รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => งานประพันธ์กาพย์,โคลง,ฉันท์ => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:12:49 pm

หัวข้อ: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:12:49 pm
        โคลงกำสรวญศรีปราชญ์ เป็น โคลงนิราศสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็น โคลงที่โด่งดัง และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง นับแต่โบราณกาลมา ถือได้ว่าเป็นต้นแบบ ของนิราศคำโคลงเรื่องอื่นๆ ที่มีผู้แต่งเลียนแบบในภายหลัง แต่เดิมเชื่อกันว่าผู้แต่งโคลงกำสรวญนี้คือศรีปราชญ์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่งคร่ำครวญถึงคนรัก เมื่อคราวถูกเนรเทศไปนครศรีธรรมราช ความเชื่อนี้น่าจะมีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ดังมีโคลงบทหนึ่งในนิราศนรินทร์กล่าวไว้ว่า
กำสรวลศรีปราชญ์พร้อง    เพรงกาล
จากจุฬาลักษณ์ลาญ    สวาทแล้ว
ทวาทศมาสสาร            สามเทวษ ถวิลแฮ
ยกทัดกลางเกศแก้ว    กึ่งร้อนทรวงเรียม

และเมื่อพระยาปริยัติธรรมธาดา(แพ ตาละลักษณ์)แต่งตำนานศรีปราชญ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่มีมาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นว่า มีกวีที่ชื่อ "ศรีปราชญ์" ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นบุตรพระโหราธิบดี ในวัยเด็กมีปฏิภาณดี สามารถต่อโคลงถวายได้ บิดาจึงถวายตัวเป็นข้าราชบริพาร เมื่อรับราชการก็สามารถว่าโคลงสดโต้ตอบกับคนอื่นๆได้ทันที แต่ต่อมาไปแต่งโคลงโต้กับพระสนมเข้า จึงถูกเนรเทศไปอยู่เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาถูกเจ้าเมืองฯสั่งประหารชีวิตจึงเขียนโคลงแช่งไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทราบกันโดยทั่วไป และเชื่อกันว่าศรีปราชญ์ผู้นี้นี่เองที่เป็นผู้แต่ง "กำสรวญศรีปราชญ์" และ "อนิรุทธ์คำฉันท์"ด้วย

แต่นักวรรณคดีในรุ่นหลังๆมีความเห็นต่างออกไปว่า ศรีปราชญ์ในตำนานที่รู้จักกันดีนี้ไม่ใช่ผู้แต่งกำสรวญศรีปราชญ์ เหตุผลมีดังนี้

๑.ภาษาในโคลงกำสรวญเป็นภาษาเก่าแก่เกินสมัยพระนารายณ์ เมื่อพิจารณาดูจะเห็นว่าใกล้เคียงกับ ลิลิตยวนพ่าย ที่แต่งในสมัยพระบรมไตรโลกนาถมากกว่า

๒.ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ที่กล่าวถึงในโคลง เป็นตำแหน่งสนมเอกของพระเจ้าแผ่นดิน แม้ศรีปราชญ์ในตำนานจะกล่าวว่ามีชู้กับพระสนม แต่ไม่น่าจะกล้าเอ่ยชื่อตรงๆในบทประพันธ์ที่ตนแต่ง ทั้งการรำพันถึงก็เป็นไปอย่างเปิดเผยเหมือนสามีภรรยามากกว่า อีกทั้งในโคลงก็ใช้ราชาศัพท์หลายคำ บ่งบอกว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง

๓.การเดินทางในโคลงไม่เหมือนการถูกเนรเทศ ตอนลงเรือมีโคลงกล่าวว่า
สรเหนาะนิราษน้อง    ลงเรือ
สาวส่งงเลวงเต็ม    ฝ่งงเฝ้า
สระเหนาะพี่หลยวเหลือ    อกส่งง
สารด่งงข้าส่งเจ้า    ส่งงตน

จะเห็นได้ว่ามีผู้หญิงมาส่งผู้แต่งมากมาย ทั้งยังสามารถเรียกมาสั่งความได้ ไม่เหมือนคนต้องโทษเนรเทศ น่าจะเป็นคนใหญ่คนโตมากกว่า

๔.ในการพรรณนาเส้นทางที่ขบวนเรือแล่นผ่าน เรือมิได้แล่นผ่านคลองลัดที่ขุดเชื่อมระหว่างคลองบางกอกน้อย กับ คลองบางกอกใหญ่ ซึ่งขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๐๘๕ ในสมัยพระชัยราชา ถ้าการเดินทางเกิดขึ้นในสมัยพระนารายณ์จริงก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางอ้อมเช่นนี้

๕.ทรงผมที่บรรยายในโคลงเป็นผมยาวเกล้าเป็นมวยซึ่งเป็นทรงผมของสตรีในสมัยอยุธยาตอนต้น ต่างกับสมัยพระนารายณ์ที่ไว้ผมสั้น

โดยสรุปมีหลักฐานที่ค่อนข้างเชื่อได้ว่าโคลงกำสรวญนี้แต่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ผู้แต่งเป็นคนละคนกับศรีปราชญ์ในตำนาน

ลักษณะคำประพันธ์เป็นโคลงดั้นบาทกุญชร มีร่ายดั้นนำ โคลงตกหล่นไปมากตามกาลเวลา ในที่นี้ได้คัดลอกมาจากฉบับของกรมศิลปากร ซึ่ง ธนิต อยู่โพธิ์ ได้ชำระไว้ และได้พิมพ์ตามหนังสือต้นแบบที่ตีพิมพ์เมื่อพ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งใช้อักขรวิธีแบบโบราณ ผู้สร้างเวบไม่กล้าเปลี่ยนเป็นอักขรวิธีแบบปัจจุบัน ด้วยเกรงว่าจะทำให้ผิดเพี้ยนไป และแม้บางคำที่สงสัยว่าต้นฉบับจะพิมพ์ผิด แต่ก็คงไว้เช่นนั้น

คำที่มี ํ อยู่ข้างบนเท่ากับเป็นสระโ-ะ และมี-มสกด เช่น พํรหม อ่านว่า พรหม,ชํ อ่านว่า ชม

คำที่มีตัวสกดสองตัวข้างหลัง ให้อ่านเป็นสระ-ะ สกดด้วยตัวนั้น เช่น ต้งง อ่านว่า ตั้ง,น้นน อ่านว่า นั้น

ตัว ย เท่ากับสระเ-ีย เช่น จยร อ่านว่า เจียร

ส่วนที่โคลงขาดหายไปได้แทนด้วยเครื่องหมาย *
1


ที่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks.htm
หัวข้อ: Re: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:23:28 pm
โคลงกำศรวลศรีปราชญ์
ร่าย ศรีสิทธิวิวิทธบวร    นครควรชํ
ไกรพํรหรงงสรรค            สวรรคแต่งแต้ม
แย้มพื้นแผ่นพสุธา           มหาดิลกภพ
นพรัตนราชธานี             บูรียรมยเมืองมิ่ง แล้วแฮ
ราเมศไท้ท้าวต้งง          แต่งเอง ฯ

๑ อยุธยายศยิ่งฟ้า        ลงดิน แลฤา
อำนาถบุญเพรงพระ         ก่อเกื้อ
เจดีลอออินทร               ปราสาท
ในทาบทองแล้วเนื้อ        นอกโสรม ฯ

๒ พรายพรายพระธาตุเจ้า     จยรจนนทร แจ่มแฮ
ไตรโลกยเลงคือโคม          ค่ำเช้า
พิหารรเบียงบรร               รุจิเรข เรืองแฮ
ทุกแห่งห้องพระเจ้า          น่งงเนือง ฯ

๓ ศาลาอเนขสร้าง            แสนเสา โสดแฮ
ธรรมาศจูงใจเมือง            สู่ฟ้า
พิหารย่อมฉลักเฉลา          ฉลุแผ่น ไส่นา
พระมาศเลื่อมเลื่อมหล้า      หล่อแสง ฯ

๔ ตระการหน้าวัดแหว้น     วงงพระ
บำบวงหญิงชายแชรง       ชื่นไหว้
บูรรพาท่านสรรคสระ          สรงโสรด
ดวงดอกไม้ไม้แก้ว            แบ่งบาล ฯ

๕ กุฎีดูโชติช้อย             อาศํร
เต็มร่ำสวรรคฤาปาง         แผ่นเผ้า
เรือนรัตนพิรํยปราง           สูรยปราสาท
แสนยอดแย้มแก้วเก้า        เฉกโฉม ฯ

๖ สนํสนวนสอาดต้งง       ตรีมุข
อร่ามเรืองเสาโสรม          มาศไล้
เรือนทองเทพแปลงปลุก    ยินยาก
ยยวฟ้ากู้ไซ้                   ช่วยดิน ฯ

๗ อยุทธยายศโยกฟ้า       ฟากดิน
ผาดดินพิภพดยว              ดอกฟ้า
แสนโกฎบยลยิน              หยาดเยื่อ
ไตรรัตนเรืองรุ่งหล้า          หลากสวรรค ฯ

๘ อยุทธยาไพโรชไต้       ตรีบูร
ทวารรุจิรยงหอ               สรหล้าย
อยุทธยายิ่งแมนสูร           สุระโลก รงงแฮ
ถนัดดุจสวรรคคล้ายคล้าย    แก่ตา ฯ

๙ ยามพลบสยงกึกก้อง       กาหล แม่ฮา
สยงแฉ่งสยงสาวทรอ         ข่าวชู้
อยุทธยายิ่งเมืองทล           มาโนช กูเอย
เขตรตระหลบข่าวรู้             ข่าวยาม ฯ
* * *
๑๐ สายาเข้าคว้าเหล้น       หลายกล
เดอรดีดเพลี้ยเพลงพาล       รยกชู้
สายาอยู่ในถนน               ถามข่าว รยมฤา
ยงงที่สาวน้อยรู้               รยกขวนน ฯ

๑๑ สายาบววบ่าวเกลี้ย     จักมา
สาวส่งงอย่ามาวนน          สู่น้อง
สายากรรแสงคลา            สองสู่ กนนนา
สาวบ่าวอยู่ในห้อง           รยกคืนหาคืน ฯ

๑๒ สายารักอยู่เท้อญ       อย่าไป
ยยวจรรจับแขนขืน           เดอดดิ้น
สายากล่าวเอาใจ            โลมสวาสดิ
สาวบ่าวรู้ใช้มลิ้น             ลื่นใจโลมใจ ฯ


๑๓ หน้าเจ้าชู้ช้อยฉาบ        แรมรักษ์
สาวสื่อมาพลางลืม              แล่นให้
บาศรีจุฬาลักษณ์               เสาวภาค กูเออย
รยมรยกฝูงเข้าใกล้             ส่งงเทา ฯ

๑๔ โฉมแม่จักฝากฟ้า         เกรงอินทร หยอกนา
อินทรท่านเทอกโฉมเอา      สู่ฟ้า
โฉมแม่จักฝากดิน              ดินท่าน แล้วแฮ
ดินฤขัดเจ้าหล้า                 สู่สํสองสํ ฯ

๑๕ โฉมแม่ฝากน่านน้ำ        อรรณพ แลฤา
ยยวนาคเชยชํอก               พี่ไหม้
โฉมแม่รำพึงจบ                 จอมสวาสดิ กูเอย
โฉมแม่ใครสงวนได้             เท่าเจ้าสงวนเอง ฯ

๑๖ สรเหนาะนิราษน้อง         ลงเรือ
สาวส่งงเลวงเต็ม                ฝ่งงเฝ้า
สระเหนาะพี่หลยวเหลือ         อกส่งง
สารด่งงข้าส่งเจ้า                ส่งงตน

๑๗ สรเหนาะน้ำคว่งงคว้งง     ควิวแด
สํดอกแดโหยหล                 เพื่อให้
จากบางกระจะแล                ลิวโลด
ลิวโลดชวนนน้องไข้             ข่าวตรอม ฯ

๑๘ จากมาให้ส่งงโกฎ          เกาะรยน
รยมร่ำทั่วเกาะขอม              ช่วยอ้าง
จากมามืดตาวยน                วองว่อง
วองว่องโหยไห้ช้าง             ชำงือ ฯ

๑๙ จากมาลำห้นนล่อง         ลุะขนอน
ขนอนถือเลยละ                  พี่แคล้ว
จากมากำจรจนนทน            จรุงกลิ่น
จรุงกลิ่นแก้มน้องแก้ว           ไป่วาย ฯ

๒๐ จากมานักนิ่นเนื้อ            นอนหนาว
หนาวเหนื่อยเพราะลํชาย        ซาบชู้
จากมาทระนาวนาว               นํแม่
หนาวเหนื่อยมือแก้วกู           มุ่นมือ ฯ

๒๑ จากมามาแกล่ไกล้          บางขดาน
ขดานราบคือขดาน               ดอกไม้
มาเกาะกำแยลาญ                ลุงสวาสดิ กูเอย
ถนัดกำแยย้าใส้                   พี่คาย ฯ

๒๒ พระใดบำราศแก้ว            กูมา
มาย่านขวางขวางกาย            ด่งงนี้
จากมาเลือดตาตก                 เตมย่าน
เตมย่านบรู้กี้                       ถ่งงแถม ฯ

๒๓ จากมาอกน่านน้ำ           นองกาม
กามกระเวนแรมรศ               ร่วงไส้
จากมาราชครามคราม           อกก่ำ
อกก่ำเพราะชู้ให้                  ตื่นตี ฯ

๒๔ จากมาแก้วกูค่ำ             ชรอกแขวะ
โพรงชรอกโชรมแขวะศรี        โศรกศร้อย
จากมาพิบูลแบะ                  บูนแม่
บูนแม่ลห้อยไห้                   ข่าวตรอม ฯ


ที่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks1.htm
หัวข้อ: Re: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:28:02 pm
๒๕ จากมาแก้วผึ้งแผ่         ใจรักษ มาแม่
ยยวอยู่เลวไผ่ผอม             ผ่าวใส้
จากศรีสำลักใคร               สกิดอ่อน อวนแม่
รยมร่ำไห้หาเจ้า               ชำงาย

๒๖ จากมาเรือร่อนท้ง        พญาเมือง
เมืองเปล่าปลิวใจหาย        น่าน้อง
มาจากเยิยมาเปลือง          อกเปล่า
อกเปล่าว่ายฟ้าร้อง            ร่ำหารนหา ฯ

๒๗ จากมาเมืองเก่าเท้า      ลเท ทานรา
เทท่าบึงบางบา                บ่าใส้
จากมาอ่อนอาเม                บุญบาป ใดนา
เมืองมิ่งหลายเจ้าไว้            รยกโรย ฯ

๒๘ เดชานุภาพเรื้อง           อารักษ์ ท่านฮา
รักเทพจำสารโดย              บอกบ้าง
บาศรีจุฬาลักษณ์               ยศยิ่ง พู้นแม่
ไปย่อมโหยไห้อ้าง             โอ่สาร ฯ

๒๙ ไก่ใดขนนนิ่งน้อง          นางเฉลอย
เชอญท่านทยานเปนฝนน     ฝากแก้ว
เยียมาบลุะเสบอย              เชองราค
ไฟราคดาลแพร้วแพร้ว          พร่างตา ฯ

๓๐ เยียมาเยียจากเจ้า        กูเจ็บ
เห็นรหนโหยหา                จไจ้
เยียมาเยียหนามเหน็บ         อกอยู่
อกอยู่เพราะน้องไห้            ตากตน ฯ

๓๑ เยิยมาเรือเก้ากู่            การุญ ย่านนา
นบเทพอรชุนบน                บอกถ้อย
มือพันพ่อมีบุญ                  แลส่อง ดูรา
เชอญพ่อเด็จดวงช้อย          ซาบศรีสํศรี ฯ

๓๒ เยิยมาเรือล่องใกล้        กรยนสวาย
สวายสวาสดิธรณีนาง          มิ่งไม้
เพล็จพวงดุจดวงถวาย         ทุกกิ่ง ไซ้แฮ
แม้นม่วงรศฟ้าไล้               ลูกหวาน ฯ

๓๓ มุ่งเหนน้ำหน้าวิ่ง         วยรตา แลแม่
ถนัดม่วงมือนางฝาน          ฝากเจ้า
เททรวงทุเรมา                บางภูด พี่แม่
หมากพูจรู้ลับเล้า              พูจพราง ฯ

๓๔ ต้นไม้ชรลูดลิ้น           บ่มี แม่ฮา
ถามข่าวนวลนางฤา           พูจได้
รฦกกระลาศรี                  เสาวภาค กูเอย
สารส่งงทุกต้นไม้              ลนนลุง ฯ

๓๕ อาเมจยรจากเจ้า        กินใจ บานี
ยรรย่อนทงงเพาะพุง          พร่นนกว้า
อาเมอยู่ฉันใด                  ดวงสวาสดิ กูเอย
นอนน่งฤาให้ผ้า               ผูกแด ฯ

๓๖ เยียมานิราษร้อน         ไฟกาม
ลุะบมีเลอยแล                  รยกฟ้า
ศรีมาสำโรงงาม                อายแก่พี่แม่
ถนัดสำโรงเจ้าถ้า              อกโรง

๓๗ รฦกน้องน้อยแง่          ลีลา ฤาแม่
ผืนแผ่นบโยงฤา               อยู่ได้
แลที่ร่ำไพตา                   เลงโลกย พูนแม่
แผ่นผูกแมกฟ้าไว้              จึ่งคง ฯ

๓๘ ศรีมาพิโยคพื้น            รัตนภูม
ถนัดดุจพระภูมผจง            แผ่นแผ้ว
เล็งแลเยิยฟ้าฟูม               ชลเนตร
เพราะพี่เจ็บเจ้าแคล้ว          คลาศไกล ฯ

๓๙ ศรีมาเทวศศร้อย         สงสาร
ทุกย่านอกฟูมไฟ              น่าน้อง
ศรีมาองงคารฉมัก            ฉมวยใหญ่
แลลบับไล้ท้อง               ท่งขยว ฯ

๔๐ เนื้อเบื้อละไล่ล้ำ         สงงขยา
ควายประชลเพราะพรยว     ตื่นเต้น
กวางทราบประนงงหา       หวงเถื่อน
บางลวบบ้างเหล้นบ้าง      ง่าเงย ฯ

๔๑ รฦกชู้แก้วเกื่อน         ใจตาย แลแม่
รยมร่างเปนต้นเลอย         น่าน้อง
เลือดตายิ่งฝนราย            ราย่าน
อกพี่พ้นฟ้าร้อง                 รยกศรี ฯ

๔๒ ต้งงใจรักษเจ้าอาจ     อุปรมา ถึงฤา
ชีไฝ่ยามปูปี                  ไป่แล้ว
ดวงดยวแม่คงตรา           ไตรโลกย กูเอย
ดินและฟ้าได้แก้ว            ก่อโฉมเกลาโฉม ฯ

๔๓ ฝ่ายสยงสุโนกไห้       หานาง แม่ฮา
รยมทนนทึงแทงโลม        ลิ่นเล้า
มาดลบำรุะคราง              ครวญสวาสดิ
ให้บำรุะหน้าเหน้า            จอดใจ ฯ

๔๔ บำรุะบำราษแก้ว       กูมา
จักบำรุงใครใคร              ช่วยได้
บรับบเร่อมอา                บ่ร่าง ละเลอย
โอ้บเร่อมน้องให้             ไฝ่เหนสองเหน ฯ

๔๕ รยมมาบสว่างไข้        ขวนนบิน บ่าแฮ
กระอืดอกเซนเซน            ช่วยเหน้า
ลุจุงจรลึงยิน                  จรหล่ำ แล้วแฮ
อ้าจรลึงรักษเจ้า              จำงาย ฯ

๔๖ จรลิวไต้ฟ้าต่ำ           เตือนยาม
โหยบเหนสายใจ             จรคล้าย
บลุแม่เมากาม                กาเมศ กูเออย
ลพี่หว้ายน้ำหน้า              มืดเมา ฯ

๔๗ มาทุ่งทุเรศพี้            บางเขน
เขนข่าวอกนํเฉลา            พี่ต้งง
ปืนกามกระเวนหวว          ใจพี่ พระเออย
ฤาบให้แก้วก้งง               พี่คงคืนคง ฯ

๔๘ กำศรดสร้อยฟ้าคลี่      ควรรักษ ฤาแม่
รอยอยู่แรมรศรงค์            พี่เต้า
ศรีมาย่อมดักดัก              ใจจอด คืนนา
คร่นนกล่าวคร่นนให้เกล้า     เกลือกเรือ ฯ

ที่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks4.htm
หัวข้อ: Re: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:48:01 pm
๔๙ ศรีมาใจขาดข้อน           ทางวนน
แลลนนลุงเหลืออก              น่าน้อง
ศรีมาย่อมรับขวนน               แขวนปาก ไซ้แม่
ดาลตื่นตีอกร้อง                   ร่ำหารนหา ฯ

๕๐ ฤารยมให้ชู้พราก             กนนเพรง ก่อนฤา
กรรมแบ่งเอาอกมา               ด่งงนี้
เวรานุเวรของ                      พระบอก บารา
ผิดชอบใช้นี้หน้า                   สู่สํสองสํ ฯ

๕๑ เยียมาสํดอกแห้ง           ฤทย ชื่นแฮ
เครงย่อมถงวลถงํอก            ค่ำเช้า
เยียมาเยิยไกลกลาย            บางกรูจ
ถนัดกรูจเจ้าสระเกล้า           กลิ่นขจร ฯ

๕๒ รศใดด้าวหน้าดุจ           รศผํ แม่เลย
ผมเทพสาวอับษร               รูปแพ้
พระเออยเมื่อสองสํ              สุเกษ นางนา
บนขอดกลางเกล้าแก้           จ่ำเลอย ฯ

๕๓ เยียมาพิเศศพี้               บางพลู
ถนัดเหมือนพลูนางเสวอย       พี่ดิ้น
รยมรักษเมื่อไขดู                 กระหนยก นางนา
รศรำเพอยต้องมลิ้น              ล่นนใจลานใจ ฯ

๕๔ เรือมาจยรจยดใกล้         ฉมงงราย
ฉมงงนอกฉมงงใน               อกช้ำ
ชาวขุนสรมุทรหลาย             เหลือย่าน
อวนหย่อนยงงท่าน้ำ             ถูกปลา ฯ

๕๕ กล้วยอ้อยเหลืออ่านอ้าง    ผักนาง
จรหลาดเลขคนหนา               ฝ่งงเฝ้า
เยียมาลุดลบาล                    รมาต
ถนัดรมาตเต้นเต้า                  ไต่ฉนยร ฯ

๕๖ ชรดือดาษชุ้งชื่อ             ปลอมแปล
ไพรพนํอากยร                      แรดร้อง
ดวงดยวจากจยรแด               ยรรสวาดิ
นอนน่งงฤาไห้พร้อง                เพื่อนใคร ฯ

๕๗ ดวงดยวบววมาศแพ้          พิมทอง พี่เออย
รยมบหลับใหลหา                  ค่ำเคี้ย
ดวงดยวแม่มองหน                 หาพี่ พู้นแม่
ใครช่วยชูเกล้าเกลี้ย                กล่อมแถง ฯ

๕๘ รยมรักษสุดที่อ้าง              เอวสมร แม่อา
กามลนนลุงลานแด                  เดือดไหม้
เยียมาเทพสาคร                     ครวญสวาดิ
สยงสาครร้องไห้                     ส่งสยงสุดสยง ฯ

๕๙ มุ่งเหนดยรดาษสร้อย          แสนส่วน
แมนม่วนขนุนไรรยง                  รุ่นสร้อย
กทึงทองรำดวรโดร                  รศอ่อน พี่แม่
ปรางประเหล่แก้มช้อย               ซาบฟนน ฯ

๖๐ เยียมาแอ้วใส้ย่อน              บางฉนงง
ฉนงงบ่อมาทนนสาย                แสบท้อง
ขนํทิพยพงารงง                      รจเรข มาแม่
ยินข่าวไขหม้อหน้อง                อิ่มเอง ฯ

๖๑ ด้าวห้นนอเนขชื้อ              ขนํขาย
วอนว่อนเลวงคิด                    ค่าพร้าว
หมากสรุกซระลายปลง             ปลิดใหม่
มือแม่ค้าล้าวล้าว                    แล่นชิงโซรมชิง ฯ

๖๒ มลักเหนน้ำหน้าไน่             ไนตา พี่แม่
รยมตากตนติงกาย                   น่าน้อง
ลนนลุ ํพี่แลมา                        บากจาก
จยรจากตีอกร้อง                     รยกนางหานาง ฯ

๖๓ ลนนลุงสองฟากฟุ้ง              ผกาสลา
โดรลอองอบตาง                     กลิ่นเกล้า
รอยมือแม่ธารทา                     หอมหื่น ยงงเลอย
จนนทนกระแจะรศเร้า                รวจขจร ฯ

๖๔ เสียดายหน้าช้อยชื่น            บววทอง กูนา
ศรีเกษเกศรสาว                       ดอกไม้
มาดลบนนลุะนอง                      ชลเนตร
ชลเนตรชู้ช้อยไห้                     ร่วงแรงโรยแรง ฯ

๖๕ ขอมเพรงบงงเหตุเต้น           ตัดหวาย
หวายเท่าแทงตนขอม                ตอกต้อง
ขอมถือทอดตนตาย                   ดด่าว
ห้ยมว่าเพรงใดพร้อง                   ที่น้นนหวายยงง ฯ

๖๖ สระเหนาะหน้าเจ้าแว่น           ไวจนน
ปางจากอยุทธยานาน                 จึ่งเต้า
สระเหนาะกรรายนน                    อกหย่อน
เมรุทุเท่าหน้า                          กำศรวญ ฯ
* * *
๖๗ รฦกรศช้อยซาบ                  พระทนต
อวายปากไปนารศ                     รอจเร้า
มิลุะแล่งตนเปน                         สองซีก
ซีกหนึ่งไว้น้องเหน้า                    หนึ่งมา ฯ
* * *
๖๘ รฦกหน้าช้อยชื่น                 บววทอง กูนา
หอมหื่นใครเหนตา                    ภู่ได้
รฦกดลหลับสองนํ                     นาภิศ กูนา
ยยวอยู่หาชู้ใช้                         อื่นตาง ฯ

๖๙ โกกิลกรวิกษอ้ยง                 ยูงยาง
จับกิ่งยูงยางเยาว                      เพื่อนพร้อง
พละลบกัลโหยลาง                     โลมลูบ
จับกิ่งยางแล้วร้อง                      ไร่เฌอ ฯ

๗๐ ปารนี้แก้วข้าตื่น                   ฤาหลับ อรเออย
นอนน่งงฉนนใดดู                      ด่งงนี้
ยอมือบนนทับอก                      โดยแม่ กูเออย
เจ็บยิ่งล้ำพ้นผี้                           หมื่นทวีแสนทวี ฯ

๗๑ เยียมาบางผึ้งแผ่                 รวงรยง
ถนัดแผ่นธรณีปาน                     แผ่นผึ้ง
เหอรหวรทรหึงสยง                    ตววต่าง
ยยวตววแตนขึ้ง                        ต่อแตน ฯ
* * *
๗๒ ปารนี้อรเช้าแม่                  เกลาองค์ อยู่ฤา
ต่างกรดานจตุรงคมยง               ม่ายม้า
ฤาวางสกาลง                         ทายบาท
ฤากล่าวคำหลวงอ้า                  อ่อนแกล้งเกลาฉนนท ฯ


ที่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks6.htm
หัวข้อ: Re: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 12:56:09 pm
๗๓ อันเชิญอาทาษท้าว             เทียมสอง
เหาะบันหารโฉมฝัน                   ฝากแก้ว
ถนัดเรียมตื่นตามอง                   เหนอื่น
พอผุดลุกฟ้าแผ้ว                       มืดมลาย ฯ
* * *
๗๔ พระเออยสรโรชสร้อย           ศรีสรง กูนา
ตระบอกบววศรีไส                     กลีบกล้ยง
พระเออยคร้นนเหนหงษ               สอนย่าง น้นนนา
ศรีกระไดเล้าล้ยง                       ลูบโลม ฯ
* * *
๗๕ พระเออยน้ำหน้าหล่งง            เหลือสินธุ โสดแฮ
ยากอยู่ทงงวนจำ                       จวดเจ้า
พระเออยจงเตือนกิน                    เตือนอยู่ บ้างฮา
เจ็บจรเทอญทนเศร้า                   สุดหมอง ฯ
* * *
๗๖ รักเนื้อชรอ่อนเนื้อ                  เขมนเขมา อยู่นา
แถงถงาดมุดดาดัด                      ดอกไม้
ดำแดงบภักเอา                          วยรมาศ เจอมนา
เดอรดุจล้วงใส้                           ร่าวยนน ฯ
* * *
๗๗ รฦกแก้วกินสี้                        นางสอง ไซ้แม่
อร่อยสรทึกถนำ                          ปากป้อน
จนนท์จรุงออกธารทา                   ยงงรุ่ง
บยายยวเนื้อร้อน                         เร่งวี ฯ

๗๘ แม่วีชู้ช้อยชุ้ง                      นอนหลับ แลแม่
ตื่นมเมอหาศรี                            แอบข้าง
ถอนมมือบนนทับหลงง                 โลมลูบ กนนนา
รยมตื่นชํเจ้าค้าง                         ค่างเชอย ฯ

๗๙ แก้มกล้ยงขจรทูปฟ้า               ชวยฉํ แม่ฮา
ถนัดอยู่ในฝนนเลอย                      ไป่แล้ว
รฦกคนนหลับนํนวล                       นาภิศ นางแม่
ถนัดมเมอคล้ายแคล้ว                     แก่ตา ฯ

๘๐ เมื่อมาแก้วพี่ปลิด                    ปล่ยนแด พี่แม่
ขวนนอยู่อยุทธยาตน                     ต่างหม้าย
รฦกกระลาแถง                            จยรจาก เจบมา
รยมร่ำหว้ายฟ้าหว้าย                     แผ่นดิน ฯ

๘๑ เยียมาปิ้มปิ้มปาก                   พระวาล
พระหากวานวงงสินธุ                      คว่างคว้าง
สมุทรพิศารลิว                             คิววคว่งง แลนา
แลชรเลลานท้าง                          ทุลาย ฯ

๘๒ ล่วงฦกสุดหย่งงพ้น                  คณนา
รลอกพรยนพรายดู                         แพร่งน้ำ
เยียมาเยิยสุดตา                           แสนโยชน์
เรือแล่นผ้ำผ้ำผ้าย                         ผ่าวใจ ฯ

๘๓ เยียมาลิงโลดฟ้า                     ฟองฟัด
สยงสมุทรครางใคร                        อยู่ได้
เยียมาตระบัดลํ                            ลิวล่าว    แลแม่
เดือนยี่หนาวชักไส้                        ฉ่ำช่วย ฯ

๘๔ เยียมาน้ำหน้าคล่าว                  ครางตาย พี่แม่
รยมรทวยตีนมือ                            มืดหน้า
เยียและพี่ใจหาย                           หววหาด
เงาชรแลไล่ฟ้า                              ม่ายมยง ฯ

๘๕ เยียมากระดาษท้ง                    ขาวขยว อยู่นา
ววู่สยงลํลง                                  ล่นนไส้
เยียมาเยิยแลหลยว                        ชรอ่ำ
ชรอ่ำอกฟ้าไข้                               ข่าวตรอม ฯ

๘๖ มุ่งเหนอรรถ้ำท่ง                       ทิวเขา
เขาโตกอำภิลจอม                           แจกฟ้า
สรมุทรเงื่อนเงามุข                           มยงม่าย
ดูดุจมุขเจ้าถ้า                                ส่งศรี ฯ

๘๗ มุ่งเหนลล่ายน้ำ                       ตาตก แม่ฮา
เกาะสรชงงชลธี                            โอบอ้อม
บลักเหนไผ่รยงรก                          เกาะไผ่ พูนแม่
ขยวสระดือล้ำย้อม                          ญอดคราม ฯ

๘๘ ระฦกรศน้องไน่                        ในตา พี่แม่
เออสมุทรอยงกาม                         กล่อมเหน้า
เยียแลลนนลุงมา                           บางค่อม
ถนัดค่อมน้อยข้าเจ้า                        ส่งงจนนทน์ ฯ

๘๙ จากมาแก้วพี่ห่อม                     หิวใจ แลแม่
คร้นนกล่าวโหยหนนอก                    สู่ฟ้า
ตนดยวแบ่งตับไต                           สองภาคย
รลอกจนน่าเจ้า                              หน่วงหลงง ฯ

๙๐ ตนดยวมาจากเจ้า                      เจบอก อ่อนเออย
เรือกลอกกลางวงงใจ                       ขาดขว้ำ
จากนางยิ่งตนตก                            เมรุมาศ
รลอกล้ำฟ้าซ้ำ                                ซ่านดิน ฯ

๙๑ จากมาสายสวาดิไว้                     อยุทธยา แลนา
อกเปล่าอกสายสินธุ์                          หากรู้
ลุะดานกนนชาววา                            ลวงใหญ่ แล้วแฮ
วาลยิ่งสารสับสู้                                เสริฐชล ฯ

๙๒ วาลเลขลํไล่ปรุ้ย                         ไปมา
วารถ่าววยรวงงวล                             ลล้าว
วาลโทลประลองปลา                         ปลักปล่น
หางกวาดหววแอ้วอ้าว                        ปากปาม

๙๓ เยียมาม่ายน้องขวล                       ขวายแด แลแม่
นอนน่งงฤากวนกาม                            แกว่งไส้
ลุกยืนวงงเวงแล                                 ลิวโลด
คืนน่งงลห้อยไห้                                บ่ำบวง ฯ

๙๔ พระเออยสระโรชท้อง                     ชลธี ท่านแฮ
เชอญเทพมาทับทรวง                         ที่ร้อน
แมนเมขลาศรี                                    เสวยภาคย กูเออย
มาแม่อย่าทนนข้อน                             ขาดใจข่นใจ ฯ

๙๕ ไหว้เจ้ารักษาฝากน้อง                     นางรักษ พี่ฮา
พรัดพิพรายหลงงใคร                             บ่รู้
ต้งงใจเท่าเจบหนัก                              ในแม่ พูนแม่
ยยวกลอกกล่นนใจชู้                              ตากตาย ฯ

๙๖ โอ้อกสระแอ่แก้ว                           กูมา แม่ฮา
เยียพรากพรัดเพรางาย                          เยี่ยแคล้ว
พลบค่ำลนนลุงหา                               สายสวาดิ คืนแม่
สยวยิ่งสาวใส้แก้ว                               ผ่านเผา ฯ

ที่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks8.htm
หัวข้อ: Re: โคลง-กำสรวลศรีปราชญ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 05, 2009, 01:05:53 pm
๙๗ ไกรพรยงตววอาจเต้น            เห็จเหน
สาวเชือกชักเรือเรา                    พี่ร้อง
นางนุชแม่มวยเพญ                     พิโยค กูเออย
ยามหนึ่งไกลน้องค้ำ                    ขวบปี ฯ

๙๘ ฝ่ายสยงสุโนกไห้                  หานาง
วว่องวยรดาศรี                           ผ่าวพ้น
มาลุะดำบลบาง                          นายหญี่
นายหญี่โซรเหล้าต้น                    ช่างโซร ฯ

๙๙ หลายผู้ผํคลี่กล้ยง                  จำยาม
เมามี่อยงโอนหวว                       ผูกผ้า
ถนัดสาวสมุทรตาม                      ตวงแพ่ง
ชาวพี่พยงถ้วมหน้า                      รากรณ ฯ

๑๐๐ เรือมามาแบ่งแก้ว                กูไกล
ไกลตื่นตำบลมา                         ลห้อย
เยียมาเยิยไฟฟูน                         อกพี่ นาแม่
ขอพี่เหนหน้าน่อย                       หนึ่งเจ้ายาใจ ฯ

๑๐๑ เรือมามาที่ท้าง                   สวาโถกน
คร่นนพี่ถึงโถกนไท                      แม่เต้า
บเหนยิ่งไฟโรน                          รุ่นสวาดิ
อกพี่ดาลร้อนเร้า                         ยิ่งรามไกรราม ฯ

๑๐๒ รามาธิราชใช้                     พานร
โถกนสมุทรวายาม                      ย่านฟ้า
จองถนนเปล่งศิลปศร                  ผลาญราพ (ณ์)
ใครอาจมาขวางฆ่า                     ก่ายกอง ฯ

๑๐๓ เพรงพรัดนรนารถสร้อย           ษีดา
ยงงขวบคืนสํสอง                        เศกไท้
สุทธนูประภาฟอง                        ฟัดจาก จยรแฮ
ยงงคอบคืนหว้ายได้                    สู่สํสองสํ ฯ

๑๐๔ ผยองม้ามณีกากเกื้อ             ฤทธี ก็ดี
สองสู่สองเสวอยรํย                      แท่นไท้
เพรงพินธุบดีพรัด                          พระโฆษ
ขอนขาดสองหว้ายไส้                   จากจยร ฯ

๑๐๕ พร่ำพบมาโนชเนื้อ               นางเมือง
สองสู่สํมณฑยร                         แท่นแก้ว
เท่าบาเปล่าเปลองอก                 ในอ่อน อรแม่
สองพรากพรัดแคล้วชู้                   ชำงือ ฯ

๑๐๖ เท่าบาแส้วไส้หย้อน             ในนาง ไซ้แม่
ครางอยู่ฮือฮือตา                        เลือดไล้
เท่าบาจากอกคราง                     ครวญแม่
รยมเท่าหววใจให้                       แม่ดิ้นโดยดู ฯ

๑๐๗ บได้กล้ำเข้าแต่                  วนนมา
กลืนแต่ยาคูกวน                        กึ่งช้อน
รฦกกระลาพิม                           พระมาศ กูเออย
ดาลกนนหายเร้าร้อน                   ราคคืน ฯ

๑๐๘ เยียมามาให้สวาดิ               จำรศ
ถนัดดุจวานใจฝืน                       ฝากน้อง
ชลธีรนนทดเลือน                       รลอก
เรือเยิยเต้นน้ำต้อง                      ตื่นพยง ฯ

๑๐๙ โออกสดวกไส้                   เสาโขดง
ลํโบกใบบินอยง                        แล่นผ้ำ
ขทิงทองรนนทดโยง                  ลยวแล่ง
ลํช่วยขวาซ้ายล้ำ                       แล่งเรือ ฯ

๑๑๐ สลาตนนตราษหน้าแต่ง         พลยุทธ
ลํสเภาลํเสือ                             ต่างต้อง
ตรึงตราโขดงทรุด                      ปลงยาก
สายสมุทรไห้ร้อง                       รยกศรี ฯ

๑๑๑ น้ำหน้าสองฟากฟุ้ง              ผกาแจรง
ฟองฟ่องตามตีอก                       คลื่นเคล้า
รนนชลรนนแชงอึง                     อากาศ
เรือยิ่งอยงน้ำเข้า                        ขาดใจข่นใจ ฯ

๑๑๒ พนนฦกน้ำบ่าสาด               พกเพญ มาแม่
เรือคระแครงตับไต                     ขาดขว้ำ
สัดจองกำเบญบก                      พกพึ่ง แล้วแฮ
อกพี่อกฟ้าช้ำ                           ช่วยตรอมรยมตรอม ฯ

๑๑๓ เลงแลตลึงแกล้ง                 เกลาสาร แม่ฮา
นพเทพชํชอมทุก                       ย่านย้งง
พระเออยจำศรีคราญ                    คืนคอบ สํรา
อย่ารยกลํให้พล้งง                       พลยกเรือลงเรือ ฯ

๑๑๔ พระเออยได้ชู้ชอบ               ใจจง ฤาแม่
อย่าเล่นลํพัดเหลือ                      พร่นนกว้า
พระเออยชุ่งอรองค                      สํพี่
อย่าโบกโบยลํบ้า                       เฟื่องฟองฟูมฟอง ฯ

๑๑๕ สัตยาบัดม้วยมี่                   สยงสินธุ แลแม่
สาวสมุทรนองเนือง                     เน่งน้ำ
อารักษร่วมรักยิน                        อาราทธน แล้วแม่
ใส่ส่างอกฟ้าล้ำ                          ดาษดยร ฯ

๑๑๖ อัศจรรย์โอ้อำนาจ                สารสัตย ไซ้แม่
ฟองอย่าฟัดฟยนภํ                        แล่นแล้
ขนัดตราตระบัดเขน                      โขดงเล่า
ชาวเพื่อนพรัดกว่าแก้                    อยู่บางนอนบาง ฯ

๑๑๗โออกครวญเคร่าถ้า                เรือมูน มากแฮ
ลุะรุ่งรางราศรี                             โศกเศร้า
รฦกแม่มาธูร                               ทุเรศ กูเออย
เอาสใบชู้ช้อย                             หํ่ตาง ฯ

๑๑๘ รฦกเนื้อกรรเกษสร้อย             สาวสวรรค กูเออย
กรกอดหมอนเหมือนนาง                 ร่ำไห้
รฦกกำจรจนนทน์                         อายโอษฐ พู้นฦา
ทรงกรรแสงไจ้ไจ้                        จั่นจวญ ฯ

๑๑๙ อ้าน้องมาโนชเนื้อ                 นางกระษัตร พี่เออย ฯ
ศรีกระไดเครงครวญ                      ค่ำเช้า
อ้าอวรศยรสยดทัด                       มาลยมาศ กูเออย
ศรีกระไดกล้ววเกล้า                      กลิ่นฉํ ฯ

๑๒๐ อ้าท้าวอ้าทาศแก้ม                 เปรมปราง
ศรีกระไดเชอยชํ                           ช่างย้ำ
อ้าอวรละไมยนาง                          นวลนารถ กูเออย
ยยวกอดนักเนื้อช้ำ                        พี่ถนอม ฯ
* * *
๑๒๑ ดวงดือนาภิศน้อง                    นางสวรรค กูเออย
กระแหน่วแนวนาภี                          พี่ดิ้น
ใครเหนออรเอววรร                         ใจวาบ วางฤา
ปานปีกน้อยน้อยริ้น                         ฤาร้างกลววตาย ฯ

๑๒๒ ตีนหลงลงแล่นเต้น                   ตามหลงง
หลงงไล่ตามขมองโกรย                    ตื่นเต้น
บงงกงทุกงงฉลาม                           เหนโห่
งวงฉนากคลุกเคล้าเคล้น                    เฟื่องฟอง ฯ
* * *
๑๒๓ เรือมาฟองฟ่องฟ้อน                   กลหงษ
จงงกูดต่างตีนกวัก                           แกว่งน้ำ
กางโขดงยรรยงกล                          กางปีก
สยงสมุทรล้ำฟ้อน                            ย่านยาว ฯ

๑๒๔ เจบจากเจบอีกอู้ม                    อกเรือ
เจบจากสาวสาคร                            เคลื่อนดิ้น
เจบจากพี่เจบเหลือ                          อกอ่อน พูนแม่
อกอ่อนอกฟ้าปลิ้น                            เปล่าใจ ฯ

๑๒๕ รยมมาเรือร้อนท่ง                     บางสบู
ถนัดด่งงสบูบงงใบ                            แม่เร้น
รยมรักษพูดโดยดู                            สายสวาดิ
มาย่อมหลายชู้เหล้น                         เพื่อนตน ฯ

๑๒๖ กระไดเอาอาตมแก้ว                  พรีเพา ไซ้แม่
จยรจากบางคลครวญ                        ใช่น้อย
กระใดเงื่อนเงาเดือน                         โดยย่าง
นอนน่งงนางพร้องถ้อย                       ดุจดยว ฯ

๑๒๗ ถนัดแก้วกู้ต่าง                         เรือตาม
แครงย่อมพรายหลยวหยุท                  อยู่ถ้ำ
ลุขนบดุจขนบกาม                            พระพี่ พี่แม่
เรือเยิยมาช้าชู้                                เยิยนาน ฯ

๑๒๘ (เยิยมาล่วงลับ)หลี้                    เลอนาง แลแม่
คร่นนรฦกใจลาญ                             ลห้อย
บางสุตายภาคยพาง                           ถนัด
ถนัดภาคยชู้ช้อย                              แก่ตา ฯ
* * *
๑๒๙ สารนุชนี้แนบไว้                       ในหมอน
อย่างแม่อย่าควรเอา                         อ่านเหล้น
ยามนอนนารถเอานอน                       เปนเพื่อน
คืนค่ำฤาได้เว้น                               ว่างใด ฯ

ที่่มาจาก http://www.geocities.com/Paris/Jardin/9351/ks10.htm