ผู้เขียน หัวข้อ: สุภาษิต สำนวนไทย น่ารู้จ้า  (อ่าน 275391 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: สุภาษิต สำนวนไทย น่ารู้จ้า
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2008, 04:36:37 pm »

สอนจระเข้ว่ายน้ำ   :  หมายถึงการชี้ทางหรือสอนให้คนที่เป็นอยู่แล้วให้เก่งหรือชำนาญขึ้นไปอีก  แต่มักมุ่งหมายโดยเฉพาะถึงการสอน  หรือแนะนำคนชั่วประพฤติไม่ดีส่วนมาก.

 สอนหนังสือสังฆราช   : สำนวนนี้  แตกต่างกับการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ  เพราะหมายถึงการสอนผู้ที่มีความรู้ดีเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว  โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นรู้หรือชำนาญดีกว่าตนเสียอีก  ความหมายใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า  " เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ".

 สัญชาติสุนัข  อดขี้ไม่ได้  :  สำนวนนี้  ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว  ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร  ก็อดประพฤติเช่นเดิมไม่ได้  เปรียบได้กับสุนัขส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ  แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า  ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน.

 สมภารกินไก่วัด  : เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่มุ่งหมายโดยเฉพาะ  ถึงผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ปกครองดูแลหญิงสาวหลาย ๆ คนภายในบ้านหรือภายในวงงาน  แล้วก็ถือโอกาสเกี้ยวพาเอาหญิงสาวเหล่านั้น  มาเป็นเครื่องเล่นของตนเสียโดยไม่เหมาะสม  อีกทางหนึ่งอาจหมายถึงผู้มีอำนาจในการปกครอง  ซึ่งชอบหาเศษหาเลยจากการ  " คอรัปชั่น "  ในหน้าที่ของตนเองก็ได้.

สร้างวิมานในอากาศ   : หมายถึง  การสร้างความฝันว่าตนเองจะต้องได้เป็นใหญ่หรือ มีเงินทองมั่งมีขึ้นแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้สมกับที่มีเงิน  โดยที่ความใฝ่ฝันนั้นยังไม่แน่ว่าจะได้รับสมจริงหรือเปล่า.

 สาดน้ำรดกัน   :  เป็นสำนวนที่หมายถึงการทะเลาะทุ่มเถียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา  ยังไม่ถึงขั้นที่ลงมือใช้อาวุธซึ่งเท่ากับว่า  เอาน้ำมาสาดรดกันให้ต่างคนต่างเปียกด้วยกันทั้งสองข้าง.

 สาวไส้ให้กากิน : หมายถึง  การที่เอาความลับหรือเรื่องไม่ดีของตนเองหรือของพี่น้องของตนไปเปิดเผยให้คนอื่นฟัง  โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตนเองเลย.

สิบเบี้ยใกล้มือ   :  หมายความว่า  อะไรที่ควรจะไดและอยู่ใกล้หรือเป็นสิ่งที่คว้าได้ง่าย  ก็ควรจะคว้าไว้ก่อนดีกว่าที่จะมองข้ามไป  เพราะเห็นว่าเป็นของเล็กน้อยและไม่มุ่งเอาของใหญ่ข้างหน้า  โดยที่ยังมองไม่เห็นเค้าเลย.

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ  หมายความว่า  เรื่องที่เล่าจากปากคนมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อถือทีเดียวนัก  ต้องเห็นด้วยตาเองเสียก่อนและถ้าจะให้แน่จริง ๆ แล้ว  ก็ต้องได้อยู่กับเหตุการณ์นั้นด้วย  หรือเรียกว่าได้สัมผัสด้วยมือของตนเองจริงๆ จึงจะเป็นของแน่นอน.

 สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่งออก   : สำนวนนี้  หมายถึงคนในครอบครัวเรากับคนภายนอกบ้าน  คือคนที่อยู่กับเราภายในบ้านนั้นย่อมมีความสัมพันธ์และคุ้นเคยรู้อกรู้ใจกันมากับเราเป็นอย่างดี  หรือเปรียบได้กับคนที่ทำงาน  อยู่ในบังคับบัญชาของเรามานาน ๆ ย่อมจะมีความชำนาญในหน้าที่ต่าง ๆ เป็นอย่างดีเมื่อมีคนต้องออกไปแล้ว  คนจะหาคนมาอยู่ใหม่  แทนกี่สิบคนก็คงสู้คนเก่าที่ออกไปไม่ได้.

สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง   : สำนวนนี้  เนื่องจากว่าคนไทยในสมัยก่อน ๆ ถือว่า  การเป็นพ่อค้าหรืออาชีพค้าขายนั้น  สู้รับราชการขุนนางหรือข้าราชการไม่ได้  เพราะเหตุที่คนไทยในสมัยก่อนยังไม่มีความชำนาญในทางค้าขายดีพอ  เมื่อไปทำมาค้าขายเข้า  ก็มักประสบกับการขาดทุนมากกว่ากำไร สู้เป็นขุนนางหรือเป็นข้าราชการไม่ได้  เพราะพระเจ้าแผ่นดินหรือรัฐบาลชุบเลี้ยงให้มีเงินเดือน  ซึ่งเท่ากับว่ามีแต่ทางได้ไม่มีทางขาดทุน.

สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ   :  หมายความว่า  ความรู้ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาทางหนังสือนั้น  ถึงจะเรียนมามากเพียงไรก็สู้ความชำนาญที่ได้จากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ด้วยตนเองมาก ๆ ไม่ได้  เรียกว่า  เรียนรู้แต่ภาคทฤษฎี  แต่พอลงมือปฏิบัติเข้าจริง ๆ แล้วกลับไม่ค่อยได้เรื่อง  สู้คนที่เขาเรียนปฏิบัติจากของจริงมาก่อนไม่ได้.
 
 สีซอให้ควายฟัง   :  เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนโง่เง่าหรือปัญญาทึบ  ซึ่งแม้เราจะพร่ำสอนพร่ำบอกอย่างไรก็ไม่ได้เรื่อง  หรือเปรียบได้กับคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอน  หรือคำแนะนำชี้แจงของผู้ที่รู้ทำให้ผู้อุตส่าห์แนะนำต้องเปล่าประโยชน์  หรือเสียเวลาในการไปคอยชี้แนะนำ.

สี่ตีนยังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง  :  สำนวนนี้ มักจะใช้กันมาก  เพราะเป็นสำนวนสุภาษิตที่เตือนใจให้คนเราอย่าทระนงหรือประมาท  ไม่ว่าจะมีความรู้หรือปัญญาฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหนถ้าประมานก็มีวันพลาดท่าเสียทีเขาลงได้  เพราะอุปมาเอาว่า " สี่ตีนยังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง "  เราผู้เป็นคนธรรมดาสามัญหรือมีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยิ่งจะมีทางพลาดพลั้งลงได้ง่าย  โดยมีสำนวนต่อท้ายว่า  " สองตีนโด่เด่  คงจะเซลงมาบ้าง "

สุกหัวกินหัว  สุกหางกินหาง   :  สำนวนนี้  มีความหมายทำนองเดียวกับ  " สิบเบี้ยใกล้มือ "  คือ  ได้สิ่งไหนก่อนหรือง่ายก็ควรคว้าเข้าไว้  ไม่ควรรีรอเลือกมากเกินไป  อาจจะชวดหรือไม่ได้เลยก็ได้  เปรียบกับปิ้งปลาเป็นอาหาร  คือ เห็นว่า  สุกหัวกินหัว  สุกหางกินหาง  ไม่ต้องรอให้ปลาสุกทั้งตัวจะช้าการไป.

สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร  :  สำนวนนี้เป็นคำพังเพยที่ระบุถึงอบายมุขทั้ง ๔ คือ สุรา (เหล้า )  นารี (ผู้หญิง : มักเจาะจงถึงผู้หญิงคนเที่ยว )  พาชี  ( ม้าแข่ง )  กีฬาบัตร ( การพนัน จำพวก ไพ่ เช่น ไพ่ป๊อก ไพ่ตอง )  ว่าเป็นเหตุแห่งความฉิบหายของผู้ชายเราถ้าใครลงไปมั่วสุมเข้า  หรืออีกทางหนึ่งหมายถึง  คนที่เป็นนักเลงถึงพร้อม ๔ อย่าง  หรือเกือบทุกอย่างซึ่งเรียกว่าเป็นนักเลงเต็มตัว  แต่ไปในทางไม่ดีนัก.

 เส้นผมบังภูเขา  : หมายความว่า  เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเวลาคิดค้นหรือแก้ไขเกือบตาย  แต่แท้จริงแล้วเป็นเรืองที่มีปัญหาอยู่นิดเดียว  ซึ่งมองข้ามไป  เลยทำให้เป็นเรื่องใหญ่หรืออีกทางหนึ่ง  หมายความว่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาบังหน้าเสีย  เพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเข้าใจเขวไป  จนเลยไม่ทันคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เสียการ.

 เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน   : หมายความว่า  ยุยงให้เขาเกิดวิวาทบาดหมางกันแบบ  " ยุให้รำ ตำให้รั่ว " (คำว่า " เสี้ยม "  แปลว่า  ลับ  หรือทำให้เขาควายแหลมคมขึ้น  เพื่อจะให้เข้าไปขวิดกัน ).

 ใส่ตะกร้าล้างน้ำ  :  สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยถึงการทำให้คนที่มีมลทิน  หรือมีเรื่องเสียมาก่อนให้กลับเป็นคนดีหรือเป็นคนใหม่ที่บริสุทธิ์ขึ้นมา  เปรียบเหมือนเอาปลาที่เหม็นคาว  หรือมีกลิ่นมาใส่เกลือแช่สักพัก  แล้วเอาใส่ตะกร้าล้างน้ำโดยวิธีจุ่มสงขึ้นหลาย ๆ หนเพื่อให้หมดกลิ่น  สำนวนนี้มักใช้กับหญิงที่เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว  หรือมีราคี  แล้วเอาชุบอบรมทำให้เป็นหญิงบริสุทธิ์คนใหม่เสีย.

ไส้เป็นหนอน   :  หมายถึง  ญาติพี่น้องหรือคนในบ้านของตนเองไม่ซื่อสัตย์คิดร้ายหรือทรยศ  ทำให้ตนต้องได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย  สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า  " หนอนบ่อนไส้ "  โบราณมักเอาคำว่า  " ไส้ "  มาเปรียบกับตัวเรา  ญาติพี่น้องวงศ์วาร  หรือความลับภายใน ,  เรื่องส่วนตัว ฯลฯ  เป็นส่วนมาก  เช่น  " ไส้กี่ขด ๆ "  ( หมายถึงความลับภายในหรือเรื่องส่วนตัว )  สาวไส้ให้กากิน , ไส้เป็นน้ำเหลือง  ฯลฯ.

หอกมันแทงมัน  : หมายความว่า  เอาผลที่ได้มาจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น  เป็นเครื่องดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องลงทุนใหม่  เช่น  เอาเงินที่ได้จากการพนันเสี่ยงโชคนั้นลงไปเสี่ยงในการพนันต่อไป.

หมากัดอย่ากัดหมา   :  หมายความว่า  คนชั่ว  คนชั้นต่ำ  หรือพวกอันธพาลคิดร้ายหรือประทุษร้ายเราอย่างใดอย่าทำตอบ  แต่ควรหลีกเลี่ยงไปเสีย.

 หมาเห่าใบตองแห้ง   :  หมายถึง  คนที่ชอบเอะอะโวยวายเป็นที่อวดตัวว่า  ตนเก่งกล้า  แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนขี้ขลาด  ไม่กล้าเผชิญกับศัตรู  เปรียบได้กับใบตองแห้งที่ติดกับต้นกล้วย  เวลาลมพัดมามีเสียงดังแกรกกรากหมาได้ยินเข้าหน่อยก็มักจะเห่าส่งเดช.

 หมาเห่าไม่กัด   :  ความหมายอย่างเดียวกับ  "  หมาเห่าใบตองแห้ง "  ตามที่สังเกตเอาว่า  หมาที่เห่าเก่ง ๆ นั้นมักจะไม่กัด  และหมาที่ชอบกัดนั้นมักไม่เห่าง่าย.

 หมาเห็นข้าวเปลือก  : หมายถึง  การได้เห็นแล้วอยากได้แต่ไม่มีทางที่จะได้  หรือเป็นประโยชน์แก่ตนเองจะโดยฐานะต่ำต้อยหรืออะไรก็ตาม  สำนวนที่เอา  " หมา "  มาเปรียบนี้มีมาก  แต่มักหมายไปในทางไม่ดี  เช่น  หมาหัวเน่า ,  หมาสองราง  ฯลฯ.
 
หมูจะหาม  เอาคานเข้ามาสอด   :  หมายถึง  การที่เข้าไปขัดขวางผลประโยชน์  หรือกิจการของคนอื่นที่เขากำลังจะสำเร็จอยู่แล้ว  สำนวนนี้มีต่อท้ายด้วยว่า  " ผัวเมียเขาจะกอดเข้าไปข้างกลาง "  มีความหมายอย่างเดียวกัน.

 หวานนอกขมใน   : หมายถึง  การใช้คำพูดหรือแสดงกิริยาให้อีกฝ่ายเห็นว่า  ดีต่อ  แต่แท้จริงภายในจิตใจกลับตรงกันข้ามกับกิริยาและวาจา.

 หักด้ามพร้าด้วยเข่า   : หมายความว่า  ใช้วิธีบังคับหรือเตี่ยวเข็นเอาอย่างหักโหม  ตามความต้องการของตนเอง  โดยไม่คำนึงว่า  จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง  " พร้า "  หมายถึงมีดใหญ่ที่ใช้สับและฟัน  คนสมัยก่อน ๆ มักจะใช้คำพูดควบกันไปว่า  " มีดพร้า "  และเป็นของประจำทุกครัวเรือน  จึงมักจะนิยมเอามาผูกสำนวน.

หัวมงกุฎท้ายมังกร   : หมายถึง  การทำอะไรที่ไม่เข้ากันหรือขัดกัน  เช่น  ประกอบอะไรขึ้นสักอย่างมีหัวกับท้ายหรือหางไม่เหมือนกัน  หรือไม่กลมกลืนกัน  สำนวนนี้มักมักพูดกันว่า  " หัวมงกุฎท้ายมังกร "  ไปเสียแท้จริงแล้วต้องเป็น  " มังกุ "  ไม่ใช่   " มงกุฎ "  เพราะ " มังกุ "  เป็นชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง และ " มังกร "  ก็เป็นชื่อเรืออีกชนิดหนึ่งเหมือนกัน  สำนวนนี้เอาเรือที่ประดิษฐ์หัวเรือและท้ายเรือ  เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น เรือหงษ์  เรือมังกร  มาเปรียบ.

 หัวล้านนอกครู   :  สำนวนนี้ต่างกับคำว่า  " หัวล้านได้หวี "  เพราะหมายถึง  คนที่ทำอะไรนอกแบบแผน  หรือไม่ทำอย่างที่คนธรรมดาเขาปฏิบัติกันอยู่ทั่วไป  โบราณมักจะเอาคนหัวล้านมาผูกเป็นประโยคสำนวน  หรือคำพังเพยส่วนมาก  เข้าใจว่า  คนหัวล้านในสมัยนั้นคงมีพฤติการณ์อะไรแปลก ๆ หรือเป็นจุดเด่นให้สังเกตได้ง่ายก็อาจเป็นได้.

 หาเลือดกับปู  :  ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนที่ว่า  " รีดเลือดกับปู ".

 หาเหาใส่หัว  :  หมายความว่า  หาความลำบากมาใส่ตัวเองหรือเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวเอง.
 
 หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว  : หมายความว่า  การทำประชดหรือทำแดกดันที่กลับเป็นผลร้ายแก่ตนเอง  เพราะธรรมดาแมวชอบกินปลา  ถ้ายิ่งปิ้งปลาให้แมวกินแบบประชดมาก ๆ แมวก็ยิ่งชอบ  แต่ตัวคนทำประชดจะต้องเสียผลมากขึ้น.

 เห็นกงจักรเป็นดอกบัว  : หมายความว่า  เห็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นดี  หรือเห็นผิดเป็นชอบ  คำว่า  " กงจักร "  ซึ่ง หมายถึง  " ไม่ดี "  และ  " ดอกบัว " ซึ่งหมายถึง  " สิ่งดี "  นั้น  ได้เค้ามาจากนิทานชาดกเรื่อง  " มิตตวินทุชาดก "  เมื่อพระโพธิ์เสวยชาติเป็นเทวดาและลงไปเที่ยวในเมืองนรก  ไปเห็นมิตตวินทุตกนรกมีกงจักรครอบอยู่บนหัวทรมานเจ็บปวด  แต่พระโพธิสัตว์  กลับมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว  มีสีสันสวยงาม  ก็ออหกปากขอกงจักรนั้นมาสวมบ้างเป็นการทำให้มิตตวินทุสิ้นกรรม  แต่ตัวพระโพธิสัตว์เองกลับต้องรับกรรมแทน.

เห็นขี้ดีกว่าไส้   : หมายความว่า เห็นคนอื่นดีกว่าญาติพี่น้องของตน.

 เห็นเขาขึ้นคานนั่ง  เอามือประสานรัดก้น   :  ความในสำนวนนี้  แปลว่า  เห็นคนอื่นเขานั่งคานหาม  มีคนหามไป  ตัวเองก็เอามือประสานกันเข้า  ช้อนใต้กัน  เป็นทำนองว่า  ตนก็นั่งคานหามเหมือนกันเป็นความหมายถึงการแสดงความทะเยอทะยาน  ใฝ่สูงเกินศักดิ์  อยากจะทำตัวตามอย่างผู้สูงศักดิ์กับเขาบ้าง.

 เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง :  สำนวนนี้  ความหมายอย่างเดียวกับ  " เห็นเขาขึ้นคานนั่ง  เอามือประสานรัดก้น ".

เหยียบเต่าเต็มตีน  :  หมายความว่า  ทำอะไรให้มั่นคงอย่าให้เกิดมีข้อผิดพลาดถึงเสียงานเสียการได้  สำนวนนี้  บางทีก็พูดว่า  " เหยียบเต่าสองตีน "  เป็นการทำให้เต่าดิ้นหลุดไม่ได้.

 เหยียบเรือสองแคม   : หมายความถึง  คนที่ทำอะไรไม่ซื่อตรง  และเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  แม้จะยืนอยู่ข้างฝ่ายไหน  ก็ยังละโมบไปเข้าด้วยอีกฝ่ายหนึ่ง  อย่างมีเลห์เหลี่ยม  โดยมุ่งแต่ประโยชน์ฝ่ายเดียว  และการเอาตัวรอดเข้าไว้ก่อนอยู่เสมอ.

 หินดีเหล็กดี  ตีทีเดียวก็ติด   :  สำนวนนี้  มุ่งหมายโดยเฉพาะถึงชายกับหญิง  ซึ่งรักใคร่ได้เสียกัน  ในทำนองที่ว่า  แม้จะได้เสียกันเพียงครั้งเดียว  ถ้าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  มีความสมบูรณ์ทัดเทียมกันก็อาจทำให้หญิงเกิดตั้งครรภ์ได้  โดยไม่จำเป็นต้องสมสู่กันหลายครั้ง  สำนวนนี้  เปรียบเอาหินไฟกับเหล็กมาตี  เพื่อทำให้เกิดประกายไฟติดชุด  คือนุ่นของคนในสมัยก่อน ๆ ซึ่งยังไม่มีไม้ขีดไฟใช้กันคือถ้าหินดีเหล็กดี  ตีครั้งเดียวก็เกิดประกายไฟติดทำให้เป็นไฟขึ้นมาใช้ได้.

 หนามแหลมบ่มีคนเสี้ยม   :  สำนวนนี้  อธิบายไว้แล้วใน  " มะนาวกลมเกลี้ยง  บ่มีคนกลึง "

หน้าไหว้หลังหลอก  :  สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกับ  " ต่อหน้ามะพลับ  ลับหลังตะโกน "  คือต่อหน้าทำดีแต่ลับหลังตรงกันข้าม.

 หว่านพืชหวังผล  หมายถึง  การลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่ง  ก็ย่อมจะต้องหวังผลประโยชน์ตอบแทน.

อดเปรี้ยวกินหวาน   :  หมายความว่า  ให้ละทิ้งสิ่งที่ไม่ดีนั้นเสีย  เพื่อรับเอาสิ่งที่ดีเข้าไว้  ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอดใจรออยู่นาน  ก็ยังดีกว่า  เพราะผลที่จะได้รับข้างหน้านั้น  ย่อมดีกว่า.
 
อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย  ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น   :  สำนวนนี้มีความหมายอธิบายอยู่แล้ว  คือเมื่ออาศัยอยู่บ้านใคร  ก็อย่าอยู่เปล่า  ควรช่วยทำงานทำการให้เป็นประโยชน์ต่อเขาบ้าง  เพียงแค่เอาดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาให้เด็ก ๆ ลูกหลานในบ้านท่านเล่นก็ยังดี  แต่ประโยคนี้  เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่า  เพียงแต่ช่วยดูแลเด็กเล็กในบ้านให้แก่ท่านผู้นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ.

 อ้อยเข้าปากช้าง  :  หมายความว่า  สิ่งที่หลุดลอยไปเป็นของคนอื่นแล้ว  ก็ย่อมจะสูญหรือไม่มีทางจะได้คืนมาง่าย ๆ มักหมายถึงการที่เสียรู้หรือเสียประโยชน์ไปโดยถูกช่วงชิง  หรือโดยความผิดพลาดอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว  อย่าหวังจะได้กลับคืนมาทีเดียวนักเปรียบเหมือนอ้อยซึ่งเป็นอาหารโปรดของช้าง  เมื่อตกเข้าไปอยู่ในปากช้างแล้ว  " ยากที่จะง้างออกมาได้ ".

 อัฐยายซื้อขนมยาย   :  หมายถึงกานได้รับประโยชน์หรืได้รับทรัพย์จากผู้ใดผู้หนึ่ง  แล้วเอาทรัพย์นั้นมาใช้กับผู้นั้นต่อ  เข้าทำนองที่ว่า  เอาเงินจากผู้นั้นมาแล้ว  กลับเอาเงินนั้นไปซื้อของมีค่าจากผู้นั้นอีกโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลย  แต่คนนั้นกลับเป็นฝ่ายต้องเข้าเนื้อ  ตามความหมายตรงตัวของสำนวนอยู่แล้ว.

เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ  :  สำนวนนี้  บางทีก็ว่า  " ยืมจมูกคนอื่นเขามาหายใจ "  มีความหมายไปในทำนองที่ว่า  อาศัยความคิดหรือแรงของคนอื่นมาทำงานให้ตน  โดยไม่คิดว่าจะได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่ากับที่ตนเองทำหรือไม่  และมักจะไม่ได้ผลดังที่ตนต้องการทีเดียวนัก.

 เอาใจเขามาใส่ใจเรา   :  สำนวนนี้  มุ่งให้คำนึงว่า ควรจะมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน  หรือนึกถึงอกเขาอกเราบ้าง  ว่าตัวเราจะรู้สึกอย่างไร  ถ้าเขาทำอย่างนั้นกับเรา.

เอาทองไปรู้กระเบื้อง  :  สำนวนนี้  ความหมายอย่างเดียวกับ  " พิมเสนแลกกับเกลือ "  ความหมายว่า  ลดตัวเองลงไปต่อสู้กับคนที่ต่ำศักดิ์กว่า  โดยไม่คู่ควรกัน.

เอาหัวดินต่างตีน   :  จะทำให้แปลกพิสดารออกไปอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ  หรือไม่เชื่อเป็นเด็ดขาด  แต่สำนวนนี้มักเอามาใช้เป็นคำพนันขันต่อ  เป็นทำนองว่า  " ถ้าลือทำได้  อั๊วยอม  เอาหัวเดินต่างตีน "

ออฟไลน์ น้ำน่าน

  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 1,290
  • กดถูกใจ: 1 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 129
  • เพศ: หญิง
  • ขอบคุณรูปสวยๆจากเว็บต่างๆ
Re: สุภาษิต สำนวนไทย น่ารู้จ้า
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2008, 05:24:27 pm »

โหสุดยอดดดดดดด

ไว้มีเวลาอีกนิด จะหามาโพสด้วยนะคะ

รวมกลอน น้ำน่าน คลิ๊กเลย
แวะมาทักทายได้เสมอนะคะ 
 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN