ผู้เขียน หัวข้อ: FW-mail (คำขอ คำขู่...หนูลบไปแล้ว)  (อ่าน 7039 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
FW-mail (คำขอ คำขู่...หนูลบไปแล้ว)
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 01:41:12 pm »

อ่านดี ๆ นะ? ? ??

 
 
ในขณะที่เราคิดถึงคนๆนึงตลอดเวลา
 
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้? และบางครั้งก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา?
โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน? บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียวมันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมดมันคือ? ความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
 
 
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ?่เลือกที่จะจมกับความฝัน?? มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า? ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...? เราอาจ
เป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า?? ก็ขอให้คิดไว้ว่า
 
ดีกว่าเราไม่มีความสำคั?อะไรในใจเค้าเลย?? แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
 
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดังๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...
'ฉันเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ? ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้'
ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคนไม่ต้องการความพยายาม
'การตัดใจ'? ต่างหากที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า? ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า??
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า?? อันไหนมันหนักหนากว่ากัน?
 
 
อย่าโทษตัวเอง?? ที่มาเจอเค้าสายเกินไป
 
อย่าโทษเค้า?? ที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตา? ที่ทำให้เราพบกัน?? แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน?? แต่...จง

ยิ้มให้กับตัวเอง? ที่อย่างน้อยถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ
ยิ้มให้เค้า?? ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ ยังได้รับหัวใจของเราไป
 
ยิ้มให้กับโชคชะตา?? ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน
 
 
 
คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง?? คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว
 
คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง?? คนที่ทำให้คุณหัวเราะและร้องไห้ได้มากมาย??
คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้าก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
 
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?? แค่การได้เห็นคนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
 
นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ
??
 
มีไรจะบอก
 
 
คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิด ถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึง....มากและมากที่สุด

อ้างอิง : กล่องเมล์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2010, 02:52:50 pm โดย ดาราอรุณ »


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
Re: FW-mail
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 01:50:29 pm »
เรื่องเล่าจากในวัง- อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังไม่เบื่อ
ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริงเหตุการณ์เกิดทีจังหวัดตาก
เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา

ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า 'ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ'
แม่ค้าตอบว่า 'ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ'

เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน

---------------------------------------
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
นางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง
ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์
นางสนองพระโอฐก็ งง...งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
แต่พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ
ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์

แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ............ ขนลุกเลย ทรงตรัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง
------------------------------------

อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน
เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล
ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน

เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า
? 'ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้า..'
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว'

เรื่องนี้ ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง

-------------------------------------
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
? เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า 'ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์'
--------------------------------------

เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
ว่า 'ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ'

เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
? ?  'เออ ดี เราชื่อเดียวกัน...'
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้

-----------------------------------
มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย
ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า?  'ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า'
? ? ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า
? ?  'เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก'

------------------------------------
เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
อยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
'ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์'
ในหลวงทรงตรัสว่า 'ขอเดชะ พระหมดแล้ว '
------------------------------------

วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่า
'ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง'
แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย
แต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
แต่พวกข้าราชบริพารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
'เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก'


-------------------
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา

คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า 'เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ? 
อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ'

พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า 'ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง'
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้า พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
------------------------------

เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า มีเหตุขัดข้องบางประการ
ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
'เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว'

และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ...
ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม


ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

อ้างอิง : กล่องเมล์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2010, 02:07:39 pm โดย ดาราอรุณ »
ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
Re: FW-mail
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 01:55:06 pm »
ริบบิ้นสีฟ้า
 
> มีความรู้สึกดีๆมาให้
> >ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์กตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล>
> >ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอนด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่า>
> >พิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
> >เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน>
> >แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่าพวกเขามีคุณค่าเพียงใดทั้งต่อตัวครูและ>
> >ต่อเพื่อนร่วมห้อง
> จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือ>
> >สีทองเป็นของขวัญให้
> ข้อความบนริบบิ้นมีว่า
> 'ฉันเป็นคนมีคุณค่า'>
> >จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง>
> >ด้วยวัตถุประสงค์>
> >เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน>
> >เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
> ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และ>
> >ชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป
> จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและ>
> >ดูว่าใครยกย่องใครบ้าง
> แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์>
> >นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ>
> >เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต
> แล้วมอบริบบิ้น> >>>
> >ติดให้บนเสื้อเชิ้ต>
> >จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า...>
> >;'เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่น>
>>> ชมผู้อื่นครับ
> ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง'>
> >แล้วให้ริบบิ้นเขา>
> >ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไปเพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชม>
> >นี้ให้กระจายต่อไป
> แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง'>
> >ต่อมาในวันเดียวกัน
> ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา>
> >ซึ่งเป็นคนที่ใครๆ>
> >รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด
> อารมณ์ร้าย
> เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย>
> >>> >บอกเจ้านายว่า>
> >>> >ลึกๆเขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ>
> >ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง
> เขาถามเจ้านายว่าจะยินดี>
> >รับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม
> และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้น>
> >>> >ให้ได้หรือไม่
> เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้>
> >เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก
> บริเวณเหนือหัวใจ>
> >เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย>
> >;เขาบอกเจ้านายว่า
> ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ
> ผมอยากให้> >>>
> >เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้น
> เส้นสุดท้ายนี่ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน>
> >พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก
> กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่>
>เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่>
> >>> >ในวงกว้างออกไป
> แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ
> ยังไงบ้าง> >>> >>
> >>> >ค่ำวันนั้น
> ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่>
> >;เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง
> แล้วกล่าวว่า> >>>
> >วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ
> ตอนอยู่ห้องทำงาน>
> >>> >ลูกน้องคนหนึ่ง
> เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ>
> >แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะเรื่อง>
> >ความมีหัวคิดสร้างสรรค์>
> >ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ>
> >แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า>
> >ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น>
> >ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ>
> >ระหว่างที่พ่อ
> ขับรถกลับบ้าน
> ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี>
> >แล้วพ่อก็นึกถึงแก>
> >พ่ออยากชื่นชมแกนะ
> วันๆ
> พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก>
> >พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร>

> >บางทียังอาละวาดอีก
> เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี
> เรื่องทำห้องนอนรก>
> >แต่ยังไงไม่รู้สิ
> วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก>
> >อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน
> นอกจากแม่แกแล้ว>
> >ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ
> แกเป็นเด็ก> >>>
> >ที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ
> แล้วพ่อก็รักแกนะ...>
> >เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น
> แล้วก็สะอื้น
> เขาไม่อาจหยุดร้องไห้>
> >>>
> >ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว
> เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา>
> >>> >'พ่อครับ
> เมื่อตอนเย็น
> ผมอยู่บนห้อง
> นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่>
> >>>
> >เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย
> แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม>
> >>>
> >ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ
> ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย>
> >>>
> >จดหมายอยู่บนห้องครับ
> แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ'>
> >>>
> >พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ>
> >>>
> >บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
> จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้า>
> >>> >ถึงพ่อกับแม่>
> >>>
> >ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน>
> >>>
> >เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พนักงาน>
> >>>
> >ใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง>
> >>>
> >ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ>
> >>>
> >ต่อมาอีกหลายคนเรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต>
> >>>
> >แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขา>
> >>> >อย่างไรบ้าง>
> >>>
> >หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา>
> >>>
> >ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ>
> >>>
> >เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น>
> >>> >> >>>


อ้างอิง : กล่องเมล์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2010, 02:08:05 pm โดย ดาราอรุณ »
ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN