ผู้เขียน หัวข้อ: พันท้ายนรสิงห์  (อ่าน 40249 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,726
  • กดถูกใจ: 109 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
พันท้ายนรสิงห์
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 11:32:21 pm »

ประวัติพันท้ายนรสิงห์
โดย ทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร)

         พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต สมควรเป็นแบบอย่างอนุชนรุ่นหลังต่อไป

         เรื่องราวของพันท้ายปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เนื้อความเป็นไปในแบบเดียวกัน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๗ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย ตามหลักฐานชุมนุมพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ว่า พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชกาลรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด

        การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี

        สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล

        ภายหลังเหตุการณ์ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ ทรงโปรดให้นำศพพันท้ายนรสิงห์มาแต่งกายพระราชทานเพลิงศพ และพระราชทานเงินทองสิ่งของแก่บุตรภรรยาพันท้ายนรสิงห์เป็นจำนวนมาก แล้วทรงพระราชดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี และจะนำความเสื่อมเสียมาให้พระมหากษัตย์ จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งสมุหนายกให้กะเกณฑ์เลกหัวเมืองจำนวนสามหมื่นคนไปขุดคลองโคกขามให้ลัดตรง กำหนดให้ลึก ๖ ศอก ปากคลองกว้าง ๘ วา พื้นคลองกว้าง ๕ วา ให้พระราชสงครามเป็นแม่กลองอำนวยการขุดสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวไว้ในชุมนุมพระนิพนธ์ว่า พระราชสงครามให้ขุดแต่ปากคลองทางลำน้ำท่าจีนมาจนถึงตำบลโคกขาม แต่การขุดค้างอยู่มาสำเร็จลงในราชกาลต่อมา ปรากฎเป็นคลองตรงและกว้างใหญ่เรียกว่าคลองมหาชัย อยู่ตราบเท่าอยู่ทุกวันนี้

.....นี่คือความจงรักภักดีของพันท้ายนรสิงห์ท้ายนรสิงห์ที่มีต่อเจ้าเหนือหัวและความซื่อสัตย์ ที่มีต่อกฎหมายบ้านเมือง ยอมตาย.....เพื่อมิให้กฎหมายบ้านเมืองคลายความศักดิ์สิทธิ์

      สมัยของพันท้ายนรสิงห์ถูกประหาร ตรงกับช่วงที่ขุนนางเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นชาวพม่าที่กษัตริย์อังวะส่งมาปกครองขัดผลประโยชน์กับข้าหลวงเมืองเชียงแสน ทำให้เกิดการแบ่งกันว่าเมื่อเก็บภาษีได้เท่าใดในแต่ละเมืองก็จะแยกกันส่ง บรรณาการก็แยกกันเด็ดขาด ทำให้ล้านนาแตกออกเป็น 2 เสี่ยง ... เชียงแสนจึงกลายเป็นฐานที่มั่นของพม่ามาจนถึงปี พ.ศ.2447(ตรงกับ ร.1 แห่งกรุงสยามและ พระเจ้ากาวิละแห่งอภินวบุรีฯเชียงใหม่)... เชียงแสนกับเชียงใหม่จึงรบกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ดูเพิ่มในคร่าวเมืองเชียงแสนแตก)

       ส่วนทางด้านเมืองน่านนั้น พญาน่าน 3 คนพี่น้องขอกำลังลาวเวียงจันท์ขึ้นมาฟื้นม่าน แต่ถูกกองทัพพม่าปราบได้ ปรากฏในพื้นเมืองน่านว่าพม่าเข้าเผาเมือง แม้กระทั่งคนที่อยู่ในวัดยังถูกฆ่าด้วย เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสิ้นสุดระบบการปกครองเมืองน่านที่มีชาวพื้นเมืองปกครองและมีข้าหลวงกำกับ(เหมือนเชียงแสน)..... พม่าได้ส่งคนของพวกตนเข้ามาปกครองแทน.... จึงเป็นที่มาของ ราชวงศ์หลวงติน (อ่านว่า ติ๋น) เมื่อพญาตินหลวงจากเชียงใหม่มาปกครองเมืองน่าน... จนถึงสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าฟ้าอัทธวรปัญโญสวามิภักดิ์สยาม เมืองน่านจึงเป็นประเทศราชของสยามนับแต่นั้น และราชวงศ์หลวงตินสิ้นสุดลงเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาพิราลัยนั่นเอง

ที่มาจากwww.lannaworld.com

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,726
  • กดถูกใจ: 109 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
พันท้ายนรสิงห์ ตอน โอ้พันท้าย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 05:54:55 pm »
โอ้พี่สิน...ของนวล...มาลาลับ
ไม่คืนกลับ...มาเป็น...เช่นคนเก่า
เพราะซื่อสัตย์...คงกฎ...ไม่ลดเบา
เมียแสนเศร้า...เจ็บช้ำ...ระกำใจ

พี่ยอมเสีย...หัวเพื่อ...องค์จอมเจ้า
หักพายเข้า...จนโขลน...ชนไม้ใหญ่
หัวเรือหัก...หล่นน้ำ...ที่ทำไป
เพื่อหวังให้...เรือจอด...อยู่กลางบาง

แล้วฝากเมีย...ฝากลูก...กับจอมเจ้า
โปรดจงเข้า...ใจเถิด...ที่เปิดขวาง
เพราะกบฏ...มันรอ...อยู่ปลายทาง
จึงถือหาง...หักหัว...เรือชนแทน

เพื่อรักษา...ชีวิต...พระเจ้าเสือ
ผู้ยิ่งใหญ่...อยู่เหนือ...คนทั้งแคว้น
เกล้าหัวเดียว...ด้อยศักดิ์...ขอรับแทน
ดีกว่าแดน...ถิ่นเกิด...จะสิ้นองค์

พระเจ้าเสือ...ไม่อยาก...ที่จะตัด
ฝืนดำรัส...ออกมา...ก่อนประสงค์
กูเป็นผู้...ยิ่งใหญ่...ในแดนดง
เป็นถึงหงส์...ยังต้อง...เสียน้ำตา

ทำไมกู...จะต้องเจ็บ...จะต้องปวด
เหมือนถูกหวด...หัวใจ...ให้ใบ้บ้า
กูรักมึ_ง...เหมือนดั่ง...อนุชา
จะให้กู...สั่งฆ่า...มึ_งเช่นไร

เพื่อรักษา...กฎเกณฑ์...ให้คงอยู่
ให้คนรู้...รักษากฎ...กำหนดไว้
ว่าอาญา...ครั้งนี้...เกินอภัย
ถึงจะรัก...แค่ไหน...ก็ต้องทำ
 
พระเจ้าเสือ...มองสิน...ยศพันท้าย
กูไม่หมาย...ชีวิต...คิดจะย่ำ
มึ_งช่วยกู...แล้วขอ...ให้ระยำ
กูจะนำ...หุ่นมึ_ง...ไปตัดแทน

สินก้มกราบ...สมเด็จ...พระเจ้าเสือ
โอ้พี่เดื่อ...ของสิน...ถึงรักแสน
อย่าทำผิด...เลยหนอ...คนจะแคลน
ทั่วทั้งแคว้น...จะเหยียด...จะหมิ่นองค์

ตัดหัวเกล้า...ไปเสีย...เพื่อคงเกียรติ
อย่าได้เครียด...อีกเลย...โปรดประสงค์
ตัวหัวเกล้า...คู่กับ...หัวเรือทรง
เกล้าขอคง...กฎเพื่อ...อยุธยา

พระเจ้าเสือ...เจ็บปวด...พระทัยนัก
โอ้น้องรัก...ของกู...ผู้สั่งฆ่า
ทำไมไม่...ขอกู...ลดอาญา
มึ_งมันบ้า...ไปแล้ว...หรืออย่างไร

เพราะฝ่าบาท...คือผู้...ที่ใหญ่ยิ่ง
เกล้าจึงทิ้ง...หัวเพื่อ...พระองค์ได้
ขอฝากชื่อ...นรสิงห์...ผู้หยิ่งใจ
อย่าอาลัย...เลยหนอ...ขออาญา

พระเจ้าเสือ...จึงต้อง...ทำตามกฎ
ต้องสะกด...อาวรณ์...ซ่อนครวญหา
เมื่อพันท้าย...ผิดกฎ...บทบัญชา
ด้วยมันกล้า...ทำหัว...เรือหล่นคลอง

จงนำไป...ตัดหัว...เพื่อรับผิด
เกล้าอุทิศ...แล้วหัว...เพื่อสนอง
ขอให้พระ...เจ้าเสือ...ได้ปกครอง
แผ่นดินทอง...แผ่นนี้...ไปอีกไกล

เสียงดนตรี...สิ้นลง...คอก็ขาด
เมียต้องพลาด...จากผัว...ที่เคยใกล้
เพราะว่าเมีย...ส่งข่าว...พี่ช้าไป
จึงเหลือไว้...เพียงหัว...แหละโขลนเรือ

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,726
  • กดถูกใจ: 109 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 182
  • เพศ: หญิง
Re: พันท้ายนรสิงห์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2008, 08:08:05 pm »
ทั้งข่าวดี...ข่าวร้าย...มาบรรจบ
องค์จอมภพ...จะถูก...กบฎฆ่า
ในขณะ...ที่นวล...ท้องขึ้นมา
อนิจจา...จำต้องจาก...ไปป้องภัย

นวลจ๋านวล...รีบไปห้าม...พวกกบฎ
อย่าให้คน...ใจคด...จูงพ่อได้
บอกพ่อเจ้า...ว่าพี่สร้อย...ยังปลอดภัย
พระเจ้าเสือ...มิใช่...คนฆ่านาง

พี่จะรอ...ฟังข่าว...ของนวลเจ้า
จะได้หาย...คลายเศร้า...คลายหม่นหมาง
หากไม่พบ...นวลเจ้า...ที่กลางทาง
พี่คงจะ...ถือหาง...เรือไม่ตรง

พี่สินต้อง...สัญญา...จะรอนวล
อย่ารีบด่วน...ตัดใจ...ดั่งประสงค์
เมียทำได้...เชื่อเมีย...นะคนตรง
อย่ามั่นคง...นักเลย...ขอสัญญา

ขอกอดเจ้า...ก่อนจาก...หากไม่พบ
นวลขอซบ...อกพี่สิน...ถวิลหา
สัญญานะ...ว่าจะรอ...นวลกลับมา
พี่สัญญา...นอนเถิด...จะกล่อมนอน



 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN