ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตพระลอ  (อ่าน 52473 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
ลิลิตพระลอ
« เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 04:43:35 pm »

แหล่พระลอ


สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ประทานอธิบายเกี่ยวกับหนังสือลิลิตพระลอไว้ในหนังสือบันทึกสมาคมวรรณคดี ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๕ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗

    "... ฯลฯ... ใครเป็นผู้แต่งลิลิตเรื่องพระลอและแต่งเมื่อไร ปัญหานี้ดูเหมือนจะยังไม่เคยวินิจฉัยกันให้ถ้วนถี่ (ภายหลังต่อมา มีผู้สนใจค้นคว้าวินิจฉัยไว้หลายท่าน) ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องพระลอนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อจะแต่งคำวินิจฉัยนี้ ขอเสนอแก่ท่านทั้งหลายด้วย คือข้างท้ายลิลิตมีโคลงบอกชื่อผู้แต่งอยู่ ๒ บท บทหนึ่งว่า "มหาราชเจ้านิพนธ์" หมายความว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่ง แต่อีกบทหนึ่งว่า "เยาวราชเจ้าบรรจง" หมายความว่าพระราชบุตรของพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่ง ที่บอกแย้งกันดังนี้ ส่อให้เห็นว่าผู้ที่แต่งโคลง ๒ บทนั้น เป็น ๒ คน และไม่ใช่ตัวผู้แต่งลิลิตพระลอ โคลง ๒ บท เป็นของแต่งเพิ่มขึ้นแต่ภายหลัง ส่วนผู้แต่งลิลิตเอง ได้กล่าวไว้ในโคลงบานแผนกข้างต้นเรื่องว่า..
"เกลากลอนกล่าวกลการ   กลกล่อม ใจนา
ถวายบำเรอท้าวไท้          ธิราชผู้มีบุญ"

หมายความว่าผู้อื่นแต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน มิใช่พระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งเอง เหตุใดผู้แต่งโคลง ๒ บทข้างท้ายลิลิตจึงอ้างว่าพระเจ้าแผ่นดินและพระเยาวราชทรงแต่ง จะลงเนื้อเห็นว่าอ้างโดยไม่มีมูล ก็กระไรอยู่ พิจารณาดูสำนวนที่แต่งก็เห็นได้ ผู้แต่งลิลิตพระลอเป็นผู้รู้ราชประเพณีและการเมือง ต้องเป็นบุคคลชั้นสูงอยู่ในราชสำนัก ประกอบทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญอักษรศาสตร์ ผู้ที่ทรงความสามารถถึงปานนั้นมักเป็นเจ้านาย จะยกตัวอย่างเช่น เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร และ สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นต้น จึงสันนิษฐานว่าผู้แต่งลิลิตพระลอนั้น เมื่อแต่งยังเป็นพระราชโอรส และต่อมาได้รับรัชทายาทเป็นพระเจ้าแผ่นดิน โคลงข้างท้ายลิลิตบทที่ว่า "เยาวราชเจ้าบรรจง" แต่งก่อนโคลงบทที่ว่า "มหาราชเจ้านิพนธ์" เดิมก็เห็นจะแต่งเขียนลงในหนังสือพระลอฉบับของผู้แต่งโคลงนั้น ครั้นเมื่อรวบรวมฉบับชำระหนังสือเรื่องพระลอในกาลครั้งใดครั้งหนึ่ง (อาจจะเมื่อแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์นี้) พบโคลง ๒ บทนั้น จึงรวบเขียนลงไว้ในฉบับชำระใหม่ด้วยก็เลยติดอยู่
    ปัญหาข้อที่ว่าหนังสือลิลิตพระลอแต่งเมื่อไร ข้อนี้ตัดสินได้ทันทีว่า แต่งก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะหนังสือจินดามณีที่พระโหราฯ แต่งในรัชกาลนั้น ได้คัดเอาโคลงลิลิตพระลอ คือบทที่ว่า
   o เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง    อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร    ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล    ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า    อย่าได้ถามเผือ ฯ

มาใช้เป็นแบบโคลง ๔ เพราะเอกโทตรงตามตำราหมดทุกแห่ง นอกจากหนังสือจินดามณี ยังมีเค้าเงื่อนอย่างอื่นเป็นที่สังเกตอีก คือ หนังสือบทกลอนแต่งครั้งกรุงศรีอยุธยา(ว่าตามตัวอย่างที่ยังมีอยู่) ต่างกันเป็น ๓ ตอน
  ตอนต้นนับแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมา ชอบแต่งลิลิตกันเป็นพื้น มีลิลิตโองการแช่งน้ำพระพิพัฒนสัตยา ลิลิตเรื่องยวนพ่าย และลิลิตเรื่องพระลอเป็นตัวอย่าง สำนวนทันเวลากันทั้งสามเรื่อง พึงเห็นได้ว่าในสมัยนั้นยังไม่สู้ถือว่าคณะและเอกโทเป็นสำคัญเท่ากับคำ
  มาตอนกลางนับตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมา ชอบแต่งโคลงและฉันท์กันเป็นพื้น มีโคลงพระศรีมโหสถ และโคลงกำสรวล กับทั้งโคลงเบ็ดเตล็ตเป็นตัวอย่าง ส่วนฉันท์ก็มีเรื่องสมุทรโฆษและเรื่องอนิรุธเป็นตัวอย่าง
  ถึงตอนปลายนับตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าบรมโกศ ชอบแต่งกลอนเพลงยาวกันเป็นพื้น ซึ่งตัวอย่างมีอยู่มาก ในกรุงศรีอยุธยาตอนกลางและตอนปลายหาปรากฏว่าแต่งแต่งลิลิตเรื่องใดไม่
  จึงเห็นว่าควรถือเป็นยุติได้ว่า ลิลิตเรื่องพระลอนั้นแต่งในกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวในระหว่าง พ.ศ. ๑๙๙๑ จน พ.ศ. ๒๐๒๖ ส่วนผู้แต่งนั้น จะว่าพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดยากอยู่ ด้วยจะเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ หรือสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร พระองค์ใดพระองค์หนึ่งก็ได้ทั้งนั้น เป็นอันรู้ไม่ได้แน่"

    ลิลิตพระลอนี้ ฉบับเก่าที่สุดที่พบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ จัดพิมพ์ขึ้นที่โรงพิมพ์หลวง ไม่ปรากฏ พ.ศ. ที่พิมพ์ ต่อมา หอสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครได้ให้ตีพิมพ์เผยแพร่ตามฉบับโรงพิมพ์หลวงครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ที่โรงพิมพ์ไทย ต่อมาสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า โปรดให้พิมพ์ครั้งที่สอง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ที่โรงพิมพ์โภณพิพรรฒธนากร ...
... ฯลฯ... ครั้งนี้นับเป็นพิมพ์ครั้งที่สิบสี่ การพิมพ์ทุกครั้งได้ใช้ฉบับ พ.ศ. ๒๔๖๙ ซึ่งพิมพ์ตามฉบับโรงพิมพ์หลวง ครั้งรัชกาลที่ ๕ มีตัวสะกดการันต์ผิดเพี้ยนบ้างเล็กน้อย ในฉบับโรงพิมพ์หลวงและฉบับพิมพ์ต่อมาทุกครั้ง เขียนชื่อเมืองของพระเพื่อนพระแพงเป็น ๒ อย่าง คือตอนแรกเขียนว่า"เมืองสรวง" (ซ้ำกับชื่อเมืองของพระลอ) ดังนี้ ... พระบาทเจ้าเมืองสรวง สมบัติหลวงสองราชา... แต่ตอนหลังเขียนว่า "เมืองสอง" หรือ "เมืองสรอง" ตลอด ในคราวพิมพ์คราวนี้ ได้ลองตรวจดูในฉบับเขียนสมุดดำอันมีอยู่ในหอสมุดวชิรญาณ ปรากฏว่า ตอนที่ฉบับพิมพ์ทั้ง ๒ เขียนว่า "เมืองสรวง" นั้น ในสมุดดำที่ได้ตรวจดูถึง ๗ ฉบับ เขียนว่า "เมืองสรอง" ดังนี้ ... พระบาทเจ้าเมืองสรอง สมบัติหลวงสองราชา... และต่อๆไปก็เขียนว่า "เมืองสรอง" ทุกแห่ง     อนึ่ง โคลงบทสุดท้ายในเรื่องพระลอนี้ ที่ว่ามีผู้แต่งเพิ่มเติมขึ้นภายหลังนั้น โคลงบาทที่ ๑ ในฉบับพิมพ์ทั้ง ๒ เล่ม เขียนว่า "จบเสร็จเยาวราชเจ้า บรรจง" แต่ฉบับเขียนในสมุดดำที่ได้ตรวจดู ๗ ฉบับนั้น เขียนว่า "จบเสร็จมหาราชเจ้า บรรจง" เหมือนกันทุกฉบับ ... ... ฯลฯ


ที่มาจาก http://pralor.thaiderm.com/index.htm

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 04:46:17 pm »
วางอุบายขออนุญาตเข้าป่าเตรียมขึ้นเขาหาปู่เจ้าสมิงพราย

    พระเพื่อนพระแพงแสดงปฤศนาให้ทราบเล่ห์วิธี ด้วยมิกล้าออกปาก (เปนพระราชธิดา ไหนเลยจะออกปากบอกเล่ห์เหลี่ยมโกหกคดโกงตรงๆได้) สองพี่เลี้ยงตีความออก ไปหลอกพระย่าและพระบิดาพระมารดาว่า พระเพื่อนพระแพงได้ไข้ขวัญหนีเข้าป่าเขา จำต้องตามเข้าไปรับขวัญกลับสู่เกล้าโดยเร็วพลันในเช้าวันพรุ่ง
    เบิกช้างต้นชื่อ เทียมลม กับ พระพาย ไปรับพ่อปู่หมอใหญ่ เตรียมขึ้นเขาขอปู่เจ้าสมิงพรายช่วยเหลือ
________________________________

โคลง ๔
    o สองศรีเสาวภาคย์ได้    ฟังสาร
ถนัดดั่งพระภูบาล    จักเต้า
คือสุริยส่องบัวบาน    สรดร่อ กันนา
เกรงเกลือกเยียวความเร้า    รั่วรู้ฤาดี ฯ
    o สองกรกลเกียดเกี้ยว    กรรชิด
แสร้งใส่กลปกปิด    เงื่อนไว้
ความขำซ่อนซอนมิด    งำแง่ งามนา
เอาชอบลอบปนให้    แปลกร้ายเปนดี ฯ
    o พี่เลี้ยงเห็นเล่ห์แล้ว    ยินฉงน อยู่นา
สองใส่กลเหนือกล    ใช่น้อย
ไหว้พระย่ายังยล    หลานราช ฤๅแม่
สองอยู่สองเศร้าสร้อย    สรากหน้าตาหมอง ฯ
    o หมอดูหมอว่าให้    รับขวัญ
ขวัญอ่อนเขจรจรัล    จิ่มฟ้า
ขวัญเที่ยวทั่วแดนบรร-    พตป่า ดงนา
ให้รับขวัญอย่าช้า    พรุ่งเช้าวันดี ฯ
    o ย่าเจ้าฟังข่าวร้อน    อาดูร เดือนนา
เขือเร่งเร็วไปทูล    แด่ไท้
พระภูบดินทร์สูรย์    บิตุราช สองนา
ข้าพี่เลี้ยงไปไหว้    บอกท้าวทุกอัน ฯ
    o ครั้นฟังธิราชร้อน    รนใจ อยู่นา
หมอจักเอาอันใด    เร่งให้
ไปเรียกรับขวัญใน    เขาปู่ พระเอย
หมอสั่งเขือข้าได้    ชอบช้างตัวเร็ว ฯ
    o เขือไปอุปกาศแล้ว    เขือมา
ทูลแด่สองธิดา    อยู่เกล้า
สองฟังหฤหรรษา    ชมชื่น ใจนา
สองพี่เร็วไปเช้า    ช่วยน้องจงพลัน ฯ

    o เบิกเอาช้างต้นชื่อ    เทียมลม ธพี่
กับพระพายพลันสม    ชื่อแท้
เทียมใจเลิศแลชม    ฝีย่าง มันนา
เร็วเร่งเร็วนักแล้    เลิศด้วยเดิรพลัน ฯ




โคลง ๒
    o ไก่ขันเขียวผูกช้าง    มาเทียบทั้งสองข้าง
แนบข้างเกยนาง ฯ    
    o ไป่ทันสารสั่งไท้    พระแต่งจงสรรพไว้
เยียวปู่เจ้าเรามา ฯ    
    o เผือจักลาแม่ ณ เกล้า    จักอยู่เยียวจนรุ่งเช้า
จักช้าทางไกล ฯ    


ร่าย
    o ขึ้นช้างไปผผ้าย มาคคล้ายโดยทาง ถับถึงกลางจรอกปู่ หมอเถ้าอยู่แลเห็น แสร้งแปรเปนโฉมมลาก เปนบ่าวภาคบ่าวงาม สองถึงถามหาปู่ ปู่หัวอยู่ยแย้ม ข้อยว่าสองแฉล้ม มาแต่ด้าว แดนใด ฯ


โคลง ๒
    o สองคะนึงในใคร่รู้    ลูกหลานปู่ฤๅผู้
อื่นโอ้ไป่งาม    บารนี ฯ
    o กามกรรหายยั่วข้าง    คิดแต่จักช้าช้าง
ท่านไส้จักเปน    ป่วยนา ฯ


ร่าย
    o บนานเห็นปู่ รูปเถ้าอยู่ดูหลาก สองประจากษ์ตกใจ ใครจักปูนปู่ได้ ปู่ช่วยสองลูกไท้ แต่นี้ฤๅไป อื่นเลย ฯ


โคลง ๓
    o เสียไฟเป่าหิ่งห้อย    แรงปู่นี้รู้น้อย
เผือไป่เลยนอ ฯ
   

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 04:47:43 pm »
ในรายทางสู่เขาเขียวสองพี่เลี้ยงพบปู่เจ้าสมิงพราย

    บรรยายบรรยากาศทั่วไป กล่าวถึงไม้ไล่แต่สังเขป(จะมีโดยพิศดารตอนอื่น) ตอนนี้เน้นถึงประดาสัตว์ร้ายที่ล้วนน่าสะพรึงกลัว ซึ่งเปนสิ่งอันปู่เจ้าสมิงพรายดลให้เปนไป ให้เห็น
    พ่อหมอเฒ่าพาพี่เลี้ยงทั้งสองเข้าพบปู่เจ้าสมิงพราย
"หึง" = นาน     บหึง, บ่มิหึง = ไม่นาน
"ทำงน" (เขมร) = ก.ห่วงใย,ยุ่งใจ   น.ความทุกข์ใจ, ภาระ)
   เตียวดง(เดินดง) (14:16 นาที ขนาดไฟล์ 3.34 MB) เพลงนี้เปนเพลงที่ร้องแลบรรเลงรับด้วยเครื่องดนตรีแบบล้านนา เนื้อหาจับตอนในรายทางที่นางรื่นแลนางโรยตามพ่อหมอเฒ่าขึ้นเขาหาปู่เจ้าสมิง พราย
ศิลปินคือ คุณคำหล้า ธันยพร ผู้ได้รับ รางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ.2548 สาขาเพลงพื้นบ้านภาคเหนือยอดเยี่ยม ขอขอบคุณ คุณคำหล้า ธันยพร เปนอย่างยิ่งที่อนุญาตให้นำผลงานชิ้นนี้มาบรรจุไว้
________________________________

ร่าย
    o เชิญปู่หมอขึ้นขี่ ขับช้างปรี่ปรึงตาม ทั้งสามไปรร่าย บ่ายหน้าสู่เขาเขียว เหลียวแลทางจรลิ่ว เหลียวแลทิวเทินป่า ฝ่าแฝกแขมแกมเลา ดงประเดาประดู่ หมู่ไม้ยางไม้ยูง ตเคียนสูงสุดหมอก พยอมดอกมุ่งเมฆ อเนกไม้หลายพรรณ มีวัลย์เวียนเกี้ยวกิ่ง ไม้แมกมิ่งใบรบัด ลมพานพัดรลอก ดอกดวงพวงเผล็ดช่อ กระพุ่มห่อเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการกลิ่นหอมหื่น ชื่นซรุกลูกเหลืองล่อน ใบอ่อนต้นลำอ้อน กิ่งก้านแกมงาม ฯ

ร่าย
    o ตามกันไปบหึง ถึงตีนเขาแต่ล่าง แลลิงค่างบ่างชนี ผีผิ่วร้องน่ากลัว หัวหูพองอยู่คร้าม เสือสางด้ามด้อมทาง แรดควายขวางขวัดอยู่ หมู่กระทิงเที่ยวป่า วัวลานล่าเล็มไพร หมู่หมีไปคคล้าย นางช้างผ้ายคคล่ำ บรู้กี่ส่ำตามสาร งูพพานพิษกล้า งูเหลือมคว้ารัดควาย เยียงผาผายปีนป่าย ฝ่ายช้างพังเซราซรึก สัตว์พันฦกพันลาย หมอมิกลัวกลายจรคล่าย เข้าป่าไปคลายคล้าย ด่วนดั้นโดยทาง ฯ

ร่าย
    o เอนดูสองนางตกใจกลัว รรัวหัวอกสั่น ลั่นททึกททาว สราวตามหมอผะผ้ำ เห็นแนวน้ำบางบึง ชรทึงธารห้วยหนอง จระเข้มองแฝงฝั่ง สรพรั่งหัวขึ้นขวักไขว่ ช้างน้ำไล่แทงเงา เงือกเอาคนใต้น้ำ กระล่ำตากระเหลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย ฝ่ายหนปลายไม้แมก ฟังเสียงแสรกเง้างูด ทิ้งทูดบ่นพพึมเสียง เค้ากู่เคียงคู่ร้อง ก้องดงดุจตระหวาด ผาดฟังตกใจกลัว หมอเถ้าหัวไปพลาง โลมสองนางอย่าตกใจ บเปนใดดอกนะแม่ กระแหน่นี้นะเจ้า พระปู่เราหากทำเอง หมอมิกลัวเกรงสักสิ่ง ขับช้างวิ่งขึ้นเขา เคร่ากันไปบหึง ถับถึงแต่ตีนเขา หมอเถ้าลงจากช้าง ไว้สองนางอยู่แต่ไกล หมอจึงเข้าไปสู่ ปู่เจ้าปู่เจ้าสมิงพราย ถึงถวายกรกราบไหว้ บอกว่าพระหลานไท้ เพื่อนท้าวแพงทอง ฯ

โคลง ๒
    o ทำงนสองเท่าฟ้า    มาบำบวงให้ข้า
นำพี่เลี้ยงสองมา ฯ    
    o ปู่เจ้าว่าหมอไส้    ไปเรียกมาให้ใกล้
แทบนี้อย่าขาม ฯ    
    o หมอบอกความสองเจ้า    พระปู่ให้สองเฝ้า
ไปสู่แล้วเชิญเขือ ฯ    
    o สองเห็นเสือกราบเฝ้า    คร้ามกลัวก้มกรานเข้า
ไปกราบไหว้ทั้งสอง ฯ    

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN