ผู้เขียน หัวข้อ: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล  (อ่าน 1399897 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 17 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ น้ำค้างบนพื้นทราย

  • หลงรูปจูบเงามัวเมาความงาม ไม่อาจจะข้ามกองทุกข์ไปได้
  • ผู้ดูแลระบบ

  • *
  • กระทู้: 1,169
  • กดถูกใจ: 1 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 98
Re: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:23:39 pm »

๏ ขว้างพิษบ่คว่างพ้น พันแขน ตนนา
ไปสบพบรังแตน แหย่เย้า
ร่ายมนตร์ปลุกเสือแสน องอาจ
ไม้ซั่นรันสิ่งเหน้า แน่ต้องตนเอง ฯ



๏ ลูกเมียเหมือนผ้าโอ่ อัตรา
ขาดฉีกชั่วแล้วหา ใหม่ได้
พี่น้องเฉกเช่นขา แขนติด ตนแฮ
ขาดประจาคจักให้ ต่อเข้าฤๅคืน ฯ



๏ มีบุตรบ่ได้ดั่ง ตีนมือ
คุณแห่งไม้เท้าถือ เลิศแท้
ทางเมื้อเผื่อพบคือ สิงห์สัตว์ ก็ดี
ไม้ประเสริฐเลิศแล้ อาจคุ้มกันภัย ฯ



๏ ธรรมดาผลม่วงไม้ ตระการ
เมื่ออ่อนรสเผือดพาน ยากเคี้ยว
ครั้นสุกรสสวายหวาน เอมโอช
หมากม่วงนั้นฤๅเปรี้ยว เปรียบด้วยหมากขาม ฯ



๏ บุรุษสุดไร้รัก เมียงาม ชอบฤๅ
ไร้เพื่อนไปไกลคาม เขตบ้าน
มือเปล่าสู่สงคราม ยงยุทธ ไฉนนา
รู้ไป่ทันแก่ก้าน กล่าวถ้อยกลางสนาม ฯ



๏ โยธาทิ้งศาสตร์สู้ สงคราม ชอบฤๅ
ปราชญ์มละมภีร์ความ อย่าพร้อง
เดินหนเพื่อนบ่ตาม อย่าไต่ ทางแฮ
พาณิชเสียพวกพ้อง ต่างด้าวเดินไฉน ฯ


๏ รักเจ้าจงรักให้ เป็นยุติ- ธรรมนา
ท่านเคียดอย่าควรประทุษฐ์ เท่าเผ้า
จงมีภักดีดุจ โสนัข นั้นนา
มันบ่จืดจากเจ้า จิตนั้นคงตรง ฯ


๏ อาสาเจ้าต่อต้าน ตัวตาย
ขันรับอาสานาย หย่อนนั้น
อาสาศึกแม่ยาย อย่าย่อ ท้อนา
สามสิ่งแท้ถือหมั้น ชั่วฟ้าดินชม ฯ



๏ อาสาศึกสู้ไป่ เสร็จงาน
คนจักตายเอาอาน ปิดไว้
จึงนับว่าเป็นทหาร หายาก
ฉลองพระคุณเจ้าให้ ท่านเลี้ยงบำรุง ฯ



๏ เจ้านายใช้ชุบเลี้ยง คนขาม
สินทรัพย์เมียมิ่งงาม ง่ายได้
บ่าวไพร่พรั่งพรูตาม ไหลหลั่ง มานา
สมบัติบุญส่งให้ แปลกหน้าตาเดิม ฯ



๏ หมั่นลอดสอดสืบถ้อย เวรี
ไป่ชอบท่าทำดี นิ่งไว้
คาบใดชอบเชิงที หาญหัก
ต่อยดั่งต่อยหม้อให้ แตกด้วยศิลา ฯ



๏ ยศศักดิ์จักเกิดด้วย บุญทำ
ภัยเกิดเพื่อผลกรรม ก่อนให้
ติเตียนแลจองจำ กรรมก่อน เองนา
ใครจักเว้นแวะได้ ทั่วท้องโลกา ฯ



๏ กฤตยามนตร์เคราะห์ให้ เห็นผล
ทำสิ่งใดลุดล สิ่งนั้น
ครั้นบุญแห่งบุคคล จักถ่อย แล้วนา
มนตร์กฤตยานั้นซั้น เสื่อมสิ้นทุกวัน ฯ



๏ เชื้อไพร่บุญปลูกขึ้น เป็นนาย
พาลบุตรรู้มลักหลาย เลิศผู้
โหดไร้พร่ำขวนขวาย ทรัพย์มั่ง มีแฮ
สามเหล่านี้พึงรู้ อย่าได้ดูเบา ฯ



๏ ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแร้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดิน ฯ



๏ ทรัพย์มากหากถ่อยแท้ วาจา
ชนไป่ชอบหูตา ติดต้อง
น้อยทรัพย์อับยศถา ทรามรูป
แต่เพราะถ้อยคำพร้อง เพริศสิ้นทั้งมวล ฯ



๏ มีสินทรัพย์น้อยหลั่ง ไหลริน
คือบ่อน้อยนรกิน อาบได้
ทรัพย์มากหมู่ทมิฬ มีมั่ง ก็ดี
คือสมุทรฤๅให้ ท่วยอ้างอาศัย ฯ



๏ แม้โฉมเฉิดเฉกให้ เทพา
อีกอิสริยยศถา กอปรด้วย
บุรุษถ่อยทุษฐวา- จาพากย์
นับว่าผู้นั้นม้วย หมดสิ้นสิ่งงาม ฯ



๏ แม้ตนตัวเล็กเพี้ยง ผุยผง
ไกลนับโยชน์ดอนดง อยู่นั้น
คั่งคับทรัพย์สินพงศ์ พันธุ์ถ่อย ก็ดี
สุดขอบฟ้าเขียวขั้น ทั่วแท้เล็งเห็น ฯ



๏ แม้ตนโตเติบเพี้ยง เขาเขิน
สูงเจ็ดลำตาลเกิน กึ่งฟ้า
ไร้ทรัพย์ดับเผอิญ แลเล็ก ลงแฮ
ดั่งปลวกเตี้ยต่ำช้า ชวดผู้เล็งเห็น ฯ



๏ ตนน้อยแลใฝ่ให้ เกินศักดิ์
ว่าตระกูลใหญ่นัก แทบไท้
คือแมลงเม่ามันมัก บินวู่- วามนา
โถมถาบฉาบเพลิงไหม้ มอดม้วยตัวเอง ฯ



๏ ดักขลาแล้วไป่ขึ้น คอยขลา
เบ็ดบ่เกี่ยวเหยื่อรา ล่อไว้
ไปสอดสบเสือมา หมายก่ง ได้ฤๅ
ปลาต่อผุดโพล่งใกล้ เกี่ยวทิ้งฤๅทัน ฯ



๏ อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม
สูงสุดมือมักตรอม อกไข้
เด็ดแต่ดอกพยอม ยามยาก ชมนา
สูงก็สอยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง ฯ



๏ เจียมใดจะเท่าด้วย เจียมตัว
รู้เท่าท่านทำกลัว ซ่อนไว้
อย่ามึนมืดเมามัว โมหะ
สูงนักมักเหมือนไม้ หักด้วยลมแรง ฯ



๏ ถึงจนทนสู้กัด กินเกลือ
อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง
อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเอง ฯ



๏ ไกรสรแสบท้องแทบ เสียชีวิตแฮ
บ่ภักษ์ผลไม้มี ป่ากว้าง
ไกรสรซูบอินทรีย์ สมเพช ก็ดี
บ่ภักษ์รสเนื้อช้าง ดั่งนี้ธรรมดา ฯ



๏ ใบบัวฝนตกน้ำ ขาดขัง
ลูกข่างวางบนหลัง มิ่งม้า
เสาหลักปักอยู่ยัง กองแกลบ นาพ่อ
คนบ่แม่นถ้อยอ้า พูดแล้วโอนเอน ฯ



๏ กล่าวภัยในน้ำแก่ มังกร
แสดงพิลึกดงดอน อวดช้าง
เอาพร้าวใส่เรือคอน ขายพวก สวนแฮ
ยกศัพท์แปลอรรถอ้าง อวดผู้เพียรเรียน ฯ



๏ เอาน้ำขู่จระเข้ ขันเหลือ
เอาป่าไปข่มเสือ ขู่คู้
เอาหมากแล่นลงเรือ ไปจ่าย สวนแฮ
เอากาพย์โคลงกระทู้ เที่ยวอ้างอวดกระวี ฯ



๏ กล่าวจริงบ่พริ้งเพราะ โสดสดับ
เอาเท็จปนคนนับ เนตรหน้า
ไม้เหลี่ยมเยี่ยงอย่างกลับ ตัวยาก
กลมกล่อมสิบอ้อมอ้า อาจกลิ้งพลันทัน ฯ



๏ ท่ามกลางกล่าวถ้อยแต่ พอควร
เห็นท่านสรวลอย่าสรวล ตอบเต้า
ใช้คำแต่น้ำนวล นฤโทษ
เห็นท่านเศร้าทำเศร้า โศกหน้าตาตาม ฯ



๏ เล่าเดื่อมีดอกให้ พึงฟัง
เล่าว่ากาขาวยัง เชื่อได้
ริ้นเทียมเท่าเขาหวัง ฟังเถิด นะพ่อ
เล่าว่าหญิงจริงไซร้ อย่าได้ควรฟัง ฯ



๏ อย่าขุดขอดท่านด้วย วาจา
อย่าถากท่านด้วยตา ติค้อน
ฟังคำกล่าวมฤษา โสตหนึ่ง นะพ่อ
หยิบบ่ศัพท์กลับย้อน โทษให้กับตน ฯ



๏ อย่าชักน้ำน่านเข้า คลองคู
อย่าแนะเศิกศัตรู สู่เหย้า
ไฟในอย่าเชิดชู นำออก
ไฟนอกอย่านำเข้า หม่นไหม้มัวหมอง ฯ



๏ โลภทรัพย์ครองห่อนได้ โดยถวิล
คนมักมังสากิน บาปสู้
มักเมาเล่าฤๅยิน ดีสัจ ศีลนา
คนมักมากเล่นชู้ ห่อนรู้กลัวอาย ฯ



๏ เกิดตระกูลมูนมากทั้ง เงินทอง
ทรัพย์ท่านนึกตรึกปอง ใคร่ได้
ทรัพย์ตนไป่ครอบครอง แจกจ่าย เสียแฮ
จักฉิบหายวายไร้ เร่งไร้เร็วพลัน ฯ



๏ ขันขนขุยฆ่าไม้ หนามมี
คิดพ่างผลกทลี ฆ่ากล้วย
ลูกม้าฆ่าชนนี ลาเกิด ตนนา
ลาภฆ่าคนโลภม้วย ดุจไม้มีหนาม ฯ



๏ เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา
นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน
สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ
บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย ฯ



๏ กาน้ำดำดิ่งด้น เอาปลา
กาบกคิดใคร่หา เสพบ้าง
ลองดำส่ำมัจฉา ชลชาติ
สวะปะคอค้าง ครึ่งน้ำจำตาย ฯ



๏ หยกหยกนกได้ไม่ พอแกง
กินบ่เกิดเป็นแรง เรี่ยวได้
หง่อยหง่อยค่อยจัดแจง ตามติด ไปนา
พร้าเหน็บเก็บได้ใช้ เชือดชิ้นกินพอ ฯ



๏ คนมีมักเหี่ยวแห้ง หวงแหน
กินอยู่สู้ขาดแคลน พร่องท้อง
คนกากยากไร้แกน โกยกอบ กินแฮ
เป็นวิบัติขัดข้อง คิดแล้วหลากเหลือ ฯ



๏ ไม้ตรงคดชอบใช้ โดยปอง
เศษเล็กเลื่อยเขียงรอง ตั่งได้
โดยต่ำแต่สะเก็ดกอง สุมใส่ เพลิงนา
กายบ่ต้องการใช้ ชั่วแท้ ถมดิน ฯ



๏ รูปชายหญิงทั่วท้อง ธาตรี
เป็นภักษ์แก่เดือนปี สุดสิ้น
อัฐิถมทั่วปถพี รายเรี่ย
ประเทศเท่าปีกริ้น ร่างพ้นฤๅมี ฯ



๏ เวฬุลัดหน่อขึ้น ลำหลาย
สาหัสตัดแทงปลาย หน่อน้อย
ลำใหญ่รุ่นรอนราย ฤๅว่าง เว้นแฮ
ดั่งแก่หนุ่มเด็กจ้อย จักพ้นตายไฉน ฯ



๏ โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้
คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง
เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี ฯ



๏ ร่างกายมนุษย์นี้ไป่ เป็นการ
คำกล่าวเป็นแก่นสาร เลิศแล้ว
เลื่องฦๅชื่อเชิดนาน ดีชั่ว
โอ้ร่างตายแล้วแคล้ว คลาดสิ้นเสร็จศูนย์ ฯ



๏ ฝนแล้งรุกขชาติเศร้า โศกสลด
ฝนชุ่มเชยใบสด ส่างเศร้า
ไม้ล้มเพื่อลมกรด ตรงฟัด
ตายแต่ยังหนุ่มเหน้า แน่แท้กรรมหลัง ฯ



๏ พฤกษ์ใดสล้างลูก เหลือหลาย
ฝูงวิหคกลุ้มกราย แกล่ใกล้
ยามผลหล่นกระจาย กำจัด
นกบ่มาจับไม้ ที่ต้นสักตัว ฯ



๏ นกเพลินพึ่งพุ่มไม้ ใบบัง
ปลาย่อมยินดียัง น่านกว้าง
จระเข้คิดแสวงวัง เย็นชื่น
น้ำจิตคนบ่ร้าง ร่มเกล้าโพธิ์ทอง ฯ



๏ หนูครวญใคร่พ้นจั่น จำไกล
นกก็เหนื่อยหน่ายใจ จากแร้ว
มัจฉาชาติกลัวภัย เพียรหน่าย แหแฮ
คนผิดคิดใคร่แคล้ว คลาดพ้นเขาขัง ฯ



๏ พฤกษ์ผลต้นดกเบื้อง ปลายวาย
อ้อยกัดต้นสืบปลาย สุดพ้น
การกิจคิดสบาย ภายภาค หน้านา
ดั่งกัดปลายสืบต้น รสอ้อยเอมใจ ฯ

ออฟไลน์ น้ำค้างบนพื้นทราย

  • หลงรูปจูบเงามัวเมาความงาม ไม่อาจจะข้ามกองทุกข์ไปได้
  • ผู้ดูแลระบบ

  • *
  • กระทู้: 1,169
  • กดถูกใจ: 1 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 98
Re: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:24:27 pm »

๏ ป่าป่งดงไซร้ใคร่ ยินดี
บ้านถิ่นทิ้งทอดหนี เริดร้าง
สัตว์ไพร่ใคร่เปรมปรีด์ นคเรศ
เป็นพิกลยลอ้าง ดั่งนี้ดูฉงน ฯ



๏ มีศิลปศาสตร์รู้ ใดใด ก็ดี
บุญบ่ทำไว้ใน ชาติกี้
ได้สมสิ่งพึงใจ จักเสพ
สมบัติย่อมหลีกลี้ เพิ่มผู้มีบุญ ฯ



๏ ด วงเดือนดาวบ่ห้อม เห็นงาม ฤๅพ่อ
หงส์บ่มีหมู่ตาม แวดล้อม
สาครขาดคลื่นทราม โสภาคย์
ราชจากขุนหอกห้อม แห่แล้วฤๅงาม ฯ



๏ ฤๅษีโสภาคย์ด้วย ซูบทรง
สัตว์สี่เท้างามยง ใหญ่อ้วน
บุรุษรอบรู้คง งามเพื่อ รู้แฮ
หญิงจักงามล้นล้วน เลิศด้วยสามี ฯ



๏ สูงสารสี่เท้าย่าง เหยียบยัน
บางคาบเชี่ยวไปพลัน พลวกพลั้ง
นักรู้ร่ำเรียนธรรม์ ถึงมาก ก็ดี
กล่าวดั่งน้ำผลั้งผลั้ง พลาดถ้อยทางความ ฯ



๏ เรือนเหย้าตนอยู่นั้น อย่าหมอง
เรือนชะตาแผ่นทอง วาดไว้
เรือนผมอย่ายุ่งหยอง หวีหย่ง ไว้นา
สามประการนี้ให้ หมั่นสู้สงวนงาม ฯ



๏ ฆ่าควายหมายแล่ล้ม ตัวแพง
กลัวแต่เสียเครื่องแกง ห่อนได้
เฉกเช่นจักจัดแจง การใหญ่ เหย้าแฮ
เกรงแต่มักหมดไม้ ห่อนได้เรือนงาม ฯ



๏ ไปเรือนท่านไซร้อย่า เนานาน
พูดแต่พอควรการ กลับเหย้า
ริร่ำเรียนการงาน เรือนอาต- มานา
ยากเท่ายากอย่าเศร้า เสื่อมสิ้นความเพียร ฯ



๏ สิกขาบทยิ่งล้ำ คัมภีร์
เป็นพิษแก่อลัชชี โฉดแท้
คุณธรรม์สิ่งสรรพ์ดี ในโลก
เป็นพิษแก่พาลแล้ ห่อนได้สดับจำ ฯ



๏ เชียรโรคเป็นพิษด้วย อาหาร
หญิงดรุณอันธพาล หนุ่มเหน้า
เป็นพิษแก่พฤฒิการ บุรุษ
ฤๅกล่อมกลมกันเข้า ดุจน้ำกับเปรียง ฯ



๏ อาหารเป็นที่ตั้ง เกิดแรง
ปลูกพืชผักฟักแฟง พึ่งน้ำ
แว่นกล้องส่องสำแดง อาโลก
แม่ย่อมเป็นที่ล้ำ เลิศเลี้ยงบุตรตน ฯ



๏ อาหารเยียหยิบให้ กากิน ก่อนนา
ดีบ่ดีดาลถวิล ลอบรู้
ครั้งแผ่นภพภูมินทร์ ยินโศลก สารนา
แบ่งกึ่งเมืองให้ผู้ กล่าวเกลี้ยงบูชา ฯ



๏ ล่อปลาเหยื่อชอบน้ำ- ใจปลา
ล่อท่วยโรคด้วยยา ยื่นให้
ล่อคชพวกพังพา เดินปก ไปแฮ
ล่อชาติเชื้อไพร่ได้ แต่ด้วยของกิน ฯ



๏ มีม้าบ่ขี้ให้ อาจิณ พยศแฮ
ปืนไป่ยิงมลทิน ท่วมกล้อง
ข้าไทบ่ใช้ชิน มันมัก หน่ายนา
เมียไม่หมั่นร่วมห้อง มักร้ายราคี ฯ



๏ มีเรือรั่ววิดน้ำ ฤๅวาย
มีเจ่งตาบอดพลาย ก่อมก้อ
มีโคกระบือควาย ปละเปลี่ยว
มีแต่เกวียนขาดล้อ ลากใช้ปางใด ฯ



๏ สารซับมันร้ายขี่ ขาดขอ
โคกระบือขาดปอ ป่านร้อย
เรือค้าขาดสมอ จักทอด ไฉนนา
ข้าทาสขาดนายน้อย- หนึ่งปล้อนไปมา ฯ



๏ แคะไค้ไปแค่นค้น ตีนงู
แขวะควักดีที่หนู ยากได้
ริและแกะก้ามปู หาเลือด
แสวงสัตย์ยามยุทธ์ไซร้ สี่นี้สุดแสวง ฯ



๏ จักเจียนจอมปลวกเตี้ย เติมภู- เขาแฮ
ดีแต่แล่เนื้อหนู เพิ่มช้าง
เบียนเบียดเจียดพิษงู เพิ่มพิษ นาคา
อุตริรองน้ำค้าง ใส่น้ำสาคร ฯ



๏ จนไก่ใช้เป็ดแข้น ขันขาน
นอกรีตมีดแทนขวาน ถากไม้
เคี้ยวอ้อต่างอ้อยหวาน เป็นรส ฤๅพ่อ
ขาดขัดดอกไม้ใช้ ดอกหญ้ายามจน ฯ



๏ น้ำอ้อยหรือจักป้อง ปากมด
เกลียงอ่อนห่อนโคลด ละไว้
นารีรูปช้อยชด แซะเฉียด ชายนา
ใครจะนิ่งดูได้ ห่อนเว้น ตัวตน ฯ



๏ โคแก่กัดหญ้าอ่อน กินใบ อ่อนนา
แม่หญิงยินดีใน หนุ่มน้อย
ฟันหักมักพึงใจ ของอ่อน
บุรุษอายุร้อย รักชู้เมียสาว ฯ



๏ นารีหรืออิ่มเล้า โลมชาย
อรรณพนิจฤๅวาย อิ่มน้ำ
ของทิพย์เทพห่อนหาย เอมอิ่ม
มนุษยสมบัติล้ำ เลิศท้าวใดลืม ฯ



๏ เรือแพพึงขี่ข้าม คงคา
ยาหยูกย่อมรักษา โรคไข้
อาวุธเหตุให้ปรา- กฏแก่ ศึกแฮ
มนตร์เวทวิเศษไซร้ ร่ายรู้ฤๅลืม ฯ



๏ ลำลาดดาษด้วยเหล่า บุษบง- กชแฮ
แดนวนาดอนดง ตื่นไม้
หญิงอยู่สงัดคง เป็นเหตุ
สามประการกล่าวไว้ เที่ยงแท้ธรรมดา ฯ



๏ พราหมณ์พฤฒิเกลียดน้ำย่อม เสียกิจ
เมืองหวั่นปัจจามิตร แกว่นแกล้ว
ชายใดมักให้สิทธิ์ แก่แม่ เรือนนา
สามประการนี้แคล้ว คลาดผู้สรรเสริญ ฯ



๏ ตื่นนอนหน้าชื่นช้อย บัวบาน
คำกล่าวฉ่ำเฉื่อยหวาน เพราะพร้อง
เมื่อจักสั่งการงาน ดุจโกรธ
สามประการนี้ต้อง ที่ไท้ชุบชู ฯ



๏ หวั่นหวั่นว่าวอยู่ใกล้ ลมกวน
ผมกับหวียียวน หย่งเกล้า
วัดชีชิดบ้านชวน ชีบาป
สามประการนี้เย้า ยั่วแท้ธรรมเนียม ฯ



๏ ชาวชเลฉลาดแล่นใช้ นาวา
ชำนิชำนาญปลา ว่ายน้ำ
ชาวดอนขี่ม้าขา เคยควบ กันแฮ
เรือดั่งลมพัดล้ำ ไล่เนื้อทันแทง ฯ



๏ แผ่นดินติณชาติไว้ ฤๅมี
มีพฤกษ์มีปักษี จับไม้
น้ำมีหมู่ปลาลี- ลาหลีก ฤาพ่อ
มีทาสมีเข้าให้ เพื่อด้วยแรงมัน ฯ



๏ ไป่ถอยทวนส่องไซร้ สุริยา
ไป่ถดถอยเจรจา ลั่นแล้ว
ไป่คืนอีกคืออา- ยุล่วง
ไป่กลับคืนชีพแคล้ว รอดปิ้มปางตาย ฯ



๏ บางคาบภาณุมาศขึ้น ทางลง ก็ดี
บางคาบเมรุบ่ตรง อ่อนแอ้
ไฟยมดับเย็นบง- กชงอก ผานา
ยืนสัตย์สาธุชนแท้ ห่อนเพี้ยนสักปาง ฯ


๏ ยอข้ายอเมื่อแล้ว การกิจ
ยอยกครูยอสนิท ซึ่งหน้า
ยอญาติประยูรมิตร เมื่อลับ หลังแฮ
คนหยิ่งแบกยศบ้า อย่ายั้งยอควร ฯ



๏ กลยอกันยากล้ำ เหลือใจ
ยอค่อยหย่อยยอใคร ห่อนรู้
ยอย่อมเกิดลาภใน ตนอาต- มานา
ชอบเนตรชอบหน้าผู้ เพื่อรู้ยอคน ฯ



๏ จักเข้าหาบ้ายศ ยอตาม
คนโลภคำนัลงาม จ่ายแท้
คนมักนักเลงกาม การเสน่ห์ ยอนา
เข้าสู่หมู่ปราชญ์แปล้ ชอบถ้อยทางธรรม ฯ



๏ คนใดใจหมั้นเล่ห์ เหล็กจาร
จำจดสิ่งสามาญ มั่นไซร้
อุตส่าห์พยาบาล บ่ละ ลืมนา
จักเสร็จสมประโยชน์ได้ ที่แท้โดยเพียร ฯ



๏ หัวล้านไป่รู้มัก มองกระจก
ผอมฝิ่นไป่อยากยก ถอดเสื้อ
นมยานไป่เปิดอก ออกที่ ประชุมนา
คนบาปไป่เอื้อเฟื้อ สดับถ้อยคำกวี ฯ



๏ ใครใดและอยู่เหย้า เคหฐาน
เว้นสุภาษิตสาร สวัสดิ์ล้ำ
เจรจาบ่เป็นการ ศูนย์เปล่า
คือดั่งปากเว้นกล้ำ แกล่เหมี้ยงหมากพลู ฯ



๏ เรือนใดย่ำค่ำเช้า สนธยา
ปราศจากไฟชวาลา มืดกลุ้ม
เรือนนั้นดั่งมรณา นฤชีพ
อันตรายจักหุ้ม ห่อนได้จำเริญ ฯ



๏ เทศใดดอยไร้รวด อรัญ
เห็นแต่จอมปลวกอัน หนึ่งน้อย
ดุจเมืองไม่มีธรรม์ นักปราชญ์
ชมชื่นแต่แปลร้อย ว่ารู้สุดสูง ฯ



๏ เป็นคนคิดแล้วจึ่ง เจรจา
อย่ามลนหลับตา แต่ได้
เลือกสรรหมั่นปัญญา ตรองตรึก
สติริรอบให้ ถูกแล้วจึงทำ ฯ



๏ เป็นคนควรคิดกั้ง กันภัย
ทรัพย์มากหมั่นระไว แวดล้อม
เคลิ้มคลับหลับลืมไหล เป็นเหตุ
รั้วมั่นกั้นห้องห้อม ห่อแก้วเงินทอง ฯ



๏ น้อยทรัพย์อย่าก่อล้อ เลียนความ
ให้นี่อย่าต่อตาม ตอบเต้า
ผู้ใหญ่ย่อมเกรงขาม คารวะ
รู้ประจบโลมเล้า เลือกใช้โดยควร ฯ



๏ เข้าเถื่อนอย่าหมิ่นพร้า มีไป
เข้าศึกอย่านอนใจ เฉื่อยช้า
อาวุธอย่าวางไกล ขุกค่ำ คืนแฮ
นอนแต่ยามหนึ่งอ้า อาจป้องภัยพาล ฯ



๏ ดำชลเชือกยุดหมั้น อย่าคลาย
คุณพระมั่นไม่ตาย ต่อสู้
ลูกขุนมั่นกฎหมาย เป็นแบบ
สินทรัพย์ให้ท่านกู้ ยึดหมั้นเป็นกรม ฯ


๏ ดินฝั่งแยกอย่าได้ ยาเยียว
ลมจัดประหยัดเลียว แล่นบ้าง
ไฟแรงแล่งน้ำเดียว ฤๅรด ? ด ับนา
น้ำแก่งแรงเชี่ยวคว้าง อย่ารั้งเรือขวาง ฯ



๏ เสน่หาอย่าปล่อยสิ้น สุดสัจ
ยั้งยั้งฟังรหัส จึ่งพร้อง
คนนิ่งจึ่งเอาอรรถ อันลับ แสดงนา
คนกากปากเป็นฆ้อง อย่าใกล้กลัวมัน ฯ



๏ ที่สุขจักเสพไซร้ ควรถวิล
เมียมิ่งยุอย่ายิน ที่ถ้อย
อยากเข้าคดออกกิน เอมอิ่ม ใจนา
นอนจุ่งนอนแต่น้อย เนิ่นช้าวันตาย ฯ



๏ อย่าหมิ่นของเล็กนั้น สี่สถาน
เล็กพริกพระกุมาร จีดจ้อย
งูเล็กเท่าสายพาน พิษยิ่ง
ไฟเล็กเท่าหิ่งห้อย อย่าได้ดูแคลน ฯ



๏ จักจับจับให้มั่น กับตน
อย่าเก็บความเท็จปน แอบอ้าง
จักคั้นอย่าคืนคน ดูหมิ่น
ควรที่ง้างจึ่งง้าง อย่าไง้เมรู ฯ



๏ ควรเร็วเร็วรวดได้ จึงดี
การสิ่งใดได้ที อย่าช้า
ควรคิดจิตอย่ามี ประมาท
ได้สิบไม่เท่าค้า ขาดสิ้นทุนเดิม ฯ



๏ การกิจผิดนิ่งไว้ เป็นครู
เมียชั่วอย่าเอาชู เชิดพร้อง
คำผิดวิปริตหู หายซ่อน เสียนา
คบมิตรผิดนั้นต้อง จดไว้ในทรวง ฯ



๏ ปลูกไม้หมั่นรดน้ำ จำเริญ
ดักลอบอย่าเหมิดเมิน หมั่นกู้
เกี้ยวชู้ชอบเพียรเดิน สารสื่อ
เรียนสิ่งใดใคร่รู้ เร่งให้มีเพียร ฯ



๏ ปลูกผักปักยอดอ้อย เอาผล
เลี้ยงลูกบ่าวชาวพล เพื่อใช้
แล้วนาอย่านิ่งทน ทำไร่ ? ด ้วยแฮ
เลี้ยงลูกเป็ดไก่ไซร้ อย่าได้เสียรัง ฯ



๏ ถึงรู้อย่าอวดให้ คนหวัว
ฟ้าคะนองต้องคร้ามกลัว เกลือกใกล้
ผ่อนพักรักษาตัว ยามภาค- ภูมิแฮ
อย่าเซี่ยมเขาควายให้ เสี่ยวสู้ชนกัน ฯ

ออฟไลน์ น้ำค้างบนพื้นทราย

  • หลงรูปจูบเงามัวเมาความงาม ไม่อาจจะข้ามกองทุกข์ไปได้
  • ผู้ดูแลระบบ

  • *
  • กระทู้: 1,169
  • กดถูกใจ: 1 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 98
Re: โคลงโลกนิติ พร้อมแปล
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:25:36 pm »

๏ ช้อนปลาหาต้มแต่ เพียงพอ อิ่มนา
อวดฤทธิ์คิดเยียยอ ใหญ่ล้ำ
เชือดไก่กับเป็ดคอ หนิดหนึ่ง
เอามีดฆ่าโคห้ำ หั่นนั้นหนักแรง ฯ



๏ หลังคาขาดแล้วลุ่ย ตามกัน
ไป่หมั่นแซมนับวัน รั่วร้าง
โคควายค่าคนมัน หนีหลบ ไปนา
บ่ติดตามบนจ้าง ได้แล้วหมดตัว ฯ



๏ ไก่ขันยามบอกได้ โดยกาล
น้ำชอบใช้สาธารณ์ ทั่วล้าง
ขวานรู้แต่ถากกระดาน หัวหนัก อยู่นา
เพรียงไพร่ได้แต่จ้าง จ่ายใช้การพล ฯ



๏ รู้คิดค้าที่ม้วย หมดทุน
รู้รอบเรือนฤๅจุน ขื่อค้าน
หลับตาหน่ายกระสุน อวดแม่น
หมากรุกรู้แปดด้าน ไป่แจ้งตาจน ฯ



๏ หมูเขาเขามัดไว้ จักหาม
งานใช่งานคานตาม สอดเหล้า
ชู้เขาจักกอดกาม- สังวาส กันนา
สังเวชวางวิ่งเข้า กีดหน้านอนกลาง ฯ



๏ หนีเสือขึ้นไม้รอด ปากเสือ
พบต่อแตนดุเหลือ ต่อยต้อง
หนีแรดร่ายลงเรือ รอดจาก แรดนา
ปะจระเข้ในท้อง น่านน้ำหนุนเรือ ฯ



๏ ทางไกลไปค้าคู่ ตนตาย
อดอยากลำบากกาย เกิดไข้
อยู่กินถิ่นฐานสบาย บ่ยาก ใจนา
การกิจคิดแล้วได้ ง่ายแท้ทุกอัน ฯ



๏ ค้าใดไป่เท่าค้า คือบุญ
ค้าสัดจองต้องทุน มากไว้
ค้าความคบลูกขุน ชวนชอบ
ค้าบ่ค้าใดได้ ยากแท้ธรรมดา ฯ



๏ พิมเสนมีรสเร้า เสาวคนธ์
ไปเกลือกกลั้วเกลือกล ใช่เชื้อ
เป็นไทยไป่ทำงาน งามชาติ ตนนา
คบทาสท่านจักเกื้อ กับหน้าตัวไฉน ฯ



๏ สัตว์อื่นตื่นเต้นแต่ ควรไกล
กระต่ายตื่นตูนไป สุดหล้า
ช้างม้าตื่นฟืนไฟ ฟัดฟาด หยุดแฮ
คนตื่นข่าวศึกส้า สุดห้ามมันหาย ฯ



๏ หาญห้าวตาวบ่ได้ จวนฟัน
แหลนและทวนไป่ทัน ต่อต้าง
พลคชจรดผัน งาประ งาแฮ
ปืนไป่ทันนั่งง้าง นกจ้องใจเกรง ฯ



๏ รังแกกำปั้นต่อย ตีดิน
ไข่กระทบหินหิน ห่อนลื้น
แมลงเม่าโฉบเพลิงบิน บังอาจ
คนเคอะคิดตื้นตื้น ลูบเหล้นคมตาว ฯ



๏ หนูร้ายแรงโทษแท้ เรือนผลาญ
ลิงถ่อยจัณฑาลราน ป่าไม้
กาโฉดชาติอันธพาล เบียนหมู่ นกนา
พราหมณ์โหดโทษทิ้งให้ เบียดเบื้องนรชน ฯ



๏ อารักษ์มีทั่วไม้ รุกขมูล
ที่ศักดิ์สิทธิ์บริบูรณ์ เครื่องเส้น
ที่ไป่ศักดิ์สิทธิ์ศูนย์ สงัดลาภ
ดุจดั่งเสวกเว้น ว่าถ้อยความเมือง ฯ



๏ นายหนึ่งแรงโกรธร้าย เรียกขาน
นายหนึ่งบ่เจือจาน ทรัพย์บ้าง
นายหนึ่งเมื่อเอางาน บย่อง ยกนา
นายหนึ่งข่มคุณมล้าง สี่นี้เสพไฉน ฯ



๏ ผิวฆ่านางนาฏถ้วน ถึงพัน
ฆ่าพฤฒิพราหมณ์พรตกรรม์ เกือบร้อย
ฆ่าโคอุสุภสรรพ์ แสนโกฏิ ก็ดี
บาปบ่เปรียบปรับถ้อย ท่านให้ลำเอียง ฯ



๏ ทำผิดลึกลับได้ พันวา ก็ดี
ทำชอบเสมอภูเขา เขตขั้น
อย่าคิดจิตสัญญา หลีกลับ อยู่นา
ผิดชอบที่ทำนั้น หากให้คนเห็น ฯ



๏ พวกพ้องผิดเท่าช้าง งาเงา
พวกอื่นโทษเท่าเหา หากรู้
โทษตนเท่าภูเขา คิดปิด ไว้แฮ
โทษท่านเท่าก้อยสู้ ส่งให้เห็นสูง ฯ



๏ โทษตนงำเงื่อนไว้ ห่อนแถลง
โทษท่านเก็บมาแจง ดุจเบี้ย
ตัวเต่าสี่ตีนแฝง หัวหนึ่ง ซ่อนนา
หยิบกล่าวแต่โทษเหี้ย มุขเท้ารุงรัง ฯ



๏ น้ำใช้ใส่ตุ่มตั้ง เต็มดี
น้ำอบอ่าอินทรีย์ อย่าผร้อง
น้ำปูนใส่เต้ามี อย่าขาด
น้ำจิตอย่าให้ข้อง ขัดน้ำใจใคร ฯ



๏ น้ำเงินน้ำนากแม้ มัวแสง
น้ำซ่มต้มน้ำแปลง ผ่องได้
น้ำจิตวิปริตแหนง มัวหม่น
น้ำอื่นเอาลูบไล้ ห่อนล้างใจเคือง ฯ



๏ ปางใช้ปางขาดเข้า แพงเกียน ละชั่งแฮ
วิบัติบรจองเบียน จักม้วย
ปางต้องปรับไหมเตียน ตนมอด ก็ดี
ปางมิตรได้ทุกข์ด้วย มิตรนั้นไหนเสมอ ฯ



๏ หมาเอยสูเหนื่อยแท้ ทุกวัน
ไปไล่เนื้อไล่ทัน ท่านได้
เจ้ามันแม่นหื้อมัน กินแต่ เข้านา
แมวบ่ทำใดให้ หม่ำเข้ากับปลา ฯ



๏ ปูเปี้ยวหัวเปล่าไซร้ ตีนยัง
งูบ่มีตีนตรัง ไต่ไม้
นมไก่บ่มีหวัง เลี้ยงลูก เป็นแฮ
ชายตกเข็ญใจไร้ อย่าได้ดูแคลน ฯ



๏ อา สาสุดสิ้นเรี่ยว แรงกาย
ภัพ และผลพังหาย โหดเศร้า
เหมือน เพลิงตกสินธุ์สาย ศูนย์ดับ ไปนา
ปูน ต่อขาดขอดเต้า จึ่งรู้คุณปูน ฯ



๏ เนื้อ ในไตตับต้ม แกงยำ
ไม่ ประสบสักคำ ที่ลิ้น
ได้ ยากลากโครงทำ เสียเปล่า
กิน แต่เขาเราชิ้น- หนึ่งได้ไป่มี ฯ



๏ หนัง เนื้อเถือท่านไว้ รองกาย
ไม่ แบ่งปันชั้นชาย เชือดไว้
ได้ ทุกข์แทบตัวตาย เสียเปล่า
นั่ง แต่ลำแพนไม้ ตอกสู้สานเอง ฯ



๏ มือ ซ้ายขวาขาดนิ้ว ฤๅมี
ด้วน เด็จดูใดดี หนึ่งน้อย
ได้ ทองเท่าต่อมตี แหวนประดับ
แหวน จะสอดสวมก้อย กุดสิ้นใส่ไฉน ฯ



๏ ตา มัวมืดคู่เข้า คูหา
บอด บ่ทราบสุริยา ย่ำฆ้อง
ได้ สมสิ่งเสริมตา จักใส่
แว่น แต่หยิบจ้องจ้อง จับแล้วเวียนวาง ฯ



๏ หัว หูดูชั่วช้า ไฉไล
ล้าน เลื่อมแลเงาใส เกือบแก้ว
ได้ ส่องกระจกใจ เจียนขาด
หวี แต่จับจ้องแล้ว ลูบโอ้อายเอง ฯ



๏ รูป ชั่วแต่ชอบแล้ว ใดปาน
รส รักผักว่าหวาน หล่อนต้ม
กลิ่น อบจบดินดาล บ่ดุจ เจ้านา
เสียง ก็จับใจหล้ม โลกแล้วฤๅมี ฯ



๏ น้ำ ฝนหม่นเมฆตั้ง ตกตะบึง
ไหล หลั่งถั่งชรทึง ท่วมเหย้า
ไฟ ติดนิดหนึ่งพึง จักก่อ
ดับ ระทมถ่านเถ้า หิ่งห้อยไป่มี ฯ



๏ รู้หลบ พบเศิกเสี้ยน กลัวไกล
เป็นปีก ป้องกันภัย ผ่อนช้า
รู้หลีก เล็ดลอดไป สุดเนตร
เป็นหาง ไกลกล่าวกล้า ต่อด้วยดัสกร ฯ



๏ ช้างสาร หกศอกไซร้ เสียงา
งูเห่า กลายเป็นปลา อย่าต้อง
ข้าเก่า เกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
เมียรักนอนร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ ฯ



๏ เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี
หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์
หากยากฝากผีไข้ ยากแท้จักหา ฯ



๏ ไป่เห็นน้ำ หน้าด่วน ชวนกัน
ตัดกระบอก แบ่งปัน ส่วนไซร้
ไป่เห็นรอก อวดขัน มือแม่น
ขึ้นน่าไม้ ไว้ให้ หย่อนแท้เสียสาย ฯ



๏ ชายเฉกเท้าหน้าคช เคียงความ เทียบแฮ
หญิงเล่ห์เชิงหลังยาม คลาดเคลื่อน
การกิจคิดงามตาม สุดแต่ ผัวนา
เมียมิ่งเหมือนด้ายร้อย สอดเคล้าตามเข็ม ฯ



๏ เมียใดใจดุร้าย ริษยา
กินเติบใช้เชิงตา เฉิดช้อย
มักเที่ยวสู่คฤหา แห่งท่าน นะพ่อ
แม้ว่ามีบุตรร้อย หนึ่งไซร้มละเสีย ฯ



๏ ปุยนุ่นเบาชั่งเพี้ยง ทำเนา นะพ่อ
คนที่เบาความเบา กว่านั้น
หนักหินมั่นคงเขา ควรนับ หนักนา
ไป่เท่าหนักแน่นกลั้น อดถ้อยทรชน ฯ



๏ ลามกประเทศทั้ง ทุรมิตร
อีกตระกูลเผ่าชิด ชั่วร้าย
ภรรยาทาสทุรจิต จำพวกนี้พ่อ
ควรบุทคลพึงผ้าย ผ่อนลี้หลีกหนี ฯ



๏ นกรอดหลุดบ่วงแล้ว ราวสาม คาบนา
ชีหลีกหลายอาราม เร่เร้น
สตรีเตร่จิตตาม ชายสี่ สามแฮ
อย่าประมาทใช่เหล้น มากด้วยมายา ฯ



๏ ทวยใดมิตรล่อล้าง หลายที แล้วพ่อ
ขืนจักก่อไมตรี เสพส้อง
ผู้นั้นนับว่ามี ชนม์ชีพ ไฉนนา
เหมือนแม่อัสดรท้อง แก่ใกล้ความตาย ฯ



๏ อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย
หยาบบ่มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้
ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา
สุริยส่องดาราไร้ เมื่อร้อนแรงแสง ฯ



๏ นักบวชบ่มักน้อย พินาศ ศีลนา
กษัตริย์สันโดษขาด ที่ไท้
งามเมืองแม่อายอาตม์ อับทรัพย์ สินแฮ
หญิงเผ่าเว้นอายไซร้ สุดร้ายฤๅงาม ฯ


๏ ทรมานมิตรด้วยไป่ พูดกับ เขานา
ผจญหมู่โจรจำขับ เฆี่ยนไซร้
ตัดเมียไป่มอบทรัพย์ สมบัติ ให้แฮ
ร้อนราคจริตให้ โภชน์น้อยพึงกุญช์ ฯ



๏ เรือนไร้บุตรสืบซั้น ทรัพย์มอด หมดแฮ
บ่อบ่มีฝนขอด ค่นน้ำ
พฤกษชาติปราศจากยอด ยืนอยู่ ไฉนนา
ปากไป่มีสัจซ้ำ เสื่อมสิ้นแก่นสาร ฯ



๏ เทศใดภัยพ้องพาธ พาลสรรพ์ สัตว์นา
สัปปุรุษสีหราชผัน อื่นย้าย
กาโฉดทุรชนฉกรรจ์ กาจจิต นี้พ่อ
มันมักสู่เทศร้าย อยู่ใต้โดยวิสัย ฯ



๏ เห็นภัยใหญ่แต่ช้า จักถึง ตนแฮ
ปราชญ์ย่อมผันผ่อนพึง หลบลี้
ภัยใดด่วนโดนตรึง ตราติด ตัวนา
ใจปราชญ์ปราศแสยงชี้ เช่นหล้าแลไศล ฯ



๏ เมืองใดไร้ราชทั้ง ปราชญ์สดับ ก็ดี
อีกตระกูลมีทรัพย์ สิ่งให้
หนึ่งไร้นทีกับ ขุนแพทย์
ภัยมากเมืองนั้นไซร้ ท่านห้ามอย่าเนา ฯ



๏ แม่เหมือนข้าศึกทั้ง บิดร ? ด ้วยแฮ
เหตุบ่สอนบุตรสอน เมื่อน้อย
ครั้นใหญ่ไป่งามอร ออกที่ ประชุมนา
เยียเยี่ยงยางเจ่าจ้อย จับมั้วหมู่หงส์ ฯ



๏ หมากพลูปูนไป่ป้าย บราง รสนา
แกงบ่เจือเกลือจาง จืดกล้ำ
ไร้ทรัพย์สิ่งสำอาง จักโอ่ งามฤๅ
ใช่ปราชญ์ปริศนาล้ำ ลึกแก้ฤๅงาม ฯ



๏ ชุมนุมฤดูสี่ไซร้ สรัทกาล ใหญ่นา
เมียที่งามเป็นประธาน ทั่วหน้า
บุตรชายเชษฐกุมาร นับใหญ่ ยิ่งแฮ
ล้ำโลกสี่ทิศอ้า เอกเบื้องอุดร ฯ



๏ บุตรใดครุ่นครุ่นสร้าง กองกรรม
ชื่อว่ามารดาทำ เที่ยงพร้อง
ส่ำศิษย์บ่เกรงยำ เยียบาป
โดยโลกย์โวหารร้อง เรียกแท้ครูทำ ฯ



๏ มักเมาหมดสัจถ้อย เจรจา
แรงโลกละอายหา ห่อนได้
มักเนื้อหน่ายกรุณา เป็นเที่ยง
บรรพชิตหญิงอยู่ใกล้ แกล่สิ้นศีลแสวง ฯ



๏ คนยากอยากภักษ์เคี้ยว ของแพง
คนโรคบำราศแรง ร่านปล้ำ
คนโฉดอวดสำแดง ธรรมเทศ- นานา
สามเหล่าเขานี้ก้ำ กึ่งบ้ากลกัน ฯ



๏ รักบุตรสิไป่ให้ พากเพียร
ปราศจากวิทยาเรียน เริ่มร้าง
พ่อเหมือนศัตรูเบียน บุตรอีกเล่านา
แม่ดั่งไพรีล้าง ลูกให้เสียสกนธ์ ฯ



๏ เมียดีดุจทาสรู้ การเรือน รอบแฮ
อายแก่สามีเหมือน ดั่งน้อง
เป็นที่ปรึกษาเตือน ดัดดุจ มาดายนา
ยามเมื่อผัวเคืองข้อง อดกลั้นกลัวเกรง ฯ



๏ โสนัขสุนัขพ้อง พบกัน
มันย่อมแสยะยิงฟัน ปากแห้
เฉกเช่นหมู่พาลผัน พะพวกพาลนา
ร้ายต่อร้ายร่าแต้ ต่างกล้าอวดแข็ง ฯ



๏ คับอกออมอยู่ได้ โดยหวัง
คับแคบเคียงคนชัง อยู่ช้ำ
คับจิตเจ็บประนัง เนายากยิ่งแฮ
แค้นคับเข็ญใจล้ำ เร่งร้อนฤๅเสบย ฯ



๏ อย่าปองสิ่งแก้วไป่ ควรปอง
เขาบ่ตรึกอย่าตรอง ตริบ้า
เร่งคิดคิดแต่ของ ควรคิด นะพ่อ
การที่ศูนย์เปล่าอ้า อย่าได้ควรปอง ฯ



๏ ผจญคนมีศักดิ์ด้วย หมอบกราบ
ผจญท่วยทรพลทาน แจกให้
เสมออาตม์จักทรมาน ชอบอด ออมแฮ
ผจญหมู่ข้าศึกไซร์ ล่อเลี้ยวลวงประหาร ฯ



๏ โลภรู้เรียนมากสิ้น ศิลปศาสตร์
ยามจักปองไป่อาจ กล่าวได้
ผู้นี้นับว่าปราชญ์ ฦาชื่อ ไฉนนา
กล่าวบ่ฉานเฉกใบ้ บอกข้อความฝัน ฯ



๏ คนพาลพวกหนึ่งน้ำ ใจหาญ
รู้ว่าตนเป็นพาล กระด้าง
พวกนี้วัจนาจารย์ จัดใช่ พาลพ่อ
นับว่าปราชญ์ได้บ้าง เพื่อรู้สึกตน ฯ



๏ ใครรักย่อมว่าเพี้ยง พงศ์พันธุ์
ใครชอบชิดชอบชมฉัน เพื่อนไว้
ใครเลี้ยงรักษาครรภ์ คือแม่ ตนนา
ใครดับดำฤษณ์ได้ ชื่อชู้เมียสม ฯ



๏ คบปราชญ์เปรียบเสพอ้อย เอมใจ
กินแต่ปล้องปลายไป ตราบต้น
คบคนโหดหื่นไหล เหลวจืด จางแฮ
แหนงหนึ่งอ้อยกัดร้น แต่ต้นตลอดปลาย ฯ



๏ เมตตาเตือนจิตให้ คนหวัง พึ่งนา
แรงเคียดคนหน่ายชัง ทั่วหน้า
ทานเป็นยอดยายัง เกียรติยศ ยิ่งแฮ
ตระหนี่กลกำพร้า พรากผู้สมาคม ฯ



๏ มักคร้านฤๅรอบรู้ วิทยา
ความรู้ถ่อยสินหา ไป่ได้
ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน
ญาติมิตรไป่มีไซร้ สุขร้างแรมโรย ฯ



๏ มณฑกทำเทียบท้าว สีหะ
แมวว่ากูพยัคฆะ คาบเนื้อ
นกกระจอกมีมานะ ว่ายิ่ง ครุฑนา
เชิญใจมีข้าเกื้อ หยิ่งหยิ้งแสนทวี ฯ




๏ รสหวานในโลกนี้ มีสาม
หญิงรูปบริสุทธิ์งาม อีกอ้อย
สมเสพรสกลกาม เยาวโยค
หวานไป่ปานรสถ้อย กล่าวเกลี้ยงไมตรี



๏ นารีเสาวภาครูป เป็นทรัพย์
ชายมีความรู้สรรพ ทรัพย์ได้
พราหมณ์รู้เวทยานับ ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
ภิกษุเกิดทรัพย์ไซร้ เพื่อรู้ธรรมา ฯ



๏ พญากลัวข้าศึก เบียดเบียน
ชี้บ่เล่าเรียนเขียน อ่านไซร้
ชาวนาละความเพียร คร้านเกี่ยว การนา
ทั้งสามสิ่งนี้ให้ โทษแท้สาธารณ์ ฯ



๏ ชาติ เกิดรูปพร้อม อาการ
ชรา ร่างสาธารณ์ เหี่ยวแห้ง
พยาธิ บันดาล ต่างต่าง
มรณะ กาแร้ง แย่งยื้อกันกิน ฯ



๏ ทำดีดีส่งให้ เห็นผล
ทำชั่วชั่วก็ดล ชั่วให้
ชั่วดีดุจตราตน ตีบอกไว้นา
ใครชั่วใครดีไซร้ สืบได้ด้วยกรรม




๏ สารสืบฉบับสิ้น เสร็จสนอง
ชำระเรื่องคงของ เก่าแท้
ผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงลอง ลิขิต เดิมนา
ล้วนโอวาทปราชญ์แท้ ถี่ถ้วนควรถนอม ฯ

เครดิตเจ้าของบทความ http://clongklon.blogspot.com/2009/08/blog-post_5193.html

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN