ผู้เขียน หัวข้อ: [T]ri-Angl[e]  (อ่าน 7550 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ทูตซ้ายพรรคจรัส

  • เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจงอย่าประมาท
  • กินนรอัครกวี

  • *
  • กระทู้: 432
  • คะแนนกลอน 43
  • เพศ: หญิง
EP.6
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 10:58:37 am »

"น้องห้ามันพาสาวไปเถลไถลที่ไหนนะ จนป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก" เสียงบ่นกระปอดกระแปดของหนูดำดินหันจางดังขึ้น

"นั่นสิพี่รอง มันไม่รู้รึไงว่าพวกเรารอกินข้าวอยู่ ดูสิกับข้าวที่อาซ้อเตรียมไว้เย็นชืดหมดแล้ว" หนูทะลายภูผาสวีชิ่งพูดเสริม

"พวกเจ้าอย่าหงุดหงิดนักเลย ข้าให้น้องสี่ออกไปตามแล้ว อีกประเดี๋ยวก็คงจะกลับมาพร้อมกัน...นั่นยังไง พูดไม่ทันขาดคำน้องสี่มาโน่นแล้ว" หนูทะยานฟ้าหลูฟางเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่ประตู

"พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้ว" เจียงผิงเดินเข้าประตูมาพร้อมด้วยไป๋อวี้ถังและยวิ๋นฟ่ง

"โอ้โห กับข้าวอาซ้อน่าทานทั้งนั้นเลย แถมกลิ่นยังหอมชวนน้ำลายสออีกซะด้วย อาซ้อของข้านี้นับวันฝีมือการทำอาหารยิ่งเป็นเลิศนะคร้าบ" ไป๋อวี้ถังรีบดักหน้าพูดชมซ้อใหญ่ก่อนที่จะโดนบรรดาพี่ร่วมสาบานทั้งสี่เฉ่งเรื่องที่กลับมาช้า

"แหม เหรอจ๊ะ ถ้าเช่นนั้นน้องห้าก็ทานมาก ๆ นะ ซ้อใหญ่ทำของโปรดเตรียมไว้ให้เจ้าตั้งหลายอย่าง"

เฮ่อ!! หนูทั้งสี่ถอนหายใจพร้อมกัน "ดู๊ ดู มันเอาตัวรอดได้อีกแล้วนะพี่รอง" เสียงหนูตะลุยบาดาลเจียงผิงซุบซิบพลางปรายหางตามองไปทางหันจาน

อย่างนี้เองสินะ ชิ!! กะล่อนไม่เว้นแม้กระทั่งกับภรรยาพี่ชาย หญิงสาวคิดในใจเมื่อเห็นไป๋อวี้ถังเอาตัวรอดไปได้อย่างหน้าด้าน ๆ

"ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะคะที่พวกเรากลับมาช้า" ยวิ๋นฟ่งกล่าวขอโทษพลางใช้ศอกกระทุ้งไปตรงสีข้างของหนูขนทอง

"ไป๋อวี้ถัง เจ้าไม่คิดจะสำนึกบ้างเลยเหรอที่ปล่อยให้ท่านพี่ทั้งหลายรอนานขนาดนี้"

"สำนึกอะไรกันเล่า พี่ ๆ ของข้าทุกคนล้วนเป็นจอมยุทธ์ผู้กล้า ใจกว้างดั่งมหาสมุทร ไม่มานั่งคิดเล็กคิดน้อยเหมือนอย่างเจ้าหรอก...ว่าแต่เจ้าเหอะ ทำไมต้องรีบร้อนออกรับแทนข้าด้วยล่ะ" ชายหนุ่มตีสีหน้ายียวนถามย้อนกลับ

"นี่ เจ้า หัดมีมารยาทซะบ้างสิ!!" ยวิ๋นฟ่งโกรธหน้าแดงเมื่อได้ยินประโยคหลังของชายหนุ่ม

"พวกเจ้าหยุดต่อปากต่อคำซะทีได้มั้ย ข้าหิวตาลายจะเป็นลมอยู่แล้ว" เสียงของเจียงผิงพูดแทรกขึ้นมา

"นั่นสิจ๊ะ อวี้ถัง แม่นางยวิ๋น มาทานข้าวกันได้แล้ว"

ระหว่างทานอาหารไป๋อวี้ถังก็ไม่วายคิดแกล้งหญิงสาว โดยลืมนึกไปว่าไม่ได้มีแค่เขากับนางเพียงสองคน พอนางทำท่าจะคีบอาหารจานไหน เขาก็จะตัดหน้าคีบก่อนนางเสมอ

"ไป๋อวี้ถัง นี่เจ้า!!"

"เรียกข้าทำไมรึ" ชายหนุ่มตีหน้าซื่อถามกลับไป

"เจ้าก่อกวนข้า ทำเช่นนี้คิดจะแกล้งกันรึไง"

"ข้าเปล่าแกล้งเจ้าซะหน่อย ข้าแค่บังเอิญอยากจะกินอาหารจานนั้นด้วยพอดี เจ้าคีบช้าเองช่วยไม่ได้!!" ชายหนุ่มตอบกลับพลางคีบหมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นโตขึ้นมายั่วนางเล่น

"คิดจะลองดีกับข้างั้นเหรอ ก็เอาซี่" หญิงสาวลุกพรวดจากโต๊ะส่งตะเกียบไปแย่งชิ้นเนื้อที่กำลังห้อยคาอยู่ตรงปลายตะเกียบของไป๋อวี้ถัง

"นึกเหรอว่าข้าจะยอมเสียหมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นนี้ให้เจ้าง่าย ๆ ไม่มีทางซะล่ะ" ชายหนุ่มตวัดปลายตะเกียบปล่อยชิ้นเนื้อลอยขึ้นไปกลางอากาศ ตอนนี้สายตาคมกริบของทั้งคู่จับจ้องไปที่หมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นเดียวกัน

ย่าห์!! ย้ากส์!! หยุดเล่นเหมือนเด็ก ๆ กันได้แล้ว!! เจียงหนิงปรากฎกายขึ้นตรงหน้าประตู นางส่งไม้เท้ามังกรเหล็กตรงไปสอยชิ้นเนื้อที่กำลังจะตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงไปเสียบติดข้างฝา

จึ๋ย!! "งานเข้าแหล่ว" บรรดาพี่ร่วมสาบานทุกคนพูดพร้อมกัน

"ขะ ข้าว่า ข้าอิ่มแล้ว" เสียงพี่รองหันจางพูดขึ้นก่อนจะลุกพรวดจากโต๊ะพร้อมชามข้าวที่ยังกินไม่หมดแล้วเดินออกไป

"เออ ใช่ ข้าก็อิ่มแล้วเหมือนกัน" พี่สี่เจียงผิง และพี่สามสวีชิ่งก็พูดเสริมตามพร้อมทั้งค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินตามหันจางไปเช่นเดียวกัน

"ข้าก็เพิ่งนึกได้ว่าจะต้องไปเก็บผ้าที่ตากไว้ก่อน" พี่ใหญ่หลูฟาง กับอาซ้อก็รีบหาเหตุผลที่จะพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด

บรรดาพี่ร่วมสาบานค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะไปทีละคนสองคนจนหมด

"หน่อยแน่ เจ้าลูกตัวแสบ เวลาจะกินยังจะป่วนเขาไปทั่วอีกนะ" เจียงหนิงพูดจบก็ปล่อยเชือกมังกรออกไปรัดตัวชายหนุ่มเอาไว้แล้วส่งปลายเชือกให้ยวิ๋นฟ่งลากไปผูกติดกับเสาอีกทีนึง

"เจ้าลูกทรพี มีของกินอร่อย ๆ ก็ไม่มาชวนข้า แต่ดูท่าเจ้าคงกินอิ่มแล้วสินะ ถ้าเช่นนั้นจานที่เหลือทั้งหมดข้ากับแม่นางยวิ๋นจะเป็นคนจัดการเองละกัน"

"ใครว่าล่ะท่านแม่ ข้ายังกินไม่ถึงครึ่งท้องเลยน้า ท่านแม่ปล่อยข้าสิ ข้าก็หิวเป็นนะ" ชายหนุ่มร้องโอดครวญใส่ผู้เป็นมารดา

เจียงหนิงและยวิ๋นฟ่งต่างก็ไม่ฟังเสียงร้องเรียกของไป๋อวี้ถัง แถมตอนจะกินหมูแดงอบน้ำผึ้งจานโปรด นางยังยกทั้งจานมากินยั่วต่อหน้าไป๋อวี้ถังที่ในตอนนี้ขยับกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูหญิงสาวคีบชิ้นเนื้อเข้าปากไปทีละชิ้นจนหมดจานด้วยความเสียดาย


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผงอกแกร่งยังแทบตาย
 

ออฟไลน์ ทูตซ้ายพรรคจรัส

  • เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจงอย่าประมาท
  • กินนรอัครกวี

  • *
  • กระทู้: 432
  • คะแนนกลอน 43
  • เพศ: หญิง
EP.7
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 11:02:53 am »
หลังจากทานข้าวเสร็จซ้อใหญ่ก็นำทางพายวิ๋นฟ่งไปที่ห้อง พอซ้อใหญ่กลับไปแล้วไป๋อวี้ถังจึงได้โอกาสมาหานาง

"พี่ใหญ่ข้าซื้อเครื่องจับคลื่นวิญญาณจากดินแดนตะวันตกมาฝาก เป็ดน้อย พวกเราไปลองเล่นกันมั้ย" ชายหนุ่มหาได้รู้สำนึกไม่ เขามีแผนคิดจะแกล้งนางอีกครั้ง

"ไม่ล่ะ ข้าง่วงแล้ว เจ้าจะไปไหนก็ไปอย่ามากวนใจข้า"

"เป็ดน้อย ถ้าเจ้ากลัวผี ก็สารภาพมาเหอะ"

ปึ๊ด!! หญิงสาวเลือดขึ้นหน้า ความจริงก็กลัวแต่นางจะไม่ยอมให้เจ้าหนูขนร่วงได้ใจจึงตอบไปโดยไม่ทันคิด "ไปก็ไปสิ หวังว่าข้าคงไม่เห็นใครแถวนี้ฉี่รดกางเกงหรอกนะ"^ ^

"จะบ้าเรอะ นี่เจ้าจะแซวข้าไปถึงไหน">o<

"แล้วตกลงจะไปกันรึยังจ๊ะน้องไป๋" ยวิ๋นฟ่งยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางลูบศีรษะชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกนอกห้องไป แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วนางกลับเป็นคนที่กอดแขนไป๋อวี้ถังซะเอง

ยิ่งเดินเข้าไปลึกก็ยิ่งวังเวง จู่ ๆ ค้างคาวจากที่ไหนก็ไม่รู้บินโฉบผ่านหน้านางไป กรี๊ด!! "ไปนะ ไปให้พ้นข้า ออกไป๊" หญิงสาวทำท่ากวัดแกว่งโคมไฟไล่ค้างคาว

"ฮ่า ๆ ไหนเจ้าว่าไม่กลัวยังไงเล่า"

ยวิ๋นฟ่งเขย่า ๆ แขนชายหนุ่ม "ไหนล่ะ เครื่องอะไรที่เจ้าว่า เอามันออกมาทดลองเร็วเข้า จะได้รีบ ๆ กลับกันซักที" ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วตอบกลับ "ไอเครื่องที่ว่านั่น ไม่มีหรอก"

"งั้นเจ้าก็หลอกข้า ไอ้หนูบ้า" นางทั้งทุบทั้งตีไป๋อวี้ถัง

"โอ๊ย ๆ ข้าเจ็บนะ"

คนโกหก!!

"ได้ ๆ ถ้าเช่นนั้นต่อไปนี้ข้าจะพูดความจริงกับเจ้า ตั้งใจฟังให้ดี ๆ ล่ะ" ชายหนุ่มเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของนาง "ที่เจ้ากำลังยืนอยู่ตอนนี้มันเป็นหลุมฝังศพนะ รู้ไว้ซะด้วย"

ในตอนนี้สติของยวิ๋นฟ่งคล้ายค่อย ๆ จะดับวูบลง นางปรายหางตาลงมองที่พื้น ในใจคิดอยากจะกรีดร้องสุดเสียงแต่ทำได้เพียงจิกเล็บลงบนแขนไป๋อวี้ถังเท่านั้น

"โอ๊ย เจ้าทำอะไรน่ะ ดูสิ แขนข้ามีเลือดซึมแล้วเห็นมั้ยเนี่ย"

"แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่ทีแรก สำหรับเจ้าเลือดออกแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ"

"ถ้าบอกเจ้าก่อน ข้าก็อดเห็นเป็ดน้อยตัวสั่นน่ะซี่" พูดจบชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างสะใจที่ได้แกล้งนาง

"เจ้าแกล้งข้าทำไม ข้ากลัวผีนะ" น้ำตาของหญิงสาวในตอนนี้เริ่มไหลพราก ๆ

"เฮ่ นี่เจ้ากลัวจริง ๆ เหรอ"

"เจ้าพาข้ากลับห้องเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่ยงไม่อยู่มันแล้ว"

"อะ เอ่อ คือข้าจะบอกเจ้าว่า คืนนี้พวกเราคงต้องค้างกันในป่านี่แหละ"

"ทำไมต้องค้างที่นี่ หากต้องค้างจริง ข้าสู้ยอมให้เจ้าเอากระบี่มาแทงข้าให้ตายเสียดีกว่า"

"ก็เมื่อกี๊ตอนที่เจ้าทำท่าปัดไล่ค้างคาว เจ้าเผลอทำโคมไฟดับไปแล้วนะสิ"

"ในป่าแบบนี้ ยิ่งมืดก็ยิ่งอันตราย ไหนจะสัตว์เลื้อยคลานมีพิษอีกล่ะ"

"ซวยที่สุดเลยแล้วคืนนี้จะนอนกันยังไง"

"หากข้าจำไม่ผิด เดินตรงไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าวก็จะเจอห้างส่องสัตว์อยู่ ข้าว่าคืนนี้พวกเราขึ้นไปนอนบนนั้นจะปลอดภัยที่สุด"

"มาสิ เดินตามข้ามา" ชายหนุ่มพูดพลางคว้าข้อมือจะพานางไปยังที่หมาย แต่ปรากฎว่านางกลับยืนนิ่งอยู่กับที่

"ก็ข้าก้าวขาไม่ออกนี่นา"

"เช่นนั้นเจ้าก็ขี่หลังข้าสิ" ชายหนุ่มย่อเข่าลงข้างนึงเตรียมจะแบกนาง

"จะบ้าเหรอ ข้าเป็นผู้หญิงนะ"

"ก็เจ้าก้าวขาไม่ออก จะให้ข้าทำยังไงเล่า"

บรู๊ว!! ยวิ๋นฟ่งได้ยินเสียงหมาหอนดังมาจากทางด้านหลังก็ตกใจ นางจึงรีบกระโดดขึ้นเกาะหลังไป๋อวี้ถังทันที

หะ หนัก!! "เป็ดน้อย ตัวเจ้าหนักชะมัดเลย"

อ้า!! "ในที่สุดก็ถึงซะที" ไป๋อวี้ถังลืมไปว่านางยังอยู่บนหลัง เผลอหยัดกายขึ้นบิดขี้เกียจ ทำให้หญิงสาวเสียหลักหล่นลงมาก้นจ้ำเบ้า

โอ๊ย!! "เจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"

"เป็ดน้อย ข้าขอโทษ คราวนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจ (แกล้ง) จริง ๆ"

"ไม่ต้องมาพูดเลย หลังจากผ่านคืนนี้ไปข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีกเลย ไม่เชื่อคอยดูสิ...แล้วไหนล่ะ เพิกพักที่เจ้าว่า" หญิงสาวร้องถาม

 "นั่น บนนู้นไง" ไป๋อวี้ถังทำมือทำไม้ชี้ขึ้นไปข้างบน

"แล้วให้ปีนขึ้นไปเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ"

"เจ้าก็ขึ้นไปก่อนสิ"

"เจ้าเป็นผู้หญิง ข้าให้เกียรติเจ้าขึ้นไปก่อน" ^ ^ หญิงสาวปีนขึ้นต้นไม้ถึงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องทัก แอ๊บ แอ่!! ด้วยความตกใจนางจึงพลัดลื่นหล่นลงมา แต่ไป๋อวี้ถังโผตัวเข้าไปรับได้ทัน

เซฟ!! หญิงสาวหล่นลงมาในอ้อมกอดไป๋อวี้ถังพอดิบพอดี

เพี๊ยะ!! "เจ้ากล้าดียังไงมาเเต๊ะอั๋งข้า ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ" หญิงสาวซัดฝ่ามือเข้าตรงแก้มเนียนก่อนจะร้องบอกให้ปล่อยนาง

โอ๊ย!! "อะไรอีกละเนี่ยข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าไว้นะ ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เล้ย" ชายหนุ่มร้องบ่นพลางปล่อยนางลงไปยืน

"ไป๋อวี้ถังนะไป๋อวี้ถัง วันนี้มันวันซวยอะไรของเจ้ากัน" พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนมือขึ้นมาลูบเบา ๆ ตรงแก้มซีกที่เพิ่งเป็นรอยแดงไปหมาด ๆ

"เจ้าเหรอซวยข้าสิซวยกว่าที่ต้องมาเจอกับหนูโรคจิตอย่างเจ้า"

"แล้วตกลงจะขึ้นมั้ยล่ะ แต่ขาเจ้าดูเหมือนจะแพลงนะ เจ้ายังจะปีนขึ้นไหวเหรอ"

"ไหวสิ ยังไงก็ต้องไหว"

"เป็ดน้อย อย่าฝืนสังขารเลยน่ามา ข้าจะพาเจ้าขึ้นไปเอง" ไป๋อวี้ถังโอบเอวหญิงสาวแล้วใช้วิชาตัวเบาพานางกระโดดขึ้นไป เพียงแตะปลายกิ่งไม้ไม่กี่กิ่งก็ถึงข้างบนโดยสวัสดิภาพ

"ขอข้าดูขาเจ้าหน่อยนะ เจ็บมากรึเปล่า" ชายหนุ่มอุ้มนางไปวางลงบนเตียงแล้วถามถึงอาการบาดเจ็บด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าเขาเคยเรียนวิชาแพทย์จากซ้อใหญ่มาบ้าง เพียงจับชีพจรข้อเท้าของนางทีเดียวก็รู้ผลแล้ว

"ขาเจ้าไม่เป็นอะไรมาก แค่เคล็ดเอง ลองได้นวดซักหน่อยคงจะดีขึ้น" ขณะที่ไป๋อวี้ถังก้มหน้าก้มตาตั้งใจนวดขาให้นาง ยวิ๋นฟ่งเองก็ตั้งใจมองชายหนุ่มตรงหน้าโดยไม่ละสายตาเช่นกัน

ไป๋อวี้ถังเจ้าเป็นคนยังไงกันแน่นะเดี๋ยวเจ้าก็แกล้งข้าซักพักก็มาทำดีกับข้า หญิงสาวเริ่มสับสนในใจ สัมผัสของมือไป๋อวี้ถังทำไมมันช่างอบอุ่นอย่างนี้นะ

ในตอนนี้ยวิ๋นฟ่งคล้ายจะเผลอมีใจโอนเอียงให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ไม่ได้นะไม่ได้คนที่ข้ารักคือพี่จั่นต่างหาก หญิงสาวพยายามสลัดความคิดเมื่อครู่นี้ออกไป

"ทำไมเจ้าต้องทำดีกับข้า"

"ก็ไม่มีอะไรนี่ข้าอยากจะทำอะไรข้าก็ทำ นึกอยากจะแกล้งเจ้าข้าก็แกล้ง"

"หยุดนวดได้แล้ว ข้าไม่เป็นไรแล้ว"

"หน้าเจ้าเวลาบูดนี่ดูไม่ได้เอาซะเลยน้า 555+"

"ไม่ใช่เรื่องตลก ทำไมต้องหัวเราะ" ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแล้วว่ายวิ๋นฟ่งโกรธเขาจริง ๆ ซักพักบรรยากาศความเงียบก็เริ่มปกคลุมไป๋อวี้ถังเองก็จนคำพูดส่วนนางก็เงียบไปเช่นกัน

ตกกลางดึกอากาศรอบ ๆ กายก็เริ่มเย็นลงจนยวิ๋นฟ่งต้องนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาเพราะความหนาว

"เฮ่ เป็ดน้อยเจ้าหนาวมากเลยเหรอ"

"ข้าจะหนาวไม่หนาวมันก็เรื่องของข้า"

"เจ้ารอข้าเดี๋ยวนะ" ไป๋อวี้ถังไต่ลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็วซักพักก็กลับขึ้นมาพร้อมกับกิ่งไม้จำนวนนึง ชายหนุ่มจุดไฟด้วยหินอย่างคล่องแคล่ว

"เป็ดน้อยนั่นเจ้าหนาวตายรึยัง มาตรงนี้สิ มานั่งผิงไฟกัน"

"นี่ก็ยามสามเข้าไปแล้ว เดี๋ยวซักพักพอเจ้าหายหนาวก็เข้านอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะได้กลับออกไปซะที"

ภายในเพิงพักนี้มีเตียงนอนเพียงหลังเดียว ยวิ๋นฟ่งกำลังจะเอ่ยปากบอกชายหนุ่ม "นี่หนูขนร่วง..." ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบไป๋อวี้ถังก็สวนขึ้นมาก่อน "ข้ารู้หรอกน่าเจ้าไปนอนเถอะเดี๋ยวข้าจะนั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกให้เอง"

ด้วยความเพลียหญิงสาวจึงผลอยหลับไป "หะ หนาวจัง ข้าหนาว" ไป๋อวี้ถังที่นั่งอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงนางร้องจึงเข้าไปดู ชายหนุ่มเห็นนางนอนหนาวสั่นเทาไปทั้งตัวจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วไปห่มให้นาง หลังจากนั้นจึงเดินกลับไปหย่อนกายนั่งลงที่เดิม ด้วยความที่อ่อนล้ามาทั้งวันเปลือกตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ปิดลงจนสนิท

ฮะ ฮะ ฮัดเช้ย!! ไป๋อวี้ถังก็จามออกมานับครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มเกือบจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เขาก็เองตกน้ำจนเปียกปอนไปทั้งตัว แต่ถึงแม้จะต้องทนหนาวน้ำค้างอยู่ด้านนอก ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกสุขใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับยวิ๋นฟ่งไปแบบนี้ตลอดทั้งคืน...
อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผงอกแกร่งยังแทบตาย
 

ออฟไลน์ รอยทราย

  • ผู้ดูแลบอร์ดกลอนรัก
  • *
  • กระทู้: 2,920
  • กดถูกใจ: 19 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 257
  • เพศ: หญิง
    • รอยทราย Kaweeclub
Re: [T]ri-Angl[e]
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 04:50:19 pm »
บทสทนาตอบโต้กันดีนะคะ ชอบๆๆ ปั่นเร็วๆด้วยล่ะค่ะ อิอิ p6

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN