ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตพระลอ  (อ่าน 52476 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:01:31 pm »

พระลอสั่งงานเมือง เตรียมทัพ ร่ำลามเหสีแลสนมนางใน

    ในตอนร่ำลามเหสี มีโคลงบทหนึ่งซึ่งคล้ายกับใน "ลิลิตเตลงพ่าย" (ปัจจุบันใช้ "ตะเลง") ตอนพระมหาอุปราชเข้าไปล่ำลาพระมเหสีเพื่อสู่ศึกโยธยา ซึ่งข้าพเจ้าออกจะชอบมากกว่า อยู่เล็กน้อย อ่านช่วงนี้ทีไรก็นึกสงสารพระมหาอุปราชา
ความว่า..
    o จำใจจำจากเจ้า    จำจร
จำนิราศแรมสมร    แม่ร้าง
เพราะเพื่อจักไปรอน    อริราช แลแม่
จำทุกข์จำเทวศว้าง    สวาดิว้าหวั่นถวิล


________________________________

ร่าย
    o โองการสั่งมนตรี ผู้ภักดีต่างใจ อยู่ระไวต่างองค์ ดำรงรั้งรักษา ภาราเราจงบำรุง ผดุงราษฎร์อย่าให้เคือง ศัตรูเมืองเร่งบำบัด หนึ่งจอมกษัตริย์แก่นไท้ ถนอมบาทบงกชไว้ เหมือนเมื่อเที้ยร กูยัง ฯ

ร่าย
   o แล้วตรัสสั่งขุนพล พวกพหลเหี้ยมหาญ เร่งเตรียมการพยุหบาตร จัตุรงคราชเรืองรบ ครบทุกหมู่ทุกหมวด ตรวจให้สรรพโดยเขบ็จ จัดให้เสร็จโดยขบวร กูจักยวรยาตรเต้า ในวันรุ่งพรุ่งนี้เช้า แต่งตั้งเตรียมพลัน ฯ

โคลง ๒
    o เสร็จผายผันสู่ห้อง    เรือนหลวงโลมลาน้อง
อยู่เจ้าจงดี    แม่ฮา ฯ
    o เรียมจะลีลาศเต้า    อยู่แม่อยู่อย่าเศร้า
ไป่ช้าคืนสม    แม่แล ฯ
    o ลักษณวดีกรมทรวงสร้อย    ทุกข์แทบเลือดตาย้อย
เนตรน้ำนองนูน ฯ    
    o นบนิ้วทูลเจ้าหล้า    พระองค์อาจละข้า
บาทไว้ผู้เดียว    พระเอย ฯ
    o ทางไกลเปลี่ยวสัตว์ร้าย    ผีคนองหลอนคล้าย
ทำเล่ห์ให้เห็นตัว ฯ    
    o กลัวศัตรูฝ่ายหน้า    หลังพระเสียใจข้า
ดุจดับแก้วสองดวง ฯ    
    o ขอห้ามหวงเจ้าหล้า    อยู่ปกเกศเกล้าข้า
พระบาทท้าวอย่าไป ฯ    



สยายเกศเช็ดบาทไท้    ธิราชไว้เปนเฉลิม

โคลง ๔
    o สิ่งใดในโลกล้วน    อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง    เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง    ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้    ก่อเกื้อรักษา ฯ
    o จากนุชเรียมขุ่นไข้    อารมณ์ เรียมนา
จากที่สมไปสม    เกลือกแคล้ว
ผิจักอยู่อกกรม    เกรียมสวาท นาแม่
จำพี่จำจากแก้ว    ไป่ช้าคืนสม ฯ
    o พระไปแม้พระได้    สมสอง
ไหนจะคืนคงครอง    ครอบเกล้า
อย่าคิดอย่าจงปอง    สองปล่อย มาฤๅ
สองจักลองโลมเล้า    อยู่ว้าวังขัง ฯ
    o จำจากใช่จากด้วย    ชังสมร แม่นา
จากแม่รักฤๅรอญ    ขาดได้
เด็จบัวแม่เด็จอร    ยังเยื่อ ใยนา
ไปบ่ลืมน้องไท้    อย่าร้อนรนทรวง ฯ
    o สุดทานสุดทัดท้าว    สุดบุญ
ทรงโศกพักตรซบซุน    ร่ำไห้
เหนือบาทยุคลขุน    ครวญคร่ำ ไปนา
สยายเกศเช็ดบาทไท้    ธิราชไว้เปนเฉลิม ฯ
    o เห็นโศกเพิ่มโศกท้าว    กลอยนาง
พลางพระโลมนุชพลาง    ปลอบน้อง
อย่าโศกจะเปนลาง    ในพฤกษ์ ไพรนา
ดับทุกข์ดับเทวษข้อง    ขุ่นแค้นเสียโฉม ฯ
    o เสร็จโลมเสร็จสั่งเจ้า    จอมสนม
สนมอยู่อย่าเกรียมกรม    อกไหม้
ปวงนางรับคำคม    บัวบาท ท่านนา
ซบสอึกสอื้นไห้    แซร่ซร้องแรงโรย ฯ
    o เสียงโหยเสียงไห้มี่    เรือนหลวง
ขุนหมื่นมนตรีปวง    ป่วยซ้ำ
เรือนราษฎร์ร่ำตีทรวง    ทุกข์ทั่ว กันนา
เมืองจะเย็นเปนน้ำ    ย่อมน้ำตาครวญ ฯ
    o เห็นไห้ทุกหมู่ถ้วน    หญิงชาย
ใจสั่นรันทดกาย    ท่านไท้
สูเอยอย่ากรรหาย    เหิมโศก นักนา
ทุกข์นักมักเกิดไข้    มักไข้พลันตาย ฯ

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:04:22 pm »
คือ ขบวนทัพหลวง

    ในตอนนี้กล่าวถึงเรื่องภายใน แลบรรยายการจัดทัพไว้อย่างละเอียด
    เมื่ออ่านช่วงนี้จึงทำให้เห็นคล้อยตามที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ประทานอธิบายไว้ อันปรากฏในตอน "คำนำ" ที่ว่า... "... ผู้แต่งลิลิตพระลอเป็นผู้รู้ราชประเพณีและการเมือง ต้องเป็นบุคคลชั้นสูงอยู่ในราชสำนัก ประกอบทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญอักษรศาสตร์... " ได้เปนอย่างดี
________________________________

ร่าย
    o โศกเสื่อมคลายใจราช เสร็จสั่งนาฎสั่งสนม ถ้วนทุกกรมกำนัล ท้าวธบทันไสยา แสงจันทราโอภาส ดาราดาษดารก ตกต่ำคล้อยเจียนรุ่ง ผกายพรึกพุ่งอัมพรา ไก่ตื่นตาปรบปรือ ปีกกระพือขันเร้า เสียงดุเหว่าเกริ่นร้อง เสด็จสู่ห้องบังคน นางถวายชลเอางาร ภูบาลสู่ที่สรง ชำระพระองค์บนาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นลลุง ปรุงปนทองธารทรง ผจงสนับเพลาบวร ภูษาภรณ์เลื่อมลาย รัดพัสตรพรายไพจิตร พิศชายไหวยยาบ ชายแครงคาบเครือวัลย์ พิพิธพรรณเสื้อสนอบ รัดอุระรอบเรืองรอง สังวาลตรองตาบประดับ ทับทรวงแสงร่วงรุ้ง พลอยเพ็ชรพุ่งยรรยง ทรงทองกรจำรัส พาหุรัดรูปมังกรกลาย ธำมรงค์พรายเพริศแพร้ว มกุฎแก้วแสงใส ทรงพิไชยอาวุธเสร็จ บพิตรเสด็จนวยนาด ดั่งพระยาราชไกรสร จากศิขรคูหารัตน์ บัดถึงเกยบมินาน ขุนช้างชาญควาญขับ ประทับเทียบเกยแก้ว ทรงคอคชสารแล้ว เคลื่อนแคล้วพลพฦนท์ ฯ

โคลง ๒
    o แตรสังข์พิณพาทย์ฆ้อง    เสียงประโคมครื้นก้อง
แหล่งหล้ากรุงไกร ฯ
   

โคลง ๔
    o พระยาไชยนุภาพล้ำ    เลิศเหลือ
ชาญชำนิเศิกเสือ    ปราบแผ้ว
งามสรรพลักษณเจือ    ใจราช สงวนนา
ข่ายภู่รัตคนแพร้ว    เพริศพร้อมดาวทอง ฯ
    o สองขอยอยศไท้    มหิมา
ดูดั่งองค์อมรา    สู่หล้า
พาหนะดุจคเชนทรา    จอมเทพ เปรียบฤๅ
พลดั่งพลหยาดฟ้า    แหล่งหล้าสรรเสริญ ฯ

ร่าย
    o ธงหน้าเดิรนำพล ธงโบกบนสัญญา เคลื่อนพลดาโดยด่วน ถ้วนทุกหมู่ทุกหมวด ขุนตำรวจสารวัด จัดแจงเดิรคู่เคียง ม้าเดิรเรียงเดิรราย ขยายระยะโดยควร นายถือทวนหมายมาด ภู่แดงดาษปลิวปลาย สพายแล่งศรมหิมา เครื่องอาชายรรยง งามบรรจงเพริศแพร้ว ล้วนแก้วก่องแกมมาศ อัศวชาติสินธพ แลเลิศลบเผ่นผยอง ลองเชิงร้องเครงครื้น สู้ศึกยืนบ่มิพ่าย นายขี่ขับเข้มแขง ล้วนตำแหน่งยศเจ้าหล้า ขุนม้าหมื่นม้าครัน พันม้านายม้ามาก พิศโสภาคย์โสภา มากดาษดาแต่งแง่ แผ่ตนตามเจ้าหล้า แห่ไปหน้าก็มาก แห่หลังหลากเหลือหลาย แห่ฝ่ายซ้ายดาษดา แห่ฝ่ายขวาดาษเดียร พิศเพียนพร้อมงามสรรพ คณนานับบมิถ้วน ล้วนม้าลักษณ์ม้าเลิศ เฉกโฉมเฉิดแหล่งหล้า พิศยิ่งงามถ้วนหน้า ยิ่งม้าเมืองบน ฯ

ร่าย
    o แลพวกพลยรรยง ธงนำพลยยับ ดับกองร้อยกองพัน แห่กองกันกองแล่น แห่แหนแน่นขุนหมื่น ดูระรื่นมหิมา คณนาไปสล้าง พวกพลด้างพลดาบ พลกำซาบธนู ดูพลหอกพลห้าว ดูพลง้าวพลงาม พลเขนตามเสโลห์ โตมรสลอนปืนไฟ ย่อมพลไกรโอ่อ่า งามสง่าพรรณราย ไพร่เดิรนายเดิรดับ สำรับถ้วนขุนหาญ ขี่สารสูงแกล้วกล้า ดาบหน้าสลาบครุฑควร เดิรโดยขบวนแหนแห่ นายแวงแหล่เหลือหลาย นายแวงซ้ายแวงขวา นายแวงหน้าแวงหลัง แวงจัตุลังคบาท รักษาราชนฤบดี นายแวงสี่ตีนช้าง ข้างพระคชกรรกง แวงองครักษ์ตำรวจ กวดขันแหนแห่ห้อม ล้อมพระคชสำหรับ ขับทวิรถรัตนาสน์ พลหน้าดาษดูยง อลงกตกุญชร บวรวิภูษา เครื่องราชาธิราช งามถึงขนาดเพริศพร้อม งามเครื่องงามพลห้อม เสด็จไท้พระบาท ท่านนา ฯ



รายทางสู่สรอง คืนแรกนอกวัง รำพันถึงพระมเหสี

________________________________

โคลง ๔
    o พระองค์โอภาสเพี้ยง    ศศิธร
เสด็จดุจเดือนเขจร    แจ่มฟ้า
ดวงดาวดาษอัมพร    เรียงเรียบ
ดูดุจพลเจ้าหล้า    รอบล้อมเสด็จโดย ฯ
    o พระเล็งแลราษฎร์รั้ว    เรือกสวน เรือกนา
พิศไร่นานึกอวร    อ่อนไท้
ป่านี้รูปรอยครวญ    ถึงพี่
อกอ่อนรทวยไหม้    คร่ำแค้นใครโลม ฯ
    o จักไปบใคร่แค้ว    เทพี พี่เอย
จักใคร่คืนคิดศรี    ฝ่ายหน้า
ไปดีอย่าไปดี    ใดดั่ง นี้นา
คิดเร่งอ้างว้างว้า    ห่วงหน้าคิดหลัง ฯ
    o หนหลังเสาวภาคย์ล้วน    ความรัก
ยาหยูกเขาขลังนัก    ฝ่ายหน้า
จักคือพระลอลักษ์    ฤๅใคร่ คืนเลย
ตัดฝ่ายคืนเจ้าหล้า    แต่ตั้งจักไป ฯ


ร่าย
    o คลี่ไคลพลคล้ายคล้าย แลนา
เร่งผ้ายเร่งคลาดคลา แลนา ล่วงแดนนาแดนไร่ แลนา
ไต่ทางหลวงทางหลาย แลนา
กรายถิ่นฐานบ้านนอก แลนา
ต้นหนบอกตำบล แลนา
ให้หยุดพลเอาทัพ แลนา
ไพร่พรึบจับการจวน แลนา
แต่งตามขบวนเขบ็จ แลนา
ท้าวธเสด็จพพลาทอง แลนา
เสนานองนั่งเฝ้า ลอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวมหิมา ฯ

ร่าย
    o พี่เลี้ยงข้าถนอมบาท ชาวมหาดเปนกำนัล เฝ้าคั่งคัลโดยกำหนด พระสุริยลดลงต่ำ จะใกล้ค่ำรเรื่อย ลมฉ่ำเฉื่อยฉุนสมร พระภูธรคำนึง ถึงพระราชเทพี ลักษณวดีเพื่อนภิรมย์ โฉมสนมหนุ่มหน้า มือลูบอกโอ้อ้า ด่วนร้างเรียมตรอม อยู่แลฯ




โคลง ๔
    o เห็นเดือนดุจดั่งหน้า    เพาพงา พี่เอย
เรียมเรียกนงนุชมา    พี่ถ้า
เล็งแลเหล่าเห็นตรา    กระต่าย เปล่านา
เดือนยแย้มแย้มหน้า    ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o เห็นดาวเดียรดาษห้อง    เวหา
เหมือนหมู่สาวสนมมา    ใฝ่เฝ้า
พิศดูย่อมดารา    เรียงรอบ ไปนา
โอ้อ่อนสาวสนมเหน้า    หนุ่มร้างแรมสมร ฯ


โคลง ๒
    o นอนเดียวเปลี่ยวอ้างว้าง    กรกอดอกไห้ช้าง
จากชู้เมียไกล    อกนา ฯ
    o พิศไพรเพยียรวดเร้า    หอมกลิ่นกลกลิ่นเจ้า
พี่ฟุ้งหอมขจร    บารนี ฯ
    o นกสมสมรปากป้อน    ถนัดดั่งเจ้าเยียวอ้อน
อ่อนให้เรียมโลม ฯ    
    o คิดถึงโฉมอ่อนอ้า    ถนัดดั่งจะเห็นหน้า
หนุ่มเหน้าสุดใจ    พี่เอย ฯ
    o ฉันใดสองพี่เลี้ยง    บปากสักคำเพี้ยง
ดั่งใบ้ฤๅควร    นะพี่ ฯ
    o วานช่วยสรวลแก้หน้า    ชาวนอกฉันนี้อ้า
พี่เอ้ยวานดู    หนึ่งรา ฯ

โคลง ๔
    o เห็นบ้านบดุจบ้าน    เมืองเรา พี่เอย
เรือนโรงรุกรุยเขา    รูปร้าย
บเห็นที่จักเอา    สักหยาด เลยพี่
เห็นดั่งนี้สู้หม้าย    อยู่แล้ฤๅแล ฯ
    o พระเอยอาบน้ำขุ่น    เอาเย็น
ปลาผอกหมกเหม็นยาม    อยากเคี้ยว
รุกรุยราคจำเปน    ปางเมื่อ แคลนนา
อดอยู่เยียวดิ้วเดี้ยว    อยู่ได้ฉันใด ฯ
    o ยามไร้เด็ดดอกหญ้า    แซมผม พระเอย
หอมบ่หอมทัดดม    ดั่งบ้า
สุกกรมรำดวนชม    เชยกลิ่น พระเอย
หอมกลิ่นเรียมโอ้อ้า    กลิ่นแก้วติดใจ ฯ
    o สองนายสนองนาถพ้อ    ไปมา
พระหากเจรจาใจ    จอดน้อง
หัวใจหนึ่งโหยหา    สองเพื่อน แพงนา
ใจหนึ่งนึกนางห้อง    หนุ่มหน้าพระสนม ฯ

โคลง ๒
    o พระตนกลมแก่นไท้    กรกอดหมอนม่ายไหม้
สวาทว้าหัวใจ ฯ    
    o เดือนสุทธิใสส่องฟ้า    ลอบพิตรเจ้าหล้า
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ    

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:07:42 pm »
ชมป่า

    เปนตอนชมนกชมไม้ในป่า แสดงถึงความรอบรู้ในพรรณพฤกษาแลคณาสัตว์ ความเชี่ยวชาญอักษรศิลป์อย่างยิ่งของผู้ทรงนิพนธ์
มีการเปรียบเปรยแลเล่นคำอย่างวิจิตร สละสลวย "วัลย์โอบเอวไม้อ้า อ่อนอ้อมเอวเรียม"   "ลางลิงลิงลอดไม้ ลางลิง"
________________________________

ร่าย
    o คลี่ไคลพลผาดผ้าย แลนา คลับคล้ายถึงทุ่งนา แลนา คลับคลาถึงทุ่งหญ้า แลนา หัวหน้าเข้าพงเลา แลนา พลเทาถึงพงแฝก แลนา พงแขมแทรกคาพง แลนา ถึงป่าดงป่าแดง แลนา เห็นรแหงแหล่งไหล้ แลนา เห็นหมู่ไม้หนั่นหนา แลนา ราชาชมชื่นชี้ แลนา คือไม้หมู่นี้นี้ ชื่อโอ้นามใด แลนา ฯ

   


โคลง ๒
    o พลจรใจจำหมั้น    ทูลชื่อไม้นั้นนั้น
แด่ไท้ทุกอัน ฯ    
    o ครั้นธรู้ตระหนักแล้ว    ลอราชชมไม้แก้ว
เหมือนดั่งแก้วกลอยใจ    พี่นา ฯ


โคลง ๔
    o แอ่นเคล้าเหมือนแม่เคล้า    คลอคลึง พี่นา
หอมกลิ่นเรียมคิดถึง    กลิ่นเจ้า
สุกกรมพยอมพึง    ใจพี่ พระเอย
เหมือนกลิ่นอรหนุ่มเหน้า    พี่ต้องติดใจ บารนีฯ
    o นางแย้มเหมือนแม่แย้ม    ยินดี ร่อนา
ต้องดุจมือเทพี    พี่ต้อง
ช้องนางคลี่เกศี    นุชคลี่ ลงฤๅ
รักดุจเรียมรักน้อง    ร่วมรู้รักเรียม ฯ
    o ยมโดยประดุจเจ้า    จงโดย
ใบโบกคือนุชโชย    เรียกข้า
เรียมเห็นเกดเรียมโหย    หาเกศ นุชแม่
วัลย์โอบเอวไม้อ้า    อ่อนอ้อมเอวเรียม ฯ
    o เล็บมือนางนี้ดั่ง    เล็บนาง เรียมนา
ชมม่านนางหวังต่าง    ม่านน้อง
ชมพูสไบบาง    นุชคลี่ ลงฤๅ
งามป่านี้ไม้ปล้อง    แปลกปล้องคอศรี ฯ


ร่าย
    o พระลอเสด็จลีลา ชมพฤกษาหลายหลาก สองปลากข้างแถวทาง ยางจับยางชมฝูง ยูงจับยูงยั่วเย้า เปล้าจับเปล้าแปลกหมู่ กระสาสู่กระสัง รังเรียงรังรังนาน ไก่คราญไต่หงอนไก่ ไผ่จับไผ่คู่คลอ ตอดตอจับไม้ตอด ตับคาลอดพงคา คล้าคลาจงจับคล้า หว้าจับหว้าลอดแล คับแคจับแคป่า ดอกบัวล่าชมบัว กระเวนวังนัวกระเวนดง ช่างทองลงจับทองยั้ว แขกเต้าตั้วเต้าแขก ไต่ไม้แมกไปมา บ่รู้กี่คณาชมผู้ ขมพิหคเหิรรู้ เรียกร้องหากัน ฯ


โคลง ๔
    o กาจับกาฝากต้น    ตุมกา
กาลอดกาลากา    ร่อนร้อง
เพกาหมู่กามา    จับอยู่
กาม่ายมัดกาซร้อง    กิ่งก้านกาหลง ฯ
    o ตาเสือเสือผาดผ้าย    หนีทาง
กวางแนบหูกวางฟาน    ฟิดเร้น
ช้างน้าวหมู่บงทราง    ซอนอยู่
ช้างลอดอ้อยช้างเหล้น    ป่าลี้ลับดง ฯ
    o ลางลิงลิงลอดไม้    ลางลิง
แลลูกลิงลงชิง    ลูกไม้
ลิงลมไล่ลมติง    ลิงโลด หนีนา
แลลูกลิงลางไหล้    ลอดเลี้ยวลางลิง ฯ


ร่าย
    o หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก ปริงปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนามีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ แลนา ฯ


โคลง ๒
    o ไม้เครือไม้กุ่มก้อม    ค้อมเกี้ยวกลลำย้อม
ยอดม้วนใบงาม    บารนี ฯ
    o ดอกดวงซามช่อช้อย    หอมตลบอบสร้อย
เร่งน้อยใจถึง    แม่ฮา ฯ
    o คำนึงหลังห่วงหน้า    ใจพี่เพี้ยงเปนบ้า
เพื่อร้างแรมสมร    มาแล ฯ




เข้าด่านเมืองสรอง

    ถึงเขตแดนเมืองสรองให้ทัพหลวงกลับ คงเหลือผู้ติดตามสัก ๑๐๐ แลพี่เลี้ยงทั้ง สอง
    ปลอมตัวเปนขุ่นด่านเมืองสรองมาตรวจด่าน เข้าสู่สรองโดยราบรื่น
 
________________________________

ร่าย
    o พระพเนจรหล่ำ ได้หลายค่ำหลายวัน ถึงแดนอันจนิยต กำหนดพระราชสีมา ตั้งพพลาทัพหลวง ทั้งปักปวงป่าดาดาษ งามถึงขนาดควรชม ถ้วนทุกกรมมนตรี เฝ้าภูมีเดียรดาษ พระลอราชเจ้าช้าง จึ่งเอื้อนโองการอ้าง ดั่งนี้เสนา ฯ


     

โคลง ๒
    o จักลีลาไปช้า    สูทั้งหลายนี้อ้า
กลับบ้านสำราญ    ก่อนเทอญ ฯ


โคลง ๔
    o มานานจรหล่ำแล้    ถึงแดน
ควรส่งพลแสนคืน    สู่หย้าว
ทุกคนเอนดูแคลน    ครวญลูก เมียนา
กูคนึงถึงท้าว    เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
    o มนตรีต่างเนตรไหว้    บทมาลย์
จบบาทธุลีธาร    ใส่เกล้า
ขอพระจงอยู่บาน    ใจก่อน พระเฮย
สามสี่วันพระเจ้า    จึ่งให้พลเมือ ฯ
    o นานนักกว่าชิ่นแล้    มนตรี
ไปพรุกควรพอดี    อย่าช้า
ครั้นนานราชธานี    เราเปลี่ยว อยู่นา
เยียวออกท้าวเจ้าถ้า    ข่าวถ้าฟังสาร ฯ
    o ซร้องนิ้วนบบาทไท้    บุญขจร
ไหว้อยู่สลอนต่าง    ดอกไม้
เสมอสัตวภูธร    ชุบปลูก ไส้พ่อ
ทุกสิ่งเหนือหน่อไท้    ก่อเกื้อทุกอัน ฯ
    o ขอโดยเสด็จราชไท้    ทรงธรรม์
คืนขอบเสวยไอศวรรย์    ผ่านหล้า
ผิไปแลถึงกรรม์    ดีกว่า คืนพ่อ
ยากสิ่งใดไส้ข้า    คิดได้อาสา ฯ
    o ไปหน้าคิดใคร่ไส้    คืนหลัง
เกรงแผ่นดินเกรงทัง    ออกท้าว
สูเคยเมื่อกูยัง    ครองแผ่น ดินนา
ครองแผ่นดินทุกด้าว    อย่าให้ใครแคลน ฯ
    o ฝากเมืองช้างม้าไพร่    พลหลวง
ฝากนอกในทั้งปวง    แหล่งหล้า
อย่าลืมหมั่นไตรตวง    ผิดชอบ ดูนา
ฝากออกท้าวเจ้าฟ้า    ผากแก้วกลอยสมร ฯ
    o สั่งมนตรีถี่ถ้วน    ทุกกรม
รับราชโองการสม    ใส่เกล้า
น้ำตาถั่งอารมณ์    รักราช แลนา
ขอบพิตรพระเจ้า    อย่าช้าเสด็จมา ฯ
    o สูถึงพระบาทไท้    ชนนี ท่านนา
ทูลว่าจอมกษัตรีย์    ลูกไท้
เสวยสวัสดิ์สำราญมี    สุขอยู่ ไส้นา
โอนมกุฎเกล้าไหว้    พระบาทเจ้ากูมา ฯ
    o แล้วสูไปไหว้แจ่ม    จอมกษัตริย์ พี่เอย
ทูลว่ากูเสวยสวัสดิ์    ห่อนไข้
จักพลันสู่สมรัตน์    ชาเยศ ไส้นา
อย่าลห้อยไห้ให้    อยู่ถ้ารับเรียม ฯ


ร่าย
     o ธก็ให้เตรียมแต่ง แบ่งปันคนผู้สนิท อันเชื้อชิดภูบาล ประมาณร้อยหนึ่งไว้ โดยเสด็จไท้ธิบดี ธก็สั่งมนตรี แลไพร่ฟ้า ช้างม้าคลี่คืนเมื้อ โองการเชื้อสองพี่ คิดที่เราจะไป ก็ให้ผูกกระไดข่าวคอย ผู้รู้รอยชาวด่าน หว่านความรักชักชิด ครั้นเข้าสนิทไมตรี จึ่งบอกคดีโดยปอง ให้เงินทองผ้าเสื้อ เผื่อใจจักเข้ามา จงเจรจาให้ชอบใจ เปนภายในชักชิด ว่าบพิตรธประสาท ให้พระราชทานรางวัล เงินทองครันอิ่มอก อย่าปิดปกกังวล บอกยุบลให้เห็น ตัวธเปนขุนด่าน พี่เลี้ยงท่านเปนหมื่นแขวง นายแวงเปนหัวพัน ชาวกำนัลเปนไพร่ ไขว่ชื่อถ้วนทุกคน เรียกกันกลชาวด่าน บล่านทางเลียบคอย ไขรอยปิดเงื่อนงำ ความขำบให้แพร่ง จงแต่งแง่ให้เปนกล พบผู้คนทักทาย กรายถิ่นฐานบ้านป่า เขาถามว่าจงถนัด บอกจงชัดชื่อเสียง มาแต่เวียงเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนเมือง ยังจะเคืองฤๅจะคล่อง บอกจงถ่องจงแท้ โดยยุบลนี้แล้ อย่าได้อำอวม ฯ

โคลง ๒
    o บุญพระสรวมตูข้า    พระแต่งกลบเกลื่อนหน้า
ชอบแท้ทุกอัน ฯ    
    o พระจะพลันไปไส้    ไว้แต่สองนายให้
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ    
    o ถึงทวารไพรฝ่ายนั้น    ดูดุจชวนกันดั้น
ป่าด้นดงหา ฯ    
    o ตูไหว้ลาพระณเกล้า    ไว้แต่สองนายเฝ้า
พระบาทแล้วเขาไป ฯ    


ร่าย
    o เมื่อนั้นท้าวไคลคลา ล่วงแดนนาแดนราษฎร์ สองนายนาถนำทาง ธวางเพศท้าวผู้มีบุญ ทำทรงขุนด่านแล้ว ทรง เสื้อผ้าหมวกแก้ว บให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ


โคลง ๒
    o เสด็จโดยด่านดงกว้าง    ยลรอยคนรอยช้าง
กษัตริย์ด้วยเปนสาม ฯ    


ร่าย
    o ตามสองนายนำนาถ ท้าวธลีลาสคลาไคล เสด็จไปโดยอันดับ เอาทับทุกดำบล ดลทวารไพรที่อยู่ ชาวด่านหมู่สำคัญ ชวนกันบอกโดยธสั่ง ทำกลดั่งธสอน เห็นภูธรเสด็จพัก ชาวป่าทักไต่ถาม เขาบอกนามชื่อเสียง ขุนด่านเวียงมาเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนไป เขาก็ไรเอาคำนัล บังคัลท้าวธทุกคน ตำบลทวารไพรหั้น ถึงตำบลนั้นนั้น ท่านผ้ายบหึง ฯ



 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN