รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => กลอนวันสำคัญ => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 10, 2009, 03:47:51 pm

หัวข้อ: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 10, 2009, 03:47:51 pm
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือขานพระนามกันโดยทั่วไปว่า เจ้าฟ้ากุ้ง
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรประสูติ พ.ศ. ๒๒๔๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งเป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระองค์ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศหรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ กับกรมหลวงอภัยนุชิต พระมเหสีใหญ่ ทรงมีพระอนุชาต่างพระมารดา ๒ พระองค์ คือ

    * พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเอกทัศ (พระเจ้าเอกทัศน์) และ
    * พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าดอกเดื่อ (พระอุทุมพร หรือขุนหลวงหาวัด)

จลุศักราช ๑๑๐๓ ปีระกา ตรีศก พ.ศ. ๒๒๘๔ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ได้เข้าพระราชพิธีอุปราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสถิต ที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าหญิงอินทสุดาวดี เมื่อเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลและ พระองค์ได้เป็นกองการปฏิสังขรณ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์และวัดอื่นๆ มากมาย

เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม พระองค์ทรงเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์เพราะเหตุที่มีผู้ไปกราบทูลว่าพระองค์ลอบเป็นชู้กับ เจ้าฟ้านิ่ม หรือเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งเป็น เจ้าจอมของ พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงทรงลงพระอาญาเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์พร้อมด้วย เจ้าฟ้าสังวาลย์ แล้วนำพระศพไปฝังยังวัดไชยวัฒนาราม

ผลงานด้านวรรณกรรมที่พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้นั้นจัดเป็นวรรณกรรมอันเลอค่า โดยเฉพาะคำประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลงดูจะมีมากกว่างานพระนิพนธ์ชนิดอื่น ๆ งานนิพนธ์ที่เหลือจนบัดนี้มีที่รวบรวมได้ดังนี้

๑. กาพย์เห่เรือ

๒. บทเห่เรื่องกากี ๓ ตอน

๓. บทเห่สังวาสและเห่ครวญอย่างละบท

๔. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก

๕. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง

๖. นันโทปนันทสูตรคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๗๙ ขณะทรงผนวช

๗. พระมาลัยคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๘๐ ขณะทรงผนวช

๘. เพลงยาวบางบท


ที่มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C
หัวข้อ: Re: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 10, 2009, 04:04:06 pm
พอดีดูลิเกเรื่องเกี่ยวกับเจ้าฟ้ากุ้งอ่ะนะ เลยเอามาแต่งกลอนสักหน่อย  e049

ไม่นึกเลย...ว่าคนรัก...ที่ภักดิ์มั่น
จะผลิกผัน...เปลี่ยนแปลง...ไปเยี่ยงนี้
โอ้เมียรัก...ของผัว...เจ้าโชคดี
ศักดิ์เป็นถึง...แม่พี่...ช่างจี้ทรวง

จึงนัดพบ...เพื่อถาม...ความให้ชัด
น้องจะตัด...สัมพันธ์...หรือแหนหวง
จะเป็นเมีย...หรือแม่...เล่าพุ่มพวง
พี่มาทวง...สัมพันธ์...วันปลอมตัว

โอ้พี่อินทร์...ของน้อง...โจรปล้นบ้าน
นึกเสียว่า...สงสาร...เมียเถิดผัว
เมียมิได้...ตั้งใจ...จะหมองมัว
เพราะพ่อท่าน...ถวายตัว...มอบน้องมา

หากพ่อรู้...ว่าเรา...นั้นได้เสีย
เป็นผัวเมีย...กันแล้ว...คงไม่พร่า
แต่พอไม่...รู้เรื่อง...ที่ผ่านมา
จึงเกิดเรื่อง...โศกา...อนาถใจ

ขอถามย้ำ...อีกครั้ง...เถอะสังวาลย์
เจ้าจะกลับ...ไปหวาน...กับพี่ไหม
หัวใจน้อง...สังวาลย์...อยากกลับไป
แต่กลัวพ่อ...ต้องตาย...วายชีวา

ขอกอดเจ้า...กอดจาก...นับจากนี้
พี่ฟ้ากุ้ง...จะไม่รี้...ลงมาหา
จะตัดรัก...ลืมเจ้า...เผาสัญญา
ขอกอดเจ้า...อีกครา...ก่อนลากัน

บรมโกศ...เห็นภาพ...ไม่คาดคิด
ไอ้ฟ้ากุ้ง...มันคิด...ผิดมหันต์
นำตัวไป...ประหาร...ในเร็ววัน
ส่วนสังวาลย์...อย่าฝัน...จะปล่อยตัว  
หัวข้อ: Re: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ พฤษภาคม 17, 2009, 07:59:27 pm
โอ้สังวาลย์...เจ้าเอ๋ย...พี่เจ็บนัก
เจ้ามาถอน...รักจาก...กันโดยง่าย
คิดเลิศลอย...สูงศักดิ์...ประจักษ์ลาย
ยศเจ้าจอม...คงหมาย...มานานเน

พี่แค่โจร...ปล้นบ้าน...สังวาลย์เจ้า
จึงไม่เหมา...ร่วมมิตร...คิดหันเห
มีผัวสอง...ย้อมกาย...หน่ายรักเท
ช่างแสร้งเส...เก่งนัก...บีบน้ำตา

ขอถามเจ้า...สัำำกคำ...พี่คลั่งจิต
นี่เจ้าคิด..เป็นแม่...หรืิอเมียหนา
จะมาอยู่...คู่ผัว...ดั่งสัญญา
หรือเป็นพระ...มารดา...เล่าจอมใจ

โอ้พี่อินทร์...ของเมีย...ฟังเมียก่อน
อดีตไม่...อาจย้อน...คืนมาได้
ปัจจุบัน...เมียแสน...จะปวดใจ
คิดถึงผัว...ร่ำไห้...ทุกเพ-ลา

มิได้คิด...จะมา...มีผัวสอง
มิได้ต้อง...การเป็นแม่...พี่เลยหนา
มิได้อยาก...เป็นเจ้าจอม...องค์จักรา
อยากอยู่เคียง...ผัวข้า..นามว่าอินทร์

เมื่อรู้ว่า...พี่อินทร์...คือฟ้ากุ้ง
เมียยิ่งยุ่ง...ใจนัก...แทบกัดลิ้น
อยากมาหา...มาบอก...ให้ได้ยิน
เมียอยากกลับ...คืนถิ่น...ที่จากมา

แต่บัดนี้...เราไม่...อาจครองคู่
เมียอดสู...เหลือเกิน...เฝ้าโหยหา
ขอวันนี้...เพียงหอบ...สวาทมา
ให้ผัวข้า...เสวย...อย่างระวัง
หัวข้อ: Re: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มิถุนายน 27, 2009, 10:29:28 pm
สังวาลย์..เจ้ายอดรัก
พี่เจ็บนัก...เจ้ารู้ไหม
หัวจิต...และหัวใจ
แทบจะไหม้...ลงต่อตา

ยอดรัก...สังวาลย์เอ๋ย
โอ้ทรามเชย...เจ้าสูงค่า
เป็นถึง...พระมารดา
พี่แค่ฟ้า...ลูกยาเธอ
หัวข้อ: Re: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 01, 2009, 02:27:26 pm
ผู้คอขาดในพงศาวดารไทย ท่านหนึ่งเป็นอมตกวีชั้นยอดของกรุงศรีอยุธยา และทรงเป็นพระบรมวงศ์ผู้สูงศักดิ์ถึงชั้นมหาอุปราช แต่ความเป็นยอดในเชิงกวีพาให้ดวงพระชาตาและชีวิตดับวูบลงเหมือนไฟดับในพริบ ตาทิ้งแต่งานพระนิพนธ์และพระนามไว้เป็นศักดิ์ศรีประดับชาติไทยไปอีกนานเท่า นาน กวีเอกพระองค์นั้นคือ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ หรือที่เรียกกันเป็นสามัญว่า เจ้าฟ้ากุ้ง เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในขุนหลวงบรมโกษฐ์ พระพันวสาใหญ่เป็นพระราชมารดา ประสูติเมื่อ พ.ศ.๒๒๕๘ ได้ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ เป็นกรมขุนเสนาพิทักษ์ ขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรฝ่ายหน้า พ.ศ. ๒๒๘๔ และได้สถาปนาเจ้าฟ้า อินทสุดาวดี เป็นกรมขุนยิสารเสนี พระราชทานให้เป็นพระมเหสีกรมพระราชวังบวร ฯ เจ้าฟ้ากุ้งทิวงคต ในพ.ศ. ๒๒๙๘ พระชนมายุ ๔๐ ปี เหตุที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ พระศอขาดก็เพราะเพลงยาวด้วยความเป็นจอมกวีก็คงจะเป็นที่สนใจของเพศตรง ข้ามอยู่มากรายแต่เผอิญไปผูกพันพิศวาสเข้ากับเจ้าฟ้าหม่อมสังวาล ถึงกับมีสารรักเป็นเพลงยาวโต้ตอบกันหลายฉบับจนถูกจับได้แต่นั้นความเป็นกวี ของพระองค์ก็สิ้นสุดลงในวัยที่ยังไม่สมควร มีเพลงยาวอยู่สองบทจากหลายบทของทั้งสององค์ที่สิ้นพระชนม์เพราะความรักที่ ทรงมีติดต่อกัน ซึ่งหาอ่านได้ยากมากขอนำมาลงไว้ทั้งสองบท คือทั้งของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ และเจ้าฟ้าสังวาลดังนี้




                                                 เพลงยาวพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุ้ง   
 
                                                    ฝากสารสุจริตขนิษฐา                                                         

             

                    ฝากจิตที่สนิทสนองมา                             ฝากหน้ามาให้ดูช่วยชูนวล
                    ด้วยหมายมั่นอยู่ในวันได้พบพักตร์                 จำเริญรักยังไม่วายหายหวล
                    แสนสนิทนั้นยังคิดไม่ขาดครวญ                   เมื่อวันจวนที่จรไปจากชาย
                    เจ้ายอกรอภิวาทขึ้นพาดพักตร์                     ดังใครผลักตกไม้ฤทัยหาย
                    แต่ตลึงแลหน้าจนตาลาย                          ดั่งสายกายนี้จะยืดจะยาวตาม
                    แล้วก็หยุดยืนคิดพิศวง                             จะตามส่งก็ยังพรั่นขยั้นขาม
                    เพราะเกรงภัยที่ผู้ใหญ่พยายาม                    จะลวนลามจึงเสงี่ยมสงวนใจ
                    แล้วเจียมตัวด้วยว่าตัวเหมือนหิ่งห้อย              จะรื้อรอยไปแบ่งพระสุริไส
                    ก็เหมือนหนังเมื่อยังไม่ออกไป                     หรือจะไปเชิดชี้ประชันงาน
                    ทั้งเภรีปีพาทย์ก็ขัดสน                             ทั้งไร้คนเจรจาจะว่าขาน
                    ดั่งเชิดชื่อให้เขาลือด้วยลายพาล                  ประมาณเถิดมิใช่จะเกียจกัน
                    ใช่จะน้อยเสน่ห์บำรุงถนอม                         เจ้าก็ย่อมแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
                    ถ้าสมบูรณ์สมบัติเท่าทัดกัน                        หรือจะพลันหิริโอตป์ลอายกาย
                    เมื่อมีแต่สุจริตกับพิศวาส                           ฤๅอาจรักเพลินให้เกินหมาย
                    แล้วตกต่ำก็จำจะเจียนตาย                          ใครจะเห็นว่าเป็นชายภักดีดี
                    เมื่อไรจำเริญในเกียรติยศ                           จะปรากฏเกียรคติศัพท์เสน่ห์พี่
                    สงวนศักดิ์รักษาแต่อินทรีย์                          ไว้หใดเถิดจะมาดจะหมายฝั่ง
                    เจ้าก็ใช่ดรุณเพิ่งรุ่นเริ่ม                              พอจะเพิ่มเพียรจำที่คำหลัง
                    ให้จำเริญความสวัสดิ์ในสัจจัง                       อย่าหวังใจเอาใจออกจากกัน
                    จึงจะควรสมาคมสมสู่                               ที่พลัดคูรสรักภิรมย์ขวัญ
                    ถ้ารู้รักรู้สงวนให้ควรกัน                              จะร่วมวันพิศวาสไม่คลาดคลาย
                    จะร่วมร้อนน่วมรสเจริญพักตร์                       จะร่วมรักมิให้ร้างหมางสลาย
                    จนสูญสิ้นดินฟ้าชีวาวาย                             มิได้คลายคาดคิดประคองครอง
                    เอ็นดูด้วยอย่าให้ม้วยไมตรีมิตร                      ที่ปล้ำคิดควรความนี้ตามหมอง
                    แสนถวิลสุดสิ้นที่ตรึกตรอง                           จงดูลักษณ์ที่จำลองนี้เถิดเอยฯ



                                                       พระนิพนธ์เจ้าฟ้าสังวาลทรงตอบ
                                                          สารศรีนุสรเสน่หา



                     จำเริญจิตที่ได้สนิทสนองมา                          ด้วยจินตนาเนืองนิจไม่วายวัน
                     ถึงเชษฐาองค์อิศราราช                               ประเวศอาสน์เยื้องวังบวรสวรรค์
                     สงวนศักดิ์สุจริตไม่ผิดธรรม์                           ถวัลยราชดำรงธเรษตรี
                     สมพักตรวรอรรคอิศเรศร์                              สมเศวตฉัตรเฉลิมศรี
                     สมวงศ์องค์เอกนารี                                   สมศรีสุภาพพร้อมเพรากาย
                     งามพจน์งามรสสุนทรสนอง                          ไม่มีสองสุดเสน่ห์ถนอมหมาย
                     เสาวนาสาราภิปรายระบาย                            ให้ทราบสายเสน่ห์แจ้งแสดงการ
                     แจ่มจิตที่สนิทสนองพักตร์                            จำเริญรักมิได้วายหายสมาน
                     แต่จำจนสู้ทนทรมาน                                  ก็บันดาลเสื่อมาเศร้าทุเลาครวญ
                     ดั่งได้ยลวิมลพักตร์พี่                                  เสาวนีย์ไพเราะเสนาะหวน
                     สำราญรื่นชื่นชมภิรมย์ชวน                            เอาสารสงวนแนบไว้ในอุรา
                     ซึ่งประสาทโอสถดังรสทิพ                             มายกหยิบทุกษ์เทวษถวิลหา
                     ได้จำเริญเรียนประสิทธิวิทยา                          รักษาอารมณ์แล้วข่มใจ
                     รสสุคนธ์ยลรูปเทียนสนอง                             ปลงปองเคารพสมสมัย
                     จงจิตบูชิตเป็นเนืองใน                                 แจ่มใสโสมนับประนมกร
                     อิ่มอาบมิตรภาพจรรยา                                ดั่งเชษฐานั่งแนบสโมสร
                     ด้วยเดชะเมตตาสถาวร                                ระงับร้อนโรคเร้าระทมกรม
                     พระคุณปูนเปรียบสุเมรุมาศ                            พสุธาอากาศไม่สาสม
                     สุดสนองที่จะต้องในอารมณ์                          ให้ชมคุณที่การุณนุชชาย
                     ก็ตั้งจิตจงรักภักดีพี่                                    น้องจึงมีความร้อนห่อนเหือดหาย
                     สุดสกนธ์แต่ทนระกำกาย                              เพียงจะวายวางชีพทุกทิวา
                     แต่ยินข่าวที่เขากล่าวประมาทพี่                       พลอยทวีความเทวษด้วยเชษฐา
                     เคยงามพักตร์วรลักษณ์จำเริญตา                      ก็นับวันแต่ถ้าจะอับประมาณ
                     จะขุ่นคล้ำช้ำใจอยู่ในอก                               แสนวิตกอนิจาน่าสงสาร
                     เสียเนื้อที่เป็นเชื้ออนงค์นาน                           มาพ้องพานอุปวาทประมาทกัน
                     เคยสมบูรณ์ในจุลจักรพรรดิ์                            ภิรมย์สวัสดิ์วีรราชจำเริญขวัญ
                     สงวนศักดิ์บริรักษ์ไม่วายวัน                            ก็สารพรรณจะนิราศแรมไกล
                     ดั่งดวงเดือนเลื่อนลับพโยมหน                        เคยวิมลกระจ่างสว่างไสว
     

                                            กลอนสองบทนี้ แม้จะขาดความไพเราะในเรื่องสัมผัสไปบ้าง แต่ก็นับว่าดีที่สุดของกลอนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเรื่องสัมผัสในนั้นมามีขึ้นโดยท่านสุนทรภู่เป็นเจ้าตำรับสมัยกรุงรัตน โกสินทร์จะเทียบกับเชิงกลอนของสุนทรภู่นั้นเทียบกันไม่ได้ แต่กลอนสองบทที่ยกมานั้นก็สมกับเพลงยาวของคนชั้นสูงในราชวงศ์ ทั้งท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญกวีโดยแท้จริงและแสดงให้เห็นความสามารถของเจ้า ฟ้ากุ้งด้วยว่าไม่ได้หลักแหลมแต่ในเชิง กาพย์ ฉันท์ แม้กลอนสุภาพก็แต่งได้ไพเราะเช่นเดียวกัน เพราะความที่แต่งบทกวีไพเราะจึงทำให้ประสบเคราะห์กรรมถึงชีวิต จึงย่อมจะมีเพศตรงข้ามติดรสกวีจนทำให้เกิดความรักความพิศวาสขึ้นจะลงโทษเจ้า ฟ้าสังวาลว่าประพฤติพระองค์ไม่สมควรก็ไม่ถนัดนักเพราะเป็นโลกีย์วิสัยที่ชอบ พอสิ่งใดแล้วก็อาจเคลิบเคลิ้มไปตามอารมณ์ได้โดยง่าย  ต่างมีฝีปากเชิงกวีด้วยกันเขียนตอบโต้กันเล่นเพื่อความเพลิดเพลินอวดฝีปาก กันเมื่อโต้ตอบกันบ่อยๆเข้าจึงเกิดเป็นคดีขึ้นเพราะต่างติดรสของความเป็นกวี ของกันและกัน
                                         

                                                          วัฒนธรรมไทย  ปีที่๑๒ ฉบับที่ ๑๐  เสงี่ยม  คุมพวาส

                                                                                  สวัสดี

                                                                           ศิรพงศ์    ครุพันธ์กิจ
                                                                         
                                                                         ๑๙  กันยายน  ๒๕๕๑


ที่มาจากเวบ http://www.monnut.com/board/index.php?topic=292.0;wap2
หัวข้อ: Re: เจ้าฟ้ากุ้ง
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ ตุลาคม 20, 2014, 06:54:17 pm
ตอบพี่...ให้แจ้งจิต
เถิดมิ่งมิตร...เคยชิดใกล้
เจ้าจาก...พนาไพร
หวังอะไร...ในเวียงวัง

จึงดั้น...ด้นมาถึง
ลืมรักซึ้ง...ซึ่งความหลัง
ตอบหน่อย...พี่คอยฟัง
ด้วยสุดยั้ง...รักคลั่งคราง

เป็นเมีย...หรือเป็นแม่
ตอบให้แน่...แค่สะสาง
ตอบหน่อย...ตอบซินาง
ไยอำพราง...ถางรักเท

พี่อินทร์...ของเมียเอ๋ย
เมียไม่เคย...เลยจะเห
ยังรัก...หักลังเล
อย่าได้เขว้...จงฟังความ

เหนือหัว...มีรับสั่ง
ให้เมียนั่ง...เสลี่ยงหาม
รอผัว...จนหมดยาม
ก็สุดปราม...ห้ามอันใด

ตำแหน่ง...หม่อมสังวาล
หน้าชื่นบาน...ต้านอกไหม้
ยิ่งรู้...ยิ่งร้าวใจ
พี่คือใคร...ในวังเวียง

มิได้...หมายเป็นแม่

ยังรักแท้...แม้จะเสี่ยง
ยังรัก...ยังหวังเคียง
แม้มีเพียง...พนาไพร

ฟ้ากุ้ง...กับสังวาล
ครองร้าวราน...ระทมไห้
ศักดิ์ศรี...ชี้ให้ไกล
แม้อยากใกล้...จำใจลา