ผู้เขียน หัวข้อ: [T]ri-Angl[e]  (อ่าน 7333 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ทูตซ้ายพรรคจรัส

  • เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจงอย่าประมาท
  • กินนรอัครกวี

  • *
  • กระทู้: 432
  • คะแนนกลอน 43
  • เพศ: หญิง
[T]ri-Angl[e]
« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 08:35:14 pm »

เมื่อความรักเล่นตลกกับหัวใจของคนสามคน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่จะสมหวัง ส่วนผู้แพ้ก็ต้องเป็นฝ่ายเดินจากไป...

อาจเพราะเหตุการณ์บางอย่างบังคับให้ต้องใกล้ชิดกัน หรือว่าโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง!!

คนหนึ่งเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นคู่หมั้นขององครักษ์หลวงขั้นสี่จั่นเจา แต่กลับมีใจให้ไป๋อวี้ถัง ส่วนจั่นเจาเองก็มีความสัมพันธ์ที่คนนอกไม่เข้าใจกับไป๋อวี้ถังเช่นกัน

สุดท้ายคนที่ต้องเลือกก็คือไป๋อวี้ถังที่ลังเลใจ เพราะหัวใจของเขามีคนอยู่ในนั้นสองคน...


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผงอกแกร่งยังแทบตาย
 

ออฟไลน์ ทูตซ้ายพรรคจรัส

  • เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจงอย่าประมาท
  • กินนรอัครกวี

  • *
  • กระทู้: 432
  • คะแนนกลอน 43
  • เพศ: หญิง
EP.1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:02:01 pm »
เรือไม้ลอยเอื่อย ๆ อยู่บนผืนน้ำ บนเรือมีหญิงสาวอายุเพียงสิบหกปีนั่งแกว่งมือในน้ำเล่นอย่างสนุกสนาน นางเงยหน้าหันมายิ้มให้กับชายหนุ่มอาภรณ์สีเงินขลิบทอง ตรงเเขนเสื้อปักลวดลายอย่างวิจิตรไว้เสริมราศรีให้ดูเป็นคุณชายตระกูลผู้ดี

"เจ้าชวนข้ามาพายเรือเล่นแบบนี้เเสดงว่าต้องมีเรื่องแน่นอน" ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม หญิงสาวละมือจากน้ำนั่งจ้องคนตรงหน้าแล้วเอียงคอถาม

"ที่ข้าชวนเจ้ามาพายเรือเล่นมันจำเป็นจะต้องมีเรื่องทุกครั้งด้วยรึ หลันหลัน"

"ทุกทีเป็นเช่นนั้น" ติงเจ้าหลันเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา หญิงสาวหัวเราะคิกคักจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงมองแบบสงสัย

"ลูกไม้เจ้ามันเยอะจะตาย!"

"พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปไคฟง.."

"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของจั่นเจาแต่ข้าก็ยังชอบเจ้าอยู่ดี" ชายหนุ่มบอกความในใจอย่างตรงไปตรงมา ยวิ๋นฟ่งพยักหน้าตอบรับ มีหรือนางจะไม่รู้ว่าติงเจ้าหลันคิดยังไงกับนาง เขาตามจีบนาง

ตั้งแต่นางอายุสิบสาม ตอนนี้ก็ผ่านมาสามปีแล้ว ติงเจ้าหลันก็เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

"ถ้าข้าช้ำรักมาจะกลับมาซบอกเจ้าละกันนะหลันหลัน ^ ^"

"สัญญาสิ"

"ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าก็หัวโบราณเชื่อคำสัญญา ก็ได้ข้าสัญญา" หญิงสาวส่งนิ้วก้อยน้อย ๆ ไปเข้าเกี่ยวกับนิ้วเรียวของอีกฝ่าย

"เข้าฝั่งเถอะ ข้าต้องเตรียมตัวเดินทางแล้ว"

"ให้ข้าไปส่งไหม" เจ้าหลันถามน้ำเสียงห่วงใย เพราะถึงนางจะพอมีวรยุทธ์บ้างแต่ก็แค่หางอึ่งเท่านั้น

"ไคฟงกับซ่งเจียงก็แค่ฮวงโหกั้น เจ้าไม่ต้องไปส่งข้าหรอก เอาเป็นเจ้าว่างก็มาหาข้าที่ไคฟงดีกว่า"

"ตามใจเจ้า" ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก เรือพายจอดเทียบท่าแล้ว หญิงสาวดีดตัวขึ้นไปบนฝั่งหันมายิ้มหวานให้อีกทีก่อนจะโบกมือลาแยกย้ายกลับบ้าน

************************************************************************************************************************

ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวเดินผิวปากอย่างสบายใจ มือหนึ่งถือกระบี่คู่กายอีกมือหนึ่งยกไหเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างเงียบ ๆ นัยน์ตาสีนิลเหลือบไปเห็นหญิงสาวอายุท่าทางไม่ถึงสิบแปด ใบหน้าอ่อนหวานกำลังเดินเข้าไปในร้านบะหมี่

ต่อมเจ้าชู้ของไป๋อวี้ถังเริ่มทำงานทันที เขาสาวเท้าเข้าไปในร้านนั่งโต๊ะตรงข้ามกับนางยิ่งมองใกล้ ๆ...หน้าตานางก็นับว่าสวยใสกว่าหญิงงามบางคนในไคฟงเสียอีกแต่อายุยังเยาว์นี่สิ!

"แม่นางน้อย มานั่งกินบะหมี่คนเดียวไม่เหงาหรือ" ไป๋อวี้ถังพูดทีเล่นทีหยอก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าพลันเเดงซ่านเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามแล้วโปรยยิ้มหวานชนิดที่หญิงใดพบเห็นเป็นต้องละลายลงไปกองกับพื้น

"ไม่เหงาแต่ตอนนี้ชักจะรำคาญแล้ว"

"โอ๊ะ แม่นางน้อย ดูท่าแล้วเจ้าคงจะเป็นคนต่างถิ่นสินะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกเจ้า รู้หรือไม่บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในไคฟงต่างก็อยากให้ข้าเอาใจใส่ทั้งนั้น ที่ท่านห้าอย่างข้ายอมลดตัวลงมาคุยกับเจ้าขนาดนี้ นับว่าเป็นวาสนาของเจ้าแล้วนะ"

"ฮึ ผู้หญิงในเมืองนี้ปัญญาอ่อนหรือไงถึงได้อยากให้เจ้าเอาใจใส่กันนัก"

"แม่นางน้อย เจ้านี่ปากร้ายไม่เบา แถมท่าทางก็ดูหยิ่งยโส เหมือนลูกแมวน้อยของข้าเลย" ไป๋อวี้ถังพูดแล้วฉีกยิ้มอีกรอบ สิ้นคำพูดของไป๋อวี้ถัง คิ้วของหญิงสาวก็เริ่มขมวดเป็นปม พลางนึกในใจว่า ?ลูกแมวน้อยของเขาหรือว่าจะหมายถึงพี่จั่น..?

"จะ เจ้าก็คือไป๋อวี้ถัง..." ยวิ๋นฟ่งจ้องตาเขียวปั๊ดใส่ ชายหนุ่มหยิบพัดหยกหิมะประจำกายขึ้นมาคลี่แล้วโบกเพียงเบา ๆ ก่อนที่จะตอบออกไป

"ถูกแล้วแม่นางน้อย ข้าคือหนูขนทองไป๋อวี้ถัง จอมยุทธหนุ่มเจ้าสำราญแห่งเกาะเสี้ยนคง"

"ผายลมชัด ๆ หนูขนทองงั้นเหรอ ดู ๆ แล้วเจ้าเหมือนหนูขี้เรื้อนมากกว่า แมวหลวงจั่นเจายังจะดูองอาจสง่างามกว่าเจ้าเสียอีก" จบคำพูดหญิงสาวก็กระแทกเงินค่าบะหมี่ลงบนโต๊ะ นางรีบเดินออกมาจากร้านแต่ก็รู้ตัวดีว่าข้างหลังยังมีไป๋อวี้ถังคอยติดตามอยู่ ยวิ๋นฟ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปในซอยหลบหลีกผู้คน ชายหนุ่มก็ยังคงติดตามอย่างไม่ลดละ

"นี่เจ้าจะเดินตามข้ามาทำไม"

"ข้าก็เดินเล่นแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แม่นางน้อย เจ้านั่นแหละที่ขวางทางข้า"

"เชิญ ข้าหลีกทางให้" หญิงสาวเบี่ยงตัวเปิดทางให้ไป๋อวี้ถัง ชายหนุ่มสบโอกาสสืบเท้าเข้าไปประชิดตัวนางทันที!!"

นางไม่รีรอสักนิดที่จะซัดฝ่ามือใส่ใบหน้าเนียน ๆ ของชายหนุ่ม แต่ก็ถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือไว้ทัน

"ปล่อยข้านะ เจ้าหนูนาขี้เรื้อน"

"มันจะมากไปแล้วนะ เจ้ากล้าเอาท่านห้าอย่างข้าไปเปรียบกันหนูนาสั่ว ๆ เช่นนั้นเรอะ ลองว่าข้าอีกครั้งสิ ข้าจะลงโทษเจ้าซะให้เข็ดเลย" ไป๋อวี้ถังท้าทายกลับโดยการยักคิ้วข้างซ้ายใส่นาง ยวิ๋นฟ่งเม้มปากอารมณ์โกรธกำลังพุ่งขึ้นสูง

"ไอ้หนูโรคจิต หนูเส็งเคร็ง หนูลา..." หญิงสาวตะโกนด่าสุดเสียง แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ถูกไป๋อวี้ถังช่วงชิงจุมพิตแรกไปเสียแล้ว

นางพยายามรั้งตัวขัดขืนแต่ก็ไม่มีเรี่ยวเเรงมากพอที่จะขัดขืนไป๋อวี้ถังได้ หยาดน้ำตาของนางค่อย ๆ ไหลรินช้า ๆ

พอไป๋อวี้ถังถอนจุมพิตออก นางก็ตบหน้าชายหนุ่มอย่างแรงจนเป็นรอยมือ

"เจ้ามันสารเลว ต่อไปนี้ถ้าข้าเจอเจ้าอีก ข้าจะฆ่าเจ้า!!" นางเค้นเสียงสูงแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนคนเป็นวรยุทธ์ ไป๋อวี้ถังยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองช้า ๆ พลันเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่บนพื้น

ชายหนุ่มมองป้ายหยกขาวชิ้นนั้น แล้วเลื่อนมือไปหยิบมันขึ้นมา แผ่นป้ายหยกสลักชื่อเจ้าของว่า...ยวิ๋นฟ่ง

"แม่นางน้อยตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในไคฟง...ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าให้จงได้"ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างลอย ๆ แล้วเดินผิวปากตรงไปยังศาลไคฟง

************************************************************************************************************************

จั่นเจายืนรอคู่หมั้นอยู่ที่หน้าศาลไคฟงมานานแล้ว จิตใจของเขากระวนกระวายในใจคิดภาวนาอยู่สองอย่าง หนึ่งคือ ขอให้นางเดินทางมาอย่างปลอดภัย สองคือ อย่าให้ไป๋อวี้ถังรู้เรื่องเด็ดขาด!

แต่ตอนนี้เลยเวลาที่เขาคำนวนมาเกินครึ่งชั่วยามแล้วหรือว่านางจะหลงทาง...ชายหนุ่มอยากจะออกตามหาใจจะขาดแต่ว่าเวลานี้ยังเป็นเวลาราชการต้องคอยเฝ้าศาลไคฟง ส่วนหวังเฉาหม่าฮั่นจะเป็นฝ่ายออกลาดตระเวน

"พี่จั่น!" น้ำเสียงอ่อนหวานตะโกนมาแต่ไกล เขาเห็นนางวิ่งมาแต่ไกลเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง เมื่อมาถึงนางรีบโผเข้ากอดเขาทันที

"ฟ่งเอ๋อร์เจ้าเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า"

หญิงสาวไม่ทันได้ยินคำถามของจั่นเจา มัวแต่คิดถึงสีหน้าเจ้าเล่ห์ของผู้ที่ช่วงชิงจูบแรกไป จึงเผลอด่าออกมา "ไร้ยางอาย ต่ำช้า สารเลวที่สุด!"

"ใครรังแกเจ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้" จั่นเจากล่าวเสียงร้อนรนเหมือนถูกไฟเผา หญิงสาวเลิกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วระร่ำระลักตอบ

"มันขโมยจูบแรกในชีวิตของข้าไป TT^TT" จั่นเจาสีหน้าอึ้งเล็กน้อย =[]= ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าทำเรื่องแบบนี้ตอนกลางวันแสก ๆ เขากุมมือยวิ๋นฟ่งแล้วพาเข้าไปหาใต้เท้าเปา

"ใต้เท้าเปานี่คู่หมั้นของข้ายวิ๋นฟ่งครับ" จั่นเจาพูดเสียงนอบน้อม "ผู้น้อยยวิ๋นฟง คำนับใต้เท้าเปาค่ะ" หญิงสาวคุกเข่าลงคารวะชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้า

"แม่นางฟ่ง เจ้ามีที่พักหรือยัง" เสียงท่านฝูหยงภรรยาใต้เท้าเปาถามขึ้นมา "ถ้าไม่รังเกียจละก็เจ้าจะพักที่นี่ก็ได้นะ จวนไคฟงมีห้องว่างตั้งหลายห้อง จริงมั๊ยคะท่านพี่"

"ไม่เป็นไรหรอกคะ รบกวนพวกท่านเปล่า ๆ ข้าเองได้จองห้องพักในโรงเตี๊ยมเอาไว้แล้ว" หญิงสาวปฏิเสธทันควัน นางไม่อยากรบกวนใต้เท้าเปามากเกินไป

"จั่นเจา ทำไมไป๋อวี้ถังยังไม่มารายงานตัวอีก นี่ก็จวนจะถึงเวลางานของเขาอยู่แล้ว" ใต้เท้าเปาหันไปถามชายหนุ่ม เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินใต้เท้าเปาเอ่ยถึงชื่อนี้

"วันนี้ข้ากับเขาแลกเวรกัน คืนนี้ข้าคงต้องเฝ้าศาลไคฟงต่อจนถึงสามทุ่มครับ"

"ให้มันได้อย่างนี้สิ หรือว่าเจ้านั่นไปเที่ยวเล่นอีกแล้ว" จางหลงบ่นอุบอิบแต่แล้วต้องลงไปนอนกับพื้นเมื่อถูกด้ามพัดเคาะที่ท้ายทอยอย่างแรง "บังอาจว่าข้าละทิ้งหน้าที่งั้นเรอะ"

"ทีหน้าทีหลังจะนินทาใคร ก็ดูสักหน่อยว่าเจ้าตัวเขาอยู่ด้วยรึเปล่า หึหึ เจ้าน่ะสมควรโดนแบบนี้แล้ว ที่จั่นเจาแลกเวรกับข้าเพราะต้องการให้ข้าช่วยหาที่พักให้กับเพื่อนเขาต่างหากเล่า"

"ฟ่งเออร์ นี่ไป๋อวี้ถัง ข้าฝากเจ้าดูแลนางแทนข้าก่อนนะ" จั่นเจายิ้มน้อย ๆ ไม่ได้รู้เลยว่าสภาพจิตใจของหญิงสาวในตอนนี้ย่ำแย่ขนาดไหนแล้ว

"นี่หรือเพื่อนสาวของเจ้ารึ แมวน้อย" ไป๋อวี้ถังแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก เขาเดินเข้าไปใกล้นางอีกครา แต่นางถอยกรูดแทบจะติดผนังห้อง

"ข้าไม่ใช่เพื่อนพี่จั่น แต่ข้าเป็นว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของเขา!"

"อ๋อ ๆ ข้าเข้าใจแล้วฟ่งเอ๋อร์"

"อย่ามาเรียกข้าสนิทสนมเเบบนั้นนะ!" หญิงสาวร้องโวยวาย ไป๋อวี้ถังล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อหยิบป้ายหยกขาวขึ้นมาพลิกเล่นพลางหยอกล้อ

นางรีบแย่งมาจากมือชายหนุ่มทันที "หนูนาขี้เรื้อนเจ้ากล้าขโมยของของข้าเหรอ"

"เจ้านั่นแหละทำตกไว้ โชคดีที่ข้าเห็นมันเข้าไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าคงร้องไห้ขี้มูกโป่งที่หาของรักไม่เจอ" ไป๋อวี้ถังยิ้มกว้างอีกที จนนางรู้สึกหมั่นไส้

"นี่พวกเจ้าสองคนรู้จักกันแล้วเหรอ ถ้าเช่นนั้นยิ่งดีใหญ่ ข้าจะได้วางใจไปทำงานต่อ ดูแลนางดี ๆ นะอวี้ถัง" จั่นเจาตบบ่าไป๋อวี้ถัง ชายหนุ่มยักคิ้วให้พลางพูดว่า "วางใจเถอะน่า ข้ารับรองจะดูแลนางเป็นอย่างดี จะไม่ให้ขนร่วงแม้เพียงเส้นเดียว ดีมั๊ยจ๊ะ ลูกเป็ดน้อย ^ ^"

ส่วนยวิ๋นฟ่ง...ถ้าไม่ติดว่าจั่นเจาเป็นคู่หมั้น และเป็นชายหนุ่มที่นางหลงรักละก็ นางคงลงมือสังหารเขาไปแล้วก็เป็นได้ โทษฐานที่ทิ้งให้นางอยู่เพียงลำพังกับคนที่นางเกลียดที่สุดโดยไม่รู้ตัว...
อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผงอกแกร่งยังแทบตาย
 

ออฟไลน์ ทูตซ้ายพรรคจรัส

  • เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจงอย่าประมาท
  • กินนรอัครกวี

  • *
  • กระทู้: 432
  • คะแนนกลอน 43
  • เพศ: หญิง
EP.2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 11:19:29 pm »
หลังจากที่จั่นเจาไปแล้ว ไป๋อวี้ถังก็คิดในใจ "หากข้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของจั่นเจาละก็ ข้าคงไม่กระทำการเช่นนั้นกับเจ้าเด็ดขาด" แต่นี่เขาได้ช่วงชิงเอาจุมพิตแรกของนางมาแล้ว เขาควรจะวางตัวเช่นไรดี ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ นอกจากคู่หมั้นของจั่นเจาแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับหญิงใดเลย แต่ทำไมนางผู้นี้กลับทำให้ใจของไป๋อวี้ถัง...เต้นระส่ำได้

ทางด้านหญิงสาวซึ่งในตอนนี้เสียความรู้สึกกับจั่นเจามาก หลายปีแล้วที่ไม่ได้พบกันเขาไม่เพียงไม่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของนาง แถมยังฝากนางไว้กับ...ไอ้หนูลามกตัวนี้อีก

หลังจากที่นางได้ร่ำลาใต้เท้าเปา และฮูหยิน เสร็จเรียบร้อย ก็เร่งฝีเท้าเพื่อให้ออกจากจวนไคฟงอย่างเร็วที่สุด และหวังว่าไป๋อวี้ถังจะตามมาไม่ทัน แต่นางคิดผิด ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าวิชาตัวเบาของหนูขนทองนั้นเป็นเลิศขนาดไหน เพียงชั่วพริบตาเขาก็มายืนปรากฏกายตรงหน้าของนางแล้ว

"เป็ดน้อย นี่เจ้าจะรีบไปไหนมิทราบ แล้วทางไปโรงเตี๊ยมก็ไม่ใช่ทางนี้สักหน่อย" ไป๋อวี้ถังถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ฝ่ายยวิ๋นฟ่งด้วยความที่เพิ่งมาไคฟงเป็นครั้งแรก นางจึงยังไม่ค่อยคุ้นกับที่ทางในเมืองนัก แต่นางก็ไม่อยากเสียหน้าจึงตอบไป

"ข้าจะไปไหนมันก็เรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมาแส่"

"เฮ่ ได้อย่างไรกัน แมวเหมียวฝากเจ้าไว้กับข้านะ"

"หลีกไปสิ ข้าจะกลับโรงเตี๊ยมแล้ว" หญิงสาวหรี่หางตามองคนตรงหน้า ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งหมั่นไส้ขึ้นเรื่อย ๆ

"ไม่หลีก ข้าจะต้องพาเจ้าไปส่งให้ถึงโรงเตี๊ยมโดยไม่บุบสลายซะก่อน"

"กะอิแค่โรงเตี๊ยมใกล้ ๆ แค่เนี๊ยะ!! ข้าโตแล้วนะไม่จำเป็นต้องให้ใครพาไปส่ง ขาข้าก็ไม่ได้พิการ"

"นึกว่าข้าอยากจะไปส่งเจ้านักเหรอไง ข้าแค่ไม่อยากผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกแมวน้อยของข้าก็เท่านั้น" ไป๋อวี้ถังบอกจุดยืนให้นางเข้าใจอีกที

"ลูกแมวน้อยของเขา" ได้ยินไป๋อวี้ถังเรียกพี่จั่นแบบนี้นางแทบอยากจะร้องกรี๊ดแต่ทำได้เพียงกระทืบเท้าแสดงความไม่พอใจเท่านั้น

ระหว่างทางไปโรงเตี๊ยม ยวิ๋นฟ่งเดินนำหน้า ไป๋อวี้ถังเดินตามหลัง เขาเริ่มเกิดความรู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว

"นี่ข้าเป็นอะไรไป ใจมันเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว" เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง ชายหนุ่มจึงแสร้งพูดขึ้นมาว่า

"นี่เป็ดน้อย เจ้าเดินทางเข้าเมืองมาคนเดียวเนี่ยไม่กลัวเจอโจรป่าฉุดระหว่างทางบ้างเหรอ" ยวิ๋นฟ่งไม่รู้ว่าไป๋อวี้ถังจะถามเอาอะไร แต่ก็ตอบกวนประสาทกลับไปว่า

"ข้ายอมเจอโจรป่าทั้งโขยงดีกว่าเจอกับเจ้า" เพราะถ้าเป็นโจรป่าอย่างน้อยนางก็พอใช้วรยุทธ์ที่ร่ำเรียนมาจัดการได้ แต่กับคนตรงหน้า...อย่างมากนางก็ทำได้เพียงแค่ตบหน้ากับร้องโวยวายเท่านั้น

"ลองโผล่มาสิข้าจะอัดให้น่วมเลย" ยวิ๋นฟ่งพูดจาท้าทาย ไป๋อวี้ถังเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามอย่างสงสัย
 
"สตรีเอวบางร่างน้อยอย่างเจ้านะหรือจะต้านทานแรงบุรุษได้"
 
"บิดาข้าสอนข้าฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เล็กนะ! แล้วข้าก็ไม่ใช่พวกคุณหนูที่พอเจอโจรป่าแล้วเข่าอ่อนสักหน่อย"

"ก็ดี...ต่อปากต่อคำกับเจ้ามาทั้งวันข้าชักหิวแล้วล่ะ" พูดจบประโยค ๆ ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวโดยไม่ฟังเสียงโวยวายของนางเลยสักนิด

"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!" ยวิ๋นฟ่งขืนตัวเต็มที่พยายามที่จะเเกะมือของไป๋อวี้ถังออก พร้อมกับมองชายหนุ่มนัยน์ตาเขียวปั๊ด

ไป๋อวี้ถังลากหญิงสาวมาหยุดที่หน้าร้านบะหมี่ เขาผลักนางเข้าไปข้างในแล้วตามไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม

"เจ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นะ บะหมี่หมูแดงร้านนี้อร่อยมาก ลองชิมดูสักครั้งแล้วเจ้าจะติดใจ"

"ท่านลุง ขอบะหมี่หมูแดงพิเศษสองชาม" ไป๋อวี้ถังเจ้ากี้เจ้าการสั่งบะหมี่ให้หญิงสาวโดยไม่ถามนางซักคำ

"เดี๋ยว! ของข้าไม่ใส่ผักนะ" ยวิ๋นฟ่งร้องเหวใส่ชายหนุ่ม จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

"เขาทำมายังไงก็กินเข้าไปเถอะน่า...แล้วก็อย่าทำหน้าบูดเป็นตูดอ๊บแบบนั้นด้วย เห็นแล้วทำให้ข้ากระเดือกบะหมี่ตรงหน้าไม่ลง อีกอย่างกะอิแค่ผักชิ้นเล็ก ๆ มันคงไม่ติดคอเจ้าตายหรอก"

"ข้าเกลียดผัก เห็นมันข้าก็กินไม่ลงเหมือนกัน"

"เรื่องมากจริง ๆ...ท่านลุง ขอบะหมี่หมูแดงอีกชาม ไม่ใส่ผัก ไม่ใส่เนื้อ ไม่ใส่เส้น ไม่ใส่ถ้วย ไม่ต้องกิน!!"

"ไป๋อวี้ถังมันจะมากไปแล้วนะ!" หญิงสาวโวยวายเป็นระลอกที่ห้าของวัน

"เจ้านี่มันไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย มา เดี๋ยวข้าจะช่วยกินผักให้เอง" ไป๋อวี้ถังใช้ตะเกียบคีบผักแต่ทำเนียนคีบหมูแดงชิ้นใหญ่ที่สุดในชามติดมาด้วย

"ไป๋อวี้ถัง เจ้ากล้าเอาหมูแดงของข้าไปกินเหรอ" แทนที่หญิงสาวจะแย่งหมูแดงจากตะเกียบชายหนุ่มคืน นางกลับคีบหมูแดงที่อยู่ในชามของไป๋อวี้ถังมาจนหมดชาม แล้วรีบเอาเข้าปากรวดเดียวเกลี้ยง!

"คุ้มจริง ๆ หมูแดงของข้าหนึ่งชิ้นแลกกับหมูแดงทั้งชามของเจ้า คิกๆ" ยวิ๋นฟ่งหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขพลอยทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายิ้มตาม

"ไว้คราวหน้า ข้าจะคืนให้เจ้าแล้วกันนะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า

"ไม่จำเป็น หมูแดงเพียงไม่กี่ชิ้นแลกกับรอยยิ้มของเจ้า เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว" ไป๋อวี้ถังพูดอย่างจริงใจแต่นางแกล้งทำเป็นหูทวนลม

"เจ้านี่พิลึกคนชะมัด...ข้าจะยิ้มหรือไม่ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเจ้าสักหน่อย"

"ก็ตลอดทางที่มาเนี่ยข้าเห็นเจ้าหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนไม่ได้ถ่ายมาหลายวัน ก็เลยอยากเห็นเจ้า...(ยิ้มบ้างน่ะสิ)

"อยากเห็นข้าทำไมเหรอ?" หญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ไป๋อวี้ถัง

"รีบ ๆ กินเข้า เดินอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงโรงเตี๊ยมแล้ว" ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อครู่กลับมาขรึมเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้นางก็ยอมทำตามแต่โดยดี

ยวิ๋นฟ่งรีบกินบะหมี่ในชามจนเกลี้ยง ดูเหมือนไป๋อวี้ถังเองก็พอใจที่นางทำตัวดีขึ้น

"ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว เจ้าก็เข้าไปสิ" ไป๋อวี้ถังดันหลังนางเบา ๆ หญิงสาวพยักหน้าตอบกลับอย่างซึม ๆ

"ลมอะไรพัดท่านห้ามาถึงโรงเตี๊ยมข้าน้อยได้ขอรับ วันนี้ท่านห้าพาสาวงามมาพักที่นี่ด้วยตัวเอง ช่างเป็นเกียรติกับโรงเตี๊ยมของข้าน้อยจริง ๆ ขอรับ" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับ

"อย่าพล่ามมาก แค่ส่งกุญแจมาก็พอ" ชายหนุ่มพูดเสียงราบเรียบ ชายร่างเล็กรีบส่งกุญแจให้เขา แล้วเดินไปรับแขกคนอื่นต่อ ไป๋อวี้ถังเดินนำนางขึ้นไปยังชั้นสามของโรงเตี๊ยมซึ่งมีห้องสำหรับรับรองแขกพิเศษเพียงสามห้องเท่านั้น เขาไขกุญแจไปที่ห้องริมระเบียงฝั่งขวา ทำท่าผายมือไปที่ประตูทางเข้าก่อนจะพูดจายียวนใส่นาง

"เชิญเข้าพักได้ขอรับ คุณหนูยวิ๋น"

"ย่ะ!" นางตอบกระแทกเสียง แล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ รินน้ำชาในกาขึ้นมาจิบ

"พรุ่งนี้ข้ามีธุระด่วนต้องรีบกลับเกาะเสี้ยนคง ข้าจะพาเจ้าไปฝากเจ้าไว้กับพี่สาวข้านะ"

"ฝันไปเถอะ ข้าจะติดตามเจ้าไปทุกที่ เพราะพี่จั่นฝากข้าไว้กับเจ้า" หญิงสาวพูดเชิงคล้ายยื่นคำขาด ไป๋อวี้ถังมองนางที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"กะอิแค่ข้าช่วงชิงจูบแรกของเจ้าไป เจ้าถึงกับต้องตามรังควานข้าขนาดนี้เชียวหรือ"
 
"อ๋อ ข้ารู้แล้ว เจ้าคงติดใจรสจูบของข้าละซี่" พอชายหนุ่มพูดจบ หญิงสาวก็ซัดฝ่ามือลงบนใบหน้างาม ๆ ของเขาทันที

เพี๊ยะ!!

ตอนนี้ใบหน้าของไป๋อวี้ถังปรากฏรอยแดง ๆ เป็นครั้งที่สองของวัน

"ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าข้ามาก่อน..." ไป๋อวี้ถังยังพูดไม่จบประโยค ก็ถูกตบหน้าหันอีกที

"เป็ดน้อย...ข้าชักจะมีน้ำโหแล้วนะ!!" ชายหนุ่มฉวยโอกาสสกัดจุดนางแล้วอุ้มไปวางบนเตียง

"จะ เจ้าจะทำอะไรข้า"

"ข้าก็จะสั่งสอนเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้ายังไงล่ะ" นัยน์ตาสีนิลของชายหนุ่มฉายแววขุ่นเคือง หญิงสาวรีบอ้อนวอนทันที

"ท่านไป๋อวี้ถัง ท่านคงไม่คิดจะแกล้งข้าน้อยจริง ๆ ใช่มั้ย"

"ทีนี้ละเสียงอ่อนเสียงหวานเชียวนะ" ไป๋อวี้ถังเลื่อนมือมาถอดรองเท้าของนางออก แล้วไล่นิ้วไปที่เส้นประสาทหน้าเท้า...

"เตรียมรับบทลงโทษของข้าให้ดีนะ คุณหนูยวิ๋น" ชายหนุ่มออกแรงกดลงไปที่จุดหย่งเฉวียน (???) ตรงบริเวณอุ้งเท้าของนาง

"ฮ่าๆ!! ก๊ากกก แว๊กกก พอ..ได้แล้วววว! ฮ่าๆ อึก.."

เสียงสะอึกดังลอดออกมา ไป๋อวี้ถังรีบคลายจุดให้นางทันที แล้วรีบรินน้ำชาในกาใส่จอกแต่ปรากฏว่าน้ำชาหมด!

"เป็ดน้อย เจ้ารอข้าก่อนนะข้าจะรีบไปหาน้ำมาแก้สะอึกให้เจ้า" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแล้วรีบสาวเท้าออกจากห้องทันที

หลังจากที่ไป๋อวี้ถังออกไป หญิงสาวก็จัดแจงวางถังน้ำที่มีน้ำปริ่ม ๆ ไว้บนขอบประตู เล็งตำแหน่งให้ตรงกับองศาเวลาเปิดของบานประตู "หึหึ ไป๋อวี้ถัง เจ้าเจอข้าเอาคืนแน่..."

ผ่านไปเพียงห้านาทีเศษไป๋อวี้ถังก็กลับมาพร้อมกาน้ำชา "เป็ดน้อย ข้ามาแล้วนะ" พูดจบเขาก็ผลักประตูเดินเข้ามา

[โครม! ซ่า] ถังไม้หล่นลงมาครอบหัวชายหนุ่มพร้อมทั้งน้ำเย็น ๆ ชะโลมไป๋อวี้ถังจนเปียกโชกไปทั้งตัว หญิงสาวเห็นแผนการสำเร็จดั่งที่คาดคิดเอาไว้ก็หัวเราะคิกคัก พอใจกับผลงานของตัวเอง

"สะใจจริง ๆ เล้ย! เป็นยังไงละคะท่านห้า เจอข้าเอาคืนแบบนี้ ถึงกับพูดไม่ออกเลยสินะ" หญิงสาวดีดตัวไปยืนตรงหน้าชายหนุ่มช่วยเอาถังไม้ออกจากศีรษะไป๋อวี้ถัง

ชายหนุ่มถือโอกาสสกัดจุดนางเป็นครั้งที่สองแล้ว อุ้มนางไปโยนลงบนเตียงไม้ แล้วตามไปขึ้นคร่อมทันที

"ต่ำช้าที่สุด ไป๋อวี้ถัง ปล่อยข้านะไม่อย่างนั้นข้าจะฟ้องพี่จั่นเจาจริง ๆ ด้วย"

"เชิญเลย หากเจ้าไม่อายมัน ดูซิว่ามันยังจะรับเจ้าเป็นภรรยาอีกหรือไม่ หากรู้ว่าเจ้าเป็นของข้าไปแล้ว"

"เจ้ามันสารเลว คำพูดไร้ยางอายแบบนี้เจ้ายังพูดออกมาได้"

"บอกไว้ก่อนเลยนะเป็ดน้อย สาว ๆ ในเมืองไคฟงนี้ล้วนสมยอมข้าแล้วทั้งนั้น ข้าก็จะทำให้เจ้าสมยอมข้าเช่นกัน!"

"ฝันไปเถอะ รับรองได้เลยว่าเจ้าไม่มีวันได้สมใจหรอก!!" ไป๋อวี้ถังไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว ค่อย ๆ ก้มต่ำลงจนใบหน้าของเขากับใบหน้าของยวิ๋นฟงเกือบจะแนบชิดกัน ทันทีที่ได้เห็นสายตาของยวิ๋นฟ่งประสานมา จิตใจชายหนุ่มชักเริ่มหวั่นไหวอีกแล้ว

"เจ้าจะทำอะไรข้า ไอ้หนูขนร่วง ไอ้หนูลาม๊กกกก..." หญิงสาวหลับตาปี๋ ไม่กล้ามองว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ท่าทางสั่นระริกของหญิงสาวทำให้ไป๋อวี้ถังได้สติ เขาพยายามข่มใจตัวเอง ไม่อยากจะทำกับนางเหมือนที่เล่นกับหญิงคนอื่น จึงเลยไปกระซิบกระซาบข้าง ๆ หูของนางว่า

"ที่ข้าทำแบบนี้ก็เพื่อสอนให้เจ้ารู้ว่า ต่อให้เจ้ามีวรยุทธ์แค่ไหน ถึงอย่างไรอิสตรีก็ไม่สามารถเอาชนะบุรุษเพศได้หรอกนะ คืนนี้เจ้านอนหลับให้สบาย แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมารับแต่เช้า ฝันดีนะ ลูกเป็ดน้อย(ของข้า)"

ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนไปจูบที่หน้าผากของนางอย่างเชื่องช้า แววตานางเหมือนมีน้ำใส ๆ คลออยู่คล้ายกำลังจะร้องไห้ เขาคว้าผ้าแพรมาห่มให้นางก่อนที่จะเดินไปดับโคมไฟในห้อง จุดที่ถูกสกัดไว้ก็เริ่มคลาย...ในใจของนางกำลังรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด หรือว่านางเริ่มจะมีใจให้กับไป๋อวี้ถังแล้วนะ

เชอะ!! ไม่มีวันซะหรอก นางรักจั่นเจาคนเดียวเท่านั้น หญิงสาวพยายามหาเหตุผลมากลบเกลื่อนความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าตอนนี้เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของนางคือ เสียงของเจ้าหนูขนเป็ดตัวนั้น...
อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผงอกแกร่งยังแทบตาย
 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN