ผู้เขียน หัวข้อ: ซ่อนใจ...ไว้ให้เธอ  (อ่าน 13077 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
ซ่อนใจ...ไว้ให้เธอ
« เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:04:35 pm »

บทนำ


+++++++++++++++++++++++
หากความรักจะสุขสมได้ต้องบอกออกไป
อย่างนั้นฉันคงจะผิดหวังเรื่อยไปอย่างไม่ต้องคิดมาก
ทำไมนะ...เกิดมาเหมือนไม่มีปาก!
เหมือนคนตายซาก! ไม่มีตัวตน!
++++++++++++++++++++++++





   มือเรียวขยำเศษกระดาษที่ใช้ขีดเขียนเล่นระบายอารมณ์โยนลงถังขยะใกล้ๆก่อนจะถอนใจออกมาแผ่วๆ

   ...เอาเถอะ... ก็ดีแล้วนี่นา

   คิดในใจตนพลางยักไหล่แล้วเดินกลับเข้าไปในกลุ่มเพื่อนที่ใช้เวลาคาบพักเที่ยงมาเลี้ยงส่งหนึ่งในสามสิบเจ็ดคนที่ต้องย้ายโรงเรียนด้วยเหตุผลทางครอบครัว
   รอยยิ้มแจ่มใสของคนต้องย้ายทำเอาเพื่อนๆใจแป้วกันเป็นแถบ โดยเฉพาะแฟนของเจ้าตัวที่เกือบจะน้ำตาร่วง

   “ไม่เอาน่านก...เราสัญญาแล้วไงว่าจะโทรฯหาบ่อยๆ นะ” พลปลอบแฟนของตนโดยการลูบศีรษะเจ้าตัวเบาๆ “เราจะคิดถึงนกเหมือนที่นกคิดถึงเราแหละ นะ”

   “ใช่เลยนก...พลมันออกจะรักเดียวใจเดียวน่า” เพื่อนสนิทของนกตบบ่าให้กำลังใจอีกต่อก่อนที่ทุกคนจะเริ่มรุมเขียนตามเสื้อของพลที่ยิ้มอย่างเป็นสุขกับความอาวรณ์ของเพื่อนๆที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันมาเกือบสองปี

   หลายๆคนในห้องก็ออกจะเศร้าใจเมื่อปีหน้าที่เราทั้งหมดจะจบ ม.หก ด้วยกันจะไม่มีพลอยู่สร้างสีสันอีกแล้ว

   “ยังไงวันปัจฉิมแกแวะมาได้ก็แวะมานะโว้ย เดี๋ยวส่งข่าวให้”
   
“ใช่เลย...ถ้าลืมหน้านี่มีเคืองนะเพื่อน”

   “เฟซบงเฟซบุ๊คมีแล้วก็ออนซะมั่งนะอย่าลืม ลงไลน์อะไรก็หัดเล่นได้แล้ว”

   “เออ รู้แล้วน่า” เสียงพูดคุยหัวเราะเฮฮานั้นยังดังทั่วทั้งบริเวณพักผ่อนใต้ต้นไม้ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารคณิตศาสตร์และอาคารภาษาต่างประเทศ
   ...เสียงสนทนาที่เธอไม่ได้มีส่วนร่วม

   “เฮ้ย...อัย”

   ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อมือของใครสักคนวางบนบ่า

   “หา...อะไรหรอ” อัยยาเบิกตากว้างยามหันไปมองหน้าเพื่อนสาวเจ้าของดวงตากลมแบ๊ว ผิวขาวอมชมพูและริมฝีปากจิ้มลิ้มสีเรื่อตามธรรมชาติ

   “เหม่ออยู่ได้...ไม่ไปลาพลมันหน่อยล่ะแก” ลดายิ้มนิดๆกับท่าทีตกอกตกใจนั้น

   “ลาแล้วไง...ลาไม่ลามันก็ยังไม่เคยจำชื่อเราได้หรอก” เธอว่าแล้วถอนใจ “ช่างมันเถอะ...บรรยากาศกำลังดีเดี๋ยวจะเสียซะเปล่าๆ”

   “โธ่...น้อยใจไปได้ เอาน่า” เพื่อนสาวคล้องแขนกับคอเธอแล้วก้มลงมากระซิบกระซาบ “เราไปบอกแทนให้ไหมว่าแกปลื้มมันอยู่”
   แก้มใสแดงปลั่งขึ้นมาทันทีก่อนที่เสียงฮึดฮัดจะดังตามมา

   “ว่าไง” ลดาถามซ้ำด้วยเสียงเบาลงอีก

   “ไม่ล่ะ” สุดท้ายเธอก็ตอบไปอย่างปลงตก “อยู่อย่างนี้ล่ะดีแล้ว เสียเพื่อนเปล่าๆ... มันกับนกก็ออกจะเหมาะกันดี”

   “คิดงั้นก็ดีนะ...แต่เชื่อเราไหม” ลดายักไหล่ “ไม่เกินสองเดือนเดี๋ยวมันก็มีแฟนใหม่”

   “แกก็ว่าเพื่อน”

   “พนันกันไหมล่ะ”

   “ไม่มีอะไรจะเดิมพันด้วยหรอก” อัยยาเบะปาก

   “มีสิ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเพื่อนสนิท “ก็แค่...ถ้าเราชนะ...อัยต้องทำตามที่เราบอกทุกอย่าง”

   “งั้นถ้าเราชนะ...”

   “เราก็จะเป็นเบ๊ให้อัยไง” ลดายิ้มหวาน “ในระยะเวลาสามเดือน...โอเคไหม”

   “สามเดือน”

   “ใช่” ดวงตากลมๆนั้นมีเลศนัยชวนให้ร้อนๆหนาวๆไม่น้อย “ถ้ามั่นใจในคนที่แอบปลื้มนัก...ก็ไม่น่าต้องกลัวนี่นา”

   ลองลดาว่าอย่างนี้...เธอคงตอบอะไรไม่ได้นอกจาก

   “งั้นก็ได้...ใครแพ้ทำตามคำสั่งสามเดือน”





*****แก้แล้วกะว่าจะแต่งให้จบ เพื่อนให้เอาลงเด็กดี (เด็กดีลงเรื่องยาวง่ายกว่า) ก็เลยมาแก้ในนี้ให้ตรงกันค่ะ ^^
******แต่งไว้ตั้งแต่เล่นไฮไฟว์เลยนะเรื่องนี้ อิอิ
******* ลิงค์เด็กดีค่ะ  http://my.dek-d.com/n-chuai3/writer/view.php?id=1164541
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2014, 06:43:04 pm โดย ดาราอรุณ »


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
บทที่ 1 : ต้องเปลี่ยน!
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:48:14 pm »
บทที่ 1 : ต้องเปลี่ยน!





   “แกไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดีนะอัย แค่แกหน้าตาไม่ค่อยดึงดูดแล้วก็ลืมง่ายเท่านั้นเอง ก็แกหน้าโหลนี่ คนแถวบ้านฉันยังหน้าคล้ายแกเป็นสิบคนมีหรือคนอื่นเขาจะจำแกได้”

   “แล้วอย่างนั้นทำไมไม่เคยมีใครทักฉันผิดวะ ถ้าหน้าโหลจริง”

   “ก็...เอาน่า อย่านอกประเด็นสิ ...นี่ไง ยิ้มก็ไม่ยิ้ม เส้นก็ลึกไม่ค่อยหัวเราะ ดีแต่ทำหน้าเครียดไปวันๆ เคยส่องกระจกดูไหมว่าเวลายิ้มหน้าตาแกเป็นยังไง อย่างกับหมาแยกเขี้ยวจะไปกัดใครเขา แล้วใครเขาจะอยากคุยกะแก ...แล้วดูสิ ผมก็ไม่เคยหวี มัดทำไมเนี่ย มัดผมอย่างนี้มัดทำไม อย่างกับยัยเพิ้งที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าเนี่ย...ล้างบ้างหรือเปล่า ถึงแกจะไม่มีสิวก็เหอะ แล้วดูดิ...ตาคล้ำขนาดนี้ ...ไม่นอนมากี่คืนแล้วหา...”

   อัยก็ยังนึกไม่ออกว่ารอดพ้นเสียงปรอทแตกของเพื่อนสนิทมาได้ตอนไหน ...รู้แต่ว่าตอนนี้แทบจะหูชาไปเลย! ดีที่นี่วันศุกร์ ไม่เจอหน้ากันตั้งสองวันเต็ม คงมีเวลาให้พักหายใจหายคอบ้าง

   ไม่น่าหาเรื่องเลยตู... เฮ้อ

   ...มันเริ่มจากอะไรนะ

   อ๋อใช่ ...เจ้าหัวข้อพนันบ้าๆนั่น!

   “คนแพ้ทำตามคำสั่งสามเดือน”

   ไม่อยากเชื่อว่าเธอโง่ไปตอบรับเสียได้ ...ลดาบอกว่าไม่เกินสองเดือนพลจะทิ้งนกและมีใหม่หลังย้ายโรงเรียนไป ...ไม่อยากเชื่อเลยนะ ...แค่สองวันเท่านั้นเอง!

   เพิ่งสองวันที่พลย้ายโรงเรียนไป เมื่อเช้าเธอก็เจอนกนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมกับที่ใช้เลี้ยงส่งพลไป

   พอถามว่าเป็นอะไร ...นกบอกว่าพลขอเลิก เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่ พลบอกว่าอยู่ห่างกันแบบนี้เลิกกันดีกว่า พลไม่อยากให้อะไรมันผิดพลาดถ้าต้องคบกันแบบห่างๆ...

   ลดาให้ข้อสรุปกับเธอว่า “มันคิดว่าบอกเลิกก่อนแล้วมีใหม่ดีกว่าคบทีละสองคน”

   มันก็ฟังโอเคล่ะนะ...ถ้าเรื่องเช่นนั้นจะไม่เป็นหัวข้อพนันของพวกเธออยู่!

   คำสั่งของคุณลดาก็ไม่มีอะไรมาก ... “เราอยากให้อัยเปลี่ยนตัวเอง”

   ชีวิตของอัยยาถึงต้องมีสภาพราวได้แม่คนที่สองในบัดดล

   แม่ของเธอสอบอัยการได้เมื่อสองสามปีก่อนทำให้ต้องไปทำงานต่างจังหวัดแล้วก็จะกลับมาหาเธอสักปีละสองถึงสามครั้งด้วยระยะทางไปกลับเกือบหกร้อยกิโล ...เธอถึงอยู่กับพ่อซึ่งเป็นทนายความ (เคยพยายามสอบทำงานในศาลอยู่พักหนึ่งแล้วก็เลิกหวังยึดอาชีพทนายตั้งแต่ปีก่อน) เราอยู่กันสองคน...และหลายๆครั้งที่เหมือนเธออยู่คนเดียว

   พ่อเป็นคนเพื่อนเยอะ กิจเยอะ เจอหน้ากันไม่เกินวันละสองหน ตอนเย็นๆที่เธอนั่งทำการบ้านจะเป็นเวลาที่พ่อกลับมากินข้าว อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปใหม่ แล้วก็ตอนเช้าที่พ่อจะกลับบ้านมานอนโดยที่เสียงเปิดประตูนั้นจะปลุกเธอไปโรงเรียน ส่วนเสาร์อาทิตย์ ...บางทีท่านก็ไม่กลับบ้านเลย หรือไม่ก็นอนยาวตั้งแต่หกโมงเย็นจนสิบโมงของอีกวันแล้วก็ออกไปข้างนอกอีก

   เธอเคยถามในปีแรกที่แม่เพิ่งย้ายไป พ่อก็บอกแค่ว่าเรื่องงาน หลังๆมาเธอก็ไม่ค่อยได้ซักมากมายเพราะดูท่านก็เหนื่อยๆ เป็นไปได้ก็รินน้ำให้ดื่มไม่ก็บีบนวดให้สองสามนาทีที่บางครั้งท่านจะนั่งรอเพื่อนมารับออกไปข้างนอก

   อาจจะฟังแปลกสักหน่อยที่พ่อจะทิ้งลูกสาวอยู่บ้านคนเดียว ...แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยเพราะรอบๆบ้านล้วนเป็นคนรู้จักของพ่อทั้งสิ้น (เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่รู้จักเธอและในร้อยละร้อยของส่วนที่เหลือมักจำหน้าเธอไม่ได้)

   เธอว่าบ้านของเธอปลอดภัยนะเพราะมีบ้านตำรวจสองหลังขนาบซ้ายขวา ...ด้านหน้าก็ติดถนนใหญ่ไม่ใช่ซอยเปลี่ยว ที่ดีที่สุดคือใกล้โรงเรียน เธอเดินแค่สองหัวมุมถนนก็ถึงโรงเรียนแล้วและการที่ตลาดอยู่ติดโรงเรียนก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้เธอไม่ลำบากในการหาอาหารเช้า อาหารเย็นให้ตัวเองรวมทั้งเตรียมเผื่อพ่อด้วยทุกครั้ง (ไม่ว่าท่านจะได้กินหรือไม่)

   เหตุผลทั้งมวลทำให้ไม่แปลกเลยถ้าพ่อจะปล่อยเธออยู่บ้านคนเดียว ...ตั้งแต่จำความได้เธอยังไม่เคยได้ยินเรื่องฉกชิงวิ่งราวแถวนี้สักครั้งเดียว

   เฮ้อ...

   สาวน้อยเดินทอดน่องกลับบ้านเมื่อคิดทวนถึงคำพูดของเพื่อนสาวคนสนิทและเสียงสนับสนุนของแนวร่วมอีกสองคนที่มักรวมกลุ่มกัน

   “อัยต้องเปลี่ยนตัวเอง...รู้ไหม เรารู้ว่ามันไม่ผิดหรอกถ้าอัยจะชอบทำตัวซังกะตายไม่สนใจคนรอบข้างจนไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ...อัยทำอะไรได้ตั้งมากแต่ทำไมถึงไม่ค่อยรับรู้ปฏิกิริยาของคนอื่นๆล่ะ ...เรื่องที่อัยชอบบอกว่าไม่มีใครเขาจำอัยได้ แล้วอัยเคยพยายามทำอะไรให้เขาจำติดตาไหม” ลดาเปิดประเด็นด้วยท่าทางเครียดๆในช่วงที่เราทั้งสี่รอประตูโรงเรียนเปิดปล่อยกลับบ้าน

   “อัยน่ะออกน่ารัก...แต่ไม่รู้จักทำตัวให้มีเสน่ห์ ไม่ต้องอ้าปากเถียงเลยนะ เราไม่ได้จะพูดเรื่องผู้ชายอย่างเดียวหรอกแต่เสน่ห์นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกๆคนจำอัย หรือสนใจอัย ...มันจำเป็นนะและมันจะแย่มากถ้าจบ ม.หก ไปแล้วอัยยังพูดให้ใครสนใจฟังไม่ได้ หรือท่าทางไม่เข้าตากรรมการจนตกสัมภาษณ์ ...อนาคตเลยนะเว้ยคิดไว้บ้างสิ” มายด์ เพื่อนสาวท่าทางห้าวๆที่เพิ่งจะมาสนิทกันตอนปลายเทอมสองของ ม.สี่ เสริม

   “เราเห็นด้วยนะ คนเก่งน่ะอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่สามารถนำเสนอตัวเองได้... คิดดูสิว่ามันแย่แค่ไหน ไม่ต้องดูไกลเลย ขนาดอัยขึ้นไปส่งคณิตให้เพื่อนๆทุกวันอาจารย์ไกรสรณ์ท่านยังจำหน้าอัยไม่ได้เลย ...แล้วเวลาพูดหน้าชั้นเรียนอัยก็ไม่เคยพูดจนจบสำเร็จสักที...ปีที่แล้วก็โดนไปแล้วนี่ คะแนนนำเสนอฉุดเกรดไปถึงไหนล่ะ” แก้ว สาวผิวสองสีนัยน์ตาคมเปิดประเด็นการเรียนเข้ามาหนุนจนเธอถึงกับเถียงไม่ออก

   ทั้งสามจึงมีข้อสรุปเป็นเสียงเดียวว่า

   “อัยต้องเปลี่ยนตัวเอง!” เป็นเอกฉันท์

   ..เฮ้อ...

   ก็รู้นะว่าเพื่อนหวังดี ...แต่ก็

   ดวงตารีกว้างหรี่ลงหน่อยๆเมื่อความรู้สึกบางอย่างมันเต็มตื้นขึ้นมาจนความคิดเบลอมัว

   ...บางอย่างทำให้เธอกลัวอย่างบอกไม่ถูก บางอย่างที่มันซุกอยู่ในอกจนแทบจะหาไม่พบในความทรงจำส่วนลึกที่พยายามจะเก็บซ่อน

   “...ฉุดเกรด...”

   เสียงแก้วแว่วเข้ามาสำทับปิดตายความรู้สึกนั้นก่อนจะก่อความคิดใหม่ๆให้เธอ

   ...ว่าไป บริหารเสน่ห์นี่มันก็ทักษะการเข้าสังคมอย่างหนึ่งเลยนี่นะ

   ...และถ้ามันจะช่วยให้การเรียนเธอดีขึ้นก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร

   เอาวะ! ลองตามใจเพื่อนสักครั้งก็คงไม่ผิด

   คิดได้ดังนั้นแววตาเธอถึงค่อยสดใสขึ้นหน่อย ฝีเท้าเริ่มเร่งเร็วเมื่อใกล้ถึงหัวมุมที่แค่เลี้ยวขวาเดินผ่านบ้านไปอีกสองหลังก็บ้านเธอแล้ว

   “ช่วยด้วยค่ะ โจรขโมยกระเป๋า!” เสียงตะโกนโหวกเหวกแว่วมาอย่างที่เธอได้แต่ชะงักค้างยามเห็นร่างสองร่างปลุกปล้ำตามล่ากันมาตั้งแต่หัวมุม

   สาวน้อยหลบเลี่ยงจากรัศมีอันตราย ควานหาก้อนหินขนาดเหมาะมือได้ก็ขว้างใส่เจ้าของหัวล้านเลี่ยนที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นโจรเพราะมีหน้ากากอนามัยปิดไว้ครึ่งหน้า แถมในมือก็จับกระเป๋ามียี่ห้อไม่ยอมปล่อยแม้ว่าร่างสูงของคนอีกคนที่น่าจะเป็นพลเมืองดีนั้นรั้งไว้สุดแรง

   “โอ๊ย!” เสียงร้องโอดโอยลอดผ่านหน้ากากอนามัยออกมาอย่างที่เธอนึกยินดีเมื่อคุณตำรวจในชุดบอลตัวเก่า (ตำรวจจริงๆ...คุณตำรวจบ้านทางซ้าย) วิ่งตามมาพร้อมร่างท้วมของผู้หญิงวัยประมาณสามสิบปลาย

   เมื่อพลเมืองดีเห็นเจ้าโจรเอามือกุมหัวอย่างเจ็บปวดด้วยว่าของแข็งตกกระทบเขาก็จัดการอัดหมัดเสยเข้าที่ปลายคางแล้วจับร่างเตี้ยล่ำนั้นล็อคไว้ก่อนที่คุณตำรวจจะมายึดร่างที่กำลังมึนงงนั้นไป

   “โอย...ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม ไม่ได้เธอน้าคงแย่แน่ๆเลย” เจ้าของกระเป๋ารับกระเป๋าคืนจากพลเมืองดีที่ยิ้มแย้มสดใสให้อย่างเต็มใจ “ป้าเพิ่งจะเบิกเงินมาพอดี...เกือบไปแล้วจริงๆ”

   “ดีแล้วล่ะครับที่ไม่โดนขโมยไป”

   “จ้ะ...นี่สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆนะจ๊ะ ...รับไว้เถอะนะ...”

   “อย่าเลยครับ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก”

   “เถอะจ้ะ...เอาไปนะ...”

   อัยยาเห็นว่าสถานการณ์เป็นปกติแล้วเลยกะจะกลับบ้านเสียที แต่ก็ต้องชะงักเมื่อประโยคจากปากพลเมืองดีคนนั้นว่าขึ้น

   “ให้คนนั้นด้วยสิครับ...เมื่อกี๊เขาขว้างหินใส่โจรล่ะครับ แม่นมากเลย”

   “ไหนจ๊ะ ...อ้าวเดี๋ยวสิจ๊ะหนู” เสียงเรียกนั้นทำเอาเธอหันไปมองอย่างไม่แน่ใจ

   และใช่...เขาเรียกเธอจริงๆเสียด้วย!

   “เอ่อ...คะ...”

   “ขอโทษนะจ๊ะ น้ามองไม่เห็นหนูเลยตะกี๊ ...นี่จ้ะนี่ รับไปนะจ๊ะ ขอบคุณมากจริงๆ” ธนบัตรใบละห้าร้อยบาทถูกยัดใส่มือเธอ

   “เอ่อ...อย่าเลยค่ะ คุณน้าเก็บไว้เถอะหนู...”

   “ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร”

   “...แต่...” สาวน้อยเริ่มเสียงแผ่วลงเมื่อแก้มแดงปลั่งยามถูกคนแปลกหน้าจ้องมาด้วยรอยยิ้ม

   “รับไว้เถอะจ้ะ น้าไปก่อนนะ โชคดีจ้ะ” แล้วร่างท้วมก็เดินจากไปปล่อยให้เธอยืนมองเงินในมืออย่างไม่รู้จะทำยังไง

   “ไง”

   อัยยาสะดุ้งนิดๆแล้วหน้าแดงขึ้นมาเมื่อพลเมืองดีที่ไล่จับโจรเมื่อครู่กำลังยืนจ้องหน้าเธอแล้วยิ้มให้ ...ดวงหน้าคมคายกับรอยยิ้มแจ่มใสนั้นเรียกสีเลือดให้ซับทั่วทั้งใบหน้าและลำคอได้ไม่ยาก

   “อะนี่ ...นายเอา ไปเถอะ ...เมื่อกี๊นาย...” อาการอึกอักทำเธอยิ่งกระดากเมื่อดวงตาคมๆนั้นจ้องมองมาอย่างไร้เดียงสาเหลือเกิน

   “เอาไปเถอะ...นี่ไง เราก็ได้มาตั้งห้าร้อย” ฟันเรียงตัวสวยขาวสะอาดกับลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้างนั้นทำเธอเบือนหน้าหนีแล้วตัดบท

   “งั้นก็บาย” ร่างเพรียวเดินจ้ำเท้ากลับบ้านทันทีเมื่อเรื่องระทึกขวัญวันนี้ทำเธอตัวร้อนฉ่า

   ให้ตายสิ...อยู่โรงเรียนเดียวกันซะด้วย

   นายคนนั้นใส่ชุดพละของโรงเรียนเธอ แถมยังปักจุดบอกชั้น ม.ห้า อีกต่างหาก

   เพื่อนร่วมชั้นกันนี่นา... ว่าไปหน้าตาก็คุ้นๆอยู่

   หัวสมองเริ่มทำงานเมื่อการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ

   ...นี่แหละที่เพื่อนๆบังคับให้เธอเปลี่ยนตัวเอง ...เปลี่ยนเจ้าอาการตื่นคนให้หลุดไปแถมด้วยการเสริมออฟชั่นการเข้าสังคมอย่างไม่เคอะเขิน...ด้วยว่าเธอสอบตกเรื่องนี้

   ใครจะเชื่อล่ะ... ลูกสาวคนเดียวของทนายความหนุ่มใหญ่กับอัยการสุดมั่นเกลียดการถามและพูดคุยกับคนที่ไม่คุ้นชินเป็นที่สุด แถมยังหน้าตาไม่รับแขกยิ่งกว่าอะไรดี!

   อะไรที่เกี่ยวกับการพูดในที่สาธารณะจะทำให้เธอตื่นกลัวไปหมด...แม้แต่ตอนที่ขึ้น ม.สี่ ใหม่ๆ ทั้งๆที่เธอก็รู้จักหลายๆคนในห้องเดียวกันที่อยู่โรงเรียนนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น แต่เธอก็ไม่เคยทักทายอะไรกับใครนอกจากเขาจะมาพูดกับเธอเอง

   ลดานั้นย้ายเข้ามาตอน ม.สี่ แล้วก็เป็นคนมาคุยกับเธอก่อนด้วยว่าเจ้าตัวยังไม่มีเพื่อนและส่วนใหญ่ในห้องก็จับกลุ่มกันหมดแล้ว

   ตั้งแต่ ม.สี่ มาเธอก็บอกชื่อกับลดาแค่คนเดียว จากนั้นเราก็ไปไหนด้วยกันตลอด ทีนี้พอมีใครถามชื่อ ลดาก็พูดแทนให้หมดอยู่แล้วเธอเลยเริ่มชินกับการอยู่เงียบๆปล่อยไปตามยถากรรม

   ...เฮ้อ...

   แล้วเกิดต้องมาเปลี่ยนเอาตอนนี้มันจะทันไหมล่ะ...

   “อ้าว...บ้านอยู่นี่หรอ”

   เด็กสาวชะงักมือที่จะไขกุญแจเข้าบ้านเมื่อเสียงทักทุ้มหูนั้นดังอยู่ใกล้ตัวเสียเหลือเกิน

   ดวงตารีกว้างเหลียวมองตามเสียงแล้วหน้าแดงขึ้นมาทันที

   “นาย...”

   “อัยยา...” เจ้าตัวอ่านชื่อของเธอที่ปักอยู่ตรงอกเสื้อแล้วยิ่งยิ้มกว้าง “อ๋อ...ลูกสาวคุณวีนี่เอง”

   นั่นไง...คนรู้จักพ่ออีกแล้ว!

   เธอชักเริ่มปั้นหน้าไม่ถูก จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออกและดูว่านายคนตรงหน้าจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่

   “อยู่บ้านคนเดียวหรอ...อ้อ เราชื่อกร ...บ้านตรงข้ามนี่ไง เธอคงไม่ค่อยเห็นเรา จำได้ว่าเราเคยตื่นมาเห็นเธอกำลังเดินไปโรงเรียน”

   “อ้อ อืม” อาการปั้นหน้าไม่ถูกเริ่มเปลี่ยนเป็นความงงกับอาการมีไมตรีจิตเกินเหตุของผู้ชายคนนี้ ...ทำไงถึงจะยิ้มได้แบบนี้มั่งนะ

   “จริงสิ...เจอกันจะๆก็ดี เราขอสารภาพนะ เราเคยเอาการบ้านเลขเธอมาลอกบ่อยๆ ห้องเธอน่ะส่งก่อนตลอดเลยแล้วของเธอก็อ่านง่ายสุดแล้ว...”

   “ฮะ...อะไรนะ ที่ว่าลอกการบ้าน...”

   “โกรธหรอ ขอโทษนะ ตอนเช้าๆถ้ามีคาบว่างเราจะขึ้นไปช่วยลุงปั๊มตรวจสมุดน่ะแล้วก็เลยแอบหยิบมาลอกบ่อยๆ...อยู่บ้านไม่ค่อยได้ทำน่ะติดเกม”

   “ลุง?” จากที่ว่าจะรีบเดินเข้าบ้านก็เหมือนว่าเขาจะฉุดความสงสัยของเธอขึ้นมาจนได้

   “อาจารย์ไกรสรณ์ไง...ลุงเราเองล่ะ เราพักบ้านท่านอยู่นี่ไง”

   ตายละ!

   ไม่ได้ตกใจว่าตากรนี่เป็นลูกหลานอาจารย์หรอกนะ

   ...แต่อาจารย์ไกรสรณ์อยู่บ้านตรงข้ามเธอแค่นี้เองน่ะหรอ!

   เหลือเชื่อ!

   “อ้อ...พูดถึงลุงนึกขึ้นได้... ฝากบอกคุณวีด้วยนะว่าลุงเราเขาอยากนัดเล่นบอลด้วย ...น่าจะเสาร์นี้ล่ะแต่เห็นว่าติดต่อคุณวีไม่ได้” เขายิ้มจนตาหยีแล้วว่า “ไปล่ะ...เจอก็ทักบ้างก็ได้อยู่บ้านใกล้กันแค่นี้เอง” แล้วเขาก็เดินข้ามถนนไปบ้านฝั่งตรงข้ามในขณะที่เธอได้แต่มองตามแล้วตัดสินใจเข้าบ้านตัวเองอย่างเร่งด่วน

   วันนี้มันวันศุกร์สุดขั้วจริงๆสิน่า!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2014, 07:48:56 pm โดย ดาราอรุณ »
ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ รอยทราย

  • ผู้ดูแลบอร์ดกลอนรัก
  • *
  • กระทู้: 2,920
  • กดถูกใจ: 19 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 257
  • เพศ: หญิง
    • รอยทราย Kaweeclub
Re: ลุ้นหัวใจ...คนไร้ตัวตน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 01:16:15 am »
อิอิ ถ้าจบถูกใจเดี๋ยวบวก 5 คะแนนเลย อิอิ  พยายามเข้า สู้ๆๆๆ

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN