ขอความช่วยเหลือ ให้ถอดความหมายกลอนพระอภัยมณี

(1/2) > >>

v.nefertali:
ช่วยถอดความหมายแต่ละบาท แต่ละวรรค  ว่าแปลว่าอะไร

 * ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก   ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม   ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์   ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ
แล้วออกจากวลวังไม่รั้งรอ   ค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา
พอเห็นองค์ทรงยศโอรสราช   อยู่ชายหาดพร้อมกันก็หรรษา
จึงชวนลูกสาวนั้นกับภรรยา   คลานขึ้นมาชายฝั่งแล้วบังคม ฯ
    
พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย   ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม
ประไพพักตรลักษณ์ล้ำล้วนขำคม   ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง
ขนงเนตรเกศกรอ่อนสอาด   ดังสุรางค์นางนาฎในวังหลวง
พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง   แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป
จึงตรัสว่าตาเงือกมาคอยรับ   ช่างสมกับวาจาจะหาไหน
เราล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ   เดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ
ช่วยเมตตาพาตรงไปส่งที่   พระโยคีมีเวทวิเศษขยัน
กลางคงคาปลาร้ายก็หลายพรรณ   จะป้องกันไภยพาลประการใด ฯ
    
 * เงือกผู้เฒ่าเคารพอภิวาท   ขอรองบาทบริรักษ์จนตักไษย
เสด็จขึ้นทรงบ่าจะพาไป   พรหน่อไทให้ขี่ภริยา
อันอำนาจชาติเชื้อผีเสื้อน้ำ   ปลาไม่กล้ำกรายกลัวทั่วทิศา
ด้วยกลิ่นอายคล้ายท่าผู้มารดา   เมื่อจับข้าข้าจึงอ่อนหย่อนกำลัง
สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อ   เปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลงอย่าเกรงไภยในชลที่วลวัง   ขึ้นนั่งยังบ่าข้าจะพาไป ฯ
    
* พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทร   สอนให้ขุตรขอษะมาอัชฌาไสย
พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไลย   พระหน่อไทยขอษะมาขึ้นบ่านาง
เงือกประคองสององค์ลงจากฝั่ง   มีกำลังลีลาสค่อยวาดหาง
ค่อยฟูฟ่องล่องน้ำไปท่ามกลาง   ลูกสาวนางเงือกงามตามลีลา ฯ
    
 * พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ   เพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา
เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมา   ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่   ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองลอองฝน
ฝูงพิมพาพาฝูงเข้าแฝงวล   บ้างผุดพ่นฟองน้ำบ้างดำจร
กระโห้เรียงเคียงกระโห่ขึ้นโบกหาง   ลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน
มังกรเกี่ยวเลี้ยวบอดกอกมังกร   ประชุมซ่อนแฝงชลขึ้นวนเวียน
ฝูงม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่น   ขึ้นลอยเล่นเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
ตะเพียนทองล่องน้ำนำตะเพียน   ดาษเดียรดูเพลินจนเกินมา
เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชะอุ่ม   โขดตะคุ่มเคียงเคียงเรียงรุกขา
จะเหลียวซ้ายสายสมุทรสุดสายตา   จะแลขวาควันคลุ้มกลุ้มโพยม
จะเหลียวดูสุริย์แสงเข้าแฝงเมฆ   ให้วิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม
ฟังสำเนียงเสียงคลื่นดังครึ้นโครม   ยิ่งทุกข์โทมนัสในฤไทยทวี
พอเย็นย่ำค่ำพลบลงโพล้เพล้   ท้องทะเลมืดมัวทั่ววิถี
พระห้ามเงือกสองราด้วยปราณี   ประเดี๋ยวนี้ลมกล้าสลาตัน
เห็นละเมาะเกาะใหญ่ที่ไหนกว้าง   หยุดเสียบ้างให้สบายจึงผายผัน
เราหนีนางมาได้ก็ไกลครัน   ต่อกลางวันจึงค่อยไปให้สำราญ ฯ
    
* ตาเงือกน้ำซ้ำสอนพระทรงศักดิ์   ยังใกล้นักอย่าประมาททำอาจหาญ
นางรู้ความตามมาไม่ช้านาน   จะพบพานพากันตายวายชีวัน
อันตาข้าถ้าค่ำเห็นสว่าง   ทั้งเดินทางเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ถ้าแดดกล้าตามัวเป็นหมอกควัน   จะผายผันล่วงทางไปกลางคืน
แล้วว่ายแหวกแบกองค์พงศ์กษัตริย์   พลางสบัดโบกหางไปกลางคลื่น
สลาตันลั่นพิลึกเสียงครึกครื้น   จนดึกดื่นรีบรุดไม่หยุดเลย
ครั้นรุ่งเช้าเข้าเกาะเสาะลูกไม้   พระลูกให้บิตุรงค์ทรงเสวย
เงือกก็หาอาหารกินตามเคย   แล้วรีบเลยล่วงไปในคงคา ฯ
  
  * ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรที่สุดโง่   ไปนั่งโซเซาอยู่ริมภูผา
ขอชีวิตพิษฐานตามตำรา   ต้องอดปลาอดนอนอ่อนกำลัง
ได้สามวันรันทดสลดจิตต์   เจียนชีวิตจะเด็ดดับไม่กลับหลัง
อุส่าห์ยืนฝืนใจให้ประทัง   ค่อยเซซังซวนทรงไม่ตรงตัว
เห็นลูกไม้ในป่าคว้าเข้าปาก   กำลังอยากยืนขยอกจนกลอกหัว
ที่มืดอดหน้าตาลายค่อยหามัว   คิดถึงผัวเหยาะย่างมากลางไพร
ถึงประตูคูหาเห็นเปิดอยู่   เอ๊ะอกกูเกิดเข็ญเป็นไฉน
เข้าในห้องมองเขม้นไม่เห็นใคร   ยิ่งตกใจเพียงจะดิ้นสิ้นชีวี
แลดูปี่ที่เป่าเล่าก็หาย   นางยักษ์ร้ายรู้ว่าพากันหนี
เสียน้ำใจในอารมณ์ไม่สมประดี   สองมือตีอกตูมฟูมน้ำตา
ลงกลิ้งเกลือกเสือกกายร้องไห้โร่   เสียงโฮโฮดังก้องห้องคูหา
พระรูปหล่อพ่อคุณของเมียอา   ควรหรือมาทิ้งขว้างหมองหมางเมีย
ทั้งลูกน้อยกลอยใจไปด้วยเล่า   เหมือนควักเอาดวงใจน้องไปเสีย
ถึงแปดปีนี่แล้วไม่แคล้วคลาด   เคยร่วมอาสน์อกอุ่นพ่อคุณเอ๋ย
ตั้งแต่นี้น้องจะได้ผู้ใดเชย   เหมือนพระเคยคู่เคียงเมื่อเที่ยงคืน
เสียแรงรักหนักหนาอุส่าห์ถนอม   สู้อดออมสาระพัดไม่ขัดขืน
ช่างกระไรใจจืดไม่ยืดยืน   นางสอื้นอ้าปากจนรากเรอ
ด้วยแรงน้อยถอยทบสลบหลับ   แล้วก็กลับพลิกฟื้นตื่นเผยอ
ร้องเรียกลูกผัวเฟือนเหมือนละเมอ   ไม่เห็นเธอทอดกายดังวายปราณ
ระกำอกหมกมุ่นหุนพิโรธ   กำลังโกรธกลับแรงกำแหงหาญ
ประหลาดใจใครหนอมาก่อการ   ช่างคิดอ่านเอาคู่ของกูไป
ศิลานี้ที่มนุษย์จะเปิดนั้น   สักหมื่นดันก็ไม่เกรงข่มเหงกู
พลางรำพึงถึงจะไปไม่ไกลนัก   จะตามหักคอกินเหมือนชิ้นหมู
โมโหหุนผลุนออกนอกประตู   เที่ยวตามดูรอยลงในคงคา
กระโดดโครมโถมว่ายสายสมุทร   อุตลุดดำด้นเที่ยวค้นหา
ไม่เห็นผัวคว้าไปได้แต่ปลา   ควักลูกตาสูบเลือดด้วยเดือดดาล
ค่อยมีแรงแผลงฤทธิคำรณร้อง   ตะโกนก้องเรียกหาโยธาหาญ
ฝ่ายปีศาจราชทูตภูตพรายพาล   อลหม่านขึ้นมาหาในสาชล
อสุรีผีเสื้อจึงซักถาม   มึงอยู่ตามเขตแขวงทุกแห่งหน
เห็นมนุษย์นวลลอองทั้งสองคน   มาในวลวังบ้างหรืออย่างไร ฯ
     * ผ่ายพวกผีที่อยู่ทิศทักษิณ   ครั้นได้ยินจึงแจ้งแถลงไข
เห็นเงือกพามนุษย์รีบรุดไป   ข้างทิศใต้แต่เมื่อคืนวานซืนนี้
ข้านึกร้ายหมายจะก็ขามเด็ก   ด้วยลูกเล็กเหลือตัวไม่กลังผี
เห็นจะไปได้ครันจนวันนี้   ด้วยท่วงทีรีบร้อนไม่นอนใจ ฯ
    
* นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง   โตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล
ลุยทะเลโครมครามตามออกไป   สมุทรไทแทบจะล่มถล่มทลาย
เหล่าละเมาะเกาะขวางหนทางยักษ์   ภูเขาหักหินหลุดซุดฉลาย
เสียงครึกครื้นคลื่นล้มขึ้นกลุ้มกาย   ผีเสื้อร้ายรีบรุดไม่หยุดยืน ฯ
    
* ฝ่ายพระอภัยมณีซึ่งหนียักษ์   กับลูกรักเงือกน้ำไปตามคลื่น
บรรลุทางกลางชลาได้ห้าคืน   เห็นทมื่นมาข้างหลังดังสะเทือน
จึงถามเงือกว่าไฉนจึงไหวหวั่น   สลาตันลมใหญ่ก็ไม่เหมือน
ไม่เห็นแสงสุริยันตวันเดือน   เป็นคลื่นเคลื่อนคลอนลั่นสนั่นดัง ฯ
    
 * ฝ่ายเงือกน้ำสำเหนียกแน่ในจิตต์   คือว่าฤทธิ์ยักษ์ร้ายมาภายหลัง
ด้วยเดชนางยักษ์ขินีมีกำลัง   ชีวิตครั้งนี้เห็นไม่เป็นตน
จึงทูลองค์พระอภัยว่าใช่อื่น   เสียงครึกครื้นมารนางมากลางหน
คงทันกันวันนี้หนีไม่พ้น   เห็นสุดจนจำม้วยลงด้วยกัน ฯ
    
* พระอภัยใจหายไม่วายเหลียว   ให้เปล่าเปลี่ยวนัยนาเพียงอาสัญ
แต่มานะกษัตริย์สู้กัดฟัน   อุส่าห์กลั้นกลืนน้ำตาแล้วพาที
จะไปไหนไม่พ้นผีเสื้อน้ำ   วิบากกรรมจะสู้อยู่เป็นผี
ท่านส่งเราเข้าที่เกาะละเมาะนี้   แล้วรีบหนีไปในน้ำแต่ลำพัง
แล้วว่าแก่สินสมุทรสุดที่รัก   แม้นนางยักษ์จะมารับจงกลับหลัง
อันตัวพ่อขอตายวายชีวัง   กรรแสงสั่งลูกยาด้วยอาไลย ฯ
 
  * สินสมุทรมิได้กลัวกลับหัวร่อ   ลูกไม่ขอจากพระองค์อย่าสงไสย
แม้มารดามาตามจะห้ามไว้   พระรีบไปก่อนข้าอย่าปรารมภ์
ลูกจะค่อยลอยตามแต่ห่างห่าง   อยู่ต้นทางจะได้พบประสบสม
แล้วเผ่นโผนโจนลงทะเลลม   พระปรารมภ์เรียกไว้ก็ไม่ฟัง
เที่ยวดำด้นค้นหามัจฉาใหญ่   พอจับได้ปลาอินทรีขึ้นขี่หลัง
เสียงโผงผางกลางน้ำแต่ลำพัง   ค่อยลอยรั้งรอมาในวาริน ฯ
    
* ฝ่ายผีเสื้อสมุทรไม่หยุดหย่อน   ครั้นลุยอ่อนอุส่าห์ว่ายสายกระสินธุ์
กำลังน้อยถอยถดด้วยอดกิน   เจียนจะสิ้นชีวาในสาคร
ได้สามวันทันผัวกับลูกน้อย   เห็นเลื่อนลอยลิบลิบยิ่งถีบถอน
กระโจมโจนโผนโผชโลธร   คลื่นกระฉ่อนฉาดฉานสะท้านมา ฯ
    
* ฝ่ายเงือกน้ำกำลังก็สิ้นสุด   ครั้นจะหยุดยักษ์ไล่ใกล้นักหนา
เรียกลูกสาวคราวนี้พ่อจะมรณา   เจ้าช่วยพาภูวไนยไปให้พ้น
นางเงือกน้อยสร้อยเศร้าเข้ามาผลัด   แบกกษัตริย์ว่ายเสือกเสลือกสลน
กำลังสาวคราวด่วนด้วยจวนจน   ออกกลางชลโบกหางผางผางไป ฯ
    
 * สินสมุทรหยุดอยู่ดูนางยักษ์   เห็นผิดพักตรมารดาน่าสงไสย
ด้วยเห็นแม่แต่รูปนิมิตต์ไว้   สงไสยใจออกขวางกลางคงคา
แล้วร้องถามตามประสาเป็นทารก   นี่สัตว์บกหรือสัตว์น้ำดำนักหนา
โจนกระโจมโครมครามตามเรามา   จะเล่นข้าท่าไรจะใคร่รู้ ฯ
    
 * ฝ่ายนางอสุรีผีเสื้อน้ำ   ได้ยินคำโอรสนึกอดสู
เป็นห่วงผัวมัวแลชะแง้ดู   ไม่เห็นอยู่ด้วยกันนี่ฉันใด
หรือจวนตัวกลัวเมียไปเสียก่อน   หรือซุ่มซ่อนอยู่เกาะละเมาะไหน
จำจะปลอบโดยดีแม้นมิไป   จึงจะได้จับกุมตลุมบอน
จึงตอบโต้โป้ปดโอรสราช   มิใช่ชาติยักษ์มารชาญสมร
เจ้าแปลกหรือคือนี่แลมารดร   เมื่อนั่งนอนอยู่ในถ้ำไม่จำแลง
ออกเดินทางอย่างนี้ต้องนิมิตต์   รูปจึงผิดไปกว่าเก่าเจ้าจึงแหนง
ไม่ปิดงำอำพรางอย่าคลางแคลง   แม่แกล้งแปลงตัวตามเจ้างามมา
ไหนพ่อเจ้าเล่าแม่ไม่แลเห็น   อย่างหลงเล่นจงไปอยู่ในคูหา
แต่จากอกหกวันแล้วขวัญตา   ขอมารดาอุ้มหน่อยเถิดกลอยใจ ฯ
    
 * สินสมุทรฟังเสียงสำเนียงแน่   รู้ว่าแม่มั่นคงไม่สงไสย
ดูรูปร่างอย่างเปรตสมเพชใจ   ช่างกระไรราศีไม่มีงาม
กระนี้หรือพระบิดามิน่าหนี   ทั้งท่วงทีไม่สุภาพทำหยาบหยาม
จำจะบอกหลอกลวงหน่วงเนื้อความ   อย่าให้ตามเข้าไปชิดพระบิดา
จึงเสแสร้งแกล้งว่าข้าไม่เชื่อ   จะฉีกเนื้อกินเล่นเป็นภักษา
ถ้าเป็นแม่แน่กระนั้นจงกรุณา   อย่างตามมามุ่งหมายให้ว่ายปราณ
ด้วยองค์พระชนนีเป็นผีเสื้อ   อันชาติเชื้ออยู่ถ้ำลำละหาร
พระบิดรร้อนรนทนทรมาน   เคยอยู่บ้านเมืองมนุษย์สุดสบาย
คิดถึงวงศ์พงศาคณาญาติ   จึงสามารถมานี่ไม่หนีหาย
เห็นมารดรซ่อนตัวด้วยกลัวตาย   ลูกจึงว่ายน้ำอยู่แต่ผู้เดียว
ประทานโทษโปรดปล่อยไปหน่อยเถิด   ที่ละเมิดแม่คุณอย่าฉุนเฉียว
ลูกขอลาฝ่าธุลีสักปีเดียว   ไปท่องเที่ยวหาประเทศเขตนคร
แม้พบอาย่าปู่อยู่เป็นสุข   บรรเทาทุกข์ภิญโญสโมสร
จึงจะชวนบิตุเรศเสด็จจร   มาสถานมารดรไม่นอนใจ ฯ
    
 * อสุรีผีเสื้อไม่เชื่อถ้อย   นึกว่าน้อยหรือตอแหลมาแก้ไข
แกล้งดับเดือดเงือดงดอดฤไทย   ทำปราไสยเสียงหวานด้วยมารยา
ถ้าแม้นแม่แต่แรกรู้กระนี้   ชนนีก็จะได้ไม่เที่ยวหา
นี่นึกแหนงแคลงความจึงตามมา   ไม่โกรธาทูลหัวอย่ากลัวเลย
จะไปไหนไม่ห้ามจะตามส่ง   ไหนทรงฤทธิบิตุรงค์เล่าลูกเอ๋ย
แม่ขอพบพูดจาประสาเคย   แล้วทรามเชยจึงค่อยพาบิดาไป ฯ
    
 * สินสมุทรสุดฉลาดไม่อาจบอก   ยังซ้ำหลอกลวงแม่พูดแก้ไข
มิใช่การมารดาจะคลาไคล   ขอเชิญไปอยู่ในถ้ำให้สำราญ
ซึ่งจะให้ไปบอกออกมาหา   บิดาข้าขี้ขลาดไม่อาจหาญ
พระแม่อย่าทาระกำให้รำคาญ   ไม่ช้านานบิตุรงค์คงจะมา ฯ
     * อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด   แค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา
ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจำนรรจา   แม้นจะว่าโดยดีเห็นมิฟัง
จะจับไว้ให้พาไปหาพ่อ   แล้วหักคอเสียให้ตายเมื่อภายหลัง
โกรธตวาดผาดเสียงสำเนียงดัง   น้อยหรือยังโหยกเหยกเด็กเกเร
ช่างว่ากล่าวราวกับกูไม่รู้เท่า   มาพูดเอาเปรียบผู้ใหญ่ทำไพล่เผล
เอาบิดรซ่อนไว้ในทะเล   ทำโว้เว้ว่ากล่าวให้ยาวความ
ยิ่งปลอบโยนโอนอ่อนยิ่งหลอนหลอก   แม้นไม่บอกโดยดีจะตีถาม
พลางโผโผนโจนโจมเสียงโครมคราม   เข้าไล่ตามคลุกคลีตีไปพลาง
สินสมุทรผลุดออกนอกรักแร้   แล้วล่อแม่ตบหัตถ์ผัดผางผาง
แกล้งหลบลี้หนีวนไปต้นทาง   หมายให้ห่างพระบิดาได้คลาไคล
นางผีเสื้อเหลือแค้นแสนสาหัส   แต่ฉวยพลัดแพลงคลื่นลื่นไถล
อุตลุดผุดดำปล้ำกันไป   เหมือนเล่นไล่ตามละเมาะทุกเกาะเกียน
ถึงเขาใหญ่ในน้ำง้ำชะเงื้อม   พระหลบเลื่อมเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
เข้าหาดทรายชายตื้นขึ้นบนเตียน   เที่ยววิ่งเวียนวนรอบขอบคิรี
เห็นมารดาล่าลับแล้วยับยั้ง   แกล้งถอยหลังลงน้ำแล้วดำหนี
ไม่พ่นผุดรุดไปในนที   ตั้งภักดีตามติดพระบิดร ฯ
    
 * ฝ่ายผีเสื้อเมื่อลูกลอบลงน้ำ   พอจวนค่ำคิดว่าวิ่งขึ้นสิงขร
ด้วยใจนางคิดว่าพาบิดร   มาซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่จึงหนีมา
เที่ยวแลรอบขอบเขาเงาชะงุ้ม   ยิ่งมืดคลุ้มก็ยิ่งคลั่งตั้งแต่หา
เสียงคลื่นโครมโถมตะครุบก้อนศิลา   จนหน้าตาแตกยับลงสับเงา
แล้วลุกขึ้นยืนชะโงกโยกสิงขร   จนโคลงคลอนเคลื่อนดังทั้งภูเขา
ยิ่งมืดค่ำสำเหนียกร้องเรียกเดา   ไม่พ้นเราเร่งมาหาโดยดี
เห็นไม่ขานมารร้ายทลายซ้ำ   เขาระยำย่อยยับดังสับสี
ไม่พบเห็นเป็นเพลาเข้าราตรี   อสุรีเหลือแค้นเน่นอุรา
ช่างชาติชั่วหัวกระดูกลูกตอแหล   ลวงให้แม่หลงกลเที่ยวค้นหา
เออกระนั้นมันจึงทบตลบมา   ให้บิดาเลยไปเสียไกลแล้ว
ดำริพลางนางมารอ่านพระเวท   ให้สองเนตรโชติช่วงดังดวงแก้ว
แลเขม้นเห็นไปไวแววแวว   อยู่โน่นแล้วลุยตามโครมครามไป ฯ
    
* หน่อนรินทร์สินสมุทรไม่หยุดยั้ง   รีบมาทั้งคืนค่ำในน้ำไหล
จนแจ่มแจ้งสุริโยอโณไทย   เห็นเงือกใหญ่ยายตายังล้านัก
จึงว่ารีบถีบถอนไปก่อนท่าน   โน่นนางมารหมุนไล่มาใกล้หนัก
แล้วว่ายรอคลอไปพอได้พัก   พอนางยักษ์ทันโถมกระโจมมา
พระลูกหลบพบเงือกจะเสือกหนี   เหยียบขยี้สองแขนแน่นนักหนา
ตะคอกถามตามโมโหที่โกรธา   ไยมึงพาผัวพรากมาจากกู
เดี๋ยวนี้องค์พระอภัยอยู่ไหนเล่า   ไม่บอกเราหรือกระไรทำไขหู
จะควักเอานัยน์ตาออกมาดู   ตะคอกขู่คุกถามคำรามรณ ฯ
    
 * ทั้งสองเงือกเสือกกายหมายไม่รอด   ถึงม้วยมอดมิให้แจ้งแห่งนุสนธิ์
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสด้วยเล่ห์กล   เธออยู่บนเขาขวางริมทางมา
ข้าจะพาไปจับจงกลับหลัง   ให้ได้ดังมุ่งมาดปรารถนา
ไม่เหมือนคำรำพรรณที่สัญญา   จงเข่นฆ่าให้เราม้วยไปด้วยกัน ฯ
    
* อสุรีผีเสื้อก็เชื่อถือ   ยุดเอามือขวาซ้ายให้ผายผัน
เงือกก็พามาถึงได้ครึ่งวัน   แกล้งรำพรรณพูดล่อให้ต่อไป
นางผีเสื้อเบื่อหูรู้เท่าถึง   จึงว่ามึงตอแหลมาแก้ไข
มาถึงนี่ชี้โน่นเนื่องกันไป   แกล้งจะให้ห่างผัวไม่กลัวกู
แล้วนางยักษ์หักขาฉีกสองแขน   ไม่หายแค้นเคี้ยวกินสิ้นทั้งคู่
แล้วกลับตามข้ามทางท้องสินธู   ออกว่ายวู่แหวกน้ำด้วยกำลัง ฯ
    
 * ฝ่ายกุมารสินสมุทรไม่หยุดหย่อน   ตามบิดรทันสมอารมณ์หวัง
จึงเล่าความตามติดไม่ปิดบัง   พระทรงฟังลูกชายค่อยคลายใจ
พอเห็นเงาเขาขวางอยู่กลางน้ำ   พิลึกล้ำกว่าคิรีที่ไหนไหน
จึงถามนางเงือกน้อยกลอยฤทัย   เกาะอะไรแก้วตาตรงหน้าเรา ฯ
    
 * นางเงือกน้ำบอกสำคัญว่านั่นแล้ว   คือเกาะแก้วพิสดารเป็นชานเขา
พระฟังนางสร่างโศกค่อยบันเทา   จึงว่าเราเห็นรอดไม่วอดวาย
แล้วสพิศดูภูผาศิลาเสื่อม   ชะโงกเงื้อมน้ำวลชลสาย
แลลิบลิบหลังคาศาลาราย   มีเสาหงส์ธงปลายปลิวระยับ
พระยินดีชี้บอกสินสมุทร   โน่นแน่กุฏิ์มุงกระเบื้องเหลืองสลับ
พระหน่อน้อยค่อยเรียงเคียงคำนับ   หมายประทับที่เสาหงส์ตรงเข้ามา ฯ
    
* ฝ่ายโยคีที่อยู่บนภูเขา   กับคนเหล่าเหลือตายหลายภาษา
ทั้งจีนจามพราหมณ์แขกไทยชวา   วิลันดาฝรั่งพรั่นพร้อมกัน
เป็นร้อยคนปรนนิบัติอยู่เช่าค่ำ   บ้างต้นน้ำเก็บลูกไม้มาให้ฉัน
เป็นเหล่าล้อมพร้อมหน้าเวลานั้น   บ้างนวดฟั้นปรนนิบัตินั่งพัดวี
พอบ่ายเบี่ยงเสียงคลื่นดังครื้นครึก   อึกกระทึกมาข้างหน้าคิรีศรี
ครั้นดูลมก็ไม่พัดสงัดดี   พระโยคีจับยามตามตำรา
แล้วบอกศิษย์ซึ่งนั่งอยู่ทั้งหลาย   วันนี้ชายมีศักดิ์จักมาหา
ผีเสื้อน้ำทำฤทธิ์ติดตามมา   เสียงชลาเลื่อนลั่นสนั่นดัง
จำจะไปคอยดูอยู่ที่หาด   ช่วยตวาดขู่ขับให้กลับหลัง
ฉวยไม้เท้าก้าวย่างจากบัลลังก์   แขกฝรั่งพรั่งพร้อมล้อมลีลา
ถึงหาดกว้างทางแลกระแสสมุทร   เห็นมนุษย์ไรไรไหลนักหนา
ผีเสื้อน้ำทำฤทธิ์ติดตามมา   เวทนาแลดูอยู่ทุกคน ฯ
    
 * พระอภัยมณีเห็นผีเสื้อ   ความกลัวเหนือว่ายคว้างอยู่กลางหน
ยักษ์กระโจมโถมจับแทบอับจน   พอเห็นคนอยู่ที่หาดตวาดครืน
เข้าถึงที่ผีเสื้อก็ถึงด้วย   กระชั้นฉวยผิดเสือกเกลือกเข้าตื้น
พอโยคีมีคาถาลงมายืน   ผีเสื้อตื่นตัวสั่นขยั้นยั้ง
พระอภัยภูมินทร์กับสินสมุทร   ช่วยกันฉุดนางเงือกเสือกเข้าฝั่ง
แล้วกราบกรานโยคีมีกำลัง   แขกฝรั่งพรั่นพร้อมล้อมพูดจา ฯ
    
 * พระโยคีมีจิตต์คิดสงสาร   จึงว่าท่านหนีตายหมายมาหา
เราลงมาคอยช่วยด้วยเมตตา   แต่กิจจาไม่กระจ่างยังคลางแคลง ฯ
     * พระอภัยได้สดับสุนทรถาม   จึงยกความก่อนเก่าเล่าแถลง
จะหนีนางกลางสมุทรก็สุดแรง   รำพรรณแจ้งความจริงทุกสิ่งไป
แล้ววอนว่าข้ากับโอรสราช   จะรองบาทประดิพัทธ์จนตัดไษย
ขอพระองค์ทรงธรรม์ช่วยกันไภย   แต่พอได้หยุดหย่อนผ่อนสบาย ฯ
    
* พระโยคีมีญาณว่าหลานรัก   จงสำนักอยู่ให้สมอารมณ์หมาย
อันยักษีผีสางสมุทรพราย   มาถูกทรายชายหาดก็ขาดใจ
เราลงเลขเษกทำไว้สำเร็จ   ดังเขื่อนเพ็ชรภูตปีศาจไม่อาจใกล้
มันอยู่แต่ห่างห่างช่างเป็นไร   ทำไม่ได้นัดดาเจ้าอย่ากลัว ฯ
    
* ฝ่ายผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง   เสียงโผงผึงเผ่นโผนตะโกนผัว
เหตุไฉนไปนั่งกำบังตัว   เชิญทูลหัวเยี่ยมหน้ามาหาน้อง
นิจจาเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่น   ทุกวันคืนค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
จนมีลูกปลูกเลี้ยงเคียงประครอง   มิให้ข้องเคืองขัดพระอัชฌา
อยู่ดีดีหนีเมียมาเสียได้   เสียน้ำใจน้องรักเป็นนักหนา
จึงอุส่าห์พยายามสู้ตามมา   ขอเป็นข้าบาทบงสุ์ พระทรงธรรม์
พระเสด็จไปไหนจะไปด้วย   เป็นเพื่อนม้วยภัศดาจนอาสัญ
ประทานโทษโปรดเลี้ยงแต่เพียงนั้น   อย่าบากบั่นความรักน้องนักเลย ฯ
    
 * พระอภัยใจอ่อนถอนสอื้น   อุส่าห์ฝืนพักตร์ว่านิจจาเอ๋ย
แม่ผีเสื้อเมื่อไม่เห็นในใจเลย   พี่ไม่เคยอยู่ในถ้ำให้รำคาญ
คิดถึงน้องสองชนกที่ปกเกล้า   จะสร้อยเศร้าโศกาน่าสงสาร
ด้วยพลัดพรากจากมาเป็นช้านาน   ไม่แจ้งการว่าข้างหลังเป็นอย่างไร
จึงจำร้างห่างห้องให้น้องโกรธ   จงงดโทษพี่ยาอัชฌไสย
แม้นไปได้ก็จะพาแก้วตาไป   นี่จนใจเสียด้วยนางต่างกระกูล
พี่มนุษย์สุดสวาทเป็นชาติยักษ์   จงคิดหักความสวาทให้ขาดสูญ
กลับไปอยู่คูหาอย่าอาดูร   จงเพิ่มพูลภาวนารักษาธรรม์
อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตพิษฐาน   หมายวิมานเมืองแมนแดนสวรรค์
จะเกิดไหนขอให้พบประสบกัน   อย่าโศกศัลย์แคล้วคลาดเหมือนชาตินี้พี่ขอบุตรสุดใจเอาไปด้วย   เป็นเพื่อนม้วยเหมือนสุดมารศรี
ขอลาแก้วแววตาไปธานี   อย่าราคีขุ่นข้องให้หมองมัว ฯ
       นางผีเสื้อวิงวอนพระอภัยขอติดตามไปด้วยจนตลอดชีวิต ขอให้อภัยอย่าได้ตัดรอนความรักของตนเลย พระอภัยได้ฟังก็สงสาร และได้ชีแจงนางไปถึงความจำเป็นและเหตุผลที่ต้องหนีมา  
* ผีเสื้อน้ำซ้ำวอนด้วยอ่อนหวาน   ไม่โปรดปรานอนุกูลเลยทูลหัว
ถ้าทิ้งไว้ไหนน้องจะครองตัว   ทั้งจากผัวจากบุตรสุดอาไลย
มิขออยู่สู้ตายวายชีวิต   ไม่เห็นจิตต์น้องรักจะตักไษย
เชิญพระองค์ลงมาชลาไลย   เมียจะให้มนต์เวทวิเศษครัน
แล้วร้องเรียกลูกยามาด้วยพ่อ   แม่จะขออำลาเจ้าอาสัญ
อย่าสงไสยใจจริงทุกสิ่งอัน   ไม่รำพรรณพูดลวงเจ้าดวงใจ ฯ
    
* สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่   ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล
จึงกราบกรานมารดาแล้วว่าไป   จะเข้าใกล้ทูลหัวลูกกลัวนัก
เมื่อวานนี้ตีข้าน้อยไปหรือ   ระบมมือเหมือนกระดูกลูกจะหัก
ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก   มิใช่จักลืมคุณกรุณา
ถึงตัวไปใจลูกยังผูกคิด   พอปลดปลิดเปลื้องธุระจะมาหา
อย่ากริ้วโกรธโปรดปรานเถิดมารดา   ไปไสยาอยู่ในถ้ำให้สำราญ ฯ
    
* ฝ่ายโยคีมียศพจนาถ   ให้โอวาทนางยักษ์ไม่หักหาญ
จงตัดบ่วงห่วงใยอาไลยลาญ   อย่าปองผลาญลูกผัวของตัวเลย
ทั้งนี้เพราะเคราะห์กรรมทำให้วุ่น   จึงสิ้นบุญวาสนาสีกาเอ๋ย
เห็นมิได้ไปอยู่เป็นคู่เชย   ด้วยสองเคยปลูกเลี้ยงกันเพียงนั้น
อย่าควรคิดติดตามด้วยความโกรธ   จะเป็นโทษกับสีกาเมื่ออาสัญ
จงยับยั้งฟังคำรูปรำพรรณ   ไปสวรรค์นฤพานสำราญใจ ฯ
    
 * นางผีเสื้อเหลือโกรธพิโรธร้อง   มาตั่งซ่องศีลาจะมีอยู่ที่ไหน
ช่างเฉโกโยคีหนีเขาใช้   ไม่อยู่ในศีลสัตย์มาตัดรอน
เขาว่ากันผัวเมียกับแม่ลูก   ยื่นจมูกเข้ามาบ้างช่วยสั่งสอน
แม้นคบคู่กูไว้มิให้นอน   จะรานรอญรบเร้าเฝ้าตอแย
แล้วชี้หน้าด่าอึงหึงนางเงือก   ทำซบเสือกสอพลออีตอแหล
เห็นผัวรักยักคอทำท้อแท้   พ่อกับแม่มึงเข้าไปอยู่ในท้อง
ทำปั้นเจ๋อเย่อหยิ่งมาชิงผัว   ระวังตัวมึงให้ดีอีจองหอง
พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง   เสียงกึกก้องโกลาลูกตาโพลง ฯ
    
* พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่   ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
เพราะหวงผัวมัวเมาเฝ้าตะโกรง   ว่ากูโกงมึงก็ตกนรกเอง
อียักษาตาโตโมโหมาก   รูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหมง
นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตง   ผังของเองเขาระอาไม่น่าชม
จึงหนีมาอาไศรยกูให้อยู่   มิใช่กูรู้เห็นเท่าเส้นผม
มาตรีชาว่ากูผิดในกิจกรม   จะให้สมน้ำหน้าสาแก่ใจ
แล้วเสกทรายปรายขว้างมากลางคลื่น   ดังลูกปืนยิงยักษ์ให้ตักไษย
ผีเสื้อกลัวตัวสั่นเพียงบรรไลย   ก็หลบไปตามวลชลธาร ฯ


   ฝ่ายพระอภัยมณีตกยาก  อยู่กับนางผีเสื้อยักษ์ในถ้ำใต้น้ำมาเป็นเวลาช้านาน  ต้องจำใจรักใคร่นางยักษ์ไปตามยามกันดาร จนกระทั่งมีบุตรเกิดกับนางผีเสื้อยักษ์หนึ่งคน  รูปร่างเหมือนพระอภัยมณีทุกอย่าง เว้นแต่ดวงตาเท่านั้นที่แดงราวกับพระอาทิตย์ มีเขี้ยวคล้ายพระชนนี และมีกำลังประหนึ่งพญาช้างสาร  พระอภัยมณีทรงรักใคร่เป็นอันมาก เฝ้าเลี้ยงดูลูกผูกเปลเห่กล่อมจนกระทั่งลูกมีอายุได้แปดปี จึงตั้งชื่อว่า ?สินสมุทร? และประทานพระธำมรงค์ล้ำค่าให้ลูก ให้เจียระบาดคาดองค์เป็นเครื่องนุ่งห่ม ทั้งสอนให้เป่าปี่ หัดเพลงอาวุธสารพัดจนชำนาญ
   วันหนึ่งนางผีเสื้อสมุทรไม่อยู่ ออกจากถ้ำไปเที่ยวหาอาหารกิน  สินสมุทรอยู่กับพ่อ ด้วยรักพ่อมากกว่าแม่อยู่ก่อนแล้ว เพราะแม่ดุและขู่เข็ญอยู่เสมอ  เห็นพระบิดาหลับอยู่ก็แอบหนีไปวิ่งเล่น ในถ้ำ เห็นแผ่นผาปิดหนทางไว้ หนักหรือเบาไม่รู้ก็ลองผลัก แผ่นผานั้นก็พังลงด้วยกำลัง  มองเห็นหาดทรายสวยงาม ทั้งทะเลกว้างขวาง ข้างขวามีป่า  ไม่เคยเห็นที่สนุกสนานเช่นนี้ก็ออกวิ่งเล่นจนเพลิน  เล่นบนหาดทรายแล้วก็ลงไปเล่นน้ำ  ด้วยเหตุที่สินสมุทรมีชาติเชื้อเป็นผีเสื้อสมุทร จึงสามารถดำน้ำไม่ผุดขึ้นมาทั้งวันเลยก็ได้  ยิ่งถูกน้ำ กำลังก็ยิ่งมากขึ้น เที่ยวไล่ขี่ปลาในทะเล  ถูกระลอกคลื่นซัดจนเข้าไปอยู่ในปากฉลาม ก็ลอดออกตามซีกเหงือก  เห็นฝูงเงือกว่ายน้ำมาก็คิดว่าคนมีหางเหมือนปลา  เมื่อถามแล้วไม่พูดก็ไล่จับ  พอจับได้ก็สงสัยว่าเป็นอะไรกันแน่ จึงฉุดกระชากลากขึ้นมา คิดว่าประหลาดมาก มีตามีหู  จึงเอาไปให้พระบิดาดูจะได้รู้ แล้วลากเข้าไปในถ้ำด้วยกำลัง  พอถึงก็ร้องเรียกพระบิดา  พระอภัยมณีได้ยินเสียงลูกร้องเรียกก็ลืมตา หันหน้าหันหลัง เห็นลูกลากเงือกน้ำมาก็ลงมาห้ามแล้วถามไปว่า ?เมื่อกี้เห็นเล่นอยู่ในถ้ำ แล้วไปเอาเงือกมาจากที่ไหนกัน? สินสมุทรก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง พระอภัยมณีตกพระทัยจึงสั่งสอนว่า ?ถ้าแม่เจ้าเขารู้เข้าว่าเจ้าแข็งแรงอย่างนี้ คงกลัวว่าจะพาพ่อหนี ก็จะโกรธแล้วตีเจ้าตาย?
   สินสมุทรเกิดความสงสัยจึงถามหาความจริงว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  พระอภัยมณีได้ยินลูกถามเช่นนั้นก็น้ำตาไหลพราก เล่าเรื่องให้ลูกฟังว่าพ่อมาพักที่ร่มไทร  แม่ของเจ้าเป็นผีเสื้อสมุทร ไปลักพาตัวพ่อลงมา จึงเกิดเจ้า อายุได้แปดปีแล้ว  เจ้าไปเปิดประตูถ้ำอย่างนี้
ถ้าแม่เขาเห็น พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนกันว่าจะอยู่หรือตาย  แต่หากว่าลูกพ่อตาย พ่อจะอยู่ได้อย่างไรกันเล่าลูก
   สินสมุทรพอรู้ว่าแท้จริงแล้ว แม่ของตนเป็นยักษ์ ก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ  ฝ่ายเงือกน้ำ นอนฟังสองพ่อลูกพูดคุยกัน รู้ภาษามนุษย์ดีอยู่แล้ว ก็ค่อยๆลุกขึ้นทั้งที่ยังเจ็บอยู่  พลางประนมมือไหว้ขอชีวิตไว้ ?พระราชบุตรฉุดมาก็ได้รับบาดเจ็บมากแล้ว เนื้อหนังแทบจะฉีกขาด ทั้งลูกหลานก็กระจัดกระจายกันไปหมด พระองค์เองก็ถูกเขาพามาไว้ที่นี่ ก็คงมีความเศร้าใจเหมือนกันกับหม่อนฉัน สำหรับประตูถ้ำที่พังลงมานั้น ก็ให้โอรสยกไปปิดไว้เหมือนเดิม อีกนานกว่านางผีเสื้อสมุทรจะกลับมา ทรายที่หน้าถ้ำ หม่อนฉันจะรับอาสาเกลี่ยให้ดี พวกพ้องวงศาคณาญาติขอรองพระบาท หากทรงประสงค์สิ่งใดในน้ำก็จะหาเอามาให้ตามต้องการทุกประการ   



เมื่อรุ่งสาง (แจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม) เงือกที่นัดกับพระอภัยไว้ก็ลาลูกเมียว่าจะไปคอยพระอภัยตามสัญญาที่ว่าจะพาหนี  แล้วก็ออกจากถ้ำมาพร้อมกับลูกเมีย  เมื่อเห็นพระอภัยกับสินสมุทรรออยู่ก็พาลูกกับเมียมากราบพระอภัย ประมาณนี้อ่ะค่ะ

v.nefertali:
????[nefertali] 10:19 pm: ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก ----- ครอบครัวเงือก
????[nefertali] 10:20 pm: ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม--- นึกถึงพระอภัยมณี
????[nefertali] 10:21 pm: พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม----พอรุ่งเช้า
????[nefertali] 10:21 pm: โพยม [พะโยม] น. ท้องฟ้า, อากาศ, โพยมัน หรือ โพยมาน ก็ใช้.
 (ส. โวฺยมนฺ).

????[nefertali] 10:25 pm: ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ---เงือกผู้เป็นพ่อ ปลอบใจภรรยา และนางเงือก
????[nefertali] 10:25 pm: ผู้เป็นลูก
????[nefertali] 10:26 pm: จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์--- ได้นัดกับพระอภัยมณี
????[nefertali] 10:26 pm: ว่าจะไปรอ
????[nefertali] 10:26 pm: ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ---- นึกถึงสัญญา ที่ว่านั้น
????[nefertali] 10:27 pm: แล้วออกจากวลวังไม่รั้งรอ---แล้วก็พากันออกจากวังน้ำที่อาศัย
????[nefertali] 10:28 pm: ค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา--- ค่อยว่ายเกาะกลุ่มกันมา

payoung:
ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก ----- ครอบครัวเงือก      
ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม--- นึกถึงพระอภัยมณี
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม----พอรุ่งเช้า
ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ---เงือกผู้เป็นพ่อ ปลอบใจภรรยา และนางเงือกผู้เป็นลูก
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์--- ได้นัดกับพระอภัยมณีว่าจะไปรอ
ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ---- นึกถึงสัญญา ที่ว่านั้น
แล้วออกจากวลวังไม่รั้งรอ---แล้วก็พากันออกจากวังน้ำที่อาศัย
ค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา--- ค่อยว่ายเกาะกลุ่มกันมา
พอเห็นองค์ทรงยศโอรสราช  ------ พอเห็นพระอภัยมณี  
อยู่ชาจึงชวนลูกสาวนั้นกับภรรยา ---- เงือกผู้เป็นพ่อ
จึงชวนผู้เป็นลูกและภรรยายหาดพร้อมกันก็หรรษา ---รออยู่ที่ชายหาด
คลานขึ้นมาชายฝั่งแล้วบังคม ฯ ------คลานขึ้นมาทำความเคารพ พระอภัยมณี
พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย--- พระอภัยมณีมองนางเงือก
ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม--เส้นผม หน้าตา อ่อนหวานงดงาม
ประไพพักตรลักษณ์ล้ำล้วนขำคม----หน้าตาสะสวยงามนัก
ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง?กายนั้นได้รูปงดงาม
ขนงเนตรเกศกรอ่อนสอาด----คิ้ว ตา ผม มือ
ดังสุรางค์นางนาฎในวังหลวง --- งามราวกับนางรำในวังหลวง
พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง ---- พระอภัยมณี ยิ่งมองนางก็ยิ่งเสียดายนาง
แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป--- คิดหนักที่จะหนี ละทิ้งไป
จึงตรัสว่าตาเงือกมาคอยรับ----พระอภัยมณีกล่าวกับตาเงือกที่มารับ
ช่างสมกับวาจาจะหาไหน---ท่านรักษาสัญญาที่ให้ไว้
เราเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ?จนนางไปอยู่กลางป่า
ล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ?พระอภัยมณีบอกว่าเราได้วางอุบายจนนางผีเสื้อสมุทรตายใจ






payoung:
ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก ----- ครอบครัวเงือก      
ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม--- นึกถึงพระอภัยมณี
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม----พอรุ่งเช้า
ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ---เงือกผู้เป็นพ่อ ปลอบใจภรรยา และนางเงือกผู้เป็นลูก
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์--- ได้นัดกับพระอภัยมณีว่าจะไปรอ
ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ---- นึกถึงสัญญา ที่ว่านั้น
แล้วออกจากวลวังไม่รั้งรอ---แล้วก็พากันออกจากวังน้ำที่อาศัย
ค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา--- ค่อยว่ายเกาะกลุ่มกันมา
พอเห็นองค์ทรงยศโอรสราช  ------ พอเห็นพระอภัยมณี  
อยู่ชาจึงชวนลูกสาวนั้นกับภรรยา ---- เงือกผู้เป็นพ่อ
จึงชวนผู้เป็นลูกและภรรยายหาดพร้อมกันก็หรรษา ---รออยู่ที่ชายหาด
คลานขึ้นมาชายฝั่งแล้วบังคม ฯ ------คลานขึ้นมาทำความเคารพ พระอภัยมณี
พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย--- พระอภัยมณีมองนางเงือก
ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม--เส้นผม หน้าตา อ่อนหวานงดงาม
ประไพพักตรลักษณ์ล้ำล้วนขำคม----หน้าตาสะสวยงามนัก
ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง?กายนั้นได้รูปงดงาม
ขนงเนตรเกศกรอ่อนสอาด----คิ้ว ตา ผม มือ
ดังสุรางค์นางนาฎในวังหลวง --- งามราวกับนางรำในวังหลวง
พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง ---- พระอภัยมณี ยิ่งมองนางก็ยิ่งเสียดายนาง
แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป--- คิดหนักที่จะหนี ละทิ้งไป
จึงตรัสว่าตาเงือกมาคอยรับ----พระอภัยมณีกล่าวกับตาเงือกที่มารับ
ช่างสมกับวาจาจะหาไหน---ท่านรักษาสัญญาที่ให้ไว้
เราเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ?จนนางไปอยู่กลางป่า
ล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ?พระอภัยมณีบอกว่าเราได้วางอุบายจนนางผีเสื้อสมุทรตายใจ
ช่วยเมตตาพาตรงไปส่งที่--- ตาเงือกขอท่านพาเรา พระอภัยมณีไปหา
พระโยคีมีเวทวิเศษขยัน---พระฤาษ
ล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ?พระอภัยมณีบอกว่าเราได้วางอุบายจนนางผีเสื้อสมุทรตายใจ
เราเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ?จนนางไปอยู่กลางป่า
กลางคงคาปลาร้ายก็หลายพรรณ---พระอภัยมณีก็หวั่นว่า กลางน้ำนั้นมีสัตว์ร้ายต่างๆ
จะป้องกันไภยพาลประการใด---ตาเงือกจะป้องกันอย่างไร
พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทร---พระอภัยมณีตัดกับสินสมุทร
สอนให้ขุตรขอษะมาอัชฌาไสย--สอนให้โอรส ขอขมา
พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไลย?ให้สินสมุทรขึ้นบ่ายายเงือก
พระหน่อไทยขอษะมาขึ้นบ่านาง?สินสมุทรกล่าวขอขมาก่อนขึ้นบ่านางเงือก
เงือกประคองสององค์ลงจากฝั่ง?เงือกประคองพระอภัยมณีกับสินสมุทรลงน้ำ
มีกำลังลีลาสค่อยวาดหาง?เงือกพอลงน้ำก็มีกำลังในการว่ายน้ำ
ค่อยฟูฟ่องล่องน้ำไปท่ามกลาง---ล่องตามกระแสน้ำไป
ลูกสาวนางเงือกงามตามลีลา ฯ---มีลูกสาวนางเงือกว่ายเคียงตามกันมา
พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ ---พระอภัยมณี
เพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา---เพลินกับการดูฝูงปลา
เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมา---ฝูงปลาฉลาม ตามมา
ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล--หากแต่ไม่ทำร้าย ว่ายผ่านไป
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่  ---ปลาฉนาก สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ว่ายมาสองตัว
ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองลอองฝน-ขึ้นมาพ่นละอองเหนือผิวน้ำ
ฝูงพิมพาพาฝูงเข้าแฝงวล---เห็นฝูงปลาฉลามว่ายผ่านมากใกล
บ้างผุดพ่นฟองน้ำบ้างดำจร--บ้างดำผุดดำว่าย โผล่มาพ่นฟองอากาศเหนือผิวน้ำ
กระโห้เรียงเคียงกระโห่ขึ้นโบกหาง---แลเห็นหางปลากระโห้ขนาดใหญ่
ลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน?ด้วยขนาดที่ใหญ่โตจึงเห็นเด่นชัด








payoung:
ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก ----- ครอบครัวเงือก      
ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม--- นึกถึงพระอภัยมณี
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม----พอรุ่งเช้า
ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ---เงือกผู้เป็นพ่อ ปลอบใจภรรยา และนางเงือกผู้เป็นลูก
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์--- ได้นัดกับพระอภัยมณีว่าจะไปรอ
ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ---- นึกถึงสัญญา ที่ว่านั้น
แล้วออกจากวลวังไม่รั้งรอ---แล้วก็พากันออกจากวังน้ำที่อาศัย
ค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา--- ค่อยว่ายเกาะกลุ่มกันมา
พอเห็นองค์ทรงยศโอรสราช  ------ พอเห็นพระอภัยมณี  
อยู่ชาจึงชวนลูกสาวนั้นกับภรรยา ---- เงือกผู้เป็นพ่อ
จึงชวนผู้เป็นลูกและภรรยายหาดพร้อมกันก็หรรษา ---รออยู่ที่ชายหาด
คลานขึ้นมาชายฝั่งแล้วบังคม ฯ ------คลานขึ้นมาทำความเคารพ พระอภัยมณี
พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย--- พระอภัยมณีมองนางเงือก
ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม--เส้นผม หน้าตา อ่อนหวานงดงาม
ประไพพักตรลักษณ์ล้ำล้วนขำคม----หน้าตาสะสวยงามนัก
ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง?กายนั้นได้รูปงดงาม
ขนงเนตรเกศกรอ่อนสอาด----คิ้ว ตา ผม มือ
ดังสุรางค์นางนาฎในวังหลวง --- งามราวกับนางรำในวังหลวง
พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง ---- พระอภัยมณี ยิ่งมองนางก็ยิ่งเสียดายนาง
แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป--- คิดหนักที่จะหนี ละทิ้งไป
จึงตรัสว่าตาเงือกมาคอยรับ----พระอภัยมณีกล่าวกับตาเงือกที่มารับ
ช่างสมกับวาจาจะหาไหน---ท่านรักษาสัญญาที่ให้ไว้
เราเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ?จนนางไปอยู่กลางป่า
ล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ?พระอภัยมณีบอกว่าเราได้วางอุบายจนนางผีเสื้อสมุทรตายใจ
ช่วยเมตตาพาตรงไปส่งที่--- ตาเงือกขอท่านพาเรา พระอภัยมณีไปหา
พระโยคีมีเวทวิเศษขยัน---พระฤาษ
ล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจ?พระอภัยมณีบอกว่าเราได้วางอุบายจนนางผีเสื้อสมุทรตายใจ
เราเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ?จนนางไปอยู่กลางป่า
กลางคงคาปลาร้ายก็หลายพรรณ---พระอภัยมณีก็หวั่นว่า กลางน้ำนั้นมีสัตว์ร้ายต่างๆ
จะป้องกันไภยพาลประการใด---ตาเงือกจะป้องกันอย่างไร
พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทร---พระอภัยมณีตัดกับสินสมุทร
สอนให้ขุตรขอษะมาอัชฌาไสย--สอนให้โอรส ขอขมา
พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไลย?ให้สินสมุทรขึ้นบ่ายายเงือก
พระหน่อไทยขอษะมาขึ้นบ่านาง?สินสมุทรกล่าวขอขมาก่อนขึ้นบ่านางเงือก
เงือกประคองสององค์ลงจากฝั่ง?เงือกประคองพระอภัยมณีกับสินสมุทรลงน้ำ
มีกำลังลีลาสค่อยวาดหาง?เงือกพอลงน้ำก็มีกำลังในการว่ายน้ำ
ค่อยฟูฟ่องล่องน้ำไปท่ามกลาง---ล่องตามกระแสน้ำไป
ลูกสาวนางเงือกงามตามลีลา ฯ---มีลูกสาวนางเงือกว่ายเคียงตามกันมา
พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ ---พระอภัยมณี
เพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา---เพลินกับการดูฝูงปลา
เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมา---ฝูงปลาฉลาม ตามมา
ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล--หากแต่ไม่ทำร้าย ว่ายผ่านไป
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่  ---ปลาฉนาก สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ว่ายมาสองตัว
ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองลอองฝน-ขึ้นมาพ่นละอองเหนือผิวน้ำ
ฝูงพิมพาพาฝูงเข้าแฝงวล---เห็นฝูงปลาฉลามว่ายผ่านมากใกล
บ้างผุดพ่นฟองน้ำบ้างดำจร--บ้างดำผุดดำว่าย โผล่มาพ่นฟองอากาศเหนือผิวน้ำ
กระโห้เรียงเคียงกระโห่ขึ้นโบกหาง---แลเห็นหางปลากระโห้ขนาดใหญ่
ลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน?ด้วยขนาดที่ใหญ่โตจึงเห็นเด่นชัด
มังกรเกี่ยวเลี้ยวบอดกอกมังกร---แลเห็นมังกรสื่อสารกัน
ประชุมซ่อนแฝงชลขึ้นวนเวียน------แฝงกายวนเวียนไม่ไกล
ฝูงม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่น-----เมื่อผ่านกลุ่มของพระอภัยมณีผ่านมา ผูงม้าก็ตกใจ
ขึ้นลอยเล่นเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน---พากันหลบ
ตะเพียนทองล่องน้ำนำตะเพียน ----เห็นปลาตะเพียนทองว่ายนำหมู่ปลาตะเพียน
ดาษเดียรดูเพลินจนเกินมา---เป็นภาพที่น่าดู
เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชะอุ่ม---กลุ่มของพระอภัยมณีหนีมาได้สักพักก็เห็นเกาะเกาะหนึ่ง เขียวชอุ่ม
โขดตะคุ่มเคียงเคียงเรียงรุกขา?แลเห็นโขดหินและป่าเขียว
จะเหลียวซ้ายสายสมุทรสุดสายตา?พระอภัยมณีมองไปทางซ้ายก็เห็นมหาสมุทรกว้างสุดสายตา
จะแลขวาควันกลุ้มโพยม----แต่พอมองไปทางขวากลับเห็นท้องฟ้า บรรยากาศมืดมัว
จะเหลียวดูสุริย์แสงเข้าแฝงเมฆ --- พระอภัยมณีหลียวมองพระอาทิตย์ก็ถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆ
ให้วิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม----พลอยทำให้ทรงกังวล
เงือกผู้เฒ่าเคารพอภิวาท---เงือกเฒ่ากราบเคารพ
ขอรองบาทบริรักษ์จนตักไษย--- ขอดูแลใต้บาทจนสิ้นชีพ
ฟังสำเนียงเสียงคลื่นดังครึ้นโครม---คลื่นลมแรงนัก
ยิ่งทุกข์โทมนัสในฤไทยทวี?ยิ่งทำให้พระองค์รู้สึกหวั่น
พอเย็นย่ำค่ำพลบลงโพล้เพล้ ---ตกเย็นตะวันลับตา
ท้องทะเลมืดมัวทั่ววิถี---ทั่วท้องทะเลก็มืดลง
พระห้ามเงือกสองราด้วยปราณี ---พระอภัยมณีก็สงสารตาและยายเงือกจึงห้ามว่า
ประเดี๋ยวนี้ลมกล้าสลาตัน?ตอนนี้ลมแรงมาก
เห็นละเมาะเกาะใหญ่ที่ไหนกว้าง --พระอภัยมณีตรัสว่า  หากเห็นเกาะไหน
หยุดเสียบ้างให้สบายจึงผายผัน---ก็ให้แวะพัก
เราหนีนางมาได้ก็ไกลครัน----พระอภัยตรัสว่า ..เราก็หนนางผีเสื้อสมุทรมาไกลแล้ว
ต่อกลางวันจึงค่อยไปให้สำราญ ?พรุ่งนี้ค่อยไปต่อก็ได้
ตาเงือกน้ำซ้ำสอนพระทรงศักดิ์-----ตาเงือกได้ยินจึงบอกพระอภัยมณีว่า
ยังใกล้นักอย่าประมาททำอาจหาญ----ยังหนีมาไม่ไกล อย่าได้ทรงประมาทเลย
นางรู้ความตามมาไม่ช้านาน---ตาเงือกบอกว่า หากนางผีเสื้อรู้จะเร่งตามมา
จะพบพานพากันตายวายชีวัน---ถ้านางผีเสื้อพบเข้าคงพากันตายแน่
อันตาข้าถ้าค่ำเห็นสว่าง ---ตาเงือกบอกว่า  ดวงตาของข้า มองเห็นชัดในที่มืด
ทั้งเดินทางเรี่ยวแรงแข็งขยัน?ยังมีแรงเดินทางต่อ
ถ้าแดดกล้าตามัวเป็นหมอกควัน----ถ้าแดดแรงตาจะพร่ามัว
จะผายผันล่วงทางไปกลางคืน---ควรแล้วที่จะเดินทางช่วงกลางคืน
แล้วว่ายแหวกแบกองค์พงศ์กษัตริย์ ----พูดเสร็จก็พาองค์พระอภัยมณีว่ายน้ำต่อไป
พลางสบัดโบกหางไปกลางคลื่น?พลางสะบัดหางส่งตัวไปข้างหน้า
สลาตันลั่นพิลึกเสียงครึกครื้น---  ผ่านคลื่นลมแรง
จนดึกดื่นรีบรุดไม่หยุดเลย---กลุ่มเงือกพากันไปจนดึกดื่น โดยไม่หยุดพัก
ครั้นรุ่งเช้าเข้าเกาะเสาะลูกไม้---พอรุ่งเช้าเจอเกาะก็แวะเข้าเพื่อหาอาหาร
พระลูกให้บิตุรงค์ทรงเสวย?สินสมุทรถวายผลไม้ที่หาได้ให้พระอภัยมณี
เงือกก็หาอาหารกินตามเคย---เงือกพ่อแม่ลูกก็หาอาหารกินกันไปตามประสา
แล้วรีบเลยล่วงไปในคงคา ฯ---เมื่อเสร็จสรรพก็รีบออกเดินทางทันที

เสด็จขึ้นทรงบ่าจะพาไป----เชิญขึ้นมาบนบ่าเดี๋ยวจะพาไป
พรหน่อไทให้ขี่ภริยา---ตาเงือกบอกให้สินสมุทร เกาะบ่ายายเงือก
ด้วยกลิ่นอายคล้ายท่าผู้มารดา----ด้วยอำนาจของผีเสื่อสมุทร
ปลาไม่กล้ำกรายกลัวทั่วทิศา----ปลาทั่วทุกทิศต่างกลัว
ด้วยกลิ่นอายคล้ายท่าผู้มารดา---ด้วยกลิ่นที่ไอเหมือนแม่
เมื่อจับข้าข้าจึงอ่อนหย่อนกำลัง-----จับข้าข้าก็อ่อนกำลัง
สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อ-----สัตว์ในน้ำจำต้องแพ้แก่ผีเสื้อ
เปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลงอย่าเกรงไภยในชลที่วลวัง----เปรียบเหมือนกับเนื้อเห็นเสือโคล้ง  
ชักหลงอย่าเกรงภัยในน้ำที่วังวล
ขึ้นนั่งยังบ่าข้าจะพาไป ฯ----ขึ้นมานั่งบนบ่าข้าจะพาไป










นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | ซื้อขายสัตว์เลี้ยงออน์ไลน์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี