ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตพระลอ  (อ่าน 66701 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 04:57:10 pm »

พระลอคลั่ง ครวญคร่ำร่ำสู่สรอง

    พระลอปดพระมารดาขอไปเที่ยวป่า แต่พระมารดารู้ทัน ไม่ให้ไป พระลอก่นแต่ทุกข์ถึงคลั่งเพ้อ
เหล่าอำมาตย์มนตรีแนะให้แต่งสารไปสู่ขอพระเพื่อนพระแพง แต่พระลอดึงดื้อจักไปเอง
    เหตุการณ์แลการต่อถ้อยของพระลอกับพระมารดาในช่วงนี้ เปนอีกตอนหนึ่ง ที่แต่งไว้ได้น่าอ่านนัก
________________________________


นางเมืองนั่งแนบเฝ้า จอมกษัตริย์... พระราชชนนีเล้า ลูบไล้โลมขวัญ

โคลง ๔
    o ท้าวทูลธิราชไท้    ชนนี
ไหว้บาทบงกชศรี    ใส่เกล้า
ข้าพระอยู่มามี    ใจเหนื่อย พระเอย
จักใคร่ลาพระเจ้า    เที่ยวเหล้นพนาสนฑ์ ฯ
    o ออกท้าวฟังลูกไท้    ทูลลา ท่านนา
เจ้าแม่เปนใดนา    ดั่งนี้
มดหมออยู่รักษา    สงวนราช นะพ่อ
สุดกำลังเขาชี้    ยากแท้ทุกอัน ฯ
    o ผีสางเขาส่งซ้ำ    เติมมา มากนา
มนตรมายายา    หยูกซ้ำ
วันใดราชลีลา    ยกย่าง ไปนา
อกแม่ผอมไข้ขว้ำ    หล่มหล้มพระองค์ ฯ
    o พระลอลาบ่ได้    ทนทุกข์ อยู่นา
บัดนั่งบัดนอนลุก    ละห้อย
ไอศวรรย์บ่เปนสุข    เสวยโศก ไส้นา
โหยคนึงเสน่ห์สร้อย    บ่ได้สร่างเสบย ฯ
    o นางเมืองนั่งแนบเฝ้า    จอมกษัตริย์
ถนอมบาทบงกชรัตน์    ใส่เกล้า
พระสนมรำเพยพัด    ไกวแกว่ง วีนา
พระราชชนนีเล้า    ลูบไล้โลมขวัญ ฯ
    o พระลอบสร่างเศร้า    ศรีหมอง อยู่นา
หลับลเมอหาสอง    หนุ่มหน้า
เคลิ้มไคล้หวาดใจปอง    ปองไป่ ลุเลย
คิดคนึงโอ้อ้า    ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o ตื่นขึ้นวอนว่าข้า    จักไป
ประพาสชมไพรพลาง    ไล่ช้าง
ชมพนมพนาไลย    พลางไล่ มฤคนา
ชมป่าดงพงกว้าง    เถื่อนถ้ำสระศรี ฯ
    o ออกท้าวฟังลูกไท้    ปรารมภ์ อยู่นา
ปากว่าจะไปชม    ช่อไม้
ครั้นไปจะไปสม    สองนาฎ แลนา
ใส่เล่ห์วอนไจ้ไจ้    จักห้ามฉ้นใด ฯ
    o หาโหรหาถ้วนมิ่ง    มนตรี
หาปู่สิทธิไชยลี-    ลาศเต้า
แถลงคำแก่นกษัตรีย์    ทุกสิ่ง แลนา
โหรว่าจักห้ามเจ้า    แผ่นหล้าฤๅฟัง ฯ
    o สิทธิไชยทูลแด่เจ้า    จอมกษัตริย์
แม้นเทพมาทัดทัด    บ่ได้
มนตรีว่าเห็นขัด    ทุกสิ่ง แลนา
จักส่งสารถึงไท้    สืบสร้องกลความ ฯ


โคลง ๓
    o ธขอบคำความมนตรี    กลกล่าวดีชอบแท้
แก้อื่นบได้แก้    ดั่งนี้เห็นควร ฯ

โคลง ๒
    o จึ่งเสด็จยวรยาตรเต้า    กล่าวแก่พระลอเจ้า
พ่อเฮ้ยปรานี    แม่รา ฯ


ร่าย
    o แม่ฟังคำพ่อว่า ใคร่เล่นป่าชมเขา แม่เดาใช่คำจรึง พ่อคำนึงอื่นไส้ พระบอกจงจริงให้ แม่รู้เต็มใจ หนึ่งรา ฯ


โคลง ๒
    o ข้ารำพึงอื่นแท้    จะบอกความจริงแล้
พระห้ามขัดใจ    ลูกนา ฯ
    o สิ่งใดพอใจแก้ว    ยังห่อนฤๅให้แคล้ว
ขัดข้องใจขุน    แม่นา ฯ
    o เปนตามความชอบแล้ว    จ้กแต่งตามใจแก้ว
ก่ำพร้าฤๅขืน    อื่นเลย ฯ
    o พระเอยหัวใจข้า    คิดใคร่ไปเห็นหน้า
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ    
    o ความปองลูกบ่ได้    บร้างเห็นหน้าไท้
ธิราชแล้นะหัว    ลูกเอย ฯ
    o ลาบัวบาทเจ้าหล้า    ไปสู่สองแล้วข้า
จึ่งผ้ายคืนมา ฯ    




เนื้อสู่เสือฤๅเสือ  จักไว้..     บรอดเลยราชา  อย่าผ้าย

โคลง ๔
    o เจ้าไปแล้วเจ้าจัก    คืนเมือ ลูกเอย
เนื้อสู่เสือฤๅเสือ    จักไว้
ฟังคำพ่อคิดเหลือ    เหลือที่ คิดนา
คิดบ่ได้ล้วนได้    แต่ร้อนฤๅเสบย ฯ
    o โดยธคิดชอบถ้อย    คลองความ
จักแต่งไปสู่ถาม    พี่น้อง
จักรับพงางาม    สองสู่ พระนา
ได้ง่ายฤๅขัดข้อง    เท่าเส้นยองใย ฯ
    o ดำริห์โดยราชนี้    เยียวนาน
เยียวพ่อสองเยาวมาลย์    ห่อนให้
ทางไกลเที่ยวทูลสาร    ยลยาก พระเอย
ข้าพระไปเองได้    ง่ายแท้ทุกอัน ฯ
    o พ่อไปแล้วนะเจ้า    คืนมา รอดฤๅ
บรอดเลยราชา    อย่าผ้าย
ยาอีกสิ่งมนตรา    คมยิ่ง ยานา
ผีก็ร้ายคนร้าย    รอดได้กลใด ฯ
    o เมืองเราอุบาทว์ร้าย    แรงนัก ลูกเอย
เขาส่งผีสางศักดิ์    ข่มแล้ว
ฤๅบาปิ่นไตรจักร    จักรอด ฤๅพ่อ
หล้มแผ่นดินหล้มแก้ว    แม่หล้มไอศวรรย์ ฯ
    o รอยท้าวทูลบาทเบื้อง    บุญขจร
พระปู่เขาเรารอน    ขาดเกล้า
เขาคุมเคียดจักหลอน    ทำโทษ แทนนา
ฤๅพ่อจักไปเข้า    สู่เงื้อมมือเข็ญ ฯ
    o ถึงกรรมจักอยู่ได้    ฉันใด พระเอย
กรรมบ่มีมีใคร    ฆ่าข้า
กุศลส่งสนองไป    ถึงที่ สุขนา
บาปส่งจำตกช้า    ช่วยได้ฉันใด ฯ
    o ผิไปถึงแล้วและ    ถึงกรรม์ ก็ดี
ตกนรกแสนศัลย์    หมื่นไหม้
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์    เพราะอยู่ ก็ดี
บอยู่เลยลาไท้    ธิราชแล้วจักไป ฯ


________________________________

    เนื้อเรื่องในช่วงนี้ ตั้งแต่ปู่เจ้ารู้ว่าทำลายสิ่งคุ้มกันได้แล้วจึงใช้"สลาเหิน" ไปจนตอนพระลอดึงดื้อจะไปเองให้ได้
มีผู้เอาไปทำบทร้องเพลงไทยเดิมประเภท "ตับเรื่อง" ชื่อ "ตับพระลอ" แต่ที่ข้าพเจ้าฟังอยู่เปนของกรมศิลปากร ใช้ชื่อว่า "ตับพระลอคลั่ง" ทั้งการร้องแลทำนองเพลง ไพเราะกินใจยิ่งล้ำ
    อีกเพลงหนึ่งคือ "ลาวสวยรวย"

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 04:59:18 pm »

ตับพระลอคลั่ง
(เริ่มเรื่องตั้งแต่ปู่เจ้าสมิงพรายรู้ว่าผีเมืองสรวงพ่ายแล้ว ไปจนถึงพระลอจะไปสู่สรองให้จงได้)

  "ฝ่ายสมิงยินแจ้งแห่งคำผี เคยยินดีสมมาดปรารถนา
มนต์พ่อปู่เสพประสิทธิ์วิทยา ใช้สลาเหินเร่ขึ้นเมฆี
ลอยลงตรงอาสน์ราชประทับ พลัดตกปับลงพานหมากพระศรี
พระโอษฐ์เปรี้ยวเสียวกระสันขึ้นทันที หยิบพระศรีเสวยยันสั่นพระองค์

  พระเริ่มในพระทัยป่วนหวนระลึก ให้รู้สึกเหลวไหลพระทัยหลง
เห็นเหมือนเพื่อนแพงมาแฝงองค์ แทบจะตรงเข้าประโลมโฉมสุดา
หายวับกลับนึกรู้สึกสติ พระจึงตริตรองเล่ห์เสน่หา
จะตามไปให้ประสบพบพา พระมารดาคงจะห้าม ไม่ตามใจ
พึงทูลปดลดเลี้ยวว่าเที่ยวป่า หากจะว่าตอแหลพอแก้ไข
ถึงจะรู้แน่ชัดในหทัย ก็อย่าให้ออกจากปากของเรา
จึงทูลสารมารดาว่าข้าบาทขอลาองค์มาตุราชไปเที่ยวเขา
ชมโคถึกมฤคาพนาเนา พอบรรเทาอารมณ์ได้ชมเชย

(หญิงร้อง)  พระชนนีดีใจเห็นได้เค้า
พระชนนีดีใจเห็นได้เค้า จึงปลอบเล้าโลมพระลอว่าพ่อเอ๋ย
บอกมารดาว่าพระทัยไม่เสบย
บอกมารดาว่าพระทัยไม่เสบย ขอลาเลยชมดงเล่นพงไพร
แม่นึกแคลง แคลงจิตคิดไปเที่ยว
แม่นึกแคลง แคลงจิตคิดไปเที่ยว เกรงจะเลี้ยวหลงชิดพิสมัย
บอกแม่แท้จริงทุกสิ่งไป
บอกแม่แท้จริงทุกสิ่งไป ให้แม่ได้ทราบเสียบ้างคลางจางจินต์


  ฟังคำงามขำจึงเอ่ยร่ำไข ฟังคำงามขำจึงเอ่ยพร่ำไข
อยากจะไปประสบสองแม่น้องหญิง อยากจะไปประสบสองแม่น้องหญิง
เยี่ยมแม่เพื่อนเยือนแม่แพง จึงแจ้งจริง
ถ้าขืนนิ่งนอนเปล่า เอย สูเพื่อนเอย ยิ่งเศร้าใจ
(หญิงรับ) (เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนเอย
เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนเอย อกพระลอไม่เสบย อยากจะไปเชยสองนารี)
ขอลาบาทมาตตุรงพระทรงลักษณ์ ขอลาบาทมาตตุรงพระทรงลักษณ์
ช่วยชูฟักชีวิตที่คิดไว้ ช่วยชูฟักชีวิตที่คิดไว้
จะมาหาพระเกิดกำเหนิดเกิดกาย มิได้หน่ายแหนงคุณ
เอ๋ย เจ้าสูเพื่อนเอย ที่จุนเจือ
(เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนชัง
เอยเจ้าสู เจ้าสูเพื่อนชัง อกพระลอแทบจะพังคลุ้มคลั่งบ่เสบย)

(หญิง) ซักทางตามพระลูกผูกวิตก นางขอดอกโหยไห้อาลัยเหลือ
จากเขตประเทศสถานทิ่งหว่านเครือไปแนบเนื้อนุชนางต่างนคร
เขาก็เป็นจอมนิเวศน์เกศกษัตริย์ จะประหวัดลอบชมสมสมร
เห็นยากล้นคณนาแสนอาวรณ์ แม่ทุกข์ร้อนคิดเห็นไม่เป็นการ


  เมื่อเอยเมื่อนั้น พระลอดิลกเลิศงามเฉิดฉันท์
(หญิงรับ) (เอย เอ๋ยช่ออัญชัน พระลอโศกศัลย์พระทัยไม่เสบย
เอ๋ยช่ออัญชัน พระลอโศกศัลย์พระทัยไม่เสบย)
สถิตย์ยังห้องแก้วแพรวพรรณกับองค์ทรงธรรม์ชนนี
(เอย เอ๋ยช่อจำปี พระลอโศกีถึงเพื่อนแพงเอย
เอ๋ยช่อจำปี พระลอโศกีถึงเพื่อนแพงเอย)
ร้อนรุ่มกลุ้มใจพระทัยหลง งวยงงด้วยอำนาจเสน่ห์ผี
(เอย เอ๋ยช่อนนทรี เพื่อนแพงยอดชีวีของพี่นี้เอย
เอ๋ยช่อนนทรี เพื่อนแพงยอดชีวีของพี่นี้เอย)
ได้ยินเหมือนเพื่อนแพงแฝงอินทรีย์มาทูลภูมีให้ไคลคลา
(เอย เอ๋ยช่อจำปา พระลอจะลาจากเวียงแล้วเอย
เอ๋ยช่อจำปา พระลอจะลาจากเวียงแล้วเอย)"
________________________________



ลาวสวยรวย

  "เจ้าณหัวทรงพระโฉมเฉิดฟ้า ชื่นแหล่งหล้าละลานใจ
พระเลืองเลิศซะลอหน่อไท้ ยอดอาลัยแสนสาวสนมเธอ
ยลสาวสวรรค์ขวัญเนตรภูเบศร์บรรเลง เสนาะเพลงบรรเลอนฤโทษโสตเสนอ
สาวจับระบำ จับระบำบำเรอ
ไฉนพระลอราชเธอบ่มิเอื้อนออเออ เอาแต่เพ้อฤทัยถอน

  ฤทธิ์รูปลมโซรมพระผู้สึง รัดร้อนรึงกลไฟโหม
แว่วแต่ซอล่อคะนึง คะนึงโลม เห็นแต่โฉมเพื่อนแพงสองอร
มิไยเล่าโฉมเฉลาสาวสุรางค์เล่นดุริยางค์เย้ายวนรำฟ้อน
ถวายกร ถวายกรแย้มสรวล
ระริกระรื่นชื่นชวน โอ้พระเอยอักอ่วน บ่หวนจะหรรษา"

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:00:19 pm »

คือ "แม่" พระนางบุญเหลือครวญคร่ำ พร่ำสอน อวยพรชัย

    ตอนนี้แสดงถึง ความเป็น แลสิ่งที่เรียกว่า "แม่" ได้สมบูรณ์นัก
เนื้อความตอนนี้แบ่งเปนช่วงๆดั่งนี้..
    - รำพันแต่จะทรงครรภ์ แลทำนุถนอมตราบเติบใหญ่
    - ประจงเชยชม
    - ย้ำสอนการครองตนครองคน
    - อวยพรให้ลุที่ปอง แลคืนรอดปลอดพ้นปวงโรคะภยา
________________________________

โคลง ๔
    o ทาบตีอกไห้พ่าง    เมือมรณ์
คำแม่สอนสุดสอน    บ่ได้
รอยกรรมราชจักหลอน    จักล่อ พระฤๅ
รู้เท่ารู้เว้นไว้    กลัดกลุ้มมัวมน ฯ
    o จำศีลบท่อยถ้อย    เจ็ดวัน ลูกเอย
คลังคลี่ทานผลปัน    เท่าฟ้า
ขอมีลูกใจธรรม์    ชายชอบ ใจนา
แม่จึ่งได้เจ้าหล้า    แม่แล้สุดใจ แม่เอย ฯ
    o สิบเดือนอุ้มท้องพระ    ลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสัก    หนึ่งน้อย
ตราบพระปิ่นไตรจักร    เสด็จคลอด มานา
ถนอมอาบอุ้มค้อยค้อย    ลูบเลี้ยงรักษา ฯ
    o แลวันสามคาบป้อน    เปนนิตย์
บมิให้ใครทำผิด    แผกเจ้า
แสนสงวนคู่ชีวิต    ฤๅใคร่ กลายเลย
เทียรผดุงคุ้งเท้า    ตราบรู้เสวยเอง ฯ
    o บัญจงกับเข้าแต่ง    ของเสวย
บมิได้เลินเล่อเฉย    หนึ่งน้อย
สรรพเครื่องพระลูกเฮย    ไตรตรวจ แต่งนา
บวางใจกึ่งก้อย    แก่ผู้ใดทำ ฯ
    o แต่น้อยแม่พร่ำเลี้ยง    รักษา พ่อนา
จงเจริญชนม์มา    ตราบได้
สมบัติผ่านภูวดา    ถวัลยราช
ฤๅพ่อจำจากให้    แม่นี้ตรอมตาย ฯ
    o คงชีพหวังได้พึ่ง    ภูมี พ่อแล
ม้วยชีพหวังฝากผี    พ่อได้
ดังฤๅพ่อจักลี    ลาจาก อกนา
ผีแม่ตายจักได้    ฝากให้ใครเผา ฯ
    o สุดใจสุดแม่ห้าม    ภูธร
สอนบ่ฟังแม่สอน    จักเต้า
หนักใจหนักอาวรณ์    ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
แม่อยู่ตั้งแต่เศร้า    โศกร้อนฤๅเสบย ฯ

โคลง ๔
    o ลูกเอยจากแม้โอ้    กรรมใด นาพ่อ
ตั้งแต่คิดเด็จไป    สู่สร้อย
แม่เดียวอยู่อาไลย    ทนเทวษ แลนา
มาแม่จะชมน้อย    หนึ่งให้คลายใจ ฯ
    o ชมปรางชมผากเผ้า    ริมไร เกศนา
เชยปากตาตรูไตร    เพริศพริ้ง
ชมพักตรดั่งแขไข    ขวัญเนตร
บพิตรพ่องามสิงคลิ้ง    จูบแก้มเชยกรรณ ฯ
    o จูบนาสิกแก้วแม่    หอมใด ดุจนา
จูบเคียงคางคอใจ    จักขว้ำ
จูบเนื้อจูบนมใส    เสาวภาคย์ พระเอย
จูบไหล่หลังอกซ้ำ    จูบข้างเชยแขน ฯ
    o จักเชยพระลูกถ้วน    สรรพางค์
พระลูกประนมกรพลาง    จึ่งพร้อง
พระควรจูบแต่กลาง    กระหม่อม ไส้นา
แก้มเกศพระเจ้าต้อง    สั่งข้าพระควร ฯ
    o ลูกรักแก้วแม่เอ้ย    ปรานี แม่รา
พระบาทบงกชศรี    ใส่เกล้า
ฤๅบาปิ่นภูมี    ทัดแม่ ไยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้า    สั่งเจ้าจอมใจ ฯ
    o พระรักพระว่าไว้    เหนือหัว
ข้าบาทบงกชกลัว    บาปได้
พระคุณโปรดเปนตัว    สอนสั่ง มานา
ข้าไป่แทนคุณไท้    เท่าเส้นใยยอง ฯ
    o รอยกรรมจักจากเจ้า    จอมกษัตริย์
รอยบาปเพรงจำพลัด    ออกท้าว
พระคุณไป่แทนขัด    ใจดั่ง นี้นา
ยาหยูกเขาโน้มน้าว    ลูกให้ใหลหลง ฯ

ร่าย
    o เมื่อนั้นอนงคเทพี ชนนีนาฎราชรันทด สลดหฤทัยดั่งจะหว่า ท้าวธก็ว่าเจ้าลอลักษณ์ ลูกรักเจ้าแม่นา รักยิ่งตายิ่งตัว รักยิ่งหัวยิ่งชีพ แต่นี้จอมทวีปแม่จะจาก พรากแม่พรากพระบุรี ศรีกษัตริย์มีเจ็ดสิ่ง พระมิ่งแม่จงจำ ยำคำแม่อย่าคลา รีตท้าวพระยาอย่าคลาด อย่าประมาทลืมตน อย่ารคนคนเท็จ ริรอบเสร็จจึ่งทำ คิดทุกคำจึ่งออกปาก อย่าให้ยากแก่ใจไพร่ ไต่ความเมืองจงตรง ดำรงพิภพให้เย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน ส่องใจดูทุกกรม อย่างมชมความเท็จ ริรอบเสร็จเกื้อทางธรรม์ ทีจะกันกันจงหมั้น ทีจะคั้นคั้นจงเปนกล ส่องต้นหนคนใช้ เลือกหาใจอันสัตย์ ดัดมนตรีโดยยุกติ์ ปลุกใจคนให้หาญ ผลาญเพรียงไพร่เพรียงเมือง อาญาเรื่องเรื้อยราษฎร์ กันนิกรอาจเกื้อไพรี ดับกลีอย่าให้ลุก อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าล่ามม้าสองปาก อย่าลากพิษตามหลัง อย่าให้คนชังลักแช่ง แต่งคนให้คนรัก ชักชวนคนสู่ฟ้า เบื้องหน้าเทพยอยศ จงปรากฎชอบแล้ว อย่าได้แคล้วรำพึง คำนึงอย่ารู้มลาย จงอย่าหายยศพ่อ ต่อม้วยฟ้าหล้าสวรรค์ กัลปประลัยอย่ารู้ลาญ ภูบาลเจ้าจงจำ ตามคำแม่โอวาท พ่อสุดสวาทแก่แม่เฮย จงสวัสดิ์แก่เจ้าเทอญ ฯ


โคลง ๔
    o จงเจริญศรีสวัสดิ์เรื้อง    เดชา
ทุกข์โศกโรคไภยา    อย่าพ้อง
ศัตรูหมู่พาลา    พาลพ่าย ฤทธิ์พ่อ
เสวยสุขอย่าเคืองข้อง    ขุ่นแค้นอารมณ์ ฯ
    o ขอลุสมสบสร้อย    สองนาง
ขออย่าลุเล่ห์ทาง    เสน่ห์นั้น
ขอคิดอย่าใจจาง    คำแม่ สอนนา
ขอพ่อเร็วคืนกั้น    ขอบแคว้นไกรกรุง ฯ
    o ขอฝากฝูงเทพไท้    ภูมินทร์
อากาศพฤกษาสินธุ์    ป่ากว้าง
อิศวรนรายณ์อินทร์    พรหมเมศ ก็ดี
ช่วยรักษาเจ้าช้าง    อย่าให้มีไภย ฯ
    o ได้คืนชีวิตเจ้า    จอมกษัตริย์
จักแต่งธงธวัชฉัตร    เพริศแพร้ว
เทียนทองระย้ารัตน    งามชื่น ตาแฮ
เป็ดไก่บายศรีแก้ว    แต่งแก้สบสถาน ฯ

โคลง ๒
    o ท้าวฟังสารท่านไท้    บังคมก้มกราบไหว้
รับถ้อยคำสอน ฯ    
   o รับพรใส่เศียรไว้    แก้เกศเช็ดบาทไท้
ท่านท้าวชนนี    ท่านนา ฯ
    o กรชลีเหนือเกล้า    ลาสมเด็จท้าวเจ้า
สู่ท้องโรงธาร ฯ    

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN