กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆของคนรักกลอน
กุมภาพันธ์ 09, 2012, 10:40:03 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Custom Search
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม ติดต่อเรา!!  

ข่าวประชาสัมพันธ์
Administrator Comment ประกาศ: ช่วงเวลาตั้งแต่ 00:00น - 01:30น ของทุกวัน ระบบจะทำการ Backup ข้อมูล
ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ อาจทำให้ บุคคลทั่วไป และ สมาชิก เข้าใช้งานบอร์ดได้ลำบากในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงต้องขอให้ทุกท่านหลีกเลี่ยงการใช้งานบอร์ด ในช่วงเวลาดังกล่าว ขออภัยในความไม่สะดวก

กลอน วันวาเลนไทน์ ต้อนรับ  14 กุมภาพันธ์

สวัสดีพี่น้องชาวกวีคลับ และ บุคคลทั่วไป นะครับ เดือนหน้าก็จะก้าวเข้าเดือน กุมภาพันธ์ แล้ว นะครับ

ซึ่งเดือนนี้ก็จะมีวันสำคัญอยู่หนึ่งวันก็คือ วันวาเลนไทน์  นั่นเอง ซึ่งวันดังกล่าวอาจเป็นวันสารภาพรักของใครหลายๆคน

และ ก็อาจเป็นวัน อกหัก เสียใจของใครหลายๆคนด้วยเช่นกันนะครับ บางคนก็อยากจำ แต่ บางคนก็ไม่อยากจำ ก็มีนะครับ

ความรักเป็นเรื่องเข้าใจยาก ทำให้ดีใจได้ ก็ทำให้เสียใจได้ด้วยเช่นกัน  ในช่วงเดือนนี้ผมจึง นำบท กลอน วันวาเลนไทน์

ซึ่งเป็นผลงาน แต่งโดย พี่น้องชาวกวีคลับ ใครอยู่ในอารมณ์ไหน ก็สามารถเลือกอ่านได้ตามใจชอบเลยนะครับ

 

1 กลอนวันวาเลนไทน์ 4 :+: 3รสรัก วันวาเลนไทน์ :+: 7 วันแห่งรัก..พักใจไว้ที่เธอ
2 กลอนวาเลนไทน์ สำหรับคนอกหัก 5 สื่อรักวาเลนไทน์ 8 กลอนวาเลนไทน์หวานๆซึ้งๆ
3 กลอนวาเลนไทน์ภาษาอังกฤษ 6 นิราศวันวาเลนไทน์ 9 Before Valentine ก่อนรัก..หมุนรอบตัวเรา
 

หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตพระลอ  (อ่าน 17058 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:19:10 pm »

  พระลอฝัน ศุภนิมิต     พระลอฝันดี แก้ว่าจะได้พบพระเพื่อน พระแพงเปนแน่แท้

________________________________
     

ร่าย
    o พระลอมีหฤทัย รไมยาภิรมย์ ชื่นชมคำพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวกลอนเกลี้ยง กล่อมท้าวนิทรา ฯ

ร่าย
    o ข้าก็ซบหลับกับพระบาท พระลอราช ธ ก็ฝัน ทั้งนายขวัญนายแก้ว หลับแล้วฝันต่างต่าง พ่างพระบาทยุคล ตนท้าวธก็ตื่นตระบัด ดัดพี่เลี้ยงเจ้าหล้า บอกฝันพลันบช้า ช่วยแก้ ความฝัน ฯ




โคลง ๔
    o พี่ขวัญพี่แก้วพี่    ชวนกัน ฟังรา
เขือกล่อมกูกูฝัน    ดั่งนี้
ฝันทรงสังวาลย์วรรณ    นุชนาฎ นางงาม
สองอุรคะเกี้ยวกี้    ตื่นขึ้นขวัญหาย ฯ
    o น้องฝันเห็นกอดแก้ว    กลอยใจ
ฝันว่าอ่อนเสด็จใน    แท่นแก้ว
มะเมอตื่นหลงใหล    หาอ่อน อวรนา
ฝันว่าน้องต้องแร้ว    ราคหมั้นตรึงสมร ฯ
    o  ฝันทรงภูษิตเจ้า    ใสสุทธิ์
พระเกศทัดธารบุษป์    กลิ่นฟุ้ง
ไปทิศอุไทยอุต    ดมยิ่ง นั้นนา
ฝันว่าอ่อนเล่นถุ้ง    ทั่วท้องสระศรี ฯ
    o หัตถ์ขวาฝันเคล้นดอก    โกมล
กรกอดดอกจงกล    ฝ่ายซ้าย
ตะเพียนหวั่นไหวชล    ชมช่อน ไส้นา
ลิงโลดพรวนทองหว้าย    หว่างสร้อยสระศรี ฯ

ร่าย
    o สองนายทายฝันไท้ ท้าวธจะได้ดั่งจินดา พระราชาอย่าเศร้า พรุ่งจักสมน้องเหน้า หน่อท้าวมีบุญ แลนา ฯ

โคลง ๔
    o นายแก้วทูลกล่าวแก้    ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์    แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณ    ทั้งคู่ งามนา
พระจะสมน้องหน้า    หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
    o นายขวัญฝันไท้ดุจ    ศศิธร
สาวเทพทูลบทจร    กึ่งเกล้า
ฝันพระชื่นชมอร    ลุลาภ แลพ่อ
พระจะสมน้องเหน้า    หน่อท้าวทันใจ ฯ


ร่าย
    o ในเมื่อข้าสองนาย ถวายซึ่งศุภนิมิต บพิตรหย่อนอารมณ์ ชมฝันสองพี่เลี้ยง ดุจดั่งสองเนื้อเกลี้ยง มากล่อมท้าว สว่างรมย์ ฯ


 
 


พระเพื่อนพระแพงร้อนหทัยโหยหา พี่เลี้ยงปลอบแลขับซอกล่อมนอน

________________________________

ร่าย
    o เอนดูอุดมดวงดอกไม้ สองเพื่อนไท้แพงกษัตริย์ เสด็จในรัตนบรรทม ปรารมภ์ใจอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง เพื่อชู้นานถึง ฯ

ร่าย
    o คิดคำนึงบลุ ทุเทาแก้มสร่ายเกศ สองเปนเทวษพิศวง หลงหาราชจะไจ้ ไห้บรู้กี่คาบ อาบไนยนามพุธารา โศกาดูรพิลาป ค่อยกระซาบคำเกลี้ยง แก่พี่เลี้ยงทั้งสอง ความเผือปองคลาศแคล้ว แม้บสมชู้แก้ว พรุ่งนี้เผือตาย ฯ

ร่าย
    o สองนางถวายบังคม ประนมยุคลนางนาฎ โลมสองราชธิดา ว่าสองพงาพระพี่ ใช่ที่พ้นกำหนด เชิญค่อยงดอยู่ถ้า มิร้างนานจักช้า ชู้ท้าวมาสม แม่แล ฯ


โคลง ๓
    o สองอย่าปรารมภ์กระสัล    แม้มิวันพรุ่งเช้า
ลอราชจักเสด็จเต้า    สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ


ร่าย
    o ฉันใดพี่จึ่งรู้ ผู้ใดใครมากล่าว ข่าวบพิตรเจ้าหล้า เร็วพี่บอกอย่าช้า ท่านท้าวเสด็จมา แม่นฤๅ ฯ

ร่าย
    o สองราประนมมือสนอง ว่าพระทองแม่ณเกล้า ธผู้เถ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้นิมิตสกุณ อันเปนคุณเปนโทษ ทีนี้โสดเกษมศรี จักมีพลันบช้า ใจเผือข้าชื่นชม ดุจพระตนกลมเจ้าช้าง มาอิงอ่อนอ้อมข้าง สองอยู่เกล้าแก่ตา พี่นี้ ฯ

ร่าย
    o สองชายายินชอบ ขอบคำสองพี่นาง ควรไว้กลางกระหม่อม สองพี่ย่อมมีคุณ แก่เขือปุนเปรียบฟ้า เผือพี่น้องนี้ถ้า แต่ตั้งจะสนอง คุณเขือ ฯ

โคลง ๔
    o แต่น้อยสองพี่เลี้ยง    สองเผือ
คุณพี่ทั้งสองเหลือ    ที่อ้าง
ทีนี้โสดสองเขือ    ควรช่วย เผือนา
ลุลาภสมเจ้าช้าง    เลิศแท้คุณเขือ ฯ


โคลง ๒
    o กล่าวดีเจือใจแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
กล่าวเล้าโลมสอง    อรนา ฯ


ร่าย
    o พระทองอย่าปรารมภ์ เชิญธบรรทมให้สำราญ มินานแม่ณเกล้า ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง ฯ

ร่าย
    o อย่าหมองใจหนุ่มหน้า บรรทมถ้าพระลอ เผือจะซอกล่อมแก้ว กล่าวแล้วสองนางนอน พี่เลี้ยงกรกอดบาท ซอกล่อมนาฎแม่ณเกล้า นอนแม่นอนเทอญนะเจ้า พี่เอ้ยทั้งสอง อ่อนนา ฯ


โคลง ๔
    o แท่นทองถเถือกแก้ว    จรูญจรัส
แพรฟูกปักหมอนรัตน์    เพริศแพร้ว
ขนนเขนยพิดานดัด    ดาวดาษ เฉลานา
มุ้งม่านผจงกั้งแก้ว    แก่นไท้ทั้งสอง ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง    บรรทม
ขวัญอ่อนอย่าปรารมภ์    ร่ำร้อน
พระลอจะพลันสม    สองราช แลแม่
สองแม่อย่าไข้ข้อน    อยู่ถ้าเชยชม ฯ
    o ลมพัดเชิญท่านท้าว    เสด็จมา หนึ่งรา
ลมแล่นเวหาหา    ท่านไท้
พฤกษเทพบดีอา    รักษ์เร่ง พระรา
ดาวดาษเดือนต่างไต้    ส่องท้าวเสด็จดล ฯ
    o สองฟังสองพี่เลี้ยง    สองซอ
ซอว่าพระเลืองลอ    จักเต้า
ไพเราะแก่หูพอ    ใจนาฎ แลนา
เสียงเสนาะสองเจ้า    พี่น้องนิทรา ฯ


โคลง ๒
    o สองธิดาหลับแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ซอกล่อมท้าวกลอยหลับ    เล่านา ฯ



ศุภนิมิตข้างพระเพื่อน พระแพง

     และในขณะเดียวกัน คืนนั้นทั้งพระเพื่อน พระแพง แล นางรื่น นางโรย ต่างก็ฝัน
     ครันรุ่งมีลางดี บ่งชี้ว่าจะได้พบพระลอเปนแม่นมั่น
________________________________

ร่าย
    o บัดนั้นสี่นางฝัน เห็นอัศจรรย์นิมิต ติดใจจำชมชื่น ตื่นตระบัดอ่อนไท้ พระเพื่อนคิดจำได้ กล่าวแก้ความฝัน ฯ


โคลง ๔
    o ฝันว่าได้ดอกฟ้า    มามือ
หอมยิ่งหอมงามฤๅ    เปรียบได้
มาลาดิลกคือ    เฉลิมโลก ไส้แฮ
เป็นปิ่นทิพยทัดไว้    กึ่งเกล้าสองเผือ ฯ


โคลง ๒
    o ยินดีเหลือที่อ้าง    แพงนุชนอนแนบข้าง
ค่อยแก้ความฝัน ฯ    


โคลง ๔
    o ฝันว่าสุริเยศท้าว    เสด็จมา
เปนปิ่นปักเกศา    กึ่งเกล้า
พระจันทรส่องพักตรา    ต่างแว่น ทองนา
ดาวดาษทายทัดเกล้า    ดุจสร้อยแซมผม ฯ


ร่าย
    o สองพี่ชมฝันไท้ ท้าว ธจะได้ดั่งใจจง ความจำนงลุลาภ อาบสหัสธารา เปนนางพระยานางเมือง แก่พระลอเลืองดิลกโลก เรืองยศโยคเชยชม พระตนกลมเจ้าช้าง ลอราชมาอ้อมข้าง สองอ่อนท้าวสมสมร แม่นา ฯ


โคลง ๒
    o จงลุโดยพรพี่เลี้ยง    ฟังทั้งสองพี่เพี้ยง
พี่ให้เสวยสวรรค์    พี่เอย ฯ


ร่าย
    o นางโรยหรรษ์ชมชื่น นางรื่นยกยอกร ไหว้บทอรสองหน่อไท้ สองพี่เลี้ยงสองไหว้ สองแม่แล้ทูลแถลง ฯ


โคลง ๔
    o พี่เลี้ยงพี่รื่นแก้    ฝันถวาย
ฝันอ่อนเอาดาวราย    รอบเกล้า
ฝันงูกระหวัดสาย    สมรแกล่ กลืนนา
ลอราชจักพลันเต้า    แขกท้าวทั้งสอง ฯ
    o นางโรยสนองนาฎข้า    กลอยฝัน
ฝันอ่อนเสวยไอศวรรย์    ฟากฟ้า
สองเสวยอมฤตปัญจ์    รสร่วม กันนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า    พรุ่งนี้มาถึง แม่แล ฯ


ร่าย
    o ฝันพึงใจแก้แล้ว ราตรีแผ้วพระฮาม ยามอรุณอร่ามเรื่อฟ้า พระพี่พระน้องถ้า รุ่งเพี้ยงพันปี ฯ

ร่าย
    o เสียงปักษีดุเหว่า เขากทาเหล่าภูรโดก โคกม้าม่ายเมียงกัน สุโนกขันแจ้วแจ้ว ไก่แก้วขันไจ้ไจ้ ครั้นรุ่งรางจักได้ ไปเยียนราชด้าว สวนขวัญ ฯ

ร่าย
    o พระจันทรส่องแสงเสร็จ พระสุริยเสด็จอุไทย นกตระไนนกลาง เฉวียนฉวางจับจอมไม้ แสดงข่าวไท้เสด็จคลา ฟังเสียงกากระภอก บอกข่าวท้าวเสด็จดล ตนพี่เลี้ยงสองนาง ชมลางดีจะไจ้ ไหว้สองกษัตริย์บพิตร ทูลว่าได้นิมิตสกุณี ประจักษ์ดีแก่ตาข้า รอยจะพบเจ้าหล้า ธิราชแล้ณหัว พี่เอย ฯ

โคลง ๒
    o สองชัวชมชื่นแท้    สองพี่เร็วเชิญแล้
อย่าช้าเร่งไป    หนึ่งรา ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:22:00 pm »

ลีลาสี่พี่เลี้ยงสังวาส
   

     พี่เลี้ยงทั้งสี่พบกันในสระบัว
ตอนนี้เปนอีกตอนหนึ่งที่อ่านสนุกนัก มีการเล่นเจ้าล่อเอาเถิด เจรจาต่อถ้อยความ เสพสังวาสกันของพระพี่เลี้ยง ทั้งในสระแลบนบก
จึงตอนนี้ก็จะรวบไว้เสียในทีเดียวเพื่อความต่อเนื่องเรื่องราวแลอารมณ์

     อนึ่ง ดังได้กล่าวถึงเพลงและการแสดงชุด "พระลอเข้าสวน" ไว้เดิมนั้น จึ่งเอามาบันทึกไว้ในตอนนี้เสียทั้งหมด
การแสดงและเพลง ประกอบด้วยเนื้อหา ๓ ตอน คือ
  ๑. เริ่มแต่พระลอปลอมเป็นพราหมณ์นาม ศรีเกศ แลพี่เลี้ยงทังสองแปลงเป้นพ่อค้าคฤหัส นาม นายราม แลนายรัตน์ เข้าไปเที่ยวในอุทยานของพระเพื่อน พระแพง
  ๒. พระลอชมนกชมไม้ในสวน
  ๓. พี่เลี้ยงทั้งสี่พบหน้า เกี้ยวพาราสีกัน ซึ่งในตอนนี้ เป็นการแสดงชื่อ "ฟ้อนรัก" ซึ่งเปนพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประกอบด้วยการร้องสองส่วนคือ ลาวสวยรวย แลลาวดำเนินทราย
     อนึ่ง เนื้อเรื่องในการแสดงนี้ ได้รวบรัดตัดทอนเอาตอนที่พี่เสี้ยงทั้งสี่ปะหน้ากันในสระบัวจนถึงตอนเสพสังวาสกันออกไป คงเหลือแต่ ตอนนางรื่นนางโรยสอบถามชื่อเสียงเรียงนามแลหัวนอนปลายตีนของนายแก้วแลนายขวัญ หลังจากร่วมรักกันแล้ว เท่านั้น
อนึ่ง "พระลอเข้าสวน" นี้ มักจะพบเรียกอีกอย่างว่า "พระลอลงสวน"
ซึ่งตรงนี้ ข้าพเข้ามิอาจระบุที่ถูกผิดได้ แต่ด้วยว่าข้าพเจ้าเองรักใน "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" มากกว่า "ฉุยฉาย" อื่นใด
จึงพานเรียกเปน "พระลอเข้าสวน" ตามปกเทปที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ให้ต่างจาก "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" เสียกระนั้นเอง..

พระลอเข้าสวน

เมื่อเอยเมื่อนั้น พระลอดิลกเลิศเฉิดฉวี
ปลอมเพศแปลงนามเป็นพราหมณ์ชี เพื่อนมุนีศรีเกษทรงเวทมนต์
นายแก้วนายขวัญนั้นเปลี่ยนนาม ชื่อนายรามนายรัตน์ไม่ขัดสน
มัคคุเทศนำเสด็จจรดล ผ่านสถลมารคเข้าอุทยาน

การะเกดเหมือนเกศแก้วเกษา มะลุลีเหมือนบุบผาแม่เกี้ยวเกล้า
(สร้อย) คู่อ่อนท้าวเผืออะคร้าวงามเอย เพื่อนแพงทองเผือพี่ปองสมเอย
นางแย้มเหมือนแก้มแม่แย้มเย้า ใบโบกเหมือนเจ้าจะกวักกร (สร้อย)
คณานกแมกไม้เรียงรัน ร้องเรื่อยรับขวัญเหมือนเสียงสมร (สร้อย)
เห็นโนรีสาลิกาใคร่ว่าวอน ฝากอักษรถวายน้องสองพธู (สร้อย)
ถึงสระบัวยั่วยอพระลอลักษณ์ ใคร่เก็บฝักหักดอกออกอดสู (สร้อย)
ผองภมรว่อนเฝ้าเคล้าเรณู เหมือนเย้ยภูธรระเหอยู่เอองค์ (สร้อย)
คะนึงนางพลางเสด็จลีลา แอบร่มพฤกษาสูงระหง (สร้อย)
สุคนธรสหอมหวนลำดวนดง เหมือนจะส่งกลิ่นถวายราชา (สร้อย)


("ฟ้อนรัก" ร้องลาวสวยรวย)
สองพี่เลี้ยงแม่เอ๋ยหลากจิต สงสัยคิดประหลาดใจ
หรือพระลอ พระลอหน่อไท้ ท่านแกล้งเป็นพราหมณ์ปลอมเอย
ศิษย์ทั้งคู่เที่ยงพี่เลี้ยงพระลอแล้ว
เห็นหาแคล้ว หาแคล้วปู่ทาย สมหมายแล้วเอย
สาวมองเมิลหาหนุ่มอะคร้าว เห็นใครน้าวเพิงพุ่ม
สองพี่เลี้ยงสองเมียงตะคุ่ม สุมทุมพฤกษาโพ้นเอย
โน่นนายขวัญนั่นนายแก้ว แน่แล้วบ่ สงกา
เดี๋ยวหวนหลบ หวนหลบเลี่ยงหน้า ซ่อนหาอยู่ไวไวเอย
สองนวลแม่เอ๋ยรื่นโรย สาวชายโชยตามจับ
สองพี่เลี้ยงสองเมียงขยับ ผลับหายบ่ให้เห็นเอย
ล่อสาวสองเผลอไล่ เผลอแต่หมายมุ่งตามไป
เห็นหลงไกล หลงไกลได้ช่องปล่อยให้สองเจอะเอย


("ฟ้อนรัก" ร้องลาวดำเนินทราย)
สองนางงามก็เล้าโลมถาม พี่เลี้ยงเฉลย
ชะคนเคยบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลอกหลอน
เผือจากเมืองบุรีรัมมะยะนครมโนหรน้อ
มโนหรเอย มโนหรเที่ยวค้ามากับพราหมณ์ โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก
โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก ปากเอ๋ยข้อยอยากจะหยิก
ทำกลับกลอกหลอกแพลงพลิก หัวใจริกริกเคืองเอย
ช่างใส่สีทำคดีอำพราง สองนายเอ๋ยเขารู้ถึง ถึงใจพี่เพลี่ยง
เอ๊ะ ถึงพี่จะเลี่ยง สุดที่จะเถียงแล้วเอย
_____________________________________


ร่าย
    o ข้ากระไดกระแหน่ แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดาจอมราช ขึ้นช้างคลาศไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า สั่งผู้เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชายชาวนอกสองคน พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา ครั้นเช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

ร่าย
    o สองนายระไวระวัง เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทางตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ เขาบอกไปคือธสั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅบ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพสิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์ ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่าเกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ หนึ่งเลย ฯ


โคลง ๒
    o สองเจ็บใจละห้อย    เอะอาตมมาช้าหน้อย
หนึ่งให้เสียใจ    บารนี ฯ
    o เยียฉันใดกูจักได้    เห็นเล่านาให้ให้
ลาภแล้สองรา ฯ    
    o บุญมีมาอย่าช้า    ใช่อื่นเลยเจ้าหล้า
กับพี่เลี้ยงทั้งสอง ฯ    
    o มองหนหาตาแห้ง    เห็นแต่ไกลกล้องแกล้ง
ไต่เต้าตามกัน ฯ    
    o มาพลันแลดูนี้    สูบอกแก่ตูกี้
นี้ฤๅชาวเรา ฯ    
    o เขาเห็นเขาว่าแท้    สองนายมาพู้นแหล้
เพื่อนเจ้าชีพราหมณ์    แลนา ฯ

โคลง ๓
    o สองนางงามแว่นไว    ชายเข้าไปใกล้แล้ว
แสร้งใส่กลให้แคล้ว    บ่ให้เขาเห็น ฯ


โคลง ๒
    o ที่นี้เปนง่ายแท้    ลุลาภสองเราแหล้
เพื่อนเอ้ยเต็มใจ    บารนี ฯ
    o สองลงในสระเร้น    จะลอบลักดูเหล้น
อย่าให้เห็นเรา ฯ    
    o สองนายมาบมิช้า    ครั้นชุ่งจะใกล้อ้า
ค่อยผ้ายโชยชาย ฯ    
    o ทอดกรกรายย่างเยื้อง    เข้าสู่อุทยานเบื้อง
ฝ่ายสร้อยสวนขวัญ ฯ    
    o เห็นคนจรัลเมื่อกี้    หายแห่งใดบัดนี้
บให้เห็นตัว ฯ    
    o น่าใคร่หัวหลากแท้    เราเลียบเล็งดูแหล้
เปล่าถ้วนทุกทาย ฯ    

ร่าย
    o สองนายลงในสระ สองนายพะสองนาง ค่อยหัวพลางยยิ้ม คอยเมื่อสองมาปิ้ม ดอกแสร้งถามขา ฯ


โคลง ๔
    o สองนายมาแต่ด้าว    แดนใด
มาบ่เกรงกลัวใจ    อาจแท้
ดังฤๅจึ่งลงใน    สระราช นี้นา
เร็วเร่งขึ้นพลันแม้    ไม่ขึ้นเปนความ ฯ
    o พี่จะขึ้นเจ้าอย่า    ขับหนี
มาแต่เมืองไกลลี-    ลาศเต้า
เห็นสระสนุกมี    ใจใคร่ ชมนา
เรียมบ่ได้รู้เจ้า    อย่าเผ้อคุกคาม ฯ
    o เรียมมาสวนนี่ไส้    นฤมล พี่เอย
แลบ่เห็นสักคน    หนึ่งเฝ้า
เห็นสระสนุกชล    จักอาบ ตนนา
ฤๅและมามีเจ้า    ว่าให้เรียมอาย ฯ
    o เรียมลาสองแม่แล้    ทรามรัก พี่เอย
จะอยู่จะอายนัก    กว่านี้
เปนชายแลหญิงผลัก    หนีหน่าย ตนนา
เพราะบ่เห็นแก้วกี้    จึ่งได้มาลง ฯ
    o พี่ขุนไปด่วนขึ้ง    นักหนา เล่านา
ผิดคาบเดียวพันครา    ด่วนพ้อ
เยียวชายชั่วหลงมา    แลว่า ไส้พ่อ
ผิดเพื่อบเห็นน้อ    โทษข้าขอษมา ฯ
    o  เยียวเห็นแลเคียดไส้    ใจบุญ พี่เอย
ผิบ่เห็นฤๅฟุน    เท่าเผ้า
ฟังอ่อนอมฤตฉุน    ใจชื่น ชมนา
ได้กล่าวผิดใจเจ้า    จุ่งเจ้าอดออม ฯ
    o พี่ขุนจะอาบน้ำ    เชิญลง อาบรา
ลงอาบในสระสรง    สว่างร้อน
ขัดสีธุลีผง    สะเหงื่อ ไคนา
แล้วเก็บฝักบัวปล้อน    เปลือกสิ้นกินพลาง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง ผลัดผ้าพลางลงอาบ ทำสุภาพลเมียด คำลเอียดเอาใจ เผืออาบในสระแล้ว เสมออาบน้ำทิพยแก้ว แลน้อง ณ หัว พี่เอย ฯ




โคลง ๔
    o กินบัวอร่อยโอ้    เอาใจ บารนี
สโรชข่าวฉันใด    ใคร่รู้
เชิญพี่จุ่งไปใน    บัวฝ่าย นั้นนา
ได้อมฤตรสสู้    อย่าแล้ไปสวรรค์ ฯ
    o แม่โรยรักอย่าได้    โรยใจ หนึ่งรา
นำแขกเราไปใน    ฝ่ายนั้น
จะเก็บจะกินใด    โดยท่าน เถิดแม่
เจ้าช่วยเก็บให้หั้น    จุ่งให้เต็มใจ ฯ
    o นางโรยนางเรียกด้วย    คำงาม
ขวัญอ่อนดังขวัญกาม    ยั่วแย้ม
ใบบัวหนั่นหนาตาม    กันลอด ไปนา
หอมกลิ่นบัวรสแก้ม    กลิ่นแก้มไกลบัว ฯ
    o ใบบัวบัวข้าขอบ    ใจบัว
ดอกดั่งจะหัวรัว    เรียกเต้า
เชยชมภิรมย์ชัว    ชมซาบ บัวนา
ถนัดดั่งเรียมชมเจ้า    พี่เหล้นกับตน ฯ
    o บัวนมบัวเนตรหน้า    บัวบาน
บัวกลิ่นขจรหอมหวาน    รสเร้า
บัวสมรละลุงลาญ    ใจบ่า นี้นา
บัวบาทงามจวบเท้า    เกศแก้วงามจริง ฯ
    o โกมุทกาเมศแก้ว    โกมล พี่เอย
หอมกลิ่นจงกลกล    กลิ่นแก้ว
จงกามินีปน    รสร่วม กันนา
จงกอบอย่ารู้แคล้ว    ก่อเกื้อกรีฑา ฯ
    o สนุกบัวซ้อนดอก    บัวพระ พี่นา
ปลาช่อนปลาไส้สระ    ดอกไม้
สลิดโพตะเพียนพะ    กันชื่น ชมนา
พรวนเพรียกแนมหลิ่งไส้    เหยื่อหย้ามฟูมฟอง ฯ
    o สนุกข้างนี้แนบ    จอมใจ พี่เอย
สองสนุกกันใน    ฝ่ายนั้น
ทำขวัญสนุกใด    จักดุจ นี้นา
หนีซอกซอนซ้ำหั้น    เชิดชู้เทียมรงค์ ฯ
    o สรงสนุกน้ำแล้วกลับ    สนุกบก เล่านา
สองร่วมใจกันยก    ย่างขึ้น
ขึ้นพลางกอดกับอก    พลางจูบ
สนุกดินฟ้าฟื้น    เฟื่องฟุ้งฟองกาม ฯ
    o สองนางนำแขกขึ้น    เรือนสวน
ปัดฟูกปูอาสน์ชวน    ชื่นชู้
สองสมพาสสองสรวล    สองเสพย์
สองฤดีรสรู้    เล่ห์พร้อมเพรียงกัน ฯ
    o เสร็จสองสมพาสแล้ว    กลกาม
สองอ่อนสองโอนถาม    ชื่อชู้
สองมาแต่ใดนาม    ใดบอก ราพ่อ
ให้แก่สองเผือรู้    ชื่อรู้เมืองสอง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง แสร้งบอกพรางบบอกชื่อ เผือนี้ชื่อเจ้ารามรัตน์ นัดกันมาจะค้า พลัดมาท่าทางทบ พอประสบเจ้าพราหมณ์ ทรงนามเจ้าศรีเกษ ใคร่เห็นประเทศมาด้วย พอประสบหน้าสร้วย พี่แล้จอมสมร ฯ

ร่าย
    o เผืออยู่ในรมยนคร มโนหรราชธานี บุรีรมย์บอกแจ้ง จะอยู่ด้วยกล้องแกล้ง แต่นี้ฤๅไป จากเอย ฯ


โคลง ๒
    o สองตกใจละลั้ง    ละเลิดผิดอันตั้ง
ต่อรื้อฉันใด ฯ    
    o ธมาในเมืองนี้    มีเครื่องค้ามากี้
สิ่งข้าขอถาม ฯ
   

โคลง ๓
    o ขุนนางอยู่ไกลกัน    บ่ทันนัดกันได้
สองแม่ถามไจ้ไจ้    สะทื้นสะเทิ้นไปมา ฯ

โคลง ๒
    o บอกเร็วราเครื่องค้า    บบอกได้อึหน้า
ใครให้ราหัว ฯ    
    o พรางตัวเองดั่งนี้    หน้าใช่หน้าสับปลี้
มาไขว่ถ้อยเอาเผือ ฯ
   

ร่าย
    o เครื่องค้าเหลือผู้ซื้อ กะหมั่ง
สินตัวยื้อมิถึง กะหมั่ง
มิบอกจริงบอกพราง กะหมั่ง
ทรงขุนนางอะเคื้อ กะหมั่ง
เนื้อชาววังใช่ช้า โฉมใช่โฉมคนค้า หน้าใช่หน้ากริกกริว ฯ
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:27:04 pm »

เชิญพระลอสู่สวนหลวง

     นายแก้ว นายขวัญบอกความจริง จึงไปเชิญพระลอเข้าพักยังสวนหลวง
_____________________________________

โคลง ๒
    o มาจะหัวให้หายหิวอยากเข้า    เชิญบอกอันจริงเจ้า
แก่น้องอย่าอำ    หนึ่งรา ฯ
    o สองสนองคำอ่อนพร้อง    จะบอกจริงแก่น้อง
อย่าเย้นหยันตู ฯ    
    o พระภูธรอยู่เกล้า    ลอราชพระเสด็จเต้า
เผือพี่เลี้ยงมาตาม ฯ    
    o ขุนงามบอกข่าวไท้    เสมอดั่งสองนางได้
ผ่านเฝ้าไอศวรรย์ ฯ    


โคลง ๔
    o ตวันเจียนจากฟ้า    มามือ
จักใคร่ถือเดือนถือ    ก็ได้
เมรุทองละอองปือ    ปือรอด ไปนา
ขอท่านเชิญท้าวไท้    ธิราชเจ้าเสด็จมา ฯ
    o พระเสด็จมาอยู่ด้าว    แดนใด พี่เอย
มาอยู่ในสวนใคร    ใคร่รู้
พระองค์ท่านเสด็จใน    สวนเปล่า เขานา
พระเปลี่ยวบมีผู้    เพื่อนไท้เสด็จเดียว ฯ
    o ตีอกออกปากโอ้    พระภู เบศร์เฮย
มาอยู่ฉันใดดู    ละห้อย
บเคยยากอกตู    จักหว่า แลพ่อ
โหยสอื้นค้อยค้อย    คร่าวน้ำตาไหล ฯ
    o เอนดูสองท่านผ้าย    ไปพลัน
ถึงบาทบงกชคัล    เคี่ยมไหว้
ขอเชิญปิ่นไอศวรรย์    เสด็จยาตร มานา
เผือจะเชิญสองไท้    ธิราชพู้นมาพลัน ฯ
    o แต่จักท่าไหว้บาท    บงกช
น้อมศิรามพุชจรด    กึ่งเกล้า
ขอรับอมฤตรส    พจนาตถ์ ไปนา
ถึงพระนุชน้องเหน้า    ท่านถ้าฟังสาร ฯ
    o สองนายกรกอดเกี้ยว    สองนาง
มือสอดเสียดเอวบาง    ลูบท้อง
พิศพลางจูบชมพลาง    เรียมสั่ง สองแม่
มิใคร่ไคลคลาศน้อง    หนึ่งเล้ยกับตน ฯ
    o สองนางซบแนบเนื้อ    สองนาย
พระลูกเอยจักผาย    คลาดแคล้ว
พระไปจากเสมอตาย    ทีหนึ่ง แลพ่อ
รักเร่งมาพลันแก้ว    ช่วยน้องอย่านาน ฯ
    o ไปสองสามย่างแล้ว    เหลียวมา เล่านา
เจ้าพี่เอยเรียมคลา    คลาศแคลัว
เผือไปแต่ตัวหา    จอมราช ไส้นา
ใจอยู่เชยชมแก้ว    พี่ไส้กับตน ฯ
    o เผือข้านับอยู่ไส้    ขุนงาม ลูกเอย
อยู่แต่ตัวใจตาม    ท่านแท้
ไปมาอย่านานทราม    รักท่วม เราเฮย
เชิญเร่งเร็วพลันแม้    อยู่ช้าเผือตาย ฯ


โคลง ๒
    o สองนายไปบมิช้า    ถึงสมเด็จเจ้าหล้า
กราบเกล้าทูลสาร ฯ    
    o ทูลอาการทุกข้อ    บรรยายแต่ต้นหน้อ
มาถี่ถ้วนความใน ฯ    


โคลง ๔
    o เผือข้าพบพี่เลี้ยง    สองศรี
ใจจอดจอมกษัตรีย์    อยู่เกล้า
ขอเชิญปิ่นภูมี-    ศวรราช
จงบพิตรพระเจ้า    อย่าช้าเสด็จจร ฯ
    o พระลอลีลาศคล้อย    ไคลคลา
งามดุจสีหลีลา    จากถ้ำ
สองนางอยู่คอยหา    เห็นราช มานา
ลุกแล่นรับแลล้ำ    หยาดฟ้าลงดิน ฯ
    o สองถึงสองกราบไหว้    บทมาลย์
เชิญบพิตรภูบาล    อยู่เกล้า
ยังรมยพิมานสถาน    ประพาส พระเอย
เรือนสำราญน้องเหน้า    ท่านไท้ทั้งสอง ฯ


โคลง ๒
    o พระลอสนองพี่เลี้ยง    สองพระนุชเนื้อเกลี้ยง
สุขอยู่รื้อฉันใด ฯ    
    o สองจอมใจอ่อนไท้    องค์บไข้ใจไข้
ละห้อยโหยหา    ท่านนา ฯ

 

คารมพระลอ

     นางรื่น นางโรยเข้าเฝ้าพระลอ พระลอแสดงคารมมหากาฬ ฝากถ้อยไปยังสองศรี พระพี่เลี้ยงนำความไปแจ้งพระเพื่อน พระแพง ซึ่งร้อนรุมอยู่รอท่า
     เปนอีกตอน ๑ ที่แสดงให้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของผู้ทรงนิพนธ์เรื่องพระลอนี้ ในการใช้ข้อความแต่สั้นๆเล่าเรื่องราวมากมาย โดยเก็บรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆได้อย่างครอบคลุมชัดเจน
_____________________________________

     

ร่าย
    o พระราชาลีลาศ พระบาทขึ้นเรือนสอง กุณฑีทองน้ำหอม ถนอมล้างพระบาทยุคล พิมลพัสตเช็ดบาท เหยียบผ้าลาดเสด็จดล บนบรรยงกไสยาสน์ เสด็จเหนืออาสน์อิงองค์ พระบาทบงกชพัก ทักปราไสสองนาง สองไหว้พลางจึ่งทูล ข้าแต่นเรสูรอยู่เกล้า พระเจ้าเคยขึ้นช้างลงม้า คานหามท่ารับราช ผ้าลาดแล้วเกือกทอง รองพระบาทซ้ำซ้อนอ่อนเรียบ ดังฤๅมาเหยียบดินเดินเพียงไพร่ ไต่ทางป่าท่าดงรก อกเผือข้าดั่งจะคราก อ้าลำบากพระองค์ ซบเศียรลงกราบไหว้ พระบาทฤๅมาได้ ยากพ้นประมาณ ดังนี้ ฯ


โคลง ๒
    o ภูบาลสนองพี่เลี้ยง    สองพี่ปรานีเพี้ยง
พระญาติผู้พึงใจ ฯ    
    o ยากนักใดดุจด้วย    เพราะใคร่เห็นหน้าสร้วย
สองอ่อนท้าวแลนา ฯ    
    o ปรานีราอย่าช้า    รักเร่งให้เห็นหน้า
หน่อท้าวทั้งสอง ฯ    


โคลง ๔
    o พระทองเสด็จอยู่นี้    อย่าคลา
สองพี่ขุนรักษา    อยู่เกล้า
เผือข้าชุลีลา    พระบาท แลพ่อ
หับกุญแจเร้นเจ้า    แผ่นหล้าลับองค์ ฯ
    o หัวอกจักครากแล้    เขือเห็น
นับอยู่ในใจเปน    ดั่งบ้า
สองเขือพี่อย่าเย็น    ใจเร่ง ไปรา
เอาข่าวถึงน้องหน้า    หนุ่มเจ้าจอมสมร ฯ
    o แม้สองเจ้าตั้งใคร่    เห็นกัน นาพี่
เชิญพระนุชมาพลัน    อย่าช้า
แม้นานอ่อนฤๅทัน    เห็นชีพ เรียมเลย
ฝากแต่พระศพถ้า    อ่อนให้เผาผี ฯ
    o สองไหว้พระบาทแล้ว    สองลา
สองสั่งสองนายตา    ค่อยเคล้า
ตาสองลอบแลหา    เมียงม่าย กันนา
จวนจวบตาท้าวเจ้า    ลอบต้องตาเขา ฯ
    o สองนางจรจากห้อง    โหยหวน สวาทนา
เมียงแต่หางตาสรวล    สั่งชู้
สองนายลูบอกครวญ    ครางแต่ ใจนา
เจียรจากดั่งนี้ผู้    อื่นนั้นฤๅมี ฯ

ร่าย
    o ข้าลีลาถึงนอก ครั้นออกแล้วทั้งสอง กุญแจทองใส่ทวาร เอาลูกดาลไปด้วย อิ่มอกย้วยไคลคลา ลีลาขึ้นช้างผ้าย คลับคล้ายเข้าทวารเวียง จิตต์จ่อเมียงสองเจ้า ลงช้างเข้ายังวัง ทอดตายังปราสาท เห็นสองราชกษัตรีย์ ในช่องสีหบัญชร ดุจอัปสรสู่หล้า เยี่ยมหน้าดุจดวงเดือน เหมือนแว่นฟ้าทั้งคู่ ต่างตาดูอยู่คอยทาง เห็นสองนางพี่เลี้ยง หน้าชื่นสดใสเพี้ยง พ่างท้าวเสด็จมา ฯ


โคลง ๒
    o มาสองราจะร้อง    ถามเถิดฤๅพระน้อง
จุ่งได้แรงใจ    หนึ่งรา ฯ
    o คิดนึกไปชอบเหรื้อง    ความรั่วรู้ทุกเบื้อง
พระย่ารู้ฤๅดี ฯ    
    o มาจะตีตนตายจุ่งแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ยกย่างช้าเยียใด    ดั่งนี้ ฯ
    o ทวารวังในว่าใกล้    ฤๅแลวันนี้ไส้
ขยดออกรื้อดูไกล    บารนี ฯ

ร่าย
    o ถึงบันไดสองขึ้น แลนา
ถึงพ่างพื้นปราสาท แลนา
เข้าใกล้บาทยุคล แลนา
ไหว้เจ้าตนทูลข่าว แลนา
รับขวัญยอมือไหว้ บัดนี้ขวัญท้องไท้ มาสู่แล้วณหัว พี่เอย ฯ


 

 

พระเพื่อนพระแพงสู่ตำหนักสวนหลวง

     พระเพื่อน พระแพงรับรู้ความแลถ้อยคำพระลอจากนางรื่น นางโรย แล้วไปขออนุญาตพระย่าเที่ยวเล่นในอุทยานหลวง
พระย่าชื่นชมแลย้ำเตือนครรลองครองตน
     นางโรยนางรื่นจัดแจง พระเพื่อน พระแพงขึ้นพระตำหนักซึ่งพระลอแลพี่เลี้ยงเร้นรอท่าอยู่ !
ปรัด (ปะหรัด) = แต่ง(ก.)
เทียร = ย่อม(ก.)
_____________________________________

โคลง ๔
    o จอมขวัญพระพี่เอ้ย    บุญสอง
โฉมราชงามคือทอง    แท่งแท้
คือเทพดาผยอง    มาสู่ พระนา
ในโลกนี้สุดแล้    แต่ท้าวองค์เดียว ฯ
    o พระสอนพระสั่งข้า    พระศรี พี่เอย
ผิแลพลันพบธี-    เบศร์ไท้
แม้นานแต่พบผี    จอมราช แลแม่
ฝากแต่พระศพไว้    เถิดให้เราเผา ฯ
    o พี่เอยแก้วฟ้าหยาด    มามือ นาพี่
รักยิ่งชีพิตฤๅ    ใคร่แคล้ว
ครั้นด่วนนักจักฦๅ    ความเล่า แลพี่
ลาย่าเปนเจ้าแล้ว    ด่วนได้โดยใจ ฯ
    o สองท้าวยังย่าไท้    ทูลทรง
พระบาทสองศรีผจง    ใส่เกล้า
สองเสด็จแนบแนมองค์    อิงแท่น
ละเลียนสองเฟี้ยมเฝ้า    ย่าต้องติดใจ ฯ
    o ย่าชมหลานแก้วยอด    เยาวมาลย์
สองดุจบงกชบาน    ใหม่หน้า
สองศรีล่ำเภาพาล    เพ็ญภาค กูเอย
นวดย่าได้แรงอ้า    อ่อนรู้ถือถนอม ฯ
    o ชูหน้าสองหนุ่มหน้า    เชยชม
สองอ่อนงามสระสม    ใช่น้อย
ใจดีอ่อนอุดม    ใครคู่ สองนา
สองนวดฟั้นค้อยค้อย    ย่าได้แรงรมย์ ฯ
    o อย่ากดใจฟั้นย่า    นานนัก
อุตส่าห์เยียวสองภักดิ์    ใฝ่ไข้
สองนางรื่นโรยรัก-    ษาอย่า ลืมนา
เตือนอ่อนสรงเสวยไล้    ลูบแป้งผัดผิว ฯ
    o เผือข้าแฝงบาทไหว้    บทมาลย์
สุขสิ่งใดปูนปาน    เปรียบได้
พิศพักตรดุจบัวบาน    ฤๅใคร่ คลายเลย
เสมออมฤตไล้    ลูบแล้ลืมเมือ ฯ
    o สองเจ้ารักย่าให้    ติดใจ บารนี
อ้าอีกฟังเสียงใส    อ่อนพร้อง
สองศรีกล่าวเสนาะใด    จักดุจ นี้นา
เสมออมฤตต้อง    ย่าได้แรงจริง ฯ
    o ย่ารักมิใคร่ให้    ไกลตัว
เยียวย่าเตือนเพราะกลัว    เกลือกไข้
ย่าสงวนยิ่งสงวนหัว-    ใจย่า ไส้นา
เทียรย่าเตือนไจ้ไจ้    อย่าน้อยใจเขือ ฯ
    o อิริยาบถสี่ไส้    สงวนองค์ อ่อนเอย
นอนนั่งยืนเดิรจง    อย่าเว้น
สองศรีสมบูรณ์บง-    กชมาศ กูเอย
นอนนั่งยืนเดิรเหล้น    แต่งให้เสมอก้น ฯ
    o เผือข้ามิใคร่ผ้าย    ไปไกล ท่านนา
ตัวจากใจอาไลย    ท่านไท้
ขอลาบพิตรไป    ประพาส พระเอย
สมสนุกเล่นไหล้    แหล่งสร้อยสวนขวัญ ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง    เสด็จไป
สรงสระพลางชมไพร    ดอกไม้
ยามเย็นจึ่งคลาไคล    ยูรยาตร มานา
สองราชฟังแล้วไหว้    ย่าเจ้าลาเมือ ฯ


โคลง ๒
    o ยินดีเหลือที่อ้าง    เราจะพบเจ้าช้าง
ธิราชแล้เต็มใจ    บารนี ฯ


ร่าย
    o คืนเข้าในปราสาท เสร็จสองราชเสด็จสรง แล้วสองทรงพระปรัด ผัดพักตร์ดุจดวงเดือน เกล้าเกศเหมือนสาวสวรรค์ นุ่งแพรพรรณลายเลิศ พพรายพริ้งเพริศประไพ สไบสมบูรณ์บรรจง ทรงเครื่องเสร็จยูรยาตร ลีลาศดุจอัปสร ทวยทอดกรนวยนาฎ ถึงเกยมาศบรรยง สองเสด็จทรงกรินี มีจำลองจำหลักลาย รูปสัตว์กลายช้อยชด อลงกฎกูบแก้ว ช้างชื่นงามแพร้วแพร้ว เครื่องช้างงามยง ยิ่งนา ฯ

ร่าย
    o ยยับธงมยุรฉัตรทอง รังรองกรรชิงรัตน์ พัดโบกพัดจามร สาวสลอนโดยเสด็จดาษ พี่เลี้ยงราชตามกษัตริย์ ไปตระบัดบหึง ถึงประตูอุทยาน คานหามทองรับราช ลีลาศเทียบมนเทียร พี่เลี้ยงเจียนใจแกว่น แล่นก่อนไขประตู ส่วนพระภูธรบรรจง ทรงมกุฎภูษา พัสตราภรณ์อจินต์ งามเงื่อนอินทรหยาดฟ้า เร้นอยู่เรือนรัตน์ถ้า แนบเนื้อสองสนอง ฯ

ร่าย
    o สองนายซ่อนข้างแท่น นางรื่นแล่นปูอาสน์ ให้สองราชเสด็จออก นอกให้ข้าไทเฝ้า ส่วนชาวเจ้ากำนัล เคียมคัลโดยระบอบ นางโรยนอบนบว่า ส่วนพระย่าธสั่งไส้ ให้เผือข้าหมั่นตัก เตือนสองลักษณ์ไสยาสน์ สองนางนาฎใส่กล ว่าบัดเดี๋ยวดลเทิญจะนอน นางรื่นกรประนมไหว้ ทูลว่าพระย่าไท้ธิราช พระบาทสั่งทุกอัน ชาวกำนัลเปนพยาน มินานด่วนลืมคำ ธจะจำตูต้องโทษโพย นางโรยเร่งช้กม่าน เชิญสองท่านเสด็จเข้า ส่วนชาวเจ้ากำนัลนั้น ครั้นจะอยู่ท้าวธจะมิหลับ ขับกันลงเล่นไหล้ ชมดอกไม้วัลย์เครือ แต่สองเผือนี้จะเฝ้า สองท้าวเจ้าจอมราช ครั้นฝูงนางคลาศคลาลงแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว หับถี่ถ้วนทุกทวาร ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:30:47 pm »

พระเพื่อน พระแพงพรั่นกระดากพระลอ
พระเพื่อน พระแพง พบพักตร์ โฉมงามสามแผ่นแพ้


     พระเพื่อน พระแพงกระดากอายด้วยมิเคยสู่ชาย ให้นางรื่นนางโรยสอน.. ก็แลเรื่องเช่นนี้ที่ไหนจะสอนกันได้ ต่อเวลามาถึง ทีจะเปนย่อมเปนเอง... " น่อยหนึ่งพระจักได้      เล่ห์นั้นเปนเอง "
ตอนนี้ได้แยกสีคำขานไว้ให้เห็นโดยเด่นชัด
     ชมโฉมพิลาศล้ำของสามองค์ ผ่านถ้อยพระพี่เลี้ยง
     พี่เลี้ยงเชิญสามราชสู่ไสยา แล้วสู้ทนข่มไฟราคะตน เสงี่ยมเฝ้าแต่ภายนอก..
" รัญจวนสมรหมื่นกลั้น     เพราะเพื่อภักดีหมั้น     จึ่งกลั้นใจคง "
____________________________

โคลง ๒
    o มินานสองพี่เลี้ยง    ไหว้บาทบงกชเกลี้ยง
เชิญอ่อนท้าวเสด็จใน ฯ    
    o สองอ่อนใจแจ่มฟ้า    ฟังพี่เลี้ยงเชิญช้า
ซ่อนช้าอายใจ ฯ
   

โคลง ๔
    o พี่เอยแต่น้อยเกิด    ตนมา
ยังไป่เคยเดียงสา    สักน้อย
จักไปดั่งฤๅนา    วานช่วย ริรา
อายเร่งอายค้อยค้อย    หนึ่งไส้เผือกลัว ฯ
    o ณหัวเจ้าข้าใช่    เด็กเลย
แม้บ่เคยจำเคย    จึ่งได้
พระทองแก่เรียมเอย    อย่าเหนี่ยว ราแม่
ฤๅบ่เอนดูไท้    ธิราชแล้ณหัว พี่เอย ฯ
    o พระลอแฝงม่านเข้า    มาฟัง
ฟังอำเภอสองยัง    หนุ่มแท้
พระเสด็จนั่งแนบหลัง    สองอยู่ ไส้นา
สองไป่รู้ยังแก้    พี่เลี้ยงไปมา ฯ
    o พี่เอยรักท้าวยิ่ง    หัวใจ นาพี่
เจ็บบ่เคยฉันใด    ดั่งนี้
เผือคิดเร่งเดียงใน    ใจยาก จริงนา
วานพี่ทั้งสองชี้    เล่ห์ให้เผือเห็น ฯ
    o สองฟังสองค่อยยิ้ม    ผินสรวล
ใครห่อนสอนพระอวร    อ่อนได้
วันสองแรกรักครวญ    ถึงราช นั้นนา
ใครสั่งสอนสองให้    ละห้อยโหยหา ฯ
    o มิสอนก็อย่าร้า    มาหยัน อีกรา
มิเอนดูอกกัน    ดั่งนี้
เห็นเดือนตวันวัน    คืนก่อน เผือนา
ถามว่าบรู้ผี้    ว่ารู้ฤๅถาม ฯ
    o พระเอยจะบอกได้    ฉันใด
พระจักเคียงถนัดใน    ที่ไท้
มินานอย่าอาไลย    เลยราช
น่อยหนึ่งพระจักได้    เล่ห์นั้นเปนเอง ฯ
    o พระลออดบได้    ขิกหัว
สองนาฎตกใจกลัว    สดุ้ง
พระพักตรดุจดวงบัว    บานร่อ กันนา
เผยม่านแพรพรรณวุ้ง    ออกให้เห็นองค์ ฯ
    o สองเห็นโฉมเจ้าแผ่น    ภูวดล
งามเงื่อนทินกรกล    แว่นฟ้า
ลืมอายอ่อนลืมตน    ตาต่อ พระนา
พิศบ่พรับโอ้อ้า    เทพไส้ยาไฉน ฯ
    o ดำรงใจได้อ่อน    อายซบ อยู่นา
สองบังคัลเคารพ    กราบไหว้
โฉมสองชื่นตาสบ    ใจราช แลนา
พิศพี่พิศน้องไท้    ท่านท้าวลืมตน ฯ
    o บัวทองเด็ดแต่น้ำ    เอามา แลนา
แลว่าดวงดารา    หยาดฟ้า
ฤๅจันทรจากเวหา    หาพี่ พระเอย
เรียมเร่งคิดหน้าหน้า    หนุ่มหน้าติดใจ ฯ
    o สองนาฎพิศราชรื้อ    วางตา
จอมราชพิศพักตรา    อ่อนไท้
บวางเนตรเลยนา    บานร่อ สองรา
สองนาฎไหว้แล้วไหว้    เล่าไหว้บทมาลย์ ฯ
    o นางโรยนางรื่นไหว้    พิศภู เบศร์เฮย
พิศอ่อนสองศรีตรู    เตรียบเฝ้า
แลนางก็ลืมดู    จอมราช
แลราชลืมดูเจ้า    พี่น้องทั้งสอง ฯ
    o พิศไท้ไท้ว่าไท้    ทินกร
พิศอ่อนคือศศิธร    แจ่มฟ้า
พิศดูอิ่มอกอร    ใดดั่ง นี้นา
เดือนยแย้มแย้มหน้า    ออกรื้อฉันใด ฯ
    o เพื่อนโรยวานช่วยตั้ง    ตาดู หนึ่งรา
เราว่าพระเราตรู    ยิ่งผู้
โฉมพระพี่มาชู    งามเร่ง งามนา
ทุกเทพอันรอบรู้    แต่งท้าวทั้งสาม ฯ
    o พิศดูสิไป่ได้    วางตา
สามแผ่นภพฤๅหา    ดุจได้
บุญเราบ่านี้นา    นางรื่น กูเอย
เราจึงเห็นสามไท้    ธิราชผู้มีบุญ ฯ
    o สองนายเจ้าน้องอยู่    ไหนมา ดูรา
มาช่วยพิศพักตรา    อยู่เกล้า
สุดใจบ่านี้นา    เฉลิมโลกย์ แลเฮย
สามบพิตรพระเจ้า    พี่น้องงามสม ฯ


ร่าย
    o สองนางชมบมิวาย ส่วนสองนายผู้เชี่ยวชาญ ค่อยก้มกรานเข้าไป นั่งแต่ไกลกราบบาท ไท้ธิราชสามกษัตริย์ ชรดัดนิ้วประนม บังคมเคารพราช ชมโฉมนาฎทั้งสาม งามติดตาติดใจ ในแผ่นดินใต้ฟ้า เห็นแต่พระเจ้าหล้า พี่น้องทั้งสาม บารนี ฯ


โคลง ๔
    o งามยงงามยิ่งแม้    แมนมา แต่งฤๅ
โฉมระทวยทอตา    แหล่งหล้า
สมนักบ่านี้นา    สรบ่า นี้นา
สดกว่าสดโอ่อ้า    อ่าโอ้เอาใจ ฯ
    o พี่เลี้ยงทั้งสี่ไหว้    สามกษัตริย์
เชิญบาทบงกชรัตน์    อยู่เกล้า
เสด็จยังผธมสวัสดิ์    ไสยาสน์ พระเอย
เยียวเหนื่อยพระองค์เจ้า    พี่น้องทั้งสาม ฯ
    o พระลอลีลาศฟ้า    ดินไหว
สองนาฎโดยเสด็จไตร    แผ่นพื้น
สามกษัตริย์ทอดกรไกว    เงยง่า งามนา
โฉมดุจเดือนดาวขึ้น    ส่องฟ้าดินบน ฯ
    o นางโรยนางรื่นร้าง    บทรัช
เช็ดบาททั้งสามกษัตริย์    ใส่เกล้า
เชิญเสด็จภิรมย์สวัสดิ์    ไสเยศ
สองอ่อนอเคื้อเฝ้า    อยู่เพี้ยงสาวสวรรค์ ฯ
    o พี่เลี้ยงปิดม่านแล้ว    รับขวัญ ท่านนา
ขวัญอ่อนอย่าไกลกัน    กับไท้
ขวัญสองแม่คือวัลย์    เวียนรอบ พระนา
ขวัญราชคงคือไม้    มาศเกี้ยววัลย์กรอง ฯ
    o สองนางลาราชไหว้    บทมาลย์
ถึงนอกสองหับทวาร    ท่านไว้
หับแล้วบ่ทันนาน    ยังพี่ นายนา
นั่งแต่ไกลกามไหม้    สวาทเพี้ยงไฟฟอน ฯ

โคลง ๒
    o รัญจวนสมรหมื่นกลั้น    เพราะเพื่อภักดีหมั้น
จึ่งกลั้นใจคง ฯ    
    o รู้อายองค์ยากแท้    ผิบ่รู้อายแล้
ง่ายพ้นประมาณ ฯ    
    o เรือนสำราญอยู่เหล้น    เร่งว่าร้ายแรงเต้น
โลดร้ายฤๅอาย ฯ    
    o ทั้งหลายชี้กำด้น    ทำบรู้รุกร้น
ฝ่ายร้ายฤๅแคลง ฯ    


โคลง ๔
    o แรงรักแรงราคร้อน    รนสมร
ยงยิ่งเปลวไฟฟอน    หมื่นไหม้
มนเทียรปิ่นภูธร    เปนที่ ยำนา
ขืนข่มใจไว้ได้    เพื่อตั้งภักดี ฯ
    o เรานี้เราเผ่าผู้    ภักดี
ผิดเท่าธุลีกลัว    เกลียดใกล้
ผิผิดกึ่งเกศี    แหนงว่า ตายนา
ดีกว่าเปนคนให้    ท่านชี้หลังตน ฯ

บทอัศจรรย์
ครรลองกาม สามเสพสามสมพาส

             
              o ดุจสารเมามันบ้า    งาไล่แทงงวงคว้า
         อยู่เคล้าคลุกเอา ฯ    
____________________________



โคลง ๒
    o สี่คนคิดชอบถ้อย    สอนสั่งกันค้อยค้อย
สว่างร้อนไฟกาม ฯ    
    o ส่วนสามกษัตริย์แก่นท้าว    กรโอบองค์โน้มน้าว
แนบเนื้อเรียงรมย์ ฯ    
    o เชยชมชู้ปากป้อน    แสนอมฤตรสข้อน
สวาทเคล้าคลึงสมร ฯ    
    o กรูเกี้ยวกรกอดเกื้อ    เนื้อแนบเนื้อโอ่เนื้อ
อ่อนเนื้อเอาใจ ฯ    
    o พักตราใสใหม่หม้า    หน้าแนบหน้าโอ่หน้า
หนุ่มหน้าสรสม ฯ    
    o นมแนบนมนิ่มน้อง    ท้องแนบท้องโอ่ท้อง
อ่อนท้องทรวงสมร ฯ    
    o สมเสน่หอรใหม่หมั้ว    กลั้วรสกลั้วกลิ่นกลั้ว
เกลสกลั้วสงสาร ฯ    
    o บุษบาบานคลี่คล้อย    สร้อยแลสร้อยซ้อนสร้อย
เสียดสร้อยสระศรี ฯ    
    o ภุมรีคลึงคู่เคล้า    กลางกมลยรรเย้า
ยั่วร้องขานกัน ฯ    
    o สรงสระสวรรค์ไป่เพี้ยง    สระพระนุชเนื้อเกลี้ยง
อาบโอ้เอาใจ ฯ    
    o แสนสนุกในสระน้อง    ปลาชื่นชมเต้นต้อง
ดอกไม้บัวบาน ฯ    
    o ตระการฝั่งสระแก้ว    หมดเผ้าผงผ่องแผ้ว
โคกฟ้าฤๅปูน ฯ    
    o บุญมีมาจึงได้    ชมเต้าทองน้องไท้
พี่เอ้ยวานชม    หนึ่งรา ฯ
    o พระเพื่อนสมสมรแล้ว    ลอราชเชยชมแก้ว
แก่นไท้แพงทอง    เล่านา ฯ
    o ละบองบรรพหลากเหล้น    บเหนื่อยบได้เว้น
เหิ่มชู้สมสมร ฯ    
    o ดุจอัสดรหื่นห้า    แรงเร่งเริงฤทธิ์กล้า
เร่งเร้งฤๅเยาว์ ฯ    
    o ดุจสารเมามันบ้า    งาไล่แทงงวงคว้า
อยู่เคล้าคลุกเอา ฯ    
    o ประเล้าโลมอ่อนไท้    แก้วพี่เอยเรียมได้
ยากด้วยเยาวมาลย์ ฯ    
    o เอนดูวานอย่าพร้อง    เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อดพี่ไว้เอาบุญ    ก่อนเทิญ ฯ

โคลง ๔
    o พระคุณพระพี่พ้น    คณนา
พระเอนดูนุชรา    ท่านไท้
เผือข้าไป่เดียงสา    สักหยาด พระเอย
พระค่อยถนอมน้องไว้    เพื่อนท้าวใจบุญ ฯ
    o บเปนใดเจ้าพี่    อย่าแคลน
รักแม่สุดดินแดน    กว่าฟ้า
เรียมสงวนพระนุชแสน    สงวนยิ่ง ตัวนา
ยามหนึ่งบเห็นหน้า    อ่อนท้าวเรียมตาย ฯ
    o บมลายสมรเร่งเร้ง    ฤทธิรงค์
สองอ่อนระทวยองค์    ละห้อย
ความรักดุจทิพยสรง    โสรจชื่น
บัดชื่นบัดเศร้าสร้อย    สร่างสร้อยสรดใส ฯ
    o สะเทือนฟ้าฟื้นลั่น    สรวงสวรรค์
พื้นแผ่นดินแดยรร    หย่อนไส้
สาครคลื่นอึงอรร-    ณพเฟื่อง ฟองนา
แลทั่วทิศไม้ไหล้    โยกเยื้องอัศจรรย์ ฯ
    o ขุนสีห์คลึงคู่เคล้า    สาวสีห์
สารแนบนางคชลี    ลาสเหล้น
ทรายทองย่องยงกรี-    ฑาชื่น ชมนา
กะต่ายกะแตเต้น    ตอบเต้าสมสมร ฯ
    o ทินกรกรก่ายเกี้ยว    เมียงบัว
บัวบ่บานหุบกลัว    ภู่ย้ำ
ภุมรีภมรมัว    เมาซราบ บัวนา
ซอนนอกในกลีบกล้ำ    กลิ่นกลัวเกสร ฯ
    o บคลาไคลน้อยหนึ่ง    ฤๅหยุด อยู่นา
ยังใคร่ปองประติยุทธ์    ไป่ม้วย
ปรานีดอกบัวบุษป์    บชื่น ชมนา
หุบอยู่บบานด้วย    ดอกสร้อยสัตบรรณ ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:35:15 pm »

อาลัยลา พระเพื่อนพระแพงกลับวัง

     คล้อยค่ำอาวรณ์ร่ำลา
     พระเพื่อนพระแพง แลพระลอต่างพรรณาถึงความยากลำบากมากหลายกว่าจะได้มาสู่ มาสมเสพ
____________________________

โคลง ๒
    o ตวันเจียนจิ่มฟ้า    สองพี่เลี้ยงทูลอ้า
จะค่ำแล้วพระเอย ฯ    
    o พระทองเผยม่านแล้ว    เรียกพระพี่เลี้ยงแก้ว
ทั้งสี่เข้าไปใน ฯ    
    o ริสุดใจจึ่งลี้    ซ่อนเงื่อนกลนี่นี้
อย่าให้เห็นกล ฯ    
    o ไหว้บัดดลท่านไท้    รับราชเสาวนีไว้
กึ่งเกล้าทูลทรง ฯ    
    o เชิญพระสรงสว่างร้อน    เสด็จอ่างทองเดียวซ้อน
อาบด้วยสองศรี ฯ    
    o บุษบาบีเสียดสร้อย    จรดฤดีเหล้นน้อย
หนึ่งได้แรงองค์ ฯ    
    o จากสรงเสด็จแท่นแก้ว    แต่งแง่งามเสร็จแล้ว
แนบเนื้ออิงอร ฯ    
    o พี่เลี้ยงกรลูบเกล้า    ยกเครื่องเสวยเทียบเข้า
แต่งตั้งเตรียมถวาย ฯ    
    o สองสายสมรอ่อนไหว้    เตือนบพิตรเชิญไท้
ธิราชเจ้ากูเสวย ฯ    
    o ชูคางเชยหน้าสร้วย    เชิญอ่อนท้าวเสวยด้วย
พี่ร้าทั้งสอง ฯ    
    o ของเสวยสวรรค์ไป่เพี้ยง    เพราะพระนุชเนื้อเกลี้ยง
แนบเนื้อเรียมเสวย ฯ    
    o ทรามรักเอยปากป้อน    รสยิ่งรสฟ้าข้อน
สวาทข้อนสงสาร ฯ    
    o เสวยสำราญเสร็จแล้ว    สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
นบท้าวทูลเตือน ฯ    
    o ตวันจะเลื่อนลับฟ้า    จอมราชเจ้าอย่าช้า
อ่อนเอ้ยยามควร ฯ    
     


โคลง ๔
    o พระอวรบใคร่แคล้ว    คลาเรียม
เรียมราชพิศสองเสงี่ยม    ละห้อย
สามกษัตริย์เดือดแดเกรียม    กรมสวาท แลนา
หน้าแนบหน้าค้อยค้อย    คล่าวน้ำตาไหล ฯ
    o เอนดูสองอ่อนท้าว    ทรามรัก ท่านนา
ก้มกราบลงกับตัก    ท่านไท้
น้ำตาโสรจสรงพักตร์    แถวดั่ง ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้    สอื้นอาดูร ฯ
    o อ้าพระปิ่นเกล้าแผ่น    ธรณินทร์
แต่แรกเรียมฟังยิน    ข่าวไท้
จักกินบ่เปนกิน    ครวญใคร่ พระนา
นอนบ่เปนนอนไข้    สวาทถ้าฟังสาร ฯ
    o บุญบลทุกเทพย์เจ้า    จอมผา
ทั้งเทพย์พฤกษาสิง    หมู่ไม้
ขอพระช่วยราชา    เชิญสู่ สมนา
ลุลาภแล้วจักไหว้    ปู่เจ้าทุกสถาน ฯ
    o เงินทองกองโกฏิแก้ว    ทูลถวาย
สารสอดงาทองควาย    เผือกผู้
บุญบลร่นร้องขวาย    ขวนรอด มานา
แม้บ่สมท้าวชู้    อย่าแล้มีผัว ฯ
    o จึ่งพระเสด็จเต้าแขก    ทำขวัญ
รักไป่ทันถึงวัน    ด่วนร้าง
ดังฤๅจะจากฉัน    ใดดั่ง นี้นา
กรกอดองค์เจ้าช้าง    ร่ำไห้หิวโหย ฯ
    o ระทดด้วยนุชน้อง    ระทวยองค์ ท่านนา
ซรอนพระพักตร์ซบลง    สอื้น
เหนือหลังสมบูรณ์บง-    กชมาศ กูเอย
มิใคร่เงยหน้าขึ้น    จากเจ้าจอมสมร ฯ
    o เรียมสุขเสวยสุขเพี้ยง    อมรินทร์ อ่อนเอย
ครั้นแรกเรียมฟังยิน    ข่าวน้อง
บินลุพี่จักบิน    มาสู่ นุชนา
มาบ่ได้ข่ายข้อง    สวาทเพี้ยงเขาขัง ฯ
    o เมืองกว้างช้างม้าสู้    ละเสีย อ่อนเอย
เสียแม่เสียเมียมา    สู่น้อง
เสียสนมดุจดวงพเยีย    งามแง่ งามนา
มาแต่ตัวเข้าข้อง    ข่ายท้าวทั้งสอง ฯ
    o พี่พบน้องเพี้ยงแต่    ยามเดียว
คือเชือกผสมสามเกลียว    แฝดฝั้น
ดังฤๅจะพลันเหลียว    คืนจาก เรียมนา
เจ้าจากเรียมจักกลั้น    สวาทกลั้นใจตาย ฯ
    o มิรักแลจึ่งเจ้า    จำไป จากนา
แม้ว่ารักฤๅไคล    คลาศได้
เอโกเด็ดเดี่ยวไกล    มาแต่ ตัวนา
เจ้าจะละเรียมไว้    ก่ำพร้าคนเดียว ฯ
    o ฟังคำจอมราชร้อน    ฤๅวาย
มาจะตีตนตาย    จุ่งแล้ว
พระไฉนว่าราญสาย    ใจจาก พระนา
ฤๅใคร่ไกลพระแก้ว    กึ่งเส้นเกศา ฯ
    o สองกษัตริย์สนองนาถถ้อย    ไปมา
สูริยเรื่อยเรียงเวหา    คลาศคล้อย
เขาเตือนราชชายา    จักค่ำ พระเอย
ครั้นค่ำไส้ต้องถ้อย    ใหญ่แล้เปนความ ฯ


โคลง ๒
    o ไหว้สามกษัตริย์ใช่ช้า    จากแต่บัดเดี๋ยวอ้า
ค่ำไส้คืนสม    เล่านา ฯ
    o พระตนกลมปิ่นเกล้า    ช่วยว่าให้น้องเหน้า
ท่านท้าวเสด็จไป    หนึ่งรา ฯ
    o โอ้อาไลยค่อยพร้อง    เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อ่อนผ้ายลีลา    ก่อนเทอญ ฯ
    o สองธิดากราบไหว้    ชูพระพักตร์น้องไท้
จูบท้าวทั้งสอง    สั่งนา ฯ
    o พักตราหมองสวาทไหม้    ไหว้บาทละห้อยไห้
ค่อยผ้ายลีลา ฯ    
    o เหลียวหลังมาคะค้อย    น่าเอนดูน้องน้อย
สั่งท้าวสนองสาร ฯ    
    o อย่านานนักอยู่เกล้า    เชิญบพิตรพระเจ้า
เร่งผ้ายหาเผือ ฯ    
    o เรียมเจ็บเหลือที่พร้อง    จักใคร่ไปด้วยน้อง
จากน้องเสมอตาย ฯ    


เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:37:12 pm »

พระลอแลพี่เลี้ยงลอบเข้าวัง ได้กึ่งเดือน ความรั่วรู้ถึงท้าวพิไชยพิษณุกร

     พระลอลอบเข้าวัง
เสพสุขอยู่ได้ครึ่งเดือน ความล่วงรู้ถึงท้าวพิไชยพิษณุกร จึงมาลอบมาดู หนที่แรกให้นึกแค้นนัก แต่พลันคิดขึ้นมาได้ว่าควรรับไว้เปนเขย
____________________________

ร่าย
    o พี่เลี้ยงถวายบังคม ประนมเชิญสองเสร็จ เสด็จถึงเกยทั้งสอง คานหามทองรับราช หมู่นางดาษบริพาร พี่รื่นชาญเชิงแก้ ซ่อนแง่งำเงื่อนมิด ปิดประตูไว้เสร็จ โดยเสด็จถึงทวารใหญ่ ใส่กลว่าลืมเครื่อง เบื้องในรัตนไสยา แม่โรยมาจะไปดู จงเปิดประตูไว้ท่า ไปบช้าบหึง ถึงเรือนรมย์พิมาน ไขทวารออกไส้ ให้นางโรยอยู่เฝ้า นางรื่นเข้ารับราช สองนายนาดมาตาม ยามค่ำคลุ้มบเห็นหน้า ลอบพิตรเจ้าหล้า กับพี่เลี้ยงปลอมไป ฯ


โคลง ๓
    o ถึงทวารในเรือนหลวง    คล้ายถึงคลวงสองท้าว
เชิญราชเสด็จขึ้นหย้าว    อยู่เร้นเรือนโรย ฯ


โคลง ๒
    o สองนางโดยเสด็จไท้    สองซ่อนสองนายไว้
บให้เห็นตัว ฯ    
    o ราตรีมัวมืดฟ้า    เชิญบพิตรเจ้าหล้า
ลอบขึ้นสมศรี ฯ    
    o ภัควะดีดวงดอกไม้    เสด็จออกมารับไท้
ธิราชเข้าไปใน ฯ    
    o เยียใดพระอยู่ช้า    พระจะละให้ข้า
พี่น้องตรอมตาย ฯ    
    o ถวายกรจูงเจ้าหล้า    ขึ้นบนแท่นทิพย์อ้า
อ่อนได้แรงรมย์ ฯ    
    o พระตนกลมเสด็จแล้ว    เหนือฟูกผ้าเขนยแก้ว
พระพี่น้องผจงถวาย ฯ    
    o ม่านแพรพรายเลิศล้น    หูนากหูทองพ้น
พิศพื้นลายทอง ฯ    
    o ดอกไม้กรองเรียบร้อย    หอมตระหลบอบห้อย
แห่งห้องไสยา ฯ    
    o พิดานดาดาษแก้ว    เฉลามาศฉลับแพร้วแพร้ว
เพริศกั้งกษัตรีย์ ฯ     


โคลง ๔
    o ผ้าต้นตีค่าล้วน    ทองถวาย
ถวายกระแจะจรุงลาย    ลูบไล้
สลาพานมกรราย    รัตนแต่ง ถวายนา
พระกระยาเสวยไท้    อ่อนท้าวผจงถวาย ฯ
    o เสวยแล้วสามท่านไท้    เสวยรมย์
หับประตูทองผทม    ท่านไว้
สองนางพี่ไปสม    สองพี่ นายนา
สรวลสนุกไล้ไล้    คู่เคล้าคลึงสมร ฯ
    o สองท้าวซอนซ่อนไท้    เปนกล
รู้แต่นางสองคน    พี่เลี้ยง
ประมาณกึ่งเดือนดล    จรหล่ำ แลนา
สรวลสนุกเล่นเพี้ยง    บรู้โรยแรง ฯ

ร่าย
    o ลางคาบแสดงดุจไข้ ลางคาบไท้ธสำราญ ลางคาบบานใจเหล้น ลางคาบเร้นส้อนองค์ ซุบซิบทรงเงื่อนแง่ แต่พี่เลี้ยงเข้าใน ใครใครบให้เข้า ฝูงชาวเจ้าพระกำนัล สกิดกันลอบเจรจา บัดนี้น่าหลากแท้ สองอยู่เกล้าเราแล้ กับพี่เลี้ยงเปนกล ฯ


โคลง ๒
    o ควันความจนรั่วรู้    ดอกบนำพารู้
หนึ่งให้แลดู ฯ
   

โคลง ๓
    o ดอกขายหูขายตา    คล้ายถึงคลวงสองท้าว
ขจรข่าวถึงท้าวผู้    พ่อไท้ทั้งสอง ฯ


โคลง ๒
    o ลอบมามองลูกไท้    เคียดคู่ไฟฟ้าไหม้
แฝกฟุ้งไฟเข็ญ ฯ    
    o ลอบแลเห็นเจ้าหล้า    ลอราชงามโอ่อ้า
อาจให้หายฟุน ฯ    
    o รอยบุญเขาส่งให้    ไกลกว่าไกลเปนใกล้
ยิ่งใกล้อัศจรรย์ ฯ    
    o ลักชมขวัญคะค้อย    ลอราชนี้เท่าร้อย
อยู่เงื้อมบทจร ฯ    
    o ได้ภูธรดุจได้    ฟ้าแลดินมาไว้
อยู่เงื้อมมือเรา ฯ    
    o เอาเปนเขยแขกแก้ว    ยศโยคฤๅรู้แล้ว
เลิศพ้นประมาณ ฯ    



พระย่าไม่ยอมให้ล้อมจับมาฆ่าเสีย

     ท้าวพิไชยพิษณุกรต้องใจพระลอ ตกลงรับพระลอเปนเขย
     แต่พระย่าไม่ยอม แอบอ้างราชโองการสั่งทหารให้ไปจับพระลอมาฆ่าเสียจงได้
     พระลอไม่ยอมให้จับ พระเพื่อนพระแพงแลนางรื่นนางโรยสู้อยู่เคียงข้าง
____________________________
ร่าย
    o ภูบาลแสร้งแสดงองค์ สองไหว้บงกชบาท พระลอราชค่อยถาม สองบอกนามปิตุราช พระบาทไท้เลืองลอ ธก็ยอกรกชประนม ถวายบังคมชมชื่น ยื่นความชอบนอบทูล ว่านเรสูรเจ้าหล้า ข้าร้างราชสมบัติ สลัดเสียเสร็จสล้าย หว้ายแต่ตัวมาหา พระปิตุราธิราช ข้าขอฝากอาตม์ประยูร เปนตระกูลเดียวด้วยไท้ ไว้เปนเอกวงศา เท่ากัลปาวสาน ภูบาลครั้นได้ยิน บานอรพินทุ์หฤทัย ประไพพักตรพิลาศ ยิ่งกว่าราชผู้ใหญ่ ได้ท้าวไส้สัมฤทธิ์ บพิตรพิศพระราชา มาเปนเอกเอารสราช ด้วยนางนาฎสองศรี พ่อจะให้ดูวันดีเดือนชอบ แล้วจะประกอบการวิวาห์ ท้าวธพจนาดังนี้เสร็จ ธก็เสด็จยังมนทิราไลย ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราชบิดา แล้วลอบมาดูถูก ประมาทลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอนให้ฟัน เราจะให้บั่นให้แล่ ทุกกระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี ปิ่นธรณีนาถมิฟัง ย่าไปยังวังย่า ว่าแก่หมู่ทกล้าทหาร ข้าผู้ชำนาญผู้ใหญ่ ใส่กลว่าท่านไท้ ธให้ไว้เปนงารตู ตูจะให้สูทั้งหลายฆ่า ว่าผู้ดูชาดูแคลน แหนความเราจงมิด ปิดความเราจงทั่ว ใครให้รั่วความขำ จะทำทัณฑ์ถึงขนาด ดาบปาดคอจงม้วย ด้วยบยำคำเรา เขาก็รับพระราชฎีกา ขันอาสาอคร้าว ท้าวธิราชท่าดู เล่ห์กลตูจะเอา เขาก็ลอบแต่งกันกั้น ครั้นราตรีดึกสงัด เขาก็สพัดสามรอบ ล้อมขอบเขตนิเวศน์วัง ขังบให้คนเข้าออก เขาจึงบอกแก่นายแก้วนายขวัญ สองฟังพลันยังจอมกษัตริย์ ทูลระหัสทุกประการ ภูบาลยิ้มแย้มหัว บมิกลัวเร่งองอาจ ดูดุจราชไกรสีห์ ครวีอาวุธภุชพล ตนนายแก้วนายขวัญ ขันอาสาเจ้าหล้า เผือข้าแจ้งใจถวาย ขอตายก่อนพระองค์ สองอนงค์อนุช น้อมศิรามพุชกับบาท ไท้ธิราชสาหส ธก็โลมบงกชกษัตรีย์ สองภัควะดีอย่าตกใจ บเปนใดณสองศรี มีพระสาสนชมชัว ค่อยยิ้มหัวเหล้นพลาง สองนางจึ่งชมชื่น ยื่นใจจริงบมิช้า เผือข้าก็กษัตริย์ชาติ ใจบมิขลาดกลัวตาย บมิเอาชายอื่นเปนคู่ บมิอยู่ให้ไทดูช้า บมิอยู่ให้ข้าดูแคลน ครั้นพระเมือแมนเมืองฟ้า เผือข้าตายตามราช พระบาทอย่าอาไลย สองเปลื้องสไบซ้ำซ่อน ทรงผ้าอ่อนร่อนดาบ อยู่ตราบข้างจอมกษัตริย์ บัดนางโรยแลนางรื่น ชื่นชมใจเชื่อแท้ แม้สามกษัตริย์สู่ฟ้า เผือจะเปนข้าผู้ใด ใครเขาจะเกรงจะขาม ขอตายตามเจ้าตน อยู่เมืองบนด้วยไท้ ไว้ยศให้คนชม ถวายบังคมนฤเบศร์ สองแปรเพศดุจชาย ห่มเสื้อกรายดาบง่า นางรื่นร่าไปสู่ อยู่ด้วยนายแก้วฝ่ายขวา นางโรยมาด้วยพลัน อยู่ด้วยนายขวัญฝ่ายซ้าย บมิผ้ายจากเจียนกัน เห็นอัศจรรย์จอมราช พระบาทเสด็จอยู่กลาง สองนางแนบสองข้าง เจ้าช้างจูบสองศรี สองกษัตรีย์จูบท้าว สองนายน้าวสองนาง กอดกันพลางชมเชย มินานเลยเขาเข้า เท่าถึงทวารปราสาท นายแก้วฟาดดาบฟัน นายขวัญแทงสุดทาว ลาวฝูงข้าพ่ายหนี ตีกันปือขึ้นคลุก ท้าวธก็รุกโรมฟัน ตายทับกันกลากลาศ หัวขาดตกเปนกลุ่ม เขาเร่งทุ่มหินผา ดากันเข้าระเร้ง ไม้ไล่เท้งฝาทลาย ส่วนสองนายพี่เลี้ยง รำร่อนรับอยู่เพี้ยง ดังช้างเมามัน ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:40:29 pm »

คือเพรงกรรม สามกษัตริย์สู่สรวง

     พี่เลี้ยงทั้งสี่ แลสามกษัตริย์ต่างม้วยมรณ์
     ท้าวพิไชยพิษณุกร ให้ประหารพระย่าแลทุกผู้ที่เกี่ยวข้องแก่การนี้
____________________________

ร่าย
    o ผันเข้าคลุกรุกรบ หลบหลีกปืนบให้ตอก หลบหลีกหอกบให้ต้อง เขาเร่งซ้องปืนยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายเร่งมาหนา ข้างขวาเร่งมามาก เข้าทุกปลากรุกโรม สองนายโจมฟันเฟื่อง เครื่องพลัดตัวหัวขาด เขาก็สาดศรยึง ตรึงนายแก้วยะยัน ต้องนายขวัญท่าวทบ นางรื่นรบรุกฟัน นางโรยผันผาดแทง ด้วยปลายแวงกุมปัก เขาบรู้จักว่าผู้หญิง เขาก็ยิงต้องสองนาง วางมาสู่ผีผัว ทอดตัวทับสองนาย ตายตามกันทั้งสี่ ท้าวธเห็นพี่เลี้ยงราช พระบาทชื่นชมนัก น่ารักใคร่ใจเขา เยียวเรามิเหมือนได้ สองอ่อนไท้จึ่งร้องหัว เขาสิมิกลัวความพินาศ ดังฤๅเผือกษัตริย์ชาติจะกลัวตาย ไว้ความอายบรู้แล้ว สิ้นชีวิตฤๅแคล้ว อยู่เคล้าฤๅคลา พระเลย ฯ


โคลง ๔
    o พระแก้วพระอยู่เกล้า    อย่าไฉน
เผือจักตายฤๅไคล    คลาศไท้
พระเอยอย่าอาไลย    เยียวอยู่ พระนา
ตายเมื่อใดจักได้    ดั่งนี้ฤๅมี ฯ
    o ครั้นตายก็เกิดขึ้น    กับกัน
เสวยพิภพสรวงสวรรค์    ฟากฟ้า
เปนคนแลคนหยัน    ฤๅอยู่ พระเอย
เท็จอยู่บเห็นหน้า    อยู่เกล้าแหนงตาย ฯ
    o บเริ่มเขาสี่ไส้    ยังตาย
เผือเผ่ากษัตริย์ฤๅผาย    จากไท้
รักตัวแต่กลัวอาย    หฤโหด พระเอย
รักราชตายด้วยได้    อยู่ได้ฉันใด ฯ


โคลง ๒
    o ฟังจอมใจอ่อนท้าว    พระหัวอยู่อคร้าว
ยั่วยิ้มยินดี    ร่อนา ฯ
    o สองกษัตรีย์เจ้าหล้า    แกล้วกว่าแกล้วใจกล้า
กว่ากล้ากลัวอาย ฯ    
    o บกลัวตายเท่าเผ้า    กรกระลึงตาวเต้า
ต่อข้างดัสกร    แลนา ฯ

     

ร่าย
    o ไล่ฟอนฟันผันแทง แวงวัดตัดหัวขา ดูมหิมาทั้งสาม งามเงื่อนดังราชสีห์ ครวีอาวุธองอาจ เอิบอำนาจบมิกลัว ยิ้มแย้มหัวเล่นพลาง กางกรรอนรำรบ น้าวพิภพสำทับ เขาขับกันเข้ารบรอบ ดุจหอบฟางทอดไฟ เขาอยู่แต่ไกลบมิใกล้ ให้โทรมยิงสามกษัตริย์ ธก็เอาดาบวัดกระจัดกระจาย เขาเข้าหลายเหลือป้อง จึ่งปืนต้องพระองค์ สองอนงค์บมิกลัว เอาตัวออกรับปืน ยืนอยู่กับจอมราช เขาก็เร่งสาดศรพิษ ติดสามกษัตริย์สพรั่ง เลือดตกหลั่งถั่งลง สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพิตพร้อมกัน ยืนอยู่ฉันบมิตาย เขาทั้งหลายกลัวไกล ข่าวขจรไปบมิมิด ถึงท้าวพิษณุกร ภูธรด่วนเสด็จมา เห็นสองธิดาสุดสวาท แลพระบาทลอดิลก เลือดตกอาบทั้งตน ยืนอยู่กลบมิตาย ธก็ฟายน้ำเนตรจะไจ้ เรียกลูกไท้แลเขยขวัญ เรียกฉันใดก็บมิพร้อง ต้องฉันใดก็บมิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง เจ้าช้างจึงรู้ฉบัด ว่าสามกษัตริย์เสวยกรรม ธก็ทำฉันธบมิโกรธ ว่าฆ่านักโทษทั้งหลาย ตายตามกันหนำใจ แต่ผู้ใดกล้าสามารถ อาจอาสามาล้างเขา ให้มาเอารางวัล ผู้ใดอันแกล้วหาญ จะบำนาญยิ่งรู้หลัก เราจะให้ศักดิ์เปนขุน ปูนเปนหมื่นเปนพัน เขาก็หากันมาบมิช้า มาถ้วนหน้าบหลอได้ ธก็ให้เอาเชือกสรวมคอ ปอสับรัดมัดศอก แล้วให้เอาหอกร้อยขา ตราชื่อถ้วนทุกคน ก็ให้ฟันกลฟันหยวก ดาบจวกกลิ้งเกลือกตาย ส่วนหมู่นายนั้นไส้ ธก็ให้ต้มให้คลอก แต่ตนย่าดอกไส้ให้แล่ ใช่แม่ตัวเจ้าหล้า ธก็ให้ฆ่าให้ลำบาก ลากเอาศพเสียเสร็จ ธก็เสด็จยังลูกไท้ ไห้บรู้กี่ไห้ โอ้ลูกแก้วกับตน พ่อเอย ฯ



โศกคลุมสรอง

     พิลาปรำพันของ ท้าวพิไชยพิษณุกร แล พระนางดาราวดี
     มี่ไห้ทั่วทังเมืองสรอง
____________________________

โคลง ๒
    o สองงามกลแว่นฟ้า    ทุกข์เท่าใดเห็นหน้า
ลูกแก้วกลอยหาย ฯ    
    o มาจะตายด้วยลูกแก้ว    เจ็บพ่อบรู้แล้ว
อยู่ได้ฉันใด ฯ    
    o หัวใจพ่อผกขว้ำ    ทุกข์บรู้กี่ซ้ำ
สองอ่อนไท้ธิดา    พ่อเอย ฯ

ร่าย
    o ส่วนสมเด็จดาราวดี พระชนนีรู้ข่าว ทะทึกท่าวทรุดสยบ ซรบซรอนลงฟะฟั่น สั่นหฤทัยทะทาว ชาวแม่ถนอมพระองค์ แล้วธก็ทรงคานหาม ไห้ตามเสด็จเดียรดาษ ถึงปราสาทสองศรี ภัควดีอ่อนละลวย ระทวยดุจวัลย์ทองท่าว น้ำตาคล่าวหลั่งหลาม ชูคานหามธขึ้น ถึงพ่างพื้นเรือนรัตน์ เห็นสามกษัตริย์สิ้นชนม์ ธก็ทอดตนตีอก ผกกลิ้งเกลือกไปมา แม่มาหาแก้วแม่ เคียดใดแก่แม่นา เจ้ามิเจรจาด้วยแม่ มิแต่งแง่ให้แม่ชม มิหวีผมให้แม่เชย มิเงยหน้าให้แม่จูบ มิลูบน้ำดอกไม้ไล้พระองค์ มิทรงกระแจะจรุงชมด มิเสวยรสเข้าปลา สองจะลีลาสู่ฟ้า ละแม่เปนกำพร้า เจ้าแม่เอ้ยปรานี แม่รา ฯ


โคลง ๒
    o ยินดีใดด่วนม้วย    เยื้อนปากปราไสยด้วย
แม่ให้เต็มใจ    หนึ่งรา ฯ
    o ใดผิดใจสองเจ้า    ควรเคียดฤๅจึ่งเต้า
แขกฟ้าทั้งสอง ฯ    
    o หมองใจใดด่วนผ้าย    สองอย่าคิดยินร้าย
แก่แม่ร้าณหัว    แม่เอย ฯ
    o อ้าชรมัวเมือเช้า    สีพระทนต์ทณเจ้า
แม่เอ้ยกับตน    แม่ฮา ฯ
    o ลงบังคนทณแก้ว    ออกจากบังคนแล้ว
เชิญอ่อนท้าวสองสรง    เล่านา ฯ
    o ทรงบรัดผัดหน้า    แต่งแง่ทรงสอิ้งผ้า
ย่างเยื้องมาหา    แม่รา ฯ
    o สองมาเรียบดอกไม้    ถวายธูปเทียนทองไหว้
พระบาทสร้อยสรรเพ็ชญ์    หนึ่งรา ฯ
    o แล้วเสด็จมาทณเจ้า    เจ้าแม่มาเสวยเข้า
แก่แม่ร้าสุดใจ    แม่เอย ฯ

ร่าย
    o เตือนฉันใดก็บมิพร้อง ต้องฉันใดก็บมิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ห้ามบให้สองขาน แม่ฤๅ ฯ


โคลง ๒
    o พระภูบาลปิ่นเกล้า    ปิตุราชพระเสด็จเต้า
แขกท้าวฤๅแล    พ่อเอย ฯ
    o บแปรพักตรต่อไท้    บสั่งสักคำไว้
แก่แม่เล้ยสุดใจ    แม่เอย ฯ


โคลง ๔
    o เยียใดแก่ชีพนี้    นิศผล
นับว่าตัวเปนคน    คู่บ้า
บเห็นลูกกับตน    ตนอย่า เปนเลย
ตายจุ่งพลันเห็๋นหน้า    ลูกแก้วทั้งสอง ฯ
    o สบกษัตริย์พระญาติไห้    อึงอุด อยู่นา
สบส่ำสาวสนมทรุด    ท่าวไห้
ปวงนางกำนัลสุด    ถึงไพร่ เมืองนา
คนหนึ่งฤๅอดได้    เกลือกกลิ้งกลางดิน ฯ
    o เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้    ทุกเรือน
อกแผ่นดินดูเหมือน    จักขว้ำ
บเห็นตะวันเดือน    ดาวมืด มัวนา
แลแห่งใดเห็นน้ำ    ย่อมน้ำตาคน ฯ


โคลง ๒
    o สาวสนมจนแก่นไท้    ไห้เจ็บไห้แสบไห้
เลือดน้ำตาไหล    แลนา ฯ
    o ปรีชาไวแว่นแท้    ใจแก่นกษัตริย์กล้าแล้
จึงตั้งใจตรง ฯ    
    o สองพระองค์สร่างไห้    สองบพิตรท้าวไท้
จึ่งห้ามทั้งหลาย ฯ    
    o ครั้นวายเสียงไห้แล้ว    สองราชชมใจแกล้ว
แก่นไท้ทั้งสาม ฯ    
    o ยืนตายงามเลิศแล้    รู้ว่าใจกษัตริย์แท้
บให้ใครปูน ฯ    
    o ทั้งสองขุนพี่เลี้ยง    นางรื่นนางโรยเพี้ยง
เทพไส้ไป่ปาน ฯ    
    o ใจหาญตายก่อนเจ้า    เปนเพื่อนตายคลึงเคล้า
คู่หน้ารักใจ    บารนี ฯ
    o ทุกคนในแหล่งหล้า    เสียงสรรเสริญถ้วนหน้า
ทั่วทั้งเมืองมี่    มีแล ฯ
    o ธรณีฦๅลั่นฆ้อง    เสียงเสนาะฟ้าร้อง
เรียกท้าวยังสวรรค์ ฯ    



โศกคลุมสรวง

     สรองจัดการแต่งศพทั้งเจ็ดตามราชประเพณี แล้วส่งข่าวให้สรวง
     พิลาปรำพันของพระนางบุญเหลือ สลดกำสรวลทั่วสรวง
____________________________

ร่าย
    o มี่อึงอรรณพไห้ เมืองหลวงไข้ทุกด้าว สมเด็จท้าวพิไชยพิษณุกร ธให้นำบังอรราชเทพี ดาราวดีเสด็จไป สู่คฤหาไลยพระองค์ ธให้สรงศพสามกษัตริย์ จัดสรรพภูษา ตราสังทั้งสามพระองค์ ผจงโลงทองหนึ่งใหญ่ ใส่สามกษัตริย์แล้วไส้ ธก็ให้แต่งโลงหนึ่งแล้ว ใส่ขุนแก้วแลนางรื่น โลงหนึ่งใส่หมื่นขวัญแลนางโรย ทำโดยรีตศพเสร็จ ธก็เสด็จยังปราสาท ให้หาราชศิลปี มีโองการบังคับ ให้สำหรับพระเมรุ เกฌฑ์กำหนดทุกกรม ให้แต่งพนมอัษฐทิศ พิพิธราชวัติฉัตร กลิ้งกลดธวัชบรรฎาก หลายหลากภาคบุษบก กระหนกวิหคเหมหงส์ บรรจงภาพจำเนียม ลางพนมเทียมอัสดร ลางมกรเทียมยยับ ประดับขับเข็นรถ อลงกฎคชสาร อลงการคชสีห์ สารถีสถิตชักรถ ชดกรกระลึงกุมแสง รำจำแทงองอาจ เผ่นผงาดขับสารสีห์ เทียมนนทรีชำนันสึงห์ ดึงไดฉบับจับกัน สรรพอสุราสุรครุฑ มนุษย์ภุชงค์คนธรรพ์ บรรเขบ็จภาพเรียงราย ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระธาราวเทียน โคมเวียนโคมแว่นผจง โคมรหงฉลักเฉลา เสาโคมเรียงสล้าย เถลิงต้ายเตี้ยกำแพง แชลงราชวัติชวาลา บูชาศพสามกษัตริย์ แล้วธก็ตรัสให้หา ทูตานุทูตมาไซร้ ให้จำทูลพระราชสาส์น อีกบรรณาการทั้งหลาย ไปถวายแด่พระบาท ไท้ธิราชบุญเหลือ เครือทินกรราชชนนี ภควดีฟังพจนสาร ถ้วนทุกประการประกาศ ธมิอาจที่จะดำรง พระองค์ท้าวธอยู่ได้ ไท้สยบซบเหนือหมอน พระกรปิดพระพักตร ไห้ร่ำรักลูกไท้ ไห้บรู้กี่ไห้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ


โคลง ๒
    o ชนนีกลัวดั่งนี้    ห้ามเจ้าบรู้กี้
ท่านเจ้าฤๅฟัง    แม่เลย ฯ

ร่าย
    o หวังสิ้นชนม์ด้วยไข้ แก่แม่รา
สิ้นชีพไท้ด้วยผี แก่แม่รา
ในบุรีเราแม่ลูก แก่แม่รา
แม่จะยาหยูกจงเต็มใจ แก่แม่รา
ดังฤๅพ่อไปตายเมืองท่านม้วย แก่แม่เรา
ด้วยหอกตาวหลาวดาบ แก่แม่รา
ด้วยกำซาบปืนยา ดังนี้ ฯ


โคลง ๔
    o แม่สงวนมาแต่ตั้ง    มีครรภ์ ลูกเอย
บเบกษาสักอัน    หนึ่งน้อย
ถึงพระผ่านไอศวรรย์    เสวยราช แลพ่อ
รักลูกรักได้ร้อย    ส่วนล้ำรักตัว ฯ
    o ใช่เปนไท้ท้าวแต่    พอดี ลูกเลย
เปนมกุฎกษัตรีย์    ผ่านเผ้า
ท้าวร้อยเอ็ดเมืองมี    มาส่วย พระนา
ทูลบาทบงกชเจ้า    แม่เที้ยรทุกวัน ฯ
    o เสวยสุขปราสาทเพี้ยง    เมืองสวรรค์ ลูกเอย
เสด็จออกโรงกษัตริย์คัล    คั่งเฝ้า
หัวเมืองหมื่นขุนพัน    นายไพร่ พลนา
เฝ้าบาทบงกชเจ้า    คู่ท้าวเมืองแมน ฯ
    o พิศช้างคือคู่ช้าง    อมรินทร์ ลูกเอย
ม้าคู่อัศวทินกร    หยาดฟ้า
รี้พลเพียบธรณิน    มีมั่ง เกษมนา
เมืองบพิตรเจ้าหล้า    แม่เพี้ยงเมืองสวรรค์ ฯ


ร่าย
    o กรรมใดดลออกไท้ ไห้รักราชเอารส กำสรดสั่นสรรพางค์ ออกนางพ่างจะพินาศ เอนดูราชเทพี ลักษณวดีครั้นฟัง แล่นยังราชอยู่เกล้า อีกชาวเจ้าพระสนม เพื่อนภิรมย์เจ้าหล้า ถ้วนหน้าหาบมิอยู่ สู่สำนักท่านไท้ เห็นธไห้ทูลถาม ถ้อยความใดธพิลาป ครั้นฟังทาบตีอก สทกผมเผ้าเกล้าทรสาย ทอดตนตายวายทรวง ไห้ระลวงฦๅลั่น สนั่นทั่วทั้งเวียง ฟังเสียงไห้ดั่งจะหว่า ใจเมืองบ้าดั่งจะผก หัวอกเมืองดั่งจะพัง ทั้งแผ่นดินทั่วหน้า ไห้ร่ำรักเจ้าหล้า พ่างเพี้ยงตัวตาย ฯ

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 176
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6015



Level 63 : Exp 17%
HP: 6.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6694
ได้รับคำชม: 5244


« แต่งต่อ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 05:41:39 pm »

สิ้นสุดอาฆาตพยาบาท จบเรื่องพระลอ

     สรวงแต่งเครื่องศพสู่สรอง จัดการปลงพระศพเสร็จแบ่งเถ้าอังคารกัน
____________________________

โคลง ๒
    o ไห้มิวายมิม้วย    ประดุจจักตายด้วย
ท่านท้าวทุกคน ฯ    
    o จึงมนตรีผู้เถ้า    ดัดดำรงชาวเจ้า
อย่าไห้คิดความ    ก่อนรา ฯ
    o แผ่นดินหวามบรู้    คิดจงหนักทุกผู้
อย่าได้ดูเบา ฯ    
    o เอากันมากราบไหว้    แถลงถี่ถ้อยแด่ไท้
ธิราชเจ้าตนฟัง ฯ    
    o หนหลังเกรงแหล่งหล้า    พระบาทคิดหนหน้า
อยู่เกล้าเสวยกรรม ฯ    
    o คิดผิดแผกแผ่นขว้ำ    ผีก็จักซ้ำด้ำ
แต่ถ้าผลักพลอย ฯ    
    o คิดชอบรอยตอบถ้อย    จงอย่ามีผิดน้อย
หนึ่งไส้เปนผล ฯ    
    o ไว้บัดดลอยู่เกล้า    คิดจงหนักพระเจ้า
แต่งหน้าหนุนหลัง ฯ    

โคลง ๔
    o พระฟังพระขอบข้า    มนตรี
คิดจักไปปลงผี    ลูกแก้ว
เกรงเมืองเกลือกจักมี    คนกล่าว แคลนนา
แหนงจักตายจงแล้ว    อย่าให้คนเห็น ฯ
    o เร่งหาผู้รู้รอบ    ทุกการ
เฉลียวฉลาดไวโวหาร    ถ่องถ้อย
สิบขุนใหญ่อย่านาน    เตรียมแต่ง พลันนา
เงินก็ร้อยทองร้อย    ชั่งให้เอาไป ฯ
    o แก้วเก้าสบสิ่งผ้า    แพรพรรณ
แลสิ่งจงครามครัน    อย่าช้า
ช้างม้าไพร่พลสรร    เอาแต่ เร็วนา
ไปแต่งการเจ้าหล้า    แม่เที้ยรต่างตัว ฯ
    o บรรณาการเจ้าแผ่น    ดินสรอง
กับพระชนนีสอง    พี่น้อง
เขียนสาส์นใส่ลานทอง    เร็วเร่ง ไปนา
สงวนชอบอย่าให้ข้อง    ข่าวร้ายถึงเรา ฯ
    o เสร็จศพจอมราชแล้ว    ขอรับ
พระธาตุสามกษัตริย์กับ    พี่เลี้ยง
สูลาจุ่งคำนับ    ผจงแต่ง มานา
ประกอบถ้อยคำเกลี้ยง    อย่าให้หมองเรา ฯ

ร่าย
    o ธให้เอาแขกไว้ ลาท่านไท้ธิราช ธก็ประสาทรางวัล พลันสำเร็จแล้วไส้ ธก็ให้แต่งทูตข้างนี้บให้ห่าง ไปพ่างทูตข้างนั้นบมิช้า เขาก็ตั้งหน้าไปบมินาน ถึงถวายสาส์นคำนับ แลทรัพย์อันจะแต่งศพ เจ้าพิภพธให้ประกอบ สำหรับชอบทุกประการ ครั้นแล้วงารศพเสร็จ ท้าวธเสด็จถวายพระเพลิง เถกิงการมหิมา เปนมหามหรสพ ตลบดุริยางคดนตรี ตีฆ้องกลองครื้นเครง ละเวงศัพท์แตรสังข์ ประดังเสียงกึกก้อง ท้องธรณีนฤนาท ดุจฟ้าฟาดพสุธา ดุจสาครครรชิต ชวลิตโชติชวาลา ดูเหลือตราเหลือไตร พิศประไพไพโรจน์ ชวยโชติช่วงชัชวาลย์ อเนกนุประการงามล้วน ถ้วนทุกสิ่งโอฬาร ครั้นแล้วการสำเร็จ สมเด็จบพิตรธให้สำรับ ประดับเครื่องอันจะรับธาตุ พระบาทธจึ่งให้แบ่งธาตุ สามกษัตริย์แห่งละกึ่ง ครึ่งไว้หอพระญาติ ธาตุกึ่งให้แขกรับ ธก็ให้ประดับมรรคา รัถยารวดอลงกฎ รจนาไปถึงแดน ให้แห่แหนส่งธาตุ ส่วนพระบาทบุญเหลือกษัตริย์ ให้ประดับรัถยามา รจนารับพระธาตุ ยังรัตนราชธานี บุรีสรวงสะพิศาล ธก็แต่งกุฏาคารปราสาท ผจงไว้ธาตุสามกษัตริย์ ถัดสองข้างซ้ายขวา รจนามนทีรแล้ว ขวาขุนแก้วแลนางรื่น ซ้ายหมื่นขวัญแลนางโรย ท้าวธแต่งโดยใจภักดิ์ มหึมานักพันแพ่ง แต่งอเนกนุประการ ถวายพระทานจอมกษัตริย์ แด่พระรัตนไตรย ไขคลังทานทั่วหล้า ถ้วนหน้ารับแล้วไส้ ธก็ให้ประดิษฐาน อลังการสถูปเจดีย์ สามกษัตรีย์มหิมา ซ้ายขวาสถูปพี่เลี้ยง เพี้ยงจะปือแหล่งหล้า สู่เมืองฟ้าเมืองบน หนสมเด็จพิไชยพิษณุกร ภูธรทำดุจเดียว เทียวส่งสารเสน่หา ให้ไปมาบมิขาด บอกพระราชกำหนด กฎหมายวันอันบรรจุธาตุ สองกษัตริย์ราชแต่งการ ดูพิศาลสองสิมา เปนมโหฬารดิเรก อเนกทานทั่วหล้า ทุกทั่วชนถ้วนหน้า สทื้นเทือนทำบุญ ส่งนา ฯ


โคลง ๔
    o ทุกขุนทุกไพร่ฟ้า    มุลนาย
ทุกทั่วหญิงชายทั้ง    แหล่งหล้า
ทำบุญส่งบุญถวาย    ถึงราช แลนา
สวามิภักดิ์ตั้งหน้า    รุ่งรู้เห็นบุญ ฯ
    o เปนศรีแก่ปากผู้    ผจงฉันท์
คือคู่มาลาสรร    เรียบร้อย
เปนถนิมประดับกรรณ    ทุกเมื่อ
กลกระแจะต้องน้อย    หนึ่งได้แรงใจ ฯ

     
     
    o จบเสร็จมหาราชเจ้า    นิพนธ์
ยอยศพระลอคน    หนึ่งแท้
พี่เลี้ยงอาจเอาตน    ตายก่อน พระนา
ในโลกนี้สุดแล้    เลิศล้ำคุงสวรรค์ ฯ
    o จบเสร็จเยาวราชเจ้า    บรรจง
กลอนกล่าวพระลอยง    ยิ่งผู้
ใครฟังย่อมใหลหลง    ฤๅอิ่ม ฟังนา
ดิเรกแรกรักชู้    เหิ่มแท้รักจริง ฯ




เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก


สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า


กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

servertoday
HOSTING

สามัญชนคนกวี


*

คะแนนกลอน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 9

Level 2 : Exp 50%
HP: 0.2%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 0
ได้รับคำชม: 12

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.3 Firefox 3.6.3


เว็บไซต์ อีเมล์
« แต่งต่อ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2010, 06:20:21 pm »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แล้วก็จะทะยอยอ่านให้หมดครับ  p30

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า


เพิ่มแท๊ก: ลิลิตพระลอ 

แสงความเห็นโดยรวมเกี่ยวกับกวีคลับได้ที่นี่จ้า

เพิ่มแท๊ก: ลิลิตพระลอ 
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
 
advertisements
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.219 วินาที กับ 32 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.032s, 2q)
Google visited last this page เมื่อวานนี้ เวลา 09:16:33 am
Google PageRank Checker