ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตตะเลงพ่าย  (อ่าน 59112 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
ลิลิตตะเลงพ่าย ตอนที่ ๗
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2009, 08:09:21 pm »

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะทัพหน้าของไทย

ร่าย ๙๗/๒๒๘ ฝ่ายกองตระเวนรามัญ อันขุนศึกธใช้ ให้เอาม้ามาลาด คอยข่าวราชริปู ดูทัพชาวพระนคร จักออกรอนออกรบ จักออกทบออกทาน เอากาการมาบอก แม้บออกต่อติด จักประชิดเมืองถึง จึงสมิงอะคร้านขุนกอง รองสมิงเป่อปลัดทัพ กับสมิงซายม่วน ทั้งสามด่วนเดินพล พวกพหลหมู่ม้า ห้าร้อยมามองความ ยลสยามยาตราทัพ อยู่ท่ารับรายค่าย ขอบหนองสหร่ายเรียบพยูห์ ดูกองหน้ากองหลวง แลทั้งปวงทราบเสร็จ เร็วระเห็จไปทูล แด่นเรศรอุปราช ครั้นพระบาทได้สดับ ธ ก็ทราบสรรพโดยควร ว่านเรศวรกษัตรา กับเอกาทศรุถ ยกมาแย่งรงค์ แล้วพระองค์ตรัสถาม สามสมิงนายกอง ถ้าจักประมาณพลไกร สักเท่าใดดูตระหนัก ตรัสซ้ำซักเขาสนอง ว่าพลผองทั้งเสร็จ ประมาณสิบเจ็ดสิบแปดหมื่น ดูดาษดื่นท่งกว้าง ครั้นเจ้าช้างทรงสดับ ธก็ตรัสแก่ขุนทัพขุนกอง ว่าซึ่งสองกษัตริย์กล้า ออกมาถ้ารอรับ เป็นพยุหทัพใหญ่ยง คงเขาน้อยกว่าเรา มากกว่าเขาหลายส่วน จำเราด่วนจู่โจม โหมหักเอาแต่แรก ตีให้แยกย่นย่อย ค่อยเบาแรงเบามือ เร็วเร่งฮือเข้าห้อม ล้อมกรุงเทพทวารัติ ชิงเอาฉัตรตัดเข็ญ เห็นได้เวียงโดยสะดวก แล้วธสั่งพวกขุนพล เทียบพหลทุกทัพ สรรพแต่ยามเสร็จ ตีสิบเอ็ดนาฬิกา จักยาตราทัพขันธ์ กันเอารุ่งไว้หน้า เร็วเร่งจัดอย่าช้า พรุ่งนี้เช้าเราตี เทอญนา
 
๙๘/๒๖๘ โคลง๔    ๏ เสนีรับถ้อยท่าน    ทุกตน
   ต่างเร่งตรวจเตรียมพล    ทุกผู้
   พลหาญหื่นหนรณ    เริงร่าน อยู่แฮ
   คอยจักขับเคี่ยวสู้    เข่นเสี้ยนศึกสยาม
 
๙๙/๒๓๐    ๏ ครั้นยามสิบเอ็ดแล้ว    เวลา ลุเอย
   องค์อัครอุปราชา    หน่อไท้
   โสรจสรงรสธารา    รวยรื่น ฉมนา
   เฉลิมวิเลปน์ลูบไล้    เฟื่องฟุ้งเสาวคนธ์ ฯลฯ
 
๑๐๐/๒๓๘    ๏ ภูเบนทร์บ่ายบาทขึ้น    เกยหอ
   ขี่คชชื่อพัทธกอ    กาจกล้า
   บ่เข็ดบ่ขามขอ    เขาเงือด เงื้อแฮ
   มันตกติดหลังหน้า    เสือกเสื้องส่ายเสย ฯลฯ


ร่าย ๑๐๑/๒๖๗ ส่วนพระยาศรีไสยณรงค์ สองขุนคงควบทัพ กับพระราชฤทธานนท์ ทราบอนุสนธิสั่งไท้ ธให้ยาตรยกโยธี ออกโจมตีตัดศึก แต่ยามดึกเดินพล เร่งขวายขวนเตรียมทัพ สรรพห้าหมื่นโดยมี ตนพระยาศรีขี่คช ปรากฏชื่อมาตงค์ พลายสุรงคเดชะ เมืองสิงหะปีกขวา ออกญาสรรค์ปีกซ้าย เห็จคชผ้ายทุกมูล ขุนผู้คู่กำกับ เป็นทัพหลั่งพรั่งพฤนท์ ขี่คชินทรพาหะ นามชนะจำบัง รังปีกป้องกองขวา พระยาวิเศษชัยชาญ ขุนหาญปีกอุดร เจ้านครชัยนาท กองหน้าอาจโจมประจัญ ให้พระยาสุพรรณผ้ายพยู่ห์ ผู้ปีกซ้ายเมืองธน ทัพเมืองนนท์ปีกขวา ตรีเสนาเก้ากอง ลำลองเหล่าอาสา ส่ำศาสตราครบมือ ถือกระลับกระลอก หอกดาบปืนและสาร แสนยาหาญแน่นขนัด รัดเร่งเท้าเร่งเทา โดยลำเนาลำดับ ถับถึงโคกเผาเข้า พอยามเช้ายังสาย หมายประมาณโมงครบ ประทบทัพรามัญ ประทันทัพพม่า ขับทวยกล้าเข้าแทง ขับทวยแขงเข้าฟัน สองฝ่ายยันยืนยุทธ์ อุดอึงโห่เอาฤกษ์ เอิกอึงโห่เอาชัย สาดปืนไฟยะแย้ง แผลงปืนพิษยะยุ่ง พุ่งหอกใหญ่คะคว้าง ขว้างหอกชักคะไขว่ ไล่คะคลุกบุกบัน เงื้อดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉับ ขับปีกซ้ายเข้าดา ขับปีกขวาเข้าแดก แยกกันออกโรมรัน ปักกันออกโรมรณ ทนสู้ศึกบ่มิลด อดสู้ศึกบ่มิลาด อาจต่ออาจเข้ารุก อุกต่ออุกเข้าร่า กล้าต่อกล้าชิงบั่น กลั่นต่อกลั่นชิงรอน ศรต่อศรยิงยืน ปืนต่อปืนยิงยัน กุทัณฑ์ต่างตอบโต้ โล่ต่อโล่ต่อตั้ง ดั้งต่อดั้งต่อติด เขนประชิดเขนสู้ ต่าวคู่คู่ต่าวต่อ หอกหันร่อหอกรับ ง้าวง่าจับง้าวประจัญ ทวนผัดผันทวนทบ รบอลวนอลเวง ต่างบเกรงบกลัว ตัวต่อตัวชิงมล้าง ช้างต่อช้างชิงชน คนต่อคนต่อรบ ของ้าวทบทะกัน ต่างฟันต่างป้องปัด วางเสนัดหลังสาร ขานเสียงศึกกึกก้อง ว่องต่อว่องชิงชัย ไวต่อไวชิงชนะ ม้าไทยพะม้ามอญ ต่างเข้ารอนเข้าโหม ทวนแทงโถมทวนทบ หอกเข้ารบรอหอก หลอกล่อไขว่แคล้ว แย้งธนูเหนี่ยวน้าว ห้าวต่อห้าวหักหาญ ชาญต่อชาญหักเชี่ยว เรี่ยวต่อเรี่ยวหักแรง แขนต่อแขนหักฤทธิ์ ต่างประชิดฟอนฟัน ต่างประชันฟอนฟาด ล้วนสามารถมือทัด ล้วนสมรรถมือทาน ผลาญกันกันลงเต็มหล้า ผร้ากันลงเต็มแหล่ง แบ่งกันตายลงครัน ปันกันตายลงมาก ตากเต็มท่งเต็มเถื่อน ตากเต็มเผื่อนเต็มพง ที่ยังคงบมิยู่ ที่ยังอยู่บมิหย่อน ต่างต่อกรฮึดฮือ ต่างต่อมือฮึกฮัก หนักหนุนแน่นมาหนา ดาหนุนแน่นมาดาษ บ่รู้ขยาดย่อทัพ บ่รู้ขยับย่อศึก คะศึกเข้าต่อแกล้ว คะแคล้วเข้าต่อกล้า ต่างชิงฆ่าชิงหั่น ต่างชิงบั่นชิงฟัน ปันกันยิงกันแผลง ปันกันแทงกันพุ่ง ยอยุทธ์ยุ่งบ่มิแตก แยกยุทธ์แย้งบ่มิพัง ทวยหน้าหลังต้อนผ้าย ทวยขวาซ้ายต้อนพล เข้าผจญจู่โจม โหมหักหาญราญรบ ต่างท่าวทบระนับ ต่างท่าวทับระนาด บ้างตนขาดหัวหวิ้น บ้างขาดิ้นแขกเด็ด บอยากกระหนาบหน้าหลัง ไทยประนังน้อยแง่ แผออกรลบมิรอด ถอดถอยท้อรอรับ มอญขยับยกตาม หลากเหลือล้นพลเต้า เสียงปืนตึงตื่นเร้า เร่งครื้นเครงครึก อยู่นา
 
๑๐๒/๒๖๘ โคลง๒    ๏ พันลึกล่มลั่นฟ้า    เฉกอสุนีผ่าหล้า
   แหล่งเพี้ยงพก แลนา
 
๑๐๓/๒๖๙    ๏ ดังตรลบโลกแล้    ฤๅบ่ร้างรู้แพ้
   ชนะผู้ใดดาล ฉงนนา
 
๑๐๔/๒๗๐    ๏ สองฝ่ายหาญใช่ช้า    คือสีหสู้สีหกล้า
   ต่อแกล้วในกลาง สมรนา


ดาวน์โหลดเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
ลิลิตตะเลงพ่าย ตอนที่ ๘
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2009, 08:11:34 pm »

ตอนที่ ๘ พระนเรศวรทรงปรึกษายุทธวิธีเอาชนะศึก

 ๑๐๕/๒๗๑ โคลง๔
                      ปางอุภัยภูเบศเบื้อง   บูรพ์ถวัลย  ราชย์แฮ
               เรียบพิริยพลพรรค์   พรั่งพร้อม
               เจียนจวบรวิวรรณ   ร่างเรื่อ  แลฤๅ
               ทวยทิชากรน้อม   นอบนิ้วเสนอทูล
                                                      ฯลฯ     
    ๑๐๖/๒๗๒
                      เชิญไท้ยูรยาตรเต้า   เตียงสนาน
               ถวายมุทธาภิสิตธาร   เพรียกพร้อง
               ศิวเวทวิษณุบรรสาน   สังข์โสรจ  สรงแฮ
               มหรทึกครึกเครงก้อง   เกริกหล้าหวั่นไหว
                                                             ฯลฯ
     
    ร่าย ๑๐๗/๒๗๗ ฝ่ายชีพ่อทวิชาชาติ ราชปุริโสดม พรหมพิทยาจารย์ เบิกโขลนทวารโดยกระทรวง ปวงละว้าเช่นไก่ ไขว่สรวงพลีผีสาง พลางธส่งแสงอาชญา แต่หลวงมหาวิชัย ใจทระนงองอาจ ยาตรตัดไม้ข่มนาม ตามตำรับไสยเพท บัดนฤเบศทรงสดับ เสียงปืนทัพแย้งยุทธ์ สุดอำเภอเลอไสต โปรดโองการธใช้ ให้หมื่นทิพเสนา เห็จอาชาเร็วรีบ ถีบไปสืบเอาการ เขารับสารขึ้นม้า ควบบช้าบหึง ถึงที่ทวยพลทัพ รับพลางถอยพลางล่ามอญพม่าตามติด ประชิดไล่อลวน ผจญรับอลหม่าน ผ่านท้องท่งท้องนา ดามาโดยแดนผลู ดูคะคลาคะคล่ำ บ่รู้กี่ส่ำสับสน เขาเอาตนหมื่นหนึ่งมา ซึ่งเนาในกองทัพ กลับม้านำมาเฝ้า จึ่งพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสถามตัวหมื่นพล เยียใดกลจึ่งพ่าย เขาจำหน่ายเหตุสนอง ว่าเผือผองผาดผ้าย ท้ายดอนเผาธัญญา พอนาฬิกาหนึ่งนับ ปะทะทับดัสกร เข้าราญรอมรุมรุก คลุกคลีกันหนักหนา ปวงปัจจามิตรมาก หลากทุกคราทุกครั้ง ตั้งตนต่อบมิคง ตรงตนต่อบมิหยุด เหลือจักยุทธ์จึ่งลาด ครั้นพระบาทยินสาร ธก็บรรหารตระบัด ตรัสปรึกษาหาเลศ แห่งเหตุเพโทบาย ถ้วนทุกนายทุกมุล ทั่วทุกขุนหมู่มาตย์ คาดความคิดทั้งมวล ควรยศใดใครเห็น จักเข่นเข็ญให้มอด จักขอดเข็ญให้ม้วย ด้วยถ่ายเทเล่ห์ไหน วานเขือไขอย่าอำ เขาขานคำท่านถาม สงครามครานี้หนัก เชิญเสด็จพักพลหมั้น แต่งทัพซั้นไปหน่วง ถ่วงศึกไว้จงหนา รามือลงก่อนไสร้ ไว้สักครั้งรั้งรอ พอได้ทีจึ่งยาตร ยกพยุหบาตรออกราญ เห็นควรการชัยชอบ ธก็ตรัสตอบมนตรี ตรองคดีดูแผก ฝ่ายเราแตกย่นยับ จักส่งทัพไปทาน พอพลอยฉานสองซ้ำ ค้ำบอยู่บหยุด ชอบถอยทรุดอย่ารั้ง ให้ศึกพลั้งเสียเชิง โดยละเลิงใจอาจ ยาตรตามติดผิดขบวน ควรเรายกออกโรม โหมหักหาญราญรงค์ คงชำนะเศิกไสร้ ได้ด้วยง่ายด้วยงาม เขายินความยลชอบ นอบประณตแด่ไท้ ธให้หมื่นทิพเสนา กับหมื่นราชามาตย์ เหินหัยราชรีบร้อน ไปเตือนต้อนกองนา เร็วเร่งล่าอย่ารั้ง ทวยพหลทั่วทั้ง ทราบข้อบรรหาร ท่านนา     
    ๑๐๘/๒๗๘ โคลง๒
                      บนานต่างตนผ้าย   ไปบ่รอรั้งท้าย
               ถี่เท้าผาดผัง  มานา
   
    ๑๐๙/๒๗๙
                      ผันหลังแล่นแผ่ผ้าน   บมีผู้อยู่ต้าน
               ต่อสู้สักตน  หนึ่งนา
                                                    ฯลฯ

     
    ๑๑๐/๒๘๐ โคลง๓
                      พวกพลทัพรามัญ   เห็นไทยผันหนีหน้า
               ไปบ่หยุดยั้งช้า   ตื่นต้อนแตกฉาน  น่านนา
    ๑๑๑/๒๘๑
                    ไป่แจ้งการแห่งเล่ห์   เท่ห์กลไทยใช่น้อย
               ต่างเร่งติดเร่งต้อย   เร่งเต้าตีนตาม  มานา     
    ๑๑๒/๒๘๒
                    แลหลังหลามเหลือนับ   บเป็นทัพเป็นขบวนแท้
               ถวิลว่าพ่ายจริงแล้   ไล่ล้ำระส่ำระสาย  ยิ่งนา     
    ๑๑๓/๒๘๓
                    หมายละเลิงใจอาจ   ประมาทประมาณหมิ่นหมั้น
               เบาเร่งเบาเชิงชั้น   ชื่นหน้ามาสรลม  สรลอนนา


ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
ลิลิตตะเลงพ่าย ตอนที่ ๙
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2009, 08:16:17 pm »

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

๑๑๔/๒๘๔ โคลง๔    เบื้องบรมจักรพรรดิเกล้า กษัตรา
เถลิงพิภพทวารา เกริ่นแกล้ว
สถิตเกยรัตนราชา อาสน์โอ่ องค์เอย
คอยฤกษ์เบิกยุทธ์แผ้ว แผ่นพื้นหาวหน

   ๑๑๕/๒๘๕  บัดดลวลาหกซื้อ ชระอับ อยู่แฮ
แห่งทิศพายัพยล เยือกฟ้า
มลักแลกระลายกระลับ ลิวล่งไปเฮย
เผยผ่องภาณุเมศจ้า แจ่มแจ้งแสงฉาน

     ๑๑๖/๒๘๖ คัคนานต์นฤราสร้าง ราคิน
คือระเบียบรัตนอินทนิล คาดไว้
บริสุทธิ์สร่างมลทิน ถ่องโทษ อยู่นา
นักษัตรสวัสดิเดชได้ โชคชี้ศุภผล ฯลฯ

   ร่าย ๑๑๗/๒๘๙ เคลื่อนพลตามเกล็ดนาค ตามเต็มท่งแถวเถื่อน เกลื่อนกล่นแสนยาทัพ ถับปะทะไพรินทร์ ส่วนหัสดินอุภัย เจ้าพระยาไชยานุภาพ เจ้าพระยาปราบไตรจักร ตรับตระหนักสำเนียง เสียงฆ้องกลองปืนศึก อึกเอิกก้องกาหลง เร่งคำรนเรียกมัน ชันหูชูหางแล่น แปร้นแปร๋แลคะไขว่ บาทย่างใหญ่ดุ่มด่วน ป่วนกิริยาร่าเริง บำเทิงมันครั่นครึก เข้าสู้ศึกโรมราญ ควาญคัดท้ายบมิอยู่ วู่วางวิ่งฉับฉิว ปลิวประเล่ห์สมพาน ส่ำแสะสารแสนยา ขวาซ้ายแซงหน้าหลัง ทั้งทวยพลตนขุน ถ้วนทุกมุลมวลมาตย์ ยาตรบทันโทท้าว ด้าวศึกสู้สองสาร ราญศึกสู้สองไท้ ไร้พิริยะแห่ห้อม พร้อมแต่กลางควาญคช กำหนดสี่โดยเสร็จ เห็จเข้าใกล้กองหน้า ข้าศึกดูดาษเดียร ธระเมียรหมู่ดัสกร มอญพม่าดาดื่น เดินดุจคลื่นคลาฟอง นองน่านในอรรณเวศ ตรัสทอดพระเนตรเนืองบร โล่โรมรอนทวยสยาม หลามเหลือหลั่งคั่งคับ ซับซ้อนแทรกสับสน ยลบเป็นทัพเป็นกอง ธก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย หงายงาเสยสารเศิก เพิกพังพ่ายบ่ายตน ปนปะไปไขว่คว้าง ช้างศึกได้กลิ่นมัน หันหัวหกตกกระหม่า บ่ากันเลี่ยงกันหลบ ประทบประทะอลวน สองคชชนชาญเชี่ยว เรี่ยวรณรงค์เริงแรง แทงถืบฉัดตะลุมบอน พม่ามอญตายกลาด ข้าศึกสาดปืนโซรม โรมกุฑัณฑ์ธนู ดูดั่งพรรษาซ้อง ไป่ตกต้องตนสาร ธุมาการเกิดกระลบ อบอลเวงฟากฟ้า ดูบ่รู้จักหน้า หนึ่งสิ้นแสงไถง แลนา     
   ๑๑๘/๒๙๐ โคลง๔   จึ่งไทเทเวศอ้าง สมมุติ
มิ่งมหิศวรมกุฎ เกศหล้า
เถลิงภพแผ่นอยุธย- ยายิ่ง ยศแฮ
แสดงพระเดชฟุ้งฟ้า เฟื่องด้าวดินไหว

   ๑๑๙/๒๙๑   ภูวไนยผายโอษฐ์อื้น โชยงการ
แก่เทพทุกถิ่นสถาน ฉชั้น
โสฬสพรหมพิมาน กมลาสน์ แลนา
เชิญช่วยชุมโสตซั้น สดับถ้อยตูแถลง

   ๑๒๐/๒๙๒   ซึ่งแสร้งรังสฤษฏ์ให้ มาอุบัติ
ในประยูรเศวตฉัตร สืบเชื้อ
หวังผดุงบวรรัตน ตรัสเยศ ยืนนา
ทำนุกพระศาสน์เกื้อ ก่อสร้างแสวงผล

   ๑๒๑/๒๙๓   กลใดไป่ช่วยแผ้ว นภา ดลฤๅ
ใสสรว่างธุมา มืดม้วย
มลักเล็งเหล่าพาธา ทวยเศิก สมรแฮ
เห็นตระหนักเนตรด้วย ดั่งนี้แหนงฉงาย


   ๑๒๒/๒๙๔   พอถวายวรวากย์อ้าง โอษฐ์พระ
ดาลมหาวาตะ ตื่นฟ้า
ทรหึงทรหวลพะ- พานพัด หาวแฮ
หอบธุมางค์จางเจ้า จรัสด้าวแดนสมร

   ๑๒๓/๒๙๕  ภูธรเมิลอมิตรไท้ ธำรง สารแฮ
ครบสิบหกฉัตรทรง เทริดเกล้า
บ่จวนบ่จวบองค์ อุปราช แลฤๅ
พลางเร่งขับคชเต้า แต่ตั้งตาแสวง

   ๑๒๔/๒๙๖  โดนแขวงขวาทิศท้าว ทฤษฎี แลนา
บัด ธ เห็นขุนกรี หนึ่งไสร้
เถลิงฉัตรจัตุรพิรีย์ เรียงคั่ง ขูเฮย
หนแห่งฉายาไม้ ข่อยชี้เณอนาม

   ๑๒๕/๒๙๗  ปิ่นสยามยลแท้ท่าน คะเนนึก อยู่นา
ถวิลว่าขุนศึกสำ- นักโน้น
ทวยทัพเทียบพันลึก แลหลาก หลายแฮ
ครบเครื่องอุปโภคโพ้น เพ่งเพี้ยงพิศวง

   ๑๒๖/๒๙๘   สองสุริยพงศ์ผ่านหล้า     ขับคเชนทร์บ่ายหน้า
แขกเจ้าจอมตะเลง แลนา

   ๑๒๗/๒๙๙  ไป่เกรงประภาพเท่าเผ้า    พักตร์ท่านผ่องฤๅเศร้า
สู้เสี้ยนไป่หนี หน้านา

   ๑๒๘/๓๐๐  ไพรีเร่งสาดซ้อง              โซรมปืนไฟไป่ต้อง
ตื่นเต้าแตกฉาน ผ้านนา




 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN