ผู้เขียน หัวข้อ: ซ่อนใจ...ไว้ให้เธอ  (อ่าน 16279 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
บทที่ 10 : เข้าค่าย (1) ต่อ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 03:28:59 pm »


บทที่ 10 : เข้าค่าย (1) ต่อ









   “อัย...กินผัดกะเพราหรือข้าวหมูทอด”

   “กะเพราอะไรหรอ” อัยช้อนตามองคนถามที่ตอนนี้ยืนค้ำหัวเธอซึ่งกำลังนั่งพิงเสาอาคารวิทยาศาสตร์ในช่วงพักเที่ยง (มีข้าวแจก)

   “กะเพราหมู”

   “พวกพี่ๆเขาไม่เตรียมอาหารอิสลามมาเลยหรอ”

   “อัยเป็นอิสลามหรอ”

   “เปล่า” อัยยาส่ายหน้าตามคำ “งั้นแสดงว่าคงไม่มีอิสลาม...กะเพราแล้วกัน”

   “ได้เลย”

   กรพาร่างสูงของตนไปทางจุดรับข้าวกล่องโดยที่เธอก็นั่งขัดสมาธิรออยู่ที่เดิม

   “ไง” เสียงทุ้มทักขึ้นพร้อมร่างโปร่งของเต้ที่นั่งลงไม่ใกล้ไม่ไกล

   “ไง” เธอว่าแล้วยิ้ม “สนุกไหมล่ะเต้”

   “ก็ดีนะ” เต้ขยับแว่นหน่อยๆเมื่อเธอโดนดาโถมตัวเข้าใส่จนแทบจะหน้าคะมำ

   “คนดีของดา วันนี้น่ารักที่สุดเลย!” เพื่อนสาวกอดเธอเสียเต็มอ้อมแขนแถมยังขโมยหอมแก้มเธอไปเสียฟอดใหญ่

   “ดา จั๊กกะจี้ ดา คิกๆ ปล่อย ไม่เอาไม่เล่น”

   เหมือนรอบนี้ยัยดาจะหมั่นเขี้ยวเธอเป็นพิเศษถึงได้ไม่ยอมผละไปโดยง่ายเช่นทุกครั้ง นิ้วเรียวๆนั้นจิ้มๆจี้ๆขึ้นๆลงๆอยู่แถวๆเอวของเธอ

   อัยสะบัดตัวหนีมือปลาหมึกนั่นไปนั่งหลบหลังเต้อย่างไม่ต้องคิด “บ้า เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง”

   “โหย...ทีตอนอัยแข่งวิ่งสามขาอัยยังให้กรกอดได้เลย”

   “ไม่ได้กอด”

   “ไม่ได้กอดอะไร” ดายิ้มหวานเมื่อเห็นเธอหน้าแดง

   “ไม่ได้ตั้งใจให้กอด ...ก็อุบัติเหตุนี่นา”

   “เชอะ...แล้วตอนแต่งตัวล่ะ ดาก็อยากให้อัยติดกระดุมให้ดาบ้างนี่นา”

   “เกมนี่นา” เธอยึดเต้ไว้เป็นที่พำนักเมื่อแววตาวาวๆของเพื่อนสาวยังไม่หยุดจับจ้อง

   “อาๆ” ดาว่าแล้วยอมถอยออกไป “เพราะหิวหรอกนะถึงหยุด...เอ...” ดวงตาระริกหยอกล้อนั้นส่งมาด้วยประกายน่าขนลุก “หรือกินอัยดี...ตัวเล็กอย่างนี้จะอิ่มไหมหนอ”

   “บ้า!” อัยหลุดปากว่าแล้วยิ้มขำ “คนมองใหญ่แล้วนะดา”

   “สนทำไม...ดาอยากกอดอัยนี่นา หึ มากอดอีกทีมามะ เร็วซี่”

   “ไม่เอา ดา ไม่เล่น”

   ทั้งสองวิ่งไล่จับกันรอบๆตัวเต้เมื่ออัยไม่ยอมผละห่างจากกำแพงมีชีวิต โดยที่เต้โดนจับหมุนไปหมุนมาทั้งด้วยมือของอัยยาและลดา หนุ่มแว่นถึงกับหัวหมุนและเกือบหน้าทิ่มหากกรจะไม่เข้ามาขัดโดยการดึงลดาออกห่างไป

   “เล่นเรียกน้ำย่อยกันอยู่หรอ...ไม่แฟร์นะไม่ให้กรเล่นด้วยอย่างนี้” กองหน้าทีมโรงเรียนยิ้มกว้างแล้วว่า “มา...กินข้าวกัน ...เต้มาเร็ว อัยจะมัดผมไหมยาง...”

   “เอามา” เด็กสาวยื่นมือไปข้างหน้าอย่างที่ออกจะชะงักไปนิดกับดวงตาแวววาวนั้น

   “หือ?” รอยยิ้มยั่วเย้านั้นทำเธอมุ่นคิ้วขึ้นมานิดแล้วว่า

   “อัยขอยางคืนหน่อยนะกร กินข้าวไม่ถนัด”

   “ครับผม” เขายิ่งยิ้มกว้างเมื่อส่งยางมัดผมให้เธอแล้วนั่งลงล้อมวงกินข้าวกันสี่คน

   อัยมัดผมลวกๆขณะที่กรแจกข้าวกล้องซึ่งเขาไปหยิบมาคนเดียวสี่กล่อง (ดาใช้งานตามเคย)

   ดามองหน้าเธอขณะแกะกล่องข้าวหมูทอด

   “อัย...รอบสุดท้ายเอาไง”

   “ทำไมล่ะ” อัยเขี่ยเม็ดพริกออกจากใบกะเพรา

   “อัยจะชนะหรือจะให้ดาชนะ”

   “เรื่องงี้ต้องเตี๊ยมด้วย” อัยส่ายหัว “มีเปลี่ยนกติกาหรือเปล่า”

   “ถ้าแก้วกะมายด์เปลี่ยนให้มันเหนื่อยกว่าเดิมดาจะโกรธจนหมดเทอมเลยคอยดู” นางแบบมือสมัครเล่นพูดทีเล่นทีจริง “ว่าไงล่ะ”

   “ถ้าไม่มีเปลี่ยนกติกาก็อัยกับดาเจอกันรอบแรก...” อัยว่าแล้วยักไหล่ “ส่วนชนะไม่ชนะปล่อยกรกะเต้แข่งกันรอบหลัง”

   “มีรอบแรกรอบหลังด้วยหรอรอบสุดท้าย” กรเบิกตานิดๆ “แข่งอะไรล่ะ”

   “ไม่มีชื่อเกม” อัยทำหน้ามุ่ย “แล้วก็วิ่งอีกตามเคย”

   “งั้นค่อยมีโอกาสสูสีกับกรหน่อย” เต้ว่าพลางขยับแว่น

   “หายางรัดแว่นเอาไว้เลยเต้ รอบที่แล้วชักช้าเพราะแว่นตกนี่นา” กรยักคิ้วแล้วมองหน้าสองสาว “แล้วแข่งวิ่งอย่างเดียวหรอ...หรือว่า...”

   “กินวิบาก” ดาเฉลยหลังกลืนข้าวลงคอ “จุกน่าดูเลยล่ะดาว่า”

   “นั่นสิเนาะ” เธอโคลงศีรษะ “แค่ไม่ต้องวิ่งขึ้นบันไดอีกก็พอแล้ว”

   “ก็บอกว่าไม่ต้องวิ่ง” ดวงตาบ้องแบ๊วนั้นมีรอยหยอกล้อ “เดี๋ยวตกบันไดไปไม่สนุก...คนอื่นเขาจะเป็นห่วงเอานะ”

   “หือ?” อัยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “หมายถึงดาหรอ...ไม่หรอก อัยยังไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้น”

   “จ้า” ลดาหัวเราะคิกคักกับอาการแทนตัวเองด้วยชื่อตามกฎของค่าย “กินกะเพราบ้างสิ...อัยก็กินหมูทอดบ้าง อร่อยนะเจ้านี้”

   “เอาสิ” สองสาวแลกกับข้าวกันกินเหมือนตอนนั่งกินในโรงอาหารของวันมาเรียนปกติ

   “อะแฮ่ม” เสียงกระแอมที่ดังขึ้นเรียกสายตาของผู้ที่กำลังนั่งกินข้าวทั้งสี่คนได้เป็นอย่างดีเมื่อร่างสูงของพี่นนท์ยืนอยู่ตรงนั้น “น้องๆครับ...ช่วยดูรอบตัวบ้างสิครับ”

   สองสาวคู่ซี้มองหน้ากันตาปริบๆเมื่อหัวสมองประมวลผลหลังกวาดสายตารับข้อมูลเรียบร้อย

   อ้อ...เฮียแกจะให้นั่งเป็นคู่เหมือนตอนแข่งขันกันเมื่อครู่

   ...สองสายตาบอกความหมายถึงกันและกัน แล้วต่างฝ่ายก็ต่างแกล้งเป็นไม่รู้

   “ทำไมหรอคะพี่นนท์” ดาทำตาใสถามเหมือนงงๆ

   “นี่ค่ายจำลองครอบครัวแบบปกตินะครับน้องดาน้องอัย...มานั่งกันเป็นคู่เกย์เลสเบี้ยนแบบนี้ได้ไง”

   เลสเบี้ยนทั้งคู่ไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ...แต่เจ้าคู่เกย์นี่สิ พ่อสองหนุ่มที่กำลังคุยกันหงุงหงิงแทบจะสะดุ้งถอยห่างจากกันในทันที

   “ก็พี่นนท์ไม่ได้บอกนะว่าห้ามกินข้าวกับเพื่อน” ดาทำฤทธิ์ดื้อตาใสอย่างเคย “จำลองครอบครัวแล้วนี่มันขัดตรงไหนหรอคะ...ครอบครัวหนึ่งใช่จะมีแค่คนสองคน...จะมีสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับบ้านข้างๆบ้างก็เรื่องปกตินี่คะพี่”

   “ครับ...แต่แบบนี้มัน...”

   “ทำไมล่ะคะ...เดี๋ยวอีกหน่อยร่างกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันได้ก็ผ่านแล้วน่า”

   “ก็...” พี่นนท์แทบจะเต้นเมื่อโดนย้อน (นิสัยพี่แกเหมือนผู้หญิงเหมือนกันนะ...ตรงที่ยอมไม่ได้ถ้าเถียงไม่ชนะนี่) “ดูแค่กฎหมายปัจจุบันกันก่อนสิ พวกเธอนี่ยวนจริงๆเลย”

   “คนไทยค่ะ” อัยยาว่าพลางหัวเราะ “เอ...ตะกี๊พี่นนท์หลุดสรรพนามต้องห้ามนี่คะ”

   “เฮ้ย...นี่ไม่เกี่ยวนะอัย มัน...”

   “ได้ไงพี่นนท์ ตั้งกฎเองไม่ทำตามแบบนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชายนะ” ดาเสียงดังขึ้นแล้วตะโกนเรียกพวก “พี่เดียคะพี่เดีย พี่นนท์เรียกดากับอัยว่าเธอล่ะ พี่เดีย พี่นนท์ผิดกฎแหนะค่ะ”

   อัยกลั้นหัวเราะเมื่อร่างสูงโดนเพื่อนร่วมห้องลากตัวกันไปพิพากษาโทษโดยเหล่าคณะกรรมการชุมนุม

   “โดนซะบ้าง หึ นี่อัย ดาว่าเฮียแกต้องเป็นประเภทผีเห็นผีแหงเลย พอเห็นเต้กับกรคุยกันก็ปรี่เขามาเชียวหรือว่า...”

   “เดี๋ยวดา...” กรขัดคำหลังกลืนข้าวก้อนโตลงไปได้ “ผีเห็นผีได้ไง...กรกับเต้ไม่ได้...”

   “ไม่ได้อะไร...เมื่อกี๊นั่งคุยกันหงุงหงิงอย่างกับคู่รักแหนะ”

   “แล้วดาล่ะ” กรว่ายิ้มๆ “ต่อหน้าต่อตาเชียวนะ...เต้ก็นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานดาให้ความสนใจกับอัยมากกว่าเต้ได้ไง”

   รู้สึกว่าสองคนนี้จะไม่มีสะดุดหลุดบทเลยแม้แต่น้อยยามต้องเรียกแทนตนและคนอื่นๆด้วยชื่อไปเสียทั้งหมด ...เหมือนเด็กทะเลาะกันไม่ผิด

   เต้เริ่มสะกิดเตือนกรในขณะที่อัยก็กระตุกแขนเสื้อเตือนเพื่อนสาวหลายทีแล้วเหมือนกัน

   “ทำไมล่ะ ...นี่กรหึงอัยหรือเต้กันแน่ฮึ”

   ช้อนพลาสติกที่พูนไปด้วยข้าวและกะเพรายัดเข้าปากอิ่มของนางแบบปากไวแทบจะทันที

   “กินซะ...พูดมากไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” อัยมุ่นคิ้วเมื่อปิดปากเพื่อนได้สำเร็จ

   “เย้...ได้กินข้าวจากช้อนอัยแล้ว”

   อ้าวไอ้นี่...

   อัยถึงกับเหวอเมื่อดาพูดออกมาได้หน้าตาเปรมปรีดิ์สุดๆ

   “ล้อเล่นน่า...อัยก็รู้ว่าดาสร้างภาพไปงั้น” ดาหัวเราะแล้วตีหน้าเศร้า “หรืออัยไม่อยากเป็นเลสเบี้ยนคู่ดาแล้วจะไปมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วหือ”

   “พูดไปเรื่อย” อัยเบะปาก “ดานั่นแหละ...เดี๋ยวก็ทิ้งอัยไปมีแฟนใหม่อีกใช่ไหมล่ะ”

   “โธ่ทูนหัว...” เพื่อนสาวหัวเราะชอบใจ “ตกลงรอบสุดท้ายให้สองหนุ่มแข่งกันเอาเองใช่ไหมฮึ”

   “อัยกับดากินกับวิ่งก็พอๆกันนี่”

   “ไม่มั้ง” เต้แทรกเสียงพลางยิ้ม “ถ้าดากินไวพอๆกับอัยก็หมายความว่าดาต้องกินบราวน์นี่หมดหนึ่งชิ้นได้ภายในคำเดียว”

   “จริงดิ” เจ้าของดวงตาบ้องแบ๊วหัวเราะร่วน “ดายอมแพ้เลยถ้างั้น”

   “เต้นี่ขี้ฟ้อง” เด็กสาวเบะปาก “นั่นมันตอนมีคนแย่งกินหรอก”

   “...นี่ เดี๋ยวกรไปเอาน้ำให้ ตะกี๊เห็นมีน้ำส้ม โอวัลตินแล้วก็น้ำเปล่า ใครเอาอะไรบ้าง” นักบอลที่เงียบไปนานถามเสียงใสอย่างที่สามคนที่เหลือซึ่งยังกินข้าวค้างคาอีกกว่าครึ่งกล่องจ้องมองกล่องข้าวสะอาดเอี่ยมราวไม่เคยมีอะไรใส่อยู่ของกรอย่างทึ่งๆ

   “ดาเอาน้ำส้ม” ดาเอ่ยเมื่อตั้งตัวได้เป็นคนแรก

   “น้ำเปล่า” อัยกับเต้ว่าพร้อมกันอย่างที่กรพยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินไปหยิบน้ำในทันที

   ลดายิ้มให้คู่หูของตนแล้วว่า

   “ถ้าเต้แพ้กรคงไม่ใช่เรื่องวิ่งแล้วล่ะ...เรื่องกินซะมากกว่า”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2014, 07:12:35 pm โดย ดาราอรุณ »


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ รอยทราย

  • ผู้ดูแลบอร์ดกลอนรัก
  • *
  • กระทู้: 2,920
  • กดถูกใจ: 19 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 257
  • เพศ: หญิง
    • รอยทราย Kaweeclub
Re: ลุ้นหัวใจ...คนไร้ตัวตน
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 04:59:35 pm »
แหะๆๆ มิน่าอ่านไปก็งงอยู่ๆ แหะๆๆ

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
บทที่ 11 : เข้าค่าย (2)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มีนาคม 29, 2010, 03:15:22 pm »
บทที่ 11 : เข้าค่าย (2)





   “ถึงเวลาของการแข่งขันรอบสุดท้ายกันแล้วค่ะ...เราจะได้รู้กันแล้วว่าคู่ไหนคือคู่หูคู่ใจที่สุดยอดที่สุด!” แก้วตะโกนก้องผ่านโทรโข่งเมื่อเปลี่ยนสถานที่กันมาที่ห้องสมุด

   ห้องสมุดของโรงเรียนนั้นเป็นอาคารยกพื้นมีบันไดทอดยาวสองด้านเพื่อขึ้นไปเก็บรองเท้าบนเฉลียงหน้าห้องสมุด

   ...ตอนนี้มีโต๊ะวางของสองตัวด้านบนเฉลียงและโต๊ะอีกสองตัวที่หัวบันไดทั้งสองด้าน

   ‘กินวิบาก’

   นั่นล่ะชื่อเรียกที่คุ้นเคยกันทุกผู้ทุกคน

   และเป็นอะไรที่ไม่อยากเล่นแม้แต่นิดเดียว!

   “แก้ว...มีขนมไพ่ด้วยหรอ ดาไม่ชอบกินขนมไพ่เลย ...นี่ เปลี่ยนจากน้ำเขียวเป็นน้ำแดงไม่ได้หรอ น้า~” ลดาเฝ้าเดินกวนใจคุณพิธีกรจนวินาทีสุดท้ายก่อนการแข่งในขณะที่ผู้เข้าแข่งอีกคนได้แต่นั่งถอนใจ

   “มายด์...มีเพิ่มมีเปลี่ยนอะไรไหม” อัยเอ่ยถามพิธีกรที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อความแน่ใจ

   “ไม่เปลี่ยนๆ...มันเหนื่อยอยู่แล้ว และมายด์กับแก้วก็เห็นว่าขืนให้อัยกับดาวิ่งขึ้นบันไดอีกการบ้านสัปดาห์นี้ไม่มีให้ลอกแน่ๆ”

   คิดถูกที่สุดเลย!

   อัยยิ้มนิดๆอย่างนึกขำ

   “พอเลยดา...ไปเข้าที่” แก้วบอกปัดแล้วเดินมาอยู่ข้างๆมายด์เพื่อความปลอดภัยในขณะที่ดาก็เดินหน้ามุ่ยมาหาเธอ “เอาล่ะคะ...จากที่ทุกท่านเห็นนะคะ...เกมสุดท้ายคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากกินวิบาก~” โทรโข่งส่งเสียงสะท้อนไปไกลก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงกรี๊ดปลุกความตื่นเต้น

   “เกมนี้มีทริคอยู่นิดหน่อยในคราวแรกที่ตกลงกันไว้...แต่ดูว่าสองสาวคู่แข่งสองคู่สุดท้ายจะรู้ทริคกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้นก็เชื่อได้ว่าจะไม่มันส์น้อยลงเลย!” มายด์ว่าแล้วหัวเราะ “ด่านนี้เราต้องการให้รู้ถึงวิธีการวางแผนชีวิต แล้วสองคู่ตรงนี้ก็สอบผ่านอย่างไม่ต้องคิดมากเพราะมีข้อมูลอัดแน่นอยู่ในหัวมาตั้งแต่เริ่ม ที่เหลือก็คงขึ้นกับว่า...ใครจะสามัคคีได้มากกว่ากัน”

   อัยถอนใจหน่อยๆเมื่อนึกถึงครั้งแรกที่พวกพี่ๆคิดเกมนี้ขึ้น

   ก็เป็นเกมกินวิบากแบบที่ว่า คนหนึ่งยืนที่จุดสำหรับกิน อีกคนวิ่งไปหยิบของกินมาทีละอย่างจากโต๊ะวางอาหารเพื่อให้อีกคนป้อนให้กิน

   มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวก็เพราะว่า...ถ้าหากมีการวิ่งและกินเพียงครั้งเดียว ผู้ชายก็ต้องเป็นคนกินอย่างไม่ต้องคิดมาก

   ...แต่เพราะมีสองรอบ จึงต้องวางแผนว่าใครกินก่อนป้อนก่อน

   เพราะหนทางในการกินและการป้อนนั้นลำบากกว่ากันพอสมควร

   และถ้าเพื่อนสาวพิธีกรคู่หูจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร เธอกับดาก็คงไม่ต้องวิ่งมาก

   เมื่อถูกเรียกให้ไปเข้าที่ กรก็เตรียมไปยืนจุดวิ่งหยิบอาหารทันทีอย่างที่เธอฉุดแขนรั้งไว้แทบไม่ทัน

   “กรไปป้อนก่อน”

   “อ้าว...อัยจะกินหรอ ไหวหรอ วิ่งตั้งห้ารอบนะ” เสียงถามออกแนวห่วงๆนั้นทำเธอถอนใจ

   “ห้ารอบบนพื้นราบสำหรับคนกินคนแรก” เธอค่อยๆอธิบายตามที่เคยประชุมมา “กับห้ารอบขึ้นบันไดสำหรับคนที่สอง...กรจะให้อัยวิ่งขึ้นบันไดหรือไง”

   “อ้าว...” นักบอลคนเก่งยิ้มขำ “โอเคๆ ...ไม่ต้องวิ่งหรอกนะ เดี๋ยวกรค่อยตามทีหลัง”

   อัยพยักหน้าเนิบๆแทนคำตอบเมื่อมองไปอีกฝั่งของห้องสมุดเห็นว่าดาก็ประจำที่กินคนแรกเหมือนกัน ...ดูเหมือนว่าเหล่ากองเชียร์จะยังไม่รู้ว่าต้องมีการวิ่งสองรอบถึงได้ซุบซิบกันใหญ่

   “เอาล่ะค่ะ...บอกกันไปแล้วนะว่าเกมนี้มีทริค” มายด์เริ่มเกริ่น

   “แล้วสาวๆของเราก็เลือกถูกทางแล้วด้วย” แก้วต่ออย่างถนัดถนี่ “แข่งกันรอบนี้แบ่งเป็นสองช่วง สามีภรรยาสมัยนี้ต้องช่วยกันทำมาหากินค่ะ เพราะฉะนั้น รอบแรกให้คนหนึ่งกิน พอรอบสองอีกคนก็ต้องไปกินเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าพอเป็นคนป้อนแล้วจะไม่ต้องกินนะคะ ไม่แฟร์”

   เสียงกองเชียร์ยังซุบซิบแทรกมากับเสียงกล้องถ่ายรูปแก้วจึงเริ่มบอกกติกาอย่างจริงจัง

   “อาหารของสุภาพสตรีทั้งสองคือโต๊ะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ...ส่วนของคุณสุภาพบุรุษอยู่บ้านบนนะคะ ...คนละห้าอย่างเท่านั้นเอง ขั้นสุดท้ายก็คือหยิบลูกโป่งมาเป่าให้แตก และ...”

   “เริ่ม!” มายด์ตัดคำพร้อมเป่านกหวีดอย่างที่ผู้เข้าแข่งซึ่งกำลังฟังเพลินๆสะดุ้งโหยงวิ่งจากจุดเริ่มไปหาโต๊ะของกินแทบไม่ทัน

   อัยหยิบขนมไพ่มาเป็นอย่างแรกเพราะมันฝืดกลืนยากที่สุด

   กรรับไปแล้วค่อยป้อนใส่ปากเธอทีละนิดจนสุดท้ายเธอก็งับมาทั้งอันก่อนจะยัดเข้าปากแบบไม่ค่อยสมกุลสตรีนัก

   เด็กหนุ่มรีบยื่นแก้วน้ำข้างตัวส่งให้อย่างที่เธอเผลอดูดน้ำไปเกือบครึ่งแก้ว

   โอย...ฝืดคอชะมัด

   เด็กสาวบ่นแล้วจึงหยิบผลส้มมาก่อนเพื่อล้างอาการกลืนไม่ลง

   กรปลอกเปลือกอย่างชำนาญราวกับว่ากินมันทุกวัน

   “ครึ่งลูกก็ได้” อัยว่าเมื่อเขาทำท่าจะยื่นมาให้ทีละกลีบ

   แล้วส้มก็ลงท้องเธอไปอย่างรวดเร็ว

   จากนั้นก็ตามมาด้วย กล้วย ขนมชั้นแล้วก็แตงโม

   ...ผลไม้ฟรีบ้านเตยแหงเลย

   อัยกลืนแตงโมลงคอก่อนจะดูดน้ำจนหมดแก้วตามกติกา คว้ากระดาษมาเช็ดปากเมื่อกรออกวิ่งขึ้นไปด้านบนของห้องสมุด

   เธอเหลือบมองทางดาก็เห็นว่าแม่นางแบบดูจะกินช้าว่าเธอเพราะยังเหลือขนมไพ่อีกอย่างที่ดาเกลียดแสนเกลียด

   กรลงมาพร้อมส้มเป็นอย่างแรก

   ...ท่าทางจะชอบกินส้มนะนี่

   เต้วิ่งไวพอๆกับกร ทั้งคู่จึงเริ่มกินและวิ่งอย่างค่อนข้างสูสีเมื่อถึงของกินสองสามอย่างสุดท้าย

   อย่างสุดท้ายของกรคือกล้วย ดวงหน้าคมคายนั้นออกจะแหยๆไปขณะที่เธอกำลังปลอกเปลือกให้

   “ไม่ชอบกินกล้วยหรือไง” อัยถามเบาๆ

   “ไม่ได้เป็นลิงนี่จะได้ชอบกิน” ถ้อยคำคล้ายกวนประสาทนั้นทำเธอเหลือบมองอย่างที่เขาก็ยิ้มแหยๆส่งมา “ตามจริงเรากินไม่ได้เลยล่ะ กินแล้วจะอ้วก”

   “ลองดูก่อน” อัยพยายามบอก “ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ยอมแพ้ก็ได้...ยังเหลือเป่าลูกโป่งอีก”

   กรทำหน้าเหมือนจะอาเจียนจริงๆเธอถึงได้หดมือที่พยายามจะป้อนกลับมา

   “ยอมแพ้ก็ได้นะ...มันคงดูไม่ดีถ้าอ้วกออกมา”

   ดวงตาคมกริบนั้นฉายแววลังเลชั่วอึดใจ

   “กิน” เสียงเข้มๆนั้นคล้ายการตัดสินใจอันยากลำบากแต่เธอก็ป้อนกล้วยหอมใบโตให้เขากินแทบจะทันที

   กรไม่แม้แต่จะดื่มน้ำเมื่อกระโดดตัวปลิวขึ้นชั้นสองไปหยิบลูกโป่งลงมา

   เขาส่งลูกโป่งให้เธออย่างที่อัยเข้าใจความหมายแบบไม่ต้องตีความ

   หางตาเธอเห็นเต้กำลังเป่าลูกโป่งอย่างรวดเร็วด้วยปอดของผู้ชาย

   แต่ขนาดว่ากรยอมกินของที่เกลียดได้ เธอก็คงต้องพยายามหน่อย

   เด็กสาวออกแรงเป่าจนหน้าแดง สุดท้ายเมื่อลูกโป่งพองได้ครึ่งลูก

   เสียงลูกโป่งแตกตามมาด้วยการประกาศผลที่ว่า!

   “คู่กรกับอัยชนะค่ะทุกคน~” มายด์ว่าผ่านโทรโข่งหลังจากที่เธอเอาเล็บจิกลูกโป่งที่ยังพองไม่เต็มที่จนแตก

   และก่อนที่แม่พิธีกรทั้งสองจะทันได้ถามอะไรมือหนาของกรลากเธอไปทางห้องน้ำอย่างที่ทุกคนได้แต่มองตามอย่างสงสัย

   “เฮ้ยๆ อัยๆ...”

   “เดี๋ยวมาๆ ปวดท้อง” เธอขัดคำถามของแก้วแล้วเดินไปกับคู่หูอย่างพอจะรับรู้อาการของเขา


------> มีต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2014, 07:14:50 pm โดย ดาราอรุณ »
ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN