รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => งานประพันธ์กาพย์,โคลง,ฉันท์ => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:43:35 pm

หัวข้อ: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:43:35 pm
แหล่พระลอ

(http://pralor.thaiderm.com/diaf9.jpg)
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ประทานอธิบายเกี่ยวกับหนังสือลิลิตพระลอไว้ในหนังสือบันทึกสมาคมวรรณคดี ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๕ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗

    "... ฯลฯ... ใครเป็นผู้แต่งลิลิตเรื่องพระลอและแต่งเมื่อไร ปัญหานี้ดูเหมือนจะยังไม่เคยวินิจฉัยกันให้ถ้วนถี่ (ภายหลังต่อมา มีผู้สนใจค้นคว้าวินิจฉัยไว้หลายท่าน) ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องพระลอนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อจะแต่งคำวินิจฉัยนี้ ขอเสนอแก่ท่านทั้งหลายด้วย คือข้างท้ายลิลิตมีโคลงบอกชื่อผู้แต่งอยู่ ๒ บท บทหนึ่งว่า "มหาราชเจ้านิพนธ์" หมายความว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่ง แต่อีกบทหนึ่งว่า "เยาวราชเจ้าบรรจง" หมายความว่าพระราชบุตรของพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่ง ที่บอกแย้งกันดังนี้ ส่อให้เห็นว่าผู้ที่แต่งโคลง ๒ บทนั้น เป็น ๒ คน และไม่ใช่ตัวผู้แต่งลิลิตพระลอ โคลง ๒ บท เป็นของแต่งเพิ่มขึ้นแต่ภายหลัง ส่วนผู้แต่งลิลิตเอง ได้กล่าวไว้ในโคลงบานแผนกข้างต้นเรื่องว่า..
"เกลากลอนกล่าวกลการ   กลกล่อม ใจนา
ถวายบำเรอท้าวไท้          ธิราชผู้มีบุญ"
หมายความว่าผู้อื่นแต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน มิใช่พระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งเอง เหตุใดผู้แต่งโคลง ๒ บทข้างท้ายลิลิตจึงอ้างว่าพระเจ้าแผ่นดินและพระเยาวราชทรงแต่ง จะลงเนื้อเห็นว่าอ้างโดยไม่มีมูล ก็กระไรอยู่ พิจารณาดูสำนวนที่แต่งก็เห็นได้ ผู้แต่งลิลิตพระลอเป็นผู้รู้ราชประเพณีและการเมือง ต้องเป็นบุคคลชั้นสูงอยู่ในราชสำนัก ประกอบทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญอักษรศาสตร์ ผู้ที่ทรงความสามารถถึงปานนั้นมักเป็นเจ้านาย จะยกตัวอย่างเช่น เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร และ สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นต้น จึงสันนิษฐานว่าผู้แต่งลิลิตพระลอนั้น เมื่อแต่งยังเป็นพระราชโอรส และต่อมาได้รับรัชทายาทเป็นพระเจ้าแผ่นดิน โคลงข้างท้ายลิลิตบทที่ว่า "เยาวราชเจ้าบรรจง" แต่งก่อนโคลงบทที่ว่า "มหาราชเจ้านิพนธ์" เดิมก็เห็นจะแต่งเขียนลงในหนังสือพระลอฉบับของผู้แต่งโคลงนั้น ครั้นเมื่อรวบรวมฉบับชำระหนังสือเรื่องพระลอในกาลครั้งใดครั้งหนึ่ง (อาจจะเมื่อแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์นี้) พบโคลง ๒ บทนั้น จึงรวบเขียนลงไว้ในฉบับชำระใหม่ด้วยก็เลยติดอยู่
    ปัญหาข้อที่ว่าหนังสือลิลิตพระลอแต่งเมื่อไร ข้อนี้ตัดสินได้ทันทีว่า แต่งก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะหนังสือจินดามณีที่พระโหราฯ แต่งในรัชกาลนั้น ได้คัดเอาโคลงลิลิตพระลอ คือบทที่ว่า
    o เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง    อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร    ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล    ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า    อย่าได้ถามเผือ ฯ
มาใช้เป็นแบบโคลง ๔ เพราะเอกโทตรงตามตำราหมดทุกแห่ง นอกจากหนังสือจินดามณี ยังมีเค้าเงื่อนอย่างอื่นเป็นที่สังเกตอีก คือ หนังสือบทกลอนแต่งครั้งกรุงศรีอยุธยา(ว่าตามตัวอย่างที่ยังมีอยู่) ต่างกันเป็น ๓ ตอน
  ตอนต้นนับแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมา ชอบแต่งลิลิตกันเป็นพื้น มีลิลิตโองการแช่งน้ำพระพิพัฒนสัตยา ลิลิตเรื่องยวนพ่าย และลิลิตเรื่องพระลอเป็นตัวอย่าง สำนวนทันเวลากันทั้งสามเรื่อง พึงเห็นได้ว่าในสมัยนั้นยังไม่สู้ถือว่าคณะและเอกโทเป็นสำคัญเท่ากับคำ
  มาตอนกลางนับตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมา ชอบแต่งโคลงและฉันท์กันเป็นพื้น มีโคลงพระศรีมโหสถ และโคลงกำสรวล กับทั้งโคลงเบ็ดเตล็ตเป็นตัวอย่าง ส่วนฉันท์ก็มีเรื่องสมุทรโฆษและเรื่องอนิรุธเป็นตัวอย่าง
  ถึงตอนปลายนับตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าบรมโกศ ชอบแต่งกลอนเพลงยาวกันเป็นพื้น ซึ่งตัวอย่างมีอยู่มาก ในกรุงศรีอยุธยาตอนกลางและตอนปลายหาปรากฏว่าแต่งแต่งลิลิตเรื่องใดไม่
  จึงเห็นว่าควรถือเป็นยุติได้ว่า ลิลิตเรื่องพระลอนั้นแต่งในกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวในระหว่าง พ.ศ. ๑๙๙๑ จน พ.ศ. ๒๐๒๖ ส่วนผู้แต่งนั้น จะว่าพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดยากอยู่ ด้วยจะเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ หรือสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร พระองค์ใดพระองค์หนึ่งก็ได้ทั้งนั้น เป็นอันรู้ไม่ได้แน่"

    ลิลิตพระลอนี้ ฉบับเก่าที่สุดที่พบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ จัดพิมพ์ขึ้นที่โรงพิมพ์หลวง ไม่ปรากฏ พ.ศ. ที่พิมพ์ ต่อมา หอสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครได้ให้ตีพิมพ์เผยแพร่ตามฉบับโรงพิมพ์หลวงครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ที่โรงพิมพ์ไทย ต่อมาสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า โปรดให้พิมพ์ครั้งที่สอง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ที่โรงพิมพ์โภณพิพรรฒธนากร ...
... ฯลฯ... ครั้งนี้นับเป็นพิมพ์ครั้งที่สิบสี่ การพิมพ์ทุกครั้งได้ใช้ฉบับ พ.ศ. ๒๔๖๙ ซึ่งพิมพ์ตามฉบับโรงพิมพ์หลวง ครั้งรัชกาลที่ ๕ มีตัวสะกดการันต์ผิดเพี้ยนบ้างเล็กน้อย ในฉบับโรงพิมพ์หลวงและฉบับพิมพ์ต่อมาทุกครั้ง เขียนชื่อเมืองของพระเพื่อนพระแพงเป็น ๒ อย่าง คือตอนแรกเขียนว่า"เมืองสรวง" (ซ้ำกับชื่อเมืองของพระลอ) ดังนี้ ... พระบาทเจ้าเมืองสรวง สมบัติหลวงสองราชา... แต่ตอนหลังเขียนว่า "เมืองสอง" หรือ "เมืองสรอง" ตลอด ในคราวพิมพ์คราวนี้ ได้ลองตรวจดูในฉบับเขียนสมุดดำอันมีอยู่ในหอสมุดวชิรญาณ ปรากฏว่า ตอนที่ฉบับพิมพ์ทั้ง ๒ เขียนว่า "เมืองสรวง" นั้น ในสมุดดำที่ได้ตรวจดูถึง ๗ ฉบับ เขียนว่า "เมืองสรอง" ดังนี้ ... พระบาทเจ้าเมืองสรอง สมบัติหลวงสองราชา... และต่อๆไปก็เขียนว่า "เมืองสรอง" ทุกแห่ง     อนึ่ง โคลงบทสุดท้ายในเรื่องพระลอนี้ ที่ว่ามีผู้แต่งเพิ่มเติมขึ้นภายหลังนั้น โคลงบาทที่ ๑ ในฉบับพิมพ์ทั้ง ๒ เล่ม เขียนว่า "จบเสร็จเยาวราชเจ้า บรรจง" แต่ฉบับเขียนในสมุดดำที่ได้ตรวจดู ๗ ฉบับนั้น เขียนว่า "จบเสร็จมหาราชเจ้า บรรจง" เหมือนกันทุกฉบับ ... ... ฯลฯ


ที่มาจาก http://pralor.thaiderm.com/index.htm
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:46:17 pm
วางอุบายขออนุญาตเข้าป่าเตรียมขึ้นเขาหาปู่เจ้าสมิงพราย

    พระเพื่อนพระแพงแสดงปฤศนาให้ทราบเล่ห์วิธี ด้วยมิกล้าออกปาก (เปนพระราชธิดา ไหนเลยจะออกปากบอกเล่ห์เหลี่ยมโกหกคดโกงตรงๆได้) สองพี่เลี้ยงตีความออก ไปหลอกพระย่าและพระบิดาพระมารดาว่า พระเพื่อนพระแพงได้ไข้ขวัญหนีเข้าป่าเขา จำต้องตามเข้าไปรับขวัญกลับสู่เกล้าโดยเร็วพลันในเช้าวันพรุ่ง
    เบิกช้างต้นชื่อ เทียมลม กับ พระพาย ไปรับพ่อปู่หมอใหญ่ เตรียมขึ้นเขาขอปู่เจ้าสมิงพรายช่วยเหลือ
________________________________

โคลง ๔
    o สองศรีเสาวภาคย์ได้    ฟังสาร
ถนัดดั่งพระภูบาล    จักเต้า
คือสุริยส่องบัวบาน    สรดร่อ กันนา
เกรงเกลือกเยียวความเร้า    รั่วรู้ฤาดี ฯ
    o สองกรกลเกียดเกี้ยว    กรรชิด
แสร้งใส่กลปกปิด    เงื่อนไว้
ความขำซ่อนซอนมิด    งำแง่ งามนา
เอาชอบลอบปนให้    แปลกร้ายเปนดี ฯ
    o พี่เลี้ยงเห็นเล่ห์แล้ว    ยินฉงน อยู่นา
สองใส่กลเหนือกล    ใช่น้อย
ไหว้พระย่ายังยล    หลานราช ฤๅแม่
สองอยู่สองเศร้าสร้อย    สรากหน้าตาหมอง ฯ
    o หมอดูหมอว่าให้    รับขวัญ
ขวัญอ่อนเขจรจรัล    จิ่มฟ้า
ขวัญเที่ยวทั่วแดนบรร-    พตป่า ดงนา
ให้รับขวัญอย่าช้า    พรุ่งเช้าวันดี ฯ
    o ย่าเจ้าฟังข่าวร้อน    อาดูร เดือนนา
เขือเร่งเร็วไปทูล    แด่ไท้
พระภูบดินทร์สูรย์    บิตุราช สองนา
ข้าพี่เลี้ยงไปไหว้    บอกท้าวทุกอัน ฯ
    o ครั้นฟังธิราชร้อน    รนใจ อยู่นา
หมอจักเอาอันใด    เร่งให้
ไปเรียกรับขวัญใน    เขาปู่ พระเอย
หมอสั่งเขือข้าได้    ชอบช้างตัวเร็ว ฯ
    o เขือไปอุปกาศแล้ว    เขือมา
ทูลแด่สองธิดา    อยู่เกล้า
สองฟังหฤหรรษา    ชมชื่น ใจนา
สองพี่เร็วไปเช้า    ช่วยน้องจงพลัน ฯ
(http://pralor.thaiderm.com/rr.jpg)
    o เบิกเอาช้างต้นชื่อ    เทียมลม ธพี่
กับพระพายพลันสม    ชื่อแท้
เทียมใจเลิศแลชม    ฝีย่าง มันนา
เร็วเร่งเร็วนักแล้    เลิศด้วยเดิรพลัน ฯ




โคลง ๒
    o ไก่ขันเขียวผูกช้าง    มาเทียบทั้งสองข้าง
แนบข้างเกยนาง ฯ    
    o ไป่ทันสารสั่งไท้    พระแต่งจงสรรพไว้
เยียวปู่เจ้าเรามา ฯ    
    o เผือจักลาแม่ ณ เกล้า    จักอยู่เยียวจนรุ่งเช้า
จักช้าทางไกล ฯ    

ร่าย
    o ขึ้นช้างไปผผ้าย มาคคล้ายโดยทาง ถับถึงกลางจรอกปู่ หมอเถ้าอยู่แลเห็น แสร้งแปรเปนโฉมมลาก เปนบ่าวภาคบ่าวงาม สองถึงถามหาปู่ ปู่หัวอยู่ยแย้ม ข้อยว่าสองแฉล้ม มาแต่ด้าว แดนใด ฯ

โคลง ๒
    o สองคะนึงในใคร่รู้    ลูกหลานปู่ฤๅผู้
อื่นโอ้ไป่งาม    บารนี ฯ
    o กามกรรหายยั่วข้าง    คิดแต่จักช้าช้าง
ท่านไส้จักเปน    ป่วยนา ฯ

ร่าย
    o บนานเห็นปู่ รูปเถ้าอยู่ดูหลาก สองประจากษ์ตกใจ ใครจักปูนปู่ได้ ปู่ช่วยสองลูกไท้ แต่นี้ฤๅไป อื่นเลย ฯ

โคลง ๓
    o เสียไฟเป่าหิ่งห้อย    แรงปู่นี้รู้น้อย
เผือไป่เลยนอ ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:47:43 pm
ในรายทางสู่เขาเขียวสองพี่เลี้ยงพบปู่เจ้าสมิงพราย

    บรรยายบรรยากาศทั่วไป กล่าวถึงไม้ไล่แต่สังเขป(จะมีโดยพิศดารตอนอื่น) ตอนนี้เน้นถึงประดาสัตว์ร้ายที่ล้วนน่าสะพรึงกลัว ซึ่งเปนสิ่งอันปู่เจ้าสมิงพรายดลให้เปนไป ให้เห็น
    พ่อหมอเฒ่าพาพี่เลี้ยงทั้งสองเข้าพบปู่เจ้าสมิงพราย
"หึง" = นาน     บหึง, บ่มิหึง = ไม่นาน
"ทำงน" (เขมร) = ก.ห่วงใย,ยุ่งใจ   น.ความทุกข์ใจ, ภาระ)
   เตียวดง(เดินดง) (14:16 นาที ขนาดไฟล์ 3.34 MB) เพลงนี้เปนเพลงที่ร้องแลบรรเลงรับด้วยเครื่องดนตรีแบบล้านนา เนื้อหาจับตอนในรายทางที่นางรื่นแลนางโรยตามพ่อหมอเฒ่าขึ้นเขาหาปู่เจ้าสมิง พราย
ศิลปินคือ คุณคำหล้า ธันยพร ผู้ได้รับ รางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ.2548 สาขาเพลงพื้นบ้านภาคเหนือยอดเยี่ยม ขอขอบคุณ คุณคำหล้า ธันยพร เปนอย่างยิ่งที่อนุญาตให้นำผลงานชิ้นนี้มาบรรจุไว้
________________________________

ร่าย
    o เชิญปู่หมอขึ้นขี่ ขับช้างปรี่ปรึงตาม ทั้งสามไปรร่าย บ่ายหน้าสู่เขาเขียว เหลียวแลทางจรลิ่ว เหลียวแลทิวเทินป่า ฝ่าแฝกแขมแกมเลา ดงประเดาประดู่ หมู่ไม้ยางไม้ยูง ตเคียนสูงสุดหมอก พยอมดอกมุ่งเมฆ อเนกไม้หลายพรรณ มีวัลย์เวียนเกี้ยวกิ่ง ไม้แมกมิ่งใบรบัด ลมพานพัดรลอก ดอกดวงพวงเผล็ดช่อ กระพุ่มห่อเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการกลิ่นหอมหื่น ชื่นซรุกลูกเหลืองล่อน ใบอ่อนต้นลำอ้อน กิ่งก้านแกมงาม ฯ

ร่าย
    o ตามกันไปบหึง ถึงตีนเขาแต่ล่าง แลลิงค่างบ่างชนี ผีผิ่วร้องน่ากลัว หัวหูพองอยู่คร้าม เสือสางด้ามด้อมทาง แรดควายขวางขวัดอยู่ หมู่กระทิงเที่ยวป่า วัวลานล่าเล็มไพร หมู่หมีไปคคล้าย นางช้างผ้ายคคล่ำ บรู้กี่ส่ำตามสาร งูพพานพิษกล้า งูเหลือมคว้ารัดควาย เยียงผาผายปีนป่าย ฝ่ายช้างพังเซราซรึก สัตว์พันฦกพันลาย หมอมิกลัวกลายจรคล่าย เข้าป่าไปคลายคล้าย ด่วนดั้นโดยทาง ฯ

ร่าย
    o เอนดูสองนางตกใจกลัว รรัวหัวอกสั่น ลั่นททึกททาว สราวตามหมอผะผ้ำ เห็นแนวน้ำบางบึง ชรทึงธารห้วยหนอง จระเข้มองแฝงฝั่ง สรพรั่งหัวขึ้นขวักไขว่ ช้างน้ำไล่แทงเงา เงือกเอาคนใต้น้ำ กระล่ำตากระเหลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย ฝ่ายหนปลายไม้แมก ฟังเสียงแสรกเง้างูด ทิ้งทูดบ่นพพึมเสียง เค้ากู่เคียงคู่ร้อง ก้องดงดุจตระหวาด ผาดฟังตกใจกลัว หมอเถ้าหัวไปพลาง โลมสองนางอย่าตกใจ บเปนใดดอกนะแม่ กระแหน่นี้นะเจ้า พระปู่เราหากทำเอง หมอมิกลัวเกรงสักสิ่ง ขับช้างวิ่งขึ้นเขา เคร่ากันไปบหึง ถับถึงแต่ตีนเขา หมอเถ้าลงจากช้าง ไว้สองนางอยู่แต่ไกล หมอจึงเข้าไปสู่ ปู่เจ้าปู่เจ้าสมิงพราย ถึงถวายกรกราบไหว้ บอกว่าพระหลานไท้ เพื่อนท้าวแพงทอง ฯ

โคลง ๒
    o ทำงนสองเท่าฟ้า    มาบำบวงให้ข้า
นำพี่เลี้ยงสองมา ฯ    
    o ปู่เจ้าว่าหมอไส้    ไปเรียกมาให้ใกล้
แทบนี้อย่าขาม ฯ    
    o หมอบอกความสองเจ้า    พระปู่ให้สองเฝ้า
ไปสู่แล้วเชิญเขือ ฯ    
    o สองเห็นเสือกราบเฝ้า    คร้ามกลัวก้มกรานเข้า
ไปกราบไหว้ทั้งสอง ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:50:18 pm
คือ ปู่เจ้าสมิงพราย ปู่รับปากไปหาพระเพื่อนพระแพงสองพี่เลี้ยงลงจากเขา

    คือปู่เจ้าสมิงพราย
    ปู่เข้าฌานเพ่งเรื่องราวอันเปนมาแลจะต้องเปนไป ก็รู้ได้ถ้วนว่าล้วนเปนแต่บรรพกรรมนำชัก จึ่งรับปากไปสู่สองพระธิดา
    ในรายทางขากลับของพี่เลี้ยงทั้งสอง แลล้วนแต่สิ่งอันพึงอภิรมย์ เปนอีกตอนหนึ่งที่แสดงถึงความชำนาญทั้งอักษรศิลป์ ตลอดจนพรรณไม้แลสรรพสัตว์ ของผู้ทรงนิพนธ์
อ่านเพลินนัก..
________________________________
(http://pralor.thaiderm.com/poorr.jpg)

พ่อหมอเฒ่าเรียกสองพี่เลี้ยงเข้าพบปู่เจ้าสมิงพราย
ในภาพจะเห็นว่ามีสัตว์อยู่ด้วยหลายตัว


ร่าย
    o ตามองเสือพรับ เห็นเสือกลับเปนแมว แถมจราศศุภลักษณ์ มลักเห็นโฉมปู่เจ้า แปรรูปเถ้าหงอกสกาว คิ้วขาวขนตาเผือก กลับตระเลือกเปนบ่าว พึงมล่าวโฉมกล้องแกล้ง งามอรรแถ้งโถงเถง ทรงลักเลงเสสรวล สคราญครวญงามถนัด รบัดเปนกลางแก่ ตระแหน่รูปลักษณดี มีมารยาทเสี่ยมสาร สองถวายสการบูชา อันแต่งมาทุกสิ่ง จึ่งทูลสารสองไท้ สองราชก้มกราบไหว้ พระบาทเจ้ากูมา ฯ

โคลง ๒
    o ทุกขธิดาเท่าฟ้า    เห็นแต่พระเจ้าข้า
พระปู่เจ้าองค์เดียว ฯ    
    o ขับเขียวมาแต่เช้า    สองให้เชิญพระเจ้า
โปรดเปลื้องทุกข์หลาน    ท่านเทอญ ฯ
    o เชิญช่วยภารลุแล้ว    เงินแลทองกองแก้ว
อเนกข้าขอถวาย ฯ    
    o กามกรรหายเหิ่มไหม้    พระช่วยพระชักให้
ลอราชพ้นความตาย ฯ    

ร่าย
    o ปู่ไป่ผายตอบถ้อย อยู่น่อยหนึ่งบมินาน ปู่ก็ธิญาณเล็งดู กูจะช่วยควรฤๅมิควร รู้ทั้งมวลทุกอัน ด้วยผลกรรม์เขาแต่ก่อน ทำหย่อนหย่อนตึงตึง ส่วนจะถึงบมิหยุด เถ้าว่าจะพลัดสุดพลันม้วย ด้วยผลกรรมเขาเอง แต่เพรงเขาทั้งสอง ทำบุญปองจะไจ้ ขอได้พึ่งบุญตู ปู่ดูเสร็จจึ่งว่า สองนางอย่ากล่าวอ้าง ถึงสินจ้างสินบน ตนกูจักไปสู่ ถึงที่อยู่สองเจ้า เขือเข้าไปก่อนกล่าว ข่าวดั่งนี้ให้ฟัง กูจะไปภายหลังบช้า ผิมิวันนี้อ้า พรุ่งนี้กูถึง ฯ

ร่าย
    o สองพึงใจคำปู่ ไหว้รับอยู่บมิวาง สองนางสนองคำตอบ ขอบคำพระปู่เจ้า เสมออมฤตร้อยเต้า มาโสรจให้สร่างเสบย ฯ
ร่าย
    o พระเอยเขือข้ามา จักตายช้าตายมอด เนื้อนกหลอดหนทาง สางแสกทูดคูดเค้า ขอพึ่งบุญพระเจ้า จงพ้นความกลัว ฯ

โคลง ๒
    o ปู่หัวอยู่ยะแย้ม    ข้อยว่าสองแสล้ม
อย่าร้อนใจเขือ ฯ    

โคลง ๓
    o สองนางเมือเห็นวัน    จงทันออกปากป่า
ไปว่าหลานแก้วถ้า    ถ้าท่านทูลสาร ฯ

ร่าย
    o มินานนางโรยนางรื่น ไหว้ปู่ชื่นชมลา กับหมอมาขึ้นช้าง เลียบเดิรข้างตีนเขา คืนไต่เต้าตามทาง เหลียวหลังพลางจะไจ้ ชมไม้ไหล้สะอาด เหมือนปราสาทพิศาล คือพิมานมนเทียร อาเกียรณ์แกมดอกแดง แสงดุจปัทมราค ภาคใบเขียวสรด คือมรกตรุ่งเรือง ดอกเหลืองเพียงทองสุก ขาวดุจมุกดาดาษ โอภาสพรรณพิจิตร พิพิธภูมิลำเนา งามเอาใจใช่น้อย คล้อยลงถึงดินต่ำ เลงสบส่ำพฤกษา งามพอตาตาดู เพราะพอหูหูฟัง นกประนังกันร้อง เพราะไพรก้องป่าก้อง เพรียกพื้นพงพี ฯ

ร่าย
    o เสียงโนรีสาริกา สัตวาฝูงดุเหว่า แขกเต้าเคล้าคลิ้งโคลง นกเอี้ยงโองคู่เคียง เสียงแซ้งแซวภูรโดก โคกม้าม่ายนางนวล กะสาสรวลกระสันต์ กางเขนขันแผ่แพน แอ่นอกจอกจิบกด ขุนยูงชดขนฟ้อน กระหย้อนหางฟฟาย นางยูงรายรอบเฝ้า ทรายทองเคล้าคู่เคียง ระมั่งเมียงม่ายคู่ เกลื่อนกล่นอยู่คคล่ำ บรู้กี่ส่ำกี่สาร เห็นตระการสรนุก จริวจราวซุกจรจรัล บรู้กี่พรรค์ปูปลา นกหกดาดาษอยู่ หงษ์เหิรสู่สระสรง เป็ดน้ำลงลอยล่อง ทุงทองท่องจรจรัล จากพรากพรรค์ฟุบฟอง คับแคครองคู่หว้าย ดอกบัวผ้ายจับบัว ภมรมัวเมาซราบ อาบลอองเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการดอกบัวแดง แฝงบัวขาวคลี่คล้อย สร้อยสัตบรรณบงกช รรวยรสกลิ่นจงกล นิโลตบลโกมุท อุบลบุษบัวเผื่อนฉลับ ป่ากลัวกลับกลายสรนุก สำราญสุขเปรมปรีดิ์ ช้างเร็วรี่ผาดผัง ถึงวังใกล้ปราสาท รับขวัญราชบิดา ขวัญสองมาสมสู่ อยู่กับองค์อ่อนไท้ ไฟแดดอย่ารู้ไหม้ ไข้อย่ารู้ถึง แม่เลย ฯ

โคลง ๒
    o คำนึงใดอย่าแคล้ว    ลุลาภโดยใจแก้ว
อยู่เคล้าฤๅคลา    หนึ่งเลย ฯ


   ปู่เหินหาวมาสู่ตำหนักพระเพื่อนพระแพงพลันที่พี่เลี้ยงมาถึง
    คือ ปู่เจ้าสมิงพราย... คือ ฤทธีแลตัวตนแห่ง แลการเปนซึ่ง "ปู่เจ้าสมิงพราย"
    ปู่เจ้าฯรับช่วย แต่กำหนดเวลาที่พระลอจะมานั้นมิได้ เนื่องด้วยว่าข้างกระโน้นก็เปนเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ที่ไหนจะไร้บุญญาบารมีแลผู้ทรงฤทธีคอยปกป้อง
ร้อย = ชะรอย, กระหมั่ง
เมิล (เขมร) = ดู
________________________________

ร่าย
    o ส่วนธิดาทั้งสอง ตั้งเตียงทองราชอาสน์ พิดานดาดดัดบน เทียบขนนเขนยตระสัก ม่านปักแพร้วแพรพรรณ สรรพของหอมหาได้ สรรพดอกไม้หาถ้วน ล้วนแก้วต่างข้าวตอก ช่อดอกไม้เงินทอง ตระการแกล้มเหล้าขาว แต่งไว้รับปู่เจ้า ว่าแต่งไว้รับขวัญ ฯ

โคลง ๒
    o ไป่ทันว่าจแจ้ว    พระปู่เจ้ามาแล้ว
ก่อนแล้ถึงเรือน ฯ    

ร่าย
    o เห็นหาวเหมือนจรคลุ้ม ชรอุ้มบนเวหา สองสงกาจรไจ้ สองประนมมือไหว้ ร้อยปู่เจ้าเรามา ฯ

โคลง ๒
    o แลหาสองพี่เลี้ยง    เห็นแต่ไกลมาเพี้ยง
ดั่งได้กินเมือง ฯ    
    o ประนังเนืองนั่งเฝ้า    ข้าจึ่งลงช้างเข้า
มากราบไหว้สองนาง ฯ    
    o สองแลพลางสองไหว้    ใดดั่งนี้ร้อยไท้
ปู่เจ้าเราฤๅ ฯ    
    o เขาว่าคือท่านแท้    พระปู่เสด็จมาแล้
อย่าได้สงกา ฯ    
    o มาจะอาราธนปู่เจ้า    กรประนมตั้งเกล้า
กราบไหว้ทั้งหลาย ฯ    
    o ปรายข้าวตอกดอกไม้    ถวายธูปเทียนทองไหว้
กราบเกล้าสดุดี ฯ    
    o พระมียศยิ่งฟ้า    ขอพระเอนดูข้า
ท่านให้เห็นองค์    ท่านนา ฯ
(http://pralor.thaiderm.com/poopp.jpg)


โคลง ๔
    o สองผจงอาราธน์ไหว้    อารักษ์
ขอท่านแสดงสิทธิศักดิ์    อย่ากั้ง
ขอเป็นที่พำนัก    นิตยแด่ เผือนา
ขอพระปู่เจ้าตั้ง    แต่งให้เป็นตัว ฯ
    o บัดเดี๋ยวพระปู่ให้    เห็นองค์ ท่านนา
งามรูปงามโฉมยง    อเคื้อ
บผอมบพีทรง    บหนุ่ม งามนา
บแก่ผมผิวเนื้อ    ปากคิ้วตาตรู ฯ
    o สองเจ้าเห็นปู่เจ้า    สองชม ชื่นนา
สองกราบกรบังคม    เคี่ยมไหว้
สองถวายเครื่องอุดม    สบสิ่ง แลนา
ผจงแต่บูชาไท้    ปู่เจ้าจงเอา ฯ
    o ปู่เห็นสองเจ้าเพ่ง    ภักดี อยู่นา
ใจปู่ปองปรานี    หนุ่มเหน้า
ปู่เอากระยาศรี    ผจงแต่ง ถวายนา
เห็นปู่รับสองเจ้า    พี่น้องยินดี ฯ
    o แล้วสองกราบไหว้บ่ำ    บวงสรวง ท่านนา
ความยากแถลงทั้งปวง    ถี่ถ้อย
ขอพระช่วยชูทรวง    ทุกข์เทวษ ไส้พ่อ
ลุลาภเขือข้าค้อย    ท่าได้โดยจง ฯ
    o จะถวายแก้วเก้าโกฏิ    เงินทอง
แลสิ่งแลเกวียนกอง    ลากให้
วัวควายเผือกเขาทอง    หงส์ห่าน หมูนา
เป็ดไก่เหล้าขาวไหว้    ปู่เจ้าแทนคุณ ฯ
    o ปู่ฟังปู่ว่าอ้า    อดสู บารนี
สองอย่าบนบานตู    เกลียดจ้าง
ภักดีสิ่งเดียวดู    ดียิ่ง ดีนา
ความโรคเขือจักร้าง    อย่าร้อนใจเขือ ฯ
    o ใช่กลผีไส้ขาด    ลเมอมา อยากนา
เร่ร่อนขวยขวายหา    เตร่ต้อง
ขุกเท็จกล่าวมารษา    จำท่าน บลนา
ทำบาปมาเลี้ยงท้อง    ร่างร้ายฤๅอาย ฯ
    o เรานี้เราเทพเจ้า    จอมผา ไส้นา
เขาใส่สมญาเรา    ปู่เจ้า
แรงบุญส่งสนองมา    พูลเพิ่ม แลแม่
เสวยพิภพล้านเข้า    ชั่วฟ้าล่มกัลป์ ฯ
    o สิทธิฤทธิเรืองเดชด้วย    ผลบุญ ส่งนา
สร้างกุศลเป็นทุน    บ่ร้อน
สมบัติดั่งมีกุล    ไหลหลั่ง มานา
สรรพพิภพช้าช้อน    เลิศล้วนสมบูรณ์ ฯ
    o ปู่เห็นสองเจ้าปู่    ปรานี นักนา
จักช่วยสองกษัตรีย์    อย่าร้อน
จักเชิญพระลอลี    ลาสู่ สองนาง
สองแม่อย่าไข้ข้อน    อยู่ถ้าฟังสาร ฯ
    o สองไหว้สองกราบเกล้า    สองถาม
ยังเท่าใดขุนงาม    จักเต้า
ปู่เฉลยใช่คนทราม    คนชั่ว ณ แม่
ขุนขี่เกล้าหน่อเจ้า    แผ่ผู้มีบุญ ฯ
    o หมอเถ้าหมอแก่แก้    คุณความ มากนา
จักกำหนดโดยถาม    ไป่ได้
หลานเอยค่อยพยายาม    ฤๅรอด เราเลย
บร่างนานนักไท้    ธิราชผ้ายถึงเรา ฯ

โคลง ๒
    o สองนงเยาว์เคร่าถ้า    แม้ว่าเห็นพระช้า
จึ่งให้ไปเตือน    ปู่เทอญ ฯ
    o เตือนสองสระเกศแก้ว    พระประสิทธิ์ให้แล้ว
ปู่เจ้าลาสอง ฯ    
    o มองตาเมิลปู่ผ้าย    หายบัดเดี๋ยวเห็นคล้าย
คลาศเพี้ยงลมลิว ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:52:04 pm
ปู่เจ้าสมิงพรายเรียกพระลอสองหนแรก ทางสรวงแก้ได้

    หนแรกปู่เจ้าสมิงพรายทำยันต์เสน่ห์แลใช้กังหันลมติดยอดยางเจ็ดอ้อมกำกับ
พระลอฝันเห็นพระเพื่อนพระแพง ร่ำร้องจะไปหา แต่ทางสรวงก็แก้มนตร์หนแรกนี้ได้
    หนที่ ๒ ใช้ธงสามชายปักปลายตะเคียนเก้าคนโอบส่งยาสั่ง
ทางสรวงได้พ่อหมอสิทธิไชยช่วยแก้ไข กับทั้งทำการป้องกันไว้ครันครบ "... บั้นในไว้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล ทวารนอกไว้ปีศาจ อากาศไว้ภูตคณา..."
    ตอนนี้นอกจากจะเห็นวิธีทำเสน่ห์ยาสั่งแล้ว ยังบรรยายถึงความรัก ความทุกข์ แลความพยายามของผู้เปนแม่
    ปู่เจ้ารู้ว่าข้างสรวงมีผู้ทรงอาคมแก่กล้าเทียมกันมาช่วย ตัดสินใจลงมือสู้ให้เต็มที่

________________________________

ร่าย
    o เฉียวฉิวถึงที่อยู่ ปู่เอาไม้เลี้ยงไม้ไล่ ไม้ไผ่ไขว่ลูกลม เขียนพระตนกลมอยู่กลาง เขียนสองนางแลองค์ สองอนงค์กอดรูปเท้า โนมน้าวชักชวนมา ยันต์มายารายรอบ รายขอบทั้งสี่คู่ ปู่ชุบณมนต์เมิลไม้ ยางใหญ่ได้เจ็ดอ้อม ปู่ปั้นมือตีค้อม ยอดตั้งติดดิน ฯ

ร่าย
    o ครั้นยางยินคำปู่ ใจพระลออยู่บมิกลม ปู่เอาลูกลมปักปลายยาง วางมือบัดเดี๋ยวดาย ปลายไม้ผายยยัน ใบไม้ผันยย้าย คล้ายลุงตรงตระบัด ลมพัดลูกลมผัน กลกังหันคคว้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ปั่นเพียงลมผัน ฯ
(http://pralor.thaiderm.com/drm.jpg)


โคลง ๔
    o ฝันเห็นพระเพื่อนไท้    แพงทอง
สองแนบนอนแนมสอง    ตราบไท้
สองศรีสอดกรตระกอง    กอดราช แลนา
ชวนชักไปไล้ไล้    สู่บ้านเมืองสอง ฯ

โคลง ๒
    o พระทองผทมตื่นขึ้น    สทึ่นเที้ยรสอื้น
ประหว่าโอ้โหยหา ฯ    

ร่าย
    o บ่คลาสมปฤดีบพิตร พระสนมสกิดกันดู เห็นพระภูธรพิการ จึ่งเอาสารพิกล ดลแด่ภควดี ชนนีนาถรู้ข่าว ร้อนผผ่าวหฤทัย ธไปยังลูกบพิตร ท้าวธเห็นผิดแก่ตา ธก็ว่าบาบงกชจอมใจ พ่อเปนใดแก่อกแม่ ท้าวก็ทูลแด่แม่ณหัว วันนี้ตัวข้าสั่น ใจข้าปั่นผัดผัน คืนนี้ฝันเห็นถนัด ว่าสองกษัตริย์เพื่อนแพงทอง นอนแนบสองข้างข้า หน้าแนบหน้าอิงอร สองสอดกรกอดเกื้อ โลมลูบเชื้อเชิญไป ใจข้าไหวดังจะผก อกข้าปั่นดังจะคว่ำ ทุกข์บ่รู้กี่ส่ำแสนเศร้า จักใคร่เต้าไปหา เยียวลูกลาแม่ ณ เกล้า ขอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวเอนดู ลูกรา ฯ

โคลง ๔
    o ออกท้าวฟังลูกไท้    ทูลสาร
ถนัดดังใจจักลาญ    สวาทไหม้
น้ำตาท่านคือธาร    แถวถั่ง ลงนา
รู้ไห้บกี้ไห้    สรอื้นอาดูร ฯ
    o ตีอกโอ้ลูกแก้ว    กลอยใจ แม่เอย
เจ้าแม่มาเปนใด    ดั่งนี้
สมบัติแต่มีใน    ภพแผ่น เรานา
อเนกบรู้กี้    โกฏิไว้จักยา พ่อนา ฯ
    o นายแก้วจักอยู่เร้ง    ไปหา
เร็วเร่งพระโหรมา    อย่าช้า
หาหมู่หมื่นแพทยา    หมอภูติ มานา
หาแม่มดถ้วนหน้า    หมู่แก้กฤติยา ฯ
    o นายขวัญหาจุ่งถ้วน    ทั้งหลาย
ทุกหมื่นขุนมุลนาย    ช่วยไส้
เถมิลไพรเร่งขวยขวาย    ยาป่า มานา
ยาเทศทั้งปวงไว้    ฝ่ายข้างชาวคลัง ฯ
    o คลังกูคลังลูกแก้ว    กูนา
จักจ่อมจ่ายเยียวยา    หน่อเหน้า
สิ้นทั้งแผ่นดินรา    แม่ลูก ก็ดี
สิ้นแต่สินจงเจ้า    แม่ได้แรงคืน ฯ
    o ขวนขวายถึงขนาดพร้อม    เพรียงกัน
หมอว่าใดทำสรรพ์    สิ่งนั้น
บนานพระลอพลัน    สรว่าง เสบยนา
ถ้อยหมู่หมอมาหั้น    ท่านให้เหลือเฟือ ฯ
    o ออกท้าวธิราชได้    แรงรมย์
นางพระยาพระสนม    ชื่นหน้า
มนตรีไพร่เมืองชม    สดชื่น เสบยนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า    สว่างคลุ้มหายมัว ฯ


โคลง ๒
    o สองบัวบุษปอยู่ถ้า    ฟังข่าวพระลอช้า
อกร้อนคือไฟ ฯ    
    o ให้ไปเตือนปู่เจ้า    ปู่ว่ามีหมอเถ้า
แก่แก้คุณเรา    มากนา ฯ

ร่าย
    o ปู่ ก็เอาธงสามชาย รายยันต์มากกว่าเก่า เขียนพระลอเจ้าอยู่กลาง กอดเจ้าช้างรัดรึง ชักทึงท้าวชวนเต้า แล้วปู่เป่าตะเคียนใหญ่ เก้าอ้อมใช่สามาญ ปลายไม้กรานก้มลง ปู่เอาธงปักผลักขึ้น ต้นไม้ฟื้นฟฟั่น ใบไม้สั่นฟฟัด ลัดลุกขึ้นยืนตรง ลมลิ่วธงททัด พัดถูกธงททาว ลมสร้าวเสียงเฉียวฉิว ปลิวกระพือยาหยูก ถูกพระองค์ท่านไท้ ถนัดดั่งสองนางไล้ ลูบให้แลเห็น องค์นา ฯ

ร่าย
    o ท้าวธเป็นหนักเล่ากว่าก่อน ดังเห็นสองอ่อนแก่ตา มาชักไท้สู่หย้าว มาเชิญท้าวธสู่เรือน ใจท้าวธเฟือนฟฟั่น สั่นพระองค์ทท้าว น้าวพระองค์ยยัน ผันพระพักตร์บพิตร ไปยังทิศตวันออก เขาจึงบอกนาฎบุญเหลือ ธรีบเมื่อยังลูกไท้ ไห้มาพลางรันทด สลดฤทัยพระองค์ ทรุดนั่งลงแลพระพักตร์ พระลอลักษณดิลก ทาบตีอกร้องไห้ มือทุ่มทรวงไล้ไล้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ

โคลง ๔
    o เจ้าไข้ทุกข์แม่เพี้ยง    ภูเขา ลูกเฮย
เจ้าเคลื่อนทุกข์บางเบา    สว่างร้อน
มาเห็นพ่อเงียบเหงา    หนักกว่า ก่อนนา
ทุกข์เร่งซ้อนเหลือซ้อน    ยิ่งฟ้าทับแด ฯ
    o หญิงชายเหลือแหล่งหล้า    ฤๅยล ยากนา
เห็นแต่เราสองคน    คู่ม้วย
ฉันใดพ่อกับตน    เป็นดั่ง นี้นา
แม้พ่อตายตายด้วย    พ่อแล้จอมใจ แม่เอย ฯ
    o นายแก้วนายขวัญเร่ง    ขวนขวาย หนึ่งรา
หาหมู่หมอทั้งหลาย    ทั่วหน้า
มาเร็วเร่งยาสาย-    สมรแม่ เร็วรา
เดิรด่วนอย่าได้ช้า    ช่วยด้วยหัวใจ ฯ
    o หาสิ้นสบส่ำถ้วน    มดหมอ
ทั้งแผ่นดินฤๅหลอ    อยู่ได้
มาแก้พระเลืองลอ    ฤๅเคลื่อน คลายเลย
พระแม่ไท้เห็นไท้    ลูกท้าวพิศวง ฯ
    o ท่านไท้ชุมถ้วนมิ่ง    มนตรี ท่านนา
เผยม่านผายเสาวนี    ท่านพร้อง
สมเด็จปิ่นภูมี-    ศวรราช เรานา
ยาบหายไข้ข้อง    สวาทแค้นคาใจ ฯ
    o ตรวจไตรหาหน้าหมู่    มดหมอ
ดีจะยังเหลือหลอ    อยู่บ้าง
สิ่งใดจะพึงพอ    คิดเร่ง คิดนา
ใดชอบทำอย่าร้าง    เร่งเทิ้ญเร็วทำ ฯ

ร่าย
    o มนตรีจำพระกฤษฎีกา ตรวจหาหมอทุกผู้ จึ่งรู้ว่าหมอสิทธิไชย นั้นออกไปอยู่ป่า รู้มลักกว่าทั้งหลาย คุณพันลายพันลึก ตรึกไตรศาตราคม บันสมสิทธิสามารถ ชำงัดโดยคุณโดยฤทธิ์ ธประกาสิตเร็จสรรพ เขาเร่งรับปู่เข้ามา ปู่ตั้งลากูณฑ์พิธี พลีเทพผู้มีฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิมนตราคม บันสมทำโดยศาสตร์ ให้พระลอราชหายหลง ให้ท้าวธสรงอุทกมนต์ เจ้าสากลสว่างเสบย เสวยโอสถประสิทธิ์ อันมีฤทธิ์พิเศษ สระพระเกศพระสกนธ์ ตั้งมณฑลสามชั้น บั้นในไว้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล ทวารนอกไว้ปีศาจ อากาศไว้ภูตคณา อยู่รักษาทุกแห่ง แล้วแต่งการเอิกเกริก เบิกสมโภชพิธี เบิกบายศรีทำขวัญราช พระบาทให้รางวัล สรรพอุปโภคพิพิธ แก่หมอสิทธิไชย หมอถัดไปโดยลำดับ ให้สำรับเสื้อผ้า ให้แก่หมอถ้วนหน้า ผู้เฝ้ารักษา ท่านนา ฯ

โคลง ๔
    o เอ็นดูสองราชไท้    ธิดา ท่านนา
ท่าบ่เห็นโหยหา    อกไหม้
พระลอราชจักมา    ฤาไป่ มาเลย
สองราชละห้อยไห้    แต่ถ้าภูบาล ฯ
    o จึ่งใช้สองพี่เลี้ยง    ไปพลัน
ถามปู่เปนฉันใด    ดั่งนี้
ข้าไปบังคมคัล    พระปู่ แลนา
พระปู่เฮยยังกี้    เมื่อท้าวจักมา ฯ
    o ปู่เล็งเห็นทั่วแล้ว    ทุกอัน นาแม่
บอกข่าวเขาแก้กัน    แต่งเฝ้า
มดหมอจักเทียมทัน    เขายาก นักนา
ไว้ปู่จักกลอยเถ้า    ต่อด้วยเข้าเอง ฯ

โคลง ๒
    o เขืออย่าเกรงเกลือกช้า    สองจักพลันเห็นหน้า
พระบาทท้าวจักถึง    แม่แล ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:54:27 pm
หนที่สาม ปู่เจ้าสมิงพรายใช้ไม้ตายเรียกพระลอ ศึกผีสองนครา สลาเหิน

    ปู่เจ้าสมิงพรายระดมพลสาระพัดผี สั่งให้ไปทะลวงเกราะป้องกันเมืองสรวงที่ปู่หมอสิทธิไชยสร้างไว้ เพื่อเปิดทางใช้หมากเคี้ยวลงอาคม "สลาเหิน"
    การรบพุ่งของผีของปู่เจ้ากับอารักษเทวา ภูติผีแห่งเมืองสรวง
ผีข้างเมืองสรวงพ่ายหนี ปู่เจ้าจึงใช้ "สลาเหิน" ลอยขึ้นฟ้าแล้วไปตกลงปนในพานหมากของพระลอ
ครั้นพระลอเสวยหมากมนต์ก็เกิดอาการหนักหนา สุดที่หมอสิทธิไชยจะแก้ไขได้
(http://pralor.thaiderm.com/poo.jpg)
 

ร่าย
    o ปู่รำพึงถึงเทพดา หากันมาแต่ป่า มาแต่ท่าแต่น้ำ มาแต่ถ้ำคูหา ทุกทิศมานั่งเฝ้า พระปู่เจ้าทุกตำบล ตนบริพารทุกหมู่ ตรวจตราอยู่ทุกแห่ง ปู่แต่งพระพนัสบดี ศรีพรหมรักษ์ยักษ์กุมาร บริพารภูตปีศาจ ดาเดียรดาษมหิมา นายกคนแลคน ตนเทพยผู้ห้าวท้าวผู้หาญ เรืองฤทธิ์ชาญเหลือหลาย ตั้งเปนนายเปนมุล ตัวขุนให้ขี่ช้าง บ้างขี่เสือขี่สีห์ บ้างขี่หมีขี่หมู บ้างขี่งูขี่เงือก ขี่ม้าเผือกผันผาย บ้างขี่ควายขี่แรด แผดร้องก้องน่ากลัว ภูตแปรตัวหลายหลาก แปรเปนกากภาษา เปนหัวกาหัวแร้ง แสร้งเปนหัวเสือหัวช้าง เปนหัวกวางหัวฉมัน ตัวต่างกันพันลึก ลคึกกุมอาวุธ เครื่องจะยุทธยงยิ่ง เต้นโลดวิ่งระเบง คุกเครงเสียงคะครื้น ฟื้นไม้ไหล้หินผา ดาษดากันผาดเผ้ง รเร้งร้องก้องกู่เกรียง เสียงสเทือนธรณี เทียบพลผีเสร็จสรรพ ปู่ก็บังคับทุกประการ จึ่งบอกสารอันจะใช้ ให้ทั้งยามนตร์ดล บอกทั้งกลอันจะทำ ให้ยายำเขาเผือด มนตราเหือดหายศักดิ์ ให้อารักษ์เขาหนี ผีเขาแพ้แล้วไส้ กูจึงจะใช้สลาเหิร เดิรเวหาไปสู่ เชิญพระภูธรท้าว ชักมาสู่สองหย้าว อย่าคล้าคำกู สั่งนี้ ฯ

โคลง ๔
    o น่าดูพลปู่เจ้า    จอมผา
อึงอึดอัมพรคลา    คลาศเต้า
ผีภูผาตคณา    นับโกฏิ เกรียงแฮ
ไคลคลี่พลคลาเต้า    ด่วนได้โดยโพยม ฯ
    o พิศเพี้ยนผีพวกพ้อง    เพียงพล มารแฮ
เต็มป่าพฤกษ์ไพรสณฑ์    แหลกหลู้
บนานก็มาดล    แดนราช
ผีฝ่ายแดนชุกรู้    เร่งเร้งเรียกกัน ฯ

ร่าย
    o มากลากลาศกันแดน ผีแขกแค้นเข่นขุก ผีแดนรุกรบพุ่ง แล่นไล่ยุ่งโลดเต้น บ้างหลบบ้างหลีกเร้น บได้ตอบตี ฯ

โคลง ๔
   o ผียยุ่งรบกับด้วย    ผีแขวง แดนนา
ผีทุ่มผีไล่แทง    ผาดผ้าย
ผันแผงแผดรบแรง    ร้องเร่ง พลนา
ผีแขกรุกราญร้าย    รบเร้ารอนผลาญ ฯ

ร่าย
    o ผียยุ่งรบกัน ครรชิตฤทธิราวี ผีทุ่มผีไล่แทง รบแรงผันเผ็งแผด ผีเจ้าแจดจ้ายจ้าย ร้องเร่งพลคล่ำคล้าย ผาดผ้ายรุกราญ ฯ

ร่าย
    o ผีบันดาลไฟคลุ้ม ให้ควันกลุ้มเวหา ด้วยแรงยาแรงมนต์ ผีแดนทนทานยาก จึ่งฝากข่าวแก่ลม กึกก้องอมพรมี่ ลัดพลัดปรี่ปรึงมา บอกแก่เทพดาเสื้อเมือง ฟ้าหล้าเหลืองอุบาทว์ อากาศคลุ้มเปนควัน ฟ้าเครงครรชิตผ่า ใจเมืองบ้าดังจะผก หัวอกเมืองดังจะพัง เทพดาฟังฟฟั่น ตกใจสั่นระรัว กลัวฤทธิ์พระปู่ ผู้มีเดชเกรียงไกร หมอสิทธิไชยเล็งเห็น ทีนี้เข็ญเกิดใหญ่ ปู่หมอใคร่ใจดู ครูกูชี้ให้เห็น อันเปนนั้นปรตยักษ์ ด้วยสิทธิศักดิ์ผีสาง จึ่งทูลแด่ออกนางนาฎชนนี ฟังคดีอัศจรรย์ ว่าจะกันกันบได้ ให้มาเห็นเข็ญปลาด ทุกประการนาฎพิลาป สองมือทาบตีอกไห้ ใครจักช่วยเจ้าได้ ลูกแก้วกับตนแม่เฮย จอมใจแม่ฮา ฯ

โคลง ๔
    o ปู่หมอใดดั่งนี้    อกกู
เชิญปู่เล็งแลดู    ก่อนไส้
ปู่เอยเอนดูตู    เชิญช่วย ตูรา
ปู่ช่วยลุจักให้    กึ่งแล้เมืองหลวง ฯ
    o ปู่ดูปู่ว่าพ้น    แรงนัก แม่ฮา
เทพดาสิทธิศักดิ์    ท่านใช้
ผีสางสุรารักษ์    เราพ่าย หนีนา
ยาท่านเติมมาให้    เสื่อมข้างยาเรา ฯ
    o ที่สู้ดูที่สิ้น    จักกัน แลนา
ทุกเทพผีสางสรรพ์    พ่ายแพ้
ยังยาหยูกทุกอัน    เราเสื่อม ไปนา
มนต์แลยาจักแก้    ท่านได้ฉันใด ฯ
    o ปรานีออกท้าวราช    มารดา ท่านนา
ฟังเร่งแสนโศกา    หมื่นไหม้
น้ำตาบ่เสบยตา    แถวถั่ง ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้    แหบแห้งหัวใจ ฯ

ร่าย
   o ผีภายในแล่นออก แลนา
ผีภายนอกแล่นเข้า แลนา
เทพดาปู่เจ้าสั่ง แลนา
มาทำดั่งปู่สอน แลนา
ให้ย่อหย่อนทุกสิ่ง แลนา
จึ่งให้สารไปกล่าว แลนา
จึ่งให้ข่าวไปถึง แลนา
สมิงพรายผู้เถ้า แลนา
ปู่เจ้าฟังแล้วไส้ แลนา
ปู่จึ่งใช้สลาเหิร แลนา
เดิรเวหาไปสู่ แลนา
ตกลงอยู่รคน แลนา
ปนหมากเสวยท่านไท้ แลนา
ครั้นท่านได้หยิบเสวย แลนา
บนานเลยลอราช แลนา
ใจจะขาดรอนรอน แลนา
ถึงสายสมรพี่น้อง คิดบลุเลยข้อง ขุ่นแค้นอาดูร ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:57:10 pm
พระลอคลั่ง ครวญคร่ำร่ำสู่สรอง

    พระลอปดพระมารดาขอไปเที่ยวป่า แต่พระมารดารู้ทัน ไม่ให้ไป พระลอก่นแต่ทุกข์ถึงคลั่งเพ้อ
เหล่าอำมาตย์มนตรีแนะให้แต่งสารไปสู่ขอพระเพื่อนพระแพง แต่พระลอดึงดื้อจักไปเอง
    เหตุการณ์แลการต่อถ้อยของพระลอกับพระมารดาในช่วงนี้ เปนอีกตอนหนึ่ง ที่แต่งไว้ได้น่าอ่านนัก
________________________________

(http://pralor.thaiderm.com/mad.jpg)
นางเมืองนั่งแนบเฝ้า จอมกษัตริย์... พระราชชนนีเล้า ลูบไล้โลมขวัญ

โคลง ๔
    o ท้าวทูลธิราชไท้    ชนนี
ไหว้บาทบงกชศรี    ใส่เกล้า
ข้าพระอยู่มามี    ใจเหนื่อย พระเอย
จักใคร่ลาพระเจ้า    เที่ยวเหล้นพนาสนฑ์ ฯ
    o ออกท้าวฟังลูกไท้    ทูลลา ท่านนา
เจ้าแม่เปนใดนา    ดั่งนี้
มดหมออยู่รักษา    สงวนราช นะพ่อ
สุดกำลังเขาชี้    ยากแท้ทุกอัน ฯ
    o ผีสางเขาส่งซ้ำ    เติมมา มากนา
มนตรมายายา    หยูกซ้ำ
วันใดราชลีลา    ยกย่าง ไปนา
อกแม่ผอมไข้ขว้ำ    หล่มหล้มพระองค์ ฯ
    o พระลอลาบ่ได้    ทนทุกข์ อยู่นา
บัดนั่งบัดนอนลุก    ละห้อย
ไอศวรรย์บ่เปนสุข    เสวยโศก ไส้นา
โหยคนึงเสน่ห์สร้อย    บ่ได้สร่างเสบย ฯ
    o นางเมืองนั่งแนบเฝ้า    จอมกษัตริย์
ถนอมบาทบงกชรัตน์    ใส่เกล้า
พระสนมรำเพยพัด    ไกวแกว่ง วีนา
พระราชชนนีเล้า    ลูบไล้โลมขวัญ ฯ
    o พระลอบสร่างเศร้า    ศรีหมอง อยู่นา
หลับลเมอหาสอง    หนุ่มหน้า
เคลิ้มไคล้หวาดใจปอง    ปองไป่ ลุเลย
คิดคนึงโอ้อ้า    ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o ตื่นขึ้นวอนว่าข้า    จักไป
ประพาสชมไพรพลาง    ไล่ช้าง
ชมพนมพนาไลย    พลางไล่ มฤคนา
ชมป่าดงพงกว้าง    เถื่อนถ้ำสระศรี ฯ
    o ออกท้าวฟังลูกไท้    ปรารมภ์ อยู่นา
ปากว่าจะไปชม    ช่อไม้
ครั้นไปจะไปสม    สองนาฎ แลนา
ใส่เล่ห์วอนไจ้ไจ้    จักห้ามฉ้นใด ฯ
    o หาโหรหาถ้วนมิ่ง    มนตรี
หาปู่สิทธิไชยลี-    ลาศเต้า
แถลงคำแก่นกษัตรีย์    ทุกสิ่ง แลนา
โหรว่าจักห้ามเจ้า    แผ่นหล้าฤๅฟัง ฯ
    o สิทธิไชยทูลแด่เจ้า    จอมกษัตริย์
แม้นเทพมาทัดทัด    บ่ได้
มนตรีว่าเห็นขัด    ทุกสิ่ง แลนา
จักส่งสารถึงไท้    สืบสร้องกลความ ฯ

โคลง ๓
    o ธขอบคำความมนตรี    กลกล่าวดีชอบแท้
แก้อื่นบได้แก้    ดั่งนี้เห็นควร ฯ

โคลง ๒
    o จึ่งเสด็จยวรยาตรเต้า    กล่าวแก่พระลอเจ้า
พ่อเฮ้ยปรานี    แม่รา ฯ

ร่าย
    o แม่ฟังคำพ่อว่า ใคร่เล่นป่าชมเขา แม่เดาใช่คำจรึง พ่อคำนึงอื่นไส้ พระบอกจงจริงให้ แม่รู้เต็มใจ หนึ่งรา ฯ

โคลง ๒
    o ข้ารำพึงอื่นแท้    จะบอกความจริงแล้
พระห้ามขัดใจ    ลูกนา ฯ
    o สิ่งใดพอใจแก้ว    ยังห่อนฤๅให้แคล้ว
ขัดข้องใจขุน    แม่นา ฯ
    o เปนตามความชอบแล้ว    จ้กแต่งตามใจแก้ว
ก่ำพร้าฤๅขืน    อื่นเลย ฯ
    o พระเอยหัวใจข้า    คิดใคร่ไปเห็นหน้า
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ    
    o ความปองลูกบ่ได้    บร้างเห็นหน้าไท้
ธิราชแล้นะหัว    ลูกเอย ฯ
    o ลาบัวบาทเจ้าหล้า    ไปสู่สองแล้วข้า
จึ่งผ้ายคืนมา ฯ    

(http://pralor.thaiderm.com/beg.jpg)

เนื้อสู่เสือฤๅเสือ  จักไว้..     บรอดเลยราชา  อย่าผ้าย

โคลง ๔
    o เจ้าไปแล้วเจ้าจัก    คืนเมือ ลูกเอย
เนื้อสู่เสือฤๅเสือ    จักไว้
ฟังคำพ่อคิดเหลือ    เหลือที่ คิดนา
คิดบ่ได้ล้วนได้    แต่ร้อนฤๅเสบย ฯ
    o โดยธคิดชอบถ้อย    คลองความ
จักแต่งไปสู่ถาม    พี่น้อง
จักรับพงางาม    สองสู่ พระนา
ได้ง่ายฤๅขัดข้อง    เท่าเส้นยองใย ฯ
    o ดำริห์โดยราชนี้    เยียวนาน
เยียวพ่อสองเยาวมาลย์    ห่อนให้
ทางไกลเที่ยวทูลสาร    ยลยาก พระเอย
ข้าพระไปเองได้    ง่ายแท้ทุกอัน ฯ
    o พ่อไปแล้วนะเจ้า    คืนมา รอดฤๅ
บรอดเลยราชา    อย่าผ้าย
ยาอีกสิ่งมนตรา    คมยิ่ง ยานา
ผีก็ร้ายคนร้าย    รอดได้กลใด ฯ
    o เมืองเราอุบาทว์ร้าย    แรงนัก ลูกเอย
เขาส่งผีสางศักดิ์    ข่มแล้ว
ฤๅบาปิ่นไตรจักร    จักรอด ฤๅพ่อ
หล้มแผ่นดินหล้มแก้ว    แม่หล้มไอศวรรย์ ฯ
    o รอยท้าวทูลบาทเบื้อง    บุญขจร
พระปู่เขาเรารอน    ขาดเกล้า
เขาคุมเคียดจักหลอน    ทำโทษ แทนนา
ฤๅพ่อจักไปเข้า    สู่เงื้อมมือเข็ญ ฯ
    o ถึงกรรมจักอยู่ได้    ฉันใด พระเอย
กรรมบ่มีมีใคร    ฆ่าข้า
กุศลส่งสนองไป    ถึงที่ สุขนา
บาปส่งจำตกช้า    ช่วยได้ฉันใด ฯ
    o ผิไปถึงแล้วและ    ถึงกรรม์ ก็ดี
ตกนรกแสนศัลย์    หมื่นไหม้
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์    เพราะอยู่ ก็ดี
บอยู่เลยลาไท้    ธิราชแล้วจักไป ฯ

________________________________

    เนื้อเรื่องในช่วงนี้ ตั้งแต่ปู่เจ้ารู้ว่าทำลายสิ่งคุ้มกันได้แล้วจึงใช้"สลาเหิน" ไปจนตอนพระลอดึงดื้อจะไปเองให้ได้
มีผู้เอาไปทำบทร้องเพลงไทยเดิมประเภท "ตับเรื่อง" ชื่อ "ตับพระลอ" แต่ที่ข้าพเจ้าฟังอยู่เปนของกรมศิลปากร ใช้ชื่อว่า "ตับพระลอคลั่ง" ทั้งการร้องแลทำนองเพลง ไพเราะกินใจยิ่งล้ำ
    อีกเพลงหนึ่งคือ "ลาวสวยรวย"
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 04:59:18 pm
ตับพระลอคลั่ง
(เริ่มเรื่องตั้งแต่ปู่เจ้าสมิงพรายรู้ว่าผีเมืองสรวงพ่ายแล้ว ไปจนถึงพระลอจะไปสู่สรองให้จงได้)

  "ฝ่ายสมิงยินแจ้งแห่งคำผี เคยยินดีสมมาดปรารถนา
มนต์พ่อปู่เสพประสิทธิ์วิทยา ใช้สลาเหินเร่ขึ้นเมฆี
ลอยลงตรงอาสน์ราชประทับ พลัดตกปับลงพานหมากพระศรี
พระโอษฐ์เปรี้ยวเสียวกระสันขึ้นทันที หยิบพระศรีเสวยยันสั่นพระองค์

  พระเริ่มในพระทัยป่วนหวนระลึก ให้รู้สึกเหลวไหลพระทัยหลง
เห็นเหมือนเพื่อนแพงมาแฝงองค์ แทบจะตรงเข้าประโลมโฉมสุดา
หายวับกลับนึกรู้สึกสติ พระจึงตริตรองเล่ห์เสน่หา
จะตามไปให้ประสบพบพา พระมารดาคงจะห้าม ไม่ตามใจ
พึงทูลปดลดเลี้ยวว่าเที่ยวป่า หากจะว่าตอแหลพอแก้ไข
ถึงจะรู้แน่ชัดในหทัย ก็อย่าให้ออกจากปากของเรา
จึงทูลสารมารดาว่าข้าบาทขอลาองค์มาตุราชไปเที่ยวเขา
ชมโคถึกมฤคาพนาเนา พอบรรเทาอารมณ์ได้ชมเชย

(หญิงร้อง)  พระชนนีดีใจเห็นได้เค้า
พระชนนีดีใจเห็นได้เค้า จึงปลอบเล้าโลมพระลอว่าพ่อเอ๋ย
บอกมารดาว่าพระทัยไม่เสบย
บอกมารดาว่าพระทัยไม่เสบย ขอลาเลยชมดงเล่นพงไพร
แม่นึกแคลง แคลงจิตคิดไปเที่ยว
แม่นึกแคลง แคลงจิตคิดไปเที่ยว เกรงจะเลี้ยวหลงชิดพิสมัย
บอกแม่แท้จริงทุกสิ่งไป
บอกแม่แท้จริงทุกสิ่งไป ให้แม่ได้ทราบเสียบ้างคลางจางจินต์

  ฟังคำงามขำจึงเอ่ยร่ำไข ฟังคำงามขำจึงเอ่ยพร่ำไข
อยากจะไปประสบสองแม่น้องหญิง อยากจะไปประสบสองแม่น้องหญิง
เยี่ยมแม่เพื่อนเยือนแม่แพง จึงแจ้งจริง
ถ้าขืนนิ่งนอนเปล่า เอย สูเพื่อนเอย ยิ่งเศร้าใจ
(หญิงรับ) (เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนเอย
เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนเอย อกพระลอไม่เสบย อยากจะไปเชยสองนารี)
ขอลาบาทมาตตุรงพระทรงลักษณ์ ขอลาบาทมาตตุรงพระทรงลักษณ์
ช่วยชูฟักชีวิตที่คิดไว้ ช่วยชูฟักชีวิตที่คิดไว้
จะมาหาพระเกิดกำเหนิดเกิดกาย มิได้หน่ายแหนงคุณ
เอ๋ย เจ้าสูเพื่อนเอย ที่จุนเจือ
(เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนชัง
เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนชัง อกพระลอแทบจะพังคลุ้มคลั่งบ่เสบย)

(หญิง) ซักทางตามพระลูกผูกวิตก นางขอดอกโหยไห้อาลัยเหลือ
จากเขตประเทศสถานทิ่งหว่านเครือไปแนบเนื้อนุชนางต่างนคร
เขาก็เป็นจอมนิเวศน์เกศกษัตริย์ จะประหวัดลอบชมสมสมร
เห็นยากล้นคณนาแสนอาวรณ์ แม่ทุกข์ร้อนคิดเห็นไม่เป็นการ

  เมื่อเอยเมื่อนั้น พระลอดิลกเลิศงามเฉิดฉันท์
(หญิงรับ) (เอย เอ๋ยช่ออัญชัน พระลอโศกศัลย์พระทัยไม่เสบย
เอ๋ยช่ออัญชัน พระลอโศกศัลย์พระทัยไม่เสบย)
สถิตย์ยังห้องแก้วแพรวพรรณกับองค์ทรงธรรม์ชนนี
(เอย เอ๋ยช่อจำปี พระลอโศกีถึงเพื่อนแพงเอย
เอ๋ยช่อจำปี พระลอโศกีถึงเพื่อนแพงเอย)
ร้อนรุ่มกลุ้มใจพระทัยหลง งวยงงด้วยอำนาจเสน่ห์ผี
(เอย เอ๋ยช่อนนทรี เพื่อนแพงยอดชีวีของพี่นี้เอย
เอ๋ยช่อนนทรี เพื่อนแพงยอดชีวีของพี่นี้เอย)
ได้ยินเหมือนเพื่อนแพงแฝงอินทรีย์มาทูลภูมีให้ไคลคลา
(เอย เอ๋ยช่อจำปา พระลอจะลาจากเวียงแล้วเอย
เอ๋ยช่อจำปา พระลอจะลาจากเวียงแล้วเอย)"
________________________________

(http://pralor.thaiderm.com/surang.jpg)

ลาวสวยรวย

  "เจ้าณหัวทรงพระโฉมเฉิดฟ้า ชื่นแหล่งหล้าละลานใจ
พระเลืองเลิศซะลอหน่อไท้ ยอดอาลัยแสนสาวสนมเธอ
ยลสาวสวรรค์ขวัญเนตรภูเบศร์บรรเลง เสนาะเพลงบรรเลอนฤโทษโสตเสนอ
สาวจับระบำ จับระบำบำเรอ
ไฉนพระลอราชเธอบ่มิเอื้อนออเออ เอาแต่เพ้อฤทัยถอน

  ฤทธิ์รูปลมโซรมพระผู้สึง รัดร้อนรึงกลไฟโหม
แว่วแต่ซอล่อคะนึง คะนึงโลม เห็นแต่โฉมเพื่อนแพงสองอร
มิไยเล่าโฉมเฉลาสาวสุรางค์เล่นดุริยางค์เย้ายวนรำฟ้อน
ถวายกร ถวายกรแย้มสรวล
ระริกระรื่นชื่นชวน โอ้พระเอยอักอ่วน บ่หวนจะหรรษา"
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:00:19 pm
คือ "แม่" พระนางบุญเหลือครวญคร่ำ พร่ำสอน อวยพรชัย

    ตอนนี้แสดงถึง ความเป็น แลสิ่งที่เรียกว่า "แม่" ได้สมบูรณ์นัก
เนื้อความตอนนี้แบ่งเปนช่วงๆดั่งนี้..
    - รำพันแต่จะทรงครรภ์ แลทำนุถนอมตราบเติบใหญ่
    - ประจงเชยชม
    - ย้ำสอนการครองตนครองคน
    - อวยพรให้ลุที่ปอง แลคืนรอดปลอดพ้นปวงโรคะภยา
________________________________

โคลง ๔
    o ทาบตีอกไห้พ่าง    เมือมรณ์
คำแม่สอนสุดสอน    บ่ได้
รอยกรรมราชจักหลอน    จักล่อ พระฤๅ
รู้เท่ารู้เว้นไว้    กลัดกลุ้มมัวมน ฯ
    o จำศีลบท่อยถ้อย    เจ็ดวัน ลูกเอย
คลังคลี่ทานผลปัน    เท่าฟ้า
ขอมีลูกใจธรรม์    ชายชอบ ใจนา
แม่จึ่งได้เจ้าหล้า    แม่แล้สุดใจ แม่เอย ฯ
    o สิบเดือนอุ้มท้องพระ    ลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสัก    หนึ่งน้อย
ตราบพระปิ่นไตรจักร    เสด็จคลอด มานา
ถนอมอาบอุ้มค้อยค้อย    ลูบเลี้ยงรักษา ฯ
    o แลวันสามคาบป้อน    เปนนิตย์
บมิให้ใครทำผิด    แผกเจ้า
แสนสงวนคู่ชีวิต    ฤๅใคร่ กลายเลย
เทียรผดุงคุ้งเท้า    ตราบรู้เสวยเอง ฯ
    o บัญจงกับเข้าแต่ง    ของเสวย
บมิได้เลินเล่อเฉย    หนึ่งน้อย
สรรพเครื่องพระลูกเฮย    ไตรตรวจ แต่งนา
บวางใจกึ่งก้อย    แก่ผู้ใดทำ ฯ
    o แต่น้อยแม่พร่ำเลี้ยง    รักษา พ่อนา
จงเจริญชนม์มา    ตราบได้
สมบัติผ่านภูวดา    ถวัลยราช
ฤๅพ่อจำจากให้    แม่นี้ตรอมตาย ฯ
    o คงชีพหวังได้พึ่ง    ภูมี พ่อแล
ม้วยชีพหวังฝากผี    พ่อได้
ดังฤๅพ่อจักลี    ลาจาก อกนา
ผีแม่ตายจักได้    ฝากให้ใครเผา ฯ
    o สุดใจสุดแม่ห้าม    ภูธร
สอนบ่ฟังแม่สอน    จักเต้า
หนักใจหนักอาวรณ์    ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
แม่อยู่ตั้งแต่เศร้า    โศกร้อนฤๅเสบย ฯ

โคลง ๔
    o ลูกเอยจากแม้โอ้    กรรมใด นาพ่อ
ตั้งแต่คิดเด็จไป    สู่สร้อย
แม่เดียวอยู่อาไลย    ทนเทวษ แลนา
มาแม่จะชมน้อย    หนึ่งให้คลายใจ ฯ
    o ชมปรางชมผากเผ้า    ริมไร เกศนา
เชยปากตาตรูไตร    เพริศพริ้ง
ชมพักตรดั่งแขไข    ขวัญเนตร
บพิตรพ่องามสิงคลิ้ง    จูบแก้มเชยกรรณ ฯ
    o จูบนาสิกแก้วแม่    หอมใด ดุจนา
จูบเคียงคางคอใจ    จักขว้ำ
จูบเนื้อจูบนมใส    เสาวภาคย์ พระเอย
จูบไหล่หลังอกซ้ำ    จูบข้างเชยแขน ฯ
    o จักเชยพระลูกถ้วน    สรรพางค์
พระลูกประนมกรพลาง    จึ่งพร้อง
พระควรจูบแต่กลาง    กระหม่อม ไส้นา
แก้มเกศพระเจ้าต้อง    สั่งข้าพระควร ฯ
    o ลูกรักแก้วแม่เอ้ย    ปรานี แม่รา
พระบาทบงกชศรี    ใส่เกล้า
ฤๅบาปิ่นภูมี    ทัดแม่ ไยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้า    สั่งเจ้าจอมใจ ฯ
    o พระรักพระว่าไว้    เหนือหัว
ข้าบาทบงกชกลัว    บาปได้
พระคุณโปรดเปนตัว    สอนสั่ง มานา
ข้าไป่แทนคุณไท้    เท่าเส้นใยยอง ฯ
    o รอยกรรมจักจากเจ้า    จอมกษัตริย์
รอยบาปเพรงจำพลัด    ออกท้าว
พระคุณไป่แทนขัด    ใจดั่ง นี้นา
ยาหยูกเขาโน้มน้าว    ลูกให้ใหลหลง ฯ

ร่าย
    o เมื่อนั้นอนงคเทพี ชนนีนาฎราชรันทด สลดหฤทัยดั่งจะหว่า ท้าวธก็ว่าเจ้าลอลักษณ์ ลูกรักเจ้าแม่นา รักยิ่งตายิ่งตัว รักยิ่งหัวยิ่งชีพ แต่นี้จอมทวีปแม่จะจาก พรากแม่พรากพระบุรี ศรีกษัตริย์มีเจ็ดสิ่ง พระมิ่งแม่จงจำ ยำคำแม่อย่าคลา รีตท้าวพระยาอย่าคลาด อย่าประมาทลืมตน อย่ารคนคนเท็จ ริรอบเสร็จจึ่งทำ คิดทุกคำจึ่งออกปาก อย่าให้ยากแก่ใจไพร่ ไต่ความเมืองจงตรง ดำรงพิภพให้เย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน ส่องใจดูทุกกรม อย่างมชมความเท็จ ริรอบเสร็จเกื้อทางธรรม์ ทีจะกันกันจงหมั้น ทีจะคั้นคั้นจงเปนกล ส่องต้นหนคนใช้ เลือกหาใจอันสัตย์ ดัดมนตรีโดยยุกติ์ ปลุกใจคนให้หาญ ผลาญเพรียงไพร่เพรียงเมือง อาญาเรื่องเรื้อยราษฎร์ กันนิกรอาจเกื้อไพรี ดับกลีอย่าให้ลุก อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าล่ามม้าสองปาก อย่าลากพิษตามหลัง อย่าให้คนชังลักแช่ง แต่งคนให้คนรัก ชักชวนคนสู่ฟ้า เบื้องหน้าเทพยอยศ จงปรากฎชอบแล้ว อย่าได้แคล้วรำพึง คำนึงอย่ารู้มลาย จงอย่าหายยศพ่อ ต่อม้วยฟ้าหล้าสวรรค์ กัลปประลัยอย่ารู้ลาญ ภูบาลเจ้าจงจำ ตามคำแม่โอวาท พ่อสุดสวาทแก่แม่เฮย จงสวัสดิ์แก่เจ้าเทอญ ฯ

โคลง ๔
    o จงเจริญศรีสวัสดิ์เรื้อง    เดชา
ทุกข์โศกโรคไภยา    อย่าพ้อง
ศัตรูหมู่พาลา    พาลพ่าย ฤทธิ์พ่อ
เสวยสุขอย่าเคืองข้อง    ขุ่นแค้นอารมณ์ ฯ
    o ขอลุสมสบสร้อย    สองนาง
ขออย่าลุเล่ห์ทาง    เสน่ห์นั้น
ขอคิดอย่าใจจาง    คำแม่ สอนนา
ขอพ่อเร็วคืนกั้น    ขอบแคว้นไกรกรุง ฯ
    o ขอฝากฝูงเทพไท้    ภูมินทร์
อากาศพฤกษาสินธุ์    ป่ากว้าง
อิศวรนรายณ์อินทร์    พรหมเมศ ก็ดี
ช่วยรักษาเจ้าช้าง    อย่าให้มีไภย ฯ
    o ได้คืนชีวิตเจ้า    จอมกษัตริย์
จักแต่งธงธวัชฉัตร    เพริศแพร้ว
เทียนทองระย้ารัตน    งามชื่น ตาแฮ
เป็ดไก่บายศรีแก้ว    แต่งแก้สบสถาน ฯ

โคลง ๒
    o ท้าวฟังสารท่านไท้    บังคมก้มกราบไหว้
รับถ้อยคำสอน ฯ    
   o รับพรใส่เศียรไว้    แก้เกศเช็ดบาทไท้
ท่านท้าวชนนี    ท่านนา ฯ
    o กรชลีเหนือเกล้า    ลาสมเด็จท้าวเจ้า
สู่ท้องโรงธาร ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:01:31 pm
พระลอสั่งงานเมือง เตรียมทัพ ร่ำลามเหสีแลสนมนางใน

    ในตอนร่ำลามเหสี มีโคลงบทหนึ่งซึ่งคล้ายกับใน "ลิลิตเตลงพ่าย" (ปัจจุบันใช้ "ตะเลง") ตอนพระมหาอุปราชเข้าไปล่ำลาพระมเหสีเพื่อสู่ศึกโยธยา ซึ่งข้าพเจ้าออกจะชอบมากกว่า อยู่เล็กน้อย อ่านช่วงนี้ทีไรก็นึกสงสารพระมหาอุปราชา
ความว่า..
    o จำใจจำจากเจ้า    จำจร
จำนิราศแรมสมร    แม่ร้าง
เพราะเพื่อจักไปรอน    อริราช แลแม่
จำทุกข์จำเทวศว้าง    สวาดิว้าหวั่นถวิล ฯ

________________________________

ร่าย
    o โองการสั่งมนตรี ผู้ภักดีต่างใจ อยู่ระไวต่างองค์ ดำรงรั้งรักษา ภาราเราจงบำรุง ผดุงราษฎร์อย่าให้เคือง ศัตรูเมืองเร่งบำบัด หนึ่งจอมกษัตริย์แก่นไท้ ถนอมบาทบงกชไว้ เหมือนเมื่อเที้ยร กูยัง ฯ

ร่าย
   o แล้วตรัสสั่งขุนพล พวกพหลเหี้ยมหาญ เร่งเตรียมการพยุหบาตร จัตุรงคราชเรืองรบ ครบทุกหมู่ทุกหมวด ตรวจให้สรรพโดยเขบ็จ จัดให้เสร็จโดยขบวร กูจักยวรยาตรเต้า ในวันรุ่งพรุ่งนี้เช้า แต่งตั้งเตรียมพลัน ฯ

โคลง ๒
    o เสร็จผายผันสู่ห้อง    เรือนหลวงโลมลาน้อง
อยู่เจ้าจงดี    แม่ฮา ฯ
    o เรียมจะลีลาศเต้า    อยู่แม่อยู่อย่าเศร้า
ไป่ช้าคืนสม    แม่แล ฯ
    o ลักษณวดีกรมทรวงสร้อย    ทุกข์แทบเลือดตาย้อย
เนตรน้ำนองนูน ฯ    
    o นบนิ้วทูลเจ้าหล้า    พระองค์อาจละข้า
บาทไว้ผู้เดียว    พระเอย ฯ
    o ทางไกลเปลี่ยวสัตว์ร้าย    ผีคนองหลอนคล้าย
ทำเล่ห์ให้เห็นตัว ฯ    
    o กลัวศัตรูฝ่ายหน้า    หลังพระเสียใจข้า
ดุจดับแก้วสองดวง ฯ    
    o ขอห้ามหวงเจ้าหล้า    อยู่ปกเกศเกล้าข้า
พระบาทท้าวอย่าไป ฯ    

(http://pralor.thaiderm.com/clzb6.jpg)
สยายเกศเช็ดบาทไท้    ธิราชไว้เปนเฉลิม

โคลง ๔
    o สิ่งใดในโลกล้วน    อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง    เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง    ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้    ก่อเกื้อรักษา ฯ
    o จากนุชเรียมขุ่นไข้    อารมณ์ เรียมนา
จากที่สมไปสม    เกลือกแคล้ว
ผิจักอยู่อกกรม    เกรียมสวาท นาแม่
จำพี่จำจากแก้ว    ไป่ช้าคืนสม ฯ
    o พระไปแม้พระได้    สมสอง
ไหนจะคืนคงครอง    ครอบเกล้า
อย่าคิดอย่าจงปอง    สองปล่อย มาฤๅ
สองจักลองโลมเล้า    อยู่ว้าวังขัง ฯ
    o จำจากใช่จากด้วย    ชังสมร แม่นา
จากแม่รักฤๅรอญ    ขาดได้
เด็จบัวแม่เด็จอร    ยังเยื่อ ใยนา
ไปบ่ลืมน้องไท้    อย่าร้อนรนทรวง ฯ
    o สุดทานสุดทัดท้าว    สุดบุญ
ทรงโศกพักตรซบซุน    ร่ำไห้
เหนือบาทยุคลขุน    ครวญคร่ำ ไปนา
สยายเกศเช็ดบาทไท้    ธิราชไว้เปนเฉลิม ฯ
    o เห็นโศกเพิ่มโศกท้าว    กลอยนาง
พลางพระโลมนุชพลาง    ปลอบน้อง
อย่าโศกจะเปนลาง    ในพฤกษ์ ไพรนา
ดับทุกข์ดับเทวษข้อง    ขุ่นแค้นเสียโฉม ฯ
    o เสร็จโลมเสร็จสั่งเจ้า    จอมสนม
สนมอยู่อย่าเกรียมกรม    อกไหม้
ปวงนางรับคำคม    บัวบาท ท่านนา
ซบสอึกสอื้นไห้    แซร่ซร้องแรงโรย ฯ
    o เสียงโหยเสียงไห้มี่    เรือนหลวง
ขุนหมื่นมนตรีปวง    ป่วยซ้ำ
เรือนราษฎร์ร่ำตีทรวง    ทุกข์ทั่ว กันนา
เมืองจะเย็นเปนน้ำ    ย่อมน้ำตาครวญ ฯ
    o เห็นไห้ทุกหมู่ถ้วน    หญิงชาย
ใจสั่นรันทดกาย    ท่านไท้
สูเอยอย่ากรรหาย    เหิมโศก นักนา
ทุกข์นักมักเกิดไข้    มักไข้พลันตาย ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:04:22 pm
คือ ขบวนทัพหลวง

    ในตอนนี้กล่าวถึงเรื่องภายใน แลบรรยายการจัดทัพไว้อย่างละเอียด
    เมื่ออ่านช่วงนี้จึงทำให้เห็นคล้อยตามที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ประทานอธิบายไว้ อันปรากฏในตอน "คำนำ" ที่ว่า... "... ผู้แต่งลิลิตพระลอเป็นผู้รู้ราชประเพณีและการเมือง ต้องเป็นบุคคลชั้นสูงอยู่ในราชสำนัก ประกอบทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญอักษรศาสตร์... " ได้เปนอย่างดี
________________________________

ร่าย
    o โศกเสื่อมคลายใจราช เสร็จสั่งนาฎสั่งสนม ถ้วนทุกกรมกำนัล ท้าวธบทันไสยา แสงจันทราโอภาส ดาราดาษดารก ตกต่ำคล้อยเจียนรุ่ง ผกายพรึกพุ่งอัมพรา ไก่ตื่นตาปรบปรือ ปีกกระพือขันเร้า เสียงดุเหว่าเกริ่นร้อง เสด็จสู่ห้องบังคน นางถวายชลเอางาร ภูบาลสู่ที่สรง ชำระพระองค์บนาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นลลุง ปรุงปนทองธารทรง ผจงสนับเพลาบวร ภูษาภรณ์เลื่อมลาย รัดพัสตรพรายไพจิตร พิศชายไหวยยาบ ชายแครงคาบเครือวัลย์ พิพิธพรรณเสื้อสนอบ รัดอุระรอบเรืองรอง สังวาลตรองตาบประดับ ทับทรวงแสงร่วงรุ้ง พลอยเพ็ชรพุ่งยรรยง ทรงทองกรจำรัส พาหุรัดรูปมังกรกลาย ธำมรงค์พรายเพริศแพร้ว มกุฎแก้วแสงใส ทรงพิไชยอาวุธเสร็จ บพิตรเสด็จนวยนาด ดั่งพระยาราชไกรสร จากศิขรคูหารัตน์ บัดถึงเกยบมินาน ขุนช้างชาญควาญขับ ประทับเทียบเกยแก้ว ทรงคอคชสารแล้ว เคลื่อนแคล้วพลพฦนท์ ฯ

โคลง ๒
    o แตรสังข์พิณพาทย์ฆ้อง    เสียงประโคมครื้นก้อง
แหล่งหล้ากรุงไกร ฯ    

โคลง ๔
    o พระยาไชยนุภาพล้ำ    เลิศเหลือ
ชาญชำนิเศิกเสือ    ปราบแผ้ว
งามสรรพลักษณเจือ    ใจราช สงวนนา
ข่ายภู่รัตคนแพร้ว    เพริศพร้อมดาวทอง ฯ
    o สองขอยอยศไท้    มหิมา
ดูดั่งองค์อมรา    สู่หล้า
พาหนะดุจคเชนทรา    จอมเทพ เปรียบฤๅ
พลดั่งพลหยาดฟ้า    แหล่งหล้าสรรเสริญ ฯ

ร่าย
    o ธงหน้าเดิรนำพล ธงโบกบนสัญญา เคลื่อนพลดาโดยด่วน ถ้วนทุกหมู่ทุกหมวด ขุนตำรวจสารวัด จัดแจงเดิรคู่เคียง ม้าเดิรเรียงเดิรราย ขยายระยะโดยควร นายถือทวนหมายมาด ภู่แดงดาษปลิวปลาย สพายแล่งศรมหิมา เครื่องอาชายรรยง งามบรรจงเพริศแพร้ว ล้วนแก้วก่องแกมมาศ อัศวชาติสินธพ แลเลิศลบเผ่นผยอง ลองเชิงร้องเครงครื้น สู้ศึกยืนบ่มิพ่าย นายขี่ขับเข้มแขง ล้วนตำแหน่งยศเจ้าหล้า ขุนม้าหมื่นม้าครัน พันม้านายม้ามาก พิศโสภาคย์โสภา มากดาษดาแต่งแง่ แผ่ตนตามเจ้าหล้า แห่ไปหน้าก็มาก แห่หลังหลากเหลือหลาย แห่ฝ่ายซ้ายดาษดา แห่ฝ่ายขวาดาษเดียร พิศเพียนพร้อมงามสรรพ คณนานับบมิถ้วน ล้วนม้าลักษณ์ม้าเลิศ เฉกโฉมเฉิดแหล่งหล้า พิศยิ่งงามถ้วนหน้า ยิ่งม้าเมืองบน ฯ

ร่าย
    o แลพวกพลยรรยง ธงนำพลยยับ ดับกองร้อยกองพัน แห่กองกันกองแล่น แห่แหนแน่นขุนหมื่น ดูระรื่นมหิมา คณนาไปสล้าง พวกพลด้างพลดาบ พลกำซาบธนู ดูพลหอกพลห้าว ดูพลง้าวพลงาม พลเขนตามเสโลห์ โตมรสลอนปืนไฟ ย่อมพลไกรโอ่อ่า งามสง่าพรรณราย ไพร่เดิรนายเดิรดับ สำรับถ้วนขุนหาญ ขี่สารสูงแกล้วกล้า ดาบหน้าสลาบครุฑควร เดิรโดยขบวนแหนแห่ นายแวงแหล่เหลือหลาย นายแวงซ้ายแวงขวา นายแวงหน้าแวงหลัง แวงจัตุลังคบาท รักษาราชนฤบดี นายแวงสี่ตีนช้าง ข้างพระคชกรรกง แวงองครักษ์ตำรวจ กวดขันแหนแห่ห้อม ล้อมพระคชสำหรับ ขับทวิรถรัตนาสน์ พลหน้าดาษดูยง อลงกตกุญชร บวรวิภูษา เครื่องราชาธิราช งามถึงขนาดเพริศพร้อม งามเครื่องงามพลห้อม เสด็จไท้พระบาท ท่านนา ฯ


รายทางสู่สรอง คืนแรกนอกวัง รำพันถึงพระมเหสี

________________________________

โคลง ๔
    o พระองค์โอภาสเพี้ยง    ศศิธร
เสด็จดุจเดือนเขจร    แจ่มฟ้า
ดวงดาวดาษอัมพร    เรียงเรียบ
ดูดุจพลเจ้าหล้า    รอบล้อมเสด็จโดย ฯ
    o พระเล็งแลราษฎร์รั้ว    เรือกสวน เรือกนา
พิศไร่นานึกอวร    อ่อนไท้
ป่านี้รูปรอยครวญ    ถึงพี่
อกอ่อนรทวยไหม้    คร่ำแค้นใครโลม ฯ
    o จักไปบใคร่แค้ว    เทพี พี่เอย
จักใคร่คืนคิดศรี    ฝ่ายหน้า
ไปดีอย่าไปดี    ใดดั่ง นี้นา
คิดเร่งอ้างว้างว้า    ห่วงหน้าคิดหลัง ฯ
    o หนหลังเสาวภาคย์ล้วน    ความรัก
ยาหยูกเขาขลังนัก    ฝ่ายหน้า
จักคือพระลอลักษ์    ฤๅใคร่ คืนเลย
ตัดฝ่ายคืนเจ้าหล้า    แต่ตั้งจักไป ฯ

ร่าย
    o คลี่ไคลพลคล้ายคล้าย แลนา
เร่งผ้ายเร่งคลาดคลา แลนา ล่วงแดนนาแดนไร่ แลนา
ไต่ทางหลวงทางหลาย แลนา
กรายถิ่นฐานบ้านนอก แลนา
ต้นหนบอกตำบล แลนา
ให้หยุดพลเอาทัพ แลนา
ไพร่พรึบจับการจวน แลนา
แต่งตามขบวนเขบ็จ แลนา
ท้าวธเสด็จพพลาทอง แลนา
เสนานองนั่งเฝ้า ลอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวมหิมา ฯ

ร่าย
    o พี่เลี้ยงข้าถนอมบาท ชาวมหาดเปนกำนัล เฝ้าคั่งคัลโดยกำหนด พระสุริยลดลงต่ำ จะใกล้ค่ำรเรื่อย ลมฉ่ำเฉื่อยฉุนสมร พระภูธรคำนึง ถึงพระราชเทพี ลักษณวดีเพื่อนภิรมย์ โฉมสนมหนุ่มหน้า มือลูบอกโอ้อ้า ด่วนร้างเรียมตรอม อยู่แลฯ

(http://pralor.thaiderm.com/moon.jpg)

โคลง ๔
    o เห็นเดือนดุจดั่งหน้า    เพาพงา พี่เอย
เรียมเรียกนงนุชมา    พี่ถ้า
เล็งแลเหล่าเห็นตรา    กระต่าย เปล่านา
เดือนยแย้มแย้มหน้า    ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o เห็นดาวเดียรดาษห้อง    เวหา
เหมือนหมู่สาวสนมมา    ใฝ่เฝ้า
พิศดูย่อมดารา    เรียงรอบ ไปนา
โอ้อ่อนสาวสนมเหน้า    หนุ่มร้างแรมสมร ฯ

โคลง ๒
    o นอนเดียวเปลี่ยวอ้างว้าง    กรกอดอกไห้ช้าง
จากชู้เมียไกล    อกนา ฯ
    o พิศไพรเพยียรวดเร้า    หอมกลิ่นกลกลิ่นเจ้า
พี่ฟุ้งหอมขจร    บารนี ฯ
    o นกสมสมรปากป้อน    ถนัดดั่งเจ้าเยียวอ้อน
อ่อนให้เรียมโลม ฯ    
    o คิดถึงโฉมอ่อนอ้า    ถนัดดั่งจะเห็นหน้า
หนุ่มเหน้าสุดใจ    พี่เอย ฯ
    o ฉันใดสองพี่เลี้ยง    บปากสักคำเพี้ยง
ดั่งใบ้ฤๅควร    นะพี่ ฯ
    o วานช่วยสรวลแก้หน้า    ชาวนอกฉันนี้อ้า
พี่เอ้ยวานดู    หนึ่งรา ฯ

โคลง ๔
    o เห็นบ้านบดุจบ้าน    เมืองเรา พี่เอย
เรือนโรงรุกรุยเขา    รูปร้าย
บเห็นที่จักเอา    สักหยาด เลยพี่
เห็นดั่งนี้สู้หม้าย    อยู่แล้ฤๅแล ฯ
    o พระเอยอาบน้ำขุ่น    เอาเย็น
ปลาผอกหมกเหม็นยาม    อยากเคี้ยว
รุกรุยราคจำเปน    ปางเมื่อ แคลนนา
อดอยู่เยียวดิ้วเดี้ยว    อยู่ได้ฉันใด ฯ
    o ยามไร้เด็ดดอกหญ้า    แซมผม พระเอย
หอมบ่หอมทัดดม    ดั่งบ้า
สุกกรมรำดวนชม    เชยกลิ่น พระเอย
หอมกลิ่นเรียมโอ้อ้า    กลิ่นแก้วติดใจ ฯ
    o สองนายสนองนาถพ้อ    ไปมา
พระหากเจรจาใจ    จอดน้อง
หัวใจหนึ่งโหยหา    สองเพื่อน แพงนา
ใจหนึ่งนึกนางห้อง    หนุ่มหน้าพระสนม ฯ

โคลง ๒
    o พระตนกลมแก่นไท้    กรกอดหมอนม่ายไหม้
สวาทว้าหัวใจ ฯ    
    o เดือนสุทธิใสส่องฟ้า    ลอบพิตรเจ้าหล้า
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:07:42 pm
ชมป่า

    เปนตอนชมนกชมไม้ในป่า แสดงถึงความรอบรู้ในพรรณพฤกษาแลคณาสัตว์ ความเชี่ยวชาญอักษรศิลป์อย่างยิ่งของผู้ทรงนิพนธ์
มีการเปรียบเปรยแลเล่นคำอย่างวิจิตร สละสลวย "วัลย์โอบเอวไม้อ้า อ่อนอ้อมเอวเรียม"   "ลางลิงลิงลอดไม้ ลางลิง"
________________________________

ร่าย
    o คลี่ไคลพลผาดผ้าย แลนา คลับคล้ายถึงทุ่งนา แลนา คลับคลาถึงทุ่งหญ้า แลนา หัวหน้าเข้าพงเลา แลนา พลเทาถึงพงแฝก แลนา พงแขมแทรกคาพง แลนา ถึงป่าดงป่าแดง แลนา เห็นรแหงแหล่งไหล้ แลนา เห็นหมู่ไม้หนั่นหนา แลนา ราชาชมชื่นชี้ แลนา คือไม้หมู่นี้นี้ ชื่อโอ้นามใด แลนา ฯ
    (http://pralor.thaiderm.com/forestce5.jpg)


โคลง ๒
    o พลจรใจจำหมั้น    ทูลชื่อไม้นั้นนั้น
แด่ไท้ทุกอัน ฯ    
    o ครั้นธรู้ตระหนักแล้ว    ลอราชชมไม้แก้ว
เหมือนดั่งแก้วกลอยใจ    พี่นา ฯ

โคลง ๔
    o แอ่นเคล้าเหมือนแม่เคล้า    คลอคลึง พี่นา
หอมกลิ่นเรียมคิดถึง    กลิ่นเจ้า
สุกกรมพยอมพึง    ใจพี่ พระเอย
เหมือนกลิ่นอรหนุ่มเหน้า    พี่ต้องติดใจ บารนีฯ
    o นางแย้มเหมือนแม่แย้ม    ยินดี ร่อนา
ต้องดุจมือเทพี    พี่ต้อง
ช้องนางคลี่เกศี    นุชคลี่ ลงฤๅ
รักดุจเรียมรักน้อง    ร่วมรู้รักเรียม ฯ
    o ยมโดยประดุจเจ้า    จงโดย
ใบโบกคือนุชโชย    เรียกข้า
เรียมเห็นเกดเรียมโหย    หาเกศ นุชแม่
วัลย์โอบเอวไม้อ้า    อ่อนอ้อมเอวเรียม ฯ
    o เล็บมือนางนี้ดั่ง    เล็บนาง เรียมนา
ชมม่านนางหวังต่าง    ม่านน้อง
ชมพูสไบบาง    นุชคลี่ ลงฤๅ
งามป่านี้ไม้ปล้อง    แปลกปล้องคอศรี ฯ

ร่าย
    o พระลอเสด็จลีลา ชมพฤกษาหลายหลาก สองปลากข้างแถวทาง ยางจับยางชมฝูง ยูงจับยูงยั่วเย้า เปล้าจับเปล้าแปลกหมู่ กระสาสู่กระสัง รังเรียงรังรังนาน ไก่คราญไต่หงอนไก่ ไผ่จับไผ่คู่คลอ ตอดตอจับไม้ตอด ตับคาลอดพงคา คล้าคลาจงจับคล้า หว้าจับหว้าลอดแล คับแคจับแคป่า ดอกบัวล่าชมบัว กระเวนวังนัวกระเวนดง ช่างทองลงจับทองยั้ว แขกเต้าตั้วเต้าแขก ไต่ไม้แมกไปมา บ่รู้กี่คณาชมผู้ ขมพิหคเหิรรู้ เรียกร้องหากัน ฯ

โคลง ๔
    o กาจับกาฝากต้น    ตุมกา
กาลอดกาลากา    ร่อนร้อง
เพกาหมู่กามา    จับอยู่
กาม่ายมัดกาซร้อง    กิ่งก้านกาหลง ฯ
    o ตาเสือเสือผาดผ้าย    หนีทาง
กวางแนบหูกวางฟาน    ฟิดเร้น
ช้างน้าวหมู่บงทราง    ซอนอยู่
ช้างลอดอ้อยช้างเหล้น    ป่าลี้ลับดง ฯ
    o ลางลิงลิงลอดไม้    ลางลิง
แลลูกลิงลงชิง    ลูกไม้
ลิงลมไล่ลมติง    ลิงโลด หนีนา
แลลูกลิงลางไหล้    ลอดเลี้ยวลางลิง ฯ

ร่าย
    o หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก ปริงปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนามีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ แลนา ฯ

โคลง ๒
    o ไม้เครือไม้กุ่มก้อม    ค้อมเกี้ยวกลลำย้อม
ยอดม้วนใบงาม    บารนี ฯ
    o ดอกดวงซามช่อช้อย    หอมตลบอบสร้อย
เร่งน้อยใจถึง    แม่ฮา ฯ
    o คำนึงหลังห่วงหน้า    ใจพี่เพี้ยงเปนบ้า
เพื่อร้างแรมสมร    มาแล ฯ



เข้าด่านเมืองสรอง

    ถึงเขตแดนเมืองสรองให้ทัพหลวงกลับ คงเหลือผู้ติดตามสัก ๑๐๐ แลพี่เลี้ยงทั้ง สอง
    ปลอมตัวเปนขุ่นด่านเมืองสรองมาตรวจด่าน เข้าสู่สรองโดยราบรื่น
 
________________________________

ร่าย
    o พระพเนจรหล่ำ ได้หลายค่ำหลายวัน ถึงแดนอันจนิยต กำหนดพระราชสีมา ตั้งพพลาทัพหลวง ทั้งปักปวงป่าดาดาษ งามถึงขนาดควรชม ถ้วนทุกกรมมนตรี เฝ้าภูมีเดียรดาษ พระลอราชเจ้าช้าง จึ่งเอื้อนโองการอ้าง ดั่งนี้เสนา ฯ

     (http://pralor.thaiderm.com/ubkhx1.jpg)

โคลง ๒
    o จักลีลาไปช้า    สูทั้งหลายนี้อ้า
กลับบ้านสำราญ    ก่อนเทอญ ฯ

โคลง ๔
    o มานานจรหล่ำแล้    ถึงแดน
ควรส่งพลแสนคืน    สู่หย้าว
ทุกคนเอนดูแคลน    ครวญลูก เมียนา
กูคนึงถึงท้าว    เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
    o มนตรีต่างเนตรไหว้    บทมาลย์
จบบาทธุลีธาร    ใส่เกล้า
ขอพระจงอยู่บาน    ใจก่อน พระเฮย
สามสี่วันพระเจ้า    จึ่งให้พลเมือ ฯ
    o นานนักกว่าชิ่นแล้    มนตรี
ไปพรุกควรพอดี    อย่าช้า
ครั้นนานราชธานี    เราเปลี่ยว อยู่นา
เยียวออกท้าวเจ้าถ้า    ข่าวถ้าฟังสาร ฯ
    o ซร้องนิ้วนบบาทไท้    บุญขจร
ไหว้อยู่สลอนต่าง    ดอกไม้
เสมอสัตวภูธร    ชุบปลูก ไส้พ่อ
ทุกสิ่งเหนือหน่อไท้    ก่อเกื้อทุกอัน ฯ
    o ขอโดยเสด็จราชไท้    ทรงธรรม์
คืนขอบเสวยไอศวรรย์    ผ่านหล้า
ผิไปแลถึงกรรม์    ดีกว่า คืนพ่อ
ยากสิ่งใดไส้ข้า    คิดได้อาสา ฯ
    o ไปหน้าคิดใคร่ไส้    คืนหลัง
เกรงแผ่นดินเกรงทัง    ออกท้าว
สูเคยเมื่อกูยัง    ครองแผ่น ดินนา
ครองแผ่นดินทุกด้าว    อย่าให้ใครแคลน ฯ
    o ฝากเมืองช้างม้าไพร่    พลหลวง
ฝากนอกในทั้งปวง    แหล่งหล้า
อย่าลืมหมั่นไตรตวง    ผิดชอบ ดูนา
ฝากออกท้าวเจ้าฟ้า    ผากแก้วกลอยสมร ฯ
    o สั่งมนตรีถี่ถ้วน    ทุกกรม
รับราชโองการสม    ใส่เกล้า
น้ำตาถั่งอารมณ์    รักราช แลนา
ขอบพิตรพระเจ้า    อย่าช้าเสด็จมา ฯ
    o สูถึงพระบาทไท้    ชนนี ท่านนา
ทูลว่าจอมกษัตรีย์    ลูกไท้
เสวยสวัสดิ์สำราญมี    สุขอยู่ ไส้นา
โอนมกุฎเกล้าไหว้    พระบาทเจ้ากูมา ฯ
    o แล้วสูไปไหว้แจ่ม    จอมกษัตริย์ พี่เอย
ทูลว่ากูเสวยสวัสดิ์    ห่อนไข้
จักพลันสู่สมรัตน์    ชาเยศ ไส้นา
อย่าลห้อยไห้ให้    อยู่ถ้ารับเรียม ฯ

ร่าย
     o ธก็ให้เตรียมแต่ง แบ่งปันคนผู้สนิท อันเชื้อชิดภูบาล ประมาณร้อยหนึ่งไว้ โดยเสด็จไท้ธิบดี ธก็สั่งมนตรี แลไพร่ฟ้า ช้างม้าคลี่คืนเมื้อ โองการเชื้อสองพี่ คิดที่เราจะไป ก็ให้ผูกกระไดข่าวคอย ผู้รู้รอยชาวด่าน หว่านความรักชักชิด ครั้นเข้าสนิทไมตรี จึ่งบอกคดีโดยปอง ให้เงินทองผ้าเสื้อ เผื่อใจจักเข้ามา จงเจรจาให้ชอบใจ เปนภายในชักชิด ว่าบพิตรธประสาท ให้พระราชทานรางวัล เงินทองครันอิ่มอก อย่าปิดปกกังวล บอกยุบลให้เห็น ตัวธเปนขุนด่าน พี่เลี้ยงท่านเปนหมื่นแขวง นายแวงเปนหัวพัน ชาวกำนัลเปนไพร่ ไขว่ชื่อถ้วนทุกคน เรียกกันกลชาวด่าน บล่านทางเลียบคอย ไขรอยปิดเงื่อนงำ ความขำบให้แพร่ง จงแต่งแง่ให้เปนกล พบผู้คนทักทาย กรายถิ่นฐานบ้านป่า เขาถามว่าจงถนัด บอกจงชัดชื่อเสียง มาแต่เวียงเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนเมือง ยังจะเคืองฤๅจะคล่อง บอกจงถ่องจงแท้ โดยยุบลนี้แล้ อย่าได้อำอวม ฯ

โคลง ๒
    o บุญพระสรวมตูข้า    พระแต่งกลบเกลื่อนหน้า
ชอบแท้ทุกอัน ฯ    
    o พระจะพลันไปไส้    ไว้แต่สองนายให้
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ    
    o ถึงทวารไพรฝ่ายนั้น    ดูดุจชวนกันดั้น
ป่าด้นดงหา ฯ    
    o ตูไหว้ลาพระณเกล้า    ไว้แต่สองนายเฝ้า
พระบาทแล้วเขาไป ฯ    

ร่าย
    o เมื่อนั้นท้าวไคลคลา ล่วงแดนนาแดนราษฎร์ สองนายนาถนำทาง ธวางเพศท้าวผู้มีบุญ ทำทรงขุนด่านแล้ว ทรง เสื้อผ้าหมวกแก้ว บให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ

โคลง ๒
    o เสด็จโดยด่านดงกว้าง    ยลรอยคนรอยช้าง
กษัตริย์ด้วยเปนสาม ฯ    

ร่าย
    o ตามสองนายนำนาถ ท้าวธลีลาสคลาไคล เสด็จไปโดยอันดับ เอาทับทุกดำบล ดลทวารไพรที่อยู่ ชาวด่านหมู่สำคัญ ชวนกันบอกโดยธสั่ง ทำกลดั่งธสอน เห็นภูธรเสด็จพัก ชาวป่าทักไต่ถาม เขาบอกนามชื่อเสียง ขุนด่านเวียงมาเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนไป เขาก็ไรเอาคำนัล บังคัลท้าวธทุกคน ตำบลทวารไพรหั้น ถึงตำบลนั้นนั้น ท่านผ้ายบหึง ฯ

หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:10:11 pm
ริมฝั่งแม่กาหลง พระลอเสี่ยงน้ำ

    เมื่อข้ามแม่กาหลงแล้วลงสรง พระลอบังเกิดจิตคิดถึงพระมารดาขึ้นมาอย่าง ประหลาด "บาปสิ่งใดจำให้ ลูกร้อนใจถึง"
อีกทั้งละล้าละลังหวั่นไหว จะไปต่อหรือคืนหลังดี ตัดสินใจอธิษฐานเสี่ยงน้ำดูว่า หากไปต่อจะเปนเช่นไร...
นับเปนตอนที่สะเทือนใจอย่างยิ่งในลิลิตเรื่อง "พระลอ" นี้
    ในตอนนี้ เห็นว่าควรต้องฟังเพลง "ลาวครวญ" เสียก่อน จึงจะถึงใจได้อรรถรส
เนื้อร้องเพลง "ลาวครวญ" นี้ ข้าพเจ้าแกะจากเทปตลับเดียวกันกับเพลง "ลาวสวยรวย" ที่ได้กล่าวถึงในตอนก่อนๆ ขับร้องโดย อ.สุรางค์ ดุริยะพันธ์ ซึ่งเปนผู้ที่ข้าพเจ้าเห็นว่าขับร้องเพลงไทยเดิมได้เยี่ยมอย่างยากจักหาใด เทียบทัน
    ข้าพเจ้าได้เน้นสีของเนื้อเรื่องในตอนนี้ที่เกี่ยวพันกันกับเนื้อเพลง "ลาวครวญ" โดยใช้สีเดียวกัน คือสีนี้

    ลาวครวญ

   "โอ้พระชนนีศรีแมนสรวง
จะโศกทรวงเสียวรู้สึกระลึกถึง
ไหนทุกข์ถึงบิตุรงค์ทรงรำพึง
ไหนโศกซึ้งถึงตูคู่หทัย

ร้อยชู้หรือจะสู้เนื้อเมียตน
เมียร้อยคนหรือสู้พระแม่ได้
พระแม่เคยอยู่เยือกเย็น ไม่เห็นใคร
หรือกลับไปสู่นครก่อนจะดี

พี่เลี้ยงตรองพลางสนองพระดำรัส
เห็นชอบชัดเชิญคืนบุรีศรี
เฉลิมกรุงบำรุงประชาชี
ใหัเป็นที่เกษมสุขสืบไป

โอ้บพิธ ยิ่งคิดยิ่งขัดข้อน
ครั้นจะจรก็ห่วงนครใหญ่
ครั้นจะคืนก็เกรงคนไยไพ
ว่าท่านไท้คร้านขลาด ประดาษชาย

นายแก้วนายขวัญนายขวัญพลันเสนอ
ใครจะเพ้อครหาว่าเสียหาย
หรือไปหน่อยจึ่งค่อยเอื้อนอุบาย
หมดฉินยินร้ายทุกทาง

มา กูจะเสี่ยงน้ำลองดู
ผิว่ากูรอดฤทธิ์ผีสาง
น้ำใสจงไหลควะควั่งคว้าง
กูอับปาง น้ำเฉนียนจงเวียนวน"

________________________________


ร่าย
    o ถึงแม่น้ำกาหลง ปลงช้างชิดติดฝั่ง นั่งสำราญรี่กัน แล้วธให้ฟันไม้ทำห่วง พ่วงเปนแพสรรพเสร็จ ธก็เสด็จข้าม แม่น้ำแล้วไส้ ให้แผ้วที่ประทับ ดุจสำหรับขุนด่าน แล้วท่านเสด็จสรง สีเผ้าผงชำระ สระพระเกศเสร็จแล้ว ใจราชคิดแคล้วแคล้ว ถึงท่านไท้มารดา ท่านนา ฯ

โคลง ๒
    o คิดปรานีออกไท้    รอยราชละห้อยไห้
ถึงลูกแล้ณหัว    ลูกเอย ฯ

โคลง ๔
    o เจ็บรักเจ็บจากช้ำ    เจ็บเยียว ยากนา
เจ็บใคร่คืนหล้งเหลียว    สู่หย้าว
เจ็บเพราะลูกมาเดียว    แดนท่าน
เจ็บเร่งเจ็บองค์ท้าว    ธิราชร้อนใจถึง ลูกฤๅ ฯ
    o เจ็บถึงบิตุราชแล้ว    ถึงกู เล่านา
เจ็บอยู่คนเดียวดู    ละห้อย
เจ็บเยียวราชศัตรู    ดูหมิ่น แคลนนา
เจ็บเร่งเจ็บค้อยค้อย    ชอบม้วยเมือมรณ์ ฯ
    o ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อ    เมียตน
เมียแล่พันฤๅดล    แม่ได้
ทรงครรภ์คลอดเปนคน    ฤๅง่าย เลยนา
เลี้ยงยากนักท้าวไท้    ธิราชผู้มีคุณ ฯ
    o อย่าไปพหน้าจัก    คืนเมือ ฤๅพี่
หาสมเด็จบุญเหลือ    เลิศไท้
จรทกจรเทอญเขือ    วานช่วย ริรา
บาปสิ่งใดจำให้    ลูกร้อนใจถึง ฯ

ร่าย
    o บัดนี้จึ่งสองนาย ถวายกรกชประนม บังคมทูลบมิช้า ว่าข้าบาทสรวมชีพ เจ้าจอมทวีปโองการ พระภูบาลจักเต้า เข้ายังเมืองมิ่งคืน ข้าบาทยืนยลชอบ อย่าเยียวลอบไปเลย ควรเสวยสวัสดิ์ครองด้าว ด้วยสมเด็จน้องท้าว ท่านไท้ชนนี ท่านเทอญ ฯ

โคลง ๔
    o จักไปจักเปลี่ยวข้าง    ทรชน
ครั้นจะคืนเยียวคน    กล่าวร้าย
ว่าท้าวปิ่นสากล    ใจขลาด นักนา
พูลโทษทุรยศหว้าย    ว่าร้ายแหนงตาย ฯ

โคลง ๓
    o สองนายเกลี้ยงกล่าวทูล    ว่านเรศูรท่านไท้
ใครจะเอื้อมติได้    เท่าเผ้าฤๅมี พระเอย ฯ

(http://pralor.thaiderm.com/kalong.jpg)


โคลง ๔
    o จักไปสักน้อยหนึ่ง    จึ่งคืน นาพี่
หน้าก็ยืนหลังยืน    ชอบได้
เกรงเยียวแต่ผีขืน    จำอยู่ ไส้นา
เยียวบ่คืนเห็นไท้    ธิราชผู้มีบุญ ฯ
    o มากูจะเสี่ยงน้ำ    นองไป ปรี่นา
น้ำชื่อกาหลงไหล    เชี่ยวแท้
ผิวกูจะคลาไคล    บรอด คืนนา
น้ำจุ่งเวียนวนแม้    รอดไส้จงไหล ฯ
    o ครั้นวางพระโอษฐน้ำ    เวียนวน อยู่นา
เห็นแก่ตาแดงกล    เลือดย้อม
หฤไทยรทดทน    ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
ถนัดดั่งไม้ร้อยอ้อม    เท่าท้าวทับทรวง ฯ
    o บให้คนรู้เรื่อง    ฝืนใจ อยู่นา
ขึ้นจากสรงเสด็จใน    อาสน์ไท้
ยังสุวรรณพพลาไชย    ใจดั่ง นี้นา
ปิดม่านละห้อยไห้    ออกท้าวบุญเหลือ ลูกเอย ฯ
    o พระตายจงลูกได้    เห็นผี ท่านนา
ผีลูกตายกษัตรีย์    แม่ได้
เผาศพลูกอย่ามี    อุจาด ราแม่
ฤๅบ่ร้างเผาผีไท้    บ่ร้างได้เผาผี ลูกเอย ฯ

โคลง ๒
    o ลูกตายก็ตายแล้ว    เจ็บบเห็นหน้าแก้ว
เกิดเกล้ากูมา ฯ    
    o น้ำตาไหลหลั่งไห้    เปนเลือดตกอกไหม้
ออกท้าวฤๅเห็น    ลูกเอย ฯ
    o ลางเข็ญเห็นแห่งน้ำ    อกลูกเพี้ยงผกขว้ำ
ออกท้าวใจบุญ    ลูกเอย ฯ
    o เปนขุนยศยิ่งฟ้า    ฤๅบาปจำหว้ายหล้า
หล่มหล้มตนเดียว ฯ    
    o จะเหลียวเหลียวบ่ได้    เหยียบแผ่นดินผิดไส้
อยู่เต็มบาทา    พระเอย ฯ

โคลง ๔
    o เคยเปนจอมโลกเจ้า    ไอศวรรย์
ร้อยเอ็ดเมืองราชคัล    คั่งเฝ้า
มาตกถึงกลางอรร-    ณพแต่ เดียวนา
เยียวบเห็นหน้าเจ้า    ลูกแล้บเห็น ลูกเลย ฯ


 

สืบเสาะสอดแนมตีสนิทชาวใน

     ให้นายแก้วนายขวัญ สืบเสาะแลตีสนิทติดสินบน จนรู้ตำแหน่งแหล่งที่ถึงอุทยานพระเพื่อนพระแพง
แล้วจัดแบ่งผู้ติดตาม รอท่าจะเข้าสู่อุทยานอยู่
________________________________

ร่าย
    o ท้าวธเปนทุกข์เท่าฟ้า คิดหยั่งหน้าหยั่งหลัง ระวังองค์บพิตร ปิดบให้คนเห็น เปนทุกข์ดุจเริงรื่น แสร้งทำชื่นเผยม่าน เรียกชาวด่านริปอง สูนำสองพี่เลี้ยง เพี้ยงหฤไทยไปดู ที่ควรกูจะหยุดยั้ง ที่จะกั้งจะปิด ให้จงชิดจงชอบ ที่จะลอบจะเล็ด จงเปนเขบ็จเปนกล ที่สถลมารคจงถ่อง ท่องทางคดจงซื่อ ท่องทั้งชื่อดำบล ที่จะชุมพลช้างม้า ดูทั้งหน้าทั้งหลัง ระวังทั้งใกล้และไกล ตาไปใจส่องแล้ สองพี่พิศจงแท้ ถี่ถ้วนเขบ็จการ ฯ
โคลง ๒
    o รับสารกษัตริย์สั่งแล้ว    ไหว้บาทบงกชแก้ว
จึ่งผ้ายลีลา ฯ    
    o มิคลาคำสั่งท้าว    ดูที่ทางทุกด้าว
ถี่ถ้วนใจจำ ฯ    
    o นำสองนายสู่ส้อง    ทำเปนพี่เปนน้อง
ด้วยหมู่บ้านเทียมทาง ฯ    
    o เอาสินสกางสอดจ้าง    แข็งดังเหล็กเงินง้าง
อ่อนได้โดยใจ ฯ    
    o เปนผ่ายในสนิธแล้ว    กระแหน่นายขวัญแก้ว
กล่าวเกลี้ยงคำหวาน ฯ    
    o บอกอาการถี่ถ้อย    เขาว่าอย่าแคลนน้อย
หนึ่งไว้งารตู ฯ    

ร่าย
    o ข้าก็เข้าไปดูอุทยาน หมู่พยาบาลสวนไท้ ให้สินจ้างชักชิด เงินทองปิดปากไว ใช้ใดได้ทุกประการ ข้าก็ไปดูทวารเวียงวัง ดูทั้งเรือนสองกษัตริย์ ที่ขัดข้าเห็นถ่อง ที่คล่องข้าเห็นถี่ ทุกที่ข้าเห็นถ้วน ม้วนทั้งมวลข้าใส่ใจ ห่อนให้ใครเห็นได้ ซ่อนเงื่อนงำแง่ไว้ เกียจกั้นเปนกล ฯ

ร่าย
    o แล้วไต่หนทางเสร็จ เตร็จบ้านทางชื่อซร่อง สองนายท่องทางป่า ง่าเงยไปคล้ายคล้าย จรผ้ายไปถึงหั้น ดั้นทางไปบหึง ถึงสมเด็จเจ้าตน ไหว้ทูลกลกระแหน่ เห็นที่แง่ที่มิด ทูลโดยกิจแล้วล้วน เขียนขีดขบวนถวายถ้วน ถี่ถ้อย ทุกประการ ฯ

ร่าย
    o พระภูบาลตรัสตรอง ไว้ช้างสองม้าสี่ ให้อยู่ที่นายด่าน ท่านก็เลือกคนสามสิบทัศ อาจสามารถโดยเสด็จ คนเจ็บสิบไว้เล่า อยู่ด้วยเหล่าช้างม้า เจ้าหล้ายั้งสำราญ หยุดท่าวารวันดี ฝ่ายสองศรีพี่เลี้ยง ฟังราชโองการเกลี้ยง กล่าวถ้าทูลสนอง ท่านนา ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:12:44 pm
ปู่เจ้าเรียกไก่ พระลอตามไก่

     พระเพื่อนพระแพงเห็นช้า ให้ไปเร่งปู่ ปู่จึงเรียกผีลงสิงไก่ ใช้ให้ไปล่อนำทางพระลอมาโดยพลัน
     พระลอตามไก่จนเข้าเขตเมือง พักคืนหนึ่ง จวบรุ่งขึ้นอีกวัน ครันลุสวนร้างไม่ห่างอุทยานของพระเพื่อนพระแพง พระลอปลอมเปนพราหมณ์นาม ศรีเกศ ส่วนนายแก้วแลนายขวัญ เปลี่ยนนามเรียกขานเปน นายราม นายรัตน์
________________________________

โคลง ๔
    o เมื่อนั้นสองราชไท้    ธิดา
สองอยู่คอยหนหา    ท่านไท้
พี่นางรื่นโรยรา    ช้าไป่ มาเลย
รักเร่งวานไปไหว้    ปู่เจ้าเราเตือน ฯ
    o ข้าไปเตือนปู่เจ้า    จอมผา แม่ฮา
ปู่ว่าพระลอมา    ฝั่งน้ำ
กาหลงฝ่ายแดนรา-    ชาคร่ำ ครวญนา
มาจะให้ไปซ้ำ    ชักท้าวเสด็จพลัน ฯ

ร่าย
     o ปู่กระสัลถึงไก่ไพรพฤกษ์ ปู่ลำฦกไก่ไก่ก็มา บรู้กี่คณากี่หมู่ ปู่เลือกไก่ตัวงาม ทรงทรามไวยทรามแรง สร้อยแสงแดงพพราย ขนเขียวลายยยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลายหงส์สิบบาท ขอบตาชาดพพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ ขันขานเสียงเอาใจ เดือยงอนใสสีระรอง สองเท้าเทียมนพมาศ เพียงฉลุชาดทารง ปู่ก็ใช้ผีลงแก่ไก่ ไก่แก้วไซร้บมิกลัว ขุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน เสียงขันขานแจ้วแจ้ว ปู่ก็สั่งแล้วทุกประการ มินานผาดโผนผยอง ลงโดยคลองบหึง ครั้นถับถึงพระเลืองลอ ยกคอขันขานร้อง ตีปีกป้องผายผัน ขันเอื้อยเจื้อยไจ้ไจ้ แล้วไซ้ปีกไซ้หาง โฉมสำอางสำอาจ ท้าวธผาดเห็นเปนตระการ ภูบาลบานหฤไทย งามพอใจพอตา มิทันทาธารทำรง ทรงมงกุฎภูษาสรรพ จับพิไชยอาวุธราชพล บันดลธลุกไล่ หวังได้ไก่ตัวงาม ยกทัพตามรอมราช ครั้นคลาศไก่อยู่ท่า เห็นธช้าไก่ขันเรียก ไก่กระเหวียกตาดู ครั้นภูธรจะทัน ไก่ค่อยผันค่อยผาย ระร่ายรายตีนเดิร ดำเนิรหงส์ยกย่าง ครั้นเห็นห่างไก่หยุด ครั้นจะสุดแดนป่า ครั้นจะผ่าแดนบ้าน ไก่ทำคร้านมารยา เห็นไก่ช้าธก็สราว ไก่เหิรหาวหายเนตร ภูเบตร์ดูอับทิศ บพิตรคิดพระองค์ โอ้กูมาหลงแก่ไก่ ไก่ผีไขว่เอากู ท้าวธเหลียวดูพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวคำเกลี้ยง ถี่ถ้วนทั้งมวล ฯ

ร่าย
     o แต่นี้ควรระมัด ประหยัดอย่าลืมตน บอกทุกคนทุกผู้ ให้รู้แล้วจึ่งไป คลาไคลถึงบ้านมิตร เขาสกิดกันบอก ชาวบ้านนอกมาไหว้ อันเชิญไท้ธเข้าสู่ อยู่ณที่ควรเสด็จ เสร็จเขาถวายโภชนาหาร เชิญธสำราญคืนหนึ่ง ซึ่งไว้นั้นสิบคน ถึงตำบลบ้านหน้า ไว้คนห้าแลช้าง ฝ่ายข้างโดยเสด็จไท้ นับถ้วนได้สิบห้า หน้าโน้นไว้สิบคน ถึงตำบลหนึ่งเล่า แต่สวนเปล่าบมีคน พฤกษาสนลำเลือน มีเรือนเปล่าสงัด เขาเชิญกษัตริย์อาไศรย บมิไกลสวนอ่อนไท้ เขาประนมมือไหว้ นั่งเฝ้าเรียงรัน ฯ

ร่าย
     o เขาถวายคำนัลคำนับ สำรับโภชนาหาร น้ำอบธารสรงเสวย ฟูกผ้าเขนยสอาด ผ้าไหมลาดปูกรอง ถามสองนายทุกประการ เครื่องภูบาลแต่งเสร็จ ส่วนสมเด็จนฤเบศร์ ท่านแปรเพศเปนพราหมณ์ ทรงนามเจ้าสรีเกศ ใคร่เห็นประเทศมาชม มาแต่สยมภูวนาถ สองนายชาติคฤหัสถ์ ชื่อนายรัตน์นายราม ปรามกันทั่วทุกคน อย่าลืมตนลืมปาก เพื่อเหตุฝากความรัก เขาชักเชิญสองนายและไพร่ ไปล่ไปยังเหย้าเรือน เลือนอาหารเล่าเข้า เขาว่าเชญยชาวเจ้า พี่น้องมาเอา ฯ

________________________________

     ในตอนปู่เจ้าสมิงพรายเลือกไก่นี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ทรงนำโครงเรื่องมานิพนธ์เป็นบทละครพันทาง ให้ชื่อว่า "ระบำไก่" โดย เจ้าจอมมารดาเขียนในรัชกาลที่ 4 เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ โดยนำท่าฟ้อนของภาคเหนือมาผสมกับท่ารำของละครหลวง เนื้อร้องดัดแลงมาจากส่วนที่เปนร่ายข้างต้น จับความแต่นางโรย นางรื่น ไปเร่งปู่เจ้าสมิงพราย จนไก่ไปถึงยังพระลอ
     แล้วต่อจากนั้น มีอีกชุดหนึ่ง ชื่อ "พระลอตามไก่" ซึ่ง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องนำมาบรรจุในเพลงเชิดฉิ่ง ซึ่งพระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) เป็นผู้แต่งถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรในรัชกาลที่ 4

ระบำไก่ (ปู่เจ้าเรียกไก่)

"มาจะกล่าวเอ๋ยบทไปถึงปู่เจ้าจอมเทวะสิงขร
สงสารเพื่อนแพงน้องสองบังอร เฝ้าอาวรณ์หวั่นคะนึงถึงพระลอ
ให้นางโรยนางรื่นขึ้นมาเร้า จำจะเอาไก่งามไปตามล่อ
ให้รีบมาเหมือนหวังไม่รั้งรอ จะได้พอใจปองสองอนงค์
ตริพลางทางปู่ยุรยาตร จากแท่นทิพวาสเรืองระหง
งามเฉกวชิรราชอาจองค์ เสด็จลงหน้าฉานธารเทวา

ปู่กระสันถึงไก่ในไพรพฤกษ์ ปู่รำลึกถึงไก่ ไก่ก็มา
บ่ฮู้กี่คณากี่หมู่ ปู่เลือกไก่ตัวงามทรงทรามวัยทรามแรง

(สร้อยแสงแดง)
สร้อยแสงแดงพะพรายขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบ็ญจรงค์ เลื่อมลายยงหงสบาท
ขอบตาชาดพะพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ ขานขันเสียงเอาใจ เดือยอ่อนใสสีลำยอง
สองเท้าเทียมนพมาศ ปานฉลุชาดทารงค์ ปู่กระสันให้ผีลง ผีก็ลงแก่ไก่
ไก่แก้วไซร้บ่มิกลัว ขุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน
เสียงขันขานแจ้วแจ้ว ปู่สั่งแล้วทุกประการ บ่มินานผาดโผนผยอง โลดลำพองคะนองบ่หึง
มุ่งถับถึงพระเลืองลอ ยกคอขันร้อง ตีปีกป้องผายผันลั่นเรื่อยเจื้อยไจ้ไจ้
แล้วไซ้ปีกไซ้หางโฉมสำอางสำอาจ กรีดปีกวาดเวียนเย้าคอยล่อพระลอเจ้าจับต้องดำเนินแลนา"

________________________________

พระลอตามไก่
(http://img223.imageshack.us/img223/5673/followty6.jpg)
"ท้าว ธ ผาดเห็นไก่ตระการ ภูบาลบานหฤทัย
งามพอใจพอตา
มิทันทาธารธำรง มิทันทาธารธำรง
ทรงมงกุฏ ทรงมงกุฏภูษาสรรพ
จับพิชัยอาวุธราชพล บัดดล ธ รุกไล่
หวังได้ไก่ตัวงาม
พี่เลี้ยงตามจอมราช พี่เลี้ยงตามจอมราช
ครั้นคลาด ครั้นคลาดไก่หยุดท่า
เห็น ธ ช้าไก่ขันเรียก ไก่กะเหวียกตาดู
ครั้นภูธระจะทัน
ไก่ค่อยผันค่อยผาย ไก่ค่อยผันค่อยผาย
ระร่าย ระร่ายส่ายตีนเดิน ดำเนินหงส์ยกย่าง
ครั้นเห็นห่างไก่หยุด
ครั้นจะสุดแดนป่า
ครั้นจะผ่าแดนบ้าน ครั้นจะผ่าแดนบ้าน
ไก่แกล้งคร้าน ไก่แกล้งคร้านมารยา
เห็นไก่ช้า ธ ก็สาว ทางยืดยาวย่นสั้น
เหย่าไหย่ไหย่ใกล้กระชั้น เหย่าไหย่ไหย่ใกล้กระชั้น
ไก่แกล้ง ไก่แกล้งกระเจิงโผ
ไก่แกล้ง ไก่แกล้ง กระเจิงโผ

ไก่เอยไก่แก้ว กล้าแกล้วกายสิทธิ์ฤทธิ์ผีสิง
เลี้ยวล่อลอราชฉลาดจริง เพราพริ้งหงอนสร้อยสวยสะอาง
ทำทีแล่นถลาให้คว้าเหมาะ ย่างเหยาะกรีดปีกไซร้หาง
ครั้นพระลอไล่กระชั้นกั้นกาง ไก่ขวัญหันห่างราชา
ฉับเฉียวเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน วนเวียนหลบเวิ้งเซิงพฤกษา
ขันเจื้อยเฉื่อยก้องห้องวนา
ทำท่าเยาะเย้ยภูมี"

หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:15:03 pm
พระลอชมสวนขวัญของสองสมร


(http://pralor.thaiderm.com/gardentl8.jpg)
"สระบัวยั่วยอพระลอลักษณ์ ใคร่เก็บฝักหักดอกออกอดสู"
ภาพประกอบ: ภาพเขียนสีน้ำมัน ฝีมือ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต
เจ้าของภาพ: คุณบุญชัย โฆสิตคุณ
ผู้เอื้อเฟื้อสำเนาภาพ JPG: คุณกลีบลำดวน
________________________________

     พระลอลอบเข้าอุทยานหลวงของพระเพื่อนพระแพง ชมนกชมไม้ เห็นสิ่งใดก็ให้นึกไปถึงพี่น้องสองศรี
     ในตอนนี้ มีบทเพลงอยู่ในการแสดงเรื่องพระลอ ชุด "พระลอเข้าสวน" ๑ เพลง ชื่อเพลง "การะเกด" ใช้ทำนองเพลงไทยเดิม "ลาวเดินดง"
     ในที่นี้จะยกจำเพาะเนื้อร้อง เพลง "การะเกด" มาไว้ก่อน ต่อเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปจนถึงตอน นายแก้วแลนายขวัญ กับนางรื่นแลนางโรย เสพสมพาสกัน อันเปนตอนที่สนุกนัก จึงจักบันทึกเพลง "พระลอเข้าสวน" โดยเต็มไว้

การะเกด (ลาวเดินดง)

การะเกดเหมือนเกศแก้วเกษา มะลุลีเหมือนบุบผาแม่เกี้ยวเกล้า
(สร้อย) คู่อ่อนท้าวเขืออะคร้าวงามเอย เพื่อนแพงทองเผือพี่ปองสมเอย
นางแย้มเหมือนแก้มแม่แย้มเย้า ใบโบกเหมือนเจ้าจะกวักกร (สร้อย)
คณานกแมกไม้เรียงรัน ร้องเรื่อยรับขวัญเหมือนเสียงสมร (สร้อย)
เห็นโนรีสาลิกาใคร่ว่าวอน ฝากอักษรถวายโน้มสองพธู (สร้อย)
สระบัวยั่วยอพระลอลักษณ์ ใคร่เก็บฝักหักดอกออกอดสู (สร้อย)
ผองภมรว่อนเฝ้าเคล้าเรณู เหมือนเย้ยภูธรระเหอยู่เอองค์ (สร้อย)
คะนึงนางพลางเสด็จลีลา แอบร่มพฤกษาสูงระหง (สร้อย)
สุคนธรสหอมหวนลำดวนดง เหมือนจะส่งกลิ่นถวายราชา (สร้อย)

________________________________

ร่าย
     o เขาเลี้ยงดูทุกคน โดยดำบลทุกแห่ง อยู่บัดแบ่งยามเย็น ท้าวธใคร่เห็นสวนน้องนาฎ พระบาทเสด็จบมิช้า เขาก็นำเจ้าหล้า ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

โคลง ๒
    o ข้ากระใดอยู่เฝ้า    บอกข่าวพระลอเจ้า
สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ    
    o ชวนกันไปนั่งไหว้    เชิญบพิตรท่านไท้
พระพาสเหล้นอุทยาน ฯ    
    o ภูบาลบานหน้าไท้    ชมดอกไม้ต้นไม้
ลูกไม้พอใจ    บารนี ฯ
    o เสด็จดูในแหล่งหล้า    แย้มโอษฐ์ปราไสอ้า
ขอบน้ำใจสู    บารนี ฯ
    o สวนใครหนอใคร่รู้    สวนสมเด็จท้าวชู้
ท่านแล้พระทอง ฯ    
    o จึ่งจำนองโคลงอ้าง    ถวายแด่บพิตรเจ้าช้าง
ท่านผู้มีบุญ    แลนา ฯ

โคลง ๔
    o ข้าไหว้พระบาทผู้    อุดม
เชิญบพิตรเสด็จชม    ช่อไม้
อุทยานสำราญรมย์    สองราช แลพ่อ
สรรสนุกไม้ไหล้    แหล่งเหล้นสองศรี ฯ
    o พระชมการะเกดแก้ว    หอมหา ยากนา
หอมหื่นกลเกศา    รวดเร้า
พระชมมุลิลา    ลานสวาท
ชมดอกไม้เกี้ยวเกล้า    เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
    o นางแย้มเหมือนแม่แย้ม    ยวนสมร
ใบโบกกลกวักกร    เรียกไท้
ช้องนางคลี่สร่ายขจร    โบกเรียก พระฤๅ
เชิญราชชมไม้ไหล้    กิ่งก้มถวายกร ฯ
    o นกหกจับแมกไม้    เรียงรัน
ร้องรี่รับขวัญขวัญ    ท่านท้าว
กระสากระสรวลศัลย์    ถึงราช
จับมสังแซ่งน้าว    คู่เคี้ยงเรียงรมย์ ฯ
    o แขกเต้าเต้นเต้าแขก    ขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักร    ปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชัก    เชิญราช แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้า    ค่อยเคล้าคลอสมร ฯ
    o เชิญไท้ธิราชท้าว    ชมสระ
ชมดอกบัวบานระดะ    คลี่คล้อย
ปูปลาเต่าจราจระ    จรัลดาษ เดียรนา
แมลงภู่คลึงเคล้าสร้อย    เสียดสร้อยเสาวคนธ์ ฯ

โคลง ๒
    o พระเสด็จจดลนั่งแล้ว    พระคำนึงน้องแก้ว
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ    

โคลง ๓
    o สองนายเชิญธบรรทม    ค่ำแล้วลมลาดไม้
โหยละห้อยท้าวไท้    ค่อยพร้องโคลงครวญ ฯ

โคลง ๔
    o สองอวรอรเพี้ยงชีพ    ชีพิต พี่เอย
เรียมจากบุรีฤทธิ์    รีบเต้า
บเห็นพงาผิด    ใจพี่ พระเอย
โอ้คำนึงน้องเหน้า    คร่ำแค้นครวญสมร ฯ
    o ใฝ่ใคร่ดวงดอกสร้อย    เสาวคนธ์
รสลำดวนหอมกล    กลิ่นแก้ว
พระพายรำเพยดล    แดคร่ำ ครวญนา
เดือนส่องแล้วฟ้าแผ้ว    ไป่ผ้ายสมศรี ฯ
    o มลุลีหอมหื่นฟุ้ง    มลิวัน
ปรูประยงค์หอมหรรษ์    หื่นห้า
หอมกลกลิ่นจอมขวัญ    ขวัญพี่ พระเอย
หอมห่อนเห็นหน้าหน้า    ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o หื่นหอมรสสร้อยเปล่า    แดดาย
แดพิหคเหลือหลาย    แหล่งไล้
นกเอยส่งสารถวาย    ถึงนาฎ พระนา
ให้พระนุชน้องไท้    แม่รู้ข่าวเรียม ฯ
    o สาลิกาวานส่งสร้อย    สารกู หนึ่งรา
แถลงแด่สองพธู    พี่น้อง
ทรหนอยู่ทรหู    หาอ่อน อวรนา
เห็นแต่นกหกร้อง    ร่ำร้องรนสมร ฯ
    o สัตวาวานช่วยร้อน    เร็วไป หนึ่งรา
บอกข่าวพระลอไกล    กลิ่นชู้
เสด็จมาอยู่อาไศรย    สวนราช นี้นา
ให้จงสองท้าวรู้    ที่ร้อนแรมศรี ฯ
    o โนรีเร็วเร่งผ้าย    ผันผยอง หนึ่งรา
ไปสู่มนเฑียรทอง    อ่อนไท้
ทูลสารอันเชิญสอง    กษัตริย์แม่ มานา
มาระเมียรไม้ไหล้    แหล่งเหล้นอภิรมย์ ฯ
    o ภูระโดกดุเหว่าร้อง    เสียงใส บารนี
เสียงเสนาะเอาใจ    ใช่น้อย
สูรักเร่งเร็วไป    ถึงอ่อน อวรนา
เชิญแม่มาสวนสร้อย    สว่างร้อนใจเรียม ฯ
    o นกหกบินร่อนร้อง    ไปมา อยู่นา
ซอนซอกจับพฤกษา    เสียดเร้น
บทูลข่าวธิดา    ถวายแด่ เรียมเอย
บ้างไต่ไม้บ้างเต้น    รี่ร้องจอแจ ฯ

ร่าย
    o พระลอเลงแลนก ฟังวิหคเปนดาย สองนายนวดพระบาท ถวายอภิวาทบังคม ทูลว่าอย่าปรารมภ์เดือดไหม้ พรุ่งจะสมน้องไท้ เพื่อนท้าวภิรมย์ ฯ

โคลง ๒
    o เชิญธบรรทมแท่นแก้ว    จักจั่นเสียงแจ้วแจ้ว
กล่อมท้าวสว่างรมย์ ฯ    
    o ลมขจรคันธดอกไม้    ท้าวธคิดกลิ่นไท้
ออกท้าวทั้งสอง ฯ    
    o เดือนระรองส่องหล้า    พระจะเชยชมหน้า
หนุ่มหน้าบัวศรี ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:19:10 pm
  พระลอฝัน ศุภนิมิต     พระลอฝันดี แก้ว่าจะได้พบพระเพื่อน พระแพงเปนแน่แท้

________________________________
      (http://pralor.thaiderm.com/drm1ku1.jpg)

ร่าย
    o พระลอมีหฤทัย รไมยาภิรมย์ ชื่นชมคำพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวกลอนเกลี้ยง กล่อมท้าวนิทรา ฯ

ร่าย
    o ข้าก็ซบหลับกับพระบาท พระลอราช ธ ก็ฝัน ทั้งนายขวัญนายแก้ว หลับแล้วฝันต่างต่าง พ่างพระบาทยุคล ตนท้าวธก็ตื่นตระบัด ดัดพี่เลี้ยงเจ้าหล้า บอกฝันพลันบช้า ช่วยแก้ ความฝัน ฯ



โคลง ๔
    o พี่ขวัญพี่แก้วพี่    ชวนกัน ฟังรา
เขือกล่อมกูกูฝัน    ดั่งนี้
ฝันทรงสังวาลย์วรรณ    นุชนาฎ นางงาม
สองอุรคะเกี้ยวกี้    ตื่นขึ้นขวัญหาย ฯ
    o น้องฝันเห็นกอดแก้ว    กลอยใจ
ฝันว่าอ่อนเสด็จใน    แท่นแก้ว
มะเมอตื่นหลงใหล    หาอ่อน อวรนา
ฝันว่าน้องต้องแร้ว    ราคหมั้นตรึงสมร ฯ
    o  ฝันทรงภูษิตเจ้า    ใสสุทธิ์
พระเกศทัดธารบุษป์    กลิ่นฟุ้ง
ไปทิศอุไทยอุต    ดมยิ่ง นั้นนา
ฝันว่าอ่อนเล่นถุ้ง    ทั่วท้องสระศรี ฯ
    o หัตถ์ขวาฝันเคล้นดอก    โกมล
กรกอดดอกจงกล    ฝ่ายซ้าย
ตะเพียนหวั่นไหวชล    ชมช่อน ไส้นา
ลิงโลดพรวนทองหว้าย    หว่างสร้อยสระศรี ฯ

ร่าย
    o สองนายทายฝันไท้ ท้าวธจะได้ดั่งจินดา พระราชาอย่าเศร้า พรุ่งจักสมน้องเหน้า หน่อท้าวมีบุญ แลนา ฯ

โคลง ๔
    o นายแก้วทูลกล่าวแก้    ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์    แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณ    ทั้งคู่ งามนา
พระจะสมน้องหน้า    หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
    o นายขวัญฝันไท้ดุจ    ศศิธร
สาวเทพทูลบทจร    กึ่งเกล้า
ฝันพระชื่นชมอร    ลุลาภ แลพ่อ
พระจะสมน้องเหน้า    หน่อท้าวทันใจ ฯ

ร่าย
    o ในเมื่อข้าสองนาย ถวายซึ่งศุภนิมิต บพิตรหย่อนอารมณ์ ชมฝันสองพี่เลี้ยง ดุจดั่งสองเนื้อเกลี้ยง มากล่อมท้าว สว่างรมย์ ฯ

 
 


พระเพื่อนพระแพงร้อนหทัยโหยหา พี่เลี้ยงปลอบแลขับซอกล่อมนอน

________________________________

ร่าย
    o เอนดูอุดมดวงดอกไม้ สองเพื่อนไท้แพงกษัตริย์ เสด็จในรัตนบรรทม ปรารมภ์ใจอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง เพื่อชู้นานถึง ฯ

ร่าย
    o คิดคำนึงบลุ ทุเทาแก้มสร่ายเกศ สองเปนเทวษพิศวง หลงหาราชจะไจ้ ไห้บรู้กี่คาบ อาบไนยนามพุธารา โศกาดูรพิลาป ค่อยกระซาบคำเกลี้ยง แก่พี่เลี้ยงทั้งสอง ความเผือปองคลาศแคล้ว แม้บสมชู้แก้ว พรุ่งนี้เผือตาย ฯ

ร่าย
    o สองนางถวายบังคม ประนมยุคลนางนาฎ โลมสองราชธิดา ว่าสองพงาพระพี่ ใช่ที่พ้นกำหนด เชิญค่อยงดอยู่ถ้า มิร้างนานจักช้า ชู้ท้าวมาสม แม่แล ฯ

โคลง ๓
    o สองอย่าปรารมภ์กระสัล    แม้มิวันพรุ่งเช้า
ลอราชจักเสด็จเต้า    สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ

ร่าย
    o ฉันใดพี่จึ่งรู้ ผู้ใดใครมากล่าว ข่าวบพิตรเจ้าหล้า เร็วพี่บอกอย่าช้า ท่านท้าวเสด็จมา แม่นฤๅ ฯ

ร่าย
    o สองราประนมมือสนอง ว่าพระทองแม่ณเกล้า ธผู้เถ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้นิมิตสกุณ อันเปนคุณเปนโทษ ทีนี้โสดเกษมศรี จักมีพลันบช้า ใจเผือข้าชื่นชม ดุจพระตนกลมเจ้าช้าง มาอิงอ่อนอ้อมข้าง สองอยู่เกล้าแก่ตา พี่นี้ ฯ

ร่าย
    o สองชายายินชอบ ขอบคำสองพี่นาง ควรไว้กลางกระหม่อม สองพี่ย่อมมีคุณ แก่เขือปุนเปรียบฟ้า เผือพี่น้องนี้ถ้า แต่ตั้งจะสนอง คุณเขือ ฯ

โคลง ๔
    o แต่น้อยสองพี่เลี้ยง    สองเผือ
คุณพี่ทั้งสองเหลือ    ที่อ้าง
ทีนี้โสดสองเขือ    ควรช่วย เผือนา
ลุลาภสมเจ้าช้าง    เลิศแท้คุณเขือ ฯ

โคลง ๒
    o กล่าวดีเจือใจแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
กล่าวเล้าโลมสอง    อรนา ฯ

ร่าย
    o พระทองอย่าปรารมภ์ เชิญธบรรทมให้สำราญ มินานแม่ณเกล้า ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง ฯ

ร่าย
    o อย่าหมองใจหนุ่มหน้า บรรทมถ้าพระลอ เผือจะซอกล่อมแก้ว กล่าวแล้วสองนางนอน พี่เลี้ยงกรกอดบาท ซอกล่อมนาฎแม่ณเกล้า นอนแม่นอนเทอญนะเจ้า พี่เอ้ยทั้งสอง อ่อนนา ฯ

โคลง ๔
    o แท่นทองถเถือกแก้ว    จรูญจรัส
แพรฟูกปักหมอนรัตน์    เพริศแพร้ว
ขนนเขนยพิดานดัด    ดาวดาษ เฉลานา
มุ้งม่านผจงกั้งแก้ว    แก่นไท้ทั้งสอง ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง    บรรทม
ขวัญอ่อนอย่าปรารมภ์    ร่ำร้อน
พระลอจะพลันสม    สองราช แลแม่
สองแม่อย่าไข้ข้อน    อยู่ถ้าเชยชม ฯ
    o ลมพัดเชิญท่านท้าว    เสด็จมา หนึ่งรา
ลมแล่นเวหาหา    ท่านไท้
พฤกษเทพบดีอา    รักษ์เร่ง พระรา
ดาวดาษเดือนต่างไต้    ส่องท้าวเสด็จดล ฯ
    o สองฟังสองพี่เลี้ยง    สองซอ
ซอว่าพระเลืองลอ    จักเต้า
ไพเราะแก่หูพอ    ใจนาฎ แลนา
เสียงเสนาะสองเจ้า    พี่น้องนิทรา ฯ

โคลง ๒
    o สองธิดาหลับแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ซอกล่อมท้าวกลอยหลับ    เล่านา ฯ

(http://pralor.thaiderm.com/sor.jpg)
ศุภนิมิตข้างพระเพื่อน พระแพง

     และในขณะเดียวกัน คืนนั้นทั้งพระเพื่อน พระแพง แล นางรื่น นางโรย ต่างก็ฝัน
     ครันรุ่งมีลางดี บ่งชี้ว่าจะได้พบพระลอเปนแม่นมั่น
________________________________

ร่าย
    o บัดนั้นสี่นางฝัน เห็นอัศจรรย์นิมิต ติดใจจำชมชื่น ตื่นตระบัดอ่อนไท้ พระเพื่อนคิดจำได้ กล่าวแก้ความฝัน ฯ

โคลง ๔
    o ฝันว่าได้ดอกฟ้า    มามือ
หอมยิ่งหอมงามฤๅ    เปรียบได้
มาลาดิลกคือ    เฉลิมโลก ไส้แฮ
เป็นปิ่นทิพยทัดไว้    กึ่งเกล้าสองเผือ ฯ

โคลง ๒
    o ยินดีเหลือที่อ้าง    แพงนุชนอนแนบข้าง
ค่อยแก้ความฝัน ฯ    

โคลง ๔
    o ฝันว่าสุริเยศท้าว    เสด็จมา
เปนปิ่นปักเกศา    กึ่งเกล้า
พระจันทรส่องพักตรา    ต่างแว่น ทองนา
ดาวดาษทายทัดเกล้า    ดุจสร้อยแซมผม ฯ

ร่าย
    o สองพี่ชมฝันไท้ ท้าว ธจะได้ดั่งใจจง ความจำนงลุลาภ อาบสหัสธารา เปนนางพระยานางเมือง แก่พระลอเลืองดิลกโลก เรืองยศโยคเชยชม พระตนกลมเจ้าช้าง ลอราชมาอ้อมข้าง สองอ่อนท้าวสมสมร แม่นา ฯ

โคลง ๒
    o จงลุโดยพรพี่เลี้ยง    ฟังทั้งสองพี่เพี้ยง
พี่ให้เสวยสวรรค์    พี่เอย ฯ

ร่าย
    o นางโรยหรรษ์ชมชื่น นางรื่นยกยอกร ไหว้บทอรสองหน่อไท้ สองพี่เลี้ยงสองไหว้ สองแม่แล้ทูลแถลง ฯ

โคลง ๔
    o พี่เลี้ยงพี่รื่นแก้    ฝันถวาย
ฝันอ่อนเอาดาวราย    รอบเกล้า
ฝันงูกระหวัดสาย    สมรแกล่ กลืนนา
ลอราชจักพลันเต้า    แขกท้าวทั้งสอง ฯ
    o นางโรยสนองนาฎข้า    กลอยฝัน
ฝันอ่อนเสวยไอศวรรย์    ฟากฟ้า
สองเสวยอมฤตปัญจ์    รสร่วม กันนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า    พรุ่งนี้มาถึง แม่แล ฯ

ร่าย
    o ฝันพึงใจแก้แล้ว ราตรีแผ้วพระฮาม ยามอรุณอร่ามเรื่อฟ้า พระพี่พระน้องถ้า รุ่งเพี้ยงพันปี ฯ

ร่าย
    o เสียงปักษีดุเหว่า เขากทาเหล่าภูรโดก โคกม้าม่ายเมียงกัน สุโนกขันแจ้วแจ้ว ไก่แก้วขันไจ้ไจ้ ครั้นรุ่งรางจักได้ ไปเยียนราชด้าว สวนขวัญ ฯ

ร่าย
    o พระจันทรส่องแสงเสร็จ พระสุริยเสด็จอุไทย นกตระไนนกลาง เฉวียนฉวางจับจอมไม้ แสดงข่าวไท้เสด็จคลา ฟังเสียงกากระภอก บอกข่าวท้าวเสด็จดล ตนพี่เลี้ยงสองนาง ชมลางดีจะไจ้ ไหว้สองกษัตริย์บพิตร ทูลว่าได้นิมิตสกุณี ประจักษ์ดีแก่ตาข้า รอยจะพบเจ้าหล้า ธิราชแล้ณหัว พี่เอย ฯ

โคลง ๒
    o สองชัวชมชื่นแท้    สองพี่เร็วเชิญแล้
อย่าช้าเร่งไป    หนึ่งรา ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:22:00 pm
ลีลาสี่พี่เลี้ยงสังวาส
    (http://pralor.thaiderm.com/kkrr.jpg)

     พี่เลี้ยงทั้งสี่พบกันในสระบัว
ตอนนี้เปนอีกตอนหนึ่งที่อ่านสนุกนัก มีการเล่นเจ้าล่อเอาเถิด เจรจาต่อถ้อยความ เสพสังวาสกันของพระพี่เลี้ยง ทั้งในสระแลบนบก
จึงตอนนี้ก็จะรวบไว้เสียในทีเดียวเพื่อความต่อเนื่องเรื่องราวแลอารมณ์

     อนึ่ง ดังได้กล่าวถึงเพลงและการแสดงชุด "พระลอเข้าสวน" ไว้เดิมนั้น จึ่งเอามาบันทึกไว้ในตอนนี้เสียทั้งหมด
การแสดงและเพลง ประกอบด้วยเนื้อหา ๓ ตอน คือ
  ๑. เริ่มแต่พระลอปลอมเป็นพราหมณ์นาม ศรีเกศ แลพี่เลี้ยงทังสองแปลงเป้นพ่อค้าคฤหัส นาม นายราม แลนายรัตน์ เข้าไปเที่ยวในอุทยานของพระเพื่อน พระแพง
  ๒. พระลอชมนกชมไม้ในสวน
  ๓. พี่เลี้ยงทั้งสี่พบหน้า เกี้ยวพาราสีกัน ซึ่งในตอนนี้ เป็นการแสดงชื่อ "ฟ้อนรัก" ซึ่งเปนพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประกอบด้วยการร้องสองส่วนคือ ลาวสวยรวย แลลาวดำเนินทราย
     อนึ่ง เนื้อเรื่องในการแสดงนี้ ได้รวบรัดตัดทอนเอาตอนที่พี่เสี้ยงทั้งสี่ปะหน้ากันในสระบัวจนถึงตอนเสพสังวาสกันออกไป คงเหลือแต่ ตอนนางรื่นนางโรยสอบถามชื่อเสียงเรียงนามแลหัวนอนปลายตีนของนายแก้วแลนายขวัญ หลังจากร่วมรักกันแล้ว เท่านั้น
อนึ่ง "พระลอเข้าสวน" นี้ มักจะพบเรียกอีกอย่างว่า "พระลอลงสวน"
ซึ่งตรงนี้ ข้าพเข้ามิอาจระบุที่ถูกผิดได้ แต่ด้วยว่าข้าพเจ้าเองรักใน "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" มากกว่า "ฉุยฉาย" อื่นใด
จึงพานเรียกเปน "พระลอเข้าสวน" ตามปกเทปที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ให้ต่างจาก "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" เสียกระนั้นเอง..

พระลอเข้าสวน

เมื่อเอยเมื่อนั้น พระลอดิลกเลิศเฉิดฉวี
ปลอมเพศแปลงนามเป็นพราหมณ์ชี เพื่อนมุนีศรีเกษทรงเวทมนต์
นายแก้วนายขวัญนั้นเปลี่ยนนาม ชื่อนายรามนายรัตน์ไม่ขัดสน
มัคคุเทศนำเสด็จจรดล ผ่านสถลมารคเข้าอุทยาน

การะเกดเหมือนเกศแก้วเกษา มะลุลีเหมือนบุบผาแม่เกี้ยวเกล้า
(สร้อย) คู่อ่อนท้าวเผืออะคร้าวงามเอย เพื่อนแพงทองเผือพี่ปองสมเอย
นางแย้มเหมือนแก้มแม่แย้มเย้า ใบโบกเหมือนเจ้าจะกวักกร (สร้อย)
คณานกแมกไม้เรียงรัน ร้องเรื่อยรับขวัญเหมือนเสียงสมร (สร้อย)
เห็นโนรีสาลิกาใคร่ว่าวอน ฝากอักษรถวายน้องสองพธู (สร้อย)
ถึงสระบัวยั่วยอพระลอลักษณ์ ใคร่เก็บฝักหักดอกออกอดสู (สร้อย)
ผองภมรว่อนเฝ้าเคล้าเรณู เหมือนเย้ยภูธรระเหอยู่เอองค์ (สร้อย)
คะนึงนางพลางเสด็จลีลา แอบร่มพฤกษาสูงระหง (สร้อย)
สุคนธรสหอมหวนลำดวนดง เหมือนจะส่งกลิ่นถวายราชา (สร้อย)

("ฟ้อนรัก" ร้องลาวสวยรวย)
สองพี่เลี้ยงแม่เอ๋ยหลากจิต สงสัยคิดประหลาดใจ
หรือพระลอ พระลอหน่อไท้ ท่านแกล้งเป็นพราหมณ์ปลอมเอย
ศิษย์ทั้งคู่เที่ยงพี่เลี้ยงพระลอแล้ว
เห็นหาแคล้ว หาแคล้วปู่ทาย สมหมายแล้วเอย
สาวมองเมิลหาหนุ่มอะคร้าว เห็นใครน้าวเพิงพุ่ม
สองพี่เลี้ยงสองเมียงตะคุ่ม สุมทุมพฤกษาโพ้นเอย
โน่นนายขวัญนั่นนายแก้ว แน่แล้วบ่ สงกา
เดี๋ยวหวนหลบ หวนหลบเลี่ยงหน้า ซ่อนหาอยู่ไวไวเอย
สองนวลแม่เอ๋ยรื่นโรย สาวชายโชยตามจับ
สองพี่เลี้ยงสองเมียงขยับ ผลับหายบ่ให้เห็นเอย
ล่อสาวสองเผลอไล่ เผลอแต่หมายมุ่งตามไป
เห็นหลงไกล หลงไกลได้ช่องปล่อยให้สองเจอะเอย

("ฟ้อนรัก" ร้องลาวดำเนินทราย)
สองนางงามก็เล้าโลมถาม พี่เลี้ยงเฉลย
ชะคนเคยบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลอกหลอน
เผือจากเมืองบุรีรัมมะยะนครมโนหรน้อ
มโนหรเอย มโนหรเที่ยวค้ามากับพราหมณ์ โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก
โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก ปากเอ๋ยข้อยอยากจะหยิก
ทำกลับกลอกหลอกแพลงพลิก หัวใจริกริกเคืองเอย
ช่างใส่สีทำคดีอำพราง สองนายเอ๋ยเขารู้ถึง ถึงใจพี่เพลี่ยง
เอ๊ะ ถึงพี่จะเลี่ยง สุดที่จะเถียงแล้วเอย
_____________________________________


ร่าย
    o ข้ากระไดกระแหน่ แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดาจอมราช ขึ้นช้างคลาศไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า สั่งผู้เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชายชาวนอกสองคน พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา ครั้นเช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

ร่าย
    o สองนายระไวระวัง เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทางตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ เขาบอกไปคือธสั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅบ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพสิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์ ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่าเกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ หนึ่งเลย ฯ

โคลง ๒
    o สองเจ็บใจละห้อย    เอะอาตมมาช้าหน้อย
หนึ่งให้เสียใจ    บารนี ฯ
    o เยียฉันใดกูจักได้    เห็นเล่านาให้ให้
ลาภแล้สองรา ฯ    
    o บุญมีมาอย่าช้า    ใช่อื่นเลยเจ้าหล้า
กับพี่เลี้ยงทั้งสอง ฯ    
    o มองหนหาตาแห้ง    เห็นแต่ไกลกล้องแกล้ง
ไต่เต้าตามกัน ฯ    
    o มาพลันแลดูนี้    สูบอกแก่ตูกี้
นี้ฤๅชาวเรา ฯ    
    o เขาเห็นเขาว่าแท้    สองนายมาพู้นแหล้
เพื่อนเจ้าชีพราหมณ์    แลนา ฯ

โคลง ๓
    o สองนางงามแว่นไว    ชายเข้าไปใกล้แล้ว
แสร้งใส่กลให้แคล้ว    บ่ให้เขาเห็น ฯ

โคลง ๒
    o ที่นี้เปนง่ายแท้    ลุลาภสองเราแหล้
เพื่อนเอ้ยเต็มใจ    บารนี ฯ
    o สองลงในสระเร้น    จะลอบลักดูเหล้น
อย่าให้เห็นเรา ฯ    
    o สองนายมาบมิช้า    ครั้นชุ่งจะใกล้อ้า
ค่อยผ้ายโชยชาย ฯ    
    o ทอดกรกรายย่างเยื้อง    เข้าสู่อุทยานเบื้อง
ฝ่ายสร้อยสวนขวัญ ฯ    
    o เห็นคนจรัลเมื่อกี้    หายแห่งใดบัดนี้
บให้เห็นตัว ฯ    
    o น่าใคร่หัวหลากแท้    เราเลียบเล็งดูแหล้
เปล่าถ้วนทุกทาย ฯ    

ร่าย
    o สองนายลงในสระ สองนายพะสองนาง ค่อยหัวพลางยยิ้ม คอยเมื่อสองมาปิ้ม ดอกแสร้งถามขา ฯ

โคลง ๔
    o สองนายมาแต่ด้าว    แดนใด
มาบ่เกรงกลัวใจ    อาจแท้
ดังฤๅจึ่งลงใน    สระราช นี้นา
เร็วเร่งขึ้นพลันแม้    ไม่ขึ้นเปนความ ฯ
    o พี่จะขึ้นเจ้าอย่า    ขับหนี
มาแต่เมืองไกลลี-    ลาศเต้า
เห็นสระสนุกมี    ใจใคร่ ชมนา
เรียมบ่ได้รู้เจ้า    อย่าเผ้อคุกคาม ฯ
    o เรียมมาสวนนี่ไส้    นฤมล พี่เอย
แลบ่เห็นสักคน    หนึ่งเฝ้า
เห็นสระสนุกชล    จักอาบ ตนนา
ฤๅและมามีเจ้า    ว่าให้เรียมอาย ฯ
    o เรียมลาสองแม่แล้    ทรามรัก พี่เอย
จะอยู่จะอายนัก    กว่านี้
เปนชายแลหญิงผลัก    หนีหน่าย ตนนา
เพราะบ่เห็นแก้วกี้    จึ่งได้มาลง ฯ
    o พี่ขุนไปด่วนขึ้ง    นักหนา เล่านา
ผิดคาบเดียวพันครา    ด่วนพ้อ
เยียวชายชั่วหลงมา    แลว่า ไส้พ่อ
ผิดเพื่อบเห็นน้อ    โทษข้าขอษมา ฯ
    o  เยียวเห็นแลเคียดไส้    ใจบุญ พี่เอย
ผิบ่เห็นฤๅฟุน    เท่าเผ้า
ฟังอ่อนอมฤตฉุน    ใจชื่น ชมนา
ได้กล่าวผิดใจเจ้า    จุ่งเจ้าอดออม ฯ
    o พี่ขุนจะอาบน้ำ    เชิญลง อาบรา
ลงอาบในสระสรง    สว่างร้อน
ขัดสีธุลีผง    สะเหงื่อ ไคนา
แล้วเก็บฝักบัวปล้อน    เปลือกสิ้นกินพลาง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง ผลัดผ้าพลางลงอาบ ทำสุภาพลเมียด คำลเอียดเอาใจ เผืออาบในสระแล้ว เสมออาบน้ำทิพยแก้ว แลน้อง ณ หัว พี่เอย ฯ



โคลง ๔
    o กินบัวอร่อยโอ้    เอาใจ บารนี
สโรชข่าวฉันใด    ใคร่รู้
เชิญพี่จุ่งไปใน    บัวฝ่าย นั้นนา
ได้อมฤตรสสู้    อย่าแล้ไปสวรรค์ ฯ
    o แม่โรยรักอย่าได้    โรยใจ หนึ่งรา
นำแขกเราไปใน    ฝ่ายนั้น
จะเก็บจะกินใด    โดยท่าน เถิดแม่
เจ้าช่วยเก็บให้หั้น    จุ่งให้เต็มใจ ฯ
    o นางโรยนางเรียกด้วย    คำงาม
ขวัญอ่อนดังขวัญกาม    ยั่วแย้ม
ใบบัวหนั่นหนาตาม    กันลอด ไปนา
หอมกลิ่นบัวรสแก้ม    กลิ่นแก้มไกลบัว ฯ
    o ใบบัวบัวข้าขอบ    ใจบัว
ดอกดั่งจะหัวรัว    เรียกเต้า
เชยชมภิรมย์ชัว    ชมซาบ บัวนา
ถนัดดั่งเรียมชมเจ้า    พี่เหล้นกับตน ฯ
    o บัวนมบัวเนตรหน้า    บัวบาน
บัวกลิ่นขจรหอมหวาน    รสเร้า
บัวสมรละลุงลาญ    ใจบ่า นี้นา
บัวบาทงามจวบเท้า    เกศแก้วงามจริง ฯ
    o โกมุทกาเมศแก้ว    โกมล พี่เอย
หอมกลิ่นจงกลกล    กลิ่นแก้ว
จงกามินีปน    รสร่วม กันนา
จงกอบอย่ารู้แคล้ว    ก่อเกื้อกรีฑา ฯ
    o สนุกบัวซ้อนดอก    บัวพระ พี่นา
ปลาช่อนปลาไส้สระ    ดอกไม้
สลิดโพตะเพียนพะ    กันชื่น ชมนา
พรวนเพรียกแนมหลิ่งไส้    เหยื่อหย้ามฟูมฟอง ฯ
    o สนุกข้างนี้แนบ    จอมใจ พี่เอย
สองสนุกกันใน    ฝ่ายนั้น
ทำขวัญสนุกใด    จักดุจ นี้นา
หนีซอกซอนซ้ำหั้น    เชิดชู้เทียมรงค์ ฯ
    o สรงสนุกน้ำแล้วกลับ    สนุกบก เล่านา
สองร่วมใจกันยก    ย่างขึ้น
ขึ้นพลางกอดกับอก    พลางจูบ
สนุกดินฟ้าฟื้น    เฟื่องฟุ้งฟองกาม ฯ
    o สองนางนำแขกขึ้น    เรือนสวน
ปัดฟูกปูอาสน์ชวน    ชื่นชู้
สองสมพาสสองสรวล    สองเสพย์
สองฤดีรสรู้    เล่ห์พร้อมเพรียงกัน ฯ
    o เสร็จสองสมพาสแล้ว    กลกาม
สองอ่อนสองโอนถาม    ชื่อชู้
สองมาแต่ใดนาม    ใดบอก ราพ่อ
ให้แก่สองเผือรู้    ชื่อรู้เมืองสอง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง แสร้งบอกพรางบบอกชื่อ เผือนี้ชื่อเจ้ารามรัตน์ นัดกันมาจะค้า พลัดมาท่าทางทบ พอประสบเจ้าพราหมณ์ ทรงนามเจ้าศรีเกษ ใคร่เห็นประเทศมาด้วย พอประสบหน้าสร้วย พี่แล้จอมสมร ฯ

ร่าย
    o เผืออยู่ในรมยนคร มโนหรราชธานี บุรีรมย์บอกแจ้ง จะอยู่ด้วยกล้องแกล้ง แต่นี้ฤๅไป จากเอย ฯ

โคลง ๒
    o สองตกใจละลั้ง    ละเลิดผิดอันตั้ง
ต่อรื้อฉันใด ฯ    
    o ธมาในเมืองนี้    มีเครื่องค้ามากี้
สิ่งข้าขอถาม ฯ    

โคลง ๓
    o ขุนนางอยู่ไกลกัน    บ่ทันนัดกันได้
สองแม่ถามไจ้ไจ้    สะทื้นสะเทิ้นไปมา ฯ

โคลง ๒
    o บอกเร็วราเครื่องค้า    บบอกได้อึหน้า
ใครให้ราหัว ฯ    
    o พรางตัวเองดั่งนี้    หน้าใช่หน้าสับปลี้
มาไขว่ถ้อยเอาเผือ ฯ    

ร่าย
    o เครื่องค้าเหลือผู้ซื้อ กะหมั่ง
สินตัวยื้อมิถึง กะหมั่ง
มิบอกจริงบอกพราง กะหมั่ง
ทรงขุนนางอะเคื้อ กะหมั่ง
เนื้อชาววังใช่ช้า โฉมใช่โฉมคนค้า หน้าใช่หน้ากริกกริว ฯ
 
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:27:04 pm
เชิญพระลอสู่สวนหลวง

     นายแก้ว นายขวัญบอกความจริง จึงไปเชิญพระลอเข้าพักยังสวนหลวง
_____________________________________

โคลง ๒
    o มาจะหัวให้หายหิวอยากเข้า    เชิญบอกอันจริงเจ้า
แก่น้องอย่าอำ    หนึ่งรา ฯ
    o สองสนองคำอ่อนพร้อง    จะบอกจริงแก่น้อง
อย่าเย้นหยันตู ฯ    
    o พระภูธรอยู่เกล้า    ลอราชพระเสด็จเต้า
เผือพี่เลี้ยงมาตาม ฯ    
    o ขุนงามบอกข่าวไท้    เสมอดั่งสองนางได้
ผ่านเฝ้าไอศวรรย์ ฯ    

โคลง ๔
    o ตวันเจียนจากฟ้า    มามือ
จักใคร่ถือเดือนถือ    ก็ได้
เมรุทองละอองปือ    ปือรอด ไปนา
ขอท่านเชิญท้าวไท้    ธิราชเจ้าเสด็จมา ฯ
    o พระเสด็จมาอยู่ด้าว    แดนใด พี่เอย
มาอยู่ในสวนใคร    ใคร่รู้
พระองค์ท่านเสด็จใน    สวนเปล่า เขานา
พระเปลี่ยวบมีผู้    เพื่อนไท้เสด็จเดียว ฯ
    o ตีอกออกปากโอ้    พระภู เบศร์เฮย
มาอยู่ฉันใดดู    ละห้อย
บเคยยากอกตู    จักหว่า แลพ่อ
โหยสอื้นค้อยค้อย    คร่าวน้ำตาไหล ฯ
    o เอนดูสองท่านผ้าย    ไปพลัน
ถึงบาทบงกชคัล    เคี่ยมไหว้
ขอเชิญปิ่นไอศวรรย์    เสด็จยาตร มานา
เผือจะเชิญสองไท้    ธิราชพู้นมาพลัน ฯ
    o แต่จักท่าไหว้บาท    บงกช
น้อมศิรามพุชจรด    กึ่งเกล้า
ขอรับอมฤตรส    พจนาตถ์ ไปนา
ถึงพระนุชน้องเหน้า    ท่านถ้าฟังสาร ฯ
    o สองนายกรกอดเกี้ยว    สองนาง
มือสอดเสียดเอวบาง    ลูบท้อง
พิศพลางจูบชมพลาง    เรียมสั่ง สองแม่
มิใคร่ไคลคลาศน้อง    หนึ่งเล้ยกับตน ฯ
    o สองนางซบแนบเนื้อ    สองนาย
พระลูกเอยจักผาย    คลาดแคล้ว
พระไปจากเสมอตาย    ทีหนึ่ง แลพ่อ
รักเร่งมาพลันแก้ว    ช่วยน้องอย่านาน ฯ
    o ไปสองสามย่างแล้ว    เหลียวมา เล่านา
เจ้าพี่เอยเรียมคลา    คลาศแคลัว
เผือไปแต่ตัวหา    จอมราช ไส้นา
ใจอยู่เชยชมแก้ว    พี่ไส้กับตน ฯ
    o เผือข้านับอยู่ไส้    ขุนงาม ลูกเอย
อยู่แต่ตัวใจตาม    ท่านแท้
ไปมาอย่านานทราม    รักท่วม เราเฮย
เชิญเร่งเร็วพลันแม้    อยู่ช้าเผือตาย ฯ

โคลง ๒
    o สองนายไปบมิช้า    ถึงสมเด็จเจ้าหล้า
กราบเกล้าทูลสาร ฯ    
    o ทูลอาการทุกข้อ    บรรยายแต่ต้นหน้อ
มาถี่ถ้วนความใน ฯ    

โคลง ๔
    o เผือข้าพบพี่เลี้ยง    สองศรี
ใจจอดจอมกษัตรีย์    อยู่เกล้า
ขอเชิญปิ่นภูมี-    ศวรราช
จงบพิตรพระเจ้า    อย่าช้าเสด็จจร ฯ
    o พระลอลีลาศคล้อย    ไคลคลา
งามดุจสีหลีลา    จากถ้ำ
สองนางอยู่คอยหา    เห็นราช มานา
ลุกแล่นรับแลล้ำ    หยาดฟ้าลงดิน ฯ
    o สองถึงสองกราบไหว้    บทมาลย์
เชิญบพิตรภูบาล    อยู่เกล้า
ยังรมยพิมานสถาน    ประพาส พระเอย
เรือนสำราญน้องเหน้า    ท่านไท้ทั้งสอง ฯ

โคลง ๒
    o พระลอสนองพี่เลี้ยง    สองพระนุชเนื้อเกลี้ยง
สุขอยู่รื้อฉันใด ฯ    
    o สองจอมใจอ่อนไท้    องค์บไข้ใจไข้
ละห้อยโหยหา    ท่านนา ฯ
 

คารมพระลอ

     นางรื่น นางโรยเข้าเฝ้าพระลอ พระลอแสดงคารมมหากาฬ ฝากถ้อยไปยังสองศรี พระพี่เลี้ยงนำความไปแจ้งพระเพื่อน พระแพง ซึ่งร้อนรุมอยู่รอท่า
     เปนอีกตอน ๑ ที่แสดงให้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของผู้ทรงนิพนธ์เรื่องพระลอนี้ ในการใช้ข้อความแต่สั้นๆเล่าเรื่องราวมากมาย โดยเก็บรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆได้อย่างครอบคลุมชัดเจน
_____________________________________

      (http://pralor.thaiderm.com/to.jpg)

ร่าย
    o พระราชาลีลาศ พระบาทขึ้นเรือนสอง กุณฑีทองน้ำหอม ถนอมล้างพระบาทยุคล พิมลพัสตเช็ดบาท เหยียบผ้าลาดเสด็จดล บนบรรยงกไสยาสน์ เสด็จเหนืออาสน์อิงองค์ พระบาทบงกชพัก ทักปราไสสองนาง สองไหว้พลางจึ่งทูล ข้าแต่นเรสูรอยู่เกล้า พระเจ้าเคยขึ้นช้างลงม้า คานหามท่ารับราช ผ้าลาดแล้วเกือกทอง รองพระบาทซ้ำซ้อนอ่อนเรียบ ดังฤๅมาเหยียบดินเดินเพียงไพร่ ไต่ทางป่าท่าดงรก อกเผือข้าดั่งจะคราก อ้าลำบากพระองค์ ซบเศียรลงกราบไหว้ พระบาทฤๅมาได้ ยากพ้นประมาณ ดังนี้ ฯ

โคลง ๒
    o ภูบาลสนองพี่เลี้ยง    สองพี่ปรานีเพี้ยง
พระญาติผู้พึงใจ ฯ    
    o ยากนักใดดุจด้วย    เพราะใคร่เห็นหน้าสร้วย
สองอ่อนท้าวแลนา ฯ    
    o ปรานีราอย่าช้า    รักเร่งให้เห็นหน้า
หน่อท้าวทั้งสอง ฯ    

โคลง ๔
    o พระทองเสด็จอยู่นี้    อย่าคลา
สองพี่ขุนรักษา    อยู่เกล้า
เผือข้าชุลีลา    พระบาท แลพ่อ
หับกุญแจเร้นเจ้า    แผ่นหล้าลับองค์ ฯ
    o หัวอกจักครากแล้    เขือเห็น
นับอยู่ในใจเปน    ดั่งบ้า
สองเขือพี่อย่าเย็น    ใจเร่ง ไปรา
เอาข่าวถึงน้องหน้า    หนุ่มเจ้าจอมสมร ฯ
    o แม้สองเจ้าตั้งใคร่    เห็นกัน นาพี่
เชิญพระนุชมาพลัน    อย่าช้า
แม้นานอ่อนฤๅทัน    เห็นชีพ เรียมเลย
ฝากแต่พระศพถ้า    อ่อนให้เผาผี ฯ
    o สองไหว้พระบาทแล้ว    สองลา
สองสั่งสองนายตา    ค่อยเคล้า
ตาสองลอบแลหา    เมียงม่าย กันนา
จวนจวบตาท้าวเจ้า    ลอบต้องตาเขา ฯ
    o สองนางจรจากห้อง    โหยหวน สวาทนา
เมียงแต่หางตาสรวล    สั่งชู้
สองนายลูบอกครวญ    ครางแต่ ใจนา
เจียรจากดั่งนี้ผู้    อื่นนั้นฤๅมี ฯ

ร่าย
    o ข้าลีลาถึงนอก ครั้นออกแล้วทั้งสอง กุญแจทองใส่ทวาร เอาลูกดาลไปด้วย อิ่มอกย้วยไคลคลา ลีลาขึ้นช้างผ้าย คลับคล้ายเข้าทวารเวียง จิตต์จ่อเมียงสองเจ้า ลงช้างเข้ายังวัง ทอดตายังปราสาท เห็นสองราชกษัตรีย์ ในช่องสีหบัญชร ดุจอัปสรสู่หล้า เยี่ยมหน้าดุจดวงเดือน เหมือนแว่นฟ้าทั้งคู่ ต่างตาดูอยู่คอยทาง เห็นสองนางพี่เลี้ยง หน้าชื่นสดใสเพี้ยง พ่างท้าวเสด็จมา ฯ

โคลง ๒
    o มาสองราจะร้อง    ถามเถิดฤๅพระน้อง
จุ่งได้แรงใจ    หนึ่งรา ฯ
    o คิดนึกไปชอบเหรื้อง    ความรั่วรู้ทุกเบื้อง
พระย่ารู้ฤๅดี ฯ    
    o มาจะตีตนตายจุ่งแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ยกย่างช้าเยียใด    ดั่งนี้ ฯ
    o ทวารวังในว่าใกล้    ฤๅแลวันนี้ไส้
ขยดออกรื้อดูไกล    บารนี ฯ

ร่าย
    o ถึงบันไดสองขึ้น แลนา
ถึงพ่างพื้นปราสาท แลนา
เข้าใกล้บาทยุคล แลนา
ไหว้เจ้าตนทูลข่าว แลนา
รับขวัญยอมือไหว้ บัดนี้ขวัญท้องไท้ มาสู่แล้วณหัว พี่เอย ฯ

 

 

พระเพื่อนพระแพงสู่ตำหนักสวนหลวง

     พระเพื่อน พระแพงรับรู้ความแลถ้อยคำพระลอจากนางรื่น นางโรย แล้วไปขออนุญาตพระย่าเที่ยวเล่นในอุทยานหลวง
พระย่าชื่นชมแลย้ำเตือนครรลองครองตน
     นางโรยนางรื่นจัดแจง พระเพื่อน พระแพงขึ้นพระตำหนักซึ่งพระลอแลพี่เลี้ยงเร้นรอท่าอยู่ !
ปรัด (ปะหรัด) = แต่ง(ก.)
เทียร = ย่อม(ก.)
_____________________________________

โคลง ๔
    o จอมขวัญพระพี่เอ้ย    บุญสอง
โฉมราชงามคือทอง    แท่งแท้
คือเทพดาผยอง    มาสู่ พระนา
ในโลกนี้สุดแล้    แต่ท้าวองค์เดียว ฯ
    o พระสอนพระสั่งข้า    พระศรี พี่เอย
ผิแลพลันพบธี-    เบศร์ไท้
แม้นานแต่พบผี    จอมราช แลแม่
ฝากแต่พระศพไว้    เถิดให้เราเผา ฯ
    o พี่เอยแก้วฟ้าหยาด    มามือ นาพี่
รักยิ่งชีพิตฤๅ    ใคร่แคล้ว
ครั้นด่วนนักจักฦๅ    ความเล่า แลพี่
ลาย่าเปนเจ้าแล้ว    ด่วนได้โดยใจ ฯ
    o สองท้าวยังย่าไท้    ทูลทรง
พระบาทสองศรีผจง    ใส่เกล้า
สองเสด็จแนบแนมองค์    อิงแท่น
ละเลียนสองเฟี้ยมเฝ้า    ย่าต้องติดใจ ฯ
    o ย่าชมหลานแก้วยอด    เยาวมาลย์
สองดุจบงกชบาน    ใหม่หน้า
สองศรีล่ำเภาพาล    เพ็ญภาค กูเอย
นวดย่าได้แรงอ้า    อ่อนรู้ถือถนอม ฯ
    o ชูหน้าสองหนุ่มหน้า    เชยชม
สองอ่อนงามสระสม    ใช่น้อย
ใจดีอ่อนอุดม    ใครคู่ สองนา
สองนวดฟั้นค้อยค้อย    ย่าได้แรงรมย์ ฯ
    o อย่ากดใจฟั้นย่า    นานนัก
อุตส่าห์เยียวสองภักดิ์    ใฝ่ไข้
สองนางรื่นโรยรัก-    ษาอย่า ลืมนา
เตือนอ่อนสรงเสวยไล้    ลูบแป้งผัดผิว ฯ
    o เผือข้าแฝงบาทไหว้    บทมาลย์
สุขสิ่งใดปูนปาน    เปรียบได้
พิศพักตรดุจบัวบาน    ฤๅใคร่ คลายเลย
เสมออมฤตไล้    ลูบแล้ลืมเมือ ฯ
    o สองเจ้ารักย่าให้    ติดใจ บารนี
อ้าอีกฟังเสียงใส    อ่อนพร้อง
สองศรีกล่าวเสนาะใด    จักดุจ นี้นา
เสมออมฤตต้อง    ย่าได้แรงจริง ฯ
    o ย่ารักมิใคร่ให้    ไกลตัว
เยียวย่าเตือนเพราะกลัว    เกลือกไข้
ย่าสงวนยิ่งสงวนหัว-    ใจย่า ไส้นา
เทียรย่าเตือนไจ้ไจ้    อย่าน้อยใจเขือ ฯ
    o อิริยาบถสี่ไส้    สงวนองค์ อ่อนเอย
นอนนั่งยืนเดิรจง    อย่าเว้น
สองศรีสมบูรณ์บง-    กชมาศ กูเอย
นอนนั่งยืนเดิรเหล้น    แต่งให้เสมอก้น ฯ
    o เผือข้ามิใคร่ผ้าย    ไปไกล ท่านนา
ตัวจากใจอาไลย    ท่านไท้
ขอลาบพิตรไป    ประพาส พระเอย
สมสนุกเล่นไหล้    แหล่งสร้อยสวนขวัญ ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง    เสด็จไป
สรงสระพลางชมไพร    ดอกไม้
ยามเย็นจึ่งคลาไคล    ยูรยาตร มานา
สองราชฟังแล้วไหว้    ย่าเจ้าลาเมือ ฯ

โคลง ๒
    o ยินดีเหลือที่อ้าง    เราจะพบเจ้าช้าง
ธิราชแล้เต็มใจ    บารนี ฯ

ร่าย
    o คืนเข้าในปราสาท เสร็จสองราชเสด็จสรง แล้วสองทรงพระปรัด ผัดพักตร์ดุจดวงเดือน เกล้าเกศเหมือนสาวสวรรค์ นุ่งแพรพรรณลายเลิศ พพรายพริ้งเพริศประไพ สไบสมบูรณ์บรรจง ทรงเครื่องเสร็จยูรยาตร ลีลาศดุจอัปสร ทวยทอดกรนวยนาฎ ถึงเกยมาศบรรยง สองเสด็จทรงกรินี มีจำลองจำหลักลาย รูปสัตว์กลายช้อยชด อลงกฎกูบแก้ว ช้างชื่นงามแพร้วแพร้ว เครื่องช้างงามยง ยิ่งนา ฯ

ร่าย
    o ยยับธงมยุรฉัตรทอง รังรองกรรชิงรัตน์ พัดโบกพัดจามร สาวสลอนโดยเสด็จดาษ พี่เลี้ยงราชตามกษัตริย์ ไปตระบัดบหึง ถึงประตูอุทยาน คานหามทองรับราช ลีลาศเทียบมนเทียร พี่เลี้ยงเจียนใจแกว่น แล่นก่อนไขประตู ส่วนพระภูธรบรรจง ทรงมกุฎภูษา พัสตราภรณ์อจินต์ งามเงื่อนอินทรหยาดฟ้า เร้นอยู่เรือนรัตน์ถ้า แนบเนื้อสองสนอง ฯ

ร่าย
    o สองนายซ่อนข้างแท่น นางรื่นแล่นปูอาสน์ ให้สองราชเสด็จออก นอกให้ข้าไทเฝ้า ส่วนชาวเจ้ากำนัล เคียมคัลโดยระบอบ นางโรยนอบนบว่า ส่วนพระย่าธสั่งไส้ ให้เผือข้าหมั่นตัก เตือนสองลักษณ์ไสยาสน์ สองนางนาฎใส่กล ว่าบัดเดี๋ยวดลเทิญจะนอน นางรื่นกรประนมไหว้ ทูลว่าพระย่าไท้ธิราช พระบาทสั่งทุกอัน ชาวกำนัลเปนพยาน มินานด่วนลืมคำ ธจะจำตูต้องโทษโพย นางโรยเร่งช้กม่าน เชิญสองท่านเสด็จเข้า ส่วนชาวเจ้ากำนัลนั้น ครั้นจะอยู่ท้าวธจะมิหลับ ขับกันลงเล่นไหล้ ชมดอกไม้วัลย์เครือ แต่สองเผือนี้จะเฝ้า สองท้าวเจ้าจอมราช ครั้นฝูงนางคลาศคลาลงแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว หับถี่ถ้วนทุกทวาร ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:30:47 pm
พระเพื่อน พระแพงพรั่นกระดากพระลอ
พระเพื่อน พระแพง พบพักตร์ โฉมงามสามแผ่นแพ้


     พระเพื่อน พระแพงกระดากอายด้วยมิเคยสู่ชาย ให้นางรื่นนางโรยสอน.. ก็แลเรื่องเช่นนี้ที่ไหนจะสอนกันได้ ต่อเวลามาถึง ทีจะเปนย่อมเปนเอง... " น่อยหนึ่งพระจักได้      เล่ห์นั้นเปนเอง "
ตอนนี้ได้แยกสีคำขานไว้ให้เห็นโดยเด่นชัด
     ชมโฉมพิลาศล้ำของสามองค์ ผ่านถ้อยพระพี่เลี้ยง
     พี่เลี้ยงเชิญสามราชสู่ไสยา แล้วสู้ทนข่มไฟราคะตน เสงี่ยมเฝ้าแต่ภายนอก..
" รัญจวนสมรหมื่นกลั้น     เพราะเพื่อภักดีหมั้น     จึ่งกลั้นใจคง "
____________________________

โคลง ๒
    o มินานสองพี่เลี้ยง    ไหว้บาทบงกชเกลี้ยง
เชิญอ่อนท้าวเสด็จใน ฯ    
    o สองอ่อนใจแจ่มฟ้า    ฟังพี่เลี้ยงเชิญช้า
ซ่อนช้าอายใจ ฯ    

โคลง ๔
    o พี่เอยแต่น้อยเกิด    ตนมา
ยังไป่เคยเดียงสา    สักน้อย
จักไปดั่งฤๅนา    วานช่วย ริรา
อายเร่งอายค้อยค้อย    หนึ่งไส้เผือกลัว ฯ
    o ณหัวเจ้าข้าใช่    เด็กเลย
แม้บ่เคยจำเคย    จึ่งได้
พระทองแก่เรียมเอย    อย่าเหนี่ยว ราแม่
ฤๅบ่เอนดูไท้    ธิราชแล้ณหัว พี่เอย ฯ
    o พระลอแฝงม่านเข้า    มาฟัง
ฟังอำเภอสองยัง    หนุ่มแท้
พระเสด็จนั่งแนบหลัง    สองอยู่ ไส้นา
สองไป่รู้ยังแก้    พี่เลี้ยงไปมา ฯ
    o พี่เอยรักท้าวยิ่ง    หัวใจ นาพี่
เจ็บบ่เคยฉันใด    ดั่งนี้
เผือคิดเร่งเดียงใน    ใจยาก จริงนา
วานพี่ทั้งสองชี้    เล่ห์ให้เผือเห็น ฯ
    o สองฟังสองค่อยยิ้ม    ผินสรวล
ใครห่อนสอนพระอวร    อ่อนได้
วันสองแรกรักครวญ    ถึงราช นั้นนา
ใครสั่งสอนสองให้    ละห้อยโหยหา ฯ
    o มิสอนก็อย่าร้า    มาหยัน อีกรา
มิเอนดูอกกัน    ดั่งนี้
เห็นเดือนตวันวัน    คืนก่อน เผือนา
ถามว่าบรู้ผี้    ว่ารู้ฤๅถาม ฯ
    o พระเอยจะบอกได้    ฉันใด
พระจักเคียงถนัดใน    ที่ไท้
มินานอย่าอาไลย    เลยราช
น่อยหนึ่งพระจักได้    เล่ห์นั้นเปนเอง ฯ
    o พระลออดบได้    ขิกหัว
สองนาฎตกใจกลัว    สดุ้ง
พระพักตรดุจดวงบัว    บานร่อ กันนา
เผยม่านแพรพรรณวุ้ง    ออกให้เห็นองค์ ฯ
    o สองเห็นโฉมเจ้าแผ่น    ภูวดล
งามเงื่อนทินกรกล    แว่นฟ้า
ลืมอายอ่อนลืมตน    ตาต่อ พระนา
พิศบ่พรับโอ้อ้า    เทพไส้ยาไฉน ฯ
    o ดำรงใจได้อ่อน    อายซบ อยู่นา
สองบังคัลเคารพ    กราบไหว้
โฉมสองชื่นตาสบ    ใจราช แลนา
พิศพี่พิศน้องไท้    ท่านท้าวลืมตน ฯ
    o บัวทองเด็ดแต่น้ำ    เอามา แลนา
แลว่าดวงดารา    หยาดฟ้า
ฤๅจันทรจากเวหา    หาพี่ พระเอย
เรียมเร่งคิดหน้าหน้า    หนุ่มหน้าติดใจ ฯ
    o สองนาฎพิศราชรื้อ    วางตา
จอมราชพิศพักตรา    อ่อนไท้
บวางเนตรเลยนา    บานร่อ สองรา
สองนาฎไหว้แล้วไหว้    เล่าไหว้บทมาลย์ ฯ
    o นางโรยนางรื่นไหว้    พิศภู เบศร์เฮย
พิศอ่อนสองศรีตรู    เตรียบเฝ้า
แลนางก็ลืมดู    จอมราช
แลราชลืมดูเจ้า    พี่น้องทั้งสอง ฯ
    o พิศไท้ไท้ว่าไท้    ทินกร
พิศอ่อนคือศศิธร    แจ่มฟ้า
พิศดูอิ่มอกอร    ใดดั่ง นี้นา
เดือนยแย้มแย้มหน้า    ออกรื้อฉันใด ฯ
    o เพื่อนโรยวานช่วยตั้ง    ตาดู หนึ่งรา
เราว่าพระเราตรู    ยิ่งผู้
โฉมพระพี่มาชู    งามเร่ง งามนา
ทุกเทพอันรอบรู้    แต่งท้าวทั้งสาม ฯ
    o พิศดูสิไป่ได้    วางตา
สามแผ่นภพฤๅหา    ดุจได้
บุญเราบ่านี้นา    นางรื่น กูเอย
เราจึงเห็นสามไท้    ธิราชผู้มีบุญ ฯ
    o สองนายเจ้าน้องอยู่    ไหนมา ดูรา
มาช่วยพิศพักตรา    อยู่เกล้า
สุดใจบ่านี้นา    เฉลิมโลกย์ แลเฮย
สามบพิตรพระเจ้า    พี่น้องงามสม ฯ

ร่าย
    o สองนางชมบมิวาย ส่วนสองนายผู้เชี่ยวชาญ ค่อยก้มกรานเข้าไป นั่งแต่ไกลกราบบาท ไท้ธิราชสามกษัตริย์ ชรดัดนิ้วประนม บังคมเคารพราช ชมโฉมนาฎทั้งสาม งามติดตาติดใจ ในแผ่นดินใต้ฟ้า เห็นแต่พระเจ้าหล้า พี่น้องทั้งสาม บารนี ฯ

โคลง ๔
    o งามยงงามยิ่งแม้    แมนมา แต่งฤๅ
โฉมระทวยทอตา    แหล่งหล้า
สมนักบ่านี้นา    สรบ่า นี้นา
สดกว่าสดโอ่อ้า    อ่าโอ้เอาใจ ฯ
    o พี่เลี้ยงทั้งสี่ไหว้    สามกษัตริย์
เชิญบาทบงกชรัตน์    อยู่เกล้า
เสด็จยังผธมสวัสดิ์    ไสยาสน์ พระเอย
เยียวเหนื่อยพระองค์เจ้า    พี่น้องทั้งสาม ฯ
    o พระลอลีลาศฟ้า    ดินไหว
สองนาฎโดยเสด็จไตร    แผ่นพื้น
สามกษัตริย์ทอดกรไกว    เงยง่า งามนา
โฉมดุจเดือนดาวขึ้น    ส่องฟ้าดินบน ฯ
    o นางโรยนางรื่นร้าง    บทรัช
เช็ดบาททั้งสามกษัตริย์    ใส่เกล้า
เชิญเสด็จภิรมย์สวัสดิ์    ไสเยศ
สองอ่อนอเคื้อเฝ้า    อยู่เพี้ยงสาวสวรรค์ ฯ
    o พี่เลี้ยงปิดม่านแล้ว    รับขวัญ ท่านนา
ขวัญอ่อนอย่าไกลกัน    กับไท้
ขวัญสองแม่คือวัลย์    เวียนรอบ พระนา
ขวัญราชคงคือไม้    มาศเกี้ยววัลย์กรอง ฯ
    o สองนางลาราชไหว้    บทมาลย์
ถึงนอกสองหับทวาร    ท่านไว้
หับแล้วบ่ทันนาน    ยังพี่ นายนา
นั่งแต่ไกลกามไหม้    สวาทเพี้ยงไฟฟอน ฯ

โคลง ๒
    o รัญจวนสมรหมื่นกลั้น    เพราะเพื่อภักดีหมั้น
จึ่งกลั้นใจคง ฯ    
    o รู้อายองค์ยากแท้    ผิบ่รู้อายแล้
ง่ายพ้นประมาณ ฯ    
    o เรือนสำราญอยู่เหล้น    เร่งว่าร้ายแรงเต้น
โลดร้ายฤๅอาย ฯ    
    o ทั้งหลายชี้กำด้น    ทำบรู้รุกร้น
ฝ่ายร้ายฤๅแคลง ฯ    

โคลง ๔
    o แรงรักแรงราคร้อน    รนสมร
ยงยิ่งเปลวไฟฟอน    หมื่นไหม้
มนเทียรปิ่นภูธร    เปนที่ ยำนา
ขืนข่มใจไว้ได้    เพื่อตั้งภักดี ฯ
    o เรานี้เราเผ่าผู้    ภักดี
ผิดเท่าธุลีกลัว    เกลียดใกล้
ผิผิดกึ่งเกศี    แหนงว่า ตายนา
ดีกว่าเปนคนให้    ท่านชี้หลังตน ฯ

บทอัศจรรย์
ครรลองกาม สามเสพสามสมพาส

              (http://pralor.thaiderm.com/lpp.jpg)
              o ดุจสารเมามันบ้า    งาไล่แทงงวงคว้า
         อยู่เคล้าคลุกเอา ฯ    
____________________________



โคลง ๒
    o สี่คนคิดชอบถ้อย    สอนสั่งกันค้อยค้อย
สว่างร้อนไฟกาม ฯ    
    o ส่วนสามกษัตริย์แก่นท้าว    กรโอบองค์โน้มน้าว
แนบเนื้อเรียงรมย์ ฯ    
    o เชยชมชู้ปากป้อน    แสนอมฤตรสข้อน
สวาทเคล้าคลึงสมร ฯ    
    o กรูเกี้ยวกรกอดเกื้อ    เนื้อแนบเนื้อโอ่เนื้อ
อ่อนเนื้อเอาใจ ฯ    
    o พักตราใสใหม่หม้า    หน้าแนบหน้าโอ่หน้า
หนุ่มหน้าสรสม ฯ    
    o นมแนบนมนิ่มน้อง    ท้องแนบท้องโอ่ท้อง
อ่อนท้องทรวงสมร ฯ    
    o สมเสน่หอรใหม่หมั้ว    กลั้วรสกลั้วกลิ่นกลั้ว
เกลสกลั้วสงสาร ฯ    
    o บุษบาบานคลี่คล้อย    สร้อยแลสร้อยซ้อนสร้อย
เสียดสร้อยสระศรี ฯ    
    o ภุมรีคลึงคู่เคล้า    กลางกมลยรรเย้า
ยั่วร้องขานกัน ฯ    
    o สรงสระสวรรค์ไป่เพี้ยง    สระพระนุชเนื้อเกลี้ยง
อาบโอ้เอาใจ ฯ    
    o แสนสนุกในสระน้อง    ปลาชื่นชมเต้นต้อง
ดอกไม้บัวบาน ฯ    
    o ตระการฝั่งสระแก้ว    หมดเผ้าผงผ่องแผ้ว
โคกฟ้าฤๅปูน ฯ    
    o บุญมีมาจึงได้    ชมเต้าทองน้องไท้
พี่เอ้ยวานชม    หนึ่งรา ฯ
    o พระเพื่อนสมสมรแล้ว    ลอราชเชยชมแก้ว
แก่นไท้แพงทอง    เล่านา ฯ
    o ละบองบรรพหลากเหล้น    บเหนื่อยบได้เว้น
เหิ่มชู้สมสมร ฯ    
    o ดุจอัสดรหื่นห้า    แรงเร่งเริงฤทธิ์กล้า
เร่งเร้งฤๅเยาว์ ฯ    
    o ดุจสารเมามันบ้า    งาไล่แทงงวงคว้า
อยู่เคล้าคลุกเอา ฯ    
    o ประเล้าโลมอ่อนไท้    แก้วพี่เอยเรียมได้
ยากด้วยเยาวมาลย์ ฯ    
    o เอนดูวานอย่าพร้อง    เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อดพี่ไว้เอาบุญ    ก่อนเทิญ ฯ

โคลง ๔
    o พระคุณพระพี่พ้น    คณนา
พระเอนดูนุชรา    ท่านไท้
เผือข้าไป่เดียงสา    สักหยาด พระเอย
พระค่อยถนอมน้องไว้    เพื่อนท้าวใจบุญ ฯ
    o บเปนใดเจ้าพี่    อย่าแคลน
รักแม่สุดดินแดน    กว่าฟ้า
เรียมสงวนพระนุชแสน    สงวนยิ่ง ตัวนา
ยามหนึ่งบเห็นหน้า    อ่อนท้าวเรียมตาย ฯ
    o บมลายสมรเร่งเร้ง    ฤทธิรงค์
สองอ่อนระทวยองค์    ละห้อย
ความรักดุจทิพยสรง    โสรจชื่น
บัดชื่นบัดเศร้าสร้อย    สร่างสร้อยสรดใส ฯ
    o สะเทือนฟ้าฟื้นลั่น    สรวงสวรรค์
พื้นแผ่นดินแดยรร    หย่อนไส้
สาครคลื่นอึงอรร-    ณพเฟื่อง ฟองนา
แลทั่วทิศไม้ไหล้    โยกเยื้องอัศจรรย์ ฯ
    o ขุนสีห์คลึงคู่เคล้า    สาวสีห์
สารแนบนางคชลี    ลาสเหล้น
ทรายทองย่องยงกรี-    ฑาชื่น ชมนา
กะต่ายกะแตเต้น    ตอบเต้าสมสมร ฯ
    o ทินกรกรก่ายเกี้ยว    เมียงบัว
บัวบ่บานหุบกลัว    ภู่ย้ำ
ภุมรีภมรมัว    เมาซราบ บัวนา
ซอนนอกในกลีบกล้ำ    กลิ่นกลัวเกสร ฯ
    o บคลาไคลน้อยหนึ่ง    ฤๅหยุด อยู่นา
ยังใคร่ปองประติยุทธ์    ไป่ม้วย
ปรานีดอกบัวบุษป์    บชื่น ชมนา
หุบอยู่บบานด้วย    ดอกสร้อยสัตบรรณ ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:35:15 pm
อาลัยลา พระเพื่อนพระแพงกลับวัง

     คล้อยค่ำอาวรณ์ร่ำลา
     พระเพื่อนพระแพง แลพระลอต่างพรรณาถึงความยากลำบากมากหลายกว่าจะได้มาสู่ มาสมเสพ
____________________________

โคลง ๒
    o ตวันเจียนจิ่มฟ้า    สองพี่เลี้ยงทูลอ้า
จะค่ำแล้วพระเอย ฯ    
    o พระทองเผยม่านแล้ว    เรียกพระพี่เลี้ยงแก้ว
ทั้งสี่เข้าไปใน ฯ    
    o ริสุดใจจึ่งลี้    ซ่อนเงื่อนกลนี่นี้
อย่าให้เห็นกล ฯ    
    o ไหว้บัดดลท่านไท้    รับราชเสาวนีไว้
กึ่งเกล้าทูลทรง ฯ    
    o เชิญพระสรงสว่างร้อน    เสด็จอ่างทองเดียวซ้อน
อาบด้วยสองศรี ฯ    
    o บุษบาบีเสียดสร้อย    จรดฤดีเหล้นน้อย
หนึ่งได้แรงองค์ ฯ    
    o จากสรงเสด็จแท่นแก้ว    แต่งแง่งามเสร็จแล้ว
แนบเนื้ออิงอร ฯ    
    o พี่เลี้ยงกรลูบเกล้า    ยกเครื่องเสวยเทียบเข้า
แต่งตั้งเตรียมถวาย ฯ    
    o สองสายสมรอ่อนไหว้    เตือนบพิตรเชิญไท้
ธิราชเจ้ากูเสวย ฯ    
    o ชูคางเชยหน้าสร้วย    เชิญอ่อนท้าวเสวยด้วย
พี่ร้าทั้งสอง ฯ    
    o ของเสวยสวรรค์ไป่เพี้ยง    เพราะพระนุชเนื้อเกลี้ยง
แนบเนื้อเรียมเสวย ฯ    
    o ทรามรักเอยปากป้อน    รสยิ่งรสฟ้าข้อน
สวาทข้อนสงสาร ฯ    
    o เสวยสำราญเสร็จแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
นบท้าวทูลเตือน ฯ    
    o ตวันจะเลื่อนลับฟ้า    จอมราชเจ้าอย่าช้า
อ่อนเอ้ยยามควร ฯ    
     (http://pralor.thaiderm.com/cci.jpg)


โคลง ๔
    o พระอวรบใคร่แคล้ว    คลาเรียม
เรียมราชพิศสองเสงี่ยม    ละห้อย
สามกษัตริย์เดือดแดเกรียม    กรมสวาท แลนา
หน้าแนบหน้าค้อยค้อย    คล่าวน้ำตาไหล ฯ
    o เอนดูสองอ่อนท้าว    ทรามรัก ท่านนา
ก้มกราบลงกับตัก    ท่านไท้
น้ำตาโสรจสรงพักตร์    แถวดั่ง ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้    สอื้นอาดูร ฯ
    o อ้าพระปิ่นเกล้าแผ่น    ธรณินทร์
แต่แรกเรียมฟังยิน    ข่าวไท้
จักกินบ่เปนกิน    ครวญใคร่ พระนา
นอนบ่เปนนอนไข้    สวาทถ้าฟังสาร ฯ
    o บุญบลทุกเทพย์เจ้า    จอมผา
ทั้งเทพย์พฤกษาสิง    หมู่ไม้
ขอพระช่วยราชา    เชิญสู่ สมนา
ลุลาภแล้วจักไหว้    ปู่เจ้าทุกสถาน ฯ
    o เงินทองกองโกฏิแก้ว    ทูลถวาย
สารสอดงาทองควาย    เผือกผู้
บุญบลร่นร้องขวาย    ขวนรอด มานา
แม้บ่สมท้าวชู้    อย่าแล้มีผัว ฯ
    o จึ่งพระเสด็จเต้าแขก    ทำขวัญ
รักไป่ทันถึงวัน    ด่วนร้าง
ดังฤๅจะจากฉัน    ใดดั่ง นี้นา
กรกอดองค์เจ้าช้าง    ร่ำไห้หิวโหย ฯ
    o ระทดด้วยนุชน้อง    ระทวยองค์ ท่านนา
ซรอนพระพักตร์ซบลง    สอื้น
เหนือหลังสมบูรณ์บง-    กชมาศ กูเอย
มิใคร่เงยหน้าขึ้น    จากเจ้าจอมสมร ฯ
    o เรียมสุขเสวยสุขเพี้ยง    อมรินทร์ อ่อนเอย
ครั้นแรกเรียมฟังยิน    ข่าวน้อง
บินลุพี่จักบิน    มาสู่ นุชนา
มาบ่ได้ข่ายข้อง    สวาทเพี้ยงเขาขัง ฯ
    o เมืองกว้างช้างม้าสู้    ละเสีย อ่อนเอย
เสียแม่เสียเมียมา    สู่น้อง
เสียสนมดุจดวงพเยีย    งามแง่ งามนา
มาแต่ตัวเข้าข้อง    ข่ายท้าวทั้งสอง ฯ
    o พี่พบน้องเพี้ยงแต่    ยามเดียว
คือเชือกผสมสามเกลียว    แฝดฝั้น
ดังฤๅจะพลันเหลียว    คืนจาก เรียมนา
เจ้าจากเรียมจักกลั้น    สวาทกลั้นใจตาย ฯ
    o มิรักแลจึ่งเจ้า    จำไป จากนา
แม้ว่ารักฤๅไคล    คลาศได้
เอโกเด็ดเดี่ยวไกล    มาแต่ ตัวนา
เจ้าจะละเรียมไว้    ก่ำพร้าคนเดียว ฯ
    o ฟังคำจอมราชร้อน    ฤๅวาย
มาจะตีตนตาย    จุ่งแล้ว
พระไฉนว่าราญสาย    ใจจาก พระนา
ฤๅใคร่ไกลพระแก้ว    กึ่งเส้นเกศา ฯ
    o สองกษัตริย์สนองนาถถ้อย    ไปมา
สูริยเรื่อยเรียงเวหา    คลาศคล้อย
เขาเตือนราชชายา    จักค่ำ พระเอย
ครั้นค่ำไส้ต้องถ้อย    ใหญ่แล้เปนความ ฯ

โคลง ๒
    o ไหว้สามกษัตริย์ใช่ช้า    จากแต่บัดเดี๋ยวอ้า
ค่ำไส้คืนสม    เล่านา ฯ
    o พระตนกลมปิ่นเกล้า    ช่วยว่าให้น้องเหน้า
ท่านท้าวเสด็จไป    หนึ่งรา ฯ
    o โอ้อาไลยค่อยพร้อง    เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อ่อนผ้ายลีลา    ก่อนเทอญ ฯ
    o สองธิดากราบไหว้    ชูพระพักตร์น้องไท้
จูบท้าวทั้งสอง    สั่งนา ฯ
    o พักตราหมองสวาทไหม้    ไหว้บาทละห้อยไห้
ค่อยผ้ายลีลา ฯ    
    o เหลียวหลังมาคะค้อย    น่าเอนดูน้องน้อย
สั่งท้าวสนองสาร ฯ    
    o อย่านานนักอยู่เกล้า    เชิญบพิตรพระเจ้า
เร่งผ้ายหาเผือ ฯ    
    o เรียมเจ็บเหลือที่พร้อง    จักใคร่ไปด้วยน้อง
จากน้องเสมอตาย ฯ    
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:37:12 pm
พระลอแลพี่เลี้ยงลอบเข้าวัง ได้กึ่งเดือน ความรั่วรู้ถึงท้าวพิไชยพิษณุกร

     พระลอลอบเข้าวัง
เสพสุขอยู่ได้ครึ่งเดือน ความล่วงรู้ถึงท้าวพิไชยพิษณุกร จึงมาลอบมาดู หนที่แรกให้นึกแค้นนัก แต่พลันคิดขึ้นมาได้ว่าควรรับไว้เปนเขย
____________________________

ร่าย
    o พี่เลี้ยงถวายบังคม ประนมเชิญสองเสร็จ เสด็จถึงเกยทั้งสอง คานหามทองรับราช หมู่นางดาษบริพาร พี่รื่นชาญเชิงแก้ ซ่อนแง่งำเงื่อนมิด ปิดประตูไว้เสร็จ โดยเสด็จถึงทวารใหญ่ ใส่กลว่าลืมเครื่อง เบื้องในรัตนไสยา แม่โรยมาจะไปดู จงเปิดประตูไว้ท่า ไปบช้าบหึง ถึงเรือนรมย์พิมาน ไขทวารออกไส้ ให้นางโรยอยู่เฝ้า นางรื่นเข้ารับราช สองนายนาดมาตาม ยามค่ำคลุ้มบเห็นหน้า ลอบพิตรเจ้าหล้า กับพี่เลี้ยงปลอมไป ฯ

โคลง ๓
    o ถึงทวารในเรือนหลวง    คล้ายถึงคลวงสองท้าว
เชิญราชเสด็จขึ้นหย้าว    อยู่เร้นเรือนโรย ฯ

โคลง ๒
    o สองนางโดยเสด็จไท้    สองซ่อนสองนายไว้
บให้เห็นตัว ฯ    
    o ราตรีมัวมืดฟ้า    เชิญบพิตรเจ้าหล้า
ลอบขึ้นสมศรี ฯ    
    o ภัควะดีดวงดอกไม้    เสด็จออกมารับไท้
ธิราชเข้าไปใน ฯ    
    o เยียใดพระอยู่ช้า    พระจะละให้ข้า
พี่น้องตรอมตาย ฯ    
    o ถวายกรจูงเจ้าหล้า    ขึ้นบนแท่นทิพย์อ้า
อ่อนได้แรงรมย์ ฯ    
    o พระตนกลมเสด็จแล้ว    เหนือฟูกผ้าเขนยแก้ว
พระพี่น้องผจงถวาย ฯ    
    o ม่านแพรพรายเลิศล้น    หูนากหูทองพ้น
พิศพื้นลายทอง ฯ    
    o ดอกไม้กรองเรียบร้อย    หอมตระหลบอบห้อย
แห่งห้องไสยา ฯ    
    o พิดานดาดาษแก้ว    เฉลามาศฉลับแพร้วแพร้ว
เพริศกั้งกษัตรีย์ ฯ     

โคลง ๔
    o ผ้าต้นตีค่าล้วน    ทองถวาย
ถวายกระแจะจรุงลาย    ลูบไล้
สลาพานมกรราย    รัตนแต่ง ถวายนา
พระกระยาเสวยไท้    อ่อนท้าวผจงถวาย ฯ
    o เสวยแล้วสามท่านไท้    เสวยรมย์
หับประตูทองผทม    ท่านไว้
สองนางพี่ไปสม    สองพี่ นายนา
สรวลสนุกไล้ไล้    คู่เคล้าคลึงสมร ฯ
    o สองท้าวซอนซ่อนไท้    เปนกล
รู้แต่นางสองคน    พี่เลี้ยง
ประมาณกึ่งเดือนดล    จรหล่ำ แลนา
สรวลสนุกเล่นเพี้ยง    บรู้โรยแรง ฯ

ร่าย
    o ลางคาบแสดงดุจไข้ ลางคาบไท้ธสำราญ ลางคาบบานใจเหล้น ลางคาบเร้นส้อนองค์ ซุบซิบทรงเงื่อนแง่ แต่พี่เลี้ยงเข้าใน ใครใครบให้เข้า ฝูงชาวเจ้าพระกำนัล สกิดกันลอบเจรจา บัดนี้น่าหลากแท้ สองอยู่เกล้าเราแล้ กับพี่เลี้ยงเปนกล ฯ

โคลง ๒
    o ควันความจนรั่วรู้    ดอกบนำพารู้
หนึ่งให้แลดู ฯ    

โคลง ๓
    o ดอกขายหูขายตา    คล้ายถึงคลวงสองท้าว
ขจรข่าวถึงท้าวผู้    พ่อไท้ทั้งสอง ฯ

โคลง ๒
    o ลอบมามองลูกไท้    เคียดคู่ไฟฟ้าไหม้
แฝกฟุ้งไฟเข็ญ ฯ    
    o ลอบแลเห็นเจ้าหล้า    ลอราชงามโอ่อ้า
อาจให้หายฟุน ฯ    
    o รอยบุญเขาส่งให้    ไกลกว่าไกลเปนใกล้
ยิ่งใกล้อัศจรรย์ ฯ    
    o ลักชมขวัญคะค้อย    ลอราชนี้เท่าร้อย
อยู่เงื้อมบทจร ฯ    
    o ได้ภูธรดุจได้    ฟ้าแลดินมาไว้
อยู่เงื้อมมือเรา ฯ    
    o เอาเปนเขยแขกแก้ว    ยศโยคฤๅรู้แล้ว
เลิศพ้นประมาณ ฯ    


พระย่าไม่ยอมให้ล้อมจับมาฆ่าเสีย

     ท้าวพิไชยพิษณุกรต้องใจพระลอ ตกลงรับพระลอเปนเขย
     แต่พระย่าไม่ยอม แอบอ้างราชโองการสั่งทหารให้ไปจับพระลอมาฆ่าเสียจงได้
     พระลอไม่ยอมให้จับ พระเพื่อนพระแพงแลนางรื่นนางโรยสู้อยู่เคียงข้าง
____________________________
ร่าย
    o ภูบาลแสร้งแสดงองค์ สองไหว้บงกชบาท พระลอราชค่อยถาม สองบอกนามปิตุราช พระบาทไท้เลืองลอ ธก็ยอกรกชประนม ถวายบังคมชมชื่น ยื่นความชอบนอบทูล ว่านเรสูรเจ้าหล้า ข้าร้างราชสมบัติ สลัดเสียเสร็จสล้าย หว้ายแต่ตัวมาหา พระปิตุราธิราช ข้าขอฝากอาตม์ประยูร เปนตระกูลเดียวด้วยไท้ ไว้เปนเอกวงศา เท่ากัลปาวสาน ภูบาลครั้นได้ยิน บานอรพินทุ์หฤทัย ประไพพักตรพิลาศ ยิ่งกว่าราชผู้ใหญ่ ได้ท้าวไส้สัมฤทธิ์ บพิตรพิศพระราชา มาเปนเอกเอารสราช ด้วยนางนาฎสองศรี พ่อจะให้ดูวันดีเดือนชอบ แล้วจะประกอบการวิวาห์ ท้าวธพจนาดังนี้เสร็จ ธก็เสด็จยังมนทิราไลย ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราชบิดา แล้วลอบมาดูถูก ประมาทลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอนให้ฟัน เราจะให้บั่นให้แล่ ทุกกระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี ปิ่นธรณีนาถมิฟัง ย่าไปยังวังย่า ว่าแก่หมู่ทกล้าทหาร ข้าผู้ชำนาญผู้ใหญ่ ใส่กลว่าท่านไท้ ธให้ไว้เปนงารตู ตูจะให้สูทั้งหลายฆ่า ว่าผู้ดูชาดูแคลน แหนความเราจงมิด ปิดความเราจงทั่ว ใครให้รั่วความขำ จะทำทัณฑ์ถึงขนาด ดาบปาดคอจงม้วย ด้วยบยำคำเรา เขาก็รับพระราชฎีกา ขันอาสาอคร้าว ท้าวธิราชท่าดู เล่ห์กลตูจะเอา เขาก็ลอบแต่งกันกั้น ครั้นราตรีดึกสงัด เขาก็สพัดสามรอบ ล้อมขอบเขตนิเวศน์วัง ขังบให้คนเข้าออก เขาจึงบอกแก่นายแก้วนายขวัญ สองฟังพลันยังจอมกษัตริย์ ทูลระหัสทุกประการ ภูบาลยิ้มแย้มหัว บมิกลัวเร่งองอาจ ดูดุจราชไกรสีห์ ครวีอาวุธภุชพล ตนนายแก้วนายขวัญ ขันอาสาเจ้าหล้า เผือข้าแจ้งใจถวาย ขอตายก่อนพระองค์ สองอนงค์อนุช น้อมศิรามพุชกับบาท ไท้ธิราชสาหส ธก็โลมบงกชกษัตรีย์ สองภัควะดีอย่าตกใจ บเปนใดณสองศรี มีพระสาสนชมชัว ค่อยยิ้มหัวเหล้นพลาง สองนางจึ่งชมชื่น ยื่นใจจริงบมิช้า เผือข้าก็กษัตริย์ชาติ ใจบมิขลาดกลัวตาย บมิเอาชายอื่นเปนคู่ บมิอยู่ให้ไทดูช้า บมิอยู่ให้ข้าดูแคลน ครั้นพระเมือแมนเมืองฟ้า เผือข้าตายตามราช พระบาทอย่าอาไลย สองเปลื้องสไบซ้ำซ่อน ทรงผ้าอ่อนร่อนดาบ อยู่ตราบข้างจอมกษัตริย์ บัดนางโรยแลนางรื่น ชื่นชมใจเชื่อแท้ แม้สามกษัตริย์สู่ฟ้า เผือจะเปนข้าผู้ใด ใครเขาจะเกรงจะขาม ขอตายตามเจ้าตน อยู่เมืองบนด้วยไท้ ไว้ยศให้คนชม ถวายบังคมนฤเบศร์ สองแปรเพศดุจชาย ห่มเสื้อกรายดาบง่า นางรื่นร่าไปสู่ อยู่ด้วยนายแก้วฝ่ายขวา นางโรยมาด้วยพลัน อยู่ด้วยนายขวัญฝ่ายซ้าย บมิผ้ายจากเจียนกัน เห็นอัศจรรย์จอมราช พระบาทเสด็จอยู่กลาง สองนางแนบสองข้าง เจ้าช้างจูบสองศรี สองกษัตรีย์จูบท้าว สองนายน้าวสองนาง กอดกันพลางชมเชย มินานเลยเขาเข้า เท่าถึงทวารปราสาท นายแก้วฟาดดาบฟัน นายขวัญแทงสุดทาว ลาวฝูงข้าพ่ายหนี ตีกันปือขึ้นคลุก ท้าวธก็รุกโรมฟัน ตายทับกันกลากลาศ หัวขาดตกเปนกลุ่ม เขาเร่งทุ่มหินผา ดากันเข้าระเร้ง ไม้ไล่เท้งฝาทลาย ส่วนสองนายพี่เลี้ยง รำร่อนรับอยู่เพี้ยง ดังช้างเมามัน ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:40:29 pm
คือเพรงกรรม สามกษัตริย์สู่สรวง

     พี่เลี้ยงทั้งสี่ แลสามกษัตริย์ต่างม้วยมรณ์
     ท้าวพิไชยพิษณุกร ให้ประหารพระย่าแลทุกผู้ที่เกี่ยวข้องแก่การนี้
____________________________

ร่าย
    o ผันเข้าคลุกรุกรบ หลบหลีกปืนบให้ตอก หลบหลีกหอกบให้ต้อง เขาเร่งซ้องปืนยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายเร่งมาหนา ข้างขวาเร่งมามาก เข้าทุกปลากรุกโรม สองนายโจมฟันเฟื่อง เครื่องพลัดตัวหัวขาด เขาก็สาดศรยึง ตรึงนายแก้วยะยัน ต้องนายขวัญท่าวทบ นางรื่นรบรุกฟัน นางโรยผันผาดแทง ด้วยปลายแวงกุมปัก เขาบรู้จักว่าผู้หญิง เขาก็ยิงต้องสองนาง วางมาสู่ผีผัว ทอดตัวทับสองนาย ตายตามกันทั้งสี่ ท้าวธเห็นพี่เลี้ยงราช พระบาทชื่นชมนัก น่ารักใคร่ใจเขา เยียวเรามิเหมือนได้ สองอ่อนไท้จึ่งร้องหัว เขาสิมิกลัวความพินาศ ดังฤๅเผือกษัตริย์ชาติจะกลัวตาย ไว้ความอายบรู้แล้ว สิ้นชีวิตฤๅแคล้ว อยู่เคล้าฤๅคลา พระเลย ฯ

โคลง ๔
    o พระแก้วพระอยู่เกล้า    อย่าไฉน
เผือจักตายฤๅไคล    คลาศไท้
พระเอยอย่าอาไลย    เยียวอยู่ พระนา
ตายเมื่อใดจักได้    ดั่งนี้ฤๅมี ฯ
    o ครั้นตายก็เกิดขึ้น    กับกัน
เสวยพิภพสรวงสวรรค์    ฟากฟ้า
เปนคนแลคนหยัน    ฤๅอยู่ พระเอย
เท็จอยู่บเห็นหน้า    อยู่เกล้าแหนงตาย ฯ
    o บเริ่มเขาสี่ไส้    ยังตาย
เผือเผ่ากษัตริย์ฤๅผาย    จากไท้
รักตัวแต่กลัวอาย    หฤโหด พระเอย
รักราชตายด้วยได้    อยู่ได้ฉันใด ฯ

โคลง ๒
    o ฟังจอมใจอ่อนท้าว    พระหัวอยู่อคร้าว
ยั่วยิ้มยินดี    ร่อนา ฯ
    o สองกษัตรีย์เจ้าหล้า    แกล้วกว่าแกล้วใจกล้า
กว่ากล้ากลัวอาย ฯ    
    o บกลัวตายเท่าเผ้า    กรกระลึงตาวเต้า
ต่อข้างดัสกร    แลนา ฯ
      (http://pralor.thaiderm.com/diaf9.jpg)

ร่าย
    o ไล่ฟอนฟันผันแทง แวงวัดตัดหัวขา ดูมหิมาทั้งสาม งามเงื่อนดังราชสีห์ ครวีอาวุธองอาจ เอิบอำนาจบมิกลัว ยิ้มแย้มหัวเล่นพลาง กางกรรอนรำรบ น้าวพิภพสำทับ เขาขับกันเข้ารบรอบ ดุจหอบฟางทอดไฟ เขาอยู่แต่ไกลบมิใกล้ ให้โทรมยิงสามกษัตริย์ ธก็เอาดาบวัดกระจัดกระจาย เขาเข้าหลายเหลือป้อง จึ่งปืนต้องพระองค์ สองอนงค์บมิกลัว เอาตัวออกรับปืน ยืนอยู่กับจอมราช เขาก็เร่งสาดศรพิษ ติดสามกษัตริย์สพรั่ง เลือดตกหลั่งถั่งลง สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพิตพร้อมกัน ยืนอยู่ฉันบมิตาย เขาทั้งหลายกลัวไกล ข่าวขจรไปบมิมิด ถึงท้าวพิษณุกร ภูธรด่วนเสด็จมา เห็นสองธิดาสุดสวาท แลพระบาทลอดิลก เลือดตกอาบทั้งตน ยืนอยู่กลบมิตาย ธก็ฟายน้ำเนตรจะไจ้ เรียกลูกไท้แลเขยขวัญ เรียกฉันใดก็บมิพร้อง ต้องฉันใดก็บมิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง เจ้าช้างจึงรู้ฉบัด ว่าสามกษัตริย์เสวยกรรม ธก็ทำฉันธบมิโกรธ ว่าฆ่านักโทษทั้งหลาย ตายตามกันหนำใจ แต่ผู้ใดกล้าสามารถ อาจอาสามาล้างเขา ให้มาเอารางวัล ผู้ใดอันแกล้วหาญ จะบำนาญยิ่งรู้หลัก เราจะให้ศักดิ์เปนขุน ปูนเปนหมื่นเปนพัน เขาก็หากันมาบมิช้า มาถ้วนหน้าบหลอได้ ธก็ให้เอาเชือกสรวมคอ ปอสับรัดมัดศอก แล้วให้เอาหอกร้อยขา ตราชื่อถ้วนทุกคน ก็ให้ฟันกลฟันหยวก ดาบจวกกลิ้งเกลือกตาย ส่วนหมู่นายนั้นไส้ ธก็ให้ต้มให้คลอก แต่ตนย่าดอกไส้ให้แล่ ใช่แม่ตัวเจ้าหล้า ธก็ให้ฆ่าให้ลำบาก ลากเอาศพเสียเสร็จ ธก็เสด็จยังลูกไท้ ไห้บรู้กี่ไห้ โอ้ลูกแก้วกับตน พ่อเอย ฯ


โศกคลุมสรอง

     พิลาปรำพันของ ท้าวพิไชยพิษณุกร แล พระนางดาราวดี
     มี่ไห้ทั่วทังเมืองสรอง
____________________________

โคลง ๒
    o สองงามกลแว่นฟ้า    ทุกข์เท่าใดเห็นหน้า
ลูกแก้วกลอยหาย ฯ    
    o มาจะตายด้วยลูกแก้ว    เจ็บพ่อบรู้แล้ว
อยู่ได้ฉันใด ฯ    
    o หัวใจพ่อผกขว้ำ    ทุกข์บรู้กี่ซ้ำ
สองอ่อนไท้ธิดา    พ่อเอย ฯ

ร่าย
    o ส่วนสมเด็จดาราวดี พระชนนีรู้ข่าว ทะทึกท่าวทรุดสยบ ซรบซรอนลงฟะฟั่น สั่นหฤทัยทะทาว ชาวแม่ถนอมพระองค์ แล้วธก็ทรงคานหาม ไห้ตามเสด็จเดียรดาษ ถึงปราสาทสองศรี ภัควดีอ่อนละลวย ระทวยดุจวัลย์ทองท่าว น้ำตาคล่าวหลั่งหลาม ชูคานหามธขึ้น ถึงพ่างพื้นเรือนรัตน์ เห็นสามกษัตริย์สิ้นชนม์ ธก็ทอดตนตีอก ผกกลิ้งเกลือกไปมา แม่มาหาแก้วแม่ เคียดใดแก่แม่นา เจ้ามิเจรจาด้วยแม่ มิแต่งแง่ให้แม่ชม มิหวีผมให้แม่เชย มิเงยหน้าให้แม่จูบ มิลูบน้ำดอกไม้ไล้พระองค์ มิทรงกระแจะจรุงชมด มิเสวยรสเข้าปลา สองจะลีลาสู่ฟ้า ละแม่เปนกำพร้า เจ้าแม่เอ้ยปรานี แม่รา ฯ

โคลง ๒
    o ยินดีใดด่วนม้วย    เยื้อนปากปราไสยด้วย
แม่ให้เต็มใจ    หนึ่งรา ฯ
    o ใดผิดใจสองเจ้า    ควรเคียดฤๅจึ่งเต้า
แขกฟ้าทั้งสอง ฯ    
    o หมองใจใดด่วนผ้าย    สองอย่าคิดยินร้าย
แก่แม่ร้าณหัว    แม่เอย ฯ
    o อ้าชรมัวเมือเช้า    สีพระทนต์ทณเจ้า
แม่เอ้ยกับตน    แม่ฮา ฯ
    o ลงบังคนทณแก้ว    ออกจากบังคนแล้ว
เชิญอ่อนท้าวสองสรง    เล่านา ฯ
    o ทรงบรัดผัดหน้า    แต่งแง่ทรงสอิ้งผ้า
ย่างเยื้องมาหา    แม่รา ฯ
    o สองมาเรียบดอกไม้    ถวายธูปเทียนทองไหว้
พระบาทสร้อยสรรเพ็ชญ์    หนึ่งรา ฯ
    o แล้วเสด็จมาทณเจ้า    เจ้าแม่มาเสวยเข้า
แก่แม่ร้าสุดใจ    แม่เอย ฯ

ร่าย
    o เตือนฉันใดก็บมิพร้อง ต้องฉันใดก็บมิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ห้ามบให้สองขาน แม่ฤๅ ฯ

โคลง ๒
    o พระภูบาลปิ่นเกล้า    ปิตุราชพระเสด็จเต้า
แขกท้าวฤๅแล    พ่อเอย ฯ
    o บแปรพักตรต่อไท้    บสั่งสักคำไว้
แก่แม่เล้ยสุดใจ    แม่เอย ฯ

โคลง ๔
    o เยียใดแก่ชีพนี้    นิศผล
นับว่าตัวเปนคน    คู่บ้า
บเห็นลูกกับตน    ตนอย่า เปนเลย
ตายจุ่งพลันเห็๋นหน้า    ลูกแก้วทั้งสอง ฯ
    o สบกษัตริย์พระญาติไห้    อึงอุด อยู่นา
สบส่ำสาวสนมทรุด    ท่าวไห้
ปวงนางกำนัลสุด    ถึงไพร่ เมืองนา
คนหนึ่งฤๅอดได้    เกลือกกลิ้งกลางดิน ฯ
    o เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้    ทุกเรือน
อกแผ่นดินดูเหมือน    จักขว้ำ
บเห็นตะวันเดือน    ดาวมืด มัวนา
แลแห่งใดเห็นน้ำ    ย่อมน้ำตาคน ฯ

โคลง ๒
    o สาวสนมจนแก่นไท้    ไห้เจ็บไห้แสบไห้
เลือดน้ำตาไหล    แลนา ฯ
    o ปรีชาไวแว่นแท้    ใจแก่นกษัตริย์กล้าแล้
จึงตั้งใจตรง ฯ    
    o สองพระองค์สร่างไห้    สองบพิตรท้าวไท้
จึ่งห้ามทั้งหลาย ฯ    
    o ครั้นวายเสียงไห้แล้ว    สองราชชมใจแกล้ว
แก่นไท้ทั้งสาม ฯ    
    o ยืนตายงามเลิศแล้    รู้ว่าใจกษัตริย์แท้
บให้ใครปูน ฯ    
    o ทั้งสองขุนพี่เลี้ยง    นางรื่นนางโรยเพี้ยง
เทพไส้ไป่ปาน ฯ    
    o ใจหาญตายก่อนเจ้า    เปนเพื่อนตายคลึงเคล้า
คู่หน้ารักใจ    บารนี ฯ
    o ทุกคนในแหล่งหล้า    เสียงสรรเสริญถ้วนหน้า
ทั่วทั้งเมืองมี่    มีแล ฯ
    o ธรณีฦๅลั่นฆ้อง    เสียงเสนาะฟ้าร้อง
เรียกท้าวยังสวรรค์ ฯ    



โศกคลุมสรวง

     สรองจัดการแต่งศพทั้งเจ็ดตามราชประเพณี แล้วส่งข่าวให้สรวง
     พิลาปรำพันของพระนางบุญเหลือ สลดกำสรวลทั่วสรวง
____________________________

ร่าย
    o มี่อึงอรรณพไห้ เมืองหลวงไข้ทุกด้าว สมเด็จท้าวพิไชยพิษณุกร ธให้นำบังอรราชเทพี ดาราวดีเสด็จไป สู่คฤหาไลยพระองค์ ธให้สรงศพสามกษัตริย์ จัดสรรพภูษา ตราสังทั้งสามพระองค์ ผจงโลงทองหนึ่งใหญ่ ใส่สามกษัตริย์แล้วไส้ ธก็ให้แต่งโลงหนึ่งแล้ว ใส่ขุนแก้วแลนางรื่น โลงหนึ่งใส่หมื่นขวัญแลนางโรย ทำโดยรีตศพเสร็จ ธก็เสด็จยังปราสาท ให้หาราชศิลปี มีโองการบังคับ ให้สำหรับพระเมรุ เกฌฑ์กำหนดทุกกรม ให้แต่งพนมอัษฐทิศ พิพิธราชวัติฉัตร กลิ้งกลดธวัชบรรฎาก หลายหลากภาคบุษบก กระหนกวิหคเหมหงส์ บรรจงภาพจำเนียม ลางพนมเทียมอัสดร ลางมกรเทียมยยับ ประดับขับเข็นรถ อลงกฎคชสาร อลงการคชสีห์ สารถีสถิตชักรถ ชดกรกระลึงกุมแสง รำจำแทงองอาจ เผ่นผงาดขับสารสีห์ เทียมนนทรีชำนันสึงห์ ดึงไดฉบับจับกัน สรรพอสุราสุรครุฑ มนุษย์ภุชงค์คนธรรพ์ บรรเขบ็จภาพเรียงราย ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระธาราวเทียน โคมเวียนโคมแว่นผจง โคมรหงฉลักเฉลา เสาโคมเรียงสล้าย เถลิงต้ายเตี้ยกำแพง แชลงราชวัติชวาลา บูชาศพสามกษัตริย์ แล้วธก็ตรัสให้หา ทูตานุทูตมาไซร้ ให้จำทูลพระราชสาส์น อีกบรรณาการทั้งหลาย ไปถวายแด่พระบาท ไท้ธิราชบุญเหลือ เครือทินกรราชชนนี ภควดีฟังพจนสาร ถ้วนทุกประการประกาศ ธมิอาจที่จะดำรง พระองค์ท้าวธอยู่ได้ ไท้สยบซบเหนือหมอน พระกรปิดพระพักตร ไห้ร่ำรักลูกไท้ ไห้บรู้กี่ไห้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ

โคลง ๒
    o ชนนีกลัวดั่งนี้    ห้ามเจ้าบรู้กี้
ท่านเจ้าฤๅฟัง    แม่เลย ฯ

ร่าย
    o หวังสิ้นชนม์ด้วยไข้ แก่แม่รา
สิ้นชีพไท้ด้วยผี แก่แม่รา
ในบุรีเราแม่ลูก แก่แม่รา
แม่จะยาหยูกจงเต็มใจ แก่แม่รา
ดังฤๅพ่อไปตายเมืองท่านม้วย แก่แม่เรา
ด้วยหอกตาวหลาวดาบ แก่แม่รา
ด้วยกำซาบปืนยา ดังนี้ ฯ

โคลง ๔
    o แม่สงวนมาแต่ตั้ง    มีครรภ์ ลูกเอย
บเบกษาสักอัน    หนึ่งน้อย
ถึงพระผ่านไอศวรรย์    เสวยราช แลพ่อ
รักลูกรักได้ร้อย    ส่วนล้ำรักตัว ฯ
    o ใช่เปนไท้ท้าวแต่    พอดี ลูกเลย
เปนมกุฎกษัตรีย์    ผ่านเผ้า
ท้าวร้อยเอ็ดเมืองมี    มาส่วย พระนา
ทูลบาทบงกชเจ้า    แม่เที้ยรทุกวัน ฯ
    o เสวยสุขปราสาทเพี้ยง    เมืองสวรรค์ ลูกเอย
เสด็จออกโรงกษัตริย์คัล    คั่งเฝ้า
หัวเมืองหมื่นขุนพัน    นายไพร่ พลนา
เฝ้าบาทบงกชเจ้า    คู่ท้าวเมืองแมน ฯ
    o พิศช้างคือคู่ช้าง    อมรินทร์ ลูกเอย
ม้าคู่อัศวทินกร    หยาดฟ้า
รี้พลเพียบธรณิน    มีมั่ง เกษมนา
เมืองบพิตรเจ้าหล้า    แม่เพี้ยงเมืองสวรรค์ ฯ

ร่าย
    o กรรมใดดลออกไท้ ไห้รักราชเอารส กำสรดสั่นสรรพางค์ ออกนางพ่างจะพินาศ เอนดูราชเทพี ลักษณวดีครั้นฟัง แล่นยังราชอยู่เกล้า อีกชาวเจ้าพระสนม เพื่อนภิรมย์เจ้าหล้า ถ้วนหน้าหาบมิอยู่ สู่สำนักท่านไท้ เห็นธไห้ทูลถาม ถ้อยความใดธพิลาป ครั้นฟังทาบตีอก สทกผมเผ้าเกล้าทรสาย ทอดตนตายวายทรวง ไห้ระลวงฦๅลั่น สนั่นทั่วทั้งเวียง ฟังเสียงไห้ดั่งจะหว่า ใจเมืองบ้าดั่งจะผก หัวอกเมืองดั่งจะพัง ทั้งแผ่นดินทั่วหน้า ไห้ร่ำรักเจ้าหล้า พ่างเพี้ยงตัวตาย ฯ
หัวข้อ: Re: ลิลิตพระลอ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 12, 2009, 05:41:39 pm
สิ้นสุดอาฆาตพยาบาท จบเรื่องพระลอ

     สรวงแต่งเครื่องศพสู่สรอง จัดการปลงพระศพเสร็จแบ่งเถ้าอังคารกัน
____________________________

โคลง ๒
    o ไห้มิวายมิม้วย    ประดุจจักตายด้วย
ท่านท้าวทุกคน ฯ    
    o จึงมนตรีผู้เถ้า    ดัดดำรงชาวเจ้า
อย่าไห้คิดความ    ก่อนรา ฯ
    o แผ่นดินหวามบรู้    คิดจงหนักทุกผู้
อย่าได้ดูเบา ฯ    
    o เอากันมากราบไหว้    แถลงถี่ถ้อยแด่ไท้
ธิราชเจ้าตนฟัง ฯ    
    o หนหลังเกรงแหล่งหล้า    พระบาทคิดหนหน้า
อยู่เกล้าเสวยกรรม ฯ    
    o คิดผิดแผกแผ่นขว้ำ    ผีก็จักซ้ำด้ำ
แต่ถ้าผลักพลอย ฯ    
    o คิดชอบรอยตอบถ้อย    จงอย่ามีผิดน้อย
หนึ่งไส้เปนผล ฯ    
    o ไว้บัดดลอยู่เกล้า    คิดจงหนักพระเจ้า
แต่งหน้าหนุนหลัง ฯ    

โคลง ๔
    o พระฟังพระขอบข้า    มนตรี
คิดจักไปปลงผี    ลูกแก้ว
เกรงเมืองเกลือกจักมี    คนกล่าว แคลนนา
แหนงจักตายจงแล้ว    อย่าให้คนเห็น ฯ
    o เร่งหาผู้รู้รอบ    ทุกการ
เฉลียวฉลาดไวโวหาร    ถ่องถ้อย
สิบขุนใหญ่อย่านาน    เตรียมแต่ง พลันนา
เงินก็ร้อยทองร้อย    ชั่งให้เอาไป ฯ
    o แก้วเก้าสบสิ่งผ้า    แพรพรรณ
แลสิ่งจงครามครัน    อย่าช้า
ช้างม้าไพร่พลสรร    เอาแต่ เร็วนา
ไปแต่งการเจ้าหล้า    แม่เที้ยรต่างตัว ฯ
    o บรรณาการเจ้าแผ่น    ดินสรอง
กับพระชนนีสอง    พี่น้อง
เขียนสาส์นใส่ลานทอง    เร็วเร่ง ไปนา
สงวนชอบอย่าให้ข้อง    ข่าวร้ายถึงเรา ฯ
    o เสร็จศพจอมราชแล้ว    ขอรับ
พระธาตุสามกษัตริย์กับ    พี่เลี้ยง
สูลาจุ่งคำนับ    ผจงแต่ง มานา
ประกอบถ้อยคำเกลี้ยง    อย่าให้หมองเรา ฯ

ร่าย
    o ธให้เอาแขกไว้ ลาท่านไท้ธิราช ธก็ประสาทรางวัล พลันสำเร็จแล้วไส้ ธก็ให้แต่งทูตข้างนี้บให้ห่าง ไปพ่างทูตข้างนั้นบมิช้า เขาก็ตั้งหน้าไปบมินาน ถึงถวายสาส์นคำนับ แลทรัพย์อันจะแต่งศพ เจ้าพิภพธให้ประกอบ สำหรับชอบทุกประการ ครั้นแล้วงารศพเสร็จ ท้าวธเสด็จถวายพระเพลิง เถกิงการมหิมา เปนมหามหรสพ ตลบดุริยางคดนตรี ตีฆ้องกลองครื้นเครง ละเวงศัพท์แตรสังข์ ประดังเสียงกึกก้อง ท้องธรณีนฤนาท ดุจฟ้าฟาดพสุธา ดุจสาครครรชิต ชวลิตโชติชวาลา ดูเหลือตราเหลือไตร พิศประไพไพโรจน์ ชวยโชติช่วงชัชวาลย์ อเนกนุประการงามล้วน ถ้วนทุกสิ่งโอฬาร ครั้นแล้วการสำเร็จ สมเด็จบพิตรธให้สำรับ ประดับเครื่องอันจะรับธาตุ พระบาทธจึ่งให้แบ่งธาตุ สามกษัตริย์แห่งละกึ่ง ครึ่งไว้หอพระญาติ ธาตุกึ่งให้แขกรับ ธก็ให้ประดับมรรคา รัถยารวดอลงกฎ รจนาไปถึงแดน ให้แห่แหนส่งธาตุ ส่วนพระบาทบุญเหลือกษัตริย์ ให้ประดับรัถยามา รจนารับพระธาตุ ยังรัตนราชธานี บุรีสรวงสะพิศาล ธก็แต่งกุฏาคารปราสาท ผจงไว้ธาตุสามกษัตริย์ ถัดสองข้างซ้ายขวา รจนามนทีรแล้ว ขวาขุนแก้วแลนางรื่น ซ้ายหมื่นขวัญแลนางโรย ท้าวธแต่งโดยใจภักดิ์ มหึมานักพันแพ่ง แต่งอเนกนุประการ ถวายพระทานจอมกษัตริย์ แด่พระรัตนไตรย ไขคลังทานทั่วหล้า ถ้วนหน้ารับแล้วไส้ ธก็ให้ประดิษฐาน อลังการสถูปเจดีย์ สามกษัตรีย์มหิมา ซ้ายขวาสถูปพี่เลี้ยง เพี้ยงจะปือแหล่งหล้า สู่เมืองฟ้าเมืองบน หนสมเด็จพิไชยพิษณุกร ภูธรทำดุจเดียว เทียวส่งสารเสน่หา ให้ไปมาบมิขาด บอกพระราชกำหนด กฎหมายวันอันบรรจุธาตุ สองกษัตริย์ราชแต่งการ ดูพิศาลสองสิมา เปนมโหฬารดิเรก อเนกทานทั่วหล้า ทุกทั่วชนถ้วนหน้า สทื้นเทือนทำบุญ ส่งนา ฯ

โคลง ๔
    o ทุกขุนทุกไพร่ฟ้า    มุลนาย
ทุกทั่วหญิงชายทั้ง    แหล่งหล้า
ทำบุญส่งบุญถวาย    ถึงราช แลนา
สวามิภักดิ์ตั้งหน้า    รุ่งรู้เห็นบุญ ฯ
    o เปนศรีแก่ปากผู้    ผจงฉันท์
คือคู่มาลาสรร    เรียบร้อย
เปนถนิมประดับกรรณ    ทุกเมื่อ
กลกระแจะต้องน้อย    หนึ่งได้แรงใจ ฯ
     
     
    o จบเสร็จมหาราชเจ้า    นิพนธ์
ยอยศพระลอคน    หนึ่งแท้
พี่เลี้ยงอาจเอาตน    ตายก่อน พระนา
ในโลกนี้สุดแล้    เลิศล้ำคุงสวรรค์ ฯ
    o จบเสร็จเยาวราชเจ้า    บรรจง
กลอนกล่าวพระลอยง    ยิ่งผู้
ใครฟังย่อมใหลหลง    ฤๅอิ่ม ฟังนา
ดิเรกแรกรักชู้    เหิ่มแท้รักจริง ฯ