ผู้เขียน หัวข้อ: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล  (อ่าน 1364596 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 19 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2015, 07:43:25 am »

• จันทน์แห้งห่อนกลิ่นได้    ดรธาน
อ้อยหีบชานยังหวาน         โอชอ้อย
ช้างเข้าศึกเสียมสาร          ยกย่าง  งามนา
บัณฑิตแม้นทุกข์ร้อย         เท่ารื้อลืมธรรม ฯ 
 
                    ไม้จันทน์แม้แห้งสนิทแล้ว ก็ยังคงกลิ่นหอมด้วยคุณสมบัติที่มีอยู่   อ้อยที่หีบน้ำหวานออกไปแล้วก็ตามรสหวานก็ยังติดอยู่ชานอ้อย
                    ช้างศึก เมื่อเข้าสู่สนามรบ กิริยาเยื้องย่างมีความสง่างาม  ดุจดังผู้มีปัญญาแม้ตกอยู่ในห้วงมหันตทุกข์ ก็สามารถใช้ธรรมะเข้ามาปลดเปลื้องทุกข์ได้ ฉะนั้น     
                     ...อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา
                    บัณฑิต ย่อมฝึกตน (ขุ.ธ.๒๕/๒๕)
                    แม้ตกอยู่ในห้วงแห่งมหันตทุกข์ ผู้ฝึกฝนตนดีแล้วย่อมรู้หน้าที่และไม่ละทิ้งธรรม...




• แมลงวันแสวงเสพด้วย   ลามก ๑
พาลชาติเสาะสิ่งรก           เรื่องร้าย ๑
ภุมราเห็จเหิรหก              หาบุษ บานา ๒
นักปราชญ์ฤาห่อนหม้าย     หมั่นสู้แสวงธรรมฯ ๓ 

                แมลงวันชอบกินของสกปรกเน่าเหม็น         คนชั่วชอบสร้างแต่เรื่องเดือดร้อนรำคาญ
                 แมลงผึ้งมุ่งแต่แสวงหาเสพเกสรพรรณไม้     ส่วนบุคคลผู้เป็นนักปราชญ์ชอบมุ่งแสวงหาแต่โมกขธรรม.

                 ...บัวขาว ซึ่งเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ
                 บางเหล่ายังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไว้... (๑)
                 บางเหล่า ตั้งอยู่เสมอน้ำ... (๒)
                 บางเหล่า ตั้งขึ้นพ้นน้ำ น้ำไม่ติด... (๓)

                  ...ดูกรราชกุมาร เมื่อตถาคตตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ฉันนั้น...     
                  พระพุทธองค์ทรงเปรียบบุคคลด้วยดอกบัว ๓ เหล่า 'มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์'     

 

• รูปชั่วมักแต่งแกล้ง     เกลาทรง
ใจขลาดมักอาจอง         อวดสู้
น้ำพร่องกละออมคง       กระฉอก ฉานนา
เฉาโฉดโอษฐ์อวดรู้       ว่ารู้ใครเทียม ฯ

                     คนใดรูปร่างหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ มักแต่งตัวแต่งผมแต่งหน้าให้ดูดี   คนขี้ขลาดมักชอบอวดตัวว่ากล้าหาญ
                     หม้อน้ำพร่อง(น้ำไม่เต็ม) น้ำมักกระฉอก(กระเด็น)   ส่วน คนโง่เขลาเบาปัญญา มักอวดคุยโวว่าตนเองเป็นผู้ฉลาด กล้าหาญ รอบรู้   
                     น เว อนตฺถกุสเลน    อตฺถจริยา สุขาวหา
                     หาเปติ อตฺถํ ทุมฺเมโธ   กปิ อารามิโก ยถา.
                     การทำสิ่งใดอย่างไม่ฉลาดในประโยชน์ ก็นำความสุขมาให้ไม่ได้
                     ผู้มีปัญญาทรามย่อมพร่าประโยชน์ ดุจลิงเฝ้าสวนฉะนั้น.
                              (โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๕.




• เว้นวิจารณ์ว่างเว้น     สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง           ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง            เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้           ปราชญ์ได้ฤามี ฯ
                   
                   ไม่ควรพูดจนเกินพอดี ไม่ควรนิ่งเสมอไป
                    เมื่อถึงเวลาก็ควรพูดพอประมาณ ไม่ฟั่นเฝือ
                     นา ติเวลํ ปภาเสยฺย นตุณหี สพฺพทา สิยา
                    อวิกิณฺ มิตํ วาจํ ปตฺเตกาเล อุทีริเย
                               ขุ.ชา.มหา.๒๘/๓๓๘



• รู้ธรรมเทียมเท่าผู้      ทรงไตร
เจนจัดอรรถภายใน        ลึกล้น
กล่าวแก้สิ่งสงสัย          เลอะเลื่อน
รสพระธรรมอั้นอ้น         ว่ารู้ใครชม ฯ

                 เป็นผู้รู้หลักธรรมพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง แต่เมื่อมีใครถามปัญหาธรรม
                 กลับไม่สามารถตอบให้เข้าหลักเหตุผลตามพระบรมพุทโธวาทได้ บุคคลเช่นนี้ ใครเล่าจักสรรเสริญ.
                 ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
                 หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ
                 ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย, มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย
                               พุทธศาสนสุภาษิต



     อย่าเกลือกกลั้วด้วยหมู่คนพาล
• คบคนผู้โฉดเคลิ้ม       อับผล
หญิงเคียดอย่าระคน       ร่วมห้อง
อย่าคบหมู่ทรชน           สอนยาก
บัณฑิตแม้ตกต้อง         โทษสู้สมาคม ฯ
                 
                 คบกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ย่อมไม่ได้รับประโยชน์....ผู้หญิงเจ้าโทสะ อย่านำมาเป็นภรรยา   
                  อย่าคบกับคนพาล เพราะเป็นผู้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี....แต่เหล่าบัณฑิตเป็นผู้มีปัญญา แม้ต้องโทษได้รับความลำบาก ก็ยังเป็นผู้ควรคบหาอยู่นั่นเอง.
                   นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี
                   ผู้คบคนเลว     ย่อมพลอยเลวไปด้วย
                               พุทธศาสนสุภาษิต



• ขุนเขาสูงร้อยโยชน์    คณนา
ขุนปราบด้วยโยธา         ราบได้
จักล้างพยศสา             หัสยาก
ยศศักดิ์ให้เท่าให้          พยศนั้นฤๅหาย ฯ

                ขุนเขานับความสูงได้เป็นร้อยๆ โยชน์ (๔๐๐ เส้นเป็นหนึ่งโยชน์)  ก็ไม่พ้นความสามารถของคนที่จะทลายให้ราบคาบลงมาได้
                 แต่คนพาลสันดานหยาบ จักแก้นิสัยให้รู้ผิดชอบชั่วดีทำได้ยากแสนยาก แม้จะให้ยศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตสักเพียงไร ก็ไม่อาจแก้ไขสันดานชั่วได้.
                 ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย   นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
                 น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย   มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
                 บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น
                 เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม
                               พุทธศาสนสุภาษิต


• อายุถึงร้อยขวบ        เจียรกาล 
ธัมโมชอันโอฬาร          บ่รู้
เด็กน้อยเกิดประมาณ     วันหนึ่ง
เห็นถ่องธรรมยิ่งผู้         แก่ร้อยพรรษา ฯ 

                 บุคคลเกิดมา มีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี แต่ไม่เคยแสวงหาธรรมเพื่อความหลุดพ้น
                   ...เด็กทารกที่เกิดมาเพียงวันเดียวแต่เป็นผู้เข้าถึงธรรม...ดังนี้แล้ว ท่านว่า เด็กทารกนั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าผู้มีอายุยืน ๑๐๐ ปี
                   โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต
                   เอกาหฺ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน
                   ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
                   ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ  มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวประเสริฐกว่า
                               พุทธศาสนสุภาษิต


• รักทรัพย์อย่ายิ่งด้วย   วิชา
สว่างอื่นเท่าสุริยา         ห่อนได้
ไฟใดยิ่งราคา             เพลิงราค ฤๅพ่อ
รักอื่นหมื่นแสนไซร้       อย่าสู้รักธรรม ฯ 

                 ท่านว่า...ให้เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม อย่าประเมินค่าทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ ให้มากยิ่งกว่าทรัพย์ภายใน คือ "วิชา"
                  และให้คลายความกำหนัดยินดีในกามตัณหา เพราะความร้อนแห่งดวงอาทิตย์ ก็ไม่เท่ากับความร้อนแรงแห่งเพลิงราคะ ตัณหา
                   สงฺกปฺปราโค  ปุริสสฺส  กาโม
                   ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน
                               พุทธศาสนสุภาษิต


• มณฑกทำเทียบท้าว    ราชสีห์
แมวว่ากูพยัคฆี             แกว่นกล้า
นกจอกว่าฤทธี             กูยิ่ง ครุฑนา
คนประดาขุกมีข้า          ยิ่งนั้นแสนทวีฯ 

                 มณฑก(กบ) วางท่าดั่งตัวเป็นราชสีห์   ฝ่ายแมวทำทีว่าตัวเป็นเสือร้าย 
                  นกกระจอกก็ว่าข้ามีฤทธิ์เดชยิ่งกว่าพญาครุฑ....คนยากจนเผอิญร่ำรวยไม่มาก ก็คุยว่ามีทรัพย์สมบัติเหลือล้น 
                  "ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงา"
                  หมายความว่า อย่าลืมตน จงเป็นผู้เจียมตน
                               สุภาษิต-คำพังเพย


• แม้นบุญยังอย่าได้  ขวนขวาย
อย่าตื่นตีตนตาย        ก่อนไข้
ลูกพร้าวอยู่ถึงปลาย    สูงสุด ยอดนา
ใครพร่ำน้ำตักให้        หากรู้เต็มเอง ฯ
                 
                  ท่านว่า อย่ากังวลทุกข์ร้อนในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น 
                   .เมื่อยังไม่ถึงเวลาบุญวาสนายังมาไม่ถึง ก็ไม่ต้องไปดิ้นรนไขว่คว้า  หรืออย่าตีตนไปก่อนไข้ ให้ทุกข์ใจไปเปล่าๆ  หากบุญพาวาสนาส่ง เราจักสมปรารถนาเอง
                   เปรียบดังเช่นลูกมะพร้าวอยู่ถึงปลายยอดสูงลิบลิ่ว ถึงเวลาอันควรน้ำในผลก็เต็มของมันเอง ไม่มีตักน้ำไปใส่ในผล
                   สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
                   การสร้างสมความดี (บุญ) นำสุขมาให้
                        พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต)


• สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ        ในตน
กินกัดเนื้อเหล็กจน             กร่อนขร้ำ
บาปเกิดแต่ตนคน              เป็นบาป
บาปย่อมทำโทษซ้ำ            ใส่ผู้บาปเอง ฯ

                  สนิมเหล็กเกิดจากเนื้อเหล็กที่ไม่มีคุณภาพ  ผลกรรมที่ทำให้ใจเศร้าหมอง มีทุกข์เดือดร้อน ก็มาจากผลแห่งกรรมชั่วของผู้ตัวนั้นนั่นเอง
                  ยาทิสํ วปเต พีชํ     ตาทิสํ ลภเต ผลํ
                  กลฺยาณการี กลฺยาณํ     ปาปการี จ ปาปกํ
                  บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
                  ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
                                พุทธศาสนสุภาษิต


• เหมหงส์เลี้ยงชีพด้วย        สาคร
ช้างพึ่งพนาดร             ป่าไม้
ภุมราบุษบากร             ครองร่าง ตนนา
นักปราชญ์เลี้ยงตัวได้     เพื่อด้วยปัญญา ฯ

                 หงส์ยังชีวิตอยู่ได้ด้วยแหล่งน้ำ     ช้างมีป่าดงพงไพรเป็นที่เลี้ยงชีพ
                  แมลงผึ้ง แมลงภู่อยู่ได้ด้วยบุษบากร (ดอกไม้)   บัณฑิตเอาตัวรอดได้เพราะมีปัญญา



• หญิงชั่วชู้ชายรัก       ฤๅคลาด
เห็นบุรุษนักปราชญ์      เกลียดใกล้
แมลงวันย่อมเอาชาติ    อสุภ เน่านา
บ่เสาะกลิ่นดอกไม้       ดุจผึ้งภุมรา ฯ

                  ท่านว่า ผู้หญิงไม่ดี ย่อมชอบเอาผู้ชายไม่ดีมาเป็นคู่ครอง  ไม่อยากเข้าใกล้หรือเหลียวแลบุรุษนักปราชญ์ผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
                  เปรียบดังแมลงวันชอบคลุกคลีกับของเน่าของเหม็น  ตรงข้ามกับหมู่แมลงผึ้งที่ชอบลิ้มรสเกสรอันหอมหวานของหมู่มวลดอกไม้
                  ฉะนั้นแล......คนประเภทเดียวกันถึงจะอยู่ร่วมกันได้!


• มิตรพาลอย่าคบให้    สนิทนัก
พาลใช่มิตรอย่ามัก        กล่าวใกล้
ครั้นคราวเคียดคุมชัก      เอาโทษ ใส่นา
รู้เหตุสิ่งใดไซร้             ส่อสิ้นกลางสนาม ฯ

                  ท่านว่า ให้ระวังการคบคน  คนพาลไม่ใช่มิตรแท้ อย่าไปใกล้ชิดสนิทสนม
                  และเล่าความลับให้ฟัง  ถึงคราวเราเคราะห์ร้าย เขาขุ่นเคืองเรา ก็จะนำเราไปนินทาว่าร้าย
                  ความลับทั้งหลายที่เขาล่วงรู้จะถูกแฉจนหมดสิ้น ..




• หมาใดตัวร้ายขบ      บาทา
อย่าขบตอบต่อหมา      อย่าขึ้ง
ทรชนชาติช่วงทา -      รุณโทษ
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง     ตอบถ้อยถือความ ฯ

                  ท่านว่า หมากัดอย่ากัดตอบ - อย่าลดตัวลงไปต่อสู้หรือต่อปากต่อคำกับคนพาลหรือคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่า.
                  ผู้ใดถูกสุนัขที่มีนิสัยดุร้าย ฝึกฝนยาก ขบกัด จงให้อภัยหมานั้นอย่าไปเคียดแค้นทำร้ายทุบตี
                  เฉกเช่นเดียวกัน ควรให้อภัย อย่าได้โกรธขึ้ง ถือสาหาความกับอสัตบุรุษผู้ไม่มีศีล ที่รังแกเรา..



 
• ลูกสะเดาน้ำผึ้งซาบ   โซมปน
แล้วปลูกปองรสคนธ์     แอบอ้อย
ตราบเท่าออกดอกผล    พวงดก
ขมแห่งสะเดาน้อย        หนึ่งรู้โรยรา ฯ

                 นำลูกสะเดาไปแช่น้ำผึ้งจนรสหวานซึมซาบทั่วผล 
                 นำผลนั้นไปปลูกไว้ในไร่อ้อย ด้วยหวังจะได้รสหวานจากอ้อยอีกทางหนึ่ง
                 กาลเวลาผันผ่าน สะเดาน้อยเติบใหญ่ ออกดอกให้ผล
                 รสขมของลูกสะเดาต้นนี้ ก็หาได้จืดจางไปแต่อย่างใดไม่ 
                 เปรียบเช่น คนพาลปฏิบัติธรรม ย่อมไม่รู้อรรถรู้ธรรม นั่นแล.



  ภาพเขียนโดย ครูเหม เวชกร
• กายเกิดพยาธิโรคร้าย   ยาหาย
แต่พยศยาไป่วาย           ตราบม้วย
ชาติเสือห่อนหายลาย      ลบผ่อง
กล้วยก็กล้วยคงกล้วย      กลับกล้ายฤามี ฯ

               กายมีโรคภัยเบียดเบียนสามารถที่จะรักษาให้หายได้โดยใช้ยารักษาโรค
               แต่พยศ ของผู้มีทิฐิ ดื้อรั้นถือตัว ได้รับการอบรมตราบจนตาย หวังว่าเขาจะเปลี่ยนอุปนิสัย จะหวังได้ยาก
               เสือ ย่อมมีสัญชาตญาณของความองอาจ ดุร้าย แม้ที่สุดจนตัวตายก็ยังคงน่าเกรงขาม
               กล้วย นำพันธุ์ไปปลูกที่ไหนๆ ก็ยังสืบสายพันธุ์เป็นกล้วย  ไม่กลับกลายเป็นกล้ายไปได้แน่นอน. 



• มีอายุอยู่ร้อย            ปีปลาย
ความเกิดและความตาย   ไป่รู้
วันเดียวเด็กหญิงชาย      เห็นเกิด ตายนา
ลูกอ่อนนั่นยิ่งผู้             แก่ร้อยปีปลายฯ

               - บุคคลเกิดมามีอายุอยู่เกือบร้อยปี เป็นผู้ไม่สนใจหลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนา เพื่อดำเนินไปสู่หนทางแห่งความดับทุกข์
                  มัวแต่หลงระเริงในกามสุข ยึดติดในใจด้วยอำนาจกิเลส
               - เด็กทารกที่เกิดมาแม้มีอายุวันเดียว แต่เป็นผู้เข้าถึงกระแสธรรม
                  พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญเด็กนั้นว่า ประเสริฐกว่าคนมีอายุยืนร้อยปี.       
 

• ธิรางค์รู้ธรรมแม้่     มากหลาย
บ่กล่าวให้หญิงชาย     ทั่วรู้
ดุจหญิงสกลกาย       งามเลิศ
อยู่ร่วมเรือนผัวผู้        โหดแท้ขันที ฯ

               * บุคคลผู้รู้แจ้งในพระธรรมอันประเสริฐ แต่มิได้นำความจริงหรือสัจธรรมมาเผยแผ่ให้ผู้อื่นได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอน
                  ความรู้ที่มีอยู่นั้นก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก...เปรียบเช่น หญิงที่มีรูปโฉมงดงามทั่วสรรพางค์กาย
                  ได้อยู่เป็นคู่ครองกับขันทีผู้ปราศจากความรู้สึกทางเพศ...การอยู่ร่วมกัน ย่อมไร้ความสุข.


• เว้นวิจารณ์ว่างเว้น    สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง          ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง-          เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้          ปราชญ์ได้ฤๅมีฯ

               * พาหุสัจจะ ผู้ที่ได้รับการศึกษาที่ดี จากการศึกษา ๔ แบบ
                  ได้แก่ ศึกษาด้วยการพิจารณา การฟัง การสอบถาม และจดจำบันทึกไว้ 
                  จักได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ หรือ บัณฑิต
                  หากปราศจากคุณธรรม ๔ ประการนี้แล้ว บุคคลนั้นไม่สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์


 


ขอบคุณที่มาจาก http://www.sookjai.com/index.php?PHPSESSID=0ndlrkotd42vie8b4mt90jrm03&topic=64593.msg117765#msg117765

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 110 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2015, 03:24:51 pm »
คำสอนในโคลงโลกนิติ
   
    สอนให้ทำความดี
    โคลงโลกนิติสอนให้รู้จักความดีความชั่ว การที่เราได้รับผลอย่างไรย่อมมีเหตุจากการกระทำของเราทั้งสิ้น ผู้ทำดีย่อมได้รับผลดีตอบแทน ส่วนผู้ทำชั่ว ผลที่เกิดจากการทำชั่วนั้น ย่อมกัดกร่อนใจซึ่งเปรียบได้กับสนิมกัดกร่อนเนื้อเหล็กให้ผุพังไป ดังที่ว่า

                                                            สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ        ในตน
                                                        กินกัดเนื้อเหล็กจน                กร่อนขร้ำ
                                                        บาปเกิดแต่ตนคน                 เป็นบาป
                                                        บาปย่อมทำโทษซ้ำ              ใส่ผู้บาปเอง


    โคลงโลกนิติกล่าวถึงความดีความชั่วไว้ในอีกบทหนึ่งว่า วัวควายนั้น เมื่อสิ้นชีพแล้วยังมีเขาและหนังที่เป็นประโยชน์ ส่วนคนเราเมื่อสิ้นชีวิต คงเหลือแต่เกียรติยศชื่อเสียงและความดีความชั่วให้คนได้จดจำไว้เท่านั้น ดังที่ว่า

                                                                โคควายวายชีพได้        เขาหนัง
                                                            เป็นสิ่งเป็นอันยัง               อยู่ไซร้
                                                            คนเด็ดดับสูญสัง-              ขารร่าง
                                                            เป็นชื่อเป็นเสียงได้            แต่ร้ายกับดี


    สอนให้รู้จักประมาณตน
      โคลงโลกนิติสอนให้รู้จักประเมินความสามารถและประมาณกำลังของตน นับเป็นคำสอนที่สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดังคำสอนที่ใช้แนวเทียบกับนกตัวน้อยที่หากินตามกำลังของตนและทำรังแต่พอตัว
               
                                                                    นกน้อยขนน้อยแต่        พอตัว
                                                                รังแต่งจุเมียผัว                  อยู่ได้
                                                                มักใหญ่ย่อมคนหวัว           ไพเพิด
                                                                ทำแต่พอตัวไซร้                อย่าให้คนหยัน


    สอนให้รู้จักพิจารณาคนและรู้จักคบเพื่อน
    โคลงโลกนิติสอนให้รู้จักพิจารณาเลือกคบคน โดยกล่าวเปรียบเทียบว่า ก้านบัว สามารถบอกความตื้นลึกของน้ำได้ฉันใด กิริยามารยาทของคนก็สามารถบ่งบอกถึงการอบรมเลี้ยงดูได้ฉันนั้น คำพูดก็สามารถบ่งบอกให้รู้ว่าคนนั้นพูดฉลาดหรือพูดโง่ เช่นเกียวกับหย่อมหญ้าที่เหี่ยวแห้งย่อมบอกให้รู้ว่าดินในบริเวณนั้นไม่ดี ดังที่ว่า
                       
                                                                    ก้านบัวบอกลึกตื้น        ชลธาร
                                                                มารยาทส่อสันดาน          ชาติเชื้อ
                                                                โฉดฉลาดเพราะคำขาน   ควรทราบ
                                                                 หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ  บอกร้านแสลงดิน


    อีกบทหนึ่งจะกล่าวเปรียบเทียบจิตใจของคนกับความลึกของมหาสมุทรที่แม้จะลึกเพียงใดก็อาจจะใช้เครื่องมือวัดได้ หรือภูเขาแม้จะสูงเพียงใดก็อาจใช้เครื่องมือวัดความสูงได้เช่นกัน แต่จิตใจคนนั้นวัดความรู้สึกจริงแท้ได้ยาก ดังที่ว่า
           
                                                                    พระสมุทรสุดลึกล้น       คณนา                                                                   
                                                                สายดิ่งทอดทิ้งมา              หยั่งได้
                                                                เขาสูงอาจวัดวา                 กำหนด
                                                                จิตมนุษย์นี้ไซร้                   ยากแท้หยั่งถึง


    อีกบทหนึ่งสอนให้อยู่ห่างไกลจากคนชั่ว เพราะหากคบคนชั่วเป็นมิตร เมื่อถึงเวลาผิดใจกันเขาก็อาจกล่าวโทษแก่เราได้ ดังที่ว่า

                                                                        มิตรพาลอย่าคบให้        สนิทนัก
                                                                    พาลใช่มิตรอย่ามัก            กล่าวใกล้
                                                                    ครั้นครามเคียดคุมชัก        เอาโทษ ใส่นา
                                                                    รู้เหตุสิ่งใดไซร้                  ส่อสิ้นกลางสนาม


    สอนไม่ให้ทำตามอย่างผู้อื่น
    เมื่อเห็นผู้อื่นมั่งมีกว่าก็ไม่ควรโลภ ไม่ควรอยากมีอยากได้ตามคนอื่น แม้จะยากจนก็ให้หมั่นทำมาหากิน อย่าเกียจคร้านและท้อแท้ ให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ดังที่ว่า

                                                                        เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม         ใจตาม
                                                                    เรายากหากใจงาม                 อย่าคร้าน
                                                                    อุตสาห์พยายาม                    การกิจ
                                                                    เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน        อย่าท้อทำกิน


    สอนให้มีความกตัญญู
    โคลงโลกนิติสอนให้ระลึกถึงพระคุณบิดามารดาและครู โดยกล่าวเปรียบว่าพระคุณของมารดานั้นยิ่งใหญ่เปรียบได้กับแผ่นดิน พระคุณของบิดาเล่าก็กว้างขวางเปรียบได้กับอากาศ พระคุณของพี่นั้นสูงเท่ากับยอดเขาพระสุเมรุ และพระคุณของครูบาอาจารย์ก็ล้ำลึกเปรียบได้กับน้ำในแม่น้ำทั้งหลาย ดังที่ว่า

                                                                        คุณแม่หนักหนาเพี้ยง          พสุธา
                                                                     คุณบิดรดุจอา-                       กาศกว้าง
                                                                     คุณพี่พ่างศิขรา                      เมรุมาศ
                                                                     คุณพระอาจารย์อ้าง               อาจสู้สาคร


    สอนให้เป็นคนมีวาจาอ่อนหวาน
    คนที่พูดจาสุภาพไพเราะย่อมมีเพื่อนมาก เปรียบได้กับดวงจันทร์ที่มีดาวจำนวนมากรายล้อมประดับ ต่างกับคนพูดจากระด้างหยาบคาย ทำให้มีไม่ใครปรารถนาจะคบหรือสมาคมด้วย เปรียบได้กับดวงอาทิตย์แสงร้อนแรงที่บดบังแสงของดาวดวงอื่น ดังที่ว่า

                                                                        อ่อนหวานมานมิตรล้น        เหลือหลาย
                                                                    หยาบบ่มีเกลอกราย                เกลื่อนใกล้
                                                                    ดุจดวงศศิฉาย                        ดาวดาษ ประดับนา
                                                                    สุริยาส่องดาราไร้                    เพื่อร้อนแรงแสง



ที่มาจาก https://sites.google.com/site/kholnglokniti/kholng-lok/kha-sxn-ni-kholng-lok-niti

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN