ยวลอดสอดคล้อง
ทั้งสองถ้อยทีปรีดา
ฯ ๑๖ คำ ฯ โลม

                    
ร่าย
๏ เมื่อนั้น
วิมาลาสรวลเสเสน่หา
คลึงเคล้าเย้ายวนชวนภัสดา
ให้พูดจาเรื่องราวเล่านิทาน

ได้ยินข่าวเล่าลือมาจะแจ้ง
ว่านายแฟงกับนายฉิมอยู่ริมบ้าน
หม่อมได้ฟังมั่งหรือไม่เขาไปงาน
โปรดประทานเล่าไปให้ฉันฟัง
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองตรองตรึกนึกความหลัง
เมื่อวันพระประนายฉิมที่ริมวัง
เข้าแฝงฟังพอเขาเล่าก็เข้าใจ

จำเขาได้ดอกนะน้องสองสามมุก
พอแก้ทุกข์ขุกเข็ญเห็นจะได้
แล้วบ้วนปากคายหมากกระแอมไอ
เอาหมอนใส่หลังพิงแล้วอิงเอน
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ พี่จะกล่าวราวเรื่องเนื่องมา
อารามร้างกลางนามีตาเถน
อยู่สองคนในกุฏีไม่มีเณร
บิณฑบาตเช้าฉันเพลทุกวันไป

องค์หนึ่งเที่ยวบิณฑบาตยาจนา
พอสีกาเขาแกงจุ๊บแจงใส่
จังหันหลายทารพีก็ดีใจ
กลับไปยังที่กุฏีพลัน
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงหอกลางก็วางบาตร
เชิงฉลาดจะหลีกหลยขบฉัน
แม้นอยู่ให้หลวงตานั้นมาทัน
จะต้องปันแกงหอยนั้นน้อยไป

พอแลเห็นตุ่มวางกลางกุฏี
เห็นท่วงทีจะลงฉันในนั้นได้
จึงหย่อนองค์ลงในตุ่มสุโขทัย
เอาแผ่นอิฐปิดไว้มิได้ช้า
ฯ ๔ คำ ฯ


๏ จะกล่าวถึงเถนองค์หนึ่งนั้น
ได้จังหันนิดเดียวเที่ยวหนักหนา
แหงนดูสุริย์ฉายสายเต็มประดา
ก็กลับมาถึงที่กุฏีพลัน

คิดว่าเพื่อนยังไม่มาก็ด่าโผง
อ้ายตายโหงเที่ยวไปถึงไหนนั่น
กูแสบท้องนักหนาไม่ท่ามัน
ขัดสมาธิ์สองชั้นเอาช้อนโพง
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ส่วนเถนในตุ่มนั้นฉันตะบอย
ทำปากตูดดูดหอยดังจุ๊บโจ่ง
ตาเถนอยู่ข้างบนเห็นทะนนโคลง
มาเปิดอิฐปิดโอ่งเพ่งพิศ

ส่วนเถนอยู่ในทะนนพ่นแกงเอา
ถูกเข้าที่หน้านัยน์ตาปิด
เถนคงร้อนดิ้นแทบสิ้นชีวิต
เอ๊ะอะไรพ่นพิษแสบสุดใจ

เถนองค์นั้นจึงถลันลุกออกมา
แล้วว่าข้าจะช่วยดับพิษให้
จึงเอาโอตักน้ำมาทันใด
รดลงไปที่หน้าตาเถนคง

เห็นเพื่อนกันหายปวดซ้ำอวดรู้   
นี่ว่ากูได้คาถาตาบุญสง
จึงแก้เอ็งไว้ไดไม่ปลดปลง
ที่นี้จงอุตส่าห์รักษาตัว

เอ็งอย่าได้ไปมองที่ปากโอ่ง
อ้ายจุ๊บโจ่งมันร้ายมิใช่ชั่ว
ตาเถนคงแจ้งจิตก็คิดกลัว
รักษาตัวอยู่ด้วยกันทุกวันเอย
ฯ ๑๐ คำ ฯ


๏ เมื่อนั้น
วิมาลาปรีด์เปรมเกษมสันต์
ชมว่าเพราะนักหนาน่ารางวัล
แต่กระนี้ดีครันขยันจริง

ถ้าปะเขาหางานการของราษฎร์
ส่งพิณพาทย์นายมีจะดียิ่ง
ใช่ว่าเล่นเช่นหม่อนเธอพร้อมพริ้ง
ไปงานไหนได้ผู้หญิงวิ่งตามมา
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
เจ้าไกรทองยิ้มพลางทางว่า
ผู้หญิงหาไหนเฝ้าตามมา
คือผู้หญิงกุมภาที่ตามไป

ไหนเล่าเจ้าจะตกรางวัลพี่
หันหน้ามานี่จะบอกให้
สะกิดแก้มแนมนมชมสไบ
คว้าไขว่ยวนเย้าเฝ้าตอแย

อัศจรรย์บันดาลอยู่บ่อยบ่อย
รสอร่อยมิได้จืดให้ชืดแช่
พิรุณร่วงตวงไว้จนเต็มแล้
รักกันคุ้มแก่ไม่แชเชือน

การสัมผัสเย้ายวนชวนชื่น
จะหาอื่นมาให้ไม่มีเหมือน
หยุดสวาทขาดเพลาเข้ามาเตือน
มิได้เคลื่อนคลาดคลารารอ
ฯ ๘ คำ ฯ


ที่มาจาก http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN