ผู้เขียน หัวข้อ: ซ่อนใจ...ไว้ให้เธอ  (อ่าน 13813 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
บทที่ 14 : อ่อนแรง (2)
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2014, 07:39:04 pm »

บทที่ 14 : อ่อนแรง (2)




   “เดินไปโรงเรียนอย่างนี้ดีจังเลยอัย...สมัยก่อนพี่ทำแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ต้องนั่งรถสองต่อกว่าจะถึง ตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันนู่นล่ะ”

   เช้านี้พี่จักษ์ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์เดินมาโรงเรียนเป็นเพื่อนเธออย่างที่เธอเดาว่าคุณปู่สั่ง เพราะเธอแอบได้ยินตอนที่ท่านห้ามนายน็อตไม่ให้เดินมาด้วย

   “ไหน...กระเป๋าอัยหนักหรือเปล่า” ร่างสูงยึดกระเป๋าถือของเธอไปถือเสียเอง

   “จะมาเอาใจอัยทำไมล่ะคะ ...มาเถอะ อัยถือเอง”

   “พี่แค่อยากช่วยน่ะ” รอยยิ้มมีเลศนัยนั้นทำเธอมองซ้ายมองขวาอย่างไม่มั่นใจ “ทางซ้ายๆ...ที่ใส่ชุดวอร์มน่ะ มองเราตาไม่กะพริบเชียว”

   เธอเหลือบมองเร็วๆพยายามไม่ให้คนดังกล่าวรู้ว่าโดนสังเกตเห็น ถอนใจออกมาหน่อยแล้วหันไปยิ้มให้พี่ชาย

   “งั้นถือส่งให้ถึงหน้าโรงเรียนนะคะ” เธอว่าเมื่อหัวหน้าทีมฟุตบอลโรงเรียนยังคงมองมาแต่ไม่กล้าทักทายเพราะเขาเพียงวิ่งผ่านไปเฉยๆ

   ถ้าเธอจำไม่ผิดพี่นิครวมเงินกับเพื่อนเช่าบ้านอยู่แถวๆนี้เพราะบ้านพี่แกห่างจากโรงเรียนมาก ตอนเช้าๆบางทีเธอก็จะเจอพี่แกมาวิ่งวอร์มแต่ส่วนใหญ่พี่นิคจะไม่สังเกตเห็นเธอ หรือถึงเห็นเธอก็จะแกล้งไม่เห็นแล้วเดินเร็วๆเข้าโรงเรียนไปก่อน

   รอบนี้เหมือนว่าพี่นิคจะหาเธอได้ง่ายมากเพราะมีจุดรวมสายตาเป็นผู้ชายตัวสูงท่าทางใจดีมาช่วยถือกระเป๋าให้เธอแถมยังเดินตามเธอไม่ห่าง

   ...นี่พี่จักษ์จะช่วยแน่หรือเปล่าเนี่ย

   “นี่ถ้าเป็นคนเมื่อคืนอัยจะยอมให้พี่ถือไหมเนี่ย”

   “จะใครก็เหมือนกันนั่นล่ะ พี่จักษ์ก็” อัยส่ายหัวยิ้มๆ ...เหมือนพี่ชายจะรู้ว่าเธอยิ้มมากกว่าเดิมเพื่ออะไร ...ถ้าพี่นิคเลิกสนใจเธอได้ก็ไม่เลวล่ะนะ

   “รู้ไหมอัย... ผู้ชายนะ ยิ่งถ้าผู้หญิงที่ชอบมีคนยุ่งยากด้วยมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งอยากได้เป็นเจ้าของมากเท่านั้น ...ถ้านายคนนั้นมาถามอัยว่าพี่เป็นใครก็บอกเขาไปแล้วกันว่าพี่เป็นพี่ชาย ดูท่าทางร้ายกาจเอาเรื่องอยู่ ...อัยไม่ได้ชอบอย่างนั้นใช่ไหม”

   “พี่นิคน่ะหรอคะ ...พี่แกเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลโรงเรียน กิตติศัพท์ใช้ได้เชียว” อัยส่ายหัว

   “ดีแล้ว...พี่ชอบคนเมื่อคืนมากกว่า ท่าทางน่าคบกว่าคนเช้านี้เยอะ”

   “กรนั่นก็กองหน้าทีมโรงเรียนนะพี่จักษ์” เธอเบิกตาแล้วเริ่มใส่ไฟ “สาวติดน่าดูเหมือนกันล่ะ เคยคบกับเพื่อนอัยด้วยแต่สุดท้ายก็เลิกกันไป”

   “เลิกแบบดีๆหรือแย่ๆล่ะ”

   “ก็...ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่น่ะค่ะ”

   “อาฮะ...อย่างนั้นล่ะปลอดภัย...เด็กผู้ชายสมัยนี้เจ้าคิดเจ้าแค้น เอาแบบที่เขาคิดเป็นหน่อยไม่งั้นจะเสียใจ” พี่จักษ์หัวเราะ

   เด็กสาวทำเสียงในลำคอแล้วมุ่นคิ้ว

   “ทำไมถึงมีแต่คนชอบกรก็ไม่รู้”

   “อ้าว...แล้วอัยไม่ชอบหรอ” คำถามแสนซื่อกับดวงตาใสแจ๋วนั้นทำเธอหน้าแดงขึ้นมาอีก เล่นเอาคนถามหัวเราะขบขันออกมาทันที “ไม่ใช่ว่าพี่สนับสนุนให้มีแฟนอะไรหรอกนะอัย...แต่บางครั้งน่ะ การที่เราเปิดรับใครเข้ามาในรูปแบบที่เหมาะสมมันก็เพิ่มสีสันให้ชีวิตเราเหมือนกัน อัยก็โตแล้ว คิดเป็นทำเป็นว่าอะไรถูกอะไรไม่ถูก แล้วดูคนเมื่อคืนนี้เขาก็ท่าทางจริงใจนะ พี่ฟังจากคุณวีเหมือนกันว่าเป็นคนใช้ได้”

   “พี่จักษ์พูดเหมือนคุณปู่จะยอม” อัยย้อนคำและเห็นว่าคนฟังถึงกับชะงัก เธอยิ้มแล้วว่าเข้าใหม่ “พี่จักษ์...เรารักกันอย่างพี่น้อง ต่างคนต่างรู้ดี ถึงอัยจะไม่มีแฟนแต่ความคิดอัยก็ไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ พี่จักษ์เป็นพี่ ...เช่นเดียวกับที่ถ้าพี่ไม่มีแฟน พี่ก็คงไม่คิดกับอัยอย่างนั้น”

   “อัย...” พี่จักษ์ส่ายหัว “นี่อัยหาว่าพี่หาเรื่องกันอัยให้พ้นตัวอีกแล้วหรอ”

   “เปล่าซะหน่อย” เด็กสาวมุ่นคิ้ว “อัยแค่จะยืนยันให้ชัดว่าต่อให้อัยจบ ม.หก หรือปริญญาอัยก็ไม่แต่งกับพี่หรอก ...ถึงแม้ว่าอัยจะไม่มีแฟน จะขึ้นคาน ...ยังไงพี่จักษ์ก็เป็นพี่ เข้าใจนะคะ”

   “แล้วก็กำลังบอกพี่ด้วยใช่ไหมว่าถึงพี่อกหักนึกอยากรักอัยขึ้นมาอัยก็ไม่สนใจจะดามอกให้พี่” เขาว่าแล้วหัวเราะขำๆ “เอาล่ะสาวน้อย...พี่ไม่ล้อแล้วก็ได้ ...ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ”

   “ค่ะ”

   เธอยิ้มตอบและรับกระเป๋าคืนมาเมื่อถึงหน้าโรงเรียน

   ดวงหน้ายิ้มแย้มค่อยคลายลงจนเหลือเพียงความเรียบเฉย ความกังวลยังไม่จางไปเมื่อนึกถึงความดื้อของคุณปู่

   เธอยิ้มหลอกพี่จักษ์ไม่ต่างจากที่พี่จักษ์ยิ้มหลอกเธอ ...ต่างคนต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้ยังคงไม่มีทางออก พี่จักษ์อยากให้เธอสบายใจว่าเธอจะไม่ถูกคลุมถุงชนเช่นเดียวกับเธอที่ไม่อยากให้เขาคิดมากทั้งเรื่องแฟนและเรื่องงาน

   ...ว่าแต่ทางแก้มันอยู่ที่ไหนนะ?










   “ยังไงฉันก็จะเอามันไปอยู่ด้วย”

   เสียงที่จะร้องบอกว่ากลับบ้านแล้วเป็นอันชะงักอยู่ในคอเมื่อใบหูได้ยินเสียงคุ้นเคย

   “แต่คุณพ่อครับ...อัยเป็นลูกผมนะ”

   “ก็ไม่เห็นว่าแกจะดูแลอะไรลูกได้ ...แม่มันก็ร่อนอยู่ข้างนอกโน่น”

   “พ่อครับ...อย่าพูดถึงอรแบบนั้น อร...”

   “ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนกันหรอก ...แกจะทำให้ฉันโกรธ”

   “ถึงยังไง...ผมก็ไม่ให้อัยไปอยู่ไกลจากผมหรอก... ถ้าทำอย่างนั้นก็เหมือนผมทิ้งลูก”

   อัยยาเห็นพ่อของตนตีหน้าจริงจังอย่างที่เธอไม่ค่อยเคยเห็น

   หัวใจค่อยพองโตขึ้นมาแต่ก็ค่อยเหี่ยวลงเมื่อได้ยินเสียงคุณปู่

   “งั้นแกก็เลือกเอา...จะเอาลูกไว้ก็หย่ากับเมียซะ ไม่งั้นอัยยาต้องไปอยู่กับฉัน”

   “คุณพ่อ...” วีระผุดลุกทันทีแล้วพลันดวงตานั้นก็เหลียวมามองเธอที่ยืนค้างอยู่ตรงประตู “อัย...กลับมาแล้วหรือลูก”

   อัยยาปิดประตูบ้านเหมือนไม่ได้ยินอะไรยิ้มนิดๆแล้วว่า

   “กลับมาแล้วค่ะ” เธอว่าแล้วเตรียมตัวเดินขึ้นห้อง

   “กินอะไรก่อนไหมลูก”

   “อัยกินไม่ลง ...อัยไปทำการบ้านนะคะ” เด็กสาวตัดบทแล้วเดินขึ้นห้อง ปิดประตูลงกลอนก่อนจะถอนใจออกมาดังๆ

   คุณปู่ใจร้าย...

   ก๊อกๆ

   “อัย...อัยช่วยอะไรน็อตหน่อย” เสียงเรียกจากทางประตูทำให้เธอปั้นสีหน้าแล้วเดินไปเปิดรับลูกพี่ลูกน้องซึ่งกำลังยืนเกาหน้าด้วยท่าทางอิดออด “เอ้อ...อัย...”

   “มีอะไรหรอน็อต” เด็กสาวเริ่มงงกับท่าทางนั้น

   “ว่างไหม”

   “อื้ม” วันนี้เธอไม่มีการบ้านหนักๆอะไร ทำก่อนนอนก็ยังไหว “ทำไมหรอ”

   “ก็เรื่องนั้นไง...คนที่เขาจีบน็อตน่ะ” น็อตลดเสียงลงด้วยกลัวคุณปู่จะได้ยิน

   “อ้อ” อัยปิดประตูห้องนอนเตรียมลงไปข้างล่างทันที “งั้นไปข้างนอกกัน”

   “อัยทำท่าขัดขืนนะ...เดี๋ยวน็อตลากอัยออกข้างนอกเลยไม่งั้นคุณปู่ว่าแหลกแน่”

   “หือ?” เด็กสาวมีทีท่าไม่เข้าใจ “ทำอะไรนะ”

   “เอาน่า มา!” น็อตฉุดแขนเธอแล้วลากลงบันไดไปอย่างที่เธออุทานเสียงดังอย่างตกใจ

   “น็อต...อะไร...” ร่างบางเซถลาตามแรงดึงจนไปถึงหน้าประตูบ้าน เสียงกัมปนาทของคุณปู่ถึงได้ไล่หลังมา

   “พวกแกจะไปไหน!” ท่านเดินกระฉับกระเฉงจับไม้เท้าตามมาอย่างที่เธอยังคงเบิกตาตกใจเมื่อนายน็อตหันไปบอกแค่ว่า

   “จะกลับมาให้ทันข้าวเย็นครับผม!” แล้วก็ลากเธอออกมาจนพ้นบริเวณหน้าบ้าน “โหย...นึกว่าจะไม่รอดแล้ว”

   “น็อต...” อัยยังคงอึ้งๆ ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไล่เรียงกันเป็นลำดับ “ต้องหนีขนาดนี้เลยหรือไง”

   “น่านะ...ตอนนี้ถ้ากลับไปก็เป็นเราโดนดุ ไม่ใช่อัย โอเคนะ” ลูกพี่ลูกน้องคนดียิ้มแป้น “คุณปู่ท่านห้ามเราไปไหนมาไหนกับอัยแค่สองคนนี่นา มีพี่จักษ์คนเดียวนั่นล่ะที่ต่อให้พาอัยไปเที่ยวทั่วไทยท่านก็จะไม่ว่าสักคำ”

   “เฮ้อ”

   “น่าเซ็งชะมัด พี่น้องกันแท้ๆ แต่เอาเหอะ...ไปโทรศัพท์กันไป” เขายักไหล่ “กันท่าออกนอกหน้าซะจนใครๆเขาก็ลือไปทั่วว่าพี่จักษ์ยังไงก็ต้องแต่งกับอัย”

   “แล้วแฟนพี่จักษ์เขาว่าไงน่ะ”

   “ก็ปลอบกันแทบแย่เหมือนกันล่ะ ...น็อตเคยไปช่วยพูดอยู่รอบหนึ่งว่าอย่างอัยไม่ชอบพี่จักษ์” น็อตยิ้มแหยๆ “เราบอกเขาไปว่าอัยเป็นทอมน่ะ ดูเขาสบายใจขึ้นเยอะ”

   “แหม...” อัยยิ้มขำเมื่อเดินจนถึงตู้โทรศัพท์สาธารณะ เธอยกหูและน็อตก็หยอดเหรียญพร้อมทั้งหยิบกระดาษจดขึ้นมาดูยามกดเบอร์ “เขาชื่ออะไรหรอน็อต...คนนี้น่ะ”

   “ชื่อแก้ม” เขายักไหล่ในขณะที่เธอฟังเสียงสัญญาณโทรศัพท์รอสาย “ความจริงก็หน้าตาดีนั่นล่ะ แต่นิสัยแย่มาก เอาแต่ใจ ขี้วีนแถมยังเต๊ะท่าผู้ดีเกินเหตุจนน่าหมั่นไส้”

   “นินทาผู้หญิงนี่ไม่ลูกผู้ชายเลยนะ” อัยยิ้มขำ “หรือน็อตไม่ใช่ผู้ชาย”

   “จะบ้าเหรอตัว” เขาแกล้งทำสะดีดสะดิ้งแล้วก็หัวเราะ “น็อตแมนเต็มร้อยนะอัยแต่สเปคน็อตไม่ใช่อย่างนี้ อย่างน้อยๆก็สมควรจะมีเหตุมีผลไม่ใช่เรื่องมากน่ารำคาญไปเสียทุกอย่าง ...บางคนที่น็อตบอกเขาว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่าแล้วเขาเข้าใจเราก็ยังคบกันดีๆอยู่นะ แต่คนนี้น่ะ...ยังไงก็ไม่ฟังเลย”

   “อืม...” เธอครางรับและสะดุ้งขึ้นมาหน่อยเมื่อมีคนรับสาย

   “/ฮัลโหล/”

   “ใช่แก้มหรือเปล่า...” เธอเกือบจะลงท้ายคำคะขาไปแล้วแต่ก็ไม่เมื่อนึกถึงนิสัยสาวเจ้าที่น็อตเล่าให้ฟัง “เราเป็นแฟนน็อต”

   “/ใครนะ/” กระแสเสียงจิกๆนั้นเริ่มฉายแววออกมาทีละน้อย “/เธอน่ะหรอแฟนน็อต ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน นั่นน็อตอยู่ด้วยหรือเปล่า/”

   “เราชื่อแก้ว” อัยนึกขอโทษขอโพยเพื่อนในใจในขณะที่น็อตมองเธอตาปริบๆแล้วแนบหูฟังด้วยคน “น็อตก็อยู่ด้วยตอนนี้...เราแค่จะโทรฯมาบอกน่ะว่าเรากับน็อตคบกันนานแล้ว เราไม่อยากให้เธอมาวุ่นวายกับคนที่มีเจ้าของ อย่าทำแบบนี้เลยนะ น็อตเองก็อึดอัด”

   “/ทำไมน็อตทำแบบนี้.../”

   อัยตกใจเมื่อเสียงฝ่ายนั้นกลายเป็นสะอึกสะอื้น

   “/ฮึก...ตอนน็อตขอเราคบน็อตก็บอกเราเองว่าน็อตไม่มีแฟน เราก็อุตส่าห์ไว้ใจให้อะไรๆไปตั้งมาก จน...ฮือ.../”

   อัยมองหน้าลูกพี่ลูกน้องที่เบิกตาฟังคำจากปลายสาย น็อตส่ายหัวเป็นพัลวันเชิงว่าไม่รู้เรื่อง

   ...ให้ตายสิ

   “/...จน... จนแม้แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดเราก็ให้เขาไปแล้ว.../”

   อัยถึงกับอ้าปากค้างเมื่อฟังคำนั้น น็อตก็อึ้งไปแบบไม่รู้จะว่าอย่างไร

   ‘น็อตยังบริสุทธิ์นะอัย แก้มโกหก’ เด็กสาวอ่านปากญาติสนิทได้อย่างนั้น

   “/ฮึก...เธอชื่อแก้วใช่ไหม ...แก้ว แก้วต้องเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันนะ น็อตเขาได้เราแล้วเขาจะทิ้งเราอย่างนี้ไม่ได้ เราเจ็บ...เจ็บจนบรรยายไม่ถูก/” เสียงสะอื้นจากปลายสายยังว่าต่อโดยที่น็อตหยอดเหรียญห้าเติมเข้าไปแล้วแนบหูฟังด้วยดวงหน้าเครียดๆ เส้นประสาทที่ขมับปูดขึ้นมาอย่างที่อัยเดาออกว่าเจ้าตัวกำลังโกรธ “/แก้ว...แก้วคืนน็อตให้เรานะ ไม่อย่างนั้น...เราคงด้านหน้าอยู่บนโลกนี้ต่อไม่ได้อีกแล้ว ฮือ...ถ้าขาดน็อตไปชีวิตเราก็ไม่มีค่าแล้ว เราจะไปตาย...เราจะฆ่าตัวตาย/”

   อัยกลอกตาอย่างที่แทบจะหลุดอุทานอย่างเหลือเชื่อ

   ...ให้ตายสิ!

   “แก้ม...เราเข้าใจแก้มนะ แต่เราก็คงให้น็อตกับแก้มไม่ได้” อัยทำเสียงถอนใจแล้วมองคาดโทษลูกพี่ลูกน้องเอาไว้ก่อน “ถ้าเราขาดน็อตไปเราก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน อย่าทำแบบนี้เลยนะ”

   “/แต่...แต่น็อตสวมเขาเธอขนาดนี้แล้วนะ เธอยัง.../”

   “ก็เรารักเขานี่นา...แก้มจะให้เราทำยังไงล่ะ ...เราคงยอมปล่อยเขาไปให้เธอไม่ได้หรอกในเมื่อเขาก็เลือกเรา”

   “/นัง.../” ถ้อยคำผรุสวาทนานาชนิดดังกราดเข้ามาอย่างที่อัยยกหูออกห่างแทบไม่ทัน

   น็อตยึดหูนั้นไปแทน ถอนใจหน่อยๆแล้วว่า

   “แก้มเป็นหนักกว่าที่เราคิดนะ” เสียงเข้มกรอกไปตามสายอย่างที่อัยไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายตอบคำว่าอย่างไร “ตอนแรกเราคิดว่าเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้ แต่ถ้าแก้มเป็นได้ขนาดนี้ต่อไปอย่ามาเจอกันเลยจะดีกว่า ...แก้มโกหก ทำสะอื้นเก่งนะ ...แม้แต่จับมือแก้มเรายังไม่เคยคิดจะทำ ใส่ร้ายกันได้ขนาดนี้เลยหรอ ...เอาศักดิ์ศรีของผู้หญิงมาย่ำยีเพียงเพื่อให้แฟนเขาเลิกคบกัน...”

   อัยแตะบ่าคนถือสายเบาๆเมื่อสีหน้าเขาเริ่มเครียดจัด

   “เอาเลย...เราไม่เชื่อหรอกว่าแก้มจะกล้าฆ่าตัวตาย ...ไอ้กั๊กก็ยังคอยดูแลอยู่ไม่ใช่หรือไง ...เสียงเกมดังกรอกอยู่อย่างนั้น แก้มไปหามันที่บ้านล่ะสิ”

   น็อตเบะปากเหมือนรำคาญแล้วสุดท้ายก็วางสายโดยไม่พูดอะไรอีก

   “ยอดเลย” เด็กหนุ่มว่าแล้วขำ “ผู้หญิงอะไร”

   “เอาน่า...เขาคงชอบน็อตมาก”

   “มารยาเป็นบ้า...เนี่ยล่ะอัย ผู้หญิงแบบที่น็อตเกลียดที่สุด” เขาส่ายหัว “คนเราจะคบกันก็ต้องจูนกันด้วยนิสัยใจคอ แต่ถ้าโกหกกันตั้งแต่เริ่มแบบนี้มันก็เท่ากับไม่ได้เริ่ม”

   “น็อตก็โกหกเขานี่”

   “น็อตโกหกเพราะน็อตไม่อยากยุ่งไม่ใช่เพราะอยากควงเขา” น็อตเกาหัวแกรกๆ “เข็ดไปอีกนานเลยคนสวยๆ ถึงน็อตจะชอบมองชอบแอบคิดลวนลามบ้างครั้งคราวนะ แต่ยังไงน็อตก็ยังมีความคิดพอจะเลือกคบล่ะ ไม่ใช่สวยหน่อยก็เอาเลย ...ได้ไม่ตายดีล่ะทีนี้”

   “ก็ยังมีแอบคิดลวนลามเขานี่...แล้วเขาจะคิดบ้างก็อย่าไปว่าเขาเลย”

   “น็อตแค่คิดนะไม่เคยทำ แต่เขา...”

   “หือ?” อัยเบิกตามองทันทีเมื่อญาติสนิทค้างคำ

   “ก็นะ”

   “เขายั่วน็อตหรอ”

   “ใช่” น็อตยิ้มขำๆ “น็อตหนีกลับบ้านเลยล่ะ เดี๋ยวยาว”

   “แสดงว่าเผลอๆไปกับเขาเหมือนกันล่ะสิถึงได้บานปลายขนาดนี้”

   “พอๆ จบเท่านี้ ...จะไม่มีอีกแล้ว” เขายิ้มเหนื่อยๆแล้วถามขึ้นมา “แต่อัยทำถูกแล้วล่ะที่ไม่บอกชื่อจริง เพื่อนน็อตบางคนก็รู้จักชื่ออัย ไม่งั้นโดนจับได้แน่ว่าโกหก”

   “อื้ม ...แต่อัยคงต้องไปบอกแก้วตัวจริงไว้บ้าง ...รายนั้นฟังคงขำแย่”

   “อ้าว...มีแก้วตัวจริงด้วยหรอ”

   “ใช่...เพื่อนอัยเองล่ะ ถ้ามีโอกาสแล้วเวลาเหมาะจะให้รู้จักทั้งกลุ่มเลย”

   “เพื่อนอัยนี่คงสวยๆใสๆทั้งนั้นแน่เลย”

   “น็อต”

   “ครับ...ผมล้อเล่นครับคุณผู้หญิง” เด็กหนุ่มหัวเราะร่วนก่อนจะชะงักไปนิด

   “อะไรหรอน็อต”

   “อัย...” มือหนาจับข้อแขนเธอไว้ ดึงเข้าไปใกล้แล้วกระซิบ “อัยยังวิ่งเร็วชิงแชมป์ได้อยู่หรือเปล่า”

   “หา...อะไรนะ”

   “เอาล่ะ มีผู้ต้องสงสัยท่าทางน่าเกลียดสามสี่คน อัยวิ่งรวดเดียวถึงบ้านแล้วไปตามพี่จักษ์กับพี่นัทมานะ...”

   ดวงตาเด็กสาวกวาดมองไวๆเห็นชายสองสามคนอย่างที่น็อตว่าตามมุมต่างๆรอบตัว ...แววตาไม่เป็นมิตรและประกายวาวของมีดที่พวกเขาเก็บซ่อนกันนั้นทำให้เธอกลืนน้ำลายไม่ลงคอ

   “น็อต...”

   “ไม่เป็นไร...น็อตไม่เป็นไร อัยวิ่ง!” เขาผลักเธอไปทางกลับบ้านเมื่อชายร่างผอมเกร็งคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาอย่างที่น็อตโยกตัวหลบแทบไม่ทัน

   เสียงกรีดร้องของคนแถวๆนั้นพร้อมเสียงร้องตะโกนว่าเด็กตีกันดังไปหมดเนื่องจากว่าบริเวณสามแยกนั้นมักมีวัยรุ่นตีกันบ่อยๆทั้งๆที่เป็นที่สาธารณะและมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ

   ...เขาว่ากันว่าเด็กสมัยนี้ชอบวางมวยโชว์ ...เพียงแต่มันไม่ใช่มวย มันดวลกันด้วยมีดและปืน ยิ่งมีคนโดนลูกหลงมากเท่าไหร่กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเรื่องก็คล้ายจะภูมิใจในความดังขึ้นไปอีก!

   แต่ไม่ใช่...รอบนี้ไม่ใช่ยกพวกตัน รอบนี้คนพวกนั้นจงใจมาหาเรื่องโดยเฉพาะ

   และมันน่าคิดตรงที่ว่าเป้าหมายอาจจะเป็นเธอ!

   อัยหยุดกึกเมื่อมีคนอีกสองคนมาดักหน้าเธอไว้ตอนที่เธอจะเลี้ยวตรงหัวมุม

   รอยแสยะยิ้มนั้นบ่งชัดว่าความคิดเธอถูกต้อง!

   ...เอาไงล่ะทีนี้

   เด็กสาวโยกตัวไปมาหวังจะผ่านไปให้ได้ แต่ร่างผอมสูงนั้นก็ดูจะว่องไวเหลือเกิน

   ...เอาวะ!

   ร่างบางย้อนกลับทางเดิมที่เธอทิ้งน็อตมา ย่อตัวคว้าก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมาได้แล้วปาใส่นักเลงตัวใหญ่ที่กำลังตวัดปลายมีดเข้าหาน็อต

   โชคช่วยให้หินนั้นลงกลางกบาลเป้าหมายเป๊ะและน็อตก็มีเวลาพอจะเตะเข้าข้อพับอีกคนที่พุ่งเข้าใส่แล้วปามีดที่ตกอยู่หาคนที่วิ่งไล่หลังเธอมา

   “อัย!” น็อตตะโกนแล้ววิ่งตามเธอที่มุ่งหน้ากลับไปทางโรงเรียน

   “กลับบ้านไม่ได้มันดักทางหมด” อัยว่าแล้ววิ่งเข้าโรงเรียนอย่างที่น็อตไม่ได้คัดค้านอะไรเมื่อวิ่งตามเข้ามา

   “บ้าจริง...เราว่ามันไม่น่ากล้าเข้ามาในโรงเรียน” เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก มีอาการปวดหนึบๆที่ศีรษะขึ้นมาหลังการปะทะเมื่อครู่

   “ยาม ...คุณลุงยามไปไหนแล้วนะ” อัยหันซ้ายหันขวา “น็อตโทรฯหาพี่นัทสิ”

   “อื้ม” น็อตหยิบมือถือขึ้นมาโทรฯทันที ยังมีอาการหอบหายใจอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ดีแน่ถ้าพวกมันตามพวกมาเพิ่ม...อัยไปทำอะไรไว้หือมีผู้ชายตามเป็นขบวนอย่างนั้น”

   “อัยไม่แน่ใจ” เด็กสาวมุ่ยหน้าแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ “อาจจะเป็นพี่อ้อม”

   “พี่อ้อม?” น็อตทวนคำด้วยท่าทางเร่งร้อนเมื่อไม่มีใครรับสาย

   “พี่แกคิดว่าอัยแย่งแฟน”

   “โอ๊ยผู้หญิงสมัยนี้” น็อตมีท่าทางหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆจนมีคนรับสาย “พี่นัท...พี่นัทมารับน็อตกับอัยที พวกอันธพาลบ้าที่ไหนไม่รู้มันจะจับอัย มีมีดด้วยพี่นัท เมื่อกี๊น็อตโดนมันตีหัวด้วย”

   อัยหลับตาแน่นเมื่อนึกสภาพความวุ่นวายที่บ้าน...และความเกรี้ยวกราดของคุณปู่เมื่อท่านรู้เรื่องนี้เข้า

   ...แต่จะทำอย่างไรได้... ตอนนี้ความปลอดภัยสำคัญที่สุด


-----> มีต่อ


ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

ออฟไลน์ ดาราอรุณ

  • นานแค่ไหนถึงได้พบกัน...
  • อัปสรสีหกวี

  • *
  • กระทู้: 1,497
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 135
  • เพศ: หญิง
  • เพียงรอยยิ้มเธอ...
บทที่ 14 : อ่อนแรง (3)
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2014, 07:44:30 pm »
บทที่ 14 : อ่อนแรง (3)





   บรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัดนั้นทำให้เธอนั่งห่อไหล่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากน็อตซึ่งพี่จักษ์กำลังทำแผลให้

   “สุดท้ายก็มีเรื่องจนได้” ดวงตาดุจัดของคุณปู่ไม่มองเมินจากเธอแม้สักวินาทีเดียว “ฉันจะเอาแกไปอยู่ด้วย อยู่แถวนี้มีแต่จะสร้างเรื่องสร้างราวไปเสียตัวให้มันฉาวโฉ่!” ท่านตวาดแล้วเคาะไม้เท้ากับพื้นอย่างเกรี้ยวกราด

   “แต่คุณปู่...อัยไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ผมต่างหากที่พาอัยออกไปจนเกิดเรื่อง” น็อตแย้งเสียงเข้มเมื่อเห็นเธอเริ่มหน้าซีด “คุณปู่...”

   “มีหลานสาวมันก็เหมือนตั้งส้วมไว้หน้าบ้าน ปกป้องตัวเองก็ไม่ได้ แม่มันจะดูแลรึก็ทิ้งลูกทิ้งผัวไปร่านข้างนอก ปล่อยมันไว้ไกลหูไกลตาเดี๋ยวมันก็ได้โดนฉุดไปจนเป็นข่าวให้ขายขี้หน้า!” เสียงเคร่งเครียดข่มขู่นั้นเด็กสาวสุดจะฟังเป็นที่สุด

   “แม่อรไม่ได้ทิ้ง...”

   “เถียงคำไม่ตกฟากเหมือนแม่แกไม่มีผิด!” ท่านใช้ไม้เท้านั่นชี้หน้าเธออย่างคุกคามแต่ยามนี้อารมณ์ของเธอเริ่มอยู่เหนือทุกสิ่งไม่ต่างจากท่าน

   ...ทำไมเธอต้องทนฟังอีก ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

   แล้วทำไมเธอต้องยอมให้ใครมาว่าแม่เธอด้วย...ทั้งๆที่ตอนนี้แม่ของเธอก็เหนื่อยแทบตายเพื่อหาเงินมาส่งเธอเรียน!

   คุณปู่ท่านยังใช้อารมณ์กับเธอตลอดเวลาได้ ...แล้วทำไมเธอจะทำบ้างไม่ได้!

   “ค่ะ อัยมันเถียงคำไม่ตกฟาก” ดวงตาที่เคยนอบน้อมอยู่เสมอแปรไปเป็นเคืองขุ่นไม่ต่างจากใจที่บอบช้ำ “ถ้าอัยเกิดมาเป็นผู้ชาย ถ้าอัยไม่ได้เป็นหลานสาว แล้วถ้าอัยไม่ใช่ลูกของแม่อรคุณปู่คงไม่พูดกับอัยอย่างนี้ใช่ไหมล่ะคะ”

   “แก...”

   “อัยพยายามจะเชื่อว่าความเมตตาของคุณปู่ยังคงมี อัยพยายามจะเชื่อว่าคุณปู่ไม่ได้ใช้อัยเป็นที่รองรับอารมณ์เพียงเพราะว่าคุณปู่ไม่มีโอกาสลงโทษลูกสาวของคุณปู่ให้สาสมกับที่ทำงามหน้า” ร่างบางสั่นระริกยามพูด ตัวแดงจัดขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่กำลังจะระเบิด “อัยไม่อยากคิดว่าคุณปู่อยากไล่อัยออกจากบ้านให้พ้นทางด้วยการแต่งงานหรืออะไรก็ตาม...แล้วอัยก็พยายามจะไม่เชื่อว่าคุณปู่เกลียดแม่อรซึ่งทำทุกอย่างได้ดีและมีอนาคตไม่เหมือนลูกสาวของคุณปู่”

   “นังสารเลว!” คำหยาบคายพรั่งพรูออกมาจากปากท่านเมื่อท่านฟาดไม้เท้าหาเธอไม่ยั้งโดยที่เธอก็นั่งนิ่งรับมันอยู่อย่างนั้นจนพ่อดึงเธอออกห่าง

   “คุณพ่อครับ...คุณพ่อหยุดเถอะครับ...”

   น้ำร้อนๆคลอหน่วงอยู่ในตาหากแต่สาวน้อยไม่ยอมร้องไห้ยามสบตากับผู้อาวุโส

   ...เจ็บ ...เจ็บจนชาสำหรับร่างกาย

   ปวด...เธอเองก็ปวดหัวใจเหลือเกินที่ว่าท่านอย่างนั้น

   เธอไม่เคยคิดจะเรียกร้องให้ท่านรัก เธอไม่อยากตอกย้ำตัวเองว่าท่านเกลียดเธอกับแม่ ...เพียงแต่มันเหลือทนแล้ว หนักหนาเกินกว่าจะรับอีกต่อไปแล้ว

   “แกมองหน้าฉันงั้นรึ” สีหน้าดุดันของท่านยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวี

   “คุณปู่พอเถอะครับ”

   “แกไม่ต้องมายุ่ง!” พี่จักษ์โดนไม้เท้าท่านฟาดไปทีหนึ่งเมื่อจะเข้าห้าม ก่อนที่ท่านจะชี้ปลายไม้มาทางเธอเหมือนเคย “แก...ออกไป ออกไปให้พ้น ไสหัวไปอย่าให้ฉันเห็นหน้า ...จะไปมั่วกับใครที่ไหนก็ไป ใครเขาจะฉุดแกไปรุมโทรมก็เรื่องของแกแล้ว ...ออกไปร่านให้เหมือนแม่แกเลย”

   “คุณพ่อ!” วีระอุทานอย่างไม่เชื่อหู และยึดตัวลูกสาวตนไว้ไม่ทันเมื่ออัยเดินเปิดประตูออกไปด้านนอก “อัย...เดี๋ยวลูก อัย...”

   เสียงของพ่อยังแว่วตามหลังเธอมาด้วยกระแสห่วงใยแต่ยามนี้เท้าของเธอมันฟังความโกรธในใจมากกว่าฟังความปวดร้าวที่อยากอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ

   เท้าของเธอฟังเสียงตุบตับรุนแรงในอารมณ์มากกว่าจะฟังเหตุผลที่เธอเพียรบอกตัวเองว่าด้านนอกนั้นอันตรายแค่ไหนสำหรับตอนนี้

   เด็กสาวมุ่งหน้าเดินไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปไหน ไม่รู้แม้แต่ว่าตัวเองกำลังหนีอะไร

   ตอนนี้...เหตุผลในจิตใจกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

   น้ำตาร้อนผ่าวที่ไหลอาบแก้ม

   ...น้ำตา...

   ...มันไม่ฟังอะไรอีกแล้ว


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แก้ไข + แต่งต่อหมดเท่านี้~
ตอนต่อๆไปลงในเด็กดีนะคะ http://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1164541
ลงในนี้ตัวเอียงและตัวหนาจะหายไป เพราะขี้เกียจ (อ้าวววว) แหะๆ มันลงยากนะพอมันยาวๆ ^-^;
ดารายามอรุณ...คงเหมือนฝุ่นใครจักสน
แสงแดดแผดร้อนรน...สว่างจนดารากลืน
 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN