กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆของคนรักกลอน
กุมภาพันธ์ 08, 2012, 06:53:30 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Custom Search
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม ติดต่อเรา!!  

ข่าวประชาสัมพันธ์
Administrator Comment ประกาศ: ช่วงเวลาตั้งแต่ 00:00น - 01:30น ของทุกวัน ระบบจะทำการ Backup ข้อมูล
ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ อาจทำให้ บุคคลทั่วไป และ สมาชิก เข้าใช้งานบอร์ดได้ลำบากในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงต้องขอให้ทุกท่านหลีกเลี่ยงการใช้งานบอร์ด ในช่วงเวลาดังกล่าว ขออภัยในความไม่สะดวก

กลอน วันวาเลนไทน์ ต้อนรับ  14 กุมภาพันธ์

สวัสดีพี่น้องชาวกวีคลับ และ บุคคลทั่วไป นะครับ เดือนหน้าก็จะก้าวเข้าเดือน กุมภาพันธ์ แล้ว นะครับ

ซึ่งเดือนนี้ก็จะมีวันสำคัญอยู่หนึ่งวันก็คือ วันวาเลนไทน์  นั่นเอง ซึ่งวันดังกล่าวอาจเป็นวันสารภาพรักของใครหลายๆคน

และ ก็อาจเป็นวัน อกหัก เสียใจของใครหลายๆคนด้วยเช่นกันนะครับ บางคนก็อยากจำ แต่ บางคนก็ไม่อยากจำ ก็มีนะครับ

ความรักเป็นเรื่องเข้าใจยาก ทำให้ดีใจได้ ก็ทำให้เสียใจได้ด้วยเช่นกัน  ในช่วงเดือนนี้ผมจึง นำบท กลอน วันวาเลนไทน์

ซึ่งเป็นผลงาน แต่งโดย พี่น้องชาวกวีคลับ ใครอยู่ในอารมณ์ไหน ก็สามารถเลือกอ่านได้ตามใจชอบเลยนะครับ

 

1 กลอนวันวาเลนไทน์ 4 :+: 3รสรัก วันวาเลนไทน์ :+: 7 วันแห่งรัก..พักใจไว้ที่เธอ
2 กลอนวาเลนไทน์ สำหรับคนอกหัก 5 สื่อรักวาเลนไทน์ 8 กลอนวาเลนไทน์หวานๆซึ้งๆ
3 กลอนวาเลนไทน์ภาษาอังกฤษ 6 นิราศวันวาเลนไทน์ 9 Before Valentine ก่อนรัก..หมุนรอบตัวเรา
 

หน้า: [1] 2   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ลุ้นหัวใจ...คนไร้ตัวตน  (อ่าน 2981 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:04:35 pm »

เรื่องนี้แต่งสด...ผิดพลาดประการใดบอกไว้ได้นะคะ  e034


บทนำ


+++++++++++++++++++++++
หากความรักจะสุขสมได้ต้องบอกออกไป
อย่างนั้นฉันคงจะผิดหวังเรื่อยไปอย่างไม่ต้องคิดมาก  :n12:
ทำไมนะ...เกิดมาเหมือนไม่มีปาก!
เหมือนคนตายซาก! ไม่มีตัวตน!
 p31
+++++++++++++++++++++++++

มือเรียวขยำกระดาษที่พึ่งเขียนเสร็จหมาดๆโยนลงถังขยะใกล้ตัวด้วยอารมณ์หงุดหงิดเสียเต็มประดา

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปมจนไม่มีช่องว่างตรงหว่างคิ้ว ปากจิ้มลิ้มก็โค้งลงอย่างไม่ชอบใจ ดวงหน้าละไมแทบจะเรียกว่างอง้ำไม่เหลือที่ให้แต้มอารมณ์อื่นใดนอกจาก หงุดหงิดโว้ย!

อัยซบหน้าลงไปกับโต๊ะม้าหินข้างอาคารเรียน มือก็เคาะโต๊ะเล่นแก้เครียดไปพลางระหว่างนั่งรอเพื่อนที่พากันไปเข้าห้องน้ำ

บ้าที่สุดเลย สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดจนได้...แล้วไอ้บ้านั่นก็ไม่แม้แต่จะชายตามองตามเคย

ฉันหน้าตาอุบาทว์นักหรือไงยะ!

แก้มใสแนบอยู่กับม้าหินโดยไม่ใส่ใจว่าจะเคยมีใครเอาอะไรมาวางบนนี้บ้าง ผ่านลมผ่านฝนฝุ่นละอองมามากแค่ไหน ...ตอนนี้อัยกำลังเจ็บใจตัวเองเป็นกำลัง ทั้งยังหงุดหงิดด้วยเรื่องเก่าๆที่ไม่เคยเลือนไปจากใจ

เพื่อนในห้องของเธอคนหนึ่งกำลังจะย้ายโรงเรียน...เห็นว่าเป็นเพราะปัญหาทางบ้านหรืออะไรทำนองนั้น

...แล้วเพื่อนคนนั้นก็เป็นคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่ ม.สี่แล้ว ...ปีหนึ่งแล้วนะที่อยู่ห้องเดียวกันมา ปีหนึ่งแล้วนะที่แอบชอบเขาข้างเดียว ...แล้วมันก็เป็นปีแล้วนะ...ที่เจ้าบ้านั่นยังจำชื่อเธอไม่ได้!!

"โอ๊ย~ ฉันตายไปแล้วหรือไงเนี่ย~" สุดท้ายก็ได้แต่ตะโกนออกมาดังๆก่อนที่

โป้ก!

"โอ๊ย ไอ้บ้า เคาะทำบ้าอะไร!" สาววัยสิบเจ็ดปีตะโกนแว้ดแต่เพื่อนคนดีที่เอากระป๋องน้ำมาเขกหัวเธอก็ยังทำแค่ยืนยิ้มแล้วก็หัวเราะ

"เจ็บได้นี่...แสดงว่ายังไม่ตาย"

"โธ่เอ๊ย ...ลืมมันซะเถอะ" อัยบ่นอุบแล้วถอนใจออกมา "แล้วแก้วกะมายด์ล่ะ...ไปไหนแล้ว"

"ไปโรงอาหารแล้ว...มาเหอะ...ไม่หิวหรือไง" ดาเพื่อนสนิทที่สุดของเธอพยักพเยิดไปทางโรงอาหาร

"กินไม่ลงว่ะ" อัยลุกยืนแล้วบิดขี้เกียจอย่างเหนื่อยหน่าย "สุดท้ายก็ไม่กล้าบอก"

"คิดมากน่ะอัย...ลืมๆไปบ้างก็ได้...พลมันก็มีแฟนแล้วแกก็รู้"

"อย่างน้อยฉันก็อยากบอกสักหน่อยว่าปลื้มมันมาตั้งนาน...มันเคยช่วยฉันส่งการบ้านด้วยนะ" หญิงสาวเถียงเสียงแผ่ว

"เชื่อไหมล่ะ...มันจำไม่ได้หรอก" ดายิ้มเยาะ

"เออ...ไม่ต้องมาซ้ำหรอก จริงๆนะดา ...ฉันผิดตรงไหนวะ ถึงได้ไม่ค่อยสะดุดตาใครเขาเลย"

"ถามไปเพื่อ?" เพื่อนสาวร่างเพรียวเจ้าของผิวขาวอมชมพูน่าหยิก ทั้งดวงตากลมแบ๊วเลิกคิ้วถามคล้ายยียวน "ฉันตอบแกเป็นพันครั้งได้แล้วมั้ง...แกเคยทำตามไหมล่ะ ไม่ถึงสองวันก็ถอดใจทั้งปี"

"ก็แหม..." อัยลากเสียงแล้วถอนใจกับตัวเองก่อนจะอ้อมแอ้มถาม "แล้วถ้า...รอบนี้ฉันจะเปลี่ยนให้ได้ล่ะ"

"ถามจริง" ดาหัวเราะเสียงสูง "ถ้าเลิกกลางครันฉันโกรธนะเฟ้ย"

"จริงๆนะ" อัยเดินเร็วๆไปดักหน้าเพื่อนผู้ขายาวกว่า จ้องตาตอบอย่างจริงจังพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ "ฉันจะเปลี่ยน เปลี่ยนให้ได้...ไม่ใช่เพราะเรื่องผู้ชาย ...แต่ขนาดอาจารย์ในชั้นยังไม่เคยเห็นหน้าฉันทั้งที่ฉันเป็นคนเอาการบ้านไปส่งประจำเนี่ย ...ไม่ไหวว่ะ"

"ง่ายออก...แค่..."

"แค่..." หญิงสาวต่อคำอาการลากเสียงยาวอย่างไม่น่าไว้ใจของเพื่อนรัก

ชักตะหงิดๆว่าไม่น่าทำเสียแล้ว...

"แค่..." รอยยิ้มน่าสยองแย้มพอประมาณชวนให้กลืนน้ำลายเอื๊อก "ทำตามที่ฉันบอก...ทุกอย่าง!"

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, ~หลิว ซาน ห่าว~, v.nefertali, [หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~

สำหรับกระทู้นี้มี, 5 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 11:43:25 am โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #1 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:48:14 pm »

บทที่ 1 : หลังเลิกเรียน


**********************
หรือเพราะใจฉันกลัวรัก
เลยอยากพักทุกครั้งไป
หรือว่าตัวฉันกลัวใจ
จะหลงใหลรักเลวๆ?!
**********************

"แกไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดีนะอัย แค่แกหน้าตาไม่ค่อยดึงดูดแล้วก็ลืมง่ายเท่านั้นเอง ก็แกหน้าโหลนี่ คนแถวบ้านฉันยังหน้าคล้ายแกเป็นสิบคนมีหรือคนอื่นเขาจะจำแกได้"

"แล้วอย่างนั้นทำไมไม่เคยมีใครทักฉันผิดวะ ถ้าหน้าโหลจริง"

"ก็...เอาน่า อย่านอกประเด็นสิ ...นี่ไง ยิ้มก็ไม่ยิ้ม เส้นก็ลึกไม่ค่อยหัวเราะ ดีแต่ทำหน้าเครียดไปวันๆ เคยส่องกระจกดูไหมว่าเวลายิ้มหน้าตาแกเป็นยังไง อย่างกับหมาแยกเขี้ยวจะไปกัดใครเขา แล้วใครเขาจะอยากคุยกะแก ...แล้วดูสิ ผมก็ไม่เคยหวี มัดทำไมเนี่ย มัดผมอย่างนี้มัดทำไม อย่างกับยัยเพิ้งที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าเนี่ย...ล้างบ้างหรือเปล่า ถึงแกจะไม่มีสิวก็เหอะ แล้วดูดิ...ตาคล้ำขนาดนี้ ...ไม่นอนมากี่คืนแล้วหา..."


อัยก็ยังนึกไม่ออกว่ารอดพ้นเสียงปรอทแตกของเพื่อนสนิทมาได้ตอนไหน ...รู้แต่ว่าตอนนี้แทบจะหูชาไปเลย! ดีที่นี่วันศุกร์ ไม่เจอหน้ากันตั้งสองวันเต็ม คงมีเวลาให้พักหายใจหายคอบ้าง

ไม่น่าหาเรื่องเลยตู... เฮ้อ

ใช่ว่าเธอเป็นคนอนาถาไม่มีเงินไปซื้อเสื้อผ้าหรือช่วยงานพ่อแม่แต่เช้าเลยไม่มีเวลาทำหน้าทำผม ...ก็คนมันขี้เกียจนี่นา แล้วพ่อก็ไม่เห็นว่าอะไรเลย กับแค่แต่งตัวซกมกตอนอยู่บ้านกับไม่หวีผมก่อนออกจากบ้านเนี่ย...มันผิดมากเหรอ

ก็คนมันไม่เคยทำ...ให้ลุกขึ้นมาทำก็อายตัวเองเหมือนกัน

ปกติเธอจะโดนแม่จี้เป็นประจำให้ทำนู่นทำนี่ แต่ว่าตอนนี้แม่ของเธอมีเหตุต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด แม่เธอเคยเป็นทนายความน่ะแต่ตอนนี้สอบอัยการติดแล้ว (หลังจากที่ดันทุรังมาหลายปี) ก็เลยต้องย้ายไปตามจังหวัดที่เขาจะส่งไป เธอก็เลยจะโดนแม่จี้นานๆทีตอนแม่มาเยี่ยม

เหลืออีกปีหนึ่งนั่นล่ะกว่าแม่จะย้ายกลับได้

ส่วนพ่อเธอน่ะหรอ ...ก็ยังเป็นทนายความอยู่ (หลังจากเลิกดันทุรังสอบ) ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเท่าไหร่ ถึงแม้จะโทรฯหาเธอเป็นระยะระหว่างที่ไม่อยู่เพราะกลัวเธอฟ้องแม่ว่าพ่อแอบมีกิ๊ก (ปีที่แล้วเธอก็บอกงี้แหละ...ได้โดเรม่อนตัวคับเตียงมากอดเป็นค่าปิดปาก)

เฮ้อ~ ว่าไปฉันก็ประสาทเหมือนกันนะ ไม่มีคนจี้ก็ไม่ทำ แต่ถ้าโดนจี้เมื่อไหร่ไม่ว่าจะอยากหรือไม่อยากทำก็จะทำหน้าไม่อยากทำ แต่ก็ทำให้เขาทุกอย่าง

จะว่าไปก็เหมือนที่เธอบอกกับดา...เธอก็อยากเปลี่ยนตัวเองเหมือนกัน แค่อายเท่านั้นเอง ได้เพื่อนมาจี้ก็ยังพอทำหน้าว่าไม่อยากทำได้ ไม่ใช่ว่ากระดี๊กระด๊าอยากแต่งตัวจนตัวสั่น

เธอไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดี ผิวก็ขาวเหลืองไม่ได้คล้ำดำ ผมก็ยาวเหยียดแม้จะไม่ค่อยได้หวี ตาก็ไม่ได้เล็กจนมองไม่เห็นหรือโตจนตาโปน จมูกปากรึ...ก็พอไหวดั้งไม่ยุบก็โอเคแล้ว ตัวก็ไม่ได้เตี้ยอะไร ยังเข้ามาตรฐานสาวไทยถึงแม้จะไม่หุ่นนางแบบเหมือนดา

แต่ทำไมถึงเหมือนเป็นผีเป็นสางไม่มีใครมองเห็นน่ะหรือ?

ไม่รู้สิ อยากรู้เหมือนกัน...
หรืออาจจะแค่อะไรที่เธอไม่ยอมรับ...ก็เท่านั้น

ร่างบางในชุดนักเรียนเรียบร้อย (ถ้าไม่นับผมที่มัดลวกแบบคนไม่ค่อยใช้เวลากับผม) เดินทอดน่องไปตามทางคุ้นเคยเหมือนทุกวัน

บ้านเธอห่างจากโรงเรียนแค่สองหัวมุมถนน เธอจึงเดินกลับบ้านทุกวันโดยจะผ่านตลาดและซื้อกับข้าวติดมือไปด้วย ทั้งของเธอและของพ่อไม่ว่าพ่อจะกลับบ้านหรือไม่

บ้านเธอปลอดภัยอย่างเพราะขนาบข้างด้วยบ้านนายตำรวจ (แจ๋วมะ?) แถวนี้ไม่มีโจร หรืออย่างน้อยเธอก็ยังไม่เคยเจอสักราย พ่อถึงได้วางใจให้ลูกสาวคนเดียวอยู่บ้านคนเดียวแล้วออกไปหลั่นล้าข้างนอกก่อนโผล่กลับบ้านในตอนรุ่งสาง

เงียบเหงาจริงนะชีวิต
...ถ้ามีอะไรตื่นเต้นซะหน่อยล่ะคง...

"ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! โจรขโมยกระเป๋า!"

เสียงตะโกนแว่วๆมาแต่ไกลพร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆของคนสักสองสามคนที่วิ่งไล่กันมา

อัยชะงักตัวขยับห่างจากหัวมุมถนน ใจเต้นตึกๆจ้องมองดูว่าใครจะโผล่ออกมา มือไม้ก็ควานไปเจอก้อนหินก้อนใหญ่แล้วกำเอาไว้มั่น

สักพักร่างล้ำพร้อมกระเป๋าไฮโซในมือก็วิ่งทุลักทุเลออกมาเพราะร่างสูงอีกร่างที่ปลุกปล้ำกันมาตั้งแต่ก่อนเลี้ยวหัวมุม

โหย...โจรคนแรกที่เจอในรอบทศวรรษเว้ยเฮ้ย!

อัยเดาะหินในมือแล้วปาแรงๆไปที่หัวเหม่งๆของร่างล้ำที่เธอเดาว่าเป็นโจรเพราะมีหน้ากากอนามัยปิดหน้าเอาไว้ในขณะที่พลเมืองดีที่ถูลู่ถูกังกันมาโดนศอกกลับจนตัวงอ

เสียงร้องโอยอย่างที่เธอเดาว่าโจรสิ้นคิดคงเห็นดาวลอยอยู่เต็มหน้าเพราะมือหนานั้นกุมหัวตนไว้อย่างหวงแหน

"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!" เสียงโหวกเหวกดังตามมาจนหญิงแก่ร่างท้วมโผล่ออกมาจากมุมถนนพร้อมนายตำราจสองคน (ตำรวจจริงๆ ก็ตำรวจข้างบ้านเธอนี่นา) ในชุดบอลอยู่บ้านโทรมๆจะมาลากโจรกระจอกที่ยังนับดาวไม่เสร็จไป

"ขอบคุณจริงๆนะพ่อหนุ่ม...ไม่ได้น้องพี่คงเสียเงินไปไม่น้อย...แค่กระเป๋าก็แพงจะแย่แล้ว"

น้อง! โห เจ๊ ได้อีกนะ!

อัยกลั้นหัวเราะกึกๆ กะจะหลบออกไปแบบไม่มีคนเห็นเหมือนเคย

"ไม่เป็นไรหรอกครับ...ที่จริง ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่เอาก้อนหินปาใส่โจร ไม่งั้นก็คงหนีไปได้แล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มของร่างสูงเอ่ยแล้วหัวเราะแหะๆนั้นทำเอาใจเต้นตุบๆ "นี่เธอ...รีบไปไหนล่ะ"

"ตายจริง...รีบไปไหนจ๊ะ พี่มองไม่เห็นน้องเลยเมื่อกี๊ ขอบใจมากนะจ๊ะ ...ถือเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆให้ทั้งคู่นะจ๊ะ อะจ้ะ ไปแบ่งกันนะ"

"เอ่อ...ไม่ค่ะ คือ เอ้อ หนูไม่รับเงิน" อัยตอบลนลานด้วยไม่ชินเวลาคุยกะคนแปลกหน้า ดวงหน้าเนียนออกซีดเริ่มแดงเรื่อขึ้นมา รอยยิ้มฝืนๆแย้มอย่างไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม "เอ่อ คือ..."

"ไม่เป็นไรๆ เอาไปจ้ะ ไปแล้วนะจ๊ะ พี่มีธุระ" แล้วหญิงคนนั้นก็จากไปปล่อยให้เธอมองธนบัตรใบละพันบามสองใบในมืออย่างงงงัน

พอหันไปเห็นร่างของคนที่ปลุกปล้ำกับโจรเมื่อคู่กำลังจะเดินจากไปเธอก็เลยเรียกไว้อย่างกล้าๆกลัวๆ

"นี่นาย" เสียงใสสั่นไปหน่อยอย่างไม่ชินปาก "เอ้อ...นายเอาไปเถอะ คือฉัน..."

"ไม่เป็นไร" รอยยิ้มแย้มสุภาพนั้นเล่นเอาเผลอมองอย่างช่วยไม่ได้

"นายมองเห็นฉันด้วยหรอ"

คำถามน่าโง่อย่างสมควรตบปากตัวเองที่สุดหลุดออกไปอย่างที่คนพูดแทบจะกัดลิ้นลาตาย

"อ้าว" ในหน้าที่มีเหงื่อโทรมนั้นยิ้มขำแล้วว่าขำๆ "ไม่เห็นได้ไง หรือเธอไม่ใช่คน"

"บ้า" หญิงสาวหน้าแดงจัดด้วยความอายก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาพร้อมยัดเงินในมือส่งให้ "เอาไปเลยไป ไม่เอาหรอก ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ...ไปแล้ว" ว่าจบก็เดินลิ่วๆกลับบ้านอย่างสับสน

ทำไมไม่คุยให้นานกว่านี้?
ทำไมต้องอายขนาดนี้?
ทำไมไม่พูดจาให้น่ารักกว่านี้?

...

โธ่! ก็มันเขินนี่! ไม่เอาหรอก!

++++++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, ~หลิว ซาน ห่าว~, v.nefertali, [หนู]ขนทอง ไป๋อวี้[ถัง] <:3)~

สำหรับกระทู้นี้มี, 5 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 01:13:14 pm โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

รอยทราย
ผู้ดูแลบอร์ดกลอนรัก
*

คะแนนกลอน 253
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 2752

ความรักเปรียบเสมือนเม็ดทราย ยิ่งบีบแรงทรายก็ยิ่งไหลออกจากมือ

Level 42 : Exp 68%
HP: 16.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 10756
ได้รับคำชม: 6209


« แต่งต่อ #2 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 01:16:15 am »

อิอิ ถ้าจบถูกใจเดี๋ยวบวก 5 คะแนนเลย อิอิ  พยายามเข้า สู้ๆๆๆ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

ดาราอรุณ, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #3 เมื่อ: มกราคม 16, 2010, 02:31:43 pm »

บทที่ 2: อะไรกันนี่?!


++++++++++++++++++++++++++++++
จะเป็นคนไร้ตัวตนแล้วยังไง
ปลอบใจตัวเองไปก็เท่านั้น
แล้วไงล่ะไม่ต้องมาเห็นหัวกัน
ก็ตัวฉันมันคน...ไร้ตนตัว
++++++++++++++++++++++++++++++


   
ร่างเพรียวในชุดบอลตัวเก่า (พ่อซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้) ฮัมเพลงพลางรดน้ำต้นไม้ในบริเวณบ้านไปเรื่อยเปื่อยในเช้าวันเสาร์อันแสนสดใส
   
อัยตื่นเช้าจนชิน ตื่นเช้าทุกวันเพราะเสียงเปิดประตูกลับมานอนของพ่อ เธอเคยถามเหมือนกันล่ะว่าไปไหนมา...แต่พ่อก็ไม่เคยตอบหรอก เห็นว่าเป็น "ความลับของลูกผู้ชาย" ซึ่งลูกสาวอย่างเธอก็ไม่ค่อยอยากจะสอดนัก
   
เด็กสาวยิ้มออกมานิดๆเมื่อนิ้วเรียวแตะต้องดอกตูมๆของกล้วยไม้ที่เธอต้องวางสายยางแล้วหยิบบัวรดน้ำอันจิ๋วมาใช้อย่างทะนุถนอม ...ปลูกเองเชียวนะ เป็นของขวัญที่แม่ซื้อให้เมื่อวันเกิดที่ผ่านมา ท่านมาเยี่ยมแล้วก็ซื้อกระโปรงมาให้เธอสามตัว เสื้อพอดีตัวที่ใส่แล้วอึดอัดเป็นบ้าอีกห้าหกตัว ชุดกระโปรงสามชุด สาระพัดกางเกงสมัยนิยมผ้าหนาซิปคับอีกสี่ (ไม่ชอบใส่เพราะมันไม่ยืดนี่ล่ะ) แล้วก็บลาๆๆ แม่คงคิดถึงเธอมากถึงได้ทยอยซื้อไว้เรื่อยพอมาเยี่ยมครั้งหนึ่งก็ขนมาเป็นลัง อย่างว่า...เธอก็คิดถึงท่านเหมือนกันล่ะ เธอถึงได้ถูกใจเจ้ากล้วยไม้ที่สุด
   
...ดูแลทุกวันก็เหมือนได้คุยกับแม่... คิดว่างั้นนะ
   
เอาล่ะ พอรดน้ำต้นไม้เสร็จก็ต้องทำกับข้าว...เฮ้อ อาหารเช้าจะเป็นอาหารที่ไม่อร่อยที่สุด (แต่ปลอดภัยหายห่วง) เพราะเธอไม่เคยซื้อชูรสมาใส่ตู้ไว้ ก็เลยมีแค่เมนูไข่จืดๆที่เธอจะกินพอให้อิ่มแอ้มเอากับผักสองสามอย่างที่เหลือจากเมื่อวาน ส่วนพ่อก็จะมีขวดซอสส่วนตัวไว้เปลี่ยนรสชาติทุกวันอยู่แล้ว บางวันดีหน่อยมีขนมปัง เพราะร้านสะดวกซื้อห่างจากบ้านพอสมควรเธอเลยไม่ค่อยเดินไป จะไปสักทีก็ตอนซอสพ่อหมดไม่ก็น้ำมันหมด ...แถวบ้านน่ะหรอ มีแต่ข้าวแกงถุงสำเร็จทั้งนั้น
   
เอ...วันนี้ต้องซักผ้า ชุดนักเรียนกองอยู่ก้นตะกร้าแล้ว การบ้านก็ยังไม่ได้ทำอีกสองวิชา...เฮ้อ... เริ่มหมดอารมณ์โสภาแล้วนะนี่
   
"อัย..." เสียงเข้มๆของพ่อพร้อมชุดหนีเที่ยว (ว่าไปก็...อาจจะไปทำงานก็ได้) "เดี๋ยวพ่อกลับบ่ายๆนะ"
   
"พ่อไม่กลับเช้าหรอ"
   
"ไม่ๆ...วันนี้พ่อนัดเล่นบอลกับเพื่อน...ลูกจะไปด้วยกันไหมล่ะ"
   
"อ้อ อย่าเลย...ไปเป็นเป้ารอลูกบอลอัดหน้าน่ะ"
   
"แหม...คราวที่แล้วพ่อก็ขอโทษแล้วนี่...น่านะ เดี๋ยวพ่อมาเปลี่ยนเสื้อตอนบ่ายแล้วออกไปด้วยกัน...เดี๋ยวเลี้ยงไอติม เอาไหม?"
   
"ถ้าการบ้านอัยเสร็จนะ" เธอตอบไม่เชิงปฏิเสธ "ว่าแต่ถ้าแม่โทรฯมาให้อัยบอกว่าพ่อไปไหนล่ะ?"
   
"แม่แกไม่โทรฯมาป่านนี้หรอก...เอาน่า...บอกแม่ว่าพ่อไปทำงานนั่นล่ะ"
   
"อืม" อัยพยักหน้าส่งๆแล้วว่า "ขับรถดีๆนะพ่อ"
   
"จ้า...มีอะไรก็ตะโกนเรียกพี่ๆตำรวจข้างบ้านนะลูก"
   
"ค่ะ"
   
แล้วพ่อเธอก็ถอยรถออกจากบ้านไป...ว่าไปวันนี้ดูร่าเริงผิดปกติ
   
เอาเถอะ...ยามเช้าของเรา อยู่คนเดียวอีกแล้ว
   
เด็กสาวโคลงศีรษะแล้วเปรยในใจ
   
ชินได้แล้ว
   
ไม่ทันจะสาวเท้าเข้าบ้านเสียงแปลกๆเหมือนฝูงวัวอพยพก็ทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยง
   
นัยน์ตาสีดำสนิทเหลียวมองผ่านรั้วบ้านออกไปด้วยหัวใจเต้นระทึก
   
กลุ่มเด็กชายอายุรุ่นๆเธอในชุดเสื้อบอลแบ่งสีเป็นทีม...งั้นก็คงจำนวนประมาณสองทีมฟุตบอลได้ พวกนั้นวิ่งกันให้วุ่นอย่างที่ว่าคุณตำรวจบ้านด้านซ้ายที่ปกติไปเข้าเวรดึกคงได้ฤกษ์ออกไปถามไถ่ (คุณตำรวจบ้านทางขวาเข้าเวรเช้า...สลับกันดีเนาะ) พวกนั้นมองหาอะไรกันไม่รู้ หน้าตาก็เคร่งเครียดจนน่ากลัว
   
เข้าบ้าน...เข้าบ้าน!
   
แม้ใจจะเริ่มสั่งแต่ขาก็ไม่ขยับสักนิด...เหมือนความอยากรู้อยากเห็นจะมีอิทธิพลอย่างสูงในขณะนี้จนแม้แต่ความกลัวยังโผล่หัวขึ้นมาไม่ได้
   
"โธ่เว้ย...หายหัวไปไหนของมันวะ"
"บ้านมันหลังไหน...มึงรู้ไหม"
"หลังนี้แหละ...แม่ง ทีอย่างนี้ล่ะชิ่ง"


หาใครกันนะ?
   
เธอหลบมุมอยู่ใกล้ๆรั้วบ้านตรงส่วนที่เป็นกำแพงทึบ มองผ่านไปก็เห็นคนที่หน้าจะเป็นหัวโจกงานนี้พูดประมาณ
   
"ถ้าเจอกูจะเล่นให้อาน...เฮ้ย...พวกมึงไปดูสนามบอลอีกที มึงไปดูที่โรงเรียน มึงไปร้านข้าวป้าแดง ...ส่วนพวกมึงเดินวนแถวๆนี้ ใครหามันเจอก่อนลากมันมาหากู ...กูจะรอหน้าบ้านมัน"
   
อัยเอียงคอมองบ้านสองชั้นที่ประชันหน้ากับบ้านของเธอเพราะอยู่คนละฝั่งถนนนั้นอย่างใคร่ครวญ
   
...บ้านใครกันนะ...
   
พอพวกนั้นเริ่มทยอยกันไปและคนหัวโจกก็ตอบคำถามคุณตำรวจแสนดีว่าพวกเขากำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ (ประสาทชะมัด!) เธอก็ค่อยๆถอยกลับเข้ามาในบ้านอย่างงงๆ
   
ขาเรียวชะงักกึกเมื่อตาไวๆเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆตรงพุ่มไม้ข้างๆ
   
ดวงตาเด็กสาวเบิกขึ้นนิด
   
เข้าบ้าน!
   
ใจยังร้องเตือนไม่ได้ขาดแต่ขากลับสาวเข้าไปใกล้อะไรก็ตามที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น
   
...แมวของคุณตำรวจบ้านทางซ้ายล่ะมั้ง...เมื่อวานก็หลุดเข้ามาครั้งหนึ่งแล้ว
   
หรือว่า...
   
เมื่อชะโงกหน้าเข้าไปใกล้พร้อมมือเรียวที่แหวกพุ่มไม้ซึ่งตัดแต่งเป็นอย่างดี ร่างบางก็เซถลาเพราะแรงดึงของมือปริศนา จะร้องอุทานก็ไม่ทันเมื่อมือแข็งๆตะปบมาเสียแน่น
   
อัยเริ่มดิ้น ใจเต้นรัวด้วยความกลัว นึกด่าตัวเองว่าโง่แค่ไหน
   
ยัยโง่เอ๊ย!
   
สักพักก็เปลี่ยนเป็นความโกรธจนขบฟันคมๆลงบนมือที่ปิดปากเธออยู่ ร่างด้านหลังสะดุ้งห่างไปหน่อยเธอถึงได้มีโอกาสจะผละหนีแต่ในจังหวะที่หันไปเผชิญหน้าก็โดนดึงแขนเอาไว้อีก
   
เด็กสาวชะงักนิ่งเมื่อเห็นเค้าหน้านั้นชัดเจน ยิ่งคนตรงหน้าเอามือจุ๊ปากไว้เธอก็เบิกตาโตเป็นไข่ห่านกับรอยแตกที่หน้าผากของเขา
   
"นาย..." นายคนเมื่อวานที่ปล้ำกับโจรขโมยกระเป๋าและเธอยัดเงินสองพันให้ไป "ทำไม..."
   
"ขอโทษที่ทำให้ตกใจ" เขาออกตัวเสียงแผ่วก่อนจะลดเสียงลงอีก "มีปัญหานิดหน่อย...คือ...ขอหลบสักพักได้ไหม จนกว่าพวกนั้น..."
   
"พวกนั้น..." อัยขมวดคิ้วมุ่น "พวกนั้นตามนายอยู่หรอ...งั้นหลังนั้นก็บ้านนายสิ"
   
"อ้อ...ใช่" เขายิ้มออกมานิดๆเมื่อเอามือกดแผลเลือดซึมที่หน้าผากไว้ "คงไม่ค่อยเห็นเราล่ะสิ...เธอไปโรงเรียนเช้าจะตาย ตอนเธอออกจากบ้านเราพึ่งจะตื่นเอง"
   
"เอ๋?" จากทีแรกว่ากลัวตอนนี้ชักเริ่มจะสงสัย "แล้ว..."
   
"คุยในบ้านได้ไหม...เราไม่ทำอะไรหรอก อย่างน้อยๆก็...ขอล้างแผลหน่อย" ดวงตาเว้าวอนนั้นชวนให้กลืนน้ำลายไม่ลงคอนัก ยิ่งเจ้าตัวยังฉุดแขนเธอไว้แน่นอย่างนี้ ...ปฏิเสธไปก็คงไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี

   



"ตกลงว่า...พวกนั้นตามนายเพราะคิดว่านายไปแย่งแฟนหัวหน้าทีมนั่นน่ะหรอ"
   
"ประมาณนั้น...แต่เราไม่ได้ทำนะ...จริงๆ" เขากระดกน้ำเข้าไปอึกใหญ่หลังจากเธอช่วยล้างแผลแล้วปิดพลาสเตอร์เท่าที่พอจะหาได้ให้ "เราไม่จีบผู้หญิงอายุมากกว่าหรอก...แฟนพี่นิคสวยก็จริงนั่นล่ะแต่เจ้าชู้ฉิบ"
   
อัยพยักหน้านิดๆอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ...เธอก็พึ่งนึกหน้าพี่คนนั้นออก "พี่นิค" หัวหน้าทีมฟุตบอลโรงเรียนเธอเองนี่ล่ะ เมื่อกี๊ตกใจไปหน่อยก็เลยลืมไป...ไม่คิดว่าพวกนักฟุตบอลจะมีเรื่องกันเอง
   
ว่าแต่ว่า...
   
เด็กสาวสำรวจใบหน้าชายผู้มาขอที่หลบภัยอย่างเงียบๆ
   
ตานี่โคตรจะปรับตัวเก่ง เดินเข้ามาในบ้านก็เอาแต่ขอ มีน้ำไหม? ขอนั่งนี่นะ กินส้มได้ไหม? ขอใช้กระดาษทิชชู่หน่อยนะ พอเธอพยักหน้าส่งๆให้ก็เดินเสียให้ว่อน หยิบน้ำมารินให้ตัวเองแถมเผื่อเธอตั้งแก้วหนึ่ง (คงรู้ล่ะสิว่าฉันจะถามอีกนาน!) ถือวิสาสะเปิดไฟในบ้านแล้วก็ปลอกเปลือกส้มระหว่างที่เธอเรียบเรียงคำถาม
   
อย่างกับว่าเคยมาบ้านเธอเป็นพันครั้งได้แล้ว...
   
หรือว่าเคย?
   
พอดวงตาคมๆนั้นหันมามองก็เล่นเอาหน้าแดงซ่าน คำถามที่จะถามก็กลืนลงคอไปเสียหมด
   
"เธอนี่ขี้อายจัง...น่าจะเปลี่ยนชื่อจาก 'อัย' เป็น 'อาย' เสียนะ"
   
ดวงตาขุ่นกึกตวัดมองอย่างไม่ค่อยยอมรับความจริง พอคนโดนจ้องยิ้มรับเธอก็เป็นฝ่ายหลบตาไปอีก
   
ได้ยินเสียงหัวเราะขำๆนั้นแล้วก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ...แล้วความคิดบางอย่างก็แล่นกึก
   
"นายเคยเล่นบอลกับพ่อฉันหรอ"
   
"อื้ม" ดวงตาคู่คมนั้นใสขึ้นนิดขณะที่เขาจิบน้ำ "เราเคยมานี่ตั้งหลายที พ่อเธอให้ช่วยเอาของมาเก็บน่ะ พ่อเธอนี่เก่งมากเลยนะ...เราแทบไม่เชื่อตอนได้ยินว่าเขาเป็นทนาย"
   
"ทำไมล่ะ?"
   
"อ้าว...พ่อเธอไม่เคยเล่าให้ฟังหรอ?" เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง "ก็เขาน่ะ...เป็นหนึ่งในผู้ใจบุญที่ตั้งกลุ่มมาขอบริจาคเศษไม้ ไม่ก็ของเหลือใช้ แล้วก็เอามารีไซเคิลไปให้พวกเด็กด้อยโอกาส ...เสาร์ที่แล้วพ่อเธอตอกโต๊ะได้ตั้งห้าตัว แถมยังหัวศิลป์สุดๆ ชั้นหนังสือกับสมุดรีไซเคิลเขาก็เป็นคนเริ่มทำ ...เขาชอบพูดว่าอยู่เฉยๆก็ฟุ้งซ่าน ก็เลยหาอะไรทำ"
   
อะไรกัน...
   
โห...ไม่ยักรู้ว่าพ่อเป็นคนดีขนาดนี้
   
อัยนึกภาพตอนพ่อเธอถอดสูทเหงื่อโทรมตอกตะปูดังโป๊กๆแล้วก็ยิ้มขำ
   
"พ่อเธอบอกว่าเธอยิ้มยาก" ดวงตาที่จับจ้องมานั่นทำเอาหุบยิ้มฉับพลัน "อะไร...น่ารักดีออก ทำไมไม่ยิ้มบ่อยๆล่ะ"
   
หน้าเนียนแดงขึ้นมาอีกด้วยโลหิตที่สูบฉีด
   
เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างสนุกสนานแล้วก็ดื่มน้ำเข้าไปอีกอึก
   
"แล้วนี่..." เธอต่อคำไปเมื่อเริ่มจะเงียบ "เมื่อไหร่นายจะกลับ"
   
"พ่อเธอชวนเราไปเล่นบอลด้วยบ่ายนี้...ตามจริง ก็กะจะอยู่นี่จนถึงบ่าย ...ตอนนั้นพวกนั้นก็คงไปกันหมดแล้ว"
   
"ทำไมไม่ไปอธิบายล่ะ"
   
"กว่าจะได้พูดเราคงเละไปทั้งตัวแล้วล่ะ" เขายักไหล่ไม่ค่อยแคร์แล้วว่า "พี่นิคน่ะเชื่อแฟนยิ่งกว่าลูกฟังแม่เสียอีก ...มีแต่คนบอกว่าพี่เขาโดนเสน่ห์"
   
"แล้วทำไงล่ะ...ยังไงก็หนีได้ไม่นานนี่นา" เธอแสดงความคิดเห็นอย่างที่เขาก็เกาคางใช้ความคิด
   
"นั่นสิ...วันจันทร์โผล่ไปเรียนคงโดนดักตั้งแต่ยังไม่เข้าไปแหงๆ" ว่าแล้วก็ถอนใจ "เดี๋ยวเราต้องโดนถอดจากตัวจริงแข่งรอบนี้แน่เลย...ถ้าพี่นิคแกไม่เลิกกับแฟนเสียก่อนนะ"
   
อ้อ...เป็นนักบอลตัวจริงด้วยนี่นะ
   
ว่าไปก็เริ่มจะคุ้นหน้าขึ้นมา...อาจจะเพราะเธอไม่ค่อยชอบดูฟุตบอลเท่าไหร่ (อะไรที่พ่อคลั่ง...มันจะไม่ใช่สิ่งน่าอภิรมย์กับเธอเลยล่ะ) ก็เลยไม่ค่อยจะรู้จักนักบอล ...อย่างรุ่นพี่ม.หกคนนั้นเคยเห็นหน้าเพราะแฟนพี่แกเคยรับจ๊อบเดินแบบคู่กับดา
   
ดา...
   
เออ...ลืมไปได้ไงนะ
   
"เดี๋ยวนะ" อัยว่าแล้วผลุดลุกไปหยิบมือถือจากโต๊ะข้างโทรทัศน์
   
เธอต่อสายหาเพื่อนสนิทอย่างมีหวัง
   
"ดา..."
   
"/ว่าไงคุณอัยยา...คิดถึงกันขนาดนั้น/"
   
"นี่คุณลดาคะ...ช่วยอะไรอย่างสิ"

"/ว่ามาเลยเพื่อน...มีอะไรบ้างที่ดาทำไม่ได้...นอกจากเรียนวิทย์ให้พ้นจากเลขฐานสองน่ะนะ/"
   
"คืองี้...พวกทีมฟุตบอลโรงเรียนเค้ามามีเรื่องกันแถวหน้าบ้านเราน่ะ...พี่นิคเขาจะยำนักบอลที่แย่งแฟนพี่แก...แล้ว..."
   
"/ใครจะไปกล้าแย่งแฟนเฮียแก...โหดขนาดนั้น ...เออ แล้วไงต่อ/"
   
"ก็นักบอลนั่นมันกระโดดเข้าบ้านเรามาน่ะสิ"
   
"/หา?!/" เสียงตะโกนอย่างตกใจนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอดึงมือถือออกห่างหูอย่างถนัดถนี่ "/เฮ้ย...แล้วงี้ทำไงอะ ไอ้เฮียนิคเห็นเข้าแกซวยไปด้วยแน่ สาบานได้เลยถ้าเรื่องแฟนนี่เฮียแกไม่ยั้ง/"
   
"ฉันให้แกช่วยคิด...ไม่ใช่มาถามกลับแบบนี้ ...แกมีเบอร์พี่อ้อมไหมล่ะ"
   
"/ไม่อะ...ฉันไม่ค่อยอยากคุยกับพี่แกเท่าไหร่...เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าฉันเหมือนพี่เค้า ...เจ้าชู้ได้โล่/" เสียงออกแนวแดกดันหน่อยๆนั้นทำให้เธอรู้ได้ไม่ยากว่าดาก็ไม่ชอบผู้หญิงเจ้าชู้นางนั้นนัก "/เออ...แต่ฉันมีเบอร์พี่นิค...ฉันส่งคลิปวีดีโอให้พี่แกงานนี้เลยดีกว่า ...เผื่อเฮียแกจะตาสว่าง/"
   
"คลิปไรวะ?"
   
"/คลิปเจ๊อ้อมออดอ้อนกับนายแบบที่ไปถ่ายแบบด้วยกันไง ...วะ! ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ใช้จริง ฉันหมั่นไส้มานานแล้วเนี่ย นายแบบนั่นก็หล่อได้ใจมากเลย นี่ถ้าฉันไม่ได้ไปกับเจ๊อ้อมน้า~/"
   
โอ้...แสบได้อีกเว้ยเพื่อนฉัน
   
"เออๆ...แกจัดการเลยนะ...ทำไงก็ได้ให้พวกนั้นเลิกมาเดินวนแถวหน้าบ้านฉันเนี่ย"
   
"/จ้าๆ...งานนี้ช่วยเต็มที่! บายจ้า/"
   
อะไรกันเนี่ย...
   
เรื่องมันเรียงร้อยกันได้น่าปวดหัวชะมัด
   
"คุยกะดาหรอ" เสียงเข้มถามด้วยหน้านิ่งๆ
   
"อื้ม" อัยหันไปตอบเนิบๆ "ดาน่าจะเคลียร์ให้ได้ล่ะ...ถึงพี่นิคจะไม่ถึงขั้นเข้าใจนายถูกแต่ก็น่าจะเบี่ยงเป้าไปหานายแบบผู้น่าสงสารนั่นก่อนล่ะ" เหมือนเธอจะพึ่งนึกเรื่องสำคัญบางอย่างออก "เออ...คุยกันตั้งนาน ว่าแต่นายชื่ออะไรน่ะ"
   
เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆอย่างที่เธอนึกอยากกัดลิ้นตัวเอง
   
ปกติเธอไม่ชอบถามชื่อใครอยู่แล้ว แล้วเธอก็ไม่ค่อยบอกชื่อกับใครด้วย
   
อย่างตอนขึ้นม.สี่ใหม่ๆ ดาก็เป็นคนมาทักเธอ (ฝ่ายนั้นพึ่งย้ายมาตอนม.สี่และในห้องมีเธอคนเดียวที่ไม่มีกลุ่มเพื่อน) นับจากตอนนั้นเธอก็เคยบอกชื่อกับดาแค่ครั้งเดียว ...โดยเฉพาะเมื่อไปไหนมาไหนด้วยกัน ดาก็เป็นคนแนะนำตัวแทนเธออยู่แล้ว
   
พักหนึ่งของความอึดอัด...เด็กหนุ่มก็ยิ้มแย้มออกมาเหมือนชอบใจ
   
"เรากร...เรียนห้องสอง"
   
"อ้อ...เราเรียนห้องสาม"
   
"อื้ม...เรารู้ เราเคยแอบไปลอกการบ้านคณิตบ่อยๆห้องอัยส่งไวกว่าเพื่อนตลอด"
   
หา...อะไรนะ?!
   
ห้องสองนี่เรียนวิทย์ไม่ใช่หรอ ...ยังอุตส่าห์มาลอกเด็กศิลป์คำนวณ ...ดูหน้าตาก็น่าจะเก่งคณิตมากกว่าฉันโขนะเนี่ย
   
"เราไม่ค่อยมีเวลาทำน่ะ...ปกติเราจะเปิดดูเล่มที่ไม่ค่อยผิดแล้วก็นั่งลอก...ของอัยน่ะอ่านง่ายสุดก็เลยจำชื่อได้ ...แต่ก็ตลกนะ" กรยิ้ม "เราจำหน้าอัยได้ตอนเห็นอัยไปโรงเรียน จำชื่ออัยได้ตอนไปลอกการบ้าน ...แต่พึ่งมารู้ว่าเป็นคนเดียวกันเมื่อวานที่เจอกันใกล้ๆนั่นล่ะ ...เห็นชื่อที่เสื้อตอนแรกเรายังงงๆอยู่ก็เลยลืมไปว่าอยากจะชวนคุยสักนิด...อย่างน้อยก็อยู่บ้านใกล้ๆกัน เผื่อวันหลังเราจะได้มาขอไปลอกก่อนไปส่ง"
   
โอ้โห! สมควรจะให้ลอกไหมเนี่ย!
   
อัยยานิ่งไปอึดใจ พอรู้สึกตัวว่าดวงตาคู่นั้นมองมาแล้วก็เอาแต่ยิ้ม ต่อมขี้เขินก็กำเริบจนหน้าร้อนผ่าว เสมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็นึกโล่งใจขึ้น
   
"เฮ้...ไปหมดแล้วนี่" เด็กสาวยิ้มยินดีจนออกนอกหน้า "เราว่านายไปก่อนดีกว่า...กว่าพ่อเราจะมาคงอีกนาน... อย่างน้อยก็ไปทำแผลใหม่" เธอชี้ที่หน้าผากเจ้าตัวก่อนทำทีเป็นเก็บแก้วไปล้างในครัว "ส่งตรงนี้นะ...วิ่งรี่กลับบ้านไปเลยเผื่อมีคนดักอยู่"
   
"เอ้อ เดี๋ยว..." กรรั้งด้วยหน้าตาตื่นๆ ชะงักไปนิดตอนคนโดนเรียกหันมามอง ...เหมือนจะกลืนบางอย่างลงคอ ยิ้มนิดๆแล้วว่า "การบ้านเมื่อวาน...อัยทำเสร็จยัง แบบฝึกหัดที่มีสามสิบห้าข้อน่ะ"
   
"อ้อ...เสร็จแล้ว นั่นไง ตั้งอยู่ข้างทีวีน่ะ หยิบไปได้เลย ถ้าลอกเสร็จก่อนเย็นวันอาทิตย์ก็เอามาคืนก่อนนะ เราจะได้ส่งพร้อมเพื่อน"
   
"อา...ได้สิ ดีเหมือนกัน งั้นเราขอยืมคืนหนึ่งนะ"
   
"อื้ม...เอาไปเลย รักษาด้วยแล้วกัน"
   
"อัย..." เสียงรั้งดังขึ้นมาอีกอย่างที่คนตั้งใจจะหลบได้แต่ตีหน้านิ่ง "เอ่อ...บาย"
   
"บาย" เธอตอบรับ "ล็อคประตูหน้าบ้านให้ด้วยนะ" แล้วก็เดินหายเข้ามาในครัว ยังนึกงงตัวเองว่าทำไมให้ยืมสมุดง่ายๆ ปกติเธอให้ดายืมคนเดียวนั่นล่ะ
   
อะไรก็ไม่รู้...ตากรคนพิลึกทำให้เธอทำอะไรก็ได้เพื่อให้เขาไปไกลๆ
   
เขินสายตานั่นชะมัด!

+++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, ~หลิว ซาน ห่าว~, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 4 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 01:37:03 pm โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #4 เมื่อ: มกราคม 16, 2010, 02:35:14 pm »

อิอิ ถ้าจบถูกใจเดี๋ยวบวก 5 คะแนนเลย อิอิ  พยายามเข้า สู้ๆๆๆ

อย่างนั้นคงต้องเริ่มวางแผนตอนจบเสียแล้ว p33 จะพยายามค่ะ  e027

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #5 เมื่อ: มกราคม 24, 2010, 11:07:12 am »

บทที่ 3: เรื่องตลก




++++++++++++++++++++++++++++++++++
เหมือนมันจะดี...บางทีก็เหมือนแย่
บางทีมันก็แค่...เรื่องตลก ก็เท่านั้น
ก็แปลกดีที่บางทีใจสั่นๆ
เพราะอะไรนั้น...ไม่อยากคิด ให้เจ็บใจ
++++++++++++++++++++++++++++++++++




?อัยยาเพื่อนรัก...การบ้านคณิตเสร็จยังจ๊ะ?

?อะ...เอาไปเลย? อัยตอบคำเพื่อนสนิทอย่างชินปากพร้อมการควานหาสมุดที่หนาที่สุดในกระเป๋าส่งให้

?เย้...วันนี้คาบแรกไม่มีเรียนนะ มิสเจสสิก้าต้องพาเด็กอินเตอร์ม.ต้นไปทัศนศึกษา? ลดายิ้มน่ารักส่งให้พร้อมทำตาบ้องแบ๊วใส่ ?แหม...กำลังคิดอยู่เลยว่าถ้าเธอมัดผมเป็นยัยเพิ้งมาอีกฉันจะจับเธอมัดใหม่ตอนคาบแรก?

อัยเบะปากเมื่อนึกภาพตัวเองนั่งให้เพื่อนรักมัดผมให้...มือหนักน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะยัยนี่

?ฉันเกรงใจก็เลยมัดมาแบบนี้...พอดูได้ไหมล่ะ?

?เรียบร้อยกว่าเดิมอีกล่ะ? ดามองแวบหนึ่งแล้วหันไปสนใจกับสมุดคณิตต่อ ?แกติดกิ๊บเก็บผมหน้าด้วยหรอ...ไม่ได้ตัดผิดระเบียบเหมือนพวกฉันไม่ใช่หรอ?

ยัยดาสไลด์หน้า ยัยมายด์มีหน้าม้า...ส่วนยัยแก้วซอยทั้งหัว

?ปกติฉันก็ติด...ไม่สังเกตเอง?

?แล้วติดไว้ทำไม?

?หน้าม้า?

?อัยยามีหน้าม้า!? ดวงตากลมๆนั้นเบิกอย่างน่าเตะ ?เฮ้ย ฉันหูฝาดป่าวเนี่ย ปล่อยให้ดูดิ?

?ปล่อยก็โดนซิวน่ะสิ...ทำไปเลยการบ้านน่ะ ก่อนที่เกรดวิชาคณิตแกจะเปลี่ยนเป็นเลขฐานสองเหมือนชีวะ?

?แหม...? ลดายิ้มแย้มเหมือนจำนนแต่ไม่วายส่งยิ้มซุกซนมาให้ ?ตัดหน้าม้าตั้งแต่เมื่อไหร่?

?ตั้งแต่ขึ้นม.ห้าใหม่ๆแล้ว...ก็เห็นว่าเขาไม่ตรวจกันก็เลยตัดเอง ตามจริงจะตัดเอาไรผมที่มันยาวๆทิ้ง...แต่ตัดม้าไปเลยมันเก็บมาโรงเรียนง่ายกว่า?

?อ๋อ? ดาว่าแล้วหัวเราะคิก ?แสดงว่ายังพอเยียวยาได้บ้าง...เฮ้ย อัย โน้ตนี่แกเขียนติดไว้หรอ?

อัยยามองกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนที่สอดอยู่ในสมุดแล้วฉวยมันมาก่อนที่เพื่อนสาวจะทันได้อ่าน

?ขอบคุณสำหรับการบ้าน...อัยลืมขีดเส้นอยู่สองข้อ เราขีดให้แล้วนะ - กร?

จู่ๆโลหิตก็สูบฉีดขึ้นมาบนหน้า มีอาการร้อนรุ่มๆจนต้องปดเพื่อนไปว่า

?อื้ม...เขียนไว้กันลืมว่ายังไม่ได้ส่งการบ้านอังกฤษ?

?อ๋อ? ดาไม่ค่อยติดใจอะไรเพราะกำลังขะมักเขม้นกับการลอก ?เออ...เห็นว่าวันนี้แก้วไม่มาโรงเรียนนะ อัยเช็คให้มันด้วย ...มันบอกมันปวดท้อง อาหารเป็นพิษ เมื่อวานไปกินส้มตำกันมาว่าจะชวนอัยไปด้วยแต่คิดอีกทีเดี๋ยวไม่มีการบ้านให้ลอก?

อัยเบะปากแล้วเขกหัวเพื่อนเบาๆ

?แล้วไอ้มายด์ล่ะ?

?เห็นว่าจะมาสายหน่อย...เช็คมันมาสายนะอย่าเช็คขาด เดี๋ยวมันก็มา?

คนถือสมุดเช็คชื่อพยักหน้าหงึกหงัก...ตามจริงไม่ใช่หน้าที่เธอหรอก แต่หัวหน้าห้องเราดันภารกิจเยอะก็เลยแบ่งมาทำ ...เธอรับสมุดเช็คชื่อเช้ามาส่วนดาก็ต้องถือสมุดบันทึกคาบเรียนของอาจารย์เหมือนกัน เหลือให้หัวหน้าทำใบหนีเรียนเพราะอันนั้นคนอื่นทำไม่ได้ หัวหน้าต้องคอยเช็คเองไม่งั้นอาจารย์จะว่าเอา

เฟรนด์...หัวหน้าห้องน่ะ เป็นคนเรียนเก่งที่สุดในห้องแล้วก็อัธยาศัยดีอย่างไม่น่าเชื่อ ...ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเจ้าตัวยังเด็ดขาดอย่างที่ไม่ปล่อยให้เพื่อนที่หนีเรียนรอดไปได้สักคน

หน้าที่เป็นหน้าที่...ในเมื่อหนีก็อย่ามาพูดให้ได้ยิน ไม่งั้นเฟรนด์ก็จะบอกอาจารย์ไปตามตรง ...เธอว่าเฟรนด์เป็นคนที่แบ่งแยกอะไรได้ชัดเจนดีนะ มีความเป็นผู้ใหญ่สูงทีเดียว ไม่ใช่ว่าไม่รักเพื่อน ...แต่ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะรักเพื่อนล่ะ

?เกิดมันหายไปวันสองวันแล้วไม่ยอมบอกอาจารย์ว่ามันไปไหนเกิดมันโดนผู้ชายข่มขืนหมกป่าแล้วใครที่ไหนจะตามมันเจอ?

เจ้าตัวเคยพูดออกมาชัดๆ...เล่นเอาสาวๆที่ชอบหนีเที่ยวซีดกันไปตามๆกัน หัวหน้าห้องที่เป็นมิตรแต่เด็ดขาดน่ะหายากในช่วงอายุนี้...ส่วนใหญ่จะมีแต่ประเภทโดนเพื่อนใช้งานหรือไม่ก็แค่คนที่พอคุยกับอาจารย์รู้เรื่องแล้วเอาไปออกหน้าเท่านั้น

เธอว่าเธอโชคดีที่มีผู้นำในห้องอย่างเฟรนด์

หัวหน้าที่คิดเป็นแบบนี้...ห้องจะได้ไม่ล่ม

ห้องเธอโดนด่าน้อยกว่าห้องคิงวิทย์อีกนะว่าไป

แต่เฟรนด์ก็จะมีภาระหนักหน่อยตรงที่ว่าเป็นคนขี้เกียจเรื่องมาก...เพื่อนให้ช่วยทำการบ้านให้ (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ) ก็จะเขียนให้ไปลอกไม่ก็ให้ยืมสมุดไปเลย...เจ้าตัวจะหงุดหงิดบ่อยๆเพราะหาสมุดไม่เจอ คนนั้นยืมไปแล้วก็ให้คนนู้นต่อ คนนู้นก็ฝากไว้ที่คนโน้นและต่อยอดยาวเป็นหางว่าว

...ดีที่ยังไม่เคยหาย...ถ้ามีหายสงสัยเฟรนด์คงงดให้ลอกเป็นการถาวร

เธอออกจะชื่นชมเฟรนด์นะ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้คุยกันนัก (ไม่เคยลอกการบ้านเจ้าตัวด้วย) เพราะเฟรนด์จะคุยกับเธอเฉพาะเรื่องกิจการในห้องอย่างเวลาทำใบหนีเรียนว่ามีใครขาดบ้างแต่ที่เธอชอบก็เพราะเจ้าตัวจะเรียกชื่อเธอทุกคำ

?อัย...วันนี้ใครไม่มาบ้าง ...เออ อัย...พรุ่งนี้อาจารย์ขอเวลาเรียนห้องเราครึ่งวันไปร่วมกิจกรรมนะ ...อ้อ อัย พรุ่งนี้เดี๋ยวเราทำเล่มเช้าเองก็ได้ ถ้าอัยหาสมุดที่ห้องอาจารย์ไม่เจอก็เราเอามาแล้วนะ โอเคไหมอัย?

เวลาเจอกันข้างนอกเฟรนด์ก็จะยิ้มทักเสมอแม้จะไม่ค่อยได้คุยกันเพราะส่วนใหญ่จะต่างคนต่างรีบ

แต่เธอไม่ค่อยแปลกใจหรอกถ้าเฟรนด์จะจำเธอได้...เพราะเฟรนด์รู้ทุกเรื่อง แม้จะอยู่เงียบๆแต่ก็ระแคะระคายได้ทุกเรื่อง...ราวกับมีสายสืบอะไรทำนองนั้น

หรืออาจจะเพราะเป็นคนซุ่มฟังก็ได้...เงี่ยหูฟังทุกอย่างเก็บไว้เป็นข้อมูล เรื่องไหนดีๆก็ขยายความ อันไหนชั่วๆแต่ยังไม่แน่ใจก็เงียบไว้รอให้ใครคนนั้นมาสารภาพหรืออาจารย์มาถามก็บอกไปตามตรงว่ารู้อะไรมา

อัธยาศัยดีเพราะเป็นผู้ฟังที่ยอดเยี่ยม...คุยด้วยแล้วสบายใจ เฟรนด์ที่แม้จะอวบไปนิดแต่ก็มีคนมาสนใจอยู่เรื่อยๆ เพราะเก่ง? เพราะงาน? หรือเพราะนิสัย? เธอก็สรุปไม่ได้เหมือนกัน

แต่เฟรนด์มีแฟนแล้วล่ะ...แฟนเฟรนด์เรียนมนุษย์อิงค์ปีสองอยู่ (เก่งเหมือนกันเลยคบกันหรือไงก็ไม่ทราบได้) เธอเคยเจอครั้งหนึ่งตอนปีที่แล้วเพราะพี่แกมาแนะแนวรุ่นพี่ม.หก

อย่างว่า...คนมันจะรุ่งอะไรก็พุ่งไปหมด

?อัย...? ดาปลุกเธอจากภวังค์พร้อมยื่นสมุดคณิตคืนมาให้ ?เอารวมกันไว้เลยไหม...เดี๋ยวเพื่อนๆต้องใช้ให้ไปส่งอีกล่ะ?

?กองๆไว้เหอะ...คนสุดท้ายวางแล้วเดี๋ยวเราเอาไปส่งให้... ยังไงคาบแรกก็ว่างไม่ใช่หรอ?

?อื้ม? ดาลุกยืนบิดขี้เกียจพลางหักนิ้วอย่างเคยนิสัย ?โหย...การบ้านโหดหน้าดูตั้งสามสิบกว่าข้อล่อไปห้าหน้าได้ ...แต่ก็เสร็จแล้วโว้ย?

?เออ...กินข้าวเช้ายังเนี่ย?

?แล้วๆ...วันนี้ตื่นไวเลยกินทัน ...แต่ไปโรงอาหารไหม...อยากกินนม?

?ไปก็ไป...ได้ทั้งนั้นล่ะ?

?อีกสิบนาทีเข้าแถว...ถมเถล่ะ? เรียวมือนั้นฉุดมือเธอไปเดินจูงอย่างเคยชิน ?เปลี่ยนยาสระผมด้วยหรือเปล่าเนี่ย...หอมเชียว?

?เปล่า...แต่เปลี่ยนมาสระตอนเช้าก็เลยยังได้กลิ่น?

?น่ากอดขึ้นอีกเยอะเลยนะแก? แซวเสร็จก็กอดจริงซะงั้น ?ว่าไปแกไม่มีใครยุ่งก็ดีนะ...ฉันจะได้กอดแกสบายใจหน่อย ฮื้อ...ถ้าเพื่อนฉันโดนจีบไปแล้วใครจะโสดเป็นเพื่อนฉันเนี่ย?

?แกเนี่ยนะโสด...เฮ้ยปล่อย พอเลย แหนะ จั๊กกะจี้!? อัยหัวเราะเพราะโดนจี้ มือไม้ก็ปัดป้องการหยอกเล่นเป็นพัลวันแต่มีหรือเพื่อนรักจะหยุดหยอก...ไม่มีทางหรอก จนกว่าจะถึงโรงอาหารนู่นล่ะ

?โอ๋ๆคนดี...พี่กอดหน่อยนะ? ดายังหัวเราะคิกคักหยอกไปเรื่อยส่วนเธอก็หนีจนแทบจะล้มคะมำ

?ว้าย!? เป็นคราวเคราะห์เมื่อเด้งหนีไปชนใครเขาไม่รู้

?เอ่อ...ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ เป็นอะไรมากไหม? อัยยาออกปากตามมารยาทเหมือนมีระบบกลไกการพูดเป็นอัตโนมัติเวลาเดินชนใครเขาเข้า

?ระวังหน่อยสิ เล่นกันอยู่ได้...นี่ทางเดินนะ? เสียงแว้ดๆนั้นทำเธอหน้าแหยไปหน่อยเมื่อเห็นชัดเจนว่าชนใครเข้า

เจ๊อ้อมของยัยดานี่นา

แล้ว...

ร่างบางชะงักไปหน่อยเมื่อเห็นใครอีกคนที่อยู่กับเจ๊แก

?อ้าวพี่อ้อม...เป็นไงบ้างคะ ขอโทษค่ะ ดาหยอกเพื่อนเพลินไปหน่อย? ดารีบดึงเธอไปใกล้ตัวแล้วหัวเราะแหะๆส่งให้รุ่นพี่ที่เคยรับจ๊อบด้วยกันก่อนที่ดวงตาบ้องแบ๊วจะนิ่งลงอย่างประหลาดเมื่อเห็น... ?อ้าว...กร หวัดดี?

?หวัดดีดา? เด็กหนุ่มยิ้มตอบอย่างเรียบเรื่อย ?เออ...เรากะจะหาดาอยู่ ไม่คุยกันนานลืมไปเลยว่ามีเรื่องจะคุยด้วย?

อัยยาคงตีหน้าไม่ถูกถ้าเขาหันมามอง ...ดีที่ไม่ ไม่ว่าด้วยสถานการณ์พาไปหรืออะไรก็ตาม

?เดี๋ยวสิกร...คือ...?

?พี่อ้อม...ผมไปก่อนนะครับ เฮ้ยดา...เล่าให้ฟังหน่อยสิ เรื่องที่ว่า...?

มือหนานั้นฉุดดาเดินไปด้วยกันอย่างที่เธอก็ติดไปด้วยเพราะดายังไม่ปล่อยมือจากแขนเธอ

?อะไร...ตกลงพี่อ้อมกะจีบกรอยู่หรอ? ดาทำตาระริกอย่างเสแสร้ง

...แค่ดูก็รู้... สองนี้มีบางอย่างที่ชวนให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดขึ้นมา

?ก็คงงั้น...ดีที่เจอพวกดาก่อน ให้ตายสิ...ถ้าพี่นิคเห็นเข้าเราได้โดนยำรอบสองแน่?

?โดนยำ?? ดามองหน้าเธอแล้วหันไปพูดกับกร ?ที่ไปมีเรื่องแถวๆบ้านอัยก็คือกรเนี่ยนะ...ว่าไป บ้านกรอยู่ตรงข้ามกันนี่เนาะ ...เออ เราก็ลืมไปเลย?

?นั่นสิ...ลืมไปเลย? กรยิ้มแล้วเดินไปด้วยกัน (ปล่อยมือจากดาแล้ว) ?เป็นไงบ้างล่ะช่วงนี้...ฮอตใหญ่เลยนะ ตั้งแต่ไปถ่ายแบบ?

?ถ่ายเพราะแม่อยากให้ถ่ายหรอก...น่าเบื่อจะตาย ดีที่ได้ตัง? ดายักไหล่ ?เออ...ตกลงมีอะไรจะคุยหรือแค่บอกพี่อ้อมแกไปอย่างนั้น?

?อ้อ...ประมาณนั้น? กรยังยิ้ม ?ที่จริงจะขอบคุณเรื่องที่ดาช่วยเราเมื่อวันเสาร์นั่นล่ะ...พี่นิคแกเลิกเขม่นเราไปเลยช่วงนี้...เหลือแต่พี่อ้อมเนี่ยล่ะ...ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิก?

เหมือนทั้งคู่จะคุยกันติดลม อัยเลยได้แต่เงียบฟัง

...เหมือนเรื่องตลกเลยนะ ...คราวก่อนที่เธอคิดว่ากรจะไม่เห็นเธอ เขากลับทักทาย

...พอมาตอนนี้ที่เธอคิดว่าเขาจะทักแต่เขาก็กลับไม่ทัก

คิดอะไรอยู่นะอัย

...เรื่องปกติไม่ใช่หรือไงกัน?

พอบอกตัวเองดังนั้นก็เดินไปซื้อนมกินเงียบๆ...ทำไมรู้สึกอยากจะพูดอะไรบ้างนะ ทั้งที่ปกติก็นั่งเงียบเป็นหุ่นได้ตลอด

...บ้าจัง

?โอ๊ย!? ร่างบางล้มลงตอนที่เดินเหม่อกลับไปหาเพื่อน...เพราะใครสักคนที่ถอยหลังมาชนจนเธอล้มคะมำของจริงในคราวนี้

อัยยาเบะปากคลำก้นตัวเองพอเป็นพิธีถึงค่อยลุกขึ้นอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจอะไรนัก

?เฮ้ย...ขอโทษครับน้อง พี่มองไม่เห็น?

ตลกชะมัด

...คราวนี้ทำไมถึงโกรธตงิดๆขึ้นมาไม่รู้

...ทั้งที่เมื่อก่อนก็เฉย ชนก็ช่าง ไม่ขอโทษก็ช่าง ...จะไม่ช่วยก็ช่าง

ปากจิ้มลิ้มยังปิดสนิทหลังถอนใจแผ่วๆ มือหนาของรุ่นพี่ผู้ชายจะช่วยให้เธอลุกแต่เธอก็ปัดมันอย่างสุภาพ

?เป็นไรไหมน้อง...พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่มองไม่เห็นจริงๆ?

?ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณ? อัยยามองหน้าตอบแวบเดียวแล้วก็เมินเดินกลับไปหาเพื่อนอย่างที่ตั้งใจตอนแรก

?เฮ้ยน้อง...พี่ขอโทษแล้วไง?

?ก็ขอบคุณแล้วไงคะ...ไม่เป็นไรค่ะพี่? เธอตอบกลับเบาๆ อาจด้วยเพราะความฉุนถึงได้ไม่รู้สึกเกรงใจหรืออับอายสักนิด

?แล้วทำหน้าอย่างนี้ใส่หมายความว่าไงฮะน้อง ...พี่อุตส่าห์ขอโทษนะ?

?คำว่าขอโทษมันต้องอุตสาหะในการพูดขนาดนั้นเลยหรอคะ? อัยยาหันไปมองหน้ารุ่นพี่แบบเต็มๆตา นึกสบถในใจกับเรื่องตลกอีกเรื่อง

ทำไมวันนี้ฉันชนแต่พวกม.หกมีปัญหาฟะ

ตะกี๊ก็เจ๊อ้อม...มาตอนนี้ก็เฮียนิค ...นรกสาปส่งมาหรือไง!

หน้าตาคร้ามเข้มนั้นนิ่งไปอึดใจอย่างที่เธอค่อยนิ่งลง

?ถ้าพี่ไม่อยากขอโทษก็ไม่ต้องพูด...ฉันไม่ได้ติดใจอะไร จะชนแล้วทำเป็นไม่สนใจฉันก็ไม่สน ...แต่พี่ขอโทษแล้วฉันก็บอกแล้วว่าไม่เป็นไร ...แล้วยังจะไม่พอใจอะไรอีกหรอคะ? นานๆเธอจะได้พูดยาวๆกับเขาบ้าง

?อัยๆ...? ยัยดาเดินมาดูสถานการณ์ยังต้องกระซิบเตือนเบาๆแล้วหันไปยิ้มแหยให้หัวหน้าทีมฟุตบอลตอนที่เธอทำเป็นปัดฝุ่น ?เอ่อ...มีอะไรหรอพี่นิค?

?อ้อ...เพื่อนดาหรอ...เปล่าหรอก...พี่มองไม่เห็นแล้วเดินชนน้องเขาน่ะ? พี่นิคเกาหัวหน่อยๆ ?ขอโทษนะครับ...ช่วงนี้พี่ก็เครียดๆ ไม่น่าหาเรื่องน้อง?

?ไม่เป็นไรค่ะ? อัยพูดตามมารยาท

?ไม่เป็นไรแล้วทำหน้าคว่ำงี้ทำไมล่ะน้อง?

?ก็หน้าฉันเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว...?

?เอ้อ...พี่นิคคะ คือดาสงสัยน่ะค่ะว่า...? ลดาขัดตาทัพขึ้นมาทันทีเมื่อเดาได้รางๆว่าเธอกำลังหงุดหงิดเข้าขั้น ?พี่นิคกับพี่อ้อม...?

?อ้อ...พี่บอกเลิกอ้อมเขาไปแล้ว?
   
?เอ๋?!? ดาอุทานอย่างงงๆ ?จริงหรอคะ...ดานึกว่าเพื่อนดาเขาล้อเล่นซะอีก?

?เลิกแล้วล่ะ? พี่นิคหันไปตบบ่ากรที่อยู่ใกล้ๆ ?เฮ้ย...ขอโทษเรื่องวันนู้นนะ แกก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย...ปล่อยให้อ้อมใส่แกฝ่ายเดียวอย่างนั้น?

?พี่ไม่เปิดโอกาสเลยนี่ครับ? กรยิ้มขำ

?ก็...คนมันกำลังโมโหหึง... แกต้องขอบคุณดาให้มากๆนะรู้ไหม ...หรือไม่งั้นจะกลับไปคบกันก็ได้นี่...แฟนดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะโว้ย?

ไม่ใช่แค่คนเคยคบกันที่ชะงักไปหน่อย... คนที่ยืนฟังอยู่นานและพอจะปะติดปะต่ออะไรได้ก็นิ่งไปอีกคน

พี่นิคแหยหน้าปิดรอยเศร้าก่อนจะคุยกับกรเรื่องการแข่งอีกสองสามคำ พอดีกับที่เสียงกริ่งบอกเวลาเข้าแถวดังขึ้นถึงได้แยกย้ายกัน

?นี่น้อง...ตกลงไม่โกรธพี่นะ?

?ค่ะ? อัยตอบส่งๆไปเมื่อพี่แกยังมีกะใจจะถามอีก

?อย่างนั้นยิ้มหน่อยสิ...ให้พี่พอรู้ว่าน้องไม่โกรธจริงๆ?

อารมณ์เหนื่อยๆทำให้เธอไม่รับมุกแล้วก็ถอนใจส่งให้แทนที่จะยิ้ม ไม่พูดอะไรสักคำแล้วก็เดินนำดาออกมาจากโรงอาหาร

?โธ่อัย...หงุดหงิดอะไรของแกวะ?

?หงุดหงิดตั้งแต่ล้มก้นคะมำนั่นล่ะ? อัยยาเบะปากแม้ที่ตอบจะไม่จริงนัก

?น่า...พี่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย?

?อืม?

?อืม...น่ารักจริงเพื่อนฉัน...เดี๋ยวปั๊ดจับทำแฟนเลย?

?แฟนแกมีออกเยอะแยะ...ที่แกคบแล้วก็ห่างโดยไม่บอกเลิกน่ะ ...ไม่ต้องดึงฉันเข้าไปอีกคน? เธอดักคอเพื่อสาวอย่างรู้ทัน

?ก็แหม...? คราวนี้ดาหน้าสลดลงจนเธอเริ่มจะสนใจ

?ช่างเหอะ? ปากก็ว่าไปงั้นแต่ตายังแอบเหลือบมองปฏิกิริยาเพื่อนอยู่เรื่อยๆ

ตั้งแต่ที่เจอกร

ตั้งแต่ที่คุยกับกร

แล้วก็ตั้งแต่ที่แยกกับกร

บอกได้เลยว่าสองคนนี้มันมีอะไรแอบแฝง

...ถึงเธอจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องอย่างนี้ของเพื่อนก็เถอะ

...ครั้งนี้อดไม่ได้จริงๆ!

?กรน่ะ...ใช่ไหมที่ไปหลบบ้านแก?

?อืม?

?ก็เคยคบกันน่ะ...ตั้งแต่ม.สี่เทอมแรกนั่นล่ะ ...อาจจะเพราะฉันเรื่องมากล่ะมั้ง...กรน่ะดีนะ ดีทุกอย่างเลย น่ารัก ใจดี ...แค่ไม่ค่อยมีเวลา เป็นประเภทคนที่ยุ่งตลอดศก โทรฯหาบ้างแต่ฉันไม่ชอบตรงที่เขาไว้ใจฉันมากเกินนี่ล่ะ?

?ไม่ดีตรงไหน?

?เพราะไว้ใจ...เขาก็เลยไม่หึงไม่หวง ฉันจะคุยกับใครไปเที่ยวกับใคร จะไปกับผู้ชาย ถ่ายแบบกับผู้ชาย... ไม่เลย กรไม่คิดมาก...เขาบอกว่า...เขาไว้ใจฉัน ว่าฉันจะไม่นอกใจ ...แต่แหม...บางทีฉันก็งอนๆอะนะ ให้มันมีหึงมีหวงให้เหมือนแฟนบ้างสิ ...อย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนกัน ...คบแฟนแต่เหมือนมีเพื่อนนี่มันตลกน่ะฉันว่า?

ใช่สิ... ตลกชะมัด!

?ก็เลย...ตกลงว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า ...คนนี้ฉันบอกนะเว้ยว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า ไม่ได้ห่างๆไปไม่บอกลาเหมือนที่แกกล่าวหา?

?ตลกนะ? อัยยายิ้ม ?เลิกกันทั้งที่ไม่มีอะไรผิดใจกันเลยนี่นะ?

?ประมาณนั้น? ดากอดอกด้วยท่าทีครวญคิด ?แต่เขาก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรนะ...อย่างว่า เท่าที่ฉันคบๆมา ผู้ชายวัยนี้มีไว้เป็นแฟนก็ไม่ได้อะไรมากหรอก...มันเป็นวัยไว้อยู่กับเพื่อน?

?นั่นสิ?

?นี่...ตกลงฟังอย่างนี้แล้วแกจะลองคบกับฉันดูไหม...เป็นทอมดี้กันสักปี...เอาปะ?

?ได้สิ...ว่าแต่แกจะให้ฉันเป็นทอมเป็นดี้? อัยว่าหน้าตาย

?จริงดิ!? ลดาเบิกตาโตพร้อมรอยยิ้มขำ

เธอถึงได้หัวเราะรับพลางว่า

?จริงก็ตลกสิ...บ้า!? ว่าแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวกับเพื่อนที่ชอบคิดอะไรพิเรนทร์ๆ

?แหม...เมื่อกี๊ฉันเห็นนะ...เห็นไหม แค่แกมัดผมดีๆกับเปิดปากพูดให้มากหน่อย...พี่นิคมองตามเลยนะเว้ย...ลองคิดจะเป็นแฟนหัวหน้าทีมฟุตบอลโรงเรียนดูมั่งไหมฮึ...ดังเลยนะเว้ยทีนี้?

อัยยากลอกตากับความคิดบ้าๆล็อตใหม่

?ทำไมแกไม่ไปเป็นเองวะ...ได้หักหน้าเจ๊อ้อมของแก...สะใจดีออก ...อยากได้คนคอยหึงคอยหวงไม่ใช่?

ดาหัวเราะคิก

?เอ๊ะ...หรืออยากเป็นแฟนกองหน้าทีมโรงเรียนกัน?

คนฟังกะพริบตาปริบด้วยความงง

?แหม...นายคนตาคมหน้าเข้มมีลักยิ้มตะกี๊น่ะ...กองหน้าเชียวนะ...ลองดูไหมล่ะ?

?พอเลย? อัยยาหลบหน้าด้วยรู้ว่ามันกำลังร้อนผ่าว ?ฉันว่าคนนั้นก็น่าจะเป็นแกมากกว่า...กลับไปคบกันเลยไป...ผิดใจกันหรือก็เปล่า พิลึกคน?

?อะล้อเล่นน่า...คนดี๊คนดี...เดี๋ยวเค้าเลี้ยงไอติมน้า น้า...? พอเข้าโหมดง้อมือซนๆนั่นก็แกล้งจี้เอวเธออีกแล้ว

?โอ๊ย...ไอ้ดา พอเลย คิกๆ ดา!? อัยยาวิ่งหนีตัวงอปากก็หัวเราะจนเห็นฟัน

เอาเถอะ...

โดนจี้อย่างนี้ก็ดี

...เรื่องตลกของวันนี้ทำเอาแทบหัวเราะไม่ออกแหนะ!


+++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ~หลิว ซาน ห่าว~, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 4 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 11:51:41 am โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #6 เมื่อ: มกราคม 30, 2010, 03:22:01 pm »


บทที่ 4: การบ้านทำพิษ




++++++++++++++++++++++++++
เร่งทำงาน การบ้าน สานให้เสร็จ
จะสำเร็จ จุดหมาย ในไม่ช้า
เรียนกี่ปี ก็ช่าง ก็เรียนมา
เท่านี้หนา หน้าที่ ...ที่ควรทำ
++++++++++++++++++++++++++

   




อีกสิบนาทีหมดคาบแรก
   
ถมเถ...
   
อัยหอบกองการบ้านคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นสมุดเล่มหนาเกือบสามสิบเล่มไว้ในอ้อมแขนพลางเดินลิ่วๆไปห้องพักอาจารย์อย่างปกติ
   
ตอนนี้คุณลดากำลังปั่นการบ้านสังคมอยู่กับคุณมารียา (มายด์) ด้วยท่าทางขะมักเขม้นยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบเธอก็เลยบอกไปว่าเธอมาส่งคนเดียวก็ได้
   
คณิตศาสตร์นี่ต้องส่งก่อนคาบสาม...เพราะเดี๋ยวจะมีเรียนตอนคาบหลังพักเที่ยง...ต้องให้เวลาท่านอาจารย์ไกรสรณ์ปั๊มตราว่า ?ตรวจแล้ว? พร้อมวันที่ลงไปก่อนแล้วถึงได้เฉลยกันในห้อง...คะแนนเก็บวิชาคณิตส่วนใหญ่ก็จากสมุดนี่ล่ะ ส่งครบก็อย่างน้อยจิตพิสัยเต็มแล้วแน่นอน
   
ฮื้อ...ห้องพักครูชั้นสาม
   
การไปส่งการบ้านก็เหมือนการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง วิ่งขึ้นวิ่งลงบันไดนี่ก็เหนื่อยได้ใจไม่เคยเปลี่ยน
   
?โอ๊ย เฮ้ย!? ด้วยความเร่งรีบทำให้เกือบได้เจ็บตัวขึ้นมาอีกแล้วถ้าคนที่เธอเดินชนแบบไม่ลืมหูลืมตาจะไม่ดึงเอาไว้ทันก่อนที่ร่างทั้งร่างของอัยยาจะตกบันได
   
ตึกๆ ตึกๆ
   
เสียงหัวใจเต้นดังก้องขึ้นมาถึงหูเมื่อรอดพ้นการเจ็บตัวมาอย่างหวุดหวิด
   
บันไดสิบขั้นเชียวนะ...เฮ้อ เกือบแล้วไง
   
...ทำไมวันนี้ฉันชนเขาไปเรื่อยเลยนะ ...หรือทรงผมใหม่ทำพิษ
   
คิดๆแล้วก็พูดไปก่อนอย่างเคยนิสัย
   
?ขอโทษค่ะ ขอบคุณค่ะ?
   
?ซุ่มซ่ามเหมือนกันนะ? เสียงเข้มว่าอย่างที่เงยหน้ามองแทบจะทันที
   
รอยลักยิ้มเล็กๆบนหน้าคมเข้มนั้นเรียกสีเลือดให้เรื่อขึ้นมาทั่วริมแก้ม
   
?เอ่อ...? พึ่งจะรู้สึกถึงมือหนาที่เกาะแขนเธอไว้แน่น คงกลัวว่าเธอจะหงายหลังตกบันไดไป
   
?ตกลงไปจะทำยังไง...มานี่มา ทำไมเดินคนเดียวล่ะ? คำถามเหมือนสนิทชิดเชื้อกันมานานนั้นทำให้ไม่รู้จะตอบอะไรก่อนเมื่อกรแย่งสมุดการบ้านทั้งกองไปจากเธอก่อนจะเดินนำไปทางห้องพักอาจารย์หมวดคณิตศาสตร์
   
?นายมาส่งการบ้านหรอ? สุดท้ายเธอก็ถามกลับไปโดยไม่ตอบคำถาม
   
?อื้ม...วันนี้เราส่งก่อนอัยเชียวนะ?
   
รอยยิ้มนั้นเหมือนอยากชวนให้ยิ้มตามแต่เธอก็เพียงกระตุกมุมปากครู่เดียวแล้วหุบลงอย่างเดิมก่อนจะยื่นมือไปดึงกองการบ้านคืนเมื่อเดินมาจนพ้นบันได
   
ร่างสูงโยกหลบ
   
?ไปเถอะ...เราเดินไปเป็นเพื่อน?
   
?ไม่ต้องหรอก...ไม่มีเรียนหรือไง?
   
?คาบแรกอาจารย์ปล่อยไว...คาบสองมิสเจสสิก้า? กรยักไหล่ ?ง่ายๆคือว่าง?
   
?อ้อ? อัยรับคำเท่านั้นแล้วก็เดินตามไปเงียบๆ
   
?นี่...ดาเล่าอะไรให้ฟังหรือเปล่า? เขายังคงเป็นคนถามก่อน
   
?อื้ม...ก็นิดหน่อย?
   
?หรอ? พอเจ้าตัวเงียบไปบ้างบรรยากาศก็เริ่มจะอึดอัดสำหรับเธอ
   
แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร...บางอย่างมันจุกอยู่ที่คอจนคิดอะไรไม่ออก
   
...เหมือนมีอะไรจะถาม
   
แต่ไม่รู้จะถามยังไง
   
ก็เลยเงียบ...ต่างคนต่างเงียบจนเหมือนทางเดินจากบันไดไปห้องพักครูดูจะทอดยาวไปเรื่อยๆด้วยความอึดอัด
   
?อัย...? และเขาก็เป็นฝ่ายทำลายความอึดอัดนั้น
   
?หือ?
   
?พี่นิคเขาฝากเรามาขอเบอร์อัยน่ะ?
   
?หา!? เด็กสาวตาโตขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง ?พี่แกคิดอะไรขึ้นมา?
   
?จะรู้หรอ? กรยักไหล่แล้วถามย้ำ ?ได้ไหมล่ะ?
   
อัยยาส่ายหน้าอย่างไม่ต้องคิด
   
?ไม่ให้อะ...ไม่อยากยุ่ง ...อีกแค่เทอมเดียวพี่แกก็จะไปอยู่แล้ว?
   
?ดีแล้วล่ะ...เราว่าเหมือนพี่แกจะจีบอัยเล่นๆ?
   
?โหย...แค่ได้ยินว่ามีคนจะจีบก็ปลื้มจะแย่แล้ว? อัยยาว่าไปงั้น ?แต่ไม่เอาอะ...อยู่อย่างนี้สบายใจกว่าเยอะ...พี่นิคเขาก็พึ่งเลิกกับพี่อ้อม...สถานการณ์อันตรายสุดๆ?
   
?อัยไม่เคยโดนจีบหรอ...หมายถึง...ไม่เคยคบกับใครเลยหรอ?
   
?ไม่หรอก...ใครเขาจะมาจีบ? เด็กสาวสบตาตอบเป็นครั้งแรก ?ฉันว่าอยู่เงียบๆก็ดี เหงาบ้างแต่ก็ช่าง...เห็นยัยดามีผู้ชายมาเกาะเรื่อยก็รำคาญแทนแล้ว?
   
?อัยออกน่ารัก?
   
?นายไม่ต้องพูดหรอก...น่ารักแล้วไง ในเมื่อไม่มีใครเขามองเห็น?
   
?ก็แล้วตกลงอยากให้คนอื่นเขาเห็นไหมล่ะ? เสียงเข้มนั้นชวนสะกิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด ?เราว่าเหมือนอัยปิดตัวเอง...ที่ว่าไม่มีคนจีบเพราะไม่รู้ว่ามีคนมองหรือเพราะไม่มีจริงๆกันแน่ล่ะ... อัยเองก็ไม่รู้ใช่ไหม...ในเมื่ออัยไม่เคยมองรอบๆเลย?
   
?ทำไมเราจะไม่เคยมอง?
   
?แน่ใจ?? กรยิ้มขำ ?มองอย่างไหนล่ะถึงได้พูดเหมือนกับว่าเกิดมายังไม่เคยมีใครมาจีบสักคน? เด็กหนุ่มหยุดเท้าที่หน้าห้องพักครู ?ส่งการบ้าน?
   
เธอหรี่ตาอย่างแคลงใจแต่ก็หอบเอาการบ้านมาจากเขา ส่งเสียงขออนุญาตอาจารย์ในห้องทุกท่านแล้วเดินเข้าไปที่โต๊ะอาจารย์ไกรสรณ์ผู้กำลังปั๊มตรายางบนกองสมุดของห้องที่มาส่งก่อนเธอ ...ก็คงห้องตากรนั่นล่ะ
   
เธอวางสมุดบนมุมหนึ่งของโต๊ะอย่างเรียบร้อยก่อนจะค่อยเดินออกมา
   
?นักเรียนเดี๋ยว...? อาจารย์ไกรสรณ์ส่งเสียงเรียกไม่มองหน้า ?เธอเรียกตากรให้ครูหน่อย?
   
?คะ? อัยยาชะงักไปแวบหนึ่ง ?อ๋อ ค่ะ?
   
กรเดินเข้ามาในห้องพักครูหลังจากเห็นเธอกวักมือเรียกแถมยังสะกิดเธอเอาไว้เมื่อเธอจะเดินออกไปก่อน
   
?นี่กร...ช่วยครูปั๊มวันที่หน่อย...คาบสองมิสเจสสิก้าไม่อยู่ไม่ใช่หรอ?
   
?อ๋อครับ...แต่เดี๋ยวผมขอ...?
   
?อืม...ไปส่งแฟนแล้วรีบขึ้นมาล่ะ?
   
?เอ่อ...ไม่ใช่? อัยยาขัดคำทันควันอย่างที่อาจารย์ไกรสรณ์เงยหน้ามองเป็นครั้งแรก
   
?หือ...เธอเรียนห้องไหนเนี่ย หรือเพื่อนห้องอื่นใช้มาส่งการบ้าน?
   
?เปล่าค่ะเปล่า...หนูเรียนห้องสามค่ะ?
   
?อ้าวหรอ...ปกติเธอก็ขึ้นมาส่งการบ้านหรอ ไม่เห็นเคยเห็นหน้า?
   
?ค่ะ? อัยยายิ้มฝืนๆอย่างรักษามารยาท
   
...ก็ครูไม่เคยมองหน้าหนูเลยนี่!
   
?ชื่ออะไรเนี่ย...อ๋ออัยยา... อ้อ เด็กแถวบ้านนะเอง... ครูนึกว่าเธอเรียนห้องห้าห้องหกมาตลอดเลยนะนี่?
   
อาจารย์ไกรสรณ์เป็นอาจารย์คณิตศาสตร์ของเด็กสายวิทย์แล้วก็เด็กศิลป์คำนวณ ท่านสอนแค่ห้องหนึ่งถึงห้องสี่ ส่วนห้องห้าจนถึงห้องสิบ (ห้องห้าและหกศิลป์ภาษาฝรั่งเศส ห้องเจ็ดห้องแปดศิลป์ภาษาจีนแล้วห้องเก้าห้องสิบศิลป์ภาษาญี่ปุ่น) เป็นของอาจารย์จริยากับอาจารย์นพรัตน์
   
?เออ...พึ่งเคยเห็นหน้าชัดๆ...หน้าเหมือนพ่อเลยนะ ครูเคยไปเตะบอลกับพ่อเธอด้วย ก็ไปกับเจ้ากรนี่ล่ะ พ่อเธอชอบโม้ถึงเธอบ่อยๆ ...เอา เดี๋ยวมีเรียนหรือเปล่า จะอยู่ช่วยครูปั๊มวันที่ได้ไหม?
   
?อ๋อ...เดี๋ยวมีเรียนไทยค่ะ?
   
?อ๋อ...งั้นไปเถอะ ไปกร...ไปส่งเขาก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวขึ้นมาช่วยครูปั๊มวันที่นะ?
   
?ครับผม?
   
อัยออกจะมึนๆนิดหน่อยจนต้องเอ่ยปากถามหลังเดินออกจากห้องพักครูแล้ว
   
?นายอยู่บ้านเดียวกับอาจารย์เขาหรอ?
   
?อื้ม...อาจารย์เป็นลุงเราเองล่ะ...พี่ชายแม่เราน่ะ คือบ้านเราอยู่ห่างจากโรงเรียนพอสมควร รถมันไม่ค่อยสะดวกแม่เลยส่งมาอยู่กับลุง นานๆจะกลับไปหาพ่อแม่สักที?
   
?อ๋อ? เธอร้องรับเบาๆ ?ไม่ยักเคยเห็นอาจารย์...อยู่บ้านตรงข้ามกันแท้ๆ?
   
?ก็บอกแล้วว่าอัยไม่ค่อยมอง?
   
?เกี่ยวกันด้วยหรือไง?
   
?เกี่ยวสิ? กรยิ้มขำออกมาอีก...ตานี่อารมณ์ดีผิดมนุษย์มนาชะมัดเลย ?แต่ถือว่าเราบอกแล้วนะ...ว่าพี่นิคเขาคิดจะจีบอัย...ยังไงก็ระวังหน่อยแล้วกันพี่แกกำลังเฮิร์ต...ไม่รู้ที่จีบนี่สนใจจริงหรือแค่แก้เหงาไปวันๆ?
   
?รู้แล้วล่ะน่า?
   
?เออ...วันนี้ถ้ามีการบ้านคณิตไปทำบ้านอัยได้ไหม?
   
เนื่องว่า...อาจารย์คนเดียวกันแถมคาบเรียนคณิตก็ใกล้เคียงกันทำให้อาจารย์ท่านสั่งการบ้านเหมือนกันทุกห้องที่ท่านสอน
   
?นายจะไปได้ยังไง?
   
?เดินไปสิ...ตรงข้ามแค่นั้นเอง? ว่าแล้วก็หยักยิ้มชวนโมโหออกมาให้เห็น
   
?ไหนว่าพี่นิคเขาจะจีบเราอยู่ จู่ๆนายเดินไปบ้านเราเฉยไม่กลัวพี่แกยั้วเอาอีกเหรอ?
   
?แหนะ? อาการเอียงคอมองนั้นชวนให้กระดากขึ้นมาบอกไม่ถูก ?อย่าพูดให้เสียวสิ...นี่เราจะไปทำการบ้านนะ...ดีกว่านั่งลอกตั้งเยอะ?
   
?ก็นาย...?
   
?กร? เสียงกลั้วหัวเราะนั้นฟังขบขันเสียเต็มประดา ?เรียกกรสิ...เรียกอย่างนี้เหมือนอัยจำชื่อเราไม่ได้นะรู้ไหม...ฟังไม่ค่อยเข้าหูเลย?
   
?ไม่เข้าหูก็เรื่องของนายสิ!? เด็กสาวว่าหน้ามุ่ยแล้วเดินหนีอย่างไม่ต้องการจะต่อความ
   
?เอาๆ...เดี๋ยวก็ตกบันไดอีกหรอก? เขาก้าวข้ามขั้นบันไดมายืนดักหน้าเธอได้ไม่ยาก ?นะ...เราไปทำการบ้านนะ...เดี๋ยวขอคุณวี (พ่อของอัยยา) ก่อนก็ได้?
   
?ไม่เอา...ยังไงก็ไม่ ...นายก็ไปนั่งลอกเหมือนเดิมนั่นล่ะ เป็นหลานครูคณิตแท้ๆทำไมไม่ทำเองล่ะ?
   
?อยู่บ้านมันติดเกมนี่นา ทำบ้านคนอื่นจะได้เสร็จ?
   
?ไม่เอา...ก็นาย...?
   
?กร?
   
?นาย?
   
?กร?
   
?หลีก? อัยยาหรี่ตาอย่างชักจะหงุดหงิด
   
?หรือถ้าอัยไม่ให้เราไปบ้าน...อัยก็ต้องเอาเบอร์มาเราจะได้เอาไปให้พี่นิค?
   
?เกี่ยวกันตรงไหนไม่ทราบ!? เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่นกับคำต่อรองฟังน่ารำคาญ
   
อารมณ์กรุ่นๆทำให้เธอไม่นึกอายหากจะจ้องตาตอบคนตรงหน้าแล้วแสยะยิ้มออกมาเมื่อเดาอะไรได้รางๆ
   
?ถ้านายจะเอาฉันไปเป็นไม้กันพี่อ้อมล่ะก็นะ...ขอแนะนำให้ไปหาคนอื่น?
   
?เราไม่ได้คิดมักง่ายแบบนั้น...?
   
?ก็ถ้าดามันไม่เล่นด้วยแล้วทำไมถึงคิดว่าฉันจะเล่นด้วย? เธอเดาส่งไปอย่างไม่คิดจะเกรงใจใดๆ ?ตามจริงดาอาจจะเล่นด้วยก็ได้ถ้านายขอดีๆ...ไงๆก็เคยคบกันมา ก็ดูว่ายังสนิทกันดีนี่?
   
?อัยยา? ดวงตาคมหรี่ลงอย่างที่เธอเริ่มจะรู้สึกตัว
   
...โกรธแล้ว...ใช่ไหมนั่น

ปากหนอปาก...ขยับพูดไม่เคยถูกเวลาสักที!

เท้าเผลอขยับถอยไปเจอขั้นต่างระดับของบันไดจนเกือบจะหงายหลังไปอีกถ้าไม่ใช่เพราะกรดึงแขนเอาไว้ได้ทัน
   
อารมณ์ตกใจทำให้สมองโล่งไปอึดใจก่อนดวงหน้าจะขึ้นสีเรื่อเมื่อคนที่ช่วยเธอไว้หัวเราะให้ได้ยิน
   
?ซุ่มซ่ามชะมัดเลย? เสียงเข้มว่ายิ้มๆอย่างที่เธอถอนใจใส่แล้วสะบัดตัวหนี
   
เขายังคงหัวเราะอยู่อย่างนั้นตอนเธอเดินลงบันไดมา
   
เสียงขานคำถามที่ค้างเอาไว้แว่วมาประมาณ
   
?ตกลงตอนเย็นไปหานะ?
   
?เออ!? เด็กสาวกระแทกเสียงตอบอย่างไม่อยากจะต่อความใดๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2010, 07:46:35 pm »

บทที่5: ชมรมชูใจวัยโจ๋



++++++++++++++++++++++++++++++
เรียนๆเล่นๆเราเป็นเด็กดี
มันต้องอย่างนี้ เรียนไปเล่นไป
ทำการบ้าน สานงานจนได้
เล่นไปเรียนไป...แล้วไง ก็วัยเรา
++++++++++++++++++++++++++++++


 ?พ่อ...?

?ไงลูก...พ่อกินข้าวเย็นด้วยนะวันนี้?

?ดีจัง? อัยยิ้มนิดๆยามเรียงรองเท้าบนชั้นวางให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าครัวไปพร้อมถุงกับข้าวที่ซื้อมาจากตลาด ?ไม่มีงานหรอวันนี้?

?ก็เห็นว่าจะมีหนุ่มมาหาลูกเลยกะจะอยู่บ้านสักหน่อย?

คำว่านั้นเล่นเอาเด็กสาวแก้มแดงเรื่อ

?กรโทรฯบอกพ่อหรอ?

?แน่สิ...ขืนไม่บอกพ่อนี่ล่ะจะฟ้องลุงมัน? พ่อของเธอขยับยิ้มขำๆ ?ว่าแต่ลูกเถอะ...ไม่คิดจะบอกพ่อบ้างหรอว่าจะมีคนมาหา?

?อัยลืม? เธอบอกไปตามความจริง ?พึ่งนึกได้ตอนพ่อพูดนี่ล่ะ?

?เหอะ? ชายวัยกลางคนที่ดูเยาว์วัยกว่าอายุจริงมากโขทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้รับแขกพลางปลดเนคไท ?คราวหลังมีเรื่องอย่างนี้อัยโทรฯบอกพ่อก่อนเลยนะ มีโอกาสปั๊บโทรฯปุ๊บเลย ...ถึงพ่อจะไม่ค่อยอยู่บ้านแต่ก็ไม่ใช่จะปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับไอ้หนุ่มนักบอลที่ไหนตามลำพังหรอกนะ?

?เล่นบอลด้วยกันบ่อยหรือคะ?

?ไม่บ่อยหรอก...เฉพาะตอนที่ว่างตรงกัน? คนเป็นพ่อโคลงศีรษะ ?กรก็เป็นเด็กดีล่ะนะ ไม่ได้เกเรอะไร...แต่ถึงยังไงมันก็ผู้ชาย? ดวงตาเรียบเรื่อยค่อยวาววับขึ้นมาเมื่อพูดประโยคท้าย

?พ่อรู้เปล่า...เขาว่ากันว่าผู้ชายเจ้าชู้มักหวงลูกสาว?

?อัยไปเอามาจากไหน? คนออกอาการหวงลูกเบะปาก ?ไม่ต้องมาหาเรื่องพ่อเลย...พ่อเป็นแค่คน ?เคย? เจ้าชู้หรอก...ก็เลิกตั้งแต่มีลูกนี่ไง?

?จริงอะ?? เด็กสาวยิ้มขำเมื่อบิดาทำเสียงรำคาญในลำคอ

?จริงสิ...ไม่งั้นพ่อจะไปขลุกอยู่สโมสรให้เหงาเล่นทำไม...ไปคาราโอเกะซะยังจะดีกว่า?

อัยยาชะงักไปหน่อยก่อนจะยิ้มแหย่ออกมา

?แหนะ...ที่ไม่ค่อยอยู่บ้านออกไปหาอะไรทำตอกโต๊ะโป๊กๆนี่เพราะคิดถึงแม่ล่ะสิ?

?เปล่า? เสียงที่สูงขึ้นนั้นบ่งพิรุธอย่างไม่ต้องจับผิด

?คิดถึงแม่ก็บอกมาเถอะพ่อ...ฝากอัยบอกก็ได้...อัยว่าแม่ก็คงคิดถึงพ่อเหมือนกันล่ะ?

ขณะที่เธอกำลังสนุกกับการแกล้งพ่อบังเกิดเกล้าเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังเข้ามาอย่างที่พ่อลูกพากันชะงักไปชั่วอึดใจ

...ครานี้เป็นตาพ่อแซวลูก

?นู่น...มาแล้วไง... คนเขาซมซานมาขอทำการบ้านด้วยเชียวนะ?

?อะไรของพ่อ? เด็กสาวได้แต่เกาหัวแก้เก้อพลางเดินไปเปิดประตูรับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

...ปกติบ้านเธอไม่ค่อยจะมีแขกอยู่แล้ว

ดังนั้นนายกรจึงยืนรออยู่หน้าประตูอย่างไม่ต้องสงสัย

?หวัดดี? เจ้าตัวยิ้มยิงฟันโชว์ลักยิ้มมาก่อนแล้วจึงเดินเข้ามาในบ้านเมื่อเธอหลีกทางให้ ?รบกวนด้วยนะครับ ...สวัสดีครับคุณวีระ?

?เป็นไงมั่งเรา...เสาร์หน้าว่างไหมหือ?

?ไม่ครับไม่...เสาร์หน้าต้องซ้อมใหญ่ครับ?

?เสียดายจัง...เออ...กินข้าวมายัง ทานด้วยกันไหม กินกันสองคนพ่อลูกกับข้าวเหลือทั้งปี?

?ผมไม่รบกวนหรอกครับ? กรว่ายิ้มๆ ?เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน?

?นั่นสิ...เฮ้อ ฉันดีใจนะนี่ที่ลูกฉันเรียนคณิตรู้เรื่อง...สมัยก่อนล่ะฉันโดดประจำเลยล่ะ?

อัยยาฟังเสียงสองหนุ่มคุยกันพลางเปิดกระเป๋าหยิบการบ้านคณิตมาวางบนโต๊ะหน้าทีวีที่ประจำ

?พ่อจะกินข้าวก่อนก็ได้นะ...อัยใส่จานให้แล้ว?

?จ้า? วีระส่งเสียงรับพลางเดินไปตักข้าวในทันที

?ฉันก็พึ่งจะกลับ...ยังไม่ได้ทำอะไรเลย?

?ไม่เป็นไรหรอก...อย่างที่บอกล่ะ เราแค่หนีเกม? กรว่าพลางเปิดสมุดคณิตของตนบ้าง ?อัยชอบเรียนคณิตไหม?

?ไม่หรอก?

?อ้าว...แล้วทำไมเรียนศิลป์คำนวณล่ะ?

?ภาษามันคะแนนไม่ดี...ฉันตกการพูดน่ะ ก็เลยเลือกเอาสายกลางๆเพราะไงวิทย์มันก็หนักเกินอยู่แล้ว?

?เราว่าก็ไม่หนักนะ...การบ้านก็พอกัน... กระเป๋าห้องศิลป์หนักกว่าด้วยซ้ำ?

?เราแค่คิดว่า...ยังไงเราก็ไม่เรียนหมอ ไม่เรียนเภสัช ไม่เอาวิศวะ ไม่ได้ใช้อะไรในสายวิทย์เฉพาะก็เลยเลือกศิลป์ดีกว่า ...ได้เรียนภาษาอังกฤษเยอะกว่าด้วย?

?อ้อ...ชอบอังกฤษ?

เด็กสาวเหลือบตามองคนชวนคุยแล้วบอกไปว่า

?ชอบไทย?

กรหัวเราะ ลดเสียงพูดลงหน่อยเมื่อพ่อของเธอถือจานข้าวมานั่งบนโต๊ะอาหารซึ่งก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่

?คุณวีบอกอัยชอบแต่งกลอน?

?เขียนเล่นๆน่ะ?

พ่อของเธอกดรีโมตเปิดทีวีอย่างปกติ ไม่ได้แสดงอาการว่ามองเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่แม้แต่น้อย

?แล้วเกลียดวิชาอะไรที่สุด?

?พละ?

?หือ? ดวงตาคมๆนั้นเหลียวมองแทบจะทันที ?ทำไมล่ะ...ออกจะสนุก ปีนี้เรียนบอล?

?นั่นล่ะที่แย่? เธอเบะปากไม่ชอบใจ ?อะไรที่เป็นลูกกลมๆฉันไม่เอาทั้งนั้นล่ะ?

?ซะงั้น...พ่อเธอออกจะเล่นบอลเก่ง?

?เก่งจริงจะเตะลูกวืดล้มก้นกระแทกในสนามได้ไง?

?อะแฮ่ม? วีระส่งเสียงเตือนเมื่อได้ยินแว่วๆว่าลูกสาวกำลังนินทาตน

?แถมลูกยังลอยมาโดนหน้าฉันอีก? อัยยาพูดดังขึ้นอย่างที่ยังฉุนไม่หายเมื่อนึกถึงตอนนั้นที่พ่อเธอหนีบเธอไปนั่งข้างสนามฟุตบอลแล้วก็...นั่นล่ะ ?ฉันถึงไม่ชอบไง...ดีที่พ่อไม่นึกอยากเล่นกอล์ฟขึ้นมา ไม่งั้นคงแย่กว่านี้?

กรหัวเราะขำอยู่พักหนึ่งแล้วถามใหม่

?ชอบภาษาไทยงั้นอัยก็อยู่ชมรมภาษาไทยน่ะสิ?

?เปล่า...อยู่ชมรมสุขศึกษา?

?อ้าว...?

?ก็ที่ปรึกษาเป็นครูสุขศึกษานี่นา...แล้วพวกดาก็อยู่ชมรมนี้กันหมด?

?ชมรมไหนล่ะ?

?ชูใจวัยโจ๋...ที่เป็นห้องรับฟังปัญหาวัยรุ่นอะไรนั่นล่ะ... คล้ายห้องสารภาพบาปเลยล่ะ...ฉันยังเคยไปนั่งฟังรุ่นน้องพล่ามออกบ่อยเมื่อตอนต้นปี?

?ไม่ยักเคยเจอ?

เด็กสาวเบิกตากลมมองคนตรงหน้า

?อย่าบอกนะ...?

?เราก็อยู่ชมรมนั้นเหมือนกัน...ก็ลุงเขาบอกให้ไปอยู่เพราะเราเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง?

?กลุ่มเสี่ยง...?
   
?ก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ไง...ก็ชมรมนี้ถ้าไม่มีปัญหาจริงๆเขาจะไม่ให้เข้านี่ ...เพื่อนเราจะเข้ากับเราด้วยแต่อาจารย์บอกว่าต้องเหลือที่ให้เด็กที่ต้องการคำปรึกษาจริงๆมั่ง?

อ้อ...มิน่าตอนจะเข้าเขาถึงได้ซักประวัติซะเยอะ

...จริงสิ ดากับเธอเข้าได้เพราะไม่ได้อยู่กับแม่ด้วยเหตุผลของงานของท่าน แก้วเองก็เสียพ่อไปตั้งแต่เด็กๆ ส่วนมายด์ก็พ่อแม่แยกทางต่างคนต่างมีใหม่

?เห็นว่าหัวหน้าชมรมเขากำลังจะทำค่าย...อัยรู้เรื่องบ้างไหม?

?รู้สิ...ก็เราเป็นเลขาฯของชมรม ...เห็นว่าเขาจะประชุมกันคาบหน้านี่ล่ะ?

?ดีจัง? กรปิดสมุดคณิตตอนที่เธอกำลังเขียนโจทย์ข้อสุดท้าย ?เรียบร้อยแล้ว...ถ้าอยู่ที่บ้านก็ไม่เสร็จหรอก พะวงจะเล่นเกม? เขายิ้มอย่างสบายอกสบายใจก่อนจะยืนขึ้น ?ไปล่ะ...คุณวีผมไปแล้วนะครับ?

?อื้ม...ไว้เจอกัน? วีระออกปากลาพลางยิ้มในขณะที่อัยยาเพียงพยักหน้ารับรู้แล้วทำการบ้านต่อ ?ลูกนี่สีหน้าไล่ผู้ชายสุดๆเลย?

?อะไรของพ่ออีกล่ะ?

?ก็แหม...แต่ดีแล้วล่ะ...พ่อจะได้ห่วงน้อยลง?

?ไม่มีใครมาจีบอัยหรอก...มีก็มาแบบแปลกๆ?

?ใคร...นายกรนี่หรอ?

?ไม่มั้งพ่อ? อัยยามุ่นคิ้ว ?อัยหมายถึงพี่นิคหัวหน้าทีมฟุตบอลโรงเรียน...พี่แกฝากกรมาขอเบอร์อัยด้วยแต่อัยไม่ให้?

?เฮ้ย!? วีระถึงกับผลุดลุกมานั่งข้างลูกสาวทันที ?ทำไมพึ่งบอกพ่อ?

?ก็...ลืม?

?โอ้โห...คุณอัยยา ...เรื่องคอขาดบาดตายเชียวนะ จะไม่ให้พ่อรับรู้เลยหรือไง?

?อ้าวพ่อ...อัยก็บอกอยู่นี่ไง?

วีระทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหงุดหงิด

?ไม่ได้การ...ต้องโทรฯรายงานแม่ลูกด้วย...เดี๋ยวจะหาว่าพ่อไม่ดูแล?

?เรื่องใหญ่ขนาดนั้น?? เด็กสาวเลิกคิ้วอย่างงงๆ

?พ่อกับแม่มีลูกสาวคนเดียวเองนะ...แล้วก็ไม่ใช่จะปั๊มใหม่ง่ายๆยิ่งอายุปูนนี้แล้ว ...เรื่องอะไรจะไม่ไยดีกับผู้ชายที่มันจะเข้ามาพัวพัน...ต่อไปใครจีบเรา...เอ่อ...เอางี้ ใครมันแย้มหน้ามาคุยกับลูกบ้างก็จดเก็บไว้นะ ถามอะไรบ้าง พูดอะไรบ้าง เล่าอะไรให้ฟังบ้าง ...บอกมาให้หมด?

?ขนาดนั้น?

?พ่อรู้หรอกว่าอัยแยกไม่ออกว่าผู้ชายมันมาแบบไหนเรียกว่าจีบ?

?ก็แล้ว...?

?ถึงต้องบอกให้หมดไง!? ก่อนที่วีระจะทันอ้าปากต่ออัยยาก็ยกมือห้ามทันใด

?ค่ะพ่อ...ทราบแล้ว ขออัยทำการบ้านเหอะ ไม่งั้นทั้งคืนก็ไม่เสร็จ?

คนเป็นพ่อถึงได้หยุดพูดกับเธอ...แต่หันไปรัวนิ้วกดเบอร์หาแม่ของเธอแทน

   




ห้องชมรมชูใจวัยโจ๋

?มากันครบแล้วใช่ไหมทุกคน? เสียงรุ่นพี่ม.หกผู้เป็นหัวหน้าชมรมเอ่ยถามพลางยิ้มใส ?เอาล่ะ...ครบองค์ประชุม วันนี้ให้ท่านรองรายงานก่อนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง?

อัยยาหมุนปากกาในมือเล่นเมื่อพี่นนท์ประธานชมรมยกหน้าที่ให้พี่เดียรองประธานในการรายงานความเป็นไปในวันนี้ซึ่งก็ถือเป็นอรัมภบทอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งยามมีประชุม

การรายงานนี่ก็คือการเล่าสู่กันฟังนั่นล่ะว่าช่วงนี้ท่านอาจารย์แล้วก็คนในชมรมเขามีข่าวคราวอะไรกันบ้าง มีใครในความดูแลไปทำ (ส่วนใหญ่จะก่อเรื่อง) อะไรกันมาไหม

?ครูส้ม (ครูประจำชั้นของอัยยาและเป็นที่ปรึกษาชมรมชูใจวัยโจ๋) บอกมาว่าให้รีบๆเขียนใบกำหนดการส่งได้แล้วว่าที่เราจะไปเที่ยว เอ๊ย ไปออกค่ายกันน่ะ จะไปทำอะไรกันบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับแนวทางในชมรมยังไง? พี่เดียเริ่มพูดถึงงานใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้ ?ซึ่งพี่กับพี่นนท์แล้วก็กรรมการสองสามคนเริ่มร่างแบบกันไว้แล้ว นั่นจะเป็นเรื่องที่เราต้องคุยกันว่าจะปรับแก้ตรงไหนไหม?

?ต่อสิ...มีน้องๆในชมรมก่อเรื่องกันมาด้วยนี่? พี่นนท์เร่งเมื่อท่านรองเงียบไปเฉยๆ

?ใจเย็นๆ...คืองี้ ทุกคนรู้จักน้องกานต์นะ...คนที่สูงๆขาวๆน่ารักๆน่ะ น้องเขาไปมีเรื่องกับเด็กต่างโรงเรียน ก็เจ้าโรงเรียนคู่อริพวกเราเนี่ยแหละ อย่างว่า...แข่งขันกันตามงานแล้วก็ไม่พ้นต้องมีแข่งตบกัน ...ข่าววงในบอกมานะว่าน้องกานต์แกไม่ผิด น้องเขายังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าโดนรุมเพราะอะไร?

?เรื่องนี้ดารู้นะ...ดายืนดูอยู่เลยวันนั้น? ลดาผู้ทำหน้าที่เป็นเหรัญญิกของชมรมยกมือขออนุญาตโดยที่พวกพี่ๆก็พยักพเยิดให้พูดต่ออย่างเห็นดีเห็นงาม ?แก้วก็อยู่ค่ะ วันนั้นน้องกานต์พึ่งออกจากที่เรียนพิเศษ ที่อยู่ตรงข้ามกับเซเว่นน่ะค่ะ น้องเขาก็ไปยืนรอพ่อเขาที่หน้าเซเว่น แล้วก็นั่นล่ะ ดากำลังจะเดินไปทัก ยัยพวกนั้นก็เดินเข้ามาชี้หน้าน้องเขาเลยล่ะ บอกว่าเนี่ยมองหน้าหาเรื่องหรอ?

?แก้วก็ได้ยิน? คุณกนกวรรณผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาฯชิงพูดต่ออย่างออกรส ?น้องกานต์ยืนอึ้งเลยพี่ แล้วพวกนั้นมันก็กระชากน้องเขาไปตบเลยล่ะ แก้วกะดาวิ่งเข้าไปช่วยน้องเขาแทบไม่ทัน จนพ่อน้องเขามาพอดีก็เลยถึงตำรวจ ...พี่คิดดูสิ บ้าไหมล่ะไปหาว่าน้องเขามองหน้า แล้วถ้ามันไม่มองมาก่อนมันจะรู้ได้ไงว่าคนเขามองมัน?

?อย่างนี้แหละน้อง...เหมือนพวกเรียนสายอาชีพที่เขาตีกันนั่นล่ะ ...แค่เห็นเสื้อสถาบันก็ปรี่เข้ามาฟาดไม่ยั้งแล้ว...แค่ว่าเดี๋ยวนี้มันเริ่มรุนแรงขึ้นน่ะสิ? พี่นนท์ย่นหัวคิ้วแล้วส่ายหัว ?เอาล่ะ...ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของชมรมเราดีกว่า สัปดาห์หน้าจะไปเข้าค่ายกันแล้ว...ช่วยกันคิดหน่อยเร็วว่าไอ้เกมบ้าๆพวกนี้จะเขียนยังไงให้พวกคุณครูเขาอนุมัติ?

อัยลอบยิ้มเมื่อพี่ม.หกทั้งหลายเริ่มบรรยายฐานแต่ละฐานทีละคน

รู้ไหม...เธอฟังว่าน่าจะไม่อนุมัติตั้งแต่บอกว่าเล่นเกมให้เป็นชายคู่หญิงแล้ว

พี่เขาก็อุตส่าห์จะย้อนมาว่าเนี่ย

?ก็ฐานแต่ละฐานมันมีความแตกต่างกันไป แล้วบางฐานก็ต้องใช้แรงอย่างชายบางฐานก็ต้องใช้ความปราณีตอย่างหญิง ...ชายหญิงเกิดมาคู่กันนี่น้อง มันก็ต้องช่วยชูกำลังกันหน่อย?

เอาล่ะ...ไม่ช่วยก็คงต้องช่วย
   
?ฐานนี้น่ะค่ะ...พี่จะให้ผลัดกันวิ่งใช่ไหม... งั้นเราก็โยงเข้าเรื่องการวางแผนครอบครัวแล้วกัน เพราะถ้าวางดีก็จะเหนื่อยน้อยหน่อยแล้วก็เสร็จเร็ว?

?ช่างคิดนะแก...แล้วอันนี้ล่ะ? ดาเย้าแล้วหยิบกระดาษมาอีกแผ่น ?คุณเลขาฯฐานนี้เอาไงดีคะ?

?ก็...ในเมื่อยังไงก็จะจับคู่หญิงชายนี่นะ... งั้นอันนี้ก็เป็นว่าการเอาใจใส่กันและกันไง คนอยู่ด้วยกันก็ต้องอยากให้อีกฝ่ายดูดีใช่ไหมล่ะ ดูดีแบบที่ผ่านมาตรฐานของเราน่ะ?

?เฮ้ย? มายด์ผู้ทำหน้าที่รองเหรัญญิกแทรกเสียง ?งั้นขอเสนอชื่อเกมเป็น ?จำลองชีวิตคู่? ไม่ก็เอาคล้องๆหน่อย ?ลองดูคู่ชีวิต? เอาไหม...เหมือนว่าเราลองเล่นๆกันอย่างนี้ให้เหมือนกับที่ว่าพ่อแม่เราต้องอยู่ด้วยกัน จะได้รู้ถึงความยากลำบากแล้วก็อุปสรรคต่างๆ จะได้โยงเข้าเรื่องที่ว่าการที่คนจะหย่าร้างกันนั้นมีสาเหตุมาจากหลายๆเรื่อง เอาไว้บรรยายหลังจบเกมได้ด้วย?

?แจ๋วเลย? พี่เดียตบมือเปาะ ?ตามนั้นเลยน้องๆ...พวกพี่ก็คิดได้แต่แบบไร้สาระ ได้แบบนี้ค่อยมีหวังว่าจะผ่านหน่อย?

?พี่คะ...ว่าแต่ว่าได้จำนวนคนที่จะไปครบยังคะ...จะได้จัดของถูก? เตยจากห้องม.ห้าทับห้าซึ่งอยู่ในจำนวนกรรมการทั้งห้าคนแทรกเสียงขึ้นมา

โรงเรียนก็มีการตั้งชมรมอยู่สองแบบ

หนึ่งคืออาจารย์ทั้งหลายเป็นคนตั้งและนักเรียนที่มีความชอบด้านนั้นเข้าไปสมัคร

สองคือนักเรียนก่อตั้งขึ้นเองร่างโครงการส่งพร้อมหาที่ปรึกษาไว้ตามจำนวนสมาชิกสามสิบคนต่อที่ปรึกษาหนึ่งคน

ซึ่งชมรมชูใจวัยโจ๋นี้เป็นแบบที่หนึ่ง แต่ก็นั่นล่ะ...ชมรมทั้งสองแบบมีการบริหารไม่ต่างกันคือนักเรียนจัดการกันเองโดยมีอาจารย์เป็นเพียงที่ปรึกษาและคนอนุมัติในขั้นแรกก่อนจะส่งให้โรงเรียนพิจารณาอีกที...ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีที่ปรึกษาแล้วก็ถือว่าชมรมผ่านไปขั้นหนึ่ง

ปลายปีก็ทำผลงานส่งซึ่งก็อาจจะเป็นรายงาน การจัดบอร์ดหรือประมวลผลกิจกรรมอะไรก็ได้รวมกับใบเช็คชื่อและแผ่นประเมินของสมาชิกแต่ละคน ผลงานนั้นแค่อย่างเดียวก็จะถือว่าผ่านกิจกรรม อาจจะเป็นคนละงานหรือชมรมละงานก็แล้วแต่นโยบายการจัดการ

...ชมรมชูใจวัยโจ๋นั้น มีผลงานคือการประมวลผลกิจกรรมซึ่งสรุปท้ายรายงานถึงปัญหาของสมาชิกส่วนใหญ่ว่าโดยทั่วไปมีปัญหาครอบครัวอะไรและท้ายที่สุดชมรมช่วยอะไรได้

ตอนที่อัยและเพื่อนๆเข้าชมรมมาก็เป็นปีที่สองของชมรมแล้วแต่พวกเธอก็ได้เข้ามาอยู่ในฝ่ายบริหารจัดการของชมรมเพราะเป็นเด็กม.ห้าซึ่งปีหน้าสัญญากับรุ่นพี่ว่าจะอยู่ชมรมนี้ต่อ

ว่าไปพวกเธอก็ชอบชมรมนี้นะ...ได้นั่งฟังปัญหาของสมาชิกและเรียนรู้ที่จะให้กำลังใจแล้วก็สอนให้คิดว่าควรจะจัดการยังไงกับตนเอง

อัยเองก็คิดว่าการไม่ได้อยู่กับแม่เป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยเมื่อมานั่งฟังเรื่องราวของคนที่เข้ามาปรึกษาชีวิตด้วย

...ทุกอย่างในชมรมถือเป็นความลับที่ถ้ามีการแพร่กระจายจากบุคคลใดจะถือเป็นโทษร้ายแรง ไม่มีสิทธิ์ผ่านชมรมและจะไม่ได้อยู่ชมรมนี้ต่อ ...ถือเป็นจรรยาบรรณของผู้รับฟังปัญหาว่าจะเก็บเป็นความลับเพื่อความสบายใจของเจ้าของปัญหา

ก็คล้ายๆคุณหมอเหมือนกันนะ...ถึงแม้หลายๆคนในชมรมนี้จะไม่มีสิทธิ์เรียนหมอก็เถอะ

พวกเด็กวิทย์ไม่ค่อยเข้าชมรมนี้เพราะชมรมวิทยาศาสตร์แล้วก็คณิตศาสตร์นั้นก็มีเยอะแยะในโรงเรียน จะมีหลงมาไม่กี่คนเท่านั้นล่ะ

การประชุมจบลงพร้อมเสียงกริ่งบอกเวลาหมดคาบ ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูโรงเรียนเปิดเพราะกิจกรรมชมรม (ที่มีการเช็คชื่อ) นี้จะมีอยู่ในคาบสุดท้ายของวันอังคารเท่านั้น

ชมรมของพวกเธอนั้นจะมีการจัดคนมานั่งเฝ้าห้องเพื่อรับฟังปัญหาของกันและกันตามแต่ความสะดวกของสมาชิกในคาบสุดท้ายของทุกวันอยู่แล้ววันอังคารจึงไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่ เรียกมาเช็คชื่อ เสร็จก็ปล่อยตามอัธยาศัย จะมีพิเศษก็วันที่ต้องประชุมอย่างวันนี้เท่านั้นเองที่พอเช็คชื่อสมาชิกอื่นๆเสร็จพวกฝ่ายบริหารให้อยู่ต่อ

?อัย...เดินกลับเป็นเพื่อนไหม? ดาถามด้วยคำถามที่เล่นเอาหันมาจ้องหน้าตาปริบๆ

?ทำไมล่ะ...พ่อแกไม่มารับหรอ?

?เราบอกพ่อให้ไปรับบ้านอัย?

?มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย? อัยขมวดคิ้วเมื่อวันนี้เพื่อนมาแปลกๆ

?เฮ้ยแกสองคนน่ะ ...ให้เราไปด้วย? แก้วกับมายด์ก็ตามมาสมทบอีก อัยถึงได้แต่มองหน้าเพื่อนแต่ละคนด้วยความฉงน

?พวกแกมีอะไรหรือเปล่า?

?พวกพี่นนท์บอกจะให้ฉันกับแก้วเป็นพิธีกรตอนมีการแข่ง? มายด์ว่าแล้วยักคิ้ว ?ฉันว่าพี่แกหาเรื่องจะจีบเด็กกันอีกแล้วก็เลยกะจะหาอะไรมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย?

?แล้ว...?

?ก็ไปสุมหัวกันบ้านแกไง...ง่ายดี แล้ววันนี้แกต้องหาคนเดินกลับด้วยแน่ล่ะ? แก้วว่าพร้อมดวงตาหยอกล้อ ?หรืออยากจะเดินคนเดียวล่อให้นักบอลที่ไหนไปส่ง?

อัยมุ่ยหน้าแทบจะทันที

?งั้นก็มาเลย? เด็กสาวตอบรับคำเพื่อนอย่างไม่เรื่องมาก

?เย้!? เสียงประสานนั้นคล้ายเด็กเล็กๆที่คุณแม่บอกว่าจะพาไปเที่ยวสวนสนุกอย่างไรอย่างนั้น

++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2010, 08:39:10 pm »

บทที่ 6: ศิลปะการแสดง



++++++++++++++++++++++++++++++
การแสดงสวมหน้ากากลากตามบท
จะเลี้ยวลดคดเคี้ยวจะเบี้ยวบูด
จะโศกเศร้าเคล้าน้ำตามาดื่มดูด
จะอ่านพูดไยคล่องแคล่วกว่าเป็นจริง
++++++++++++++++++++++++++++++
   


วันพุธมาถึงโรงเรียนกำลังจะดีใจว่าคาบแรกกับคาบสองว่างเพราะอาจารย์นิคมครูสอนศิลปะไม่อยู่ไปราชการ
   
แต่สุดท้ายก็ไม่ว่าง
   
?เอาเร็วนักเรียน...นั่งกันให้เรียบร้อย วันนี้เราเป็นกรณีพิเศษมาเรียนรวมกันสองห้องเพราะท่านอาจาร์นิคมเขาฝากครูไว้? เสียงทุ้มกังวานน่าฟังของอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เหล่านักเรียนม.ห้าทับสามที่กำลังนั่งเล่นกันสบายใจต้องเดินหน้าเหี่ยวเข้าไปในห้องเรียนพิเศษที่ใช้เวลาต้องขึ้นงานนำเสนอบนจอภาพ
   
ปกติพวกเธอจะได้เข้ามาเรียนกันในห้องนี้ตอนคาบชีวะซึ่งก็แค่สองคาบต่อสัปดาห์เท่านั้น
   
วันนี้ห้องนี้ว่าง ท่านอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ถึงได้พาเราชาวห้องสามมาเรียนรวมกับห้องที่ท่านสอนตามตารางปกติ ซึ่งก็คือ...
   
ลดาสะกิดเธอหน่อยๆแล้วพยักพเยิดให้มองตามคนที่ยิ้มฟันขาวส่งมาให้ก่อนแล้ว...
   
โอ้...ห้องสอง
   
อัยยาคิดอย่างละเหี่ยใจหน่อยๆ ปกติเธอค่อนข้างจะชอบวิชานี้นะเพราะได้ทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองบ่อยๆ
   
เธอพึ่งจะรู้ตอนมาเรียนนี่ล่ะว่าเวลาที่เราแกล้งเป็นคนอื่นเราจะรู้สึกเขินอายน้อยกว่าเวลาที่เราแสดงตัวตนของตัวเองออกมา (หรือเพราะเธอชอบปิดบังตัวตนก็ไม่ทราบ) แล้วเธอก็เริ่มเอาวิธีนี้ไปประยุกต์ใช้กับวิชาการพูดที่แสนเกลียดจนคะแนนเริ่มจะดีขึ้นมาบ้าง
   
ม.ห้าเรียนศิลปะการแสดงแค่สัปดาห์ละสองคาบ แล้วก็มีงานใหญ่ๆก็คืองานกลุ่ม (รวมทั้งห้อง) เป็นการแสดงละครเวทีบนเวทีจริงๆของโรงเรียน ซึ่งโดยปกติจะได้แสดงกันในงานปัจฉิมของพวกพี่ๆม.หก (นักเรียนชั้นอื่นที่ว่างก็ดูได้เหมือนกัน) เพื่อเป็นการเก็บคะแนนครั้งสุดท้าย
   
?ไหน...ห้องสองห้องสามทักทายกันหน่อยซิ?
   
เฟรนด์ยิ้มส่งให้หัวหน้าห้องของห้องสองซึ่งก็ยิ้มตอบนิดๆก่อนจะบอกทำความเคารพด้วยเสียงอันดัง ...ถือเป็นการตกลงกันทางสายตาตามแบบฉบับพวกหัวหน้าที่น่าจะเจอกันบ่อยเวลาหัวหน้าระดับเรียกประชุม
   
?สวัสดีครับนักเรียนทุกคน...วันนี้อาจจะวุ่นวายสักหน่อย ฉะนั้นครูคงต้องเริ่มด้วยเรื่องที่ว่า...เอาจากห้องสองก่อน...คราวที่แล้วเราทำอะไรกัน?
   
เสียงตอบพึมพำๆฟังไม่ได้ศัพท์จนเมย์หัวหน้าห้องต้องยกมือขึ้นตอบ
   
?เรียนเรื่องการแสดงละครใบ้ค่ะ...อาจารย์บอกว่าคาบนี้อาจารย์จะให้ลองแสดง?
   
?อ้อ...แสดงว่ายังจำได้? อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ยิ้ม ?ห้องสามล่ะ ...คราวที่แล้วอาจารย์นิคมให้ทำอะไรกัน?
   
?คราวที่แล้วเรียนเรื่องประวัติของละครเวทีค่ะ...แล้วก็บุคคลสำคัญๆ?
   
?อื้ม...เรียนไม่เหมือนกันนะ...แต่ก็เรื่องเดียวกันนั่นล่ะ? ท่านอาจารย์ยิ้มด้วยท่าทีขี้เล่นตามประสาคนอารมณ์ดี ?เราโหวตกันดีกว่า...ว่าเราจะลองแสดงจริงหรือว่าจะมาคุยเรื่องประวัติกันต่อ?
   
อัยลอบขำกับสีหน้าของท่านอาจารย์ ...เธอว่าอาจารย์ต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆว่าเสียงโหวตจะออกมาเป็นเอกฉันท์...และเธอว่าท่านต้องหาเรื่องแกล้งเด็กในคาบพิเศษนี้แน่ๆ
   
เพราะมติออกมาว่า ?แสดงจริง!? อย่างไม่ต้องถามย้ำให้มากความ
   
?แน่ใจนะว่าจะแสดงกันได้? เสียงตอบรับคำอาจารย์นั้นคึกครื้นขึ้นมาในทันที ?งั้นครูมีเกมให้เล่น?
   
เกม...

อัยยาไม่เคยเรียนกับอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หรอกแต่ท่านก็เป็นอีกคนที่เล่นบอลเวลาว่างและพ่อของเธอก็จะพูดถึงให้ฟังบ่อยๆเพราะท่านอายุไล่ๆกับพ่อของเธอ ท่านทั้งสองจึงค่อนข้างสนิทกัน
   
ท่านเป็นคนขี้เล่น ช่างสรรหาเรื่องราวตลกๆมาเล่าให้ฟังหลังจากที่เตะบอลกันเสร็จ
   
...ฟังแล้วว่าคาบนี้น่าจะมีอะไรสนุกๆนะ
   
?ฟังให้ดีนะนักเรียน...รอบแรกครูจะเอาความสมัครใจก่อนแล้วกัน...ส่งมาห้องละคน ใครจะออกมาสาทิตให้เพื่อนดูว่าเกมเล่นกันยังไง?
   
เสียงเชียร์ดังขึ้นมาเมื่อต่างฝ่ายต่างอึ้งกันไปพักหนึ่งก่อนที่ห้องสองจะส่งหัวหน้าห้องมาอย่างที่อัยก็คาดไว้ก่อนแล้ว
   
เมย์เป็นคนกล้าแสดงออกแล้วก็เจนเวทีมากคนหนึ่ง บวกกับหน้าตาหวานๆแล้วก็ยิ่งดูว่าเหมาะกับการอยู่บนเวที เพราะเมย์เป็นคนที่โดดเด่น ทำให้เวทีกว้างๆหมดความหมายไปได้เพราะต่างคนจะต่างจ้องมองไปที่เมย์
   
ห้องสามน่ะเหรอ...เขาส่งหัวหน้ามาเราก็ส่งหัวหน้าไปบ้างสิ
   
งานใหม่ๆน่ะ...ต้องให้หัวหน้าบุกเบิกอยู่แล้ว
   
?เอาล่ะ...ผู้กล้าเป็นสาวสวยสองนางนี้เอง? อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หัวเราะขำเมื่อยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหัวหน้าห้องจากทั้งสองห้อง ?กติกามีอย่างนี้นะนักเรียน...ครูจะบอกคำสั่งให้ผู้แสดงทั้งสองคน โดยที่ทั้งสองคนจะได้คำสั่งไม่เหมือนกันเพื่อที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงปฏิกิริยาออกมาอย่างหนึ่งตามที่ครูสั่ง ทั้งสองคนจะทำอะไรก็ได้...แต่...? เสียงค้างนั้นลากเพื่อให้นักเรียนตั้งใจฟังมากขึ้น ?ห้ามพูดอะไรแม้แต่คำเดียว...ไม่งั้นปรับแพ้ ต้องใช้ท่าทางสายตาและสีหน้าในการสื่อหรือกดดันให้อีกฝ่ายทำตามสิ่งที่เราต้องการเท่านั้น การพูดไม่รวมการร้องไห้หรือหัวเราะ...เข้าใจไหมครับ?
   
เมย์และเฟรนด์ตอบรับในลำคอโดยที่ท่านอาจารย์ก็เขย่ากล่องใสๆกล่องหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยกระดาษที่ม้วนไว้อย่างเรียบร้อย (ท่าทางคงเตรียมตัวเพื่อวันนี้มาแล้ว) ให้หัวหน้าทั้งสองจับฉลากเลือกคำสั่งกันไป
   
เมย์ถึงกับร้องอุทานแล้วหัวเราะอยู่พักหนึ่งหลังอ่านคำสั่งเสร็จส่วนเฟรนด์ก็ปาดเหงื่อตนหน่อยๆก่อนจะยิ้มแหย
   
?อยากรู้จังว่าได้คำสั่งอะไรกัน? ดาพึมพำอยู่ข้างๆเธอเมื่อสองคนนั้นส่งใบกระดาษให้อาจารย์รับรู้โดยที่ต่างฝ่ายก็ต่างไม่รับรู้คำสั่งของอีกคน
   
เมย์เป็นฝ่ายเริ่มโดยการเดินๆอยู่แล้วก็สะดุดล้มลงไป เฟรนด์เองก็ดูว่าจะสองจิตสองใจว่าจะเข้าไปช่วยพยุงดีไหม แต่แล้วก็เมินเดินไปมองแถวๆกระจกห้องเหมือนชมนกชมไม้
   
?ยากเหมือนกันนะ? อัยรำพึง ?เหมือนกับว่า ถ้าเขาแสดงอะไรมาแล้วเราคล้อยตามก็แพ้ได้ แต่จะทำยังไงให้เขาคล้อยตามเราโดยไม่รู้ตัวว่าเราอยากให้เขาทำอย่างนั้น?
   
?นั่นสิ? ดาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ?ลองเดาดูไหมว่าได้คำสั่งอะไรกัน?
   
?ฉันว่าเดายากว่ะ? เด็กสาวมองดูหัวหน้าห้องของตนเดินไปใกล้เคียงกับเมย์ที่ยังทำเป็นนั่งนวดเท้าตนก่อนจะมองด้วยอาการเหยียดๆ ?แต่รอบนี้เฟรนด์น่าจะได้อะไรที่ต้องทำให้เขาเกลียด ส่วนเมย์น่าจะเป็นแนวๆอ้อนให้ช่วยนะ?
   
?ก็ว่าอยู่...แต่เป็นเพื่อนกันแบบนี้อะ ก็รู้อยู่แล้วว่าแสดงแน่ๆ แถมยังพูดอะไรไม่ได้เลย...แล้วมันจะชนะกันยังไงเนี่ย?
   
?นั่นสิเนาะ? ทั้งสองคุยกันอยู่ไม่ถึงนาทีท่านอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ก็ร้องออกมา
   
?ห้องสามชนะ?
   
?อ้าว...? ดาร้องออกมาเบาๆอย่างงงจัด
   
?เอาล่ะ...เฉลยกันดีกว่า อินทุอร (เมย์) ได้คำสั่งว่าอะไรครับ?
   
?ให้ลูบหัวค่ะ? เสียงโห่ร้องพร้อมด้วยเสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นมาอย่างที่เมย์ก็ได้แต่หัวเราะตามด้วยว่ายังขำไม่หาย
   
?เนตรนภา (เฟรนด์) ล่ะ ได้ว่าอะไรเอ่ย?
   
?ทำให้ถอนใจค่ะ? เฟรนด์ว่าแล้วก็หัวเราะก่อนจะโอบเอาเพื่อนต่างห้องมากอดหลวมๆอย่างหยอกล้อ ?ปกติเมย์ชอบถอนใจเรื่อยๆอยู่แล้วเวลาคิดอะไรไม่ออก ทำอะไรก็ถอนใจทิ้งเรื่อยก็เลยว่าอาจจะไม่ต้องทำอะไรมากก็ได้ ถือว่าโจทย์ง่ายค่ะเลยสบาย?
   
?เข้าข่ายดวงดีมีชัยไปกว่าครึ่ง? ท่านอาจารย์ว่าขำๆแล้วก็บอกทั้งสองฝ่ายว่า ?เรียกเพื่อนมาคนหนึ่ง...ไม่ต้องเอาคนเก่ง...เอาคนดวงดีมาดีกว่า เชิญครับ ห้องสองคน ห้องสามคน ...ตอนนี้ห้องสามนำหนึ่ง-ศูนย์นะจ๊ะ?
   
เฟรน์ด์กวักมือเรียกดาขึ้นไปอย่างที่แทบจะไม่ต้องคิด เพื่อนๆก็ต่างปรบมือเชียร์กันให้ดังลั่น ฝ่ายเมย์ก็เลยเรียกอาร์ทหน้าหล่อ (เสียดายว่าไม่ชอบผู้หญิง) ซึ่งก็เป็นอาร์ทตัวพ่อของห้องรองสายวิทย์อีกคนหนึ่ง
   
ดาถึงกับยิ้มยิงฟันรับคู่ต่อสู้อย่างที่อาร์ทก็เดินแตกสาวมาจับมือเจ้าตัวด้วยอาการน้ำลายแตกฟองเหมือนไม่ได้เจอกันนานและคุยกันถึงชะตากรรมต่อไปจนท่านอาจารย์ส่งกล่องให้จับฉลาก
   
ยัยดายิ้มหวานออกมาทันทีส่วนอาร์ทนี่คิ้วขมวดอยู่พักใหญ่จนต่างฝ่ายต่างพร้อม
   
ท่าทางแอ๊บแมนของเกย์หน้าตาดีนั้นเล่นเอาดากะพริบตาปริบเพราะไม่เคยเห็น อาร์ทเดินลิ่วๆมาใกล้อย่างที่ดาค้างแข็งด้วยไม่กล้าจะเดินถอยแล้วก็ไม่แน่ใจที่จะหลบตา
   
อาร์ทหน้ากระตุกหน่อยๆก่อนจะจับหมับเข้าที่ต้นแขนคนสวยดาถึงได้โยนอะไรสักอย่างเข้าใส่จนอาร์ทหลุดเก๊กด้วยการร้องกรี๊ด
   
?กรี๊ดดด!? เสียงสูงไม่เข้ากับหน้านั้นเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่เลวเมื่อท่านอาจารย์ยกมือให้ฝ่ายห้องสามได้แต้มอีกครั้งเพราะดาตัวแสบดันพกจิ้งจกปลอมติดตัวไว้
   
ดา ? ทำให้กรี๊ด   
อาร์ท ? ทำให้เดินถอยหลัง
   
ดาเรียกมายด์ที่กระโดดขึ้นเวทีไปอย่างต้องการจะลองของส่วนอาร์ทนั้นเรียกผู้ชายที่เธอไม่รู้จักชื่อมาคนหนึ่ง
   
รอบนี้มายด์แพ้เพราะเด็กผู้ชายนายนั้นยอมเจ็บตัวเพื่อห้อง
   
มายด์ ? ทำให้สบถ
คนห้องสอง ? ทำให้เตะ!
   
ทีนี้มายด์ก็เรียกแก้วขึ้นไปตามสเต็ปอย่างที่อัยเริ่มนั่งทำใจแล้ว
   
?รอคิวได้เลยแก...ฉันอุตส่าห์ไม่เอาแกขึ้นไปก่อนแล้วนะ? ดากระซิบว่าอย่างขำๆเมื่อบนเวทีนั้นแก้วเอาแต่หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย
   
เสียงหัวเราะมหาประลัยนั้นก็สะท้านก้องจนคนในห้องเก็บเสียงหัวเราะกันไม่อยู่แต่คู่ท้าชิงของแก้วนี่ถือว่าหน้านิ่งมาก ยืนเฉยไม่แสดงทีท่าอะไรเลยจนแก้วมันเหนื่อยจะหัวเราะ เด็กผู้ชายคนนั้นถึงได้เดินเข้ามาหาแล้วทำท่าเหมือนจะจับแก้มมัน แก้วมันก็เลยปัดมือนั้นทิ้งด้วยสายตาดุๆตามสัญชาตญาณคนหวงตัว
   
ห้องสองจึงเก็บไปอีกแต้มเพราะ
   
แก้ว ? ทำให้หัวเราะ (ไม่สำเร็จ)
ห้องสอง ? ทำให้มองอาฆาต (สุดๆ)
   
ชะตาชีวิตจากนี้...
   
อัยแกล้งก้มเก็บดินสอแล้วคลานจากที่นั่งไปหลบที่มุมห้อง ยิ่งเห็นว่าฝั่งห้องสองเรียกใครขึ้นไปและยัยแก้วมองเด็กหนุ่มผู้นั้นแล้วยิ้มยังไงเธอก็ยิ่งตัวลีบติดกำแพง
   
?ดา? เสียงแก้วแว่วๆมา
   
?ออกแล้ว?
   
?ไม่ใช่ๆ...อัยมันหายไปไหน?
   
?อ้าว...ก็ตะกี๊ยังอยู่นี่เลยแล้ว...?
   
วิชานินจาอันไม่จำเป็นต้องฝึกกำลังจะพาเธอไปทางประตูถ้าหากว่า
   
?อัยหรอ? เสียงเข้มๆของเจ้าผู้ชายอารมณ์ดีผิดมนุษย์มนาลอยมาอย่างที่เริ่มเสียววาบ ?นั่นไง?
   
รู้สึกได้เลยเชียวว่าสายตาหลายคู่หันมาจ้องทางเธอด้วยความงงๆ
   
?...อัยกะกรรู้จักกันด้วยหรอ?
?อ้าว...อ๋อ อยู่บ้านใกล้กัน?


เสียงพึมพำนั้นดังอยู่พักหนึ่งจนท่านอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถาม
   
?นักเรียนครับ...ไปทำอะไรตรงนั้น?
   
อัยยานึกท่าทางของเพื่อนสนิทเวลาที่พวกหล่อนแก้ตัวยามโดนจับได้ว่าลอกข้อสอบแล้วจึงหันไปตอบอาจารย์ด้วยหน้าซื่อๆ
   
?คือ...หนูทำปากกาตกน่ะค่ะ?
   
เชื่อสิ...มีคนจับโกหกเธอได้ไม่กี่คนหรอก

   





?เก็บแล้วก็มานี่ครับนักเรียน...เพื่อนเขาเรียกแล้วนะ?
   
?ค่ะ? อัยเดินเนิบๆขึ้นเวทีไปอย่างยอมรับในชะตากรรม
   
...ทำไมต้องเป็นนายกรทุกทีเลยฟะ!
   
เป็นคนไม่รู้จักยังจะรู้สึกเขินน้อยกว่า!
   
?กรวิก...จับเลย? อาจารย์ท่านยื่นกล่องใสๆนั้นให้กรก่อนโดยที่นายนั่นก็จับไปเปิดอ่านแล้วก็ยิ้มออกมาหน่อยๆ ?นี่จ้ะ อัยยา วราพันธ์?
   
มาซะเต็มยศ
   
อัยยิ้มแหยๆแล้วหยิบกระดาษมาเมื่อท่านอาจารย์ยิ้มให้อย่างขบขัน
   
?หน้าเหมือนพ่อแต่อย่ากะล่อนได้พ่อนะรู้ไหม...เป็นเด็กน่ารักๆอย่างนี้น่ะดีแล้ว? ท่านอาจารย์กระซิบว่าอย่างที่เธอ (บวกกรอีกคน) พอจะได้ยิน
   
รู้สึกช่วงนี้จะได้เรื่องเพราะพ่อทุกทีเลย!
   
อัยยาเปิดคำสั่งแล้วแทบจะทรุดลงไปตรงนั้น
   
...อยากจะร้องไห้!
   
คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันเมื่อคิดครวญถึงข้อมูลที่เธอพอจะมี นิสัยที่เห็นได้ชัดเจนของนายกรกับวิธีการที่พอจะใช้ได้โดยไม่ต้องอายมากนัก
   
...ว่าไป...
   
แทบไม่ต้องทำอะไรเลยนี่นา!
   
คิดได้ดังนั้นก็ค่อยยิ้มออกแล้วส่งกระดาษให้ท่านอาจารย์รับรู้
   
?โห!? อาจารย์ท่านอุทานออกมาแล้วหัวเราะ ?รู้สึกจะนิสัยส่วนตัวทั้งคู่เลยนะนี่...จะให้สนุกอะไรที่เคยทำก็อย่าทำนะ ที่ทำเป็นประจำน่ะ?
   
อ้าว...ทีอย่างนี้มีการใบ้
   
อัยหันไปสบตากรที่ตอนนี้หุบยิ้มอย่างที่เธอแทบกัดลิ้นตัวเอง
   
?พร้อมยัง? ท่ายอาจารย์เอ่ยเสียงสบายอกสบายใจเมื่อป่วนลูกศิษย์เล่นเสร็จแถมยังไม่ทันได้ตอบรับ...ท่านก็ว่า ?เริ่ม?
   
นิสัยส่วนตัวตัดทิ้ง... แล้วจะเอานิสัยใครดีล่ะ!
   
เด็กสาวไม่กล้าหลบตาไปจากแววตาที่จ้องมองมานั้นเลย...ว่าไปก็อยากจะหลบล่ะนะ แต่คิดไปคิดมาก็ไม่อยากจะแพ้
   
ก็ไม่รู้ว่าเขาได้คำสั่งอะไรมานี่นา
   
...แล้วคำสั่งที่เธอได้ล่ะ
   
อัยยาตัดสินใจจ้องตาตอบแม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกพิกลๆอยู่ในอก ริมแก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
   
...คิดสิคิด... ทำไงให้จบ!
   
...งั้นเล่นเป็นยัยดาแล้วกัน!
   
คิดได้ดังนั้นเธอก็เอียงคอหน่อยๆอย่างที่ดาชอบทำเวลาสงสัย ดวงตารีกว้างถึงได้วาวใสขึ้นหน่อยจากที่ขุ่นมัวด้วยความคิดอยู่นาน
   
พอได้มองหน้าคนอื่นอย่างนี้อัยก็พึ่งจะรู้ว่าเวลาที่สีหน้าคนมันจะเปลี่ยนมันเปลี่ยนไปยังไง
   
จากที่กรมองเธอนิ่งๆก็เหมือนว่าจะมีอะไรอยู่ในสายตานั้น...ยิ่งมองก็ยิ่งอยากรู้ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นยังไงต่อ
   
...เฮ้ย นี่ฉันต้องทำให้กรทำอะไรนะ
   
พอการแสดงแวบเข้ามาในหัวอัยก็เลยกะพริบตานิดหน่อยแล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนเวลาที่มองหน้าแม่ตัวเอง
   
ดวงตาคมๆคู่นั้นเป็นประกายบางอย่างก่อนที่มุมปากเขาจะยกตามเธอขึ้นมาอย่างที่เธอถอนสายตาออกห่างทันที
   
?ห้องสามได้ก่อนจ้า? อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ว่าออกมาอย่างที่เพื่อนๆพากันส่งเสียงเชียร์กันใหญ่ ?อัยยาได้ทำให้ยิ้ม ...กรวิกได้ทำให้หลบตา ...แหม...เฉือนกันนิดเดียวเอง?
   
มิน่า...
   
อัยกลอกตาแล้วสุ่มเรียกเพื่อนให้ขึ้นเวทีแทนไปแทบไม่ทัน
   
?หน้าแดงใหญ่เลยนะคนขี้อาย? ดากระเซ้าเสียงไม่เบาเท่าไหร่ เรียกเสียงโห่ขึ้นมาได้อีกระลอกอย่างที่อัยนึกอะไรขึ้นมาได้ก็เลยหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาจดไว้ ?อะไรน่ะ?
   
?ก็...? เธอจดจนเรียบร้อยแล้วจึงเก็บใส่กระเป๋า ?พ่อบอกว่า...วันๆหนึ่งทำอะไรบ้างช่วงนี้ฉันต้องรายงานท่านด้วย...ต้องจดไว้ก่อนเดี๋ยวลืม?
   
?ลืมลงหรอ? ดาเอียงคอถามด้วยท่าทางเหมือนตอนที่เธอแสร้งทำเมื่ออยู่บนเวที
   
เด็กสาวไม่ต้องคิดสักนิดเมื่อตอบไปว่า
   
?สองนาที...ไม่เกินนั้น?

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 07:51:47 pm โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2010, 08:48:46 pm »

[เข้ารายการระบายอารมณ์] เฮ้อ ยิ่งแต่งยิ่งคิดถึงเพื่อน e014 แต่รู้สึกว่าจะเริ่มไปเรื่อยละ ใครช่วยคิดตอนจบให้ดาวทีสิคะ หรือไม่ก็บอกหน่อยว่าจบประมาณไหนดี จะเอาแฮปปี้เอนดิ้ง โศกสลดตายกันไปข้าง หักมุมสุดท้ายเหมือนเรื่องต้นๆที่ว่ามาไม่รู้จะแต่งไปทำไม e026 เง้อ ค่อยๆคิดดีกว่า

ขอบคุณพี่ทรายคุณผู้ชายใต้เงาจันทร์แล้วก็คุณเชาหลันมากนะคะ e044 มีคนอ่านแล้วก็ยิ่งอยากแต่งต่อ

ปล. ใครได้ดูหมอลักษณ์ฟันธงบ้าง ไม่รู้ทำไมราศีธนูโดนเรื่องดี๊ดีทั้งนั้นเลย อุบัติเหตุเอย ซวยเพราะปากเอย ...รอบนี้มาอกหักรักคุดรับวาเลนไทน์  e037 เอาเถอะ ดวงคือดวง ก็แค่สถิติ ...ขอสัปดาห์หน้าทำข้อสอบได้ก็พอ e027

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

ผู้ชายฯ รักในหลวง, v.nefertali, รอยทราย

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 08:08:55 pm »

บทที่ 7: เข้าค่าย (1)



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทจะเตรียมบทจะตอบจะมอบงาน
บทจะสานบทจะบานบทจะแบ่ง
บทจะรับบทจะเร่งบทจะแกล้ง
บทจะแยงบทจะแต่ง...ตามแต่ที!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++



?เอาล่ะค่ะ...เข้าแถวให้เรียบร้อยเลยค่ะน้องๆทุกคน เซ็นชื่อลงทะเบียนให้เสร็จแล้วไปรวมกันที่ห้องประชุมได้เลยนะคะ?

เสียงกังวานที่ส่งผ่านโทรโข่งถึงรุ่นน้องประมาณยี่สิบคนที่ล้วนแต่เป็นสมาชิกชุมนุมชูใจวัยโจ๋ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเข้าค่ายในวันนี้ยังคงดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกว่าทุกคนจะมากันครบ

?เฮ้ย...มีใครเห็นนนท์บ้าง ตาบ้านี่เหลือเกิน วันอย่างนี้ยังจะอุตส่าห์มาสาย? พี่เดียบ่นเป็นหมีกินผึ้งเมื่อเวลาล่วงเลยมาจนจะแปดโมงแล้ว

ก็น่าเห็นใจท่านรองอยู่หรอกนะเพราะถ้าหัวหน้าชุมนุมมาไม่ทันก็ได้เป็นหน้าที่พี่แกอีกที่จะต้องทำการเปิดงานแทนเพราะเดี๋ยวท่านอาจารย์ที่ปรึกษาก็จะมาให้โอวาทเป็นพิธีเปิดเล็กๆก่อนเข้าค่ายสองวันหนึ่งคืนในครั้งนี้

อัยค่อนข้างจะสบายใจหน่อยที่สุดท้ายแผนการหนีเที่ยวของพวกพี่ๆไม่สำเร็จเพราะท่านอาจารย์ไม่อนุญาตให้ออกนอกสถานที่และให้เข้าค่ายกันในโรงเรียนโดยใช้เวลาตั้งแต่เช้าวันเสาร์จนเที่ยงของวันอาทิตย์

กิจกรรมหลายๆอย่างถูกตัดออกไปอย่างที่เธอนึกชอบใจ

?อัยๆ...ตกลงว่าพี่เดียกับเตยจะจัดการพิธีเช้าส่วนแก้วกับมายด์จะเป็นพิธีกรตอนช่วงที่มีการแข่งขันนะ? ดาหันมาบอกกับเธออย่างที่เธอก็พยักหน้าตอบเรียบๆ ?ส่วนกิจกรรมล้อมวงตอนกลางคืนน่ะ...แกช่วยฉันหน่อยได้ไหม น้องกานต์มาไม่ได้น้องเขาติดเรียนพิเศษ?

?เอางั้นหรอ? อัยยักไหล่ ?ถ้าพอช่วยได้ก็ได้ทั้งนั้น?

?ต้องได้อยู่แล้วล่ะ ...น่านะ เออ ว่าแต่แกลงชื่อยัง?

?เรียบร้อยแล้ว?

?น้องอัย...นี่ตกลงน้องกรเขาจะมาไหมจ๊ะ? พี่เดียเดินมาหาเธอเมื่อเวลามันเริ่มกระชั้นชิด

?คะ?? อัยยามองตอบอย่างงงๆ ?กรทำไมหรือคะ?

?ก็ยังไม่มาเลยน่ะสิ ...แล้วก็น้องเต้อีกคน เนี่ย เหลือแค่สองคนนี้ล่ะที่ยังมาไม่ถึง?

?เอ่อ...แล้ว...?

?ก็พี่ได้ยินว่าอยู่บ้านติดกันเลยคิดว่าอัยจะรู้?

?ไม่รู้สิคะ อัยก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะมาไหม? อัยแกล้งเบิกตาหน่อยๆ ?แล้วพี่นนท์ล่ะคะ มาหรือยัง?

?นั่นสิ!? พี่เดียตาวาวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อของประธานชุมนุม ?ไอ้นี่มันต้องโดนประจานต่อหน้ารุ่นน้องสักที ไปจีบสาวที่ไหนอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้? ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรฯออกโดยไม่สนใจจะถามไถ่อะไรจากเธออีก

เสียงฝีเท้าวิ่งทักๆเข้ามาในหอประชุมที่กรรมการชุมนุมกำลังจัดระเบียบที่นั่งในพิธีเปิดกันอย่างเร่งรีบเพราะต้องเรียบร้อยก่อนที่อาจารย์จะมา

?เฮ้ยๆ ขอโทษๆ รถเรายางแตกอยู่ตรงเซเว่นนู้น~ นี่วิ่งมาเลยนะ? พี่นนท์ออกปากแก้ตัว (วิ่งมาแต่เหงื่อไม่ออกักหยดเนี่ยนะพี่) ก่อนที่พี่เดียร์จะทันได้พูดอะไร ?นี่ไง...เจอเจ้าสองคนนี้พอดี เห็นมันเดินอ้อยอิ่งเหลือเกินเลยลากมาด้วย?

?ไปเลย...น้องกรน้องเต้ไปลงชื่อแล้วหาที่นั่ง? พี่เดียจัดการบอกสมาชิกชุมนุมทั้งสองก่อนจะส่งตาเคืองๆหาท่านประธานราวจะบอกว่า ?รอดตัวไป?

?อัย...น้องเต้นั่นอยู่ม.สี่ใช่ไหม? ดาหันมากระซิบถาม

?อ้อ...อืม แต่นายนั่นแก่กว่าฉันอีกนะ เห็นว่าดร็อปเรียนไปปีนึงเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ...อยู่บ้านถัดจากบ้านฉันไปสามสี่หลัง?

?หรอ?

?ทำไมล่ะ?

?เปล่าหรอก...แค่คุ้นๆหน้า?

อัยพยักหน้ารับไปตามเรื่องก่อนจะเดินไปหาที่นั่งเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดเมื่อประธานในพิธีซึ่งก็คืออาจารย์ส้มมาถึง

ท่านอาจารย์ร่างเล็กยิ้มแจ่มใสและเดินขึ้นแท่นพิธีอย่างกระฉับกระเฉง ท่านกล่าวเปิดงานและอวยพรให้งานนี้สำเร็จลงด้วยดี กำชับเรื่องการถ่ายรูปเก็บหลักฐานการเข้าค่ายและการวางตัวของคนในค่ายด้วยสีหน้าเคร่งๆ

?อย่าคิดจะทำอะไรพิเรนทร์กันขึ้นมาเชียวนะ...เราๆก็รู้กันดีว่านี่คือรั้วโรงเรียนแม้จะเป็นกิจกรรมเชิงสันทนาการแต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขต ครูสนับสนุนให้ลูกๆทุกคนแสดงออกได้ตามศักยภาพแต่ก็ต้องอยู่ในมารยาทอันดี เข้าใจนะ อย่าทำให้ครูหรือสถานศึกษาหรือแม้แต่ตัวเองต้องเสียชื่อด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ...แล้วก็อย่าลืมไป...? ท่านลดเสียงเบาลง ?...เช่าพระติดตัวกันมาแล้วใช่ไหมจ๊ะลูก ...อย่าทำอะไรแผลงๆให้เจ้าที่เจ้าทางเขาโกรธเอาเข้าใจไหม ...เอาล่ะจ้ะ ในฐานะของที่ปรึกษาก็ขอให้กิจกรรมนี้ผ่านไปด้วยดีจ้ะ?

ท่านเดินยิ้มๆลงไปนั่งสังเกตการณ์ในช่วงที่พี่นนท์ขึ้นพูดความเป็นไปเป็นมาของการเข้าค่ายครั้งนี้รวมทั้งกฎกติกามารยาทที่พี่แกอรัมภบทให้ฟังด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

?พี่และกรรมการทุกคนในที่ชุมนุมคิดจัดค่ายนี้ขึ้นมาเพื่อให้น้องๆได้จำลองการสร้างและใช้ชีวิตในครอบครัวของตนเองโดยที่เราจะใช้การอยู่รวมกันของคนหมู่มากเป็นสถานที่จำลองบ้านหลังใหญ่ แม้ว่าอาจจะไม่เหมือนการใช้ชีวิตในครอบครัวปกตินักแต่ก็ใกล้เคียงในด้านของความคิดความอ่านที่ต่างกันไป เราจะยิ่งแตกต่างกันเพราะมาจากคนละครอบครัว จุดประสงค์หลักๆคืออยากให้น้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราและต่อยอดไปเป็นการปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ...ฉะนั้น เราต้องมีกฎของค่าย?

เสียงกระแอมดังผ่านไมค์มาครั้งหนึ่งก่อนที่พี่นนท์จะพูดต่อ

?หนึ่งเลยคือพี่อยากให้เราลองคิดว่าทุกๆคนในค่ายนี้คือพี่น้องที่เราใช้ชีวิตร่วมครอบครัวกันมาอย่างปกติ สองก็คือ...พี่ไม่อยากให้น้องๆใช้สรรพนามอื่นใดนอกจากคำว่า ?พี่? ?น้อง? และชื่อของตนเองเท่านั้น ถ้าพี่ได้ยินใครแทนตัวเองว่า ?ฉัน? ?แก? ?นาย? ?เรา? หรือคำพ่อขุนรามอื่นๆพี่ก็มีกิจกรรมยามค่ำให้น้องๆทำกัน...เหมือนเวลาที่พี่ทำอะไรผิดในบ้านนะ แม่พี่จะให้พี่ไปขัดห้องน้ำทั้งปี ...แต่ที่โรงเรียนเนี่ย มีห้องน้ำตั้งสิบยี่สิบห้องแหนะ จริงไหม?

พี่นนท์ขยับยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะว่าต่อ

?หลังจากจบพิธีเปิดเราจะมาจับคู่เล่นเกมส์กันนะครับ บอกไว้เลยว่าคู่ไหนชนะจะมีรางวัลให้ พี่ๆเองก็จะลงไปเล่นด้วย ...ไม่ออมมือให้หรอกนะ? อาการยักคิ้วนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ฟังได้หลายคน ?เชิญท่านรองต่อเลยครับ?

พี่เดียค่อยก้าวขึ้นไปรับหน้าที่แทนเมื่ออาจารย์ส้มมาคุยกับพวกกรรมการคำสองคำแล้วจึงจากไป

อัยถือเป็นเรื่องปกติที่อาจารย์จะปล่อยให้นักเรียนคุมกันเอง โรงเรียนของเธอมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยทำให้จำนวนอาจารย์ที่มีมากก็เหมือนจะไม่พอ ท่านอาจารย์หลายๆท่านโดยเฉพาะอาจารย์ที่พึ่งจะบรรจุใหม่ที่ยังไฟแรงจึงมักมีภาระกิจมากและจะมอบหมายคนที่ไว้ใจได้ให้ทำงานโดยครูส้มจะมีวิธีการตรวจสอบโดยโทรฯเช็คเป็นระยะ โทรฯหาหลายๆคนในเวลาใกล้ๆกันเพื่อที่ว่านักเรียนจะได้ไม่ทันเตรียมคำโกหกให้ตรงกันได้

?อัยๆ ไปนั่งกับดาทางนู้นดีกว่านะ แก้วกับมายด์ก็อยู่ทางนู้น? ดาว่าเสียงใสแล้วจูงมือเธอให้ลุกตามไป

?แต่ยังไงเดี๋ยว...? ดาส่งสายตามาเตือนด้วยรู้นิสัยการพูดของเธอดี อัยจึงค่อยดึงสติกลับมาควบคุมในทุกอริยาบถของตนเอง ?แก้วกับมายด์ต้องเป็นพิธีกรตอนแข่งขันนี่นา ...ว่าแต่อัยกับดาต้องไปแข่งด้วยหรอในเมื่อรู้กันหมด? เธอค่อนข้างจะกระดากปากไม่น้อยเพราะไม่เคยแทนชื่อตัวเองแบบนี้นอกจากเวลาพูดกับพ่อแม่

?ไม่รู้สิก็พี่นนท์ยังบอกจะลงแข่งเลย อัยกะดาคงไม่รอดหรอก? ดาโคลงศีรษะแล้วพ่นลมหายใจเหมือนอึดอัด ?คงตลกน่ะถ้าพูดแทนตัวเองอย่างนี้กับคนไม่รู้จัก แต่ก็ดีนะจะได้จำชื่อกันให้ได้ทั้งหมด?

?พี่ๆก็คงอยากให้เป็นงั้น? อัยรู้สึกว่ามันง่ายกว่าถ้าจะเลี่ยงการใช้สรรพนามทั้งหลาย

ความวุ่นวายก่อขึ้นมาสักพักหนึ่งเมื่อพี่เดียเริ่มการจับคู่โดยตอนแรกจะให้จับเชือกกันคนละด้าน (ตามที่เคยตกลงกันไว้ตอนประชุม แถมพวกพี่ๆก็มีวิธีจะจับเชือกให้ตรงกับคนที่อยากได้เสียด้วย) แต่พวกเธอช่วยกันซ่อนเชือกไว้ตั้งแต่ตอนก่อนเริ่มพิธีเปิด แล้วตอนนี้แก้วกับมายด์ก็จับไมค์เป็นพีธีกรแทนเสียแล้ว

...เพราะงั้น ต่อจากนี้สองคนนั้นมีหน้าที่ดำเนินเรื่อง

?เอาล่ะค่ะ...เราจะจับคู่กันด้วยการจับฉลากนะคะ? แก้วว่าออกมาเสียงใสขณะที่มายด์เดินแจกกระดาษให้ผู้มาร่วมกิจกรรมแต่ละคนเขียนชื่อและชั้นเรียนของตนลงไป (กันชื่อซ้ำ) โดยแยกกล่องชายหญิง (การคัดคนเข้าค่ายนั้นดูแล้วว่ามีคู่ครบแบบเว้นพิธีกร) ?โดยตอนแรกแก้วจะขออนุญาตจับเลือกมาคนหนึ่งก่อน แล้วก็จับฉลากกันต่อไปเรื่อยๆจนครบคู่นะคะ?

การจับฉลากดำเนินไปเรื่อยๆโดยที่คนแรกที่แก้วจับขึ้นมาเป็นเด็กผู้ชายม.สามซึ่งล้วงจับฉลากกล่องผู้หญิงได้เตยม.ห้าไปเป็นคู่หู แล้วเตยก็จับออกมาอีกคนให้คนๆนั้นมาเลือกคู่ของตัวเองต่อ เรื่อยมาจนเหลืออยู่อีกประมาณสามสี่คู่

?การฉลากก็เหมือนการเสี่ยงดวงอย่างหนึ่ง? มายด์เริ่มบรรยายไปเรื่อยๆเมื่อเต้ม.สี่ขึ้นไปจับฉลาก ?ก็เหมือนการสร้างชีวิตครอบครัว ถ้าดวงดีก็ได้คู่ดีเข้ากันได้ ถ้าดวงแย่หน่อยก็อาจจะได้คนที่เข้ากันลำบาก แต่เกมต่อจากนี้ก็เหมือนการสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ซึ่งตามหลักแล้วก็คงเทียบไม่ได้กับที่พ่อแม่ของเราทุกคนที่บางคนอาจจะเหลือเพียงแม่หรือพ่อทั้งเพราะความตายมาพรากหรือความไม่ลงรอยแยกให้ห่างกันก็ตาม...แต่ความลำบากในการเล่นเกมก็พอจะเป็นพื้นฐานให้เราทำความเข้าใจได้ในรูปธรรมนะคะ?

?ดา...ม.ห้าทับสามครับ? เต้ ม.สี่พูดกับไมค์เมื่อจับฉลากได้ชื่อแม่นางแบบสมัครเล่นไปอย่างที่เสียงโห่ดังขึ้นมาให้ชายใส่แว่นหน้าแดงขึ้นมาหน่อย

?ฮะฮ่า คนสวยเราออกเรือนเสียแล้ว? แก้วว่าอย่างที่เรียกเสียงครึกครื้นขึ้นมาทันที ?เหลือแน่งน้อยกี่นางนี่? ยัยนั่นยักคิ้วใส่อัยอย่างที่คนเป็นเพื่อนกันมายักคิ้วตอบด้วยรู้ตัวว่ากำลังจะโดนแซว ?จะอยู่เป็นคนสุดท้ายเลยไหมจ๊ะอัย ไม่มีคู่จริงๆเดี๋ยวแก้วไปเล่นด้วยก็ได้นะ?

?อย่าลำบากเลย? อัยว่ายิ้มๆอย่างไม่ต้องการคาดเดาใดๆ

?แหนะ...นักบอลยังอยู่นะอัย ดูซิรอบนี้จะดวงสมพงศ์กันอีกไหม?

รอบนี้เด็กสาวหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

...จะสมพงศ์หรือไม่ดูจะเป็นฝีมือเจ้าพิธีกรข้างบนนั่นมากกว่า

...ฉันเห็นนะ! ยัยมายด์แอบล้วงกล่องจับฉลากระหว่างที่คนอื่นๆกำลังสนใจกับดาบนเวที

อัยยาเบะปากอย่างนึกรำคาญ

น่าให้พ่อเซ็นก่อนแล้วค่อยติ๊กไม่อนุญาตจริงๆเลย ...แย่ที่พ่อเธอเป็นทนายผู้รักษาผลประโยชน์ตนเองอย่างสูง ท่านถึงไม่เคยยอมให้เธอเขียนแทนเลยสักอย่าง

?เห็นไหม? เสียงกระซิบทุ้มหูจากด้านหลังเล่นเอาสะดุ้ง ?เพื่อนอัยเอาฉลากไปซ่อนด้วย?

?ไปฟ้องพี่นนท์ซะสิ...บอกฉันแล้วจะได้อะไร?

?แหนะ...เขาห้ามพูด ?ฉัน? ไม่ใช่หรอ? นายกรว่าขำๆด้วยเสียงที่แผ่วลงอีก ?อย่าเผลอบ่อยนะ...เดี๋ยวโดนขัดห้องน้ำ?

?แล้วทำไมไม่ไปฟ้องพี่เขาล่ะ?

?ก็กรไม่ใช่คนขี้ฟ้อง...อัยก็ไปฟ้องสิ? เสียงนั้นยิ่งฟังออดอ้อนเมื่อพูดแทนตนด้วยชื่อและเรียกเธอด้วยชื่อ

อัยมองบุคคลที่เหลืออยู่นอกจากเธอและกรพลางนึกถึงกติกาแต่ละอย่าง

...โอ้ น้อง ม.สองตรงนั้นท่าทางงุ่มง่ามจัง ส่วนพี่ ม.หกอีกคนก็หน้าเหี้ยมซะ

อย่างนั้นก็ปล่อยเพื่อนๆมันจับคู่ไปเหอะ

เลือกคู่มันต้องใช้ดวงก็จริง ...แต่ในเมื่อไม่พึ่งดวงมันก็ดีอยู่แล้วเธอก็ฉลาดพอจะจับคู่นี้ไว้ล่ะนะ!

?อัยพอรู้กติกาใช่ไหม...อัยประชุมกับเขาด้วยนี่?

?รู้สิ? อัยกระซิบตอบเมื่อน้องผู้หญิงคนสุดท้าย (ไม่นับเธอ) ขึ้นเวทีไปจับฉลาก สายตานั้นมองกรสลับกับรุ่นพี่ม.หกก่อนจะกลั้นใจหยิบฉลากขึ้นมาอย่างที่อัยยานึกสงสารไม่น้อย

?งั้น...? บนเวทีประกาศคู่ให้น้องเขาขณะที่กรบอกเธอว่า ?คู่กันรอบนี้...อัยเป็นช้างเท้าหน้าไปเลยนะ เดี๋ยวเราเดินตามเอง?

ชิ...ตาบ้า!

อัยยามองเพื่อนทั้งสองบนเวทีเมื่อแก้วเริ่มหัวเราะจนท้องแข็งขณะที่มายด์ร้องเพลง

?พรหมลิขิตบันดาลชักพา ...ดลให้มาพบกันทันใด~?

?เอาล่ะ...สองคนสุดท้ายไม่ต้องจับแล้ว...รู้ชะตากรรมกันดีนะจ๊ะที่รัก? แก้วว่าพร้อมเสียงร้องแซวชวนแทรกแผ่นดินหนี

ให้ตายสิ...ตั้งแต่อีคาบการแสดงนั่นล่ะ เล่นกันซะดังไปทั้งโรงเรียน!

ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้เธอเป็นคนไร้ตัวตนเหมือนเดิมยังจะดีกว่า!

+++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali, รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #11 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 02:06:01 pm »

บทที่ 8: เข้าค่าย (2)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จะนำหน้าจะเดินตามตามโอกาส
แม้พลั้งพลาดไม่คลาดคราจากจุดหมาย
ไม่นำหน้าหรือเดินตามจะเคียงกาย
ไม่เดียวดายเพราะขีดมาว่าคู่กัน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

?ตกลงอัยนำนะ?

?ไม่รู้หรือไงว่าเวลาช้างจะเดินน่ะ...มันก้าวเท้าหลังก่อน? อัยยาว่าแล้วถอนใจเมื่อโดนจับมัดขาติดกับพ่อนักบอลตาคม

วิ่งสามขา...ฉันเกลียดวิ่งสามขา!

เด็กสาวเบะปากหน่อยๆเมื่อการแข่งรอบแรกคือ ?วิ่งคู่สู่ฝัน? ซึ่งแบ่งเป็นแข่งกลุ่มแรกและกลุ่มสอง ...สองคู่แรกจากกลุ่มหนึ่งและสองคู่แรกจากกลุ่มสองเป็นคู่ที่จะไปแข่งกันด้านอื่นต่อ

ก่อนจะเริ่มการวิ่งที่มาแข่งกันตรงลู่วิ่งของโรงเรียนพร้อมพลพรรคช่างกล้องที่สละเวลามากันให้พร้อมหน้า (พวกชุมนุมหนังสือพิมพ์โรงเรียนยินดีมาถ่ายรูปให้เมื่อพี่เดียคนงามไปคุยกับหัวหน้าชุมนุมนั้นด้วยตัวเอง)

?สู้เขานะอัย สู้เขานะกร!? ดาที่แข่งกลุ่มสองส่งเสียงพลางโบกมือให้อย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกเพราะดูว่าเจ้าตัวจะคุยกับเต้คู่ของตนอย่างถูกคอ

?ไม่ต้องรีบนะ? กรยิ้มบอก

?น่าจะเป็นอัยนะที่ต้องพูดคำนั้น? สุดท้ายเธอก็แทนตนด้วยชื่อเพราะต้องรีบทำใจให้ชินไม่งั้นก็กระดากไม่เลิก

ตากรก็ยิ่งยิ้มกว้างไปใหญ่เมื่อได้ยินอย่างนั้น

?อัยก้าวขวาก่อนนะ ...พอพี่เขาให้สัญญาณเตรียมตัวก็ถอยขาขวาไปข้างหลัง? ขาขวาของเธอเป็นขาข้างที่ถูกผูกติดกับขาซ้ายของเขา ?พอเริ่มก็ก้าวขวา แค่เดินก็ได้...ไม่ต้องรีบ ล้มไปมันไม่สนุก?

อัยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

?ขอโทษนะ? เขาว่าเบาๆแล้วโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ มืออุ่นๆนั้นชวนให้คลายตื่นเต้นไม่น้อย...เธอรู้สึกขึ้นมาเชียวว่าตานี่พึ่งได้แค่ไหน

?ตกลงจะเล่นแบบสนุกๆพอผ่านๆหรือคิดอยากชนะ?? อัยถามออกไปหลังวางตัวจนเข้าที่เข้าทาง แน่ใจว่าจะก้าวขาออกไปได้แม้จะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง

?เวลาเล่นบอลกรก็เล่นตามที่ซ้อมแต่ก็เอาสนุกไว้ก่อนจะได้ไม่เครียด? เขาว่าแล้วยิ้ม ?แต่เวลาเล่นเกมนี่เผลออยากเอาชนะทุกที?

?งั้นก็ตามใจแล้วกัน...เรื่องวิ่งเนี่ย อัยยกให้?

?ครับผม? เขาทำหน้าระรื่นอย่างที่เธอไม่ค่อยจะเข้าใจในความหมายแต่เมื่อยัยแก้วให้สัญญาณด้วยนกหวีดเธอก็ถอยขวาตามที่เขาบอกไว้

พอได้ยินเสียงสัญญาณอีกทีเธอก็ก้าวขาตามเขาแบบที่ออกจะเชื่องช้าไปหน่อยในตอนแรก แต่เพราะแรงดึงจากเชือกทำให้ต้องเร่งก้าวเร็วๆตามอย่างช่วยไม่ได้

?เอาล่ะค่ะ...เชือกที่ขาก็เปรียบกับอุปสรรคในชีวิตคู่ ที่ถ้าใจไม่ไปด้วยกัน ไม่รู้ในจังหวะของกันและกันก็อาจจะขัดแข้งขัดขากันเองจนล้มคะมำลงไปได้? มายด์ว่าไม่ทันขาดคำคู่หูที่มีขนาดตัวต่างกันโขคู่หนึ่งก็ล้มไปกับพื้นอย่างที่อาการน่าจะไม่หนักนักเดี๋ยวก็จะมีหน่วยปฐมพยาบาลไปดูแล ?เมื่อล้มลงไปแล้ว จะเข้าใจในความผิดและให้อภัยกันก่อนจะก้าวต่อไปด้วยกันอีกครั้งได้หรือไม่...นั่นล่ะค่ะหัวใจของการทำงานเป็นคู่ ...หัวใจของการเป็นคู่ชีวิต?

?ตอนนี้พี่นนท์กับน้องดิวนำลิ่วมาแล้วค่ะ ตามมาด้วยคู่น้องภาคกับน้องอร ที่สามก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กรกับอัยนั่นเอง? แก้วเริ่มส่งเสียงพากย์อย่างกับเชียร์มวย

?เฮ้ย!? อัยร้องออกมาหน่อยๆเมื่อสะดุดก้อนหิน

มือแข็งของนักบอลก็คว้าตัวเธอไว้ก่อนที่จะคะมำกันไปทั้งคู่

ตอนนี้เท้าของเธอข้างที่ถูกผูกติดกับเขาไว้เหยียบอยู่บนรองเท้าผ้าใบของเขา ร่างเสียหลักโดนตวัดไปในอ้อมแขนอย่างที่เรียวมือยึดเอาไหล่นั้นไว้เป็นที่เกาะทันที

?อย่างนี้ก็ดีนะ...เกาะแน่นๆ? กรหัวเราะยามโอบเธอไว้แล้ววิ่งแซงคู่ที่นำเป็นอันดับสองไปสบายๆราวกับเธอเป็นแค่ตุ๊กตายัดนุ่น

เธอเข้าเส้นชัยหลังคู่พี่นนท์ด้วยระยะทางไม่ถึงเมตร

หญิงสาวที่ไม่ได้ออกวิ่งเลยกลับเป็นฝ่ายหอบด้วยความตกใจ

พอเท้าได้แตะพื้นอีกครั้งก็ถามออกไปแทบจะทันที

?เจ็บหรือเปล่า?

?ไม่ๆ...อัยตัวเบาอย่างกับเด็ก? กรหัวเราะอีก ?แถมได้เข้ารอบต่อไปด้วยนะ...ใบ้หน่อยสิ ต่อไปเป็นอะไรหรอ?

?ก็...? เธอมุ่นคิ้วยามนึกถึงด้านต่อไปที่ท่านอาจารย์ไม่ได้ทำการตัดออก ?รอบที่ไม่อยากเล่นที่สุด?

?ขนาดนั้น? เด็กหนุ่มทำตาโตแล้วยิ้มจนตาหยี ?งั้นแสดงว่าต้องสนุกแหงเลย?

โอ้โห

หาว่าฉันขวางโลกหรือเปล่าเนี่ย

ดีล่ะ! เจอกันสักที!






?อัยๆ? ดาวิ่งเข้ามาหาระหว่างรอกรรมการจัดสถานที่ต่อไปซึ่งมากันที่อาคารเรียนคณิตศาสตร์ ?รู้สึกเขาจะเพิ่มกติกา?

?จริงดิ? อัยขมวดคิ้วขณะที่คู่ของเธอทั้งสองก็ยืนฟังอยู่ด้วยกัน ?พี่ๆเขาเพิ่มหรือยัยสองคนนั้นเพิ่มล่ะ?

?ดาว่าน่าจะเป็นแก้วกับมายด์ที่เพิ่ม...เพราะพี่ๆเขาก็แข่งด้วย?

?แล้ว...? เด็กสาวแหยหน้าขณะที่เพื่อนสาวก็ยิ้มแหย

ตอนนี้ที่ผ่านเข้ารอบกันมาก็มีคู่พี่นนท์ คู่ของดา คู่ของน้องม.สาม แล้วก็คู่ของเธอ

คนแข่งน้อยลงแสดงว่ากองเชียร์เพิ่มขึ้นล่ะ เสียงมันก็เลยกระหึ่มทั่วอาคารคณิตศาสตร์เชียว

ยิ่งพวกตากล้องกระจายตัวกันไปตามจุดต่างๆก็ยิ่งชวนให้อยากรู้ว่ายัยสองคนนั้นเพิ่มอะไรมาให้งงกันอีก

?เอาล่ะ...ผู้เข้าแข่งฟังกติกากันดีๆ ...ต่อจากนี้จะเป็นการแข่งรอบสองโดยเราจะคัดเหลือสองทีมไปแข่งในรอบสุดท้าย? แก้วเริ่มพูดผ่านโทรโข่งอย่างชำนิชำนาญ

?น่าลุ้นกันทั้งนั้นเลยใช่ไหม ชอบใครเชียร์ใครเชียร์ให้สุดเสียงไปเลย!? ยัยมายด์รับต่อไปอย่างไม่รั้งรอจนถึงช่วงบอกกติกา ?เอาล่ะ เกมนี้มีชื่อว่า ?วิ่งแต่งตามงาน? โดยที่คุณผู้หญิงจะต้องวิ่งไปหาชุดคุณสุภาพบุรุษมาจากบนอาคารก่อนจะลงมาแต่งตัวให้คุณผู้ชายที่ด้านล่าง พอคุณผู้ชายแต่งตัวเสร็จก็ต้องวิ่งขึ้นไปหาชุดคุณผู้หญิงบนอาคารลงมาแต่งตัวให้คุณผู้หญิงที่ยืนรออยู่จุดเดียวกัน จากนั้นจึงเดินควงกันไปเข้าเส้นชัยที่ใต้อาคารวิทยาศาสตร์?

?ชุดทั้งหมดที่เอาไปแขวนไว้จะอยู่คละๆกัน แล้วแต่ดวงว่าจับฉลากได้งานอะไรแล้วก็วิ่งขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าลงมาให้เหมาะสมกับงานที่จะไป ...แต่งได้แต่งดีมีโบนัสนะจ๊ะแม้จะไม่ผ่านเข้ารอบก็ตาม?

?โหย...? ดาร้องออกมาอย่างไม่ชอบใจ ?ต้องวิ่งขึ้นบันไดด้วยหรอ?

?ไม่วิ่งก็ได้จ้ะดา เดินสบายๆลอยชายเลือกเสื้อผ้าก็ได้เหมือนกัน? แก้วหันมาตอบแล้วหัวเราะ ?พร้อมหรือยังคะผู้เข้าแข่งรอบสองทุกท่าน?

?พร้อม~? เสียงตอบบ่งกระแสเหนื่อยหน่ายปนขบขันนั้นเรียกให้พิธีกรสร้างบรรยากาศต่อไปว่า

?กองเชียร์ล่ะพร้อมหรือยัง?

?พร้อม!? เสียงนั้นดังขึ้นก่อนจะกรี๊ดกระหึ่มกันขึ้นมาอีก บางคนที่พกกล้องส่วนตัวมาก็หยิบออกมาแย่งหน้าที่ช่างกล้องพิเศษเสียหมด

?ถ้างั้น...คุณผู้หญิงเข้าที่?

อัยเบะปากเพราะไม่อยากขึ้นบันได นึกถึงตอนมาส่งการบ้านคณิตทีไรล่ะเหนื่อยใจทุกที

?เดินดีๆนะอัยไม่ต้องรีบ? กรส่งเสียงบอกด้วยอารมณ์รื่นเริง ?ไม่ต้องวิ่งเดี๋ยวตกบันไดอีก?

เด็กสาวหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาจนไม่คิดจะต่อคำเมื่อแม่พิธีกรทั้งสองเริ่มเดินมาหาทีละคน

?จับฉลากจ้า? มายด์เดินถือกล่องมาตรงหน้าเธอและดา

?มีแบบให้ใส่ชุดไปออกกำลังกายไหม? อัยแกล้งถามอย่างที่เพื่อนสาวก็หัวเราะคิก

?แต่มายด์อยากเห็นคู่ของอัยใส่ชุดสูทจัง ...สูทบ้านพี่นนท์เชียวนะ?

อัยส่ายหน้าพลางหยิบฉลาก

นั่นไง...สมพรปากยัยมายด์จริงๆเลย

?ไปปาร์ตี้ราตรี? เด็กสาวอ่านอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสายตาถอนใจออกมาหน่อยๆแล้วหันไปมองยัยดา ?ได้อะไรหรอดา?

?ไปทำงาน? ดาย่นคิ้วแล้วหันไปถามเต้คู่หูประมาณ ?เต้...โตไปจะทำงานอะไร?

?อยากเป็นหมอ?

?ถ้าไม่มีชุดหมอล่ะ?

ดวงหน้าขาวหลังกรอบแว่นนิ่งไปพัก

?ดาอยากทำอะไรก็เอาอย่างนั้นลงมาก็ได้...จะได้เลือกถูก?

?จ้า? ดายิ้มระรื่นแล้วหันมาถามเธอบ้าง ?อัยไม่ถามกรบ้างหรอว่าจะไปปาร์ตี้ไหน?

?ปาร์ตี้ไหนก็เหมือนกันล่ะ? อัยยากลอกตาแล้วมุ่ยหน้าเมื่อแม่พิธีกรทั้งสองเริ่มจับโทรโข่ง

?ขั้นแรกเรียบร้อย...ได้เวลาตามหาชุดตามงานแล้วจ้า!? แก้วว่าแล้วเริ่มนับ ?สาม?

?สอง? มายด์ต่อก่อนที่ทั้งคู่จะว่าออกมาพร้อมกัน

?เริ่ม!? เสียงกองเชียร์สำทับเข้ามาให้กระหึ่มเมื่อสี่สาวรอบสุดท้ายแยกกันขึ้นบันไดไปหาชุดบนอาคาร

?ทางไหน? ดาว่าขณะที่ขึ้นบันไดมาทางเดียวกัน

?ชั้นสองก็พอ? อัยว่าแล้วเลี้ยวไปทางห้องเรียนทันที

สองสาวช่วยกันกวาดสายตามองไปรอบๆจนตัดสินใจเดินไปควานหาชุดในกองเสื้อผ้าของห้องเรียนที่เธอเรียนคณิตตอนม.สี่

มือเรียวหยิบสูทสีแดงติดมือขึ้นมาแล้วกะพริบตาปริบๆมองอยู่พักหนึ่ง

นึกหน้าคนมีลักยิ้มแล้วก็ขยับยิ้มขำออกมาเมื่อพาดสูทนั้นไว้บนไหล่ สายตาหาเรื่องกวาดไปเจอกางเกงขายาวสีเหลืองและเนคไทสีเขียวสะท้อนแสง

?ยัยอัย? ดาหันมาเห็นแล้วหัวเราะขำ ?เอาจริงหรอนั่น?

?น่า...เสื้อพี่นนท์แน่ไหมเนี่ย พี่แกรสนิยมแปลกดีนะ? เธอเจอรองเท้าหัวแหลมสีชมพูอีกคู่แล้วจึงหันไปบอกเพื่อน ?ไปนะ?

?จ้า?

อัยยาเดินลงมาชั้นล่างและเห็นน้องม.สามกำลังแต่งตัวให้เพื่อนอยู่พอดี

...ดูแล้วน่าจะเป็นชุดนอน

ดวงตาคมกริบของคู่หูคู่กรรมเบิกโตมองเธอเมื่อเห็นสูทแดงมาแต่ไกล

?แกล้งกันหรือเปล่านี่? เสียงเขาออกไปทางขบขันซะมากกว่าเมื่อเธอเริ่มสวมเนคไทให้เขาก่อน ...ที่หยิบมาด้วยเพราะเห็นว่าเขาใส่เชิ้ตอยู่แล้วหรอกนะ ไม่ใช่เพราะถูกใจสีอะไรเลย!

กรมองอึ้งๆแล้วก็ยิ้มแหยๆเมื่อพวกกองเชียร์พากันกรี๊ดสนั่น

?เอาน่า...ก็อัยขี้เกียจเดินนี่นา? เด็กสาวว่าไปแล้วยิ้มขำเมื่อโยนรองเท้าสีชมพูลงกับพื้นพลางยื่นกางเกงให้เขาใส่

กรทำตามอย่างไม่เรื่องมากจนสวมสูทแดงเรียบร้อยเขาก็วิ่งขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไรมาก

?อัย? มายด์เดินมาสะกิดเธออย่างตะลึง ?แกล้งกันอย่างนี้เลยหรอ?

?แกล้งกันที่ไหน? อัยว่ายิ้มๆ ?แกล้งกรต่างหาก?

?โอ้โหเพื่อน? มายด์หัวเราะคิกเมื่อเห็นดาเดินลงมาพร้อมชุดสูทสีเทาที่อยู่ห้องเดียวกับที่อัยไปค้นเสื้อผ้ามา

?เต้เป็นนักธุรกิจไปแล้วกัน มันหาลำบากมากเลยไอ้ชุดทำงานเนี่ย? ดาว่าแล้วมุ่ยหน้าเมื่อติดเนคไทแบบสำเร็จรูปให้ (เท่าที่ดู มีอัยคนเดียวที่ผูกเนคไทเป็นในรอบนี้) ?...เราเห็นมีสูทผู้หญิงสีเทาอยู่ห้องสองสองห้าน่ะ ไม่ต้องเลือกมากหรอกชุดทำงานเอาสีขรึมๆก็โอเค?

เต้พยักหน้าพลางขยับแว่นด้วยมาดนักธุรกิจไฟแรงก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดไปตามที่ดาบอก

?การเลือกเสื้อผ้าให้คู่ก็เป็นการเอาใจใส่ดูแลอย่างหนึ่งนะคะ? แก้วเริ่มบรรยายเจตนารมย์ของด้านนี้หลังจากที่พวกผู้ชายขึ้นไปหาชุดกันด้วยเวลาอันสูสี ?คนเป็นคู่กันย่อมต้องอยากให้อีกฝ่ายดูดี แล้วคนที่โดนแต่งตัวให้ก็จะยิ่งมีความมั่นใจในตนเองเมื่อคนที่เป็นคู่ครองเป็นคนเลือกให้ ...ถือเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ใช้ได้ทุกครอบครัวไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ?

เต้โผล่จากบันไดมาเป็นคนแรกเมื่อไม่ต้องเสียเวลาหาเสื้อผ้าเหมือนคนอื่น

...ถือเป็นความหัวใสของยัยดาโดยแท้

ขณะที่ดากำลังสวมกระโปรงชุดสูททับกางเกงยีนของตน กรก็กระโดดลงบันไดมาพร้อมชุดที่อัยแทบจะตบหัวตัวเองสักที

เออ...ใครว่าตานี่แก้แค้นไม่เป็น!

ที่นานเพราะหาไอ้สีเจ็บๆอย่างนี้อยู่ใช่ไหม!

ชุดกระโปรงทรงบอลลูนสีแดงสดเข้ากับสูทของนายกรเป็นอย่างดีถูกนักบอลยิ้มสวยยื่นให้อัยที่หลับหูหลับตาใส่โดยไม่ปริปาก

ด้วยว่ามันก็เป็นความผิดพลาดของเธอส่วนหนึ่ง...งานนี้จึงบ่นไม่ออก!

ร่างนั้นอ้อมมารูดซิปด้านหลังให้ขณะที่ดากับเต้ควงกันไปทางอาคารวิทยาศาสตร์เป็นคู่แรก

เจ้าของมือหนาถือวิสาสะดึงยางมัดผมเธอออกจนผมยาวๆสยายลงมา

อัยยาจะหันไปว่าเขาก็ฉุดเธอไปทางเส้นชัยอย่างที่แทบจะหน้าคะมำเป็นรอบที่สอง

ตาบ้าเอ๊ย!

หน้าม้าที่ติดกิ๊บเอาไว้ร่วงมาปรกหน้าผากนวลเมื่อมือหนาหันมายึดมันไปอีกครั้งก่อนจะลากเธอเข้าเส้นชัยในสภาพหัวยุ่งๆ

?เย้ๆ? ดาเดินเข้ามากอดคอเธอเมื่อเราทั้งคู่ได้ไปเล่นถึงรอบสุดท้าย

...ที่ไม่น่าเล่นสักนิด!

?โห...กรนี่เลือกเก่งนะ...น่ารักจังเลย!? แม่เพื่อนตัวดีเอาจมูกถูกจมูกเธอชวนให้จั๊กกะจี้ขึ้นมาจนต้องผละห่าง

?ไม่เล่นน่า?

ยัยดายีหัวเธอเล่นจนพอใจก่อนจะกอดเธอไว้ใหม่ราวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

?เราได้ผู้เข้ารอบสุดท้ายกันแล้วนะพี่น้อง!? มายด์ตะโกนผ่านโทรโข่งอย่างออกจะขบขันกับการเล่นกันฉันเพื่อนอย่างที่เห็นจนเจนตา ?มาสัมภาษณ์พวกเขากันหน่อยดีกว่าว่าประสบการณ์แต่งตัวให้คนอื่นนี่เป็นยังไงกันบ้าง?

?เชิญผู้แข่งรอบสองทุกท่านทางนี้เลยค่ะ ...มาให้คะแนนโบนัสกันหน่อยเร็ว?

เสียงเชียร์ดังต่อเนื่องไปราวกำลังชมรายการประกวดอะไรสักอย่างอยู่

?คู่แรกค่ะ...พี่นนท์ คู่พี่นนท์กับน้องดิวจับได้ชุดอยู่บ้าน...แล้วเป็นไงบ้างคะ ใส่เสื้อฟ้ากางเกงชมพูคู่กันเชียว?

?ก็นะครับ? พี่นนท์เริ่มรายการพรีเซ็นต์ตัวเองด้วยรอยยิ้มตามสไตล์แบบมีจังหวะจะโคน ?การที่เราใช้ชีวิตร่วมกันเนี่ย บางทีถ้าทำอะไรให้เหมือนๆกันจนคล้ายจะเป็นคนๆเดียวกันก็จะทำให้เรารู้สึกสนิทกันมากขึ้นเหมือนที่น้องดิวเลือกชุดมาให้พี่ พอพี่ใส่พี่ก็มีความรู้สึกว่า เออ...อยากจะเห็นน้องเขาใส่อะไรที่เป็นคู่กับเรา จะได้เป็นรูปธรรมย้ำขึ้นมาอีกขั้น...ว่าเนี่ย คู่กันนะ?

รายการร่ายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจของพี่นนท์เล่นเอาน้องดิวหน้าแดงอย่างเขินอาย

...นั่นไง... เดี๋ยวได้มีหลังไมค์แน่ล่ะ พี่ชายปากหวานคนนี้ก็ใช่ย่อยอยู่

?ว้าว...มาดูที่คู่ต่อไปกันดีกว่าค่ะ...น้องอาร์มกับน้องไนซ์...ได้มาเป็นชุดนอน...ถ้าในอนาคตน้องๆมีโอกาสจะนอนกอดใครๆที่เป็นคู่ชีวิตของเรา น้องๆจะเลือกอะไรให้เขาใส่ตอนนอนดีเอ่ย?

?เอ่อ...? เด็กผู้หญิงเป็นฝ่ายพูดเมื่อโดนฝ่ายชายสะกิดส่งบท ?ก็นะคะ น้องก็แบบ เอ่อ ตอนนอนมันแบบ เป็นเวลาพักผ่อนใช่ไหมคะ ก็เลยแบบ ถ้าอาร์มใส่อะไรแล้วแบบ เอ่อ แบบว่าใส่แล้วสบายน่ะค่ะ ไนซ์ก็เลือกแบบ ...แบบที่อาร์มใส่แล้วนอนสบาย อะไรทำนองนั้น?

?ก็แบบ...อะไรทำนองนั้นนะคะ? แก้วเอ่ยล้อเลียนอย่างที่ได้ยินเสียงเชียร์ขึ้นมาอีก ?มาดูคู่ของนางแบบคนสวยของเรากันดีกว่า...ดากับน้องเต้...เป็นไงบ้าง ชุดทำงาน?

?ไม่ว่าในอนาคตข้างหน้าดาจะมีคู่ชีวิตทำงานอะไรนะ ดาก็คงจะดูเอาตามความเหมาะสม แต่ว่าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง โดยปกติชุดทำงานก็ต้องสุภาพเรียบร้อยและเข้าได้ในทุกสถานการณ์ถูกไหมคะ ก็เลยเลือกสูทสีกลางๆให้เต้ คิดว่าเป็นไงบ้างคะ...ใส่แล้วเท่สมาร์ทเป็นนักธุรกิจเต็มขั้นเชียว ว่าไหมคะ?

เสียงตอบรับคำว่าของดานั้นเล่นเอาอัยยาคิดจนหัวปั้นว่าจะเอายังไงกับสูทแดง เนคไทเขียว กางเกงเหลืองแล้วก็รองเท้าชมพูนี่ดี

มือเรียวสางผมตนให้คลายจากอาการยุ่งเหยิงไม่ต่างจากหัวสมองที่กำลังหาทางรอด

?คู่สุดท้าย...ว่าไงจ๊ะ...ไอ้ชุดออกงานราตรียี่ห้อนี้ไปคิดค้นมาจากไหน? มายด์เอ่ยแซวอย่างที่เธอได้ยินเสียงหัวเราะขบขันและเสียงถ่ายรูปดัง แชะๆ อยู่รอบทิศ

แล้วทีอย่างนี้นายกรก็ไม่คิดจะแย่งพูดเลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่เหลือบมองนี่คืออยากให้นายเอาไปพูดซะ!

เฮ้อ...สวมบทใครดีรอบนี้ ยืมรายการยิ้มรับแขกของคุณแม่มาก่อนแล้วกัน

?ไงจ๊ะอัย...จะพากรไปออกงานบ้านไหนเนี่ย? แก้วเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างที่อัยพยายามจะหัวเราะตามก่อนว่า

?ออกงานราตรีถ้าไปแล้วไม่มีคนเห็นมันก็แปลกๆเนาะ ก็เลยต้องแต่งเด่นๆไว้ก่อน? อัยยิ้มนิดๆเหมือนหน้ากระตุกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากทางด้านหลัง ?แล้วเนี่ย...มีใครจะค้านไหมว่าแต่งแบบนี้แล้วกรไม่หล่อ?

เสียงกรี๊ดเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นมาอัยเลยถามสำทับเข้าไป

?หล่อไหมคะ...คนไม่หล่อแต่งอย่างนี้ไม่ได้หรอกเนาะ?

?หล่อ~? เสียงสนับสนุนพร้อมอาการกริ๊ดกร๊าดดังตามมาเป็นเงาตามตัว

อัยยายิ้มนิดๆเมื่อเพื่อนกระซิบบอกประมาณ

?ร้ายใหญ่นะแก? มายด์หันไปถามคะแนนโบนัสจากคู่อื่นๆที่ตกรอบไปเมื่อรอบที่แล้ว

ไม่น่าถามเลย...

เจ้าคนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างเธอนี่ก็การันตีได้อย่างดีแล้วว่าคู่ไหนจะได้โบนัส

++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, v.nefertali, ผู้ชายฯ รักในหลวง

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #12 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 02:15:47 pm »

[ระบาย] : ร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน p18



เฮ้อ ฝนยิ่งตกยิ่งร้อน e026 ฟ้าร้องน่ากลัวอีกแหนะ  p29 ไปกินไอติมดีกว่า p6

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, v.nefertali, ผู้ชายฯ รักในหลวง

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

v.nefertali
แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...

ผู้ดูแลคลับกวี


*

คะแนนกลอน 224
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 2664

วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"

Level 41 : Exp 99%
HP: 4.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 8450
ได้รับคำชม: 3750


« แต่งต่อ #13 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 06:37:06 pm »

ช่วงนี้กรุงเทพ ตอนกลางคืนบรรยากาศดีมากๆ ลมพัดแรง เย็นๆดี

แต่กลางวันอย่าให้พูดเลย ...ตัวจะไหม้  p30

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

ดาราอรุณ, รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง

สำหรับกระทู้นี้มี, 3 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดาราอรุณ
นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...

อัปสรสีหกวี


*

คะแนนกลอน 133
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 1500

เพียงรอยยิ้มเธอ...



Level 31 : Exp 47%
HP: 2.7%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6181
ได้รับคำชม: 2751


« แต่งต่อ #14 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 10:04:03 pm »

บทที่ 9: เข้าค่าย (3)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุ่นไอรักมักเจือจนใจไหม้
จุดหัวใจให้อุ่นจนร้อนหวาม
ด้วยร้อยเล่ห์เทรักภักดิ์ใจตาม
หรือเพราะความห่วงหาและอาทร
++++++++++++++++++++++++++++++++++++

?อัย...กินผัดกะเพราหรือข้าวหมูทอด?

?กะเพราอะไรหรอ? อัยช้อนตามองคนถามที่ตอนนี้ยืนค้ำหัวเธอซึ่งกำลังนั่งพิงเสาอาคารวิทยาศาสตร์ในช่วงพักเที่ยง (มีข้าวแจก)

?กะเพราหมู?

?พวกพี่ๆเขาไม่เตรียมอาหารอิสลามมาเลยหรอ?

?อัยเป็นอิสลามหรอ?

?เปล่า? อัยยาส่ายหน้าตามคำ ?งั้นแสดงว่าคงไม่มีอิสลาม...กะเพราแล้วกัน?

?ได้เลย?

กรพาร่างสูงของตนไปทางจุดรับข้าวกล่องโดยที่เธอก็นั่งขัดสมาธิรออยู่ที่เดิม

?ไง? เสียงทุ่มทักขึ้นพร้อมร่างโปร่งของเต้ที่นั่งลงไม่ใกล้ไม่ไกล

?ไง? อัยทักตอบเรียบๆ...เธอพอจะคุ้นกับเต้อยู่บ้างเพราะตอนม.ต้นก็เรียนห้องเดียวกันมาจนเจ้าตัวมีปัญหาเรื่องสุขภาพแล้วก็ดร๊อปเรียนไปนั่นล่ะ

?อัยที่รัก!? แรงโถมจากทางด้านข้างเล่นเอาร่างเล็กหงายไปกับพื้นเพราะร่างงามๆของเพื่อนสาวคนสนิท

?ดา...คิกๆ ปล่อยนะ!? อัยดิ้นหนีเรียวมือนั้นเป็นพัลวัน

เหมือนรอบนี้ยัยดาจะหมั่นเขี้ยวเธอเป็นพิเศษถึงได้ไม่ยอมผละไปโดยง่ายเช่นทุกครั้ง นิ้วเรียวๆนั้นจิ้มๆจี้ๆขึ้นๆลงๆอยู่แถวๆเอวของเธอ

?กอดให้หายคิดถึงหน่อยซี่!? ดาหัวเราะขำก่อนจะรั้งร่างเธอไปกอดไว้แน่นๆโดยที่จมูกจิ้มลิ้มนั้นก็เคลียอยู่แถวๆคอปลุกต่อมบ้าจี้ได้ไม่เลว

?ดา!? อัยผละหนีอย่างแรงแม้จะกลั้นหัวเราะไม่ไหวก็ตาม

?อาๆ? ดาว่าแล้วยอมถอยออกไป ?เพราะหิวหรอกนะถึงหยุด...เอ...? ดวงตาระริกหยอกล้อนั้นส่งมาด้วยประกายน่าขนลุก ?หรือกินอัยดี...ตัวเล็กอย่างนี้จะอิ่มไหมหนอ?

?บ้า!? อัยหลุดปากว่าแล้วยิ้มขำ ?เป็นอะไรขึ้นมา ทำอย่างกับว่าไม่เจอกันสักสามสี่เดือน?

?เชอะ? ดานั่งลงข้างเธอพลางแกะห่อข้าวของตนในขณะที่เต้ก็นั่งกินดูสถานการณ์ไปพลางๆ ?ก็ดาอิจฉานี่นา...ตั้งแต่แข่งวิ่งสามขาแล้ว นอกจากดาใครกอดอัยได้แบบนั้นบ้างล่ะ หึ แล้วดูสิ แต่งตัวให้กันอีก ดาก็อยากให้อัยมาติดกระดุมให้ดามั่งนะ?

อาการกระเง้ากระงอดบวกดวงตาระริกยั่วเย้านั้นเล่าเอาดวงหน้าใสๆแดงเรื่อขึ้นมาทันที

อัยเบะปากแก้เก้อ...ปกติเธอจะยอมนะ แต่รอบนี้ไม่ได้ ...ไอ้ตาเป็นสิบๆคู่ที่ทิ่มแทงอยู่นี่กำลังจะกลายเป็นสักขีพยานชั้นดีว่าเธออายแทบแทรกแผ่นดินหนี...ถ้าเธอไม่ตอบโต้ไปบ้าง!

?แล้วทีดาไปใส่สูทให้เต้ล่ะ? หนุ่มแว่นแทบจะกลืนข้าวติดคอเมื่อโดนโยนใส่ไปเต็มๆ ?อย่าคิดว่าอัยไม่เห็นนะ มีจัดเสื้อให้กันแถมยัง หึ ...ใครกันแน่ที่ควรจะโกรธ?

?แต่เต้เป็นรุ่นน้องนะอัย...แต่กรน่ะ...?

?รุ่นน้องแล้วไง...อัยไม่ถือว่าคนที่เกิดก่อนอัยตั้งห้าเดือนเป็นรุ่นน้องอัยหรอก ...แล้วกรทำไม ...นี่ตกลงดาน่ะหึงอัยหรือหึงกรกันแน่ ...เคยคบกันมานี่?

อาการอึ้งกิมกี่ของดานั้นเล่นเอาเธอหน้าซีด

?อัย...? ริมฝีปากแดงเรื่อนั้นสั่นระริกอย่างที่คนเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไปถึงกับค้างปากจะเอ่ยขอโทษจน... ?โหย...ปากอย่างนี้ขอจูบซะทีมา?

?เฮ้ย!? ร่างเล็กพลิ้วตัวหนีอย่างตกใจ ?ดาไม่เล่น ...บ้า ดา หยุด?

เสียงขาดเป็นห้วงๆนั้นดังพอที่จะเป็นจุดสนใจของทุกคนในสถานที่ยิ่งเมื่อนางแบบคนงามจับเพื่อนตนเองจนล้มกลิ้งไปกับพื้นแถมยังหอมแก้มกันให้เห็นจะๆ

?ดา? ร่างนางแบบชะงักนิดหนึ่งเมื่อมือหนาของนักบอลตบบ่าเบาๆ ?กินข้าวกัน...นี่ของอัย ไปเถอะ...กินให้เสร็จก่อนเดี๋ยวค่อยเล่น?

มือนั้นส่งกล่องข้าวสองกล่องให้อัยที่ยังโดนกอดรัดไว้ก่อนจะลากสองสาวไปด้วยมือทั้งสองข้าง

?นั่งๆ...อัย กะเพราของอัย หมูทอดของกรนะ ...โห? ดวงตาคมมองสำรวจร่างบางที่ยังหอบหายใจหน่อยๆ ?อัยเหงื่อออกเยอะกว่าตอนกรแข่งบอลอีกนะ?

ดวงหน้าแดงก่ำเพราะปรับอุณหภูมิร่างกายไม่ทันยิ่งแดงจัดขึ้นไปอีกเมื่อเพื่อนสาวส่งคำพูดสองแง่สามง่ามมาสำทับว่า

?กร...แค่นี้ยังน้อย เวลานั้นน่ะหอบระรวยกว่านี้เยอะ?

?ดาหมายถึงตอนวิ่งวอร์มเล่นพละใช่ไหม?? อัยยาถามด้วยดวงตาหรี่เอาเรื่อง

?ใช่สิ!? เพื่อนสาวหัวเราะใส ?จะมีตอนไหนอีกล่ะ...กินเร็วเข้า เดี๋ยวแข่งต่อหลังกินเลยหรือเปล่าเนี่ย ถ้าเป็นงั้นไม่ไหวนะ ได้จุกตายพอดี?

?แล้วแก้วกับมายด์ล่ะ? เธอถามเปลี่ยนเรื่องเมื่อแกะกล่องข้าวของตนบ้าง ?หรือหาเรื่องจะทำอะไรอีก?

?น่าจะไม่น้า? ดาแหยหน้า ?ด่านสุดท้ายถึงรู้กติกาก่อนก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก...ยังไงก็เหนื่อย ...แถมเราก็รู้กันทั้งสองคน ยังไงก็กลยุทธ์เดียวกันจริงไหม?

?นั่นสิเนาะ? เธอโคลงศีรษะ ?แค่ไม่ต้องวิ่งขึ้นบันไดอีกก็พอแล้ว?

?ก็บอกว่าไม่ต้องวิ่ง? ดวงตาบ้องแบ๊วนั้นมีรอยหยอกล้อ ?เดี๋ยวตกบันไดไปไม่สนุก...คนอื่นเขาจะเป็นห่วงเอานะ?

?หือ?? อัยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ?หมายถึงดาหรอ...ไม่หรอก อัยยังไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้น?

?จ้า? ลดาหัวเราะคิกคักกับอาการแทนตัวเองด้วยชื่อตามกฎของค่าย ?กินกะเพราบ้างสิ...อัยก็กินหมูทอดบ้าง อร่อยนะเจ้านี้?

?เอาสิ? สองสาวแลกกับข้าวกันกินเหมือนตอนนั่งกินในโรงอาหารของวันมาเรียนปกติ

?อะแฮ่ม? เสียงกระแอมที่ดังขึ้นเรียกสายตาของผู้ที่กำลังนั่งกินข้าวทั้งสี่คนได้เป็นอย่างดีเมื่อร่างสูงของพี่นนท์ยืนอยู่ตรงนั้น ?น้องๆครับ...ช่วยดูรอบตัวบ้างสิครับ?

สองสาวคู่ซี้มองหน้ากันตาปริบๆเมื่อหัวสมองประมวลผลหลังกวาดสายตารับข้อมูลเรียบร้อย

อ้อ...เฮียแกจะให้นั่งเป็นคู่เหมือนตอนแข่งขันกันเมื่อครู่

...สองสายตาบอกความหมายถึงกันและกัน แล้วต่างฝ่ายก็ต่างแกล้งเป็นไม่รู้

?ทำไมหรอคะพี่นนท์? ดาทำตาใสถามเหมือนงงๆ

?นี่ค่ายจำลองครอบครัวแบบปกตินะครับน้องดาน้องอัย...มานั่งกันเป็นคู่เกย์เลสเบี้ยนแบบนี้ได้ไง?

เลสเบี้ยนทั้งคู่ไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ...แต่เจ้าคู่เกย์นี่สิ พ่อสองหนุ่มที่กำลังคุยกันหงุงหงิงแทบจะสะดุ้งถอยห่างจากกันแทบไม่ทัน

?ก็พี่นนท์ไม่ได้บอกนะว่าห้ามกินข้าวกับเพื่อน? ดาทำฤทธิ์ดื้อตาใสอย่างเคย ?จำลองครอบครัวแล้วนี่มันขัดตรงไหนหรอคะ...ครอบครัวหนึ่งใช่จะมีแค่คนสองคน...จะมีสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับบ้านข้างๆบ้างก็เรื่องปกตินี่คะพี่?

?ครับ...แต่แบบนี้มัน...?

?ทำไมล่ะคะ...ต่อให้สัมพันธ์เป็น ?ชู้? ก็ยังเรื่องปกติของครอบครัวนี่คะ ตามกฎหมายว่าไว้ว่าถ้าผู้หญิงคบใครออกนอกหน้าผู้ชายมีสิทธิ์ฟ้องหย่าก็จริงแต่นี่ผู้ชายเขาไม่ได้ฟ้องสักหน่อย แถมยังนั่งคุยกันออกรสอยู่นี่ไง?

?อ้าว...แล้วน้องไม่คิดจะฟ้องเขาบ้างหรอ สามีนอกใจแล้วนะ?

ดาถึงกับอึ้งเมื่อพี่นนท์พูดออกมาได้หน้าตายๆ แล้วอัยก็แค่ทำหน้าตายกลับไปว่า

?ผู้ชายต้องถึงขั้นเปิดเผยออกนอกหน้าค่ะ ต้องเชิดชูอยู่กินกันให้สาธารณะรับรู้นั่นล่ะถึงจะฟ้องเขาได้ ...ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่แต่ตราบใดที่เขายังเลี้ยงดูภรรยาดี ...จะฟ้องให้เปลืองเงินไปทำไมล่ะคะพี่นนท์?

?ก็...? พี่นนท์แทบจะเต้นเมื่อโดนย้อน (นิสัยพี่แกเหมือนผู้หญิงเหมือนกันนะ...ตรงที่ยอมไม่ได้ถ้าเถียงไม่ชนะนี่) ?ก็แล้วเขาเลี้ยงดูเราดีแบบที่เราจะไม่หึงหวงเลยหรอ?

?กรอุตส่าห์เอาข้าวมาให้อัยกินนะ? อัยยาชูกล่องข้าวให้เห็นชัดๆ ?แล้วจะบอกว่ากรไม่ดูแลอัยได้ไง...เอ...ตะกี๊พี่นนท์หลุดสรรพนามต้องห้ามมากี่คำคะ?

?เฮ้ย...นี่ไม่เกี่ยวนะอัย มันเป็นเรื่องสมมุติ?

?ได้ไงพี่นนท์ ตั้งกฎเองไม่ทำตามแบบนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชายนะ? ดาเสียงดังขึ้นแล้วตะโกนเรียกพวก ?พี่เดียคะพี่เดีย พี่นนท์เรียกกรกับเต้ว่าเขาค่ะ พี่เดีย พี่นนท์ผิดกฎแหนะค่ะ?

อัยกลั้นหัวเราะเมื่อร่างสูงโดนเพื่อนร่วมห้องลากตัวกันไปพิพากษาโทษโดยเหล่าคณะกรรมการชุมนุม

?โดนซะบ้าง หึ นี่อัย ดาว่าเฮียแกต้องเป็นประเภทผีเห็นผีแหงเลย พอเห็นเต้กับกรคุยกันก็ปรี่เขามาเชียวหรือว่า...?

?เดี๋ยวดา...? กรขัดคำหลังกลืนข้าวก้อนโตลงไปได้ ?ผีเห็นผีได้ไง...กรกับเต้ไม่ได้...?

?ไม่ได้อะไร...เมื่อกี๊นั่งคุยกันหงุงหงิงอย่างกับคู่รักแหนะ?

?แล้วดาล่ะ? กรว่ายิ้มๆ ?ต่อหน้าต่อตาเชียวนะ...เต้ก็นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานดาให้ความสนใจกับอัยมากกว่าเต้ได้ไง?

รู้สึกว่าสองคนนี้จะไม่มีสะดุดหลุดบทเลยแม้แต่น้อยยามต้องเรียกแทนตนและคนอื่นๆด้วยชื่อไปเสียทั้งหมด ...เหมือนเด็กทะเลาะกันไม่ผิด

เต้เริ่มสะกิดเตือนกรในขณะที่อัยก็กระตุกแขนเสื้อเตือนเพื่อนสาวหลายทีแล้วเหมือนกัน

?ทำไมล่ะ ...นี่กรหึงอัยหรือเต้กันแน่ฮึ?

ช้อนพลาสติกที่พูนไปด้วยข้าวและกะเพรายัดเข้าปากอิ่มของนางแบบปากไวแทบจะทันที

?กินซะเถอะ...พูดมากไม่เหนื่อยบ้างหรือไง? อัยมุ่นคิ้วเมื่อปิดปากเพื่อนได้สำเร็จ

?เย้...ได้กินข้าวจากช้อนอัยแล้ว?

อ้าวไอ้นี่...

อัยถึงกับเหวอเมื่อดาพูดออกมาได้หน้าตาเปรมปรีดิ์สุดๆ

?ล้อเล่นน่า? ดาว่าแล้วเริ่มตีหน้าเป็นงานเป็นการ ?นี่...ตกลงรอบต่อไปเอาไง?

?เอาไง...? อัยส่ายหัว ?ไม่เล่นได้ไหมล่ะ...ยังไงก็ต้องเล่นนี่?

?ไม่ใช่...ดาหมายถึงว่า ใครจะชนะ?

?เรื่องงี้ต้องเตี๊ยมด้วยหรอ?

?อ้าวก็...?

อัยโบกมือบอกปัดก่อนตัดบท

?ดาแข่งวิ่งกับอัย...ตัวตัดสินน่ะปล่อยกรกับเต้ไป? ข้าวอีกคำถูกป้อนให้เพื่อนสาวด้วยมือเธอ ?ทีนี้ก็กินซะ...เหนื่อยแล้ว เลิกพูดซะบ้างเถอะ?

ดาเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยด้วยอาการอมยิ้มกับท่าทางของเธอ

?อยากเกิดเป็นผู้ชายจังเลย ดาจะจีบอัยคนแรกไม่ปล่อยให้ไปไหนเชียว ยิ่งปล่อยผมน่ารักน่าหยิกอย่างนี้นะ?

พอเพื่อนพูดมาเธอก็พึ่งนึกได้รีบล้วงเอายางรัดผมสำรองมาเตรียมรวบผมทันที

?หยุดเลยอัยยาถ้า...?

?ขอมัดเถอะน่าร้อนจะตาย? อัยบ่นอุบก่อนจะเอ่ยเลี่ยงๆ ?ตามใจกันบ้างสิ...ตามใจมากๆแค่เป็นทอมก็ยอมแล้ว?

นางแบบสมัครเล่นหัวเราะเสียงใส

?สัปดาห์หน้าดาจองตัวแล้วนะ?

?ไปไหน?? ปากบางสวยเอ่ยถามทันทีด้วยหัวคิ้วที่กดลงหน่อย

?ไม่บอกหรอก? ดาว่าแล้วเริ่มกินข้าวอย่างจริงจัง ?แต่จะเอาใจให้เต็มที่เลย?

โห...

อัยได้แต่กลอกตา

...รู้สึกว่าจะน่ากลัวกว่าโดนผู้ชายชวนไปเที่ยวอีกนะเนี่ย


มีต่อค่ะ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

รอยทราย, ผู้ชายฯ รักในหลวง

สำหรับกระทู้นี้มี, 2 สมาชิกกลุ่มนี้ ที่ชื่นชม!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2010, 03:23:46 pm โดย: ดาราอรุณ » บันทึกการเข้า


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
เพิ่มแท๊ก:

แสงความเห็นโดยรวมเกี่ยวกับกวีคลับได้ที่นี่จ้า

เพิ่มแท๊ก:
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
 
advertisements
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.396 วินาที กับ 33 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.045s, 2q)
Google visited last this page เมื่อวานนี้ เวลา 03:26:11 pm
Google PageRank Checker