รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => กลอนอารมณ์เพลง => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 11, 2010, 11:07:18 pm

หัวข้อ: กลอนจากลิเก เรื่อง มนต์รักยูงทอง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 11, 2010, 11:07:18 pm
บทกลอนจากลิเก
เรื่อง มนต์รักยูงทอง
แต่งโดย ดินหญ้ากาช้ำ

กลาหค...นกยักษ์...สำแดงเดช
เพราะมันไม่...สมเจต...ที่หมายมั่น
จตุรงค์...จอมกษัตริย์...ตัดสัมพันธ์
ไม่ยอมยก...จอมขวัญ...พรรณราย

จึงไล่เข่น...ไล่ฆ่า...ประชาราษฎร์
เพื่อแสดง...อำนาจ...ด้วยใจหมาย
เมื่อไม่ยก...จอมขวัญ...พรรณราย
ก็ต้องหาย...ตายลับ...ดับทั้งเมือง

จตุรงค์...หมดทาง...ที่จะสู้
พระองค์รู้...ว่าไม่มี...ทางสืบเนื่อง
กลาหค...นกยักษ์...มันขุ่นเคือง
พ่อมิอาจ...ปลดเปลื้อง...ความบีฑา

โอ้ลูกเอ๋ย...เราจะหนี...ไปที่ไหน
จะต่อสู้...มันอย่างไร...กันเล่าหนา
พรรณราย...จะไปขอ...ความเมตตา
อย่าเลยหนา...นกมันชั่ว...ไม่กลัวใคร

พ่อจะซ่อน...ตัวเจ้า...ไว้ในหุ่น
หากมีบุญ...คงจะรอด...ปลอดนกได้
แล้วเจ้าพ่อ...จะทรงหนี...มันอย่างไร
โอ้ดวงใจ...ของพ่อ...อย่ารอรี

พรรณราย...ซ่อนตัว...ในรูปปั้น
กลาหค...หุนหัน...แล้วผันหนี
นางจึงรอด...ปลอดภัย...ในชีวี
แต่เมืองนี้...กลับต้องร้าง...ห่างผู้คน

นางถูกทิ้ง...ให้อยู่...ในรูปปั้น
หวังสักวัน...จะได้ออก...มาดั้นด้น
แต่หนทาง...นั้นสุดแสน...จะมืดมน
ใครเล่าหนา...จะมาดล...ให้พ้นกรรม

เมื่อฟ้าน้อย...นเรศ...ประพาสป่า
เจ้ากานดา...พรรณราย...ก็ครวญคร่ำ
ใครก็ได้...ช่วยให้ฉัน...นั้นหมดกรรม
จะให้ทำ...ทุกอย่าง...ก็ยินดี

ฟ้าน้อยจึง...ตรงไป...ยังเมืองร้าง

แล้วนำร่าง...นางออกมา...อย่างเร็วรี่
เมื่อสบพักตร์...รักก็เกิด...ขึ้นทันที
พรรณราย...กลับไม่มี...ที่ให้ใคร

นางสาบาน...ว่าจะขอ...ทำทุกสิ่ง
เพราะหมดที่...พึ่งพิง...อิงชิดใกล้
พระบิดา...ก็มาจาก...ลาร้างไกล
ชาวประชา...ก็จากไป...ไม่กลับคืน

เพราะหม่อมฉัน...นั้นเห็นแก่...ตัวเป็นใหญ่

ยามบ้านเมือง...เกิดภัย...ไม่หยิบยื่น
กลาหค...นกยักษ์...นั้นเหมือนฟืน
ที่หม่อมฉัน...ต้องสะอื้น...เพราะยื่นไฟ

เมืองต้องร้าง...สิ้นคน...เพราะหม่อมฉัน

ตัดสัมพันธ์...ที่ปักษา...เอามาให้
จึงโกรธแค้น...เข่นฆ่า...จนสาใจ
รอดมาได้...เพราะเจ้าพ่อ...ท่านขอมา

หากพระองค์...ประสงค์...จะสั่งใช้

ยากเพียงไหน...ก็จะยอม...ไปค้นหา
ขอเพียงให้...พระองค์...ทรงสั่งมา
จะหนักหนา...สักแค่ไหน...ไม่หวั่นเกรง

ข้าฟ้าน้อย...อยากได้เมีย...ไว้เคียงตัก
เป็นที่พัก...ยามนิทรา...มาเร้าเร่ง
ยามหงอยเหงา...ก็มีเจ้า...เฝ้าครวญเพลง
ยามคว้างเคว้ง...ก็มีเจ้า...เฝ้าเอาใจ

หม่อมฉันจะ...ทำตาม...ความประสงค์
เพราะพระองค์...ทรงมอบ...ชีวิตให้
จะจงรัก...ภักดี...พลีเรื่อยไป
องค์ทรงชัย...จึงพานาง...กลับบ้านเมือง

เมื่อกลับถึง...ผาภูมิ...ธานีราช
พระก็เอา...กรดมาลาด...ที่บาทเบื้อง
ใครเล่าหนา...จะไม่แค้น...แสนขุ่นเคือง
เมื่อดอกเอื้อง...ถูกเหยียบ...ให้เรียบลง

มเหสี...เคียงตัก...นั้นมีอยู่
ไยยอดชู้...คู่สร้าง...ไม่บอกบ่ง
ถ้าไม่ติด...คำสัตย์...รัดก็คง
บอกพระองค์...ว่าจะไป...ไม่กลับมา

รัชนี...เมื่อรู้ความ...ต้องกลั้นโศก
ความวิโยค...หมดไป...ไกลจากหน้า
พรรณราย...สวยอย่าง...นางพญา
เราด้อยค่า...เสียแล้ว...รัชนี

สิบปีกว่า...อยู่กิน...สิ้นกำเนิด

เรื่องจึงเลย...เถิดไป...ได้เพียงนี้
อุตส่าห์หา...ทางทำ...ทุกวิธี
กลับไม่มี...ลูกกับเค้า...ต้องเศร้าใจ

เป็นเวรกรรม...ของพี่...อย่าหมองเศร้า
พรรณราย...น้องเรา...อย่าหมองไหม้
เร่งถวาย...งานต่อองค์...พระทรงชัย
อย่าห่วงใย...ตัวพี่...ให้มากเลย

เราทั้งสอง...จะไม่มี...ใครด้อยค่า
เมียหลวงจะ...ไม่นำมา...เหยียดหยามเย้ย
เมียน้อยก็...จะไม่กล่าว...ให้เศร้าเลย
จะไม่เอ่ย...คำให้เจ้า...เศร้าอุรา

พรรณราย...ขอบพระทัย...พี่นางมาก
น้องขอฝาก...ตัวด้วย...ช่วยเถิดหนา
รัชนี...ฝืนทำ...จำจากมา
ปล่อยให้ฟ้า...น้อยอยู่...คู่กับนาง

พรรณราย...ตั้งท้อง...เจ็ดเดือนกว่า

ในอุรา...รัชนี...มีแต่หมาง
สิบปีกว่า...ข้าไม่เคย...เลยหนทาง
ที่จะสร้าง...ทางให้ลูก...ได้เกิดมา

เก็บความช้ำ...ทำใจ...หวังวันหนึ่ง

คงจะถึง...วันของเรา...บ้างหรอกหนา
แต่ฟ้าน้อย...ก็ไม่เคย...จะเหลียวมา
หมดคุณค่า...ตั้งแต่มี...พรรณราย


โปรดติดตามตอนต่อไป p20
หัวข้อ: Re: กลอนจากลิเก เรื่อง มนต์รักยูงทอง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 12, 2010, 01:01:40 pm
พี่ต้องไป...ทำศึก...นึกแล้วเศร้า
ต้องจากเจ้า...เงารัก...หักไม่หาย
พรางกอดจูบ...ลูบท้อง...พรรณราย
แล้วห่างหาย...ไม่มาจูบ...รัชนี

เมื่อผัวไกล...ไปทัพ...กลับปวดท้อง
นางร่ำร้อง...โอดโอย...โอ้เจ้าพี่
กลับมาก่อน...เถิดหนา...ลางไม่ดี
รัชนี...จึงบอกว่า...ไม่เป็นไร

แค่ปวดท้อง...น้องก็ไป...ซิห้องน้ำ

พรรณราย...ครวญคร่ำ...บอกไม่ใช่
ถ้าอย่างนั้น...น้องปวด...ท้องอะไร
น้องสงสัย...ว่าจะคลอด...ก่อนเก้าเดือน

ถ้าอย่างนั้น...พี่จะรีบ...ไปตามหมอ
ไม่รีรอ...สั่งทหาร...ไปตามเพื่อน
หมอหลวงเข้า...มาไว...ไม่แชเชือน
ขอดาวเดือน...เกลื่อนฟ้า...เป็นพยาน

นางคลอดลูก...แฝดชาย...มาถึงสี่
รัชนี...นี่ก็ยิ่ง...ทิ้งสงสาร
แพ้เป็นพระ...ชนะก็...ต้องเป็นมาร
จะล้างผลาญ...พรรณราย...ให้สิ้นดี

สั่งทหาร...ให้นำเด็ก...นี้ไปปล่อย
ให้มันลอย...น้ำไป...ไกลจากที่
จากนั้นก็...นำลูกนก...จากพงพี
มาให้ข้า...สี่ชีวิต...ช่วยปิดบัง

เมื่อฟ้าน้อย...นเรศ...กลับจากรบ
พระก็พบ...ว่าเมีย...มีเบื้องหลัง
เป็นชู้กับ...ไอ้นก...รกรุงรัง
พี่ผิดหวัง...ในตัวน้อง...เสียจริงจริง

เสด็จพี่...เอาอะไร...มาตรัสเล่า
น้องไม่เคย...แนบเนา...เอาทุกสิ่ง
น้องรักมั่น...แต่เจ้าพี่...นี้จริงจริง
ไม่เคยทิ้ง...อิงนก...ให้กกกาย

ก่อนสลบ...น้องนั้น...ยังจำมั่น
สายสัมพันธ์...แม่ลูก...ผูกความหมาย
ลูกของน้อง...นั้นสี่คน...เป็นผู้ชาย
แล้วกลับหาย...กลายเป็นนก...ไม่รู้ตัว

ขอหม่อมฉัน...รัชนี...นี่ทูลบ้าง
พระน้องนาง...นั้นอาจเพ้อ...เบลอเลยมั่ว
หมอทำคลอด...ออกมา...พาหวาดกลัว
นกทุกตัว...แน่นอน...น้องยืนยัน

ฟ้าน้อยเอ๋ย...เลยเป็นผู้...ถูกสวมเขา
จากนางเจ้า...พรรณราย...หมายร่วมฝัน
พี่จะมี...หน้าอยู่ไป...อย่างไรกัน
กลาหค...นกมาหยัน...บีบคั้นทรวง

ขอถอดยศ...ปลดตำแหน่ง...มเหสี
เมื่อความดี...มีให้...มลายล่วง
ไปเฝ้าสวน...เถิดหนา...เจ้าพุ่มพวง
อย่าได้ล่วง...ล้ำมา...ตำหนักใน

พรรณราย...ต้องรับกรรม...ช้ำดวงจิต
ผัวมาคิด...ตัดเยื่อ...เคยเผื่อให้
เหมือนขุนแผน...แค้นขุ่น...ว้าวุ่นใจ
จึงผลักไส...ให้วันทอง...ต้องหมองมัว

แม่ต้องเสีย...ลูกไป...ยังไม่หนำ
พ่อของเจ้า...ก็มาซ้ำ...ช้ำไปทั่ว
เพราะแม่นี้...มีแต่กรรม...ทำให้มัว
จึงถูกคน...คิดชั่ว...มันทำลาย

เด็กทั้งสี่...ที่ถูกลอย...ธารานั้น
ชะตาก็...พลิกผัน...ดังใจหมาย
เมื่อมีผู้...ช่วยเหลือ...ให้รอดตาย
สองตายาย...เก็บตะกร้า...มาเปิดดู

แล้วฉับพลัน...กลาหค...นกหิวโหย
ก็โบกโบย...โฉบไป...ให้อดสู
ตากับยาย...จึงเลี้ยงลูก...ของโฉมตรู
ที่เหลืออยู่...ในอ้อมแขน...สองชีวา

คนโตชื่อ...เทพภมร...อ้อนแต่พ่อ
เทพกะล่อน...ก็ร้องขอ...แต่แม่หนา
กลาหค...นกยักษ์...โฉบเด็กมา
หมายจะฆ่า...กินให้หาย...ความหิวโซ

สิงหราช...ศัตรูฟ้า...น้อยนเรศ
ให้สังเวช...เหตุที่นก...ผู้ผกโผ
จะฆ่าเด็ก...ให้ตาย...หมายอวดโต
อย่ายโส...จงรีบปล่อย...เด็กน้อยมา

สิงหราช...โรมรัน...ฟันนกยักษ์
กลาหค...เสียหลัก...เสียแล้วหนา
เด็กหลุดมือ...ถือไม่ไว้...ต้องไกลตา
ฝากไว้ก่อน...เถิดหนา...จะมาคืน

สิงหราช...จึงรับเลี้ยง...ไว้เป็นลูก
และฝังปลูก...ให้แก้แค้น...ที่แสนขื่น
ไชยณรงค์...คงมั่น...ต้องหยัดยืน
เพื่อหยิบยื่น...ความตาย...ให้ศัตรู

ส่วนนกยักษ์...กลาหค...อกไหวหวาด
คงถึงฆาต...แล้วหน้า...พาอดสู
มองเห็นเด็ก...ที่โฉบมา...น่าเอ็นดู
ขอเป็นผู้...ดูแล...แทนแม่มัน

จะตั้งชื่อ...ลูกหลง...ว่าหงษ์น้อย
จะเฝ้าคอย...กล่อมเกลี้ยง...เลี้ยงให้มั่น
ต่อชีวิต...ที่ผิดพลาด...ฆาตชีวัน
ที่เคยบั่น...ชีวิตคน...จนหมดเมือง

โปรดติดตามตอนต่อไป   p17

หัวข้อ: Re: กลอนจากลิเก เรื่อง มนต์รักยูงทอง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 13, 2010, 12:17:35 pm
อนิจจา...สิบปีกว่า...แล้วล่ะหนอ
พรรณราย...ก็เฝ้ารอ...ขอปลดเปลื้อง
ความขุ่นที่...ผัวรัก...ทรงขัดเคือง
หวังใต้เบื้อง...ฝ่าพระบาท...ท่านอภัย

เทพภมร...เทพกะล่อน...มาขายของ
พี่กับน้อง...ร้องขอ...ซื้อของไหม
พรรณราย...มองเห็น...ก็ดีใจ
ลูกของใคร...กันเล่าหนา...น่าเอ็นดู

เทพภมร...มองเห็นนาง...ก็นึกรัก
อยากจะได้...เป็นแม่นัก...ชักอดสู
เทพกะล่อน...ร้องกลับบ้าน...ไม่น่าดู
เจ้าโฉมตรู...ยิ่งหดหู่...ในหัวใจ

ถ้าลูกเรา...ยังอยู่...คงน่ารัก
เหมือนกับหนู...ทั้งสองนัก...ชักหวั่นไหว
หนูก็อยาก...ให้น้า...มาพัดไกว
ขอเป็นลูก...จะได้ไหม...น้าคนงาม

หนูเป็นลูก...ของพ่อหม้อ...กับแม่แมว
ส่วนน้องแก้ว...เทพกะล่อน...ต้องคอยห้าม
หนูชื่อเทพ...ภมร...คอยติดตาม
ส่วนตัวน้า...นั้นมีนาม...พรรณราย

หนูมองหน้า...น้ามีแต่...ความเศร้าโศก
เหมือนแบกโลก...เอาไว้...อย่างมากหลาย
ถ้าแม้นหนู...ช่วยให้...ได้ผ่อนคลาย
จะไม่หนี...หน้าหน่าย...หมายกระทำ

น้านึกถึง...ลูกชาย...ที่พลัดพราก
เหลือเพียงซาก...สี่ลูกนก...พกแต่ช้ำ
ลูกสี่คน...กลับเป็นนก...สุดระกำ
จึงเพ้อพร่ำ...คิดถึงลูก...อยู่ไม่วาย

ถ้าอย่างนั้น...น้าก็เรียก...หนูว่าลูก
แทนบุญปลูก...ลูกหน้า...ที่มาหาย
โอ้พบแล้ว...ลูกของฉัน...พรรณราย
ขอกอดกาย...ลูกให้หาย...ความระทม

รัชนี...มองเห็นภาพ...ไม่คาดคิด
พรรณราย...ทำผิด...คิดไม่สม
เก็บเอาเด็ก...หน้าเหมือนผัว...มาชื่นชม
จึงฝืนข่ม...ดวงจิต...ชิดเข้ามา

ลูกของใคร...กันเล่าน้อง...ช่างน่ารัก
สงสัยนัก...ลูกใครกัน...เล่าน้องจ๋า
ลูกของน้อง...ที่หาย...ได้กลับมา
น้องคงบ้า...ไปแล้ว...พรรณราย

ลูกของน้อง...เป็นวิหค...นกปักษี
เด็กพวกนี้...เป็นมนุษย์...สุดเฉิดฉาย
ไม่ใช่ลูก...น้องดอก...พรรณราย
อย่าได้หมาย...ลวงหลอก...บอกพี่มา

เด็กพวกนี้...อยากมีแม่...หน้าเหมือนน้อง
จึงร่ำร้อง...ขอเป็นลูก...ผูกใฝ่หา
พี่จะไป...ทูลต่อ...ภัสดา
หากกลับมา...ยังเห็นมัน...ต้องบรรลัย

โอ้ลูกเอ๋ย...บุญของเรา...มีเท่านี้
แม่คนนี้...มีแต่กรรม...คอยทำให้
แม่ต้องฝืน...กลืนกล้ำ...จำร้างไกล
รีบกลับไป...ก่อนพี่นาง...จะกลับมา

ทำไมเขา...ต้องเกลียดเรา...ถึงเพียงนี้
อย่าเซ้าซี้...รีบกลับไป...ก่อนเถิดหนา
ลูกทั้งสอง...ของแม่...ขอกราบลา
แล้ววันหน้า...จะกลับมา...หามารดร

รัชนี...กลับมา...ดั่งวาที
เพราะว่ามี...น้ำศักดิ์สิทธิ์...ดับพิษร้อน
พรรณราย...จะได้หาย...จากร้าวรอน
พี่วิงวอน...ขอมาให้...ได้ดื่มกิน

พรรณราย...คงไม่ต้อง...พึ่งน้ำนั่น
เพราะโศกศัลย์...นั้นกลับหาย...มลายสิ้น
เมื่อมีลูก...ผูกสัมพันธ์...กั้นมลทิน
ความราคิน...คงจะไม่...ได้คืนมา

โอ้น้องรัก...พรรณราย...ของพี่เอ๋ย

ไฉนเลย...เจ้าจึงขัด...ตัดเล่าหนา
น้ำมนต์ที่...พี่ด้นด้น...ล้นบุญญา
ต้องไร้ค่า...เมื่อน้องเจ้า...ไม่ต้องการ

พรรณราย...จึงต้องดื่ม...น้ำศักดิ์สิทธิ์
ด้วยดวงจิต...คิดไม่ควร...จะหักหาญ
เหมือนกรรมเก่า...ยังไม่พ้น...จากนงคราญ
จึงถูกมาร...รัชนี...นี่บังตา

ฟังนะน้อง...พรรณราย...พี่จะเล่า

พี่ไม่เคย...เห็นเจ้า...มีคุณค่า
ใครจะอยาก...ให้ผู้หญิง...ทิ้งจรรยา
อย่างเจ้ามา...แย่งเจ้าพี่...ไปครอบครอง

พระเนตรนี้...ที่เคยมี...พี่ทุกเมื่อ
กลับไปเอื้อ...เผื่อใจ...ไปเป็นสอง
มเหสี...ที่เคยเด่น...เป็นแค่รอง
จะให้ทอง...ไม่รู้ร้อน...อย่างไรกัน

ลูกของเจ้า...มีถึงสี่...พี่อิจฉา

สมน้ำหน้า...ชีวาคง...จะอาสัญ
แล้วน้ำมนต์...ที่เจ้าดื่ม...ก็สำคัญ
มีอาถรรพ์...ผันเจ้าเป็น...สัตว์ป่าดง

จะได้จำ...ไว้ว่า...หากมีคู่

ก็ต้องดู...ให้รู้...อย่าเดาส่ง
ถ้าไม่อยาก...ให้ชีวิต...ต้องปลิดปลง
ก็อย่าหลง...เชื่อใน...น้ำคำชาย

เมียที่ไหน...จะยินดี...ที่มีผัว

ไปเมามัว...อยู่กับชู้...ลืมคู่หมาย
นอกจากหา...ทางให้ชู้...อยู่เหมือนตาย
ต้องอับอาย...ขายหน้า...ทั่วธานี

พรรณราย...ได้ฟัง...คำบอกเล่า
นี่ตัวเรา...ต้องถูกสาบ...แล้วหรือนี่
เพราะความซื่อ...ถือสัตย์...และภักดี
รัชนี...นี่จึงลวง...สู่บ่วงกรรม

พระอาทิตย์...ใกล้จะเที่ยง...อยู่แล้วหนา

คงต้องลา...ร่างสาว...ถึงคราวต่ำ
รัชนี...จากไป...ไม่คืนคำ
ปล่อยมนต์ดำ...ซ้ำร่างนาง...อำพรางกาย

ขนเริ่มงอก...ออกเล็บ...เจ็บหนักหนา

อยากบอกลา...ลูกรัก...ครั้งสุดท้าย
โอ้ชีวิต...ของข้า...พรรณราย
มีแต่ความ...โหดร้าย...มาราวี

แขนที่เคย...กอดลูก...ต้องถูกเปลี่ยน

ให้ผิดเพี้ยน...เปลี่ยนเป็นปีก...คอยหลีกหนี
พวกพรานป่า...ทั้งหลาย...ในพงพี
เป็นปักษี...ยูงทอง...ร่ำร้องไป

เพราะแม่ทำ...ความผิด...เอาไว้มาก

จึงต้องพราก...จากลูก...ผูกความใคร่
ต้องจากวัง...จากชู้...สู่พงไพร
ต้องบินไป...ใช้กรรม...ที่ทำมา

โปรดติดตามตอนต่อไป    by
หัวข้อ: Re: กลอนจากลิเก เรื่อง มนต์รักยูงทอง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 13, 2010, 12:21:47 pm
องค์ฟ้าน้อย...นเรศ...ยกกองทัพ
ไปต้อนรับ...ศัตรู...ผู้แกล้วกล้า
สิงหราช...จอมกษัตริย์...แห่งไชยา
จะส่งใคร...กันเล่าหนา...มาประลอง

ข้ามีนาม...ไชยณรงค์...ผู้องอาจ

สิงหราช...ส่งมาปราบ...คนจองหอง
ไอ้ฟ้าน้อย...ด้อยปัญญา...หมาไม่มอง
จะผยอง...สักกี่น้ำ...กันเล่าลุง

ไอ้เด็กปาก...ยังไม่สิ้น...กลิ่นน้ำนม
เดี๋ยวจะจม...กองเลือด...ทำคุยฟุ้ง
ถ้าไม่อยาก...ตายอย่าง...เหลือบลิ้นยุง
ก็จงมุ่ง...หน้ากลับไป...หามารดร

ไชยณรงค์...คลั่งแค้น...แน่นในอก
จึงรีบยก...ดาบฟัน...หมายสั่งสอน
ฟ้าน้อยก็...โรมรัน...เข้าต่อกร
ต่างรานรอน...สู้กัน...ไม่หวั่นเกรง

ฝ่ายเจ้านก...หงษ์น้อย...ล่องลอยคว้าง
เพราะปีกหาง...ของพ่อนก...มาเร้าเร่ง
บุญนำพา...ให้มาพบ...พ่อตัวเอง
ถูกข่มเหง...จากเด็กน้อย...ถ่อยสิ้นดี

จะบินไป...ช่วยเหลือ...เขาให้ได้
ปล่อยเอาไว้...ชีพคงลับ...ดับเป็นผี
องค์ฟ้าน้อย...เสียหลัก...ชักไม่ดี
ไชยณรงค์...ได้ที...เข้าฟาดฟัน

สุดแรงฟาด...หัวขาดแน่...ไอ้แก่เอ๋ย
ว่าว่ะเว้ย...เฮ้ยไอ้นก...ผู้ผกผัน
เหตุไฉน...ไยมาขวาง...การโรมรัน
เพราะว่าฉัน...เห็นว่ามัน...ไม่สมควร

ชะไอ้นก...มึงจะกล้า...มากไปแล้ว
อย่าเจื้อยแจ้ว...แว่วไป...ให้ใจหวน
เป็นแค่นก...ริอาจ...มาก่อกวน
อย่ามาป่วน...ถอยไป...ให้ไกลตา

ข้าจะทำ...ทุกอย่าง...เพื่อปกป้อง

ความผยอง...ของเจ้า...ไม่เข้าท่า
ไชยณรงค์...ตรงเข้า...ไปบีฑา
หงษ์น้อยหา...ได้สะเทือน...ถึงเรือนกาย

ฝากไว้ก่อน...เถิดไอ้นก...ผู้โอหัง
หากชีวัง...กูไม่สิ้น...สูญสลาย
หากไม่อาจ...ทำให้มึง...ถึงความตาย
ก็อย่าหมาย...ว่าจะอยู่...เป็นสุขเลย

ขอบใจมาก...เจ้านกน้อย...ที่มาช่วย
ไม่ให้ลุง...มอดม้วย...ช่วยเฉลย
เป็นลูกใคร...เล่าน่า...พ่อทรามเชย
โปรดจงเอ่ย...บอกลุง...ให้รู้ความ

หนูหงษ์น้อย...ลูกของพ่อ...กลาหค
พ่อคอยปก...ป้องหนู...และขู่ห้าม
ไม่ให้หนี...ไปซนซุก...ทุกโมงยาม
พ่อคอยปราม...ไม่ให้หนู...สู่โลกา

แล้วปีกหาง...นี่ติดตัว...มาหรือเปล่า

ช่วยบอกเล่า...ให้แจ้งจิต...นิดเถิดหนา
ปีกและหาง...ที่ลุงเห็น...เป็นบุญตา
ของพ่อยา...กลาหค...ที่ถอดวาง

หนูแอบเอา...มาใส่...หมายท่องเที่ยว
ยังป่าเปลี่ยว...เที่ยวให้หาย...ความหม่นหมาง
ที่เคยคิด...วาดไว้...ในเส้นทาง
เพราะไม่อยาก...อ้างว้าง...อยู่เดียวดาย

องค์ฟ้าน้อย...ได้ฟัง...ก็เข้าจิต
และหวนคิด...ถึงลูก...อยู่ไม่หาย
กลาหค...ทำให้...ได้อับอาย
มันกับมี...ลูกชาย...ไว้เชยชม

หนูอยากเป็น...ลูกลุง...มั๊ยหงษ์น้อย
ลุงจะคอย...อุ้มชู...ไม่ขู่ข่ม
จะเลี้ยงดู...อยู่เป็นเงา...เฝ้าอบรม
ลุงขื่นขม...มากพอแล้ว...ช่วยเมตตา

หนูอยากเป็น...ลูกคน...มานานนัก

แม้นกยักษ์...นั้นจะรัก...หนูนักหนา
แต่ดูเหมือน...พ่อนก...ผู้ชรา
จะมารยา...หลอกลวง...ความเป็นไป

พ่อเหนื่อยล้า...มากนัก...ขอพักยก

เจ้าเป็นนก...ผกผิน...บินไปได้
รีบผกโผ...โต้ลม...ตรงเข้าไป
บอกว่าพ่อ...ใช้ให้...มาครองเมือง

โปรดติดตามตอนต่อไป  eat
หัวข้อ: Re: กลอนจากลิเก เรื่อง มนต์รักยูงทอง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 13, 2010, 12:30:55 pm
เมื่อหงษ์น้อย...บินไป...ยังผาภูมิ
แม่บัวตูม...พรรณราย...ของใต้เบื้อง
ก็กรีดหาง...ยูงทอง...มองชำเลือง
หวังสร้างเรื่อง...พระสุธน...มโนราห์

เมื่อฟ้าน้อย...ได้เห็น...นกยูงทอง
บุพเพก็...ร่ำร้อง...ต้องใฝ่หา
จึงเสด็จ...ขึ้นควบ...ขับอาชา
หมายกานดา...ยูงทอง...ต้องมนต์ดำ

นางนกก็...เยื่องย่าง...พลางเหยาะย่อง
แล้วลอยล่อง...ผกผิน...บินไปถ้ำ
แกล้งผัวให้...ติดตาม...ฐานลืมคำ
จนเย็นย่ำ...นางจึงยอม...ให้จับมา

เทพภมร...เทพกะล่อน...กลับถึงบ้าน

เพียงไม่นาน...รัชนี...ก็มาหา
นำขนม...สีสัน...สะดุดตา
รีบทานก่อน...เถิดหนา...อย่าช้าไย

เทพกะล่อน...ขอสัญญา...ถ้าทานแล้ว

ห้ามนางแก้ว...แกล้งแม่...จะได้ไหม
รัชนี...รีบตอบ...กลับกลอกไป
ขออะไร...ป้าจะให้...ไม่ขัดเลย

เมื่อเดียงสา...ทั้งสอง...ได้ลองลิ้ม
รัชนีก็...กระหยิ่ม...ยิ้มเปิดเผย
ว่าเด็กโง่...ทั้งหลาย...จงแหงนเงย
ป้าจะเอ่ย...นามให้...เจ้าได้ฟัง

ป้านี่ชื่อ...รัชนี...จำเอาไว้
เกิดชาติใหม่...เจ้าจะได้...ไม่พลาดพลั้ง
เพราะขนม...ที่นำมา...จากเวียงวัง
มันจะฝัง...สองเจ้า...ด้วยความตาย

เจ้าเด็กเอ๋ย...เด็กโง่...ไม่ทันข้า
ที่อุรา...มีแต่แค้น...แน่นไม่หาย
ต่อไปนี้...ข้าก็คง...จะผ่อนคลาย
เมื่อความตาย...มาพราก...เจ้าจากตัว

นี่เรากิน...ยาพิษ...แล้วหรือน้อง

หนูจะฟ้อง...พ่อแม่...แก้ความชั่ว
ไม่ทันแล้ว...น้องเอ๋ย...ตาพี่มัว
ใจหนูก็...ร้าวรัว...ปวดไม่คลาย

เทพภมร...มองน้อง...ต้องหมองเศร้า
พี่โง่เขลา...เบาหัวคิด...จิตจึงพ่าย
หลงเล่ห์ลิ้น...สิ้นเมตตา...พาวอดวาย
น้องต้องตาย...เพราะพี่...นี่โง่งม

เด็กทั้งสอง...ครวญคร่ำ...ต่างร่ำร้อง
น้ำตานอง...ร้องไห้...กันเสียงขรม
พี่กับน้อง...กอดกัน...จนสิ้นลม
พญายม...ก็มาล้วง...ดวงวิญญาณ
หัวข้อ: Re: ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้าย
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 14, 2010, 10:05:28 am
สองตายาย...ไม่รู้เรื่อง...ในเบื้องหลัง
ว่าชีวัง...ลูกทั้งสอง...ถูกสังหาร
ก็รีบปลุก...ลูกน้อย...ให้มาทาน
โอ้ดวงมาน...ของแม่...อย่าแชเชือน

ตาหม้อจึง...บอกเมีย...ให้เข้าจิต
โอ้คู่ชิด...ลูกเรา...คงลอยเลื่อน
ขาดใจตาย...สิ้นแสง...แห่งดาวเดือน
ยายแมวเหมือน...ใจจะขาด...ลงรอนรอน

โอ้ลูกเอ๋ย...ลูกแม่...มาลาลับ
ชีพเจ้าดับ...เพราะใคร...เทพกะล่อน
ใครฆ่าลูก...พ่อหรือ...เทพภมร
ลางสังหรณ์...ก็ไม่มี...เลยนี่นา

กลาหค...ตามหา...ลูกหงษ์น้อย
เฝ้ารอคอย...ลูกรัก...กลับมาหา
จึงตั้งมั่น...ปฏิญาณ...ต่อเทวา
ช่วยให้ข้า...ตามหา...ลูกให้เจอ

แล้วจะช่วย...เหลือผู้...ที่ตกยาก
แม้นลำบาก...แค่ไหน...ได้เสมอ
จะโอบเอื้อ...เกื้อหนุน...ลุ้นให้เจอ
ข้อเสนอ...นี่พอไหม...องค์เทวา

กลาหค...นกยักษ์...เที่ยวดั้นด้น
แปลงเป็นคน...ชื่อมานพ...เที่ยวค้นหา
เห็นกระท่อม...หลังหนึ่ง...จึงบึ่งมา
สองยายตา...ร่ำไห้...เรื่องใดกัน

ลูกของยาย...ตายอย่าง...สิ้นสาเหตุ

หรือผีเปรต...พรากไป...ไฉนนั่น
ตากับยาย...สิ้นแล้ว...ความสำคัญ
ทุกคืนวัน...ก็ไม่รู้...อยู่เพื่อใคร

ฉันมานพ...เรียนวิชา...มาอย่างหนึ่ง

คงจะเป็น...ที่พึ่ง...ของตาได้
แล้วพ่อหนุ่ม...จะช่วยเหลือ...กันอย่างไร
ฉันจะชุบ...ชีวิตให้...ลูกยายตา

แล้วเป่ามนต์...ดลให้...วิญญาณลับ

ได้หวนกลับ...เข้าร่าง...ดังใจข้า
หากทั้งสอง...มีบุญ...หนุนชีวา
ดวงวิญญา...สองเจ้า...คงกลับคืน

เทพภมร...รู้สึกตัว...ก็มองหา
น้องของข้า...เทพกะล่อน...อย่าขมขื่น
ยายกับตา...ดีใจ...ได้ลูกคืน
ต่างสะอื้น...ซบกัน...ด้วยยินดี

เทพภมร...คนพี่...จึงบอกเล่า

เพราะโง่เขลา...หนูกับน้อง...จึงหมองศรี
ถ้าอย่างนั้น...สองเจ้า...อย่ารอรี
รัชนี...มันต้องตาย...ไปตามกรรม

เมื่อได้ฟัง...ลุงมานพ...ท่านบอกบ่ง

จุดประสงค์...ความตาย...หมายถลำ
ตากับยาย...ไม่ทัน...จะขัดคำ
เทพกะล่อน...ก็วิ่งนำ...หน้าออกไป

รัชนี...กลับมาหา...องค์ฟ้าน้อย
รักที่เคย...หลุดลอย...ต้องสอยได้
เสด็จพี่...เจ้าขา...อย่าช้าใย
น้องมาขอ...รับใช้...บาทบงสุ์

แต่ฟ้าน้อย...ท่านก็ไม่...ยอมหันพักตร์
สงสัยนัก...รักไปไหน...ช่วยบอกบ่ง
พี่มีนก...คู่กาย...หมายร่วมวงศ์
บอกตามตรง...นกดีกว่า...เจ้ามากมาย

อียูงทอง...เดรัจฉาน...นี่นะหรือ
กล้ากระพือ...มายื้อรัก...ให้หักหาย
อย่ามากล่าว...วาจา...หยาบท้าทาย
เจ้าไม่มี...ความหมาย...รัชนี

โอ๊ยหัวใจ...ใครจะมา...ช้ำเท่าข้า
ภัสดา...ทำได้...ไฉนนี่
จบสิ้นกัน...ความรัก...และภักดี
ต้องเป็นผี...เฝ้าวัง...ทั้งสัตว์คน

แล้วหยิบดาบ...หมายจะฆ่า...นกหน้าด้าน
เข้ารอนราน...ฟาดฟัน...ได้เพียงขน
เทพกะล่อน...แทงสวน...ดวงกมล
วิญญาณจึง...หลุดพ้น...จากกายา

รัชนี...สิ้นใจ...ได้ตายจาก
สิ่งที่เคย...พลัดพราก...กลับเข้าหา
นกยูงทอง...ร้องร่ำ...ช้ำอุรา
ดวงวิญญา...เหมือนจะแหลก...อีกแล้วเอย

แล้วความจริง...ทุกอย่าง...ก็ปรากฏ
ความรันทด...ก็คลาย...หายละเหย
นกยูงทอง...กลับเป็นคน...เหมือนดังเคย
เพียงสังเวย...หนึ่งชีวิต...รัชนี

องค์ฟ้าน้อย...ได้ลูก...กลับมาสาม

เจ้านงราม...ถามหา...คนที่สี่
เป็นหรือตาย...ยายไม่รู้...ในชีวี
เพราะว่ามี...นกยักษ์...มาคาบไป

ไชยณรงค์...ยกทัพ...มาท้ารบ

ต้องเป็นศพ...ถูกนึ่ง...มึงอยู่ไหน
สิงหราช...ก็มาท้า...องค์ทรงชัย
เหตุไฉน...ใยไม่กล้า...มาต่อกร

เจ้าหงษ์น้อย...ขออาสา...องค์เจ้าพ่อ

อย่ารีรอ...พ่อจ๋า...ลูกสังหรณ์
ว่าจะได้...พบน้อง...ร่วมอุทร
องค์ภูธร...จึงเสด็จ...ไปด้วยกัน

ไชยณรงค์...สู้กับ...เจ้าหงษ์น้อย

ไม่คิดถอย...หน้าหนี...ปรี่เข้าบั่น
กลาหค...เห็นลูก...จะถูกฟัน
จึงผลุนผัน...เข้าไปขวาง...พลางถูกแทง

โอ้ลูกเอ๋ย...ลูกพ่อ...กลาหค
เจ้าลูกนก...ตกรัง...ฟังแถลง
ก่อนที่พ่อ...นกจะ...สิ้นเรี่ยวแรง
จะสำแดง...เดชให้...ลูกได้ดู

แล้วอดีต...ก่อนเก่า...ก็ปรากฏ

ฟ้ากำหนด...บทให้...ใจอดสู
หากว่าเจ้า...เป็นลูก...ของโฉมตรู
ไชยณรงค์...พ่อก็รู้...ว่าลูกใคร

สิงหราช...แย่งเด็ก...ไปจากพ่อ

เหนื่อยและท้อ...พ่อสู้...มันไม่ได้
อย่าฆ่าฟัน...กันเลย...โอ้ดวงใจ
กรรมจะติด...ตัวไป...ไม่ปราณี

พ่อชั่วร้าย...มามาก...แล้วลูกรัก
เจ้าอย่าผลัก...ชีวิต...คิดเช่นนี้
จงหมั่นสร้าง...คุณงาม...และความดี
ขอชีพนี้...เป็นตัวอย่าง...ความระยำ

ไชยณรงค์...ได้ยิน...นกยักษ์เล่า
ก็โผเข้า...หาพ่อ...ร้องครวญคร่ำ
สิงหราช...สุดแสลง...แทงใจดำ
จึงต้องจำ...จากมา...สุดอาลัย

สี่พี่น้อง...ได้อยู่...กันพร้อมหน้า

สมดังคำ...เขาว่า...ก่อนฟ้าใส
ย่อมจะมี...เมฆดำ...กระหน่ำใจ
จำเอาไว้...นะลูก...ต้องเมตตา

เพราะชาตินี้...แม่คง...บุญน้อยนัก

กรรมจึงชัก...ลักไป...ให้เหว่ว้า
นี่คงเพราะ...ลูกทำ...กรรมดีมา
สวรรค์จึง...เมตตา...ลูกสี่คน

แล้วทั้งหก...ก็อยู่กัน...อย่างเป็นสุข
สิ้นความทุกข์...ปลุกไฟ...ให้ใจซ้น
ส่วนตายาย...ก็หายจาก...ความยากจน
ไม่หมองหม่น...ข้นแค้น...เพราะความดี

เป็นบทเรียน...สอนใจ...ได้หลายหลาก

ความทุกข์ยาก...มากล้น...ของคนนี้
ล้วนเกิดจาก...กรรมเก่า...เข้าราวี
จงทำดี...ไว้เถิด...เกิดเป็นคน