กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆของคนรักกลอน
กุมภาพันธ์ 10, 2012, 03:22:51 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Custom Search
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม ติดต่อเรา!!  

ข่าวประชาสัมพันธ์
Administrator Comment ประกาศ: ช่วงเวลาตั้งแต่ 00:00น - 01:30น ของทุกวัน ระบบจะทำการ Backup ข้อมูล
ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ อาจทำให้ บุคคลทั่วไป และ สมาชิก เข้าใช้งานบอร์ดได้ลำบากในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงต้องขอให้ทุกท่านหลีกเลี่ยงการใช้งานบอร์ด ในช่วงเวลาดังกล่าว ขออภัยในความไม่สะดวก

กลอน วันวาเลนไทน์ ต้อนรับ  14 กุมภาพันธ์

สวัสดีพี่น้องชาวกวีคลับ และ บุคคลทั่วไป นะครับ เดือนหน้าก็จะก้าวเข้าเดือน กุมภาพันธ์ แล้ว นะครับ

ซึ่งเดือนนี้ก็จะมีวันสำคัญอยู่หนึ่งวันก็คือ วันวาเลนไทน์  นั่นเอง ซึ่งวันดังกล่าวอาจเป็นวันสารภาพรักของใครหลายๆคน

และ ก็อาจเป็นวัน อกหัก เสียใจของใครหลายๆคนด้วยเช่นกันนะครับ บางคนก็อยากจำ แต่ บางคนก็ไม่อยากจำ ก็มีนะครับ

ความรักเป็นเรื่องเข้าใจยาก ทำให้ดีใจได้ ก็ทำให้เสียใจได้ด้วยเช่นกัน  ในช่วงเดือนนี้ผมจึง นำบท กลอน วันวาเลนไทน์

ซึ่งเป็นผลงาน แต่งโดย พี่น้องชาวกวีคลับ ใครอยู่ในอารมณ์ไหน ก็สามารถเลือกอ่านได้ตามใจชอบเลยนะครับ

 

1 กลอนวันวาเลนไทน์ 4 :+: 3รสรัก วันวาเลนไทน์ :+: 7 วันแห่งรัก..พักใจไว้ที่เธอ
2 กลอนวาเลนไทน์ สำหรับคนอกหัก 5 สื่อรักวาเลนไทน์ 8 กลอนวาเลนไทน์หวานๆซึ้งๆ
3 กลอนวาเลนไทน์ภาษาอังกฤษ 6 นิราศวันวาเลนไทน์ 9 Before Valentine ก่อนรัก..หมุนรอบตัวเรา
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: [T]ri-Angl[e]  (อ่าน 1180 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 08:35:14 pm »

เมื่อความรักเล่นตลกกับหัวใจของคนสามคน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่จะสมหวัง ส่วนผู้แพ้ก็ต้องเป็นฝ่ายเดินจากไป...

อาจเพราะเหตุการณ์บางอย่างบังคับให้ต้องใกล้ชิดกัน หรือว่าโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง!!

คนหนึ่งเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นคู่หมั้นขององครักษ์หลวงขั้นสี่จั่นเจา แต่กลับมีใจให้ไป๋อวี้ถัง ส่วนจั่นเจาเองก็มีความสัมพันธ์ที่คนนอกไม่เข้าใจกับไป๋อวี้ถังเช่นกัน

สุดท้ายคนที่ต้องเลือกก็คือไป๋อวี้ถังที่ลังเลใจ เพราะหัวใจของเขามีคนอยู่ในนั้นสองคน...

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

เศษรัก, v.nefertali, มหาซัง, รอยทราย, ดาราอรุณ, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 7 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2009, 08:50:38 pm โดย: ทูตซ้ายพรรคจรัส » บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:02:01 pm »

เรือไม้ลอยเอื่อย ๆ อยู่บนผืนน้ำ บนเรือมีหญิงสาวอายุเพียงสิบหกปีนั่งแกว่งมือในน้ำเล่นอย่างสนุกสนาน นางเงยหน้าหันมายิ้มให้กับชายหนุ่มอาภรณ์สีเงินขลิบทอง ตรงเเขนเสื้อปักลวดลายอย่างวิจิตรไว้เสริมราศรีให้ดูเป็นคุณชายตระกูลผู้ดี

"เจ้าชวนข้ามาพายเรือเล่นแบบนี้เเสดงว่าต้องมีเรื่องแน่นอน" ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม หญิงสาวละมือจากน้ำนั่งจ้องคนตรงหน้าแล้วเอียงคอถาม

"ที่ข้าชวนเจ้ามาพายเรือเล่นมันจำเป็นจะต้องมีเรื่องทุกครั้งด้วยรึ หลันหลัน"

"ทุกทีเป็นเช่นนั้น" ติงเจ้าหลันเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา หญิงสาวหัวเราะคิกคักจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงมองแบบสงสัย

"ลูกไม้เจ้ามันเยอะจะตาย!"

"พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปไคฟง.."

"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของจั่นเจาแต่ข้าก็ยังชอบเจ้าอยู่ดี" ชายหนุ่มบอกความในใจอย่างตรงไปตรงมา ยวิ๋นฟ่งพยักหน้าตอบรับ มีหรือนางจะไม่รู้ว่าติงเจ้าหลันคิดยังไงกับนาง เขาตามจีบนาง

ตั้งแต่นางอายุสิบสาม ตอนนี้ก็ผ่านมาสามปีแล้ว ติงเจ้าหลันก็เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

"ถ้าข้าช้ำรักมาจะกลับมาซบอกเจ้าละกันนะหลันหลัน ^ ^"

"สัญญาสิ"

"ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าก็หัวโบราณเชื่อคำสัญญา ก็ได้ข้าสัญญา" หญิงสาวส่งนิ้วก้อยน้อย ๆ ไปเข้าเกี่ยวกับนิ้วเรียวของอีกฝ่าย

"เข้าฝั่งเถอะ ข้าต้องเตรียมตัวเดินทางแล้ว"

"ให้ข้าไปส่งไหม" เจ้าหลันถามน้ำเสียงห่วงใย เพราะถึงนางจะพอมีวรยุทธ์บ้างแต่ก็แค่หางอึ่งเท่านั้น

"ไคฟงกับซ่งเจียงก็แค่ฮวงโหกั้น เจ้าไม่ต้องไปส่งข้าหรอก เอาเป็นเจ้าว่างก็มาหาข้าที่ไคฟงดีกว่า"

"ตามใจเจ้า" ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก เรือพายจอดเทียบท่าแล้ว หญิงสาวดีดตัวขึ้นไปบนฝั่งหันมายิ้มหวานให้อีกทีก่อนจะโบกมือลาแยกย้ายกลับบ้าน

************************************************************************************************************************

ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวเดินผิวปากอย่างสบายใจ มือหนึ่งถือกระบี่คู่กายอีกมือหนึ่งยกไหเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างเงียบ ๆ นัยน์ตาสีนิลเหลือบไปเห็นหญิงสาวอายุท่าทางไม่ถึงสิบแปด ใบหน้าอ่อนหวานกำลังเดินเข้าไปในร้านบะหมี่

ต่อมเจ้าชู้ของไป๋อวี้ถังเริ่มทำงานทันที เขาสาวเท้าเข้าไปในร้านนั่งโต๊ะตรงข้ามกับนางยิ่งมองใกล้ ๆ...หน้าตานางก็นับว่าสวยใสกว่าหญิงงามบางคนในไคฟงเสียอีกแต่อายุยังเยาว์นี่สิ!

"แม่นางน้อย มานั่งกินบะหมี่คนเดียวไม่เหงาหรือ" ไป๋อวี้ถังพูดทีเล่นทีหยอก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าพลันเเดงซ่านเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามแล้วโปรยยิ้มหวานชนิดที่หญิงใดพบเห็นเป็นต้องละลายลงไปกองกับพื้น

"ไม่เหงาแต่ตอนนี้ชักจะรำคาญแล้ว"

"โอ๊ะ แม่นางน้อย ดูท่าแล้วเจ้าคงจะเป็นคนต่างถิ่นสินะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกเจ้า รู้หรือไม่บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในไคฟงต่างก็อยากให้ข้าเอาใจใส่ทั้งนั้น ที่ท่านห้าอย่างข้ายอมลดตัวลงมาคุยกับเจ้าขนาดนี้ นับว่าเป็นวาสนาของเจ้าแล้วนะ"

"ฮึ ผู้หญิงในเมืองนี้ปัญญาอ่อนหรือไงถึงได้อยากให้เจ้าเอาใจใส่กันนัก"

"แม่นางน้อย เจ้านี่ปากร้ายไม่เบา แถมท่าทางก็ดูหยิ่งยโส เหมือนลูกแมวน้อยของข้าเลย" ไป๋อวี้ถังพูดแล้วฉีกยิ้มอีกรอบ สิ้นคำพูดของไป๋อวี้ถัง คิ้วของหญิงสาวก็เริ่มขมวดเป็นปม พลางนึกในใจว่า ?ลูกแมวน้อยของเขาหรือว่าจะหมายถึงพี่จั่น..?

"จะ เจ้าก็คือไป๋อวี้ถัง..." ยวิ๋นฟ่งจ้องตาเขียวปั๊ดใส่ ชายหนุ่มหยิบพัดหยกหิมะประจำกายขึ้นมาคลี่แล้วโบกเพียงเบา ๆ ก่อนที่จะตอบออกไป

"ถูกแล้วแม่นางน้อย ข้าคือหนูขนทองไป๋อวี้ถัง จอมยุทธหนุ่มเจ้าสำราญแห่งเกาะเสี้ยนคง"

"ผายลมชัด ๆ หนูขนทองงั้นเหรอ ดู ๆ แล้วเจ้าเหมือนหนูขี้เรื้อนมากกว่า แมวหลวงจั่นเจายังจะดูองอาจสง่างามกว่าเจ้าเสียอีก" จบคำพูดหญิงสาวก็กระแทกเงินค่าบะหมี่ลงบนโต๊ะ นางรีบเดินออกมาจากร้านแต่ก็รู้ตัวดีว่าข้างหลังยังมีไป๋อวี้ถังคอยติดตามอยู่ ยวิ๋นฟ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปในซอยหลบหลีกผู้คน ชายหนุ่มก็ยังคงติดตามอย่างไม่ลดละ

"นี่เจ้าจะเดินตามข้ามาทำไม"

"ข้าก็เดินเล่นแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แม่นางน้อย เจ้านั่นแหละที่ขวางทางข้า"

"เชิญ ข้าหลีกทางให้" หญิงสาวเบี่ยงตัวเปิดทางให้ไป๋อวี้ถัง ชายหนุ่มสบโอกาสสืบเท้าเข้าไปประชิดตัวนางทันที!!"

นางไม่รีรอสักนิดที่จะซัดฝ่ามือใส่ใบหน้าเนียน ๆ ของชายหนุ่ม แต่ก็ถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือไว้ทัน

"ปล่อยข้านะ เจ้าหนูนาขี้เรื้อน"

"มันจะมากไปแล้วนะ เจ้ากล้าเอาท่านห้าอย่างข้าไปเปรียบกันหนูนาสั่ว ๆ เช่นนั้นเรอะ ลองว่าข้าอีกครั้งสิ ข้าจะลงโทษเจ้าซะให้เข็ดเลย" ไป๋อวี้ถังท้าทายกลับโดยการยักคิ้วข้างซ้ายใส่นาง ยวิ๋นฟ่งเม้มปากอารมณ์โกรธกำลังพุ่งขึ้นสูง

"ไอ้หนูโรคจิต หนูเส็งเคร็ง หนูลา..." หญิงสาวตะโกนด่าสุดเสียง แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ถูกไป๋อวี้ถังช่วงชิงจุมพิตแรกไปเสียแล้ว

นางพยายามรั้งตัวขัดขืนแต่ก็ไม่มีเรี่ยวเเรงมากพอที่จะขัดขืนไป๋อวี้ถังได้ หยาดน้ำตาของนางค่อย ๆ ไหลรินช้า ๆ

พอไป๋อวี้ถังถอนจุมพิตออก นางก็ตบหน้าชายหนุ่มอย่างแรงจนเป็นรอยมือ

"เจ้ามันสารเลว ต่อไปนี้ถ้าข้าเจอเจ้าอีก ข้าจะฆ่าเจ้า!!" นางเค้นเสียงสูงแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนคนเป็นวรยุทธ์ ไป๋อวี้ถังยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองช้า ๆ พลันเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่บนพื้น

ชายหนุ่มมองป้ายหยกขาวชิ้นนั้น แล้วเลื่อนมือไปหยิบมันขึ้นมา แผ่นป้ายหยกสลักชื่อเจ้าของว่า...ยวิ๋นฟ่ง

"แม่นางน้อยตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในไคฟง...ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าให้จงได้"ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างลอย ๆ แล้วเดินผิวปากตรงไปยังศาลไคฟง

************************************************************************************************************************

จั่นเจายืนรอคู่หมั้นอยู่ที่หน้าศาลไคฟงมานานแล้ว จิตใจของเขากระวนกระวายในใจคิดภาวนาอยู่สองอย่าง หนึ่งคือ ขอให้นางเดินทางมาอย่างปลอดภัย สองคือ อย่าให้ไป๋อวี้ถังรู้เรื่องเด็ดขาด!

แต่ตอนนี้เลยเวลาที่เขาคำนวนมาเกินครึ่งชั่วยามแล้วหรือว่านางจะหลงทาง...ชายหนุ่มอยากจะออกตามหาใจจะขาดแต่ว่าเวลานี้ยังเป็นเวลาราชการต้องคอยเฝ้าศาลไคฟง ส่วนหวังเฉาหม่าฮั่นจะเป็นฝ่ายออกลาดตระเวน

"พี่จั่น!" น้ำเสียงอ่อนหวานตะโกนมาแต่ไกล เขาเห็นนางวิ่งมาแต่ไกลเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง เมื่อมาถึงนางรีบโผเข้ากอดเขาทันที

"ฟ่งเอ๋อร์เจ้าเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า"

หญิงสาวไม่ทันได้ยินคำถามของจั่นเจา มัวแต่คิดถึงสีหน้าเจ้าเล่ห์ของผู้ที่ช่วงชิงจูบแรกไป จึงเผลอด่าออกมา "ไร้ยางอาย ต่ำช้า สารเลวที่สุด!"

"ใครรังแกเจ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้" จั่นเจากล่าวเสียงร้อนรนเหมือนถูกไฟเผา หญิงสาวเลิกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วระร่ำระลักตอบ

"มันขโมยจูบแรกในชีวิตของข้าไป TT^TT" จั่นเจาสีหน้าอึ้งเล็กน้อย =[]= ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าทำเรื่องแบบนี้ตอนกลางวันแสก ๆ เขากุมมือยวิ๋นฟ่งแล้วพาเข้าไปหาใต้เท้าเปา

"ใต้เท้าเปานี่คู่หมั้นของข้ายวิ๋นฟ่งครับ" จั่นเจาพูดเสียงนอบน้อม "ผู้น้อยยวิ๋นฟง คำนับใต้เท้าเปาค่ะ" หญิงสาวคุกเข่าลงคารวะชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้า

"แม่นางฟ่ง เจ้ามีที่พักหรือยัง" เสียงท่านฝูหยงภรรยาใต้เท้าเปาถามขึ้นมา "ถ้าไม่รังเกียจละก็เจ้าจะพักที่นี่ก็ได้นะ จวนไคฟงมีห้องว่างตั้งหลายห้อง จริงมั๊ยคะท่านพี่"

"ไม่เป็นไรหรอกคะ รบกวนพวกท่านเปล่า ๆ ข้าเองได้จองห้องพักในโรงเตี๊ยมเอาไว้แล้ว" หญิงสาวปฏิเสธทันควัน นางไม่อยากรบกวนใต้เท้าเปามากเกินไป

"จั่นเจา ทำไมไป๋อวี้ถังยังไม่มารายงานตัวอีก นี่ก็จวนจะถึงเวลางานของเขาอยู่แล้ว" ใต้เท้าเปาหันไปถามชายหนุ่ม เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินใต้เท้าเปาเอ่ยถึงชื่อนี้

"วันนี้ข้ากับเขาแลกเวรกัน คืนนี้ข้าคงต้องเฝ้าศาลไคฟงต่อจนถึงสามทุ่มครับ"

"ให้มันได้อย่างนี้สิ หรือว่าเจ้านั่นไปเที่ยวเล่นอีกแล้ว" จางหลงบ่นอุบอิบแต่แล้วต้องลงไปนอนกับพื้นเมื่อถูกด้ามพัดเคาะที่ท้ายทอยอย่างแรง "บังอาจว่าข้าละทิ้งหน้าที่งั้นเรอะ"

"ทีหน้าทีหลังจะนินทาใคร ก็ดูสักหน่อยว่าเจ้าตัวเขาอยู่ด้วยรึเปล่า หึหึ เจ้าน่ะสมควรโดนแบบนี้แล้ว ที่จั่นเจาแลกเวรกับข้าเพราะต้องการให้ข้าช่วยหาที่พักให้กับเพื่อนเขาต่างหากเล่า"

"ฟ่งเออร์ นี่ไป๋อวี้ถัง ข้าฝากเจ้าดูแลนางแทนข้าก่อนนะ" จั่นเจายิ้มน้อย ๆ ไม่ได้รู้เลยว่าสภาพจิตใจของหญิงสาวในตอนนี้ย่ำแย่ขนาดไหนแล้ว

"นี่หรือเพื่อนสาวของเจ้ารึ แมวน้อย" ไป๋อวี้ถังแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก เขาเดินเข้าไปใกล้นางอีกครา แต่นางถอยกรูดแทบจะติดผนังห้อง

"ข้าไม่ใช่เพื่อนพี่จั่น แต่ข้าเป็นว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของเขา!"

"อ๋อ ๆ ข้าเข้าใจแล้วฟ่งเอ๋อร์"

"อย่ามาเรียกข้าสนิทสนมเเบบนั้นนะ!" หญิงสาวร้องโวยวาย ไป๋อวี้ถังล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อหยิบป้ายหยกขาวขึ้นมาพลิกเล่นพลางหยอกล้อ

นางรีบแย่งมาจากมือชายหนุ่มทันที "หนูนาขี้เรื้อนเจ้ากล้าขโมยของของข้าเหรอ"

"เจ้านั่นแหละทำตกไว้ โชคดีที่ข้าเห็นมันเข้าไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าคงร้องไห้ขี้มูกโป่งที่หาของรักไม่เจอ" ไป๋อวี้ถังยิ้มกว้างอีกที จนนางรู้สึกหมั่นไส้

"นี่พวกเจ้าสองคนรู้จักกันแล้วเหรอ ถ้าเช่นนั้นยิ่งดีใหญ่ ข้าจะได้วางใจไปทำงานต่อ ดูแลนางดี ๆ นะอวี้ถัง" จั่นเจาตบบ่าไป๋อวี้ถัง ชายหนุ่มยักคิ้วให้พลางพูดว่า "วางใจเถอะน่า ข้ารับรองจะดูแลนางเป็นอย่างดี จะไม่ให้ขนร่วงแม้เพียงเส้นเดียว ดีมั๊ยจ๊ะ ลูกเป็ดน้อย ^ ^"

ส่วนยวิ๋นฟ่ง...ถ้าไม่ติดว่าจั่นเจาเป็นคู่หมั้น และเป็นชายหนุ่มที่นางหลงรักละก็ นางคงลงมือสังหารเขาไปแล้วก็เป็นได้ โทษฐานที่ทิ้งให้นางอยู่เพียงลำพังกับคนที่นางเกลียดที่สุดโดยไม่รู้ตัว...

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

เศษรัก, มหาซัง, konbannokjingnna, ดาราอรุณ, รอยทราย, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 7 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 11:19:29 pm »

หลังจากที่จั่นเจาไปแล้ว ไป๋อวี้ถังก็คิดในใจ "หากข้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของจั่นเจาละก็ ข้าคงไม่กระทำการเช่นนั้นกับเจ้าเด็ดขาด" แต่นี่เขาได้ช่วงชิงเอาจุมพิตแรกของนางมาแล้ว เขาควรจะวางตัวเช่นไรดี ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ นอกจากคู่หมั้นของจั่นเจาแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับหญิงใดเลย แต่ทำไมนางผู้นี้กลับทำให้ใจของไป๋อวี้ถัง...เต้นระส่ำได้

ทางด้านหญิงสาวซึ่งในตอนนี้เสียความรู้สึกกับจั่นเจามาก หลายปีแล้วที่ไม่ได้พบกันเขาไม่เพียงไม่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของนาง แถมยังฝากนางไว้กับ...ไอ้หนูลามกตัวนี้อีก

หลังจากที่นางได้ร่ำลาใต้เท้าเปา และฮูหยิน เสร็จเรียบร้อย ก็เร่งฝีเท้าเพื่อให้ออกจากจวนไคฟงอย่างเร็วที่สุด และหวังว่าไป๋อวี้ถังจะตามมาไม่ทัน แต่นางคิดผิด ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าวิชาตัวเบาของหนูขนทองนั้นเป็นเลิศขนาดไหน เพียงชั่วพริบตาเขาก็มายืนปรากฏกายตรงหน้าของนางแล้ว

"เป็ดน้อย นี่เจ้าจะรีบไปไหนมิทราบ แล้วทางไปโรงเตี๊ยมก็ไม่ใช่ทางนี้สักหน่อย" ไป๋อวี้ถังถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ฝ่ายยวิ๋นฟ่งด้วยความที่เพิ่งมาไคฟงเป็นครั้งแรก นางจึงยังไม่ค่อยคุ้นกับที่ทางในเมืองนัก แต่นางก็ไม่อยากเสียหน้าจึงตอบไป

"ข้าจะไปไหนมันก็เรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมาแส่"

"เฮ่ ได้อย่างไรกัน แมวเหมียวฝากเจ้าไว้กับข้านะ"

"หลีกไปสิ ข้าจะกลับโรงเตี๊ยมแล้ว" หญิงสาวหรี่หางตามองคนตรงหน้า ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งหมั่นไส้ขึ้นเรื่อย ๆ

"ไม่หลีก ข้าจะต้องพาเจ้าไปส่งให้ถึงโรงเตี๊ยมโดยไม่บุบสลายซะก่อน"

"กะอิแค่โรงเตี๊ยมใกล้ ๆ แค่เนี๊ยะ!! ข้าโตแล้วนะไม่จำเป็นต้องให้ใครพาไปส่ง ขาข้าก็ไม่ได้พิการ"

"นึกว่าข้าอยากจะไปส่งเจ้านักเหรอไง ข้าแค่ไม่อยากผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกแมวน้อยของข้าก็เท่านั้น" ไป๋อวี้ถังบอกจุดยืนให้นางเข้าใจอีกที

"ลูกแมวน้อยของเขา" ได้ยินไป๋อวี้ถังเรียกพี่จั่นแบบนี้นางแทบอยากจะร้องกรี๊ดแต่ทำได้เพียงกระทืบเท้าแสดงความไม่พอใจเท่านั้น

ระหว่างทางไปโรงเตี๊ยม ยวิ๋นฟ่งเดินนำหน้า ไป๋อวี้ถังเดินตามหลัง เขาเริ่มเกิดความรู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว

"นี่ข้าเป็นอะไรไป ใจมันเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว" เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง ชายหนุ่มจึงแสร้งพูดขึ้นมาว่า

"นี่เป็ดน้อย เจ้าเดินทางเข้าเมืองมาคนเดียวเนี่ยไม่กลัวเจอโจรป่าฉุดระหว่างทางบ้างเหรอ" ยวิ๋นฟ่งไม่รู้ว่าไป๋อวี้ถังจะถามเอาอะไร แต่ก็ตอบกวนประสาทกลับไปว่า

"ข้ายอมเจอโจรป่าทั้งโขยงดีกว่าเจอกับเจ้า" เพราะถ้าเป็นโจรป่าอย่างน้อยนางก็พอใช้วรยุทธ์ที่ร่ำเรียนมาจัดการได้ แต่กับคนตรงหน้า...อย่างมากนางก็ทำได้เพียงแค่ตบหน้ากับร้องโวยวายเท่านั้น

"ลองโผล่มาสิข้าจะอัดให้น่วมเลย" ยวิ๋นฟ่งพูดจาท้าทาย ไป๋อวี้ถังเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามอย่างสงสัย
 
"สตรีเอวบางร่างน้อยอย่างเจ้านะหรือจะต้านทานแรงบุรุษได้"
 
"บิดาข้าสอนข้าฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เล็กนะ! แล้วข้าก็ไม่ใช่พวกคุณหนูที่พอเจอโจรป่าแล้วเข่าอ่อนสักหน่อย"

"ก็ดี...ต่อปากต่อคำกับเจ้ามาทั้งวันข้าชักหิวแล้วล่ะ" พูดจบประโยค ๆ ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวโดยไม่ฟังเสียงโวยวายของนางเลยสักนิด

"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!" ยวิ๋นฟ่งขืนตัวเต็มที่พยายามที่จะเเกะมือของไป๋อวี้ถังออก พร้อมกับมองชายหนุ่มนัยน์ตาเขียวปั๊ด

ไป๋อวี้ถังลากหญิงสาวมาหยุดที่หน้าร้านบะหมี่ เขาผลักนางเข้าไปข้างในแล้วตามไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม

"เจ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นะ บะหมี่หมูแดงร้านนี้อร่อยมาก ลองชิมดูสักครั้งแล้วเจ้าจะติดใจ"

"ท่านลุง ขอบะหมี่หมูแดงพิเศษสองชาม" ไป๋อวี้ถังเจ้ากี้เจ้าการสั่งบะหมี่ให้หญิงสาวโดยไม่ถามนางซักคำ

"เดี๋ยว! ของข้าไม่ใส่ผักนะ" ยวิ๋นฟ่งร้องเหวใส่ชายหนุ่ม จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

"เขาทำมายังไงก็กินเข้าไปเถอะน่า...แล้วก็อย่าทำหน้าบูดเป็นตูดอ๊บแบบนั้นด้วย เห็นแล้วทำให้ข้ากระเดือกบะหมี่ตรงหน้าไม่ลง อีกอย่างกะอิแค่ผักชิ้นเล็ก ๆ มันคงไม่ติดคอเจ้าตายหรอก"

"ข้าเกลียดผัก เห็นมันข้าก็กินไม่ลงเหมือนกัน"

"เรื่องมากจริง ๆ...ท่านลุง ขอบะหมี่หมูแดงอีกชาม ไม่ใส่ผัก ไม่ใส่เนื้อ ไม่ใส่เส้น ไม่ใส่ถ้วย ไม่ต้องกิน!!"

"ไป๋อวี้ถังมันจะมากไปแล้วนะ!" หญิงสาวโวยวายเป็นระลอกที่ห้าของวัน

"เจ้านี่มันไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย มา เดี๋ยวข้าจะช่วยกินผักให้เอง" ไป๋อวี้ถังใช้ตะเกียบคีบผักแต่ทำเนียนคีบหมูแดงชิ้นใหญ่ที่สุดในชามติดมาด้วย

"ไป๋อวี้ถัง เจ้ากล้าเอาหมูแดงของข้าไปกินเหรอ" แทนที่หญิงสาวจะแย่งหมูแดงจากตะเกียบชายหนุ่มคืน นางกลับคีบหมูแดงที่อยู่ในชามของไป๋อวี้ถังมาจนหมดชาม แล้วรีบเอาเข้าปากรวดเดียวเกลี้ยง!

"คุ้มจริง ๆ หมูแดงของข้าหนึ่งชิ้นแลกกับหมูแดงทั้งชามของเจ้า คิกๆ" ยวิ๋นฟ่งหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขพลอยทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายิ้มตาม

"ไว้คราวหน้า ข้าจะคืนให้เจ้าแล้วกันนะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า

"ไม่จำเป็น หมูแดงเพียงไม่กี่ชิ้นแลกกับรอยยิ้มของเจ้า เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว" ไป๋อวี้ถังพูดอย่างจริงใจแต่นางแกล้งทำเป็นหูทวนลม

"เจ้านี่พิลึกคนชะมัด...ข้าจะยิ้มหรือไม่ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเจ้าสักหน่อย"

"ก็ตลอดทางที่มาเนี่ยข้าเห็นเจ้าหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนไม่ได้ถ่ายมาหลายวัน ก็เลยอยากเห็นเจ้า...(ยิ้มบ้างน่ะสิ)

"อยากเห็นข้าทำไมเหรอ?" หญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ไป๋อวี้ถัง

"รีบ ๆ กินเข้า เดินอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงโรงเตี๊ยมแล้ว" ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อครู่กลับมาขรึมเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้นางก็ยอมทำตามแต่โดยดี

ยวิ๋นฟ่งรีบกินบะหมี่ในชามจนเกลี้ยง ดูเหมือนไป๋อวี้ถังเองก็พอใจที่นางทำตัวดีขึ้น

"ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว เจ้าก็เข้าไปสิ" ไป๋อวี้ถังดันหลังนางเบา ๆ หญิงสาวพยักหน้าตอบกลับอย่างซึม ๆ

"ลมอะไรพัดท่านห้ามาถึงโรงเตี๊ยมข้าน้อยได้ขอรับ วันนี้ท่านห้าพาสาวงามมาพักที่นี่ด้วยตัวเอง ช่างเป็นเกียรติกับโรงเตี๊ยมของข้าน้อยจริง ๆ ขอรับ" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับ

"อย่าพล่ามมาก แค่ส่งกุญแจมาก็พอ" ชายหนุ่มพูดเสียงราบเรียบ ชายร่างเล็กรีบส่งกุญแจให้เขา แล้วเดินไปรับแขกคนอื่นต่อ ไป๋อวี้ถังเดินนำนางขึ้นไปยังชั้นสามของโรงเตี๊ยมซึ่งมีห้องสำหรับรับรองแขกพิเศษเพียงสามห้องเท่านั้น เขาไขกุญแจไปที่ห้องริมระเบียงฝั่งขวา ทำท่าผายมือไปที่ประตูทางเข้าก่อนจะพูดจายียวนใส่นาง

"เชิญเข้าพักได้ขอรับ คุณหนูยวิ๋น"

"ย่ะ!" นางตอบกระแทกเสียง แล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ รินน้ำชาในกาขึ้นมาจิบ

"พรุ่งนี้ข้ามีธุระด่วนต้องรีบกลับเกาะเสี้ยนคง ข้าจะพาเจ้าไปฝากเจ้าไว้กับพี่สาวข้านะ"

"ฝันไปเถอะ ข้าจะติดตามเจ้าไปทุกที่ เพราะพี่จั่นฝากข้าไว้กับเจ้า" หญิงสาวพูดเชิงคล้ายยื่นคำขาด ไป๋อวี้ถังมองนางที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"กะอิแค่ข้าช่วงชิงจูบแรกของเจ้าไป เจ้าถึงกับต้องตามรังควานข้าขนาดนี้เชียวหรือ"
 
"อ๋อ ข้ารู้แล้ว เจ้าคงติดใจรสจูบของข้าละซี่" พอชายหนุ่มพูดจบ หญิงสาวก็ซัดฝ่ามือลงบนใบหน้างาม ๆ ของเขาทันที

เพี๊ยะ!!

ตอนนี้ใบหน้าของไป๋อวี้ถังปรากฏรอยแดง ๆ เป็นครั้งที่สองของวัน

"ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าข้ามาก่อน..." ไป๋อวี้ถังยังพูดไม่จบประโยค ก็ถูกตบหน้าหันอีกที

"เป็ดน้อย...ข้าชักจะมีน้ำโหแล้วนะ!!" ชายหนุ่มฉวยโอกาสสกัดจุดนางแล้วอุ้มไปวางบนเตียง

"จะ เจ้าจะทำอะไรข้า"

"ข้าก็จะสั่งสอนเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้ายังไงล่ะ" นัยน์ตาสีนิลของชายหนุ่มฉายแววขุ่นเคือง หญิงสาวรีบอ้อนวอนทันที

"ท่านไป๋อวี้ถัง ท่านคงไม่คิดจะแกล้งข้าน้อยจริง ๆ ใช่มั้ย"

"ทีนี้ละเสียงอ่อนเสียงหวานเชียวนะ" ไป๋อวี้ถังเลื่อนมือมาถอดรองเท้าของนางออก แล้วไล่นิ้วไปที่เส้นประสาทหน้าเท้า...

"เตรียมรับบทลงโทษของข้าให้ดีนะ คุณหนูยวิ๋น" ชายหนุ่มออกแรงกดลงไปที่จุดหย่งเฉวียน (???) ตรงบริเวณอุ้งเท้าของนาง

"ฮ่าๆ!! ก๊ากกก แว๊กกก พอ..ได้แล้วววว! ฮ่าๆ อึก.."

เสียงสะอึกดังลอดออกมา ไป๋อวี้ถังรีบคลายจุดให้นางทันที แล้วรีบรินน้ำชาในกาใส่จอกแต่ปรากฏว่าน้ำชาหมด!

"เป็ดน้อย เจ้ารอข้าก่อนนะข้าจะรีบไปหาน้ำมาแก้สะอึกให้เจ้า" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแล้วรีบสาวเท้าออกจากห้องทันที

หลังจากที่ไป๋อวี้ถังออกไป หญิงสาวก็จัดแจงวางถังน้ำที่มีน้ำปริ่ม ๆ ไว้บนขอบประตู เล็งตำแหน่งให้ตรงกับองศาเวลาเปิดของบานประตู "หึหึ ไป๋อวี้ถัง เจ้าเจอข้าเอาคืนแน่..."

ผ่านไปเพียงห้านาทีเศษไป๋อวี้ถังก็กลับมาพร้อมกาน้ำชา "เป็ดน้อย ข้ามาแล้วนะ" พูดจบเขาก็ผลักประตูเดินเข้ามา

[โครม! ซ่า] ถังไม้หล่นลงมาครอบหัวชายหนุ่มพร้อมทั้งน้ำเย็น ๆ ชะโลมไป๋อวี้ถังจนเปียกโชกไปทั้งตัว หญิงสาวเห็นแผนการสำเร็จดั่งที่คาดคิดเอาไว้ก็หัวเราะคิกคัก พอใจกับผลงานของตัวเอง

"สะใจจริง ๆ เล้ย! เป็นยังไงละคะท่านห้า เจอข้าเอาคืนแบบนี้ ถึงกับพูดไม่ออกเลยสินะ" หญิงสาวดีดตัวไปยืนตรงหน้าชายหนุ่มช่วยเอาถังไม้ออกจากศีรษะไป๋อวี้ถัง

ชายหนุ่มถือโอกาสสกัดจุดนางเป็นครั้งที่สองแล้ว อุ้มนางไปโยนลงบนเตียงไม้ แล้วตามไปขึ้นคร่อมทันที

"ต่ำช้าที่สุด ไป๋อวี้ถัง ปล่อยข้านะไม่อย่างนั้นข้าจะฟ้องพี่จั่นเจาจริง ๆ ด้วย"

"เชิญเลย หากเจ้าไม่อายมัน ดูซิว่ามันยังจะรับเจ้าเป็นภรรยาอีกหรือไม่ หากรู้ว่าเจ้าเป็นของข้าไปแล้ว"

"เจ้ามันสารเลว คำพูดไร้ยางอายแบบนี้เจ้ายังพูดออกมาได้"

"บอกไว้ก่อนเลยนะเป็ดน้อย สาว ๆ ในเมืองไคฟงนี้ล้วนสมยอมข้าแล้วทั้งนั้น ข้าก็จะทำให้เจ้าสมยอมข้าเช่นกัน!"

"ฝันไปเถอะ รับรองได้เลยว่าเจ้าไม่มีวันได้สมใจหรอก!!" ไป๋อวี้ถังไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว ค่อย ๆ ก้มต่ำลงจนใบหน้าของเขากับใบหน้าของยวิ๋นฟงเกือบจะแนบชิดกัน ทันทีที่ได้เห็นสายตาของยวิ๋นฟ่งประสานมา จิตใจชายหนุ่มชักเริ่มหวั่นไหวอีกแล้ว

"เจ้าจะทำอะไรข้า ไอ้หนูขนร่วง ไอ้หนูลาม๊กกกก..." หญิงสาวหลับตาปี๋ ไม่กล้ามองว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ท่าทางสั่นระริกของหญิงสาวทำให้ไป๋อวี้ถังได้สติ เขาพยายามข่มใจตัวเอง ไม่อยากจะทำกับนางเหมือนที่เล่นกับหญิงคนอื่น จึงเลยไปกระซิบกระซาบข้าง ๆ หูของนางว่า

"ที่ข้าทำแบบนี้ก็เพื่อสอนให้เจ้ารู้ว่า ต่อให้เจ้ามีวรยุทธ์แค่ไหน ถึงอย่างไรอิสตรีก็ไม่สามารถเอาชนะบุรุษเพศได้หรอกนะ คืนนี้เจ้านอนหลับให้สบาย แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมารับแต่เช้า ฝันดีนะ ลูกเป็ดน้อย(ของข้า)"

ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนไปจูบที่หน้าผากของนางอย่างเชื่องช้า แววตานางเหมือนมีน้ำใส ๆ คลออยู่คล้ายกำลังจะร้องไห้ เขาคว้าผ้าแพรมาห่มให้นางก่อนที่จะเดินไปดับโคมไฟในห้อง จุดที่ถูกสกัดไว้ก็เริ่มคลาย...ในใจของนางกำลังรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด หรือว่านางเริ่มจะมีใจให้กับไป๋อวี้ถังแล้วนะ

เชอะ!! ไม่มีวันซะหรอก นางรักจั่นเจาคนเดียวเท่านั้น หญิงสาวพยายามหาเหตุผลมากลบเกลื่อนความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าตอนนี้เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของนางคือ เสียงของเจ้าหนูขนเป็ดตัวนั้น...

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

เศษรัก, มหาซัง, konbannokjingnna, ดาราอรุณ, รอยทราย, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 7 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2009, 02:17:30 pm โดย: ทูตซ้ายพรรคจรัส » บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #3 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2009, 08:18:37 am »

ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวเดินทอดน่องเรื่อย ๆ ไปยังหอชมดาว เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อดื่มสุราเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้เขาตั้งใจมาหาพี่สาวของเขา นางรำอันดับหนึ่งของเมืองไคฟง ไป๋อวี้หลัน

"พี่เปิดประตูให้ข้าทีสิ" ไป๋อวี้ถังพูดพลางเคาะประตูไม่สนใจว่าคนข้างในจะโวยวายหรือด่ากลับมา

"เจ้าน้องบ้า นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วคนจะหลับจะนอน" หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างอิดออด

"มาหาข้ากลางดึกแบบนี้มีเรื่องมาอีกละสิ"

"ข้ามาหาท่านจำเป็นต้องมีเรื่องด้วยหรือไง" ชายหนุ่มแย้งขึ้นมาก่อนที่จะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เทน้ำชามาจิบอย่างสบายใจ

"พี่รองส่งสัญญาณห้าหนูเรียกข้ากลับเกาะเสียนคง"

"แล้วยังไงอีก" ไป๋อวี้หลันนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามเท้าคางมองน้องชายตัวเองด้วยสีหน้าแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย

"ก็ไม่มีอะไร แค่อาซ้อกับพี่ใหญ่เพิ่งกลับจากไปเที่ยวที่ต่างแดน แล้วซื้อของฝากมาให้พี่เยอะแยะ"

"นั่นไม่ใช่เหตุผลแท้จริงที่เจ้ามาหาข้าหรอกอวี้ถัง" นางพูดพลางหรี่นัยน์ตาลงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าพี่สาวเริ่มระแคะระคายอะไรบางอย่างเข้าแล้ว ไป๋อวี้ถังแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วยกน้ำชาขึ้นมาจิบต่อ

"ข้าแค่อยากจะฝากคู่หมั้นของจั่นเจาไว้กับพี่ซักวันสองวันเท่านั้นเอง" ไป๋อวี้ถังพูดเสียงเรียบเฉย แต่นางกลับทำตาโตเท่าไข่ห่าน

"คู่หมั้นของท่านจั่นเจา!! เจ้าสมองกลวงหรือไง รู้ทั้งรู้ว่าข้าชอบจั่นเจาเจ้าก็ยังจะมาฝากคู่หมั้นของเขาไว้กับข้า เจ้าไม่กลัวข้าจะกำจัดนางทิ้งหรือไง"

"ข้ารู้ว่าพี่สาวข้าเป็นคนมีเหตุผล ดังนั้นพี่ไม่มีวันทำเช่นนั้นแน่" ชายหนุ่มตอบปัดอย่างรวดเร็วจนนางรู้สึกได้ว่าน้องชายของนางจะปกป้องหญิงสาวคนนี้ออกนอกหน้าออกตาไปหน่อย

"คิดว่าข้าขอร้องพี่ละกัน"

"ก็ได้ ข้ารับปาก"
 
"แต่มีข้อแม้ว่าพี่จะต้องปลอมตัวไปรับหน้าแทนข้าด้วยนะ"
 
"แล้วทำไมจะต้องให้ข้าปลอมตัวเป็นเจ้าด้วยล่ะ"
 
"ช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้โจรสลัดชุกชุมเต็มน่านน้ำ ข้าก็แค่ไม่อยากพานางไปเสี่ยงอันตรายด้วยก็เท่านั้นเอง (ถ้าเป็นที่อื่นก็ว่าไปอย่าง)"
 
ไป๋อวี้หลันคิดในใจ สัมผัสที่หกของนางช่างแม่นอะไรเช่นนี้ "แล้วนางชื่ออะไรล่ะ"

"นางชื่อยวิ๋นฟ่ง นิสัยค่อนข้างแก่นแก้ว แถมปากเสียชอบเรียกข้าว่าหนูขนร่วง หนูลามก..." ไป๋อวี้ถังคลี่พัดประจำตัวออกมาโบกเพียงเบา ๆ แล้วพูดต่อ

"ข้าเลยเรียกนางกลับว่าเป็ดน้อย ^^"

"หนูลามกเรอะ...ถ้านางเรียกเจ้าแบบนั้นเเสดงว่าเจ้าต้องไปก่อเรื่องไว้ละสิ"

"แหะ ๆ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากขโมยจูบแรกของนางมาเท่านั้นเอง ^^"

"เจ้าน้องตัวดี ขอข้าสั่งสอนซักหน่อยเหอะ" ไป๋อวี้หลันแย่งพัดจากมือน้องชาย แล้วใช้ด้ามพัดเคาะศีรษะเขาอย่างแรง
 
"โอ๊ย!! ข้าเจ็บนะ พี่ตีหัวข้าทำไมเนี่ย"

"ยังไม่สำนึกอีก...เจ้าไม่รู้เหรอไง สำหรับผู้หญิง จูบแรก มันสำคัญขนาดไหน!!"

"ข้าจะไปรู้ได้ไงเล่า หากข้ารู้ก่อนหน้านั้นว่านางเป็นคู่หมั้นของจั่นเจา ข้าก็ไม่ยุ่งหรอกน่า"

"เจ้านี่มัน...หมดทางเยียวยาแล้วจริง ๆ จะไปไหนก็ไปไป๊ พรุ่งนี้ข้าจะไปรับนางแทนเจ้าเอง!"

"ขอบคุณครับพี่สาวคนสวย ข้ารู้ว่าท่านดีต่อข้าเสมอ" ไป๋อวี้ถังเข้าไปหอมแก้มขอบคุณพี่สาว แล้วดีดตัวลงไปทางหน้าต่างทิ้งไว้เพียงงานชวนปวดกะโหลกให้กับอวี้หลัน

เมื่อรุ่งสางมาเยือน หญิงสาวในคราบไป๋อวี้ถังเดินอิดออดไปที่โรงเตี๊ยม นางเคาะประตูพลางตะโกนปลุกหญิงสาวในห้องที่ยังหลับอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

"ยวิ๋นฟ่งตื่นได้แล้ว" ไป๋อวี้หลันพยายามกดเสียงให้ทุ้มต่ำลง ยวิ๋นฟ่งที่กำลังนอนหลับสบายขี้เกียจลุกจากเตียงจึงตอบกลับไปว่า

"ขอข้าอีกห้านาทีนะพี่สาว แล้วข้าจะลงไปช่วยท่านทำกับข้าวให้ท่านพ่อ"

"ข้าไม่ใช่พี่สาวของเจ้า!" พรึบบบ!! เสียงผ้าห่มถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว ยวิ๋นฟ่งสะดุ้งโหยงเดินขยี้ตาพลางหาวหวอดไปเปิดประตู

"รีบ ๆ ล้างหน้าซะสิ" ไป๋อวี้หลันยกอ่างน้ำมาวางตรงหน้านาง หญิงสาวพยักหน้าตอบอย่างเชื่องช้า วักน้ำล้างหน้าเพียงสองสามครั้ง

"ข้าหิวข้าวแล้ว ลงไปหาอะไรกินกันเถอะ"

"นี่ อวี้ถังข้าอยากจะไปกินบะหมี่ร้านเมื่อคืนอีกครั้งจัง" ยวิ๋นฟ่งพูดเสียงสดใส พลางนึกถึงศึกชิงหมูแดงระหว่างนางกับหนูขนทองเมื่อคืนนี้

"จะกินอะไรก็ได้ เจ้าก็นำทางข้าสิ"

"ก็เจ้านั่นแหละที่เป็นคนลากข้าไป ดูผลงานของเจ้าเองสิ" ยวิ๋นฟ่งเลิกชายแขนเสื้อให้ไป๋อวี้หลันดูร่องรอยช้ำเป็นจ้ำเขียว ๆ ที่ข้อมือจนนางเผลออุทานไม่ได้

"ต๊ายย นี่เขาทำรุนแรงกับเจ้าขนาดนี้เชียวหรือ"

"ไป๋อวี้ถัง ไหงเจ้าร้องอุทานเหมือนพวกครึ่งชายครึ่งหญิงอย่างนั้นแหละ =[]="
 
"งานเข้าอีกแล้วช้านนน" ไป๋อวี้หลันลอบคิดในใจ "เอาล่ะงัดไม้นี้มาใช้ก็แล้วกัน"

"แหม ข้าก็เป็นแบบนี้แหละฮ้า!!~"

"นี่เจ้าใช่ไป๋อวี้ถังที่ขโมยจูบข้าไปจริง ๆ เหรอ" (แล้วจะพูดออกมาทำม๊ายย) หญิงสาวหรี่หางตามอง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาก็ยิ่งทำให้นางเริ่มจะมั่นใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ไป๋อวี้ถังแน่ ๆ

"แหม ถ้าเจ้าติดใจรสจูบเมื่อวานละก็บอกข้าตรง ๆ สิ" ไป๋อวี้หลันแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปหายวิ๋นฟ่ง แต่ถูกนางเอามือดันหน้าอกเอาไว้ ยวิ๋นฟ่งได้สัมผัสถึงความนุ่มนิ่ม เด้งดึ๋งเต็ม ๆ สองมือ นัยน์ตาพลันเบิกโพลงด้วยความตกใจ

"จะ เจ้าเป็นใครกันแน่"

"ว้า ความแตกซะแล้ว ข้าก็คือ ไป๋อวี้หลัน" คำตอบของหญิงสาวตรงหน้าทำให้นางเลิกคิ้วสูง นี่นะเหรอคนที่เพื่อนชายนางพร่ำเพ้อละเมอหาถึงทุกวัน

"ชื่อท่านคือไป๋อวี้หลัน ถ้าเช่นนั้นท่านก็เป็นนางรำอันดับหนึ่งของเมืองไคฟงใช่มั้ยคะ"

"เจ้ารู้จักข้าด้วยเหรอ" ไป๋อวี้หลันถามนาง นัยน์ตาแฝงแววเป็นประกาย + +

"รู้จักสิคะ ก็เพื่อนข้าเจ้าฮุยเอ่ยถึงท่านให้ข้าฟังทู๊กกกวัน"

"เหรอจ๊ะ! ตอนอยู่ที่ซ่งเจียงเขาแอบไปทำเจ้าชู้กับหญิงสาวคนอื่นบ้างมั้ย" ยวิ๋นฟ่งพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ไป๋อวี้หลันชูมือขึ้นมากำหมัดคาดโทษคนที่อยู่ถึงซ่งเจียง

"แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงท่านก็สวยกว่าอยู่แล้ว"

"เเหม เจ้านี่ช่างปากหวานเหลือเกินนะ"

"ข้าต้องขอโทษที่เมื่อครู่เสียมารยาทกับพี่อวี้หลันนะคะ" หญิงสาวจะโค้งขอโทษไป๋อวี้หลันจึงรีบโผตัวเข้ามารับ

"ไม่เป็นไรข้าไม่ถือจ้ะ"

"แล้ว..." ไป๋อวี้หลันดูออกว่ายวิ๋นฟ่งกำลังจะถามถึงเจ้าน้องชายตัวแสบจึงพูดต่อ

"ป่านนี้มันคงอยู่ที่ท่าเรือแล้ว ถ้าเจ้าตามไปตอนนี้เลยอาจจะยังทันอยู่นะ"

"ขอบคุณพี่อวี้หลันมาก ๆ เลยนะคะ"

"ไม่เป็นไรจ้ะ ข้าใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากจะมีน้องสะใภ้ เอ้ย น้องสาวเช่นเจ้า ^^"

"ค่ะท่านพี่!!" ยวิ๋นฟ่งขานรับเสียงหวานหลังจากนั้นจึงร่ำลาไป๋อวี้หลันแล้วรีบวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมดิ่งตรงไปยังท่าเรือ ในใจภาวนาว่าขอให้ทีทันเถ๊อะ!!

"ไป๋อวี้ถัง เจ้าคิดจะทิ้งข้าไว้ที่เมืองไคฟงงั้นเหรอ ฝันไปเถอะย่ะ!!"

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

มหาซัง, เศษรัก, konbannokjingnna, ดาราอรุณ, รอยทราย, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 7 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2009, 08:20:40 am โดย: ทูตซ้ายพรรคจรัส » บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #4 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 10:47:55 am »

เวลายามสายของเมืองไคฟง ไป๋อวี้ถังยังไม่ได้ขึ้นเรือที่เหมาลำไว้ เขาเดินผ่านร้านค้าแผงลอยเล็ก ๆ ใกล้กับสะพานขึ้นเรือ นัยน์ตาคมกริบเหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กสาวท่าทางแก่นแก้วก็นึกถึงยวิ๋นฟ่งขึ้นมาจึงตัดสินใจจะซื้อไปฝากนางแทนคำขอโทษ

"น้องสาว ตุ๊กตาตัวนี้ราคาเท่าไหร่" ไป๋อวี้ถังเงยหน้าถามเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับยวิ๋นฟ่ง นางยิ้มหวานกลับก่อนจะบอกราคาตุ๊กตา

"ยี่สิบอีแปะค่ะพี่ชาย"

ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อกำลังจะจ่ายเงิน เด็กสาวรับตุ๊กตาในมือคว้ามันมาห่อเตรียมจะให้แต่แล้วกลุ่มอันธพาลก็เข้ามาพังแผงร้านต่อหน้าต่อตาไป๋อวี้ถัง
 
"ไงจ๊ะสาวน้อยวันนี้มีเงินจ่ายค่าคุ้มครองไหม" ชายร่างยักษ์พูดพลางถีบโต๊ะไม้ไผ่กระเด็น
 
"พี่ชายช่วยข้าด้วย" เด็กสาวรีบวิ่งมาหลบหลังชายหนุ่ม ไป๋อวี้ถังก้มลงมองตุ๊กตาตัวน้อยที่ถูกพวกอันธพาลเหยียบย่ำเหมือนของไร้ค่า ก็บันดาลโทสะขึ้นมาในทันที
 
เขาสืบเท้าเข้าประชิดอีกฝ่ายก่อนจะซัดหมัดขวาเข้าตรงท้องน้อยจนร่างสูงกระอักเลือด เพียงหมัดเดียวชายร่างยักษ์ก็ลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น
 
"รู้ไหมกว่าข้าจะหาซื้อตุ๊กตาตัวนี้ได้มันลำบากมากแค่ไหน"
 
ไป๋อวี้ถังง้างเท้าขึ้นมาแล้วยันอีกฝ่ายจนกระเด็นไปตรงกลางวงของลูกน้อง

"รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!" ไม่ต้องให้พูดซ้ำสองพวกมันก็วิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง
 
"เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจัดการพวกมันไปหมดแล้ว" ไป๋อวี้ถังหันไปยิ้มให้กับเด็กสาว นางเดินไปกุมมือแม่ที่กำลังนอนป่วยบนแคร่ไม้ไผ่
 
"ท่านแม่คะ พวกเรารอดแล้วนะคะ ต้องขอบคุณพี่ชายท่านนี้" ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแล้วหยิบถุงเงินห้าตำลึงส่งให้เด็กสาว

"เอาเงินนี่ไปรักษามารดาของเจ้านะ ส่วนตุ๊กตาที่แตกทั้งหมดข้าจะเหมาเอง"
 
ยวิ๋นฟ่งที่แอบอยู่บนเรือได้เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดพลันนึกขึ้นในใจ ข้านึกว่าสมญาจอมยุทธ์คุณธรรมของเจ้าจะแค่ราคาคุยซะอีก เป็นคนดีกับเค้าก็เป็นเหมือนกันนี่ ทันใดนั้นเองนางต้องรีบซ่อนกายเมื่อเห็นไป๋อวี้ถังกำลังเดินขึ้นสะพานมาแล้ว
 
"ท่านห้า ข้านำเรือออกจากฝั่งเลยนะขอรับ" หัวเรือร้องถาม ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ เขานั่งพิงผนังเรือในใจเริ่มนึกถึงหญิงสาวที่อยู่บนฝั่ง ไม่รู้ว่านางกำลังทำอะไรอยู่ ความจะแตกหรือเปล่าน้า
 
"เป็ดน้อย ตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่" ไป๋อวี้ถังพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเเหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามสาย
 
ยวิ๋นฟ่งค่อย ๆ คลานออกมาจากท้ายเรือแล้วเดินเข้าไปทักชายหนุ่มจากทางด้านหลัง
 
"ข้าก็อยู่บนเรือกับเจ้าไง ^^"
 
"เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ไง" ไป๋อวี้ถังสีหน้าตกใจ แต่ตอนนี้เรือก็แล่นออกจากฝั่งมาไกลแล้ว จะเอานางกลับเข้าฝั่งก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย
 
"เจ้าเองก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ" หญิงสาวพูดขึ้นมาลอย ๆ
 
"ก็ไม่มีอะไรนี่ ข้าแค่คันไม้คันมืออยากจะอัดคนพอดี ส่วนพวกมันก็เข้ามารนหาที่เอง"
 
"อ้อ ข้ารู้แล้ว เป็นเพราะสาวน้อยคนนั้นหน้าตาสวยใช่ไหม เจ้าถึงได้ช่วยนาง"
 
"จะว่าสวยก็สวยแต่อายุนางยังเยาว์ (เหมือนเจ้า) นี่สิ" ชายหนุ่มถอนหายใจคล้ายกับว่าจะเสียดายอยู่ไม่น้อย
 
ยวิ๋นฟ่งจากที่เริ่มมองว่าไป๋อวี้ถังเป็นคนดี ตอนนี้ชักเริ่มไม่มั่นใจอีกแล้ว

"อยากได้นางมาเป็นหญิงในสังกัดเจ้าอีกคนว่างั้นเถอะ" ไป๋อวี้ถังเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม
 
"เจ้าไม่เมาเรือแน่นะ" น้ำเสียงชายหนุ่มถามนางด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวเลิกคิ้วสูงก่อนจะโบกมือปฏิเสธ
 
"ไม่หรอกข้าเดินทางด้วยเรือบ่อยจะตาย...ว่าแต่เจ้าเหอะ ได้ข่าวว่าว่ายน้ำไม่เป็นไม่ใช่หรือ"
 
"เจ้าดูแคลนข้าเกินไปรึเปล่า กะอีแค่ว่ายน้ำทำไมข้าจะว่ายไม่เป็น ใครกันที่ปล่อยข่าวลือเเบบนี้" ชายหนุ่มคิดในใจ
 
หากนางรู้ว่าเขากำลังหัดว่ายน้ำอยู่ละก็ หนูขนทองผู้เลื่องชื่ออย่างเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
 
"ข้าแค่ไม่ชอบน้ำเท่านั้นเอง" ไป๋อวี้ถังปริปากบอกอ้อมโลก บรรยากาศความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมอีกครั้ง ยวิ๋นฟ่งดูคล้ายกำลังใจลอย นางทอดสายตามองไปยังเวิ้งฟ้าที่ไกลแสนไกล

"เจ้ารู้ไหมทำไมข้าไม่อยากพาเจ้ามาด้วย..." เสียงของไป๋อวี้ถังดังขึ้นทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย
 
"เพราะเจ้าจะพาสาว ๆ มากกในเรือใช่ม๊า"
 
ให้ตายเถอะ ในสายตาของเจ้าไม่เคยเห็นข้าดีบ้างเลยรึไง ชายหนุ่มคิดในใจแล้วตอบน้ำเสียงเรียบกลับไปว่า

"น่านน้ำในตอนนี้ไม่ปลอดภัยเพราะมีโจรสลัดคอยดักปล้นอยู่ ข้าจำต้องกลับเกาะเสี้ยนคงเพราะพี่ใหญ่เรียกไปปรึกษาหารือกัน"
 
ใจจริงไป๋อวี้ถังอยากจะบอกว่า เพราะสู้กันในน้ำแบบนี้ ข้าไม่ถนัดกลัวว่าจะปกป้องเจ้าไม่ได้
 
"เกิดอะไรขึ้น เกาะเสี้ยนคงมีท่านหลูฟังปกครองอยู่นี่นา"
 
"เดือนที่แล้วมีโจรสลัดต่างถิ่นเข้ามาบุกรุกฆ่าคนของเราตายไปหลายคน"
 
เรือจอดเทียบท่าแล้ว ชายหนุ่มดีดตัวขึ้นมาบนฝั่งอย่างง่ายดาย เขายื่นมือไปรับแต่กลับนางถูกปฏิเสธ ยวิ๋นฟ่งเลือกที่จะดีดตัวขึ้นมาเองมากกว่าจะรับน้ำใจจากไป๋อวี้ถัง

***************************************************************************************************
 
ชายหนุ่มเดินนำทางไปยังคฤหาสน์ห้าหนู เกาะเสี้ยนคงตอนนี้แม้จะเป็นเวลาสิบโมงแล้วตลาดยังคงคึกคักเหมือนตอนเช้าไม่มีผิด
 
"ไป๋อวี้ถังข้าหิวแล้ว กินบะหมี่กันก่อนได้ไหม"
 
"ยังจะกินบะหมี่อีกเหรอ เจ้าไม่เบื่อบ้างรึไง" ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสงสัย เขาสังเกตนางมาหลายครั้งแล้วว่านางชอบทานบะหมี่แทนข้าว
 
"อืม ร้านนี้ดีกว่า ข้าเองก็ชอบมากิน" ไป๋อวี้ถังเดินนำนางเข้าไปในร้านบะหมี่ริมทาง เขาสั่งบะหมี่สองชามโดยครั้งนี้ อีกชามไม่ใส่ผักสมใจหญิงสาว เมื่อชามบะหมี่สีเหลืองถูกวางลงบนโต๊ะ กลิ่นน้ำซุปหอมน่าทานโชยมาแตะจมูก หญิงสาวไม่ลังเลที่จะคว้าตะเกียบเข้าจัดการในทันที
 
"ดูท่าเจ้าคงหิวมากสินะ...รีบขนาดนั้นเดี๋ยวก็ได้สำลักบะหมี่หรอก" จบคำพูดชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง อึก...อึ๊ก หญิงสาวพยายามทุบหน้าอกตัวเองเบา ๆ แต่ก็ไร้ผล

"จะมาไม้เดิมอีกละสิ ฮ่า ๆ คราวนี้ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอกนะ"

พูดจบไป๋อวี้ถังก็คีบหมูแดงชิ้นโตจากชามของนางเข้าปากตัวเอง" ยวิ๋นฟ่งในตอนนี้ทั้งเจ็บใจที่เห็นชายหนุ่มคีบเนื้อชิ้นโตเข้าปากไปต่อหน้าต่อตา ทั้งน้ำตาเล็ดเพราะอาการสะอึกเจ้ากรรมยังไม่หาย

"เป็ดน้อย เลิกเล่นละครได้แล้วน่า..."

"เฮ่ย นี่เจ้าสะอึกจริง ๆ เหรอ...งานเข้าข้าอีกจนได้" ไป๋อวี้ถังเกร็งกำลังซัดฝ่ามือเบา ๆ ลงตรงกลางแผ่นหลังของหญิงสาว ซักพักนางก็หายเป็นปกติ

หลังจากที่จัดการอาหารมื้อบ่ายเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็รีบเดินทางไปยังคฤหาสน์ห้าหนูทันที

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, เศษรัก, ดาราอรุณ, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 4 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2010, 10:51:29 am โดย: ทูตซ้ายพรรคจรัส » บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #5 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 10:56:18 am »

"ไป๋อวี้ถังคารวะท่านพี่ทั้งสี่" ไป๋อวี้ถังกล่าวคำนับบรรดาพี่ชายร่วมสาบานทันทีที่เข้ามาถึง พี่ใหญ่หลูฟางพยักหน้าตอบรับพลางหันไปมองหญิงสาวข้างกายไป๋อวี้ถัง
 
"ยวิ๋นฟ่ง เจ้าหลันล่ะ เขาไม่ได้มาพร้อมกับเจ้าด้วยรึ"
 
"ค่ะ วันนี้ข้ามากับไป๋อวี้ถัง" หญิงสาวพูดเสียงใสทำให้หลูฟางสงสัยไม่น้อย ไป๋อวี้ถังคล้ายจะรู้ว่าพี่ร่วมสาบานคิดอะไรอยู่จึงตอบปัดโดยทันที
 
"จั่นเจาฝากคู่หมั้นเขาไว้ให้ข้าดูแล"
 
"อ่อ งั้นพวกเจ้าพักผ่อนก่อนนะ ข้าจะเข้าไปทำธุระในเมืองต่อ เห็นว่าเย็นนี้ซ้อใหญ่เตรียมสำรับหลายอย่างไว้เลี้ยงต้อนรับพวกเจ้าด้วย" หลูฟางยิ้มให้ไป๋อวี้ถังพร้อมตบบ่าน้องรักหนึ่งทีก่อนจะเดินจากไป
 
"พี่รอง ท่านแม่ของข้ามาถึงหรือยัง" ชายหนุ่มพูดเสียงร้อนรนเมื่อนึกถึงมารดาตัวเอง เพราะเจอทีไรเขาเป็นต้องโดนเทศน์หูชาทุกที
 
"ถามหาข้าทำไมรึไอ้ลูกเวร" เสียงแม่เฒ่าเจียงหนิงดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มหันไปมองมารดาตัวเอง
 
"ทะ ท่านแม่มาเมื่อไหร่" ไป๋อวี้ถังยิ้มแห้ง ๆ ให้กับผู้เป็นมารดา นางใช้ไม้เท้าเคาะศีรษะชายหนุ่มอย่างแรงจนเขาต้องเอามือกุมหัว
 
"คดีเก่าเจ้ายังไม่โดนข้าลงโทษ วันนี้แหละข้าจะลงโทษเจ้า ไอ้ลูกไม่รักดี"
 
"เดี๋ยวสิท่านแม่ อย่าทำข้าเลยน้า ท่านแม่คนสวย" จอมยุทธ์หญิงวัยกลางคนง้างไม้เท้าขึ้นเตรียมจะฟาด ชายหนุ่มจึงวิ่งหลบไปอยู่ด้านหลังของนาง พยายามเกาไหล่เป็นเชิงออดอ้อน
 
"เจ้าน่ะไม่ทำการทำงาน วัน ๆ เอาแต่ร่ำสุราเคล้านารี สู้พี่สาวเจ้าก็ไม่ได้ นางเป็นถึงนางรำอันดับหนึ่งของไคฟง หัดทำตัวให้สมกับเป็นลูกชายของข้าหน่อยสิ แล้วคราวนี้ไปหลอกสาวบ้านไหนมาอีกล่ะ"
 
"ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยท่านแม่"
 
"อายรึไง หน้าด้าน ๆ แบบเจ้าอายเป็นกับเขาด้วยรึ" แม่เฒ่าเจียงหนิงพักเหนื่อยก่อนจะเริ่มด่าลูกชายต่อ
 
"ข้าน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากเจ้าตั้งแต่เด็กแล้ว ไอ้ลูกไม้ได้เรื่อง คราวก่อนก็ไปกวนงานใต้เท้าเปากับองครักษ์จั่นจนโดนกักบริเวณไปหนึ่งปีเต็ม ไม่ได้สำนึกเลยใช่มั้ย"
 
จอมยุทธ์หญิงวัยกลางคนง้างฝ่ามือเตรียมจะฟาดกบาลลูกชาย ยวิ๋นฟ่งเห็นท่าไม่ดี(เกิดสงสาร)จึงร้องทักขึ้นมาก่อน
 
"ท่านก็คือ จอมยุทธ์หญิงแห่งเจียงหนิงใช่มั้ยคะ ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว ข้าน้อยยวิ๋นฟ่ง ขอคารวะค่ะ" หญิงสาวโค้งคารวะอย่างจริงใจ ไป๋อวี้ถังจึงฉวยโอกาสหลบมาอยู่ข้าง ๆ นางทันที
 
"ข้าลืมแนะนำไปเลย ท่านแม่ นางคือยวิ๋นฟ่งคู่หมั้นของจั่นเจา"
 
"อืม หน้าตาเจ้าสะสวยสมกับองครักษ์จั่นจริง ๆ แต่ทำไมนางถึงมาอยู่กับเจ้าได้ล่ะ"
 
"จั่นเจาฝากนางไว้ให้ข้าดูแลเพราะเขาติดราชการ"
 
"เป็ดน้อย เจ้าช่วยข้าพูดอีกแรงด้วยสิ"
 
"ข้าเพิ่งจะสั่งสอนเจ้าไปหยก ๆ นางเป็นถึงคู่หมั้นองครักษ์จั่น ไปเรียกนางว่าเป็ดน้อยได้ยังไงห๊ะ" แม่เฒ่าเจียงหนิงบิดหูจนชายหนุ่มร้องโอดครวญ
 
"โอ๊ยย เบา ๆ หน่อยท่านแม่ ข้าเจ็บนะ!!"
 
"ต่อไปนี้ข้าขอสั่งไม่ให้เจ้าเรียกนางว่าเป็ดน้อยอีก"
 
"คิก ๆ" ยวิ๋นฟ่งเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ ไป๋อวี้ถังได้จังหวะค่อย ๆ ถอยออกมาช้าแล้วคว้าข้อมือหญิงสาววิ่งหนีออกไปจากคฤหาสน์ห้าหนูโดยไม่รอฟังเสียงด่าตามหลังของผู้ที่เป็นมารดา
 
"ทำไมน้า ข้าไป๋อวี้ถังต้องมาดูแลเจ้าด้วย ถึงแม้จะแค่สองวันก็เถอะ" ชายหนุ่มบ่นอุบอิบหญิงสาวแย้งขึ้นมาทันที
 
"นี่ หนูขนร่วงใครบอกเจ้าว่าสองวัน สองอาทิตย์ต่างหาก"
 
สะ สองอาทิตย์!! นี่เขาต้องมาดูแลนางตั้งสองอาทิตย์เชียวหรือ แค่สองวันใจก็จะเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่แล้ว หากเขาต้องอยู่กับนางครบสองอาทิตย์ เขาคงบ้าตายก่อนเป็นแน่
 
"อวี้ถัง เจ้าคิดอะไรอยู่"
 
"ข้ากำลังคิดว่าจะซื้ออะไรฝากพี่สาวข้าดี"(เรื่องอะไรจะบอกเจ้าล่ะ)
 
"ซื้อสร้อยมุกสิ ข้ารู้มาว่าในเมืองไคฟงราคามัน..." ยวิ๋นฟ่งออกความเห็นแต่กลับโดนไป๋อวี้ถังยอกย้อนกลับ
 
"ใครขอความคิดเห็นจากเจ้า นางเป็นพี่สาวข้ามีรึข้าจะไม่รู้ว่านางชอบอะไร"
 
ไป๋อวี้ถังพูดเสียงขรึม หญิงสาวสีหน้าซึมลงอย่างเห็นได้ชัด นางย่อตัวลงนั่งยอง ๆ เอานิ้วชี้เขี่ยดินเล่นก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
 
"ขอโทษที่ข้าแส่เรื่องของเจ้า"
 
"ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเอง...คิดเป็นจริงเป็นจังไปได้" เอาล่ะ เพื่อเป็นการไถ่โทษข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่นึง" ชายหนุ่มพยายามทำให้นางยิ้ม แต่หญิงสาวก็ได้แค่พยักหน้ารับอย่างเศร้าหมอง
 
เขาพายวิ๋นฟ่งไปในทุ่งหญ้าที่มีลานกว้าง บริเวณใกล้ ๆ มีกระท่อมไม้เล็ก ๆ อยู่หลังนึง ชายหนุ่มบอกให้นางรออยู่ที่ทุ่งหญ้าส่วนเขาก็เดินตรงเข้าไปในกระท่อมเพื่อหาของเล่นมาปลอบใจนาง
 
"เจ้าชอบไหม" ไป๋อวี้ถังหย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะส่งว่าวหงส์น้อยให้
 
"ข้าชอบเล่นว่าวที่สุดเลยล่ะ" หญิงสาวรีบรับว่าวมากอดไว้ทันที
 
"ดีเลยงั้นเจ้าก็เล่นว่าวไปก่อนนะ ข้าขอตัวเข้าไปหลับซักงีบนึง" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนไหวไหล่แล้วเดินกลับเข้ากระท่อมไป
 
"ตามใจเจ้า" หญิงสาวตะโกนกลับไปก่อนที่จะวิ่งไปรอบ ๆ ทุ่งหญ้า เหมือนวันนี้ลมบนจะแรง เพียงไม่กี่ก้าวว่าวหงส์น้อยก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า
 
"มันต้องใช้ไอ้นี่กับไอ้นั่นแล้วก็อันนี้ แล้วก็อันนู้นสินะ" ไป๋อวี้ถังบ่นพึมพำในขณะที่กำลังประกอบของเล่นชิ้นใหม่ที่พี่ใหญ่ซื้อตำรามาจากชาวตะวันตก เขาปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ขมับหลังจากประกอบมันเสร็จแล้ว
 
ชายหนุ่มแบกของเล่นใส่หลังเเล้วเดินออกไปด้านนอกกระท่อมเห็นหญิงสาวนั่งคุมว่าวอยู่อย่างสนุกสนาน
 
"เฮ่ เป็ดน้อย ลองเล่นนี่มั้ย" ไป๋อวี้ถังวางว่าวยักษ์ลงให้นางดู หญิงสาวทำท่าเอียงคอสงสัยว่ามันจะบินได้ยังไง
 
"หนูขนร่วง เจ้าอย่าบอกว่าสิ่งประหลาดตรงหน้าข้ามันคือว่าวนะ แล้วไหนสายป่านล่ะ หางถ่วงก็ไม่มี"
 
"สิ่งนี้เรียกว่า ว่าวคน เป็ดน้อยหลังเขาอย่างเจ้าคงไม่รู้จักสิท่า...ข้าจะทำให้เจ้าดูว่ามันบินได้" ไป๋อวี้ถังแบกว่าวยักษ์ขึ้นไปบนเนินสูงแล้ววิ่งตามความเร็วลมจนใกล้จะถึงเชิงเขา

"ไป๋อวี้ถัง เจ้าคงไม่คิดที่จะดิ่งลงมาจริง ๆ ใช่มั้ย ฆ่าตัวตายไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาหรอกนะ ข้าสัญญาว่าจะไม่เอาความลับที่เจ้าฉี่รดผ้าอ้อมไปเล่าให้ใครฟังก็ได้!!" ยวิ๋นฟ่งตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง

=[]= "พูดบ้าอะไรของเจ้าน่ะ!! เป็ดน้อย คอยดูข้าให้ดีก็แล้วกัน" ขาของไป๋อวี้ถังในตอนนี้กำลังเริ่มลอยขึ้นจากพื้นดินแล้ว!!
 
ไป๋อวี้ถังพยายามควบคุมทิศทางว่าว แล้วร่อนลงไปโอบเอวหญิงสาวให้ขึ้นมาแนบเคียงกายอยู่บนท้องฟ้าด้วยกัน
 
"อวี้ถังข้ากลัว" หญิงสาวกอดเขาแน่น
 
"อย่าปิดตาสิ มีข้าอยู่ทั้งคนเจ้าจะต้องกลัวอะไร" ถึงแม้ชายหนุ่มจะพูดจาปลอบโยนแต่นางก็ยังกลัวอยู่ดี ยวิ๋นฟ่งกอดเขาแน่นกว่าเดิมจนหายใจไม่ออก
 
"ปะ เป็ดน้อย ข้าหายใจ มะ ไม่ออก"
 
"อวี้ถัง ข้าว่าเราลงกันเถอะ ถ้าหากลมบนหมดขึ้นมาจะแย่"
 
พรึ่บ!! สิ้นเสียงหญิงสาวไป๋อวี้ถังรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โชคยังดีที่เบื้องล่างเป็นผืนน้ำ เขาจึงพยายามบังคับทิศทางว่าว ให้ลงจอดอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
ตู้ม!!
 
"แค่ก ๆ" ยวิ๋นฟ่งโผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว นางกวาดสายตามองหาชายหนุ่ม แต่แล้วต้องตกใจเมื่อไป๋อวี้ถังโผล่มาอยู่ด้านหลังของนางพร้อมกับวักน้ำใส่
 
"ว้าย!! นี่เจ้าแกล้งข้าเหรอ นี่แนะ ๆ" หญิงสาววักน้ำคืนใส่ไป๋อวี้ถัง ทั้งสองคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจนลืมไปว่าตอนนี้กำลังเปียกโชกแค่ไหน
 
แต่แล้วนางก็พลาดท่าลื่นโขดหินถลาเข้าไปซบกับแผ่นอกกว้างของไป๋อวี้ถังทันที
 
ใกล้เพียงคืบได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจอันแผ่วเบา ใบหน้าของหญิงสาวพลันแดงซ่าน ไป๋อวี้ถังจ้องมองนางโดยไม่ละสายตา หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นรัวราวกับกลองศึกไม่มีผิดเพี้ยน เขาพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านที่จะจูบนางออกไป หากจูบนางอีกทีก็เท่ากับว่าเขาผิดต่อจั่นเจา
 
"นี่พวกเจ้าทำอะไรอยู่รึ" เสียงของพี่สี่เจียงผิงดังขึ้นมา ทำให้ทั้งสองผละออกจากกันทันที
 
"ไม่มีอะไรพี่สี่ นางกำลังจะจมน้ำข้าก็เลยกระโดดลงมาช่วย"
 
"จริงหรือคุณหนูยวิ๋น" ท่านสี่หันมาถามนางอย่างสงสัย
 
"จริงค่ะ ท่านเจียงผิง ข้ากำลังจะจมน้ำแต่อวี้ถังเข้ามาช่วยไว้พอดี"
 
"พี่สี่ ท่านมีเรื่องอะไรหรือเปล่า" ไป๋อวี้ถังร้องถาม
 
"พี่ใหญ่เรียกให้ไปทานข้าว เร็ว ๆ นะทุกคนรอพวกเจ้าอยู่" เจียงผิงโบกมือลาก่อนจะดำน้ำหายไป

เฮ่อ!! ทั้งไป๋อวี้ถังและยวิ๋นฟ่งต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที...

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, เศษรัก, ดาราอรุณ

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #6 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 10:58:37 am »

"น้องห้ามันพาสาวไปเถลไถลที่ไหนนะ จนป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก" เสียงบ่นกระปอดกระแปดของหนูดำดินหันจางดังขึ้น

"นั่นสิพี่รอง มันไม่รู้รึไงว่าพวกเรารอกินข้าวอยู่ ดูสิกับข้าวที่อาซ้อเตรียมไว้เย็นชืดหมดแล้ว" หนูทะลายภูผาสวีชิ่งพูดเสริม

"พวกเจ้าอย่าหงุดหงิดนักเลย ข้าให้น้องสี่ออกไปตามแล้ว อีกประเดี๋ยวก็คงจะกลับมาพร้อมกัน...นั่นยังไง พูดไม่ทันขาดคำน้องสี่มาโน่นแล้ว" หนูทะยานฟ้าหลูฟางเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่ประตู

"พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้ว" เจียงผิงเดินเข้าประตูมาพร้อมด้วยไป๋อวี้ถังและยวิ๋นฟ่ง

"โอ้โห กับข้าวอาซ้อน่าทานทั้งนั้นเลย แถมกลิ่นยังหอมชวนน้ำลายสออีกซะด้วย อาซ้อของข้านี้นับวันฝีมือการทำอาหารยิ่งเป็นเลิศนะคร้าบ" ไป๋อวี้ถังรีบดักหน้าพูดชมซ้อใหญ่ก่อนที่จะโดนบรรดาพี่ร่วมสาบานทั้งสี่เฉ่งเรื่องที่กลับมาช้า

"แหม เหรอจ๊ะ ถ้าเช่นนั้นน้องห้าก็ทานมาก ๆ นะ ซ้อใหญ่ทำของโปรดเตรียมไว้ให้เจ้าตั้งหลายอย่าง"

เฮ่อ!! หนูทั้งสี่ถอนหายใจพร้อมกัน "ดู๊ ดู มันเอาตัวรอดได้อีกแล้วนะพี่รอง" เสียงหนูตะลุยบาดาลเจียงผิงซุบซิบพลางปรายหางตามองไปทางหันจาน

อย่างนี้เองสินะ ชิ!! กะล่อนไม่เว้นแม้กระทั่งกับภรรยาพี่ชาย หญิงสาวคิดในใจเมื่อเห็นไป๋อวี้ถังเอาตัวรอดไปได้อย่างหน้าด้าน ๆ

"ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะคะที่พวกเรากลับมาช้า" ยวิ๋นฟ่งกล่าวขอโทษพลางใช้ศอกกระทุ้งไปตรงสีข้างของหนูขนทอง

"ไป๋อวี้ถัง เจ้าไม่คิดจะสำนึกบ้างเลยเหรอที่ปล่อยให้ท่านพี่ทั้งหลายรอนานขนาดนี้"

"สำนึกอะไรกันเล่า พี่ ๆ ของข้าทุกคนล้วนเป็นจอมยุทธ์ผู้กล้า ใจกว้างดั่งมหาสมุทร ไม่มานั่งคิดเล็กคิดน้อยเหมือนอย่างเจ้าหรอก...ว่าแต่เจ้าเหอะ ทำไมต้องรีบร้อนออกรับแทนข้าด้วยล่ะ" ชายหนุ่มตีสีหน้ายียวนถามย้อนกลับ

"นี่ เจ้า หัดมีมารยาทซะบ้างสิ!!" ยวิ๋นฟ่งโกรธหน้าแดงเมื่อได้ยินประโยคหลังของชายหนุ่ม

"พวกเจ้าหยุดต่อปากต่อคำซะทีได้มั้ย ข้าหิวตาลายจะเป็นลมอยู่แล้ว" เสียงของเจียงผิงพูดแทรกขึ้นมา

"นั่นสิจ๊ะ อวี้ถัง แม่นางยวิ๋น มาทานข้าวกันได้แล้ว"

ระหว่างทานอาหารไป๋อวี้ถังก็ไม่วายคิดแกล้งหญิงสาว โดยลืมนึกไปว่าไม่ได้มีแค่เขากับนางเพียงสองคน พอนางทำท่าจะคีบอาหารจานไหน เขาก็จะตัดหน้าคีบก่อนนางเสมอ

"ไป๋อวี้ถัง นี่เจ้า!!"

"เรียกข้าทำไมรึ" ชายหนุ่มตีหน้าซื่อถามกลับไป

"เจ้าก่อกวนข้า ทำเช่นนี้คิดจะแกล้งกันรึไง"

"ข้าเปล่าแกล้งเจ้าซะหน่อย ข้าแค่บังเอิญอยากจะกินอาหารจานนั้นด้วยพอดี เจ้าคีบช้าเองช่วยไม่ได้!!" ชายหนุ่มตอบกลับพลางคีบหมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นโตขึ้นมายั่วนางเล่น

"คิดจะลองดีกับข้างั้นเหรอ ก็เอาซี่" หญิงสาวลุกพรวดจากโต๊ะส่งตะเกียบไปแย่งชิ้นเนื้อที่กำลังห้อยคาอยู่ตรงปลายตะเกียบของไป๋อวี้ถัง

"นึกเหรอว่าข้าจะยอมเสียหมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นนี้ให้เจ้าง่าย ๆ ไม่มีทางซะล่ะ" ชายหนุ่มตวัดปลายตะเกียบปล่อยชิ้นเนื้อลอยขึ้นไปกลางอากาศ ตอนนี้สายตาคมกริบของทั้งคู่จับจ้องไปที่หมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นเดียวกัน

ย่าห์!! ย้ากส์!! หยุดเล่นเหมือนเด็ก ๆ กันได้แล้ว!! เจียงหนิงปรากฎกายขึ้นตรงหน้าประตู นางส่งไม้เท้ามังกรเหล็กตรงไปสอยชิ้นเนื้อที่กำลังจะตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงไปเสียบติดข้างฝา

จึ๋ย!! "งานเข้าแหล่ว" บรรดาพี่ร่วมสาบานทุกคนพูดพร้อมกัน

"ขะ ข้าว่า ข้าอิ่มแล้ว" เสียงพี่รองหันจางพูดขึ้นก่อนจะลุกพรวดจากโต๊ะพร้อมชามข้าวที่ยังกินไม่หมดแล้วเดินออกไป

"เออ ใช่ ข้าก็อิ่มแล้วเหมือนกัน" พี่สี่เจียงผิง และพี่สามสวีชิ่งก็พูดเสริมตามพร้อมทั้งค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินตามหันจางไปเช่นเดียวกัน

"ข้าก็เพิ่งนึกได้ว่าจะต้องไปเก็บผ้าที่ตากไว้ก่อน" พี่ใหญ่หลูฟาง กับอาซ้อก็รีบหาเหตุผลที่จะพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด

บรรดาพี่ร่วมสาบานค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะไปทีละคนสองคนจนหมด

"หน่อยแน่ เจ้าลูกตัวแสบ เวลาจะกินยังจะป่วนเขาไปทั่วอีกนะ" เจียงหนิงพูดจบก็ปล่อยเชือกมังกรออกไปรัดตัวชายหนุ่มเอาไว้แล้วส่งปลายเชือกให้ยวิ๋นฟ่งลากไปผูกติดกับเสาอีกทีนึง

"เจ้าลูกทรพี มีของกินอร่อย ๆ ก็ไม่มาชวนข้า แต่ดูท่าเจ้าคงกินอิ่มแล้วสินะ ถ้าเช่นนั้นจานที่เหลือทั้งหมดข้ากับแม่นางยวิ๋นจะเป็นคนจัดการเองละกัน"

"ใครว่าล่ะท่านแม่ ข้ายังกินไม่ถึงครึ่งท้องเลยน้า ท่านแม่ปล่อยข้าสิ ข้าก็หิวเป็นนะ" ชายหนุ่มร้องโอดครวญใส่ผู้เป็นมารดา

เจียงหนิงและยวิ๋นฟ่งต่างก็ไม่ฟังเสียงร้องเรียกของไป๋อวี้ถัง แถมตอนจะกินหมูแดงอบน้ำผึ้งจานโปรด นางยังยกทั้งจานมากินยั่วต่อหน้าไป๋อวี้ถังที่ในตอนนี้ขยับกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูหญิงสาวคีบชิ้นเนื้อเข้าปากไปทีละชิ้นจนหมดจานด้วยความเสียดาย

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, เศษรัก, ดาราอรุณ

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~
[?]???????[?]

กินนรอัครกวี


*

คะแนนกลอน 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 399



Level 16 : Exp 18%
HP: 2.9%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 1644
ได้รับคำชม: 1314


« แต่งต่อ #7 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 11:02:53 am »

หลังจากทานข้าวเสร็จซ้อใหญ่ก็นำทางพายวิ๋นฟ่งไปที่ห้อง พอซ้อใหญ่กลับไปแล้วไป๋อวี้ถังจึงได้โอกาสมาหานาง

"พี่ใหญ่ข้าซื้อเครื่องจับคลื่นวิญญาณจากดินแดนตะวันตกมาฝาก เป็ดน้อย พวกเราไปลองเล่นกันมั้ย" ชายหนุ่มหาได้รู้สำนึกไม่ เขามีแผนคิดจะแกล้งนางอีกครั้ง

"ไม่ล่ะ ข้าง่วงแล้ว เจ้าจะไปไหนก็ไปอย่ามากวนใจข้า"

"เป็ดน้อย ถ้าเจ้ากลัวผี ก็สารภาพมาเหอะ"

ปึ๊ด!! หญิงสาวเลือดขึ้นหน้า ความจริงก็กลัวแต่นางจะไม่ยอมให้เจ้าหนูขนร่วงได้ใจจึงตอบไปโดยไม่ทันคิด "ไปก็ไปสิ หวังว่าข้าคงไม่เห็นใครแถวนี้ฉี่รดกางเกงหรอกนะ"^ ^

"จะบ้าเรอะ นี่เจ้าจะแซวข้าไปถึงไหน">o<

"แล้วตกลงจะไปกันรึยังจ๊ะน้องไป๋" ยวิ๋นฟ่งยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางลูบศีรษะชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกนอกห้องไป แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วนางกลับเป็นคนที่กอดแขนไป๋อวี้ถังซะเอง

ยิ่งเดินเข้าไปลึกก็ยิ่งวังเวง จู่ ๆ ค้างคาวจากที่ไหนก็ไม่รู้บินโฉบผ่านหน้านางไป กรี๊ด!! "ไปนะ ไปให้พ้นข้า ออกไป๊" หญิงสาวทำท่ากวัดแกว่งโคมไฟไล่ค้างคาว

"ฮ่า ๆ ไหนเจ้าว่าไม่กลัวยังไงเล่า"

ยวิ๋นฟ่งเขย่า ๆ แขนชายหนุ่ม "ไหนล่ะ เครื่องอะไรที่เจ้าว่า เอามันออกมาทดลองเร็วเข้า จะได้รีบ ๆ กลับกันซักที" ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วตอบกลับ "ไอเครื่องที่ว่านั่น ไม่มีหรอก"

"งั้นเจ้าก็หลอกข้า ไอ้หนูบ้า" นางทั้งทุบทั้งตีไป๋อวี้ถัง

"โอ๊ย ๆ ข้าเจ็บนะ"

คนโกหก!!

"ได้ ๆ ถ้าเช่นนั้นต่อไปนี้ข้าจะพูดความจริงกับเจ้า ตั้งใจฟังให้ดี ๆ ล่ะ" ชายหนุ่มเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของนาง "ที่เจ้ากำลังยืนอยู่ตอนนี้มันเป็นหลุมฝังศพนะ รู้ไว้ซะด้วย"

ในตอนนี้สติของยวิ๋นฟ่งคล้ายค่อย ๆ จะดับวูบลง นางปรายหางตาลงมองที่พื้น ในใจคิดอยากจะกรีดร้องสุดเสียงแต่ทำได้เพียงจิกเล็บลงบนแขนไป๋อวี้ถังเท่านั้น

"โอ๊ย เจ้าทำอะไรน่ะ ดูสิ แขนข้ามีเลือดซึมแล้วเห็นมั้ยเนี่ย"

"แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่ทีแรก สำหรับเจ้าเลือดออกแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ"

"ถ้าบอกเจ้าก่อน ข้าก็อดเห็นเป็ดน้อยตัวสั่นน่ะซี่" พูดจบชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างสะใจที่ได้แกล้งนาง

"เจ้าแกล้งข้าทำไม ข้ากลัวผีนะ" น้ำตาของหญิงสาวในตอนนี้เริ่มไหลพราก ๆ

"เฮ่ นี่เจ้ากลัวจริง ๆ เหรอ"

"เจ้าพาข้ากลับห้องเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่ยงไม่อยู่มันแล้ว"

"อะ เอ่อ คือข้าจะบอกเจ้าว่า คืนนี้พวกเราคงต้องค้างกันในป่านี่แหละ"

"ทำไมต้องค้างที่นี่ หากต้องค้างจริง ข้าสู้ยอมให้เจ้าเอากระบี่มาแทงข้าให้ตายเสียดีกว่า"

"ก็เมื่อกี๊ตอนที่เจ้าทำท่าปัดไล่ค้างคาว เจ้าเผลอทำโคมไฟดับไปแล้วนะสิ"

"ในป่าแบบนี้ ยิ่งมืดก็ยิ่งอันตราย ไหนจะสัตว์เลื้อยคลานมีพิษอีกล่ะ"

"ซวยที่สุดเลยแล้วคืนนี้จะนอนกันยังไง"

"หากข้าจำไม่ผิด เดินตรงไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าวก็จะเจอห้างส่องสัตว์อยู่ ข้าว่าคืนนี้พวกเราขึ้นไปนอนบนนั้นจะปลอดภัยที่สุด"

"มาสิ เดินตามข้ามา" ชายหนุ่มพูดพลางคว้าข้อมือจะพานางไปยังที่หมาย แต่ปรากฎว่านางกลับยืนนิ่งอยู่กับที่

"ก็ข้าก้าวขาไม่ออกนี่นา"

"เช่นนั้นเจ้าก็ขี่หลังข้าสิ" ชายหนุ่มย่อเข่าลงข้างนึงเตรียมจะแบกนาง

"จะบ้าเหรอ ข้าเป็นผู้หญิงนะ"

"ก็เจ้าก้าวขาไม่ออก จะให้ข้าทำยังไงเล่า"

บรู๊ว!! ยวิ๋นฟ่งได้ยินเสียงหมาหอนดังมาจากทางด้านหลังก็ตกใจ นางจึงรีบกระโดดขึ้นเกาะหลังไป๋อวี้ถังทันที

หะ หนัก!! "เป็ดน้อย ตัวเจ้าหนักชะมัดเลย"

อ้า!! "ในที่สุดก็ถึงซะที" ไป๋อวี้ถังลืมไปว่านางยังอยู่บนหลัง เผลอหยัดกายขึ้นบิดขี้เกียจ ทำให้หญิงสาวเสียหลักหล่นลงมาก้นจ้ำเบ้า

โอ๊ย!! "เจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"

"เป็ดน้อย ข้าขอโทษ คราวนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจ (แกล้ง) จริง ๆ"

"ไม่ต้องมาพูดเลย หลังจากผ่านคืนนี้ไปข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีกเลย ไม่เชื่อคอยดูสิ...แล้วไหนล่ะ เพิกพักที่เจ้าว่า" หญิงสาวร้องถาม

 "นั่น บนนู้นไง" ไป๋อวี้ถังทำมือทำไม้ชี้ขึ้นไปข้างบน

"แล้วให้ปีนขึ้นไปเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ"

"เจ้าก็ขึ้นไปก่อนสิ"

"เจ้าเป็นผู้หญิง ข้าให้เกียรติเจ้าขึ้นไปก่อน" ^ ^ หญิงสาวปีนขึ้นต้นไม้ถึงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องทัก แอ๊บ แอ่!! ด้วยความตกใจนางจึงพลัดลื่นหล่นลงมา แต่ไป๋อวี้ถังโผตัวเข้าไปรับได้ทัน

เซฟ!! หญิงสาวหล่นลงมาในอ้อมกอดไป๋อวี้ถังพอดิบพอดี

เพี๊ยะ!! "เจ้ากล้าดียังไงมาเเต๊ะอั๋งข้า ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ" หญิงสาวซัดฝ่ามือเข้าตรงแก้มเนียนก่อนจะร้องบอกให้ปล่อยนาง

โอ๊ย!! "อะไรอีกละเนี่ยข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าไว้นะ ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เล้ย" ชายหนุ่มร้องบ่นพลางปล่อยนางลงไปยืน

"ไป๋อวี้ถังนะไป๋อวี้ถัง วันนี้มันวันซวยอะไรของเจ้ากัน" พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนมือขึ้นมาลูบเบา ๆ ตรงแก้มซีกที่เพิ่งเป็นรอยแดงไปหมาด ๆ

"เจ้าเหรอซวยข้าสิซวยกว่าที่ต้องมาเจอกับหนูโรคจิตอย่างเจ้า"

"แล้วตกลงจะขึ้นมั้ยล่ะ แต่ขาเจ้าดูเหมือนจะแพลงนะ เจ้ายังจะปีนขึ้นไหวเหรอ"

"ไหวสิ ยังไงก็ต้องไหว"

"เป็ดน้อย อย่าฝืนสังขารเลยน่ามา ข้าจะพาเจ้าขึ้นไปเอง" ไป๋อวี้ถังโอบเอวหญิงสาวแล้วใช้วิชาตัวเบาพานางกระโดดขึ้นไป เพียงแตะปลายกิ่งไม้ไม่กี่กิ่งก็ถึงข้างบนโดยสวัสดิภาพ

"ขอข้าดูขาเจ้าหน่อยนะ เจ็บมากรึเปล่า" ชายหนุ่มอุ้มนางไปวางลงบนเตียงแล้วถามถึงอาการบาดเจ็บด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าเขาเคยเรียนวิชาแพทย์จากซ้อใหญ่มาบ้าง เพียงจับชีพจรข้อเท้าของนางทีเดียวก็รู้ผลแล้ว

"ขาเจ้าไม่เป็นอะไรมาก แค่เคล็ดเอง ลองได้นวดซักหน่อยคงจะดีขึ้น" ขณะที่ไป๋อวี้ถังก้มหน้าก้มตาตั้งใจนวดขาให้นาง ยวิ๋นฟ่งเองก็ตั้งใจมองชายหนุ่มตรงหน้าโดยไม่ละสายตาเช่นกัน

ไป๋อวี้ถังเจ้าเป็นคนยังไงกันแน่นะเดี๋ยวเจ้าก็แกล้งข้าซักพักก็มาทำดีกับข้า หญิงสาวเริ่มสับสนในใจ สัมผัสของมือไป๋อวี้ถังทำไมมันช่างอบอุ่นอย่างนี้นะ

ในตอนนี้ยวิ๋นฟ่งคล้ายจะเผลอมีใจโอนเอียงให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ไม่ได้นะไม่ได้คนที่ข้ารักคือพี่จั่นต่างหาก หญิงสาวพยายามสลัดความคิดเมื่อครู่นี้ออกไป

"ทำไมเจ้าต้องทำดีกับข้า"

"ก็ไม่มีอะไรนี่ข้าอยากจะทำอะไรข้าก็ทำ นึกอยากจะแกล้งเจ้าข้าก็แกล้ง"

"หยุดนวดได้แล้ว ข้าไม่เป็นไรแล้ว"

"หน้าเจ้าเวลาบูดนี่ดูไม่ได้เอาซะเลยน้า 555+"

"ไม่ใช่เรื่องตลก ทำไมต้องหัวเราะ" ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแล้วว่ายวิ๋นฟ่งโกรธเขาจริง ๆ ซักพักบรรยากาศความเงียบก็เริ่มปกคลุมไป๋อวี้ถังเองก็จนคำพูดส่วนนางก็เงียบไปเช่นกัน

ตกกลางดึกอากาศรอบ ๆ กายก็เริ่มเย็นลงจนยวิ๋นฟ่งต้องนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาเพราะความหนาว

"เฮ่ เป็ดน้อยเจ้าหนาวมากเลยเหรอ"

"ข้าจะหนาวไม่หนาวมันก็เรื่องของข้า"

"เจ้ารอข้าเดี๋ยวนะ" ไป๋อวี้ถังไต่ลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็วซักพักก็กลับขึ้นมาพร้อมกับกิ่งไม้จำนวนนึง ชายหนุ่มจุดไฟด้วยหินอย่างคล่องแคล่ว

"เป็ดน้อยนั่นเจ้าหนาวตายรึยัง มาตรงนี้สิ มานั่งผิงไฟกัน"

"นี่ก็ยามสามเข้าไปแล้ว เดี๋ยวซักพักพอเจ้าหายหนาวก็เข้านอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะได้กลับออกไปซะที"

ภายในเพิงพักนี้มีเตียงนอนเพียงหลังเดียว ยวิ๋นฟ่งกำลังจะเอ่ยปากบอกชายหนุ่ม "นี่หนูขนร่วง..." ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบไป๋อวี้ถังก็สวนขึ้นมาก่อน "ข้ารู้หรอกน่าเจ้าไปนอนเถอะเดี๋ยวข้าจะนั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกให้เอง"

ด้วยความเพลียหญิงสาวจึงผลอยหลับไป "หะ หนาวจัง ข้าหนาว" ไป๋อวี้ถังที่นั่งอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงนางร้องจึงเข้าไปดู ชายหนุ่มเห็นนางนอนหนาวสั่นเทาไปทั้งตัวจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วไปห่มให้นาง หลังจากนั้นจึงเดินกลับไปหย่อนกายนั่งลงที่เดิม ด้วยความที่อ่อนล้ามาทั้งวันเปลือกตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ปิดลงจนสนิท

ฮะ ฮะ ฮัดเช้ย!! ไป๋อวี้ถังก็จามออกมานับครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มเกือบจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เขาก็เองตกน้ำจนเปียกปอนไปทั้งตัว แต่ถึงแม้จะต้องทนหนาวน้ำค้างอยู่ด้านนอก ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกสุขใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับยวิ๋นฟ่งไปแบบนี้ตลอดทั้งคืน...

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, เศษรัก, ดาราอรุณ, ไอติมหวานเย็น

สำหรับกระทู้นี้มี, 4 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


อาวุธซัดจะร้ายกาจขนาดไหน        โดนเข้าไปอาจบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
เห็นน้ำตาสตรีเล่าคล้ายถูก BURN  ราดรดเนินแผ่นอกแกร่งยังแทบตาย

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

รอยทราย
ผู้ดูแลบอร์ดกลอนรัก
*

คะแนนกลอน 253
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 2752

ความรักเปรียบเสมือนเม็ดทราย ยิ่งบีบแรงทรายก็ยิ่งไหลออกจากมือ

Level 42 : Exp 68%
HP: 13.4%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 10756
ได้รับคำชม: 6209


« แต่งต่อ #8 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 04:50:19 pm »

บทสทนาตอบโต้กันดีนะคะ ชอบๆๆ ปั่นเร็วๆด้วยล่ะค่ะ อิอิ p6

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

ดาราอรุณ

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...

Level 31 : Exp 47%
HP: 2.6%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 03:48:41 pm »

มาอ่านแล้วนะคะ
 e049 e019

ดาวชอบบทสนทนานะ แต่ยังอ่านงงๆช่วงที่เดินไปเดินมา เปลี่ยนฉากนิดหน่อย แต่เดี๋ยวถ้าคอมพ์อาการดีกว่านี้จะลองมาอ่านอีกที ตอนนี้ตาลาย e026
ลงอีกนะคะ แล้วจะมาอ่านต่อ loves

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

[หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~, รอยทราย

สำหรับกระทู้นี้มี, 2 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ไอติมหวานเย็น

อินทรีย์กวีคม


*

คะแนนกลอน 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 20

Level 3 : Exp 64%
HP: 0.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 31
ได้รับคำชม: 66

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


« แต่งต่อ #10 เมื่อ: เมษายน 26, 2010, 12:46:50 am »

รออ่านตอนจบอยู่นะท่าน p17 e049เขียนต่อไป สู้ๆ  e049

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ดาราอรุณ

สำหรับกระทู้นี้มี, 2 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


*_*
เพิ่มแท๊ก:

แสงความเห็นโดยรวมเกี่ยวกับกวีคลับได้ที่นี่จ้า

เพิ่มแท๊ก:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
advertisements
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.199 วินาที กับ 33 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.034s, 2q)
Google visited last this page กุมภาพันธ์ 08, 2012, 06:40:29 pm
Google PageRank Checker