กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆของคนรักกลอน
กุมภาพันธ์ 09, 2012, 03:39:04 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Custom Search
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก สมุดเยี่ยมชม ติดต่อเรา!!  

ข่าวประชาสัมพันธ์
Administrator Comment ประกาศ: ช่วงเวลาตั้งแต่ 00:00น - 01:30น ของทุกวัน ระบบจะทำการ Backup ข้อมูล
ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ อาจทำให้ บุคคลทั่วไป และ สมาชิก เข้าใช้งานบอร์ดได้ลำบากในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงต้องขอให้ทุกท่านหลีกเลี่ยงการใช้งานบอร์ด ในช่วงเวลาดังกล่าว ขออภัยในความไม่สะดวก

กลอน วันวาเลนไทน์ ต้อนรับ  14 กุมภาพันธ์

สวัสดีพี่น้องชาวกวีคลับ และ บุคคลทั่วไป นะครับ เดือนหน้าก็จะก้าวเข้าเดือน กุมภาพันธ์ แล้ว นะครับ

ซึ่งเดือนนี้ก็จะมีวันสำคัญอยู่หนึ่งวันก็คือ วันวาเลนไทน์  นั่นเอง ซึ่งวันดังกล่าวอาจเป็นวันสารภาพรักของใครหลายๆคน

และ ก็อาจเป็นวัน อกหัก เสียใจของใครหลายๆคนด้วยเช่นกันนะครับ บางคนก็อยากจำ แต่ บางคนก็ไม่อยากจำ ก็มีนะครับ

ความรักเป็นเรื่องเข้าใจยาก ทำให้ดีใจได้ ก็ทำให้เสียใจได้ด้วยเช่นกัน  ในช่วงเดือนนี้ผมจึง นำบท กลอน วันวาเลนไทน์

ซึ่งเป็นผลงาน แต่งโดย พี่น้องชาวกวีคลับ ใครอยู่ในอารมณ์ไหน ก็สามารถเลือกอ่านได้ตามใจชอบเลยนะครับ

 

1 กลอนวันวาเลนไทน์ 4 :+: 3รสรัก วันวาเลนไทน์ :+: 7 วันแห่งรัก..พักใจไว้ที่เธอ
2 กลอนวาเลนไทน์ สำหรับคนอกหัก 5 สื่อรักวาเลนไทน์ 8 กลอนวาเลนไทน์หวานๆซึ้งๆ
3 กลอนวาเลนไทน์ภาษาอังกฤษ 6 นิราศวันวาเลนไทน์ 9 Before Valentine ก่อนรัก..หมุนรอบตัวเรา
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ทฤษฎีแห่งบลีซ  (อ่าน 1116 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

[`เสี้ยวสิตางศุ์`]~( ??? )แม็ค.
ปราชัยในเชิงทุกข์

ภุมริณทร์กลอนภาษา


*

คะแนนกลอน 60
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 276

มิสู้หวังอันใด นอกเหนือแต่หวังรับใช้พุทธองค์



Level 13 : Exp 44%
HP: 0.6%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 709
ได้รับคำชม: 592

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 05:24:37 am »

อ.ไทเทะแต่งเรื่องนี้ได้ดีมาก

เกร็ดเกี่ยวกับ ฮอลโล่ว์ ไวเซิร์ด และยมทูต
แฟนๆ เรื่อง Bleach ทุกท่านเคยสงสัยมั้ยครับ ถึงเรื่องการข้ามขีดจำกัดระหว่างฮอลโลว์กับยมทูตเพื่อข้ามขีดจำกัดของพลังและกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่ายมทูตหรือฮอลโลว์ได้ เคยคิดบ้างมั้ยครับว่าประโยคนี้ฟังแว่บแรกแล้วเหมือนเอาเหตุผลข้างๆ คูๆ มาอ้างเพื่อหาเรื่องเขียนต่อยังไงยังงั้น (พูดให้ชัดก็คือ อ. คุโบเล่นกันง่ายๆ แค่เอายมทูตมาเป็นฮอลโลว์ ฮอลโลว์มาเป็นยมทูต แล้วจับความเก่งใส่พานให้สองพวกนี้ว่าแข็งแกร่งสุดๆ เพราะสามารถข้ามขีดจำกัดได้ว่างั้นเถอะ)

บอกตรงๆ ว่าผมเองตอนที่อ่านถึงตอนนี้ก็รู้สึกอยู่ในใจนิดๆ เหมือนกันว่าเป็นแบบนั้น จนกระทั่งผมได้อ่านคำตอบของสมาชิกคนหนึ่งในกระทู้ Bleach ของบอร์ดต่างประเทศ

กระทู้นั้นถามถึงที่มาของด้านฮอลโลว์ในตัวอิจิโกะว่ามาจากไหน และสมาชิกท่านนี้ก็ได้ยกประเด็นๆ หนึ่งที่โดนใจผมเป๊ะๆ

นั่นคือ ทฤษฎีเรื่องโครงสร้างทางจิตของฟรอยด์ ครับ

ขออธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างทางจิตตามทฤษฎีของฟรอยด์เล็กน้อยนะครับ ฟรอยด์อธิบายไว้ว่า ระบบโครงสร้างทางจิตนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ อิด (Id) อีโก้ (Ego) และซูเปอร์อีโก้ (Superego) โครงสร้างทั้ง 3 ส่วนนี้จะทำหน้าที่สอดประสานกันจนกลายมาเป็นบุคลิกของมนุษย์แต่ละคน ซึ่งจะแสดงออกมาในระดับที่ต่างกันออกไป

อิด (Id) คือสัญชาตญาณที่มีมาแต่กำเนิด เป็นตัวขับดันให้คนเราแสดงพฤติกรรมออกมาตามความพอใจของตนเอง ซึ่งส่วนมากมักเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เช่น ความต้องการทางเพศ ความก้าวร้าว ความหิว ความโกรธ เป็นต้น มักแสดงออกมาโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลใดๆ (นึกจะทำตูก็ทำอะไรทำนองนั้น)

ซูเปอร์อีโก้ (Superego) คือด้านตรงข้ามของอิด คือส่วนของศีลธรรม ธรรมเนียม จริยธรรมอันเป็นที่ยอมรับ ซึ่งมนุษย์จะซึมซับซูเปอร์อีโก้ผ่านทางสิ่งรอบข้าง เช่น พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือสภาพแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่อายุยังน้อย ซูเปอร์อีโก้จะทำให้มนุษย์รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควรอะไรไม่ควร สิ่งไหนต้องห้ามไม่ควรทำ รวมถึงการรู้จักความเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ เป็นตัวคอยยับยั้งการทำงานของอีโก้ที่จะตอบสนองความต้องการของอิด หากเห็นว่าไม่ถูกต้องกับบรรทัดฐานของสังคม

อีโก้ (Ego) คือสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอิดและซูเปอร์อีโก้ เพื่อทำให้เกิดความสมดุลในความต้องการขั้นพื้นฐาน อีโก้จะเป็นตัวคอยควบคุมและขัดเกลาพฤติกรรมของคน เพื่อให้สามารถแสดงออกถึงสัญชาตญาณที่เกิดจากแรงกระตุ้นของอิด รวมถึงประณีประนอมความเป็นอุดมคติจากแรงกระตุ้นของซูเปอร์อีโก้ให้ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมต่อโลกแห่งความจริง ซึ่งมนุษย์สามารถพัฒนาอีโก้ของตัวเองได้ผ่านทางการศึกษา ทั้งจากในครอบครัว จากสังคม และจากสถานศึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะคอยฝึกสอนอีโก้ของเราอยู่ตลอดเวลา

ถึงตรงนี้คงสงสัยกันเล็กน้อยแน่ๆ ว่า แล้วไอ้ที่อธิบายมามันเกี่ยวกับเรื่องยมทูต ฮอลโลว์ และการข้ามเขตแดนระหว่างความเป็นยมทูตกับฮอลโลว์ตรงไหน ลองย้อนกลับไปดูคำจำกัดความของฮอลโลว์และยมทูตดูสิครับ

ฮอลโลว์ คือวิญญาณที่สูญเสียความมีเหตุผลของตนเอง จนถูกชักนำโดยสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวให้กลายเป็นวิญญาณร้ายคอยไล่ทำร้ายผู้คนล่าวิญญาณมากิน ซึ่งลักษณะนี้เหมือนกับตัวอิดเพียวๆ ที่ไม่มีอีโก้หรือซูเปอร์อีโก้คอยควบคุมไม่มีผิด คอยแต่จะมุ่งไปตามสัญชาตญาณของตนโดยไม่สนใจผิดถูกว่าเป็นอย่างไร ขอเพียงเติมเต็มความต้องการที่ขาดหายไปของตนให้ได้ก็พอ

ดังนั้น จึงหมายความได้อีกอย่างว่าด้านฮอลโลว์ในจิตวิญญาณของมนุษย์ก็คืออิดที่ถูกทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นนั่นเอง

ส่วนด้านยมทูตซึ่งมักแสดงออกมาด้วยตัวตนของดาบฟันวิญญาณนั้นก็เปรียบเสมือนภาพลักษณ์อันสูงส่งที่เกิดจากการซึมซับเอากฏทางสังคมต่างๆ ที่ได้รับรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัว ดังจะเห็นได้จากตัวตนของดาบฟันวิญญาณซันเงสึที่เคยปรากฏตัวออกมาแล้วหลายครั้งในรูปของชายวัยกลางคนผู้กร้านโลกเพื่อเตือนสติอิจิโกะถึงเป้าหมายที่ต้องมุ่งไปยามเมื่ออิจิโกะเดินหลงทาง

เรียกง่ายๆ ว่าตัวตนของดาบฟันวิญญาณก็คือตัวซูเปอร์อีโก้ที่ถูกทำให้เห็นชัดขึ้นเช่นเดียวกับอิดในคราบของฮอลโลว์เช่นกัน

ในทฤษฎีโครงสร้างทางจิต ฟรอยด์ยังกล่าวไว้อีกว่า ลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์เกิดจากการทำงานร่วมกันของพลังจากทั้ง 3 ส่วน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ ส่วนใดมีอิทธิพลเหนือพลังอื่น ก็จะเป็นตัวชี้ลักษณะบุคลิกของคนๆ นั้น เช่น ถ้ามีอิดมาก ก็จะเป็นคนเอาแต่ใจสูง ถ้ามีอีโก้มาก ก็จะเป็นคนมีเหตุผล มองโลกในแง่ความเป็นจริง เป็นนักปฏิบัติ และถ้ามีซูเปอร์อีโก้มาก ก็จะเป็นนักอุดมคติ นักทฤษฎี

ซึ่งเกี่ยวกับการทำงานประสานกันขององค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ ดร. ประมวญ คิดคินสัน ได้ให้คำอธิบายไว้อย่างน่าฟัง ดังนี้

"สำหรับบุคลิกภาพอันพึงประสงค์ คือ ความมี Ego เข้มแข็ง สามารถจัดการกับ Id ได้อย่างมีสมรรถภาพ โดยอาศัยหลักแห่งความจริงเป็นที่ตั้ง และสามารถโน้มน้าว Superego ให้เข้าสู่หลักแห่งความจริง เพื่อให้เกิดการประสมประสานอย่างสนิทสนมในการดำเนินชีวิต"

จากประโยคที่ยกมาข้างต้นนี้ เห็นได้ชัดว่าผู้พูดต้องการพูดว่า การดำเนินชีวิตโดยปกติสุขได้นั้นอยู่ที่ความสามารถของอีโก้ในการประณีประณอมอิดและซูเปอร์อีโก้ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติสุข จะทำให้จิตใจเกิดดุลยภาพมีความเข้มแข็งมากขึ้น

ซึ่งถ้าหากเทียบด้านฮอลโลว์กับอิด และด้านยมทูตกับซูเปอร์อีโก้ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ทฤษฎีที่ว่าหากสามารถทำลายพรมแดนความแตกต่างระหว่างสองด้านนี้ และทำให้ทั้งสองฟากอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขได้สำเร็จ ก็จะได้พลังอำนาจไร้ขีดจำกัดมาไว้ในมือตามที่ไอเซ็นบอกไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแบบกุขึ้นมาลอยๆ อีกเลย

คำถามอยู่ที่ว่า แล้วอีโก้ที่จะช่วยทำลายกำแพงระหว่างยมทูตกับฮอลโลว์และประณีประณอมทั้งสองฝ่ายให้อยู่ร่วมกันได้นั้นคืออะไร?

ลองมาดูคำจำกัดความของ "ดาบฟันวิญญาณ" กับ "หน้ากากของฮอลโลว์" เครื่องหมายการค้าของทั้งสองฝ่ายกันนะครับ

ดาบฟันวิญญาณ คือพลังยมทูตที่ถูกแปรให้เป็นรูปร่าง ซึ่งโดยมากก็มักจะอยู่ในรูปของดาบสำหรับใช้ต่อสู้กับศัตรูหรือเหล่าวิญญาณร้าย ดาบฟันวิญญาณทุกเล่มต่างมีรูปร่างและพลังแตกต่างกันออกไปก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ดาบฟันวิญญาณของยมทูตทุกเล่มจะมีอำนาจสามารถชำระล้างจิตวิญญาณของฮอลโลว์ ทำให้ฮอลโลว์กลายเป็นวิญญาณที่บริสุทธิ์กว่าเดิมและสามารถไปสู่สุขติได้ (ยกเว้นพวกที่บาปหนาจนโดนเคียะไปลงนรกแทนไปโซล โซไซตี้ละนะ)

ส่วนหน้ากากของฮอลโลว์นั้น อ. คุโบให้คำจำกัดความไว้ใน Bleach เล่มที่ 4 ว่าคือส่วนที่คอยปกป้องสัญชาตญาณอันเปลือยเปล่าไร้การควบคุมของเหล่าฮอลโลว์จากโลกภายนอก เทียบง่ายๆ ก็เหมือนตัวช่วยปกป้องฮอลโลว์จาก "โลกภายนอก" ที่มองว่าการ "กินวิญญาณสิ่งมีชีวิต" เป็นเรื่อง "ผิด" หรือก็คือประณีประณอมจิตสำนึกของฮอลโลว์ไว้ไม่ให้ต้องรู้สึกผิดต่อการทำร้ายหรือกินวิญญาณของผู้อื่นนั่นเอง

ซึ่งหากดูกันชัดๆ ตรงนี้แล้ว ลักษณะการทำงานของดาบฟันวิญญาณในการชำระล้างจิตของฮอลโลว์นี้ก็คือการทำงานของอีโก้ในการควบคุม เบี่ยงเบน แปรรูป หรือสลายสัญชาตญาณพื้นฐานที่เกิดจากอิดในจิตใจของเราดีๆ นี่เอง นี่ยังไม่นับว่าการจะสามารถควบคุมดาบฟันวิญญาณให้ได้นั้นจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานาน (หมายเหตุ: กรุณากันอิจิโกะออกไปเป็นข้อยกเว้น เพราะตานั่นเล่นฝึกแบบหักดิบผิดผู้ผิดคนไม่เหมือนยมทูตคนอื่นเค้า)

ในขณะที่การทำงานของหน้ากากของฮอลโลว์ ก็เหมือนการทำงานของอีโก้ในทางที่จะโอนอ่อนผ่อนตามและประณีประณอมยอมตามความต้องการของทั้งอิดและซูเปอร์อีโก้ให้แสดงออกมาได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือตะขิดตะขวงใจนั่นเอง

การที่ฮอลโลว์ถอดหน้ากากของตนเองและรับพลังยมทูตถือดาบฟันวิญญาณเพื่อกลายเป็นอารันการ์ จึงเป็นเสมือนการที่จิตใต้สำนึกยอมลดการประณีประณอมที่โอนอ่อนตามอิดมากเกินไปลง และหันมาสนใจต่อการขัดเกลาจิตวิญญาณด้วยซูเปอร์อีโก้ผ่านทางอีโก้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน การที่ยมทูตยอมสวมหน้ากากของฮอลโลว์เพื่อกลายเป็นไวเซิร์ด ก็เป็นเสมือนการยอมรับถึงการมีตัวตนของอิดในจิตใจของตนเอง และเป็นการโน้มน้าวซูเปอร์อีโก้ที่เป็นอุดมคติจนเกินไป (ดังจะเห็นได้ว่ายมทูตหลายคนในเรื่องทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่างว่าข้าเป็นวิญญาณชั้นสูงส่ง) ให้ลดต่ำลงในระดับพอดี

เรียกง่ายๆ ว่าสำหรับอารันการ์ ดาบฟันวิญญาณก็ถือเสมือน "อีโก้" ที่ช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณให้ฉลาดเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ในขณะที่ไวเซิร์ดถือหน้ากากฮอลโลว์เป็น "อีโก้" ที่ช่วยดึงๆ นิสัยหัวสูงอย่างที่ยมทูตหลายคนเป็นให้หัดทำตัวติดดินซะมั่ง

เมื่อ "อิด" และ "ซูเปอร์อีโก้" สามารถอยู่ร่วมกันและทำงานสอดประสานกันได้อย่างกลมกลืน โดยมี "อีโก้" คอยควบคุมไว้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ความสมดุลทางจิตวิญญาณ และความสมดุลทางจิตวิญญาณนี้เอง ที่จะนำไปสู่ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

ผมคิดว่าการที่ไวเซิร์ดกับอารันการ์สามารถข้ามขีดจำกัดของทั้งยมทูตและฮอลโลว์ได้นั้นใกล้เคียงกับกฏที่กล่าวมาในข้างต้นนี้มากทีเดียวครับ

อย่างไรก็ตาม การจะเป็นไวเซิร์ดหรืออารันการ์ที่สมบูรณ์แบบตามอุดมคติ (หรือก็คือบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ตามหลักจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์) นั้น ก็ยังมีจุดผันผวนที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือการต่อสู้กันของระบบทั้ง 3 ในตัวนั่นแหละครับ เพราะตามหลักโครงสร้างทางจิตของฟรอยด์แล้ว กล่าวไว้ว่าระบบทั้ง 3 จะต่อสู้ขับเคี่ยวกันเป็นที่หนึ่งในจิตใต้สำนึกอยู่ตลอดเวลา โดยหากระบบไหนอ่อนแอ ก็จะกลายเป็นช่องว่างให้อีกสองระบบที่เหลือแข่งกันขึ้นมาเป็นใหญ่เหนือจิตใต้สำนึกได้ ยิ่งในสภาพที่อีโก้ยังไม่เสถียรดีด้วยแล้วยิ่งเห็นการต่อสู้ของระบบทั้ง 3 ได้ชัดเจนมาก

ด้วยเหตุนี้เอง เท่าที่ผ่านมาในโลกของ Bleach ก่อนอุราฮาระจะสร้างโฮเกียคุสำเร็จ จึงไม่เคยมีอารันการ์ตนไหนที่กลายเป็นอารันการ์ชั้นสมบูรณ์ได้อย่างแท้จริงด้วยตนเอง เพราะสัญชาตญาณพื้นฐานของพวกฮอลโลว์นั้นหยาบต่ำเกินกว่าที่จะยอมให้อะไรมาอยู่เหนือด้านฮอลโลว์ของตนเอง เช่นเดียวกับสภาพของอิจิโกะในตอนล่าสุดนี้ที่ไม่สามารถควบคุมด้านฮอลโลว์ของตนเองได้เลย เพราะคอยแต่จะเอาด้านยมทูตเข้าหักดิบอยู่ร่ำไป ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอิจิโกะมองด้วยสายตา "อันสูงส่ง" ของมนุษย์และยมทูต ว่าด้านฮอลโลว์คือด้านมืดเต็มไปด้วยความชั่วร้ายดิบเถื่อนไม่สมควรเอาไว้นั่นเอง (ซึ่งตรงนี้ผมว่ามีส่วนอย่างมากเลยนะครับ ว่าทำไมพวกไวเซิร์ดอย่างฮิราโกะกับฮิโยริถึงได้เคยบอกไว้ว่า "เกลียดมนุษย์กับยมทูต" นั่นอาจเป็นเพราะมนุษย์รวมถึงยมทูตส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการคงอยู่ของด้านมืดในตัวของพวกไวเซิร์ดก็ได้ครับ)

ถ้าอย่างนั้น หากถามว่า "แล้วอิจิโกะจะอยู่ในสภาพโดนด้านมืดด้านสว่างดึงไปทางโน้นทีทางนี้ทีแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?"

คำตอบคือ "จนกว่าอิจิโกะจะยอมรับได้ว่าด้านมืดและความก้าวร้าวที่มาพร้อมกับด้านฮอลโลว์ ก็คือสิ่งซึ่งมีมาพร้อมกับสัญชาตญาณดั้งเดิมของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเรียนรู้ที่จะขัดเกลาอีโก้ของตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกับมันให้ได้" นั่นเองครับ


เครดิต   http://www.bleach4th.com/board/viewtopic.php?t=2299

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า



ลมแก้ว...พัดต้อง...ละอองธุลี
ลมกวี..โปรยปราย...ความคิดถึง
ลมพาพัด...หัวใจ...ให้คนึง
ลมรำเพย...เผยรำพีง...คิดถึงเธอ

...ฝากกับลมไปหอมแก้มคนดี...


รวมกลอนจากใจ..เศษจันทร์ .. [`เสี้ยวสิตางศุ์`]~`

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[`เสี้ยวสิตางศุ์`]~( ??? )แม็ค.
ปราชัยในเชิงทุกข์

ภุมริณทร์กลอนภาษา


*

คะแนนกลอน 60
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 276

มิสู้หวังอันใด นอกเหนือแต่หวังรับใช้พุทธองค์



Level 13 : Exp 44%
HP: 0.6%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 709
ได้รับคำชม: 592

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


เว็บไซต์
« แต่งต่อ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 05:28:18 am »


ดาบฟันวิญญาณ


ดาบฟันวิญญาณ (???) ถือเป็นอาวุธมาตรฐานของยมทูตทุกคน และเป็นอาวุธหลักในการต่อสู้กับฮอลโลว์หรือศัตรูอื่นๆ ทีเดียว ดาบฟันวิญญาณทุกเล่มมีพลังสามารถชำระล้างวิญญาณของเหล่าฮอลโลว์ให้พ้นจากส฿าพอันน่าอัปลักษณ์รวมถึงอารมณ์อันวิปริตในฐานะฮอลโลว์ และส่งวิญญาณเหล่านั้นกลับไปยังโซลโซไซตี้ได้

ยมทูตทุกคนต่างมีดาบฟันวิญญาณเป็นของตนเอง ซึ่งดาบแต่ละเล่มต่างก็มีรูปร่าง ความสามารถ รวมไปถึง "ชื่อ" แตกต่างกันไป ซึ่งหมายความว่าดาบแต่ละเล่มต่างมีชีวิต มีวิญญาณเป็นของตนเอง ซึ่งลักษณะของวิญญาณดาบนี้อาจเป็นได้ทั้งกระจกเงาสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของ หรือด้านตรงข้ามที่คอยสั่งสอนตักเตือนเจ้าของยามเมื่อเดินทางผิดได้ทั้งนั้น เช่น ซันเงสึของอิจิโกะที่มักปรากฏตัวออกมาชี้แนะหนทางที่ควรเดินให้อิจิโกะอยู่เสมอยามเมื่ออิจิโกะออกนอกลู่นอกทางมากเกินไป วิญญาณดาบเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในจิตใจของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเรียกสถานที่นั้นว่า โลก฿ายใน

จนถึงตอนนี้ในเนื้อเรื่องยังไม่ได้บอกไว้แน่ชัดว่าการค้นพบดาบฟันวิญญาณในจิตใจของตนเองนั้นต้องทำอย่างไร แต่หากดูจากการพบกันครั้งแรกระหว่างอิจิโกะกับซันเงสึแล้ว คงพอสรุปได้ว่าน่าจะเป็นการใช้วิธีอะไรก็แล้วแต่ ดำดิ่งลึกลงไปในโลก฿ายในจิตใจของตนเองเพื่อตามหาวิญญาณของดาบฟันวิญญาณ แล้วจึงพูดคุยเกลี้ยกล่อมยังไงก็ตามให้วิญญาณดาบยอมให้ยืมพลังให้ได้ ซึ่งหากทำได้แล้ว ก็จะสามารถเรียกพลังของดาบฟันวิญญาณออกมาใช้ในโลก฿ายนอกในรูปของดาบแบบต่างๆ ได้ ซึ่งเรียกการปลดปล่อยพลังของดาบในระดับนี้ว่า ปลดปล่อยขั้นต้น (?? - ชิไค)

อย่างไรก็ตาม การปลดปล่อยขั้นต้นนี้ ยมทูตทุกคนที่สอบผ่านเข้า 13 หน่วยพิทักษ์สำเร็จสามารถทำได้อยู่แล้ว ดังนั้น ระดับหัวหน้าหน่วยซึ่งต้องมีหน้าที่ควบคุมดูแลลูกหน่วยจำนวนมากนี้จึงจำเป็นต้องสามารถปลดปล่อยพลังอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนือกว่าระดับปลดปล่อยขั้นต้นมาก เรียกว่า ปลดปล่อยสวัสดิกะ (?? - บังไค) ซึ่งเป็นการเรียกเอาวิญญาณของดาบฟันวิญญาณจากโลก฿ายในให้มาปรากฏตัวตนอยู่ในโลก฿ายนอกเพื่อเพิ่มพลังของดาบ ซึ่งวิธีการนี้สามารถเพิ่มพลังของดาบขึ้นจากเดิมได้อย่างต่ำๆ ก็ 10 เท่าทีเดียว การฝึกปลดปล่อยสวัสดิกะนั้นทำได้โดยผู้ฝึกต้องสามารถเรียกวิญญาณดาบออกมาจากโลก฿ายในให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็ต้องต่อสู้กับวิญญาณดาบนั้นให้ชนะให้ได้ จึงจะสามารถควบคุมพลังของวิญญาณดาบได้อย่างแท้จริง

รายชื่อดาบฟันวิญญาณทั้งหมดที่ปรากฏในเรื่องตอนนี้

หมายเหตุ: คำแปลชื่อดาบฟันวิญญาณรวมทั้งคำเรียกเวลาปลดปล่อยพลังของดาบนั้นส่วนใหญ่ผมเอามาแปลเองทั้งหมดครับ มีบางส่วนเท่านั้นที่ผมคงคำแปลของบูมเอาไว้เพราะเห็นว่าแปลดีอยู่แล้ว ดังนั้น อ่านไปเห็นบางอันบูมยังไม่มีหรือไม่ตรงกับที่บูมแปลก็อย่างงนะครับ เหอๆๆ


อะชิโซงิจิโซ (???? - จิโซตัดหัว)
เจ้าของ: คุโรซึจิ มายุริ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงขีดข่วนกระชาก (???? - คาคิมุชิเร)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างตอนปลดปล่อยขั้นต้นจะเป็นดาบใบกว้างรูปไข่ ปลายดาบแยกเป็น 3 แฉกคดไปมาเหมือนกริช ตรงกลางใบดาบมีรูปใบหน้าเด็กกำลังทำท่าทรมานอยู่ ความสามารถของดาบคือการทำลายการเคลื่อนไหวของบริเวณที่ถูกฟัน
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: คอนจิกิอะชิโซงิจิโซ (?????? - อะชิโซงิจิโซสีทอง)
รูปร่างและความสามารถ: ปลดปล่อยสวัสดิกะของอะชิโซงิจิโซมีรูปร่างคล้ายเด็กทารกขนาดใหญ่ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวและมีดาบจำนวนมากงอกอยู่บนอก สามารถกระจายละอองพิษที่สร้างจากเลือดของคุโรซึจิออกไปได้ในระยะ 200 เมตร

เบนิฮิเมะ (?? - นางพญาสีเลือด)
เจ้าของ: อุราฮาระ คิสึเกะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงตื่น (??? - โอคิโร) จงร่ำร้อง (?? - นาเคะ)
รูปร่างและความสามารถ: ยามปกติจะเป็นดาบซ่อนอยู่ในไม้เท้าของอุราฮาระ แต่ยามปลดปล่อยขั้นต้นจะกลายเป็นดาบใบตรงด้ามโค้งๆ (นึกไม่ออกก็ลองไปดูดาบเลเซอร์ของเคานท์ดูกูในสตาร์วอร์สละกัน) ความสามารถยังไม่ปรากฏแน่ชัด นอกจากใช้โจมตีธรรมดากับใช้สร้างโล่พลังขึ้นมาจากเลือดชื่อว่า "โล่หมอกโลหิต"
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ยังไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ยังไม่ปรากฏ

ฟุจิคุจากุ (??? - นกยูงกับดอกฟุจิ)
เจ้าของ: อายาเซงาว่า ยูมิจิกะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างเป็นดาบโค้งเหมือนดาบแขก ใบดาบสามารถกางออกเป็นรูปพัดได้ดูคล้ายหางนกยูงรำแพน ความสามารถคือสามารถดูดพลังวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้ ซึ่งความสามารถนี้นอกจากตัวยูมิจิกะกับฮิซางิผู้เคยโดนความสามารถนี้กับตัวมาแล้ว แม้แต่ในหน่วย 11 ก็ไม่มีใครรู้
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

เกเก็ทสึบุริ (??? - ห้าหัว)
เจ้าของ: โอมาเอดะ มาเระจิโยะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ขยี้มัน (???? - บุทสึบุเระ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างตอนปลดปล่อยขั้นต้นเป็นลูกตุ้มหนามติดโซ่ ยังไม่ทันได้แสดงความสามารถก็โดนซ้ายมหากาฬของอิจิโกะขยี้เละซะก่อน
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

กอนเรียวมารุ (??? - วิญญาณหาญ)
เจ้าของ: รองหัวหน้าหน่วย 1 (ยังไม่ทราบชื่อ)
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ทะลวงแทง (?? - อุกัทเทะ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างตอนปลดปล่อยพลังคล้ายดาบเรเปียแบบตะวันตก โดนอิจิโกะขยี้เละซะก่อนจะทันได้ใช้พลังเช่นกัน
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

ฮาอิเนโกะ (?? - แมวขี้เถ้า)
เจ้าของ: มัตสึโมโตะ รันคิคุ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงคำราม (?? - อุนาเระ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ใบดาบจะกลายส฿าพเป็นควัน ความสามารถยังไม่ปรากฏแน่ชัด
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

โฮซึคิมารุ (??? - ตะเกียงรากษส)
เจ้าของ: มาดาราเมะ อิกคาคุ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงยืดออก (??? - โนบิโระ) จงแยก (??? - ซาเคโระ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลังครั้งแรก ดาบทั้งเล่มจะกลายเป็นหอกเล่มยาวที่สามารถกลายเป็นกระบอง 3 ท่อนได้เมื่อกล่าวคำว่า จงแยก
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

เฮียวรินมารุ (??? - วงแหวนยะเยือก)
เจ้าของ: ฮิซึกายะ โทชิโร่
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงสถิตเหนือฟากฟ้าอันเย็นเยียบ (????? - โซเท็นนิซาเซะ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างยังคงเป็นเหมือนดาบตอนถูกสะกดพลัง แต่มีพลังสามารถควบคุมน้ำและความเย็นได้ พลังมหาศาลถึงขนาดสามารถควบคุมส฿าพอากาศได้ กล่าวกันว่าเป็นดาบฟันวิญญาณสายความเย็นที่ทรงพลังที่สุดในโซล โซไซตี้ทีเดียว
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไดกุเร็นเฮียวรินมารุ (??????)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่มีปีกรูปร่างคล้ายดอกบัว ยังไม่ทันได้โชว์ความสามารถก็ถูกไอเซ็นเล่นงานซะก่อน (อนึ่ง ชื่อไดกุเร็นเฮียวรินมารุนี้มาจากชื่อของหนึ่งใน 8 นรกน้ำแข็งตามคติของศาสนาพุทธ ซึ่งนรกชั้น ไดกุเร็นนี้เป็นนรกชั้นที่เย็นยะเยือกที่สุด ถึงขนาดที่เหล่าสัตว์นรกเพียงแค่สัมผัสก้อนหินหรือน้ำในนรกแห่งนี้เท่านั้นก็เส้นเลือดระเบิดออกจากกันด้วยความเย็นเลยทีเดียว)

อิเทะคุโมะ (?? - เมฆาเยือกแข็ง)
เจ้าของ: โคเท็ตสึ อิซาเนะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงวิ่งไป (?? - ฮาชิเระ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างคล้ายกับฟุจิคุจากุตรงที่ใบดาบแยกเป็น 3 แฉก แต่ของอิเทะคุโมะจะดูคล้ายสามง่ามมากกว่า ทว่าอดโชว์ความสามารถตามเคยเนื่องจากโดนอิจิโกะเล่นงานลงไปให้กรรมการนับสิบในชั่วไม่ถึง 3 ช่อง
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

คะเท็นเคียวโคทสี (???? - บุบผาสวรรค์กระดูกทมิฬ)
เจ้าของ: เคียวราคุ ชุนซุย
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: วายุบุปผาปั่นป่วน เทพบุปผาร่ำร้อง วายุสวรรค์ปั่นป่วน มารฟ้าแย้มสรวล (????? ???? ????? ???? - อานาคาเซะ มิดาเรเตะ คะชินนาคิ เท็มปุมิดาเรเตะ เท็นมะวาราอุ)
รูปร่างและความสามารถ: หนึ่งในดาบฟันวิญญาณสองเล่มในประวัติศาสตร์ของโซลโซไซตี้ที่เป็นดาบคู่ รูปร่างคล้ายดาบใบกว้างของจีน ความสามารถยังไม่ปรากฏ
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

เคียวคะซุยเก็ตสึ (???? - กระจก บุบผา จันทรา วารี)
เจ้าของ: ไอเซ็น โซสุเกะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงแตกกระจาย (??? - คุดาเคโระ)
รูปร่างและความสามารถ: สามารถสะกดจิตฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งแต่หนึ่งคนยันหมู่ ผู้ใดที่มองเห็นการปลดปล่อยพลังของเคียวคะซุยเก็ตสึจะตกอยู่ใต้มนต์สะกดของดาบทันที นับเป็นสุดยอดแห่งความสามารถโครตโกงในบรรดาดาบฟันวิญญาณทั้งหมดในตอนนี้ทีเดียว
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

มินาซึกิ (??? - ชื่อมันแปลยาก เลยขอไม่แปลละกันน่อครับ)
เจ้าของ: อุโนะฮานะ เร็ตสึ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ดาบจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดรูปร่างคล้ายปลากระเบนยักษ์บินได้ สามารถบรรทุกคนโดยการกลืนลงท้องได้ โดยความสามารถคือสามารถรักษาอาการบาดเจ็บให้แก่ผู้บาดเจ็บที่กลืนลงไปในท้องได้ด้วย
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

เนจิบานะ (?? - บุปผาบิดเบี้ยว)
เจ้าของ: ชิบะ ไคเอ็น
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: น้ำจากฟากฟ้าจงคลี่คลาย (????? - ซุยเท็นซาคามาเคะ)
รูปร่างและความสามารถ: ยังไม่ทันได้เห็นรูปร่างตอนปลดปล่อยพลังและความสามารถก็โดนฮอลโลว์ทำลายซะก่อน
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

ริวจินจัคคะ (???? - ความหมายดาบแปลยากเช่นกัน)
เจ้าของ: ยามาโมโตะ เก็นริวไซ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ทุกสิ่งจงกลายเป็นเถ้าถ่าน (????????? - บังโชอิซไซไคจิน โตะ นาเสะ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง จะมีเปลวเพลิงรุนแรงห่อหุ้มตัวดาบไว้ ซึ่งอะไรก็ตามที่เข้าใกล้เปลวเพลิงนี้จะถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เป็นดาบฟันวิญญาณที่มีพลังมหาศาลแม้จะมีรูปร่างธรรมดาสามัญ สมกับที่เค้าว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ" จริงๆ
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ (แต่คาดว่าจะน่ากลัวมากกกก)

เซมบงซากุระ (??? - พันซากุระ)
เจ้าของ: คุจิกิ เบียคุยะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงโปรยปราย (?? - จิเระ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ใบดาบจะแตกออกเป็นกลีบเล็กๆ คล้ายกลีบดอกซากุระนับพันเข้าจู่โจมใส่ศัตรู
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: เซมบงซากุระคาเงะโยชิ (????? - พันซากุระเงาทมิฬ)
รูปร่างและความสามารถ: เหมือนความสามารถตอนปลดปล่อยขั้นต้นแต่ใหญ่กว่ามาก โดยเมื่อปลดปล่อยสวัสดิกะ เบียคุยะจะทิ้งดาบของตนให้จมลงไปใต้พื้นดิน จากนั้นจะมีใบดาบขนาดยักษ์นับสิบเล่มงอกออกมาจากพื้น แล้วใบดาบเหล่านั้นก็จะแตกกระจายออกเป็นกลีบเล็กๆ นับล้านๆ กลีบเข้าโจมตีศัตรู อนึ่ง นี่เป็นเพียงการโจมตีแบบธรรมดาเท่านั้น เซมบงซากุระในส฿าพปลดปล่อยสวัสดิกะยังมีการโจมตีอีก 2 แบบคือ แบบสังหาร (??) กับแบบสุดยอด (??) โดยแบบแรกนั้นดาบทั้งหมดจะกลายเป็นดาบขนาดเท่าดาบซามูไรจำนวนหลายหมื่นเล่มเรียงกันอยู่กลางอากาศเพื่อเพิ่มพลังทำลายและความหลากหลายในการใช้งาน ส่วนแบบสุดท้ายนั้นเป็นการใช้พลังทั้งหมดรวมใบดาบที่แตกเป็นกลีบให้กลายรูปเป็นนกตัวใหญ่ล้อมรอบตัว แล้วพุ่งเข้าโจมตีศัตรู

ชินโซ (?? - หอกเทวดา)
เจ้าของ: อิชิมารุ งิน
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: เล็งสังหาร (??? - อิโคโรเซะ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างปกติคล้ายดาบสั้นธรรมดา จนเมื่อเอ่ยคำปลดปล่อยพลังแล้ว ใบดาบจะยืดออกไปโจมตีศัตรูในระยะไกลได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับ "ยิง" ออกไป
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

โซเกียวโนะโคโตวาริ (??? - มัจฉาคู่พิฆาต)
เจ้าของ: อุคิทาเกะ จูชิโร่
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: เกลียวคลื่นจงกลายเป็นโล่ปกป้องข้า สายฟ้าจงกลายเป็นคมดาบ (????????? ????????? - นามิโคโตโกโตคุ วางะทาเทะโตะนาเระ อิคาซึจิ โคโตโกโตคุ วางะไยบะโตะนาเระ)
รูปร่างและความสามารถ: ดาบคู่อีกหนึ่งเล่มในดาบฟันวิญญาณทั้งสองเล่มที่เป็นดาบคู่ ยามปกติจะเป็นดาบเล่มเดียว แต่เมื่อเอ่ยคำปลดปล่อยพลัง ดาบจะแยกออกเป็นสองเล่มที่มีอะไรคล้ายๆ เชือกเชื่อมปลายด้ามไว้ด้วยกัน ความสามารถยังไม่ปรากฏ
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

ซึซึเมะบาจิ (?? - แตน)
เจ้าของ: โซอิ ฟง
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงทะลวงแทงให้ด่าวดิ้น (???? - จินเทคิ ชาคุเซทซึ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ดาบจะกลายเป็นอาวุธรูปร่างคล้ายเข็มงอกออกมาจากปลายนิ้วของโซอิ ฟง เมื่อใช้เข็มนี้แทงลงไปตรงไหน จะมีสัญลักษณ์รูปผีเสื้อปรากฏขึ้นมาตรงนั้น และหากถูกซึซึเมะบาจิแทงซ้ำตรงที่มีสัญลักษณ์อีกครั้ง ผู้โดนแทงก็จะตาย นับเป็นดาบฟันวิญญาณสำหรับลอบสังหารอย่างแท้จริง
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ไม่ปรากฏ

ซึซึมุชิ (?? - ตัวคันจิหมายความว่า แมลงผู้เงียบสงบ แต่เสียงอ่านพ้องเสียงกับคำว่า จิ้งหรีด ใน฿าษาญี่ปุ่น)
เจ้าของ: โทเซ็น คานาเมะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงร่ำร้อง (?? - นาเคะ)
รูปร่างและความสามารถ: ซึซึมุชิเป็นดาบฟันวิญญาณที่มีความสามารถหลายอย่าง เท่าที่ปรากฏในเนื้อเรื่องตอนนี้ก็มีทั้งหมด 2 อย่าง โดยอย่างแรกคือการสร้างคลื่นเสียงที่ทำให้ผู้ได้ยินหมดสติได้ อย่างที่ 2 จะเป็นท่าโจมตี คือ ซึซึมุชิกระบวนท่าที่ 2 "เบนิฮิโค" (ตั๊กแตนเหินสีเลือด) ซึ่งเป็นการสร้างใบดาบบางๆ คล้ายหญ้าจำนวนหลายเล่มเข้าโจมตีศัตรู
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ซึซึมุชิซึยชิกิ เอ็นมะโคโรงิ (????????? - ซึซึมุชิกระบวนท่าสุดท้าย "จิ้งหรีดพญายม")
รูปร่างและความสามารถ: สร้างโดมขนาดใหญ่คล้ายบอลลูนขึ้นมาครอบคลุมพื้นที่ที่กำหนด ผู้ใดก็ตามที่อยู่฿ายในรัศมีของโดมนี้จะสูญเสียประสาทสัมผัสทั้ง 5 (การมองเห็น ได้ยิน รับกลิ่น สัมผัสรส และสัมผัสแรงกดดันวิญญาณ) ไปโดยสิ้นเชิง โดยทางเดียวที่จะรอดพ้นจากความสามารถของจิ้งหรีดพญายมได้มีเพียงต้องทำลายโดมทั้งโดมให้ได้ หรือสัมผัสดาบซึซึมุชิที่โทเซ็นถืออยู่เท่านั้น

เท็นเค็น (?? - อาญาสวรรค์)
เจ้าของ: โคมามุระ ซาจิน
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: สามารถขยายขนาดของตนเองเพื่อเพิ่มพลังทำลายในชั่วพริบตาที่โจมตีได้ เมื่อโจมตี ฿าพที่เห็นจะเป็นคล้ายมือขนาดใหญ่กำลังกำดาบยักษ์ฟาดฟันใส่ศัตรู
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: โคคุโจเท็นเก็นเมียวโอ (?????? - เมียวโอผู้มอบอาญาสวรรค์แห่งกาฬสุตตนรก)
รูปร่างและความสามารถ: สร้าง฿าพร่างวิญญาณของนักรบปีศาจขนาดยักษ์ (ยักษ์จริงๆ ใหญ่ที่สุดในบรรดาปลดปล่อยสว้สดิกะเท่าที่ได้เห็นตอนนี้แล้วมั้ง) ออกมาโจมตีศัตรู โดยนักรบนี้จะเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของโคมามุระตลอดเหมือนเงาตามตัว (อนึ่ง ตัว โคคุโจ ในชื่อปลดปล่อยสวัสดิกะของโคมามุระนั้นเป็นชื่อของนรกใหญ่หนึ่งใน 8 ขุมนรก ชื่อว่า กาฬสุตตนรก โดยเป็นนรกที่ลงโทษสัตว์นรกด้วยการจับมัดไว้ด้วยด้ายดำ แล้วใช้มีดผ่าสับร่างเป็นท่อนๆ)

โทบิอุเมะ (?? - ดอกเหมยลอยฟ้า)
เจ้าของ: ฮินาโมริ โมโมะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงทะยาน (?? - ฮาจิเคะ)
รูปร่างและความสามารถ: รูปร่างตอนปลดปล่อยพลังดูคล้ายกับไม้กระบองตำรวจญี่ปุ่น (ที่เป็นไม้แบนๆ มีสองแฉกเคยเห็นมั้ย) มีความสามารถปล่อยลูกไฟได้
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

ซึนซาคิการาสึ (?? - อีกาทะลวง)
เจ้าของ: อิคคังซากะ จิโรโบ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงกระพือปีก (?????? - ฮาบาทาคินาไซ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ใบดาบจะกลายเป็นดาวกระจาย 2 คมจำนวนมากบินวนไปมารอบตัวของจิโรโบคอยป้องกันการโจมตีของศัตรู และใช้โจมตีศัตรูได้ด้วย
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

วาบิสึเกะ (?? - ลหุโทษ)
เจ้าของ: คิระ อิซึรุ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงเงยหน้า (????? - โอโมเทะ โอ๊ะ อาเกโระ)
รูปร่างและความสามารถ: ดาบเมื่อปลดปล่อยขั้นต้นจะมีรูปร่างงอคล้ายตะขอ มีความสามารถทำให้สิ่งที่ถูกฟันหนักขึ้นเป็น 2 เท่าได้ (ยิ่งฟันก็ยิ่งหนักว่างั้นเถอะ)
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ไม่มี
รูปร่างและความสามารถ: ไม่มี

ซาบิมารุ (??? - หางอสรพิษ)
เจ้าของ: อาบาราอิ เร็นจิ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: จงกู่ร้อง (??? - โฮเอโระ)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยพลัง ซาบิมารุจะกลายส฿าพเป็นดาบขนาดใหญ่ ตัวดาบเป็นข้อๆ กวัดแกว่งได้เหมือนแส้ (คล้ายๆ อาวุธของไอวี่ในเกมโซลคาลิเบอร์) สามารถโจมตีระยะไกลได้
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: ฮิฮิโอซาบิมารุ (?????? - ราชันย์วานรซาบิมารุ)
รูปร่างและความสามารถ: ในส฿าพปลดปล่อยสวัสดิกะ ซาบิมารุจะกลายเป็นงูยักษ์ที่มีแต่โครงกระดูก ความสามารถแทบไม่ต่างจากซาบิมารุในส฿าพปลดปล่อยขั้นต้นเลยแม้แต่น้อย ต่างกันที่ระยะจู่โจมกับพลังทำลายที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติดเท่านั้น และยังมีความสามารถแยกออกเป็นส่วนๆ เพื่อหลบการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย

ซันเงสึ (?? - ผ่าจันทรา)
เจ้าของ: คุโรซากิ อิจิโกะ
คำเรียกเวลาปลดปล่อยดาบ: ไม่ปรากฏ
รูปร่างและความสามารถ: ซันเงสึเป็นดาบฟันวิญญาณที่อยู่ในส฿าพปลดผนึกตลอดเวลาเหมือนดาบของซารากิ ตัวดาบใหญ่ขนาดเท่าส่วนสูงของอิจิโกะทีเดียว ใบดาบกว้างเรียวไปถึงปลาย ตัวดาบโค้งเล็กน้อยพอให้เห็นว่าเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ มีความสามารถคือดึงพลังวิญญาณของอิจิโกะไปรวมไว้ที่คมดาบแล้วฟันออกไปเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่มีพลังทำลายมหาศาลในระยะไกล ซึ่งท่านี้มีชื่อว่า เขี้ยวจันทราผ่าสวรรค์ (???? - เก็ทสึงะเท็นโช)
ชื่อตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ: เท็นสะซันเงสึ (???? - โซ่สวรรค์ผ่าจันทรา)
รูปร่างและความสามารถ: เมื่อปลดปล่อยสวัสดิกะแล้ว ดาบซันเงสึจะลดขนาดลงเหลือแค่ขนาดดาบซามูไรธรรมดา แต่ตัวดาบกลายเป็นสีดำทั้งเล่ม กระบังดาบเป็นรูปสวัสดิกะ และมีโซ่เส้นเล็กๆ ติดอยู่ที่ปลายดาบ ตัวอิจิโกะก็จะเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อยมทูตธรรมดาไปเป็นเสื้อโค้ทชายยาวแบบเดียวกับที่ซันเงสึ (ร่างคน) สวมให้เห็นบ่อยๆ ขนาดและรูปร่างของเท็นสะซันเงสึต่างจากปลดปล่อยสวัสดิกะของดาบเล่มอื่นมากเนื่องจากการใช้งานต่างกัน โดยความสามารถของเท็นสะซันเงสึคือการใช้พลังกดดันวิญญาณระดับปลดปล่อยสวัสดิกะทั้งหมดเพิ่มความเร็วจนถึงระดับสุดยอด ซึ่งความเร็วที่เพิ่มขึ้นมานี้สูงมาก ขนาดที่แม้แต่เซมบงซากุระคาเงะโยชิของเบียคุยะยังไม่สามารถเข้าถึงตัวอิจิโกะได้เลย แต่ถึงแม้จะบอกว่าเพิ่มความเร็วเต็มที่ แต่ก็ยังคงพลังทำลายมหาศาลของซันเงสึเล่มเดิมไว้เต็มเปี่ยมไม่มีตกแม้แต่นิดเดียว

Credit : DarkMaster ณ Pocketonline

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า



ลมแก้ว...พัดต้อง...ละอองธุลี
ลมกวี..โปรยปราย...ความคิดถึง
ลมพาพัด...หัวใจ...ให้คนึง
ลมรำเพย...เผยรำพีง...คิดถึงเธอ

...ฝากกับลมไปหอมแก้มคนดี...


รวมกลอนจากใจ..เศษจันทร์ .. [`เสี้ยวสิตางศุ์`]~`

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[`เสี้ยวสิตางศุ์`]~( ??? )แม็ค.
ปราชัยในเชิงทุกข์

ภุมริณทร์กลอนภาษา


*

คะแนนกลอน 60
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 276

มิสู้หวังอันใด นอกเหนือแต่หวังรับใช้พุทธองค์



Level 13 : Exp 44%
HP: 0.6%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 709
ได้รับคำชม: 592

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


เว็บไซต์
« แต่งต่อ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 05:31:43 am »

เทคนิคต่างๆ ของยมทูต


วิชาดาบ (ซันจัตสึ) ก็คือวิชาการต่อสู้หลักของยมทูต โโยการใช้ดาบ(หรืออาวุธอื่นๆ) ถือเป็นความสามารถพื้นฐานที่ยมทูตทุกคนต้องฝึก

วิชามือปล่า (ฮาคุดะ) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามือเปล่าเป็นวิชาหมัดมวยของยมทูต แต่ไม่ใช่ยมทูตทุกคนจะได้ฝึก เฉพาะผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทางเท่านั้น ได้แก่ หน่วยลับอนมิตสึเป็นต้น

ท่าเท้า(โฮโฮ) วิชาเคลื่อนย้ายร่างกายด้วยการก้าวไปบนประจุวิญญาณแล้วเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนสายตาไม่สามารถมองทัน คล้ายกับการหายตัว เท่าที่รู้มีอยู่แขนงเดียว คือ ก้าวพริบตา (ชุนโป) ยมทูตขั้นสูงเท่านั้นจึงจะใช้ได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ในศาสตร์แห่งโฮโฮ ก็ยังมีขั้นเหนืออกว่า เช่น บรรดาท่าเท้าลับอนมิตสึ ของโยรุอิจิ เช่นกระบวนท่า "อุทสึเซมิ" จักจั่นลอกคราบ ซึ่งเบียคุยะนำมาใช้ในการต่อสู้กับฟักทองเจ้าความเร็วอย่าง โซมารี นายดาบอันดับเจ็ด

วิถีมาร(คิโดะ) ความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของยมทูต วิถีมารเดิมทีเป็นวิชาพื้นฐานที่ยมทูตฝึกหัดทุกคนต้องเรียน เช่นเดียวกับวิชาดาบ ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถชำนาญได้อย่างแท้จริง วิถีมารแบ่ง อกเป็นสองอแขนง คือ วิถีทำลาย(ฮาโดะ) ซึ่ง เป็นการร่ายคาถาทำลาย ส่วนใหญ่ปล่อยออกมาเป็นลูกพลังเพื่อทำลายศัตรู วิถีทำลายระดับสูงจพเป็นต้องใช่ยมทูตที่มีความชำนาญและพลังงกดดันวิญญาณมากในการควบคุม และ วิถีพันธนาการ(บาคุโดะ) เป็นวิถีมารที่ใช้ในการ พันธนาการ ป้องกันตัว ส่งข่าว จจิปาถะ เป็นวิถีมารสารพัดประโยชน์แล้วแต่ว่าผู้ฝึกจะฝึกวิถีมารบทใดเอาไปใช้ในกรณีใด


เครดิต BY.....Nikovaskios

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า



ลมแก้ว...พัดต้อง...ละอองธุลี
ลมกวี..โปรยปราย...ความคิดถึง
ลมพาพัด...หัวใจ...ให้คนึง
ลมรำเพย...เผยรำพีง...คิดถึงเธอ

...ฝากกับลมไปหอมแก้มคนดี...


รวมกลอนจากใจ..เศษจันทร์ .. [`เสี้ยวสิตางศุ์`]~`

กลอนรัก  |  กลอนแอบรัก  |  กลอนอ้อนวอน  |  กลอนอกหัก  |  กลอนห่วงใย  |  กลอนอำลา | กลอนคิดถึง  | กลอนประชด

[`เสี้ยวสิตางศุ์`]~( ??? )แม็ค.
ปราชัยในเชิงทุกข์

ภุมริณทร์กลอนภาษา


*

คะแนนกลอน 60
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
กระทู้: 276

มิสู้หวังอันใด นอกเหนือแต่หวังรับใช้พุทธองค์



Level 13 : Exp 44%
HP: 0.6%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 709
ได้รับคำชม: 592

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


เว็บไซต์
« แต่งต่อ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 05:36:49 am »

ทำเนียบ ยมทูต HOF OF Shinigami
 


ทำเนียบของเหล่ายมทูตซึ่งตอนนี้ก็เป็นการโฮมโรงก่อนศึกใหญ่ระหว่างเหล่ายมทูตและเอสปาด้า
ซึ่งตอนนี้หลังจากที่ไอเซ็นบรรลุเป้าหมายและก็ตอนนี้กำลังจะมุ่งหน้าไปยังเมืองคาราคุระ กับ
เหล่าผู้ภักดี อิจิมารุ งิน นายหน้าตี๋ซึ่งอารมย์ดีตลอกเวลา และ โทเซ็น คานาเมะ ผู้ยอมทุกสิ่ง
ทุกอย่างให้กับ ท่านไอเซ็นผู้บังเกิดเกล้า และเหล่า อาร์รันคาร์ชั้นหัวกะทิมุ่งไปที่คาราคุระเสียแล้ว
แต่ตอนนี้เหล่ายมทูตผู้มีจิตวิญาณอันร้อนแรง ก็ได้มาเผญิหน้ากับกองกำลังแห่งลัติกาล
ซึ่งนำโดย หัวหน้าใหญ่แห่ง13หน่วยพิทักษ์ ปู่เฒ่า ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงกุนิ และรองหัวหน้า
ซาซาคิเบะ โจชิโร่ และ ลูกศิษย์ที่เปรียบดังลูของตัวเอง คือ อูคิทาเกะ จูชิโร่ และ เคียวราคุ ชุนซุย
พร้อมกับเหล่ายมทูตชั้นนำอีกมากมาย หัวน้าโคมามูระ ซาจิ และรองหัวหน้า อิบะ เทตสึซาเอมอน
แห่งหน่วยที่7 และหัวหน้าหน่วยที่2พร้อมกับรองหัวหน้าที่ภักดี ซุยฟ่ง และ โอมาเอดะ จิเรโยะ
พร้อมกับ ชายร่างเล็ก ฮิซึกายะ โทชิโร่ ผู้เป็นัวหน้าและ มัตซึโมโตะ รันงิคุ รองหัวหน้าแห่งหน่วยที่
10 พวกเค้าเหล่านี้พร้อมทำศึกเพื่อปกป้งดวงวิญาณทั้งป่วงแล้ว

หัวหน้าหน่วยที่1 ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงกุนิ
ปู่ใหญ่แห่ง13หน่วยพิทักษ์ซึ่งเป็นผู้ค่อยบัญชาการเหล่ายมทูตมั้งป่วง
เค้าเป็นคนที่อยู่มานานน่าจะมีอายุราวๆ 400ปี ถึง 500ปี ดูจะแก่มากๆเกินแก่แล้วเห็นแก่ๆ
อย่างนี้แต่ ปู่ยามะก็เก่งเหมือนกันน่ะ แถมลั่มอีกต่างหากแน่ะ ปู่ยามะเป็นคนมีนิสัย
เคร่งครัดต่อระเบียบและใช้เหตุผลกับหลักการเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ซึ่งไม่ยอมให้ใครใช้หลักคุณธรรมของตนเองจนบิดเบือนคุณธรรมของโลก และมีบุคลิกค่อนข้างจะสงบครึมยากที่จะเดาอารมณความได้ยากง่ายๆนอกจากแสดงออกมาเอง ซึ่งดูแล้วเค้าน่ะเป็นคนที่มีอุดมการ์ณสูงน่าดู
ไม่ยอมก้มหัวให้สิ่งชั่วร้ายเลวร้ายไม่แต่นิดเดียว เขาเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนยมทูต และเป็นอาจารย์โดยตรงของ "เคียวราคุ ชุนซุย" และ "อุคิทาเกะ จูชิโร่" ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจราวกับเป็นลูกชายของตนเอง ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ เป็นชายชรา ศีรษะล้าน มีเคราสีขาวยาว ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผล มีดาบฟันวิญญาณสายเพลิงที่ทรงพลังที่สุดในโซลโซไซตี้
ซึ่งพลังที่ทำให้เค้าเก่งกาจที่สุดในโซลโซไซตี้ก็คือ ดาบฟันวิญาณสายเพลิงของเค้า ดาบของ
เก็นริวไซมีชื่อว่า "ริวจินจักกะ" มีความหมายว่า "วิถีดาบเพลิง" มีรูปร่างเป็น ไฟทั้งดาบ
คมดาบทั้งหมดซึ่งจะเป็นเพลิงที่แผดเผาทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่เมฆในอากาศ


หัวหน้าหน่วยที่2 ซุยฟ่ง
หัวหน้าร่างเล็กแต่ฮึซึกายะเป็นรอง ซุยฟ่งถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆและ
เค้าถูกสอนให้เมื่อโตขึ้นและเค้าได้เข้าเป็นหน่วยปราบปรามเค้าจะต้องอุทิศตวและหัวใจ
ให้แก่ เจ็ ชินโฮอิน โยรุอิจิ ซุยฟ่งมีนิสัย เย็นชา แต่ก็แฝงความเงียบและโหดเหี้ยม
ไว้ลึกๆ หากแต่ภายในลึกๆจริงก็แฝงความอ่อนโยนไว้มากเช่นกัน นี่และ ซุยฟ่งแห่งหน่วยลับ
แต่ตั้งแต่ได้เข้าเป็นหน่วยลับต่แมเค้าก็ได้เป็นองครักษ์ประจำตัว โยรุอิจิ เนื่องจากความเก่งกาจ
และความสง่างาม ของโยรุอิจิทำให้ ซุยฟ่ง ได้สาบานจะจงรักภัำกดีกับโยรุอิจิตลอดไป
จนเมื่อวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวว่าโยรุอิจิได้ทำการช่วยเหลือนักโทษเนรเทศอย่าง อุราฮาระ คิสึเกะ
จนโดนปลดจากหัวหน้าหน่วยปราบปราม ทำให้ซุยฟงแทบจะสิ้นศรัทธาในตัวของโยรุอิจิ และสาบานว่าจะจัดการโยรุอิจิด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ทำให้ ซุยฟ่งฝึกฝนตลอดเวลาจนเก่งขึ้นพอๆกับ
โยรุอิจิ แต่สุดท้าย ซุงฟ่งก็ไม่สามารถเอาชนะโยรุอิจิด้วยท่า "ชุนโค" ได้


หัวหน้าหน่วยที่3 อิจิมารุ งิน
เป็นอดีตยมทูตหัวหน้าหน่วยที่ 3 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ ปัจจุบันเป็น
รองหัวหน้าฝั่งอาร์รันคาร์ อิจิมารุ งิน เขาเป็นคนลึกลับ ไม่สามารถอ่านความคิดของเขาออกได้
แลชอบทำหน้าแบบ ใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลาภายใต้ ความโหดเหี้ยม
งิน ในตอนเด็กนั้นอาศัยอยู่ที่เมืองลูคอน ได้เจอกับมัตสึโมโตะรันงิคุที่กำลังนอนหมดสติอยู่เขาจึงให้ผลไม้เธอ โดยเขาได้บอกกับรันงิคุว่าวันที่รันงิคุพบเจอเขาคือ วันเกิดของเธอ จากนั้นวันต่อมาเข้าได้หายตัวไป โดยอิชิมารุนั้นได้เข้าสังกัดหน่วยที่5โดนดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าและมีไอเซ็นโซสึเกะเป็นหัวหน้าหน่วย ต่อมาด้วยความสามารถของเขาจึงได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 3
หลังจากนั้นไม่นานงิน ไอเซ็น และโทเซ็น ก็ได้ทำการทรยศเหล่ายมทูตทุกคนและไม่เข้าร่วม
กับฝายอาร์รันคาร์ เพื่อที่จะสร้าง *โฮเค็น* (กุญแจราชันย์) เพื่อที่จะเปิดไปยังที่ของราชา
โซลโซไซตี้ แต่สิ่งที่จะสร้าง โฮเค็น ได้นั้นจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่เมิองที่มีดวงวิญาณเร่รอนอยู่เยอะ
เมืองนั้นก็คือ "เมืองคาราคุระ" นั้นเอง ด้วยเหตุนี้พวกงินได้มาถึง เมืองคาราคุระแล้ว



หัวหน้าหน่วยที่4 อุโนฮานะ เร็ตสึ

อุโนฮานะ เป็นหญิงสาวถักผมเปียด้านหน้าเป็นคนใจเย็น แต่ถ้าโกรธเมื่อไหร่จะน่ากลัวขึ้นมาทันที (แม้แต่หน่วยที่ 11 ก็ไม่กล้าหือ)และเธอยังเป็นคนฉลาดถึงกับมองออกว่าร่างของหัวหน้าไอเซ็นที่ตายไปไม่ใช่ร่างที่แท้จริงซึ่งเธอมีหน้าที่คอยรักษายมทูตที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ โดยที่ทำการหน่วยที่ 4 คือสถานพยาบาลอุโนฮานะ เก่งเนอะอุโนฮานะเนี่ยเก่งแถมยังเป็น ผู้อำนวยการแห่ง
สมาคมยมทูตสตรีอกต่างหากเก่งเกินไปแล้ว เจ็เร็ตสึซัง และแถมอุโนฮานะนั้นยังไปที่ฮูเอโก้
มุนโด้ เพื่อที่จะไปรักษา ซาโด ยาสึโทระ หรือ แช้ดครับ เก่งโดยแท้


หัวหน้าหน่วยที่ 5 ไอเซ็น โสสุเกะ
ไอเซ็น โสสุเกะ เป็นยมทูตหัวหน่วยที่ 5 เป็นชายผมหยักศก สวมแว่นตา
และใจดีกับลูกน้อง ไม่เคยปล่อยให้ลูกน้องรับภาระหนัก และ เมื่อลูกน้องในหน่วย
ตกอยู่ในอัตรายเขาจะมาช่วยเสมอ แต่ภายในใจเขาไม่เคยคิดว่าใครคือ ลูกน้องเลยนอกจาก
อิชิมารุ งิน อดีตรองหัวหน้าหน่วยที่ 5 ในขณะนั้น (ปัจจุบันเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3และเป็นมือขวาของไอเซ็น)และเป็นผู้ที่มีความทะเยอทะยานในการก้าวเหนือกว่ายมทูตจนสมคบคิดกับอารันคาร์ร่วมกับหัวหน้าอิชิมารุ และหัวหน้าโทเซ็น ด้วยการที่จะสร้าง โฮเค็น เพื่อเปิดไปยังที่อยู่ของ
ราชาแห่งโซลโซไซตี้ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ต้องใช้ในการส้ราง โฮเค็นขึ้นมาก็คือ พื้นที่ของเมืองที่มีดวง
วิญาณที่เร่รอนอยู่มากซึ่งก็คือ เมือง "คาราคุระ" ซึ่งตอนนี้พวกไอเซ็นได้บุกไปยังเมืองคาราคุระ
แล้ว!!!



หัวหน้าหน่วยที่6 คุจิกิ เบียคุยะ
หัวหน้าเบียคุยะสุดเท่เกง่งด้วย เบียคุยะ เป็นชายร่างสูง สง่างาม
หัวมีปิ่นปักผมของขุนนางชั้นสูง เขาเป็นคน เงียบครึม มักจะไม่ค่อยพูด เคร่งครัดในกฏระเบียบ ไม่ชอบแสดงความรู้สึกทางสีหน้าและที่สำคัญคือมักจะเย็นชากับคนรอบข้างเสมอจนบางคน
ออกปากเรียกเขาว่า"เจ้าชายน้ำแข็ง"แต่แท้จริงแล้วเขาเองก็ถือได้ว่าเป็นคนที่รักษาสัจจะ
อย่างแท้จริงคนหนึ่ง คุจิกิ เบียคุยะ เป็นหัวหน้าตระกูล "คุจิกิ" 1 ใน 4 ตระกูลขุนนางชั้น สูงสุด และว่ากันว่าเบียคุยะนั้นมีฝีมือเก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลคุจิกิอันยาวนาน
เขาเป็นพี่ชายบุญธรรมลูเคีย และเป็นหัวหน้าหน่วย 6 ของ "13 หน่วยพิทักษ์"ซึ่งเขาได้
รับลูเคียมาเป็นน้องสาวบุญธรรม เนื่องจากคำสัญญาของเขากับ "ฮิซานะ" ซึ่งเป็นพี่สาวที่แท้
จริงของลูเคียและเป็นภรรยาของเขาซึ่งขอให้น้องสาวของตนเรียกเบียคุยะว่าพี่ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาต้องแหกกฎของตระกูล เขาจึงสาบานต่อหน้าสุสานของพ่อแม่ว่าจะไม่ทำผิดกฎอีกเป็นครั้งที่สองและปิดเรื่องนี้เป็นความลับตลอดมา

หัวหน้าหน่วยที่7 โคมามูระ ซาจิน
หัวหน้าโคมามูระ เป็นตัวละครเพียงไม่กี่คนในเรื่องที่มีหน้าตาแปลกประหลาด เขามีหน้าเป็นหมาป่าและตัวเป็นคน(ซึ่งในเรื่องก็ยังไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่ชัดเจนนัก) จึงมักจะสวมหมวกปิดหน้าของตนเองอยู่เสมอ หลังจากศึกที่สู้กับซาราคิ เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น และไม่อายจนต้องใส่หมวกปกปิดหน้าตาอีกต่อไป เขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง และรักเพื่อนกับพวกพ้องเนื่องด้วยเขาเป็นคนที่เกิดมามีหน้าตาเป็นหมาป่า ทำให้มีปมด้อยในวัยเด็ก แต่เขาก็ได้รับการช่วยจาก "ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเกคุนิ" หัวหน้าหน่วยที่ 1 แห่ง "13 หน่วยพิทักษ์"
ทำให้เขาได้เข้าเป็นยมทูต โดยมีืเพื่อนสนิทอย่าง"โทเซ็น คานาเมะ"อยู่ด้วยเช่นกัน

หัวหน้าหน่วยที่8 เคียวราคุ ชุนซุย
หัวหน้าหน่วยจอมหลีหญิงผู้มีเอกลักษณ์คือ สวมชุดคลุม
สีชมพูลายดอกไม้ ปิ่นปักผมราคาแพง เสียบอยู่ โดยลักษณะนิสัยของชุซุย
คือ นอนคาบกิ่งไผ่ทั้งวัน ไล่จีบหญิงทั่วเซย์เรย์เทย์ และชอบดื่มเหล้าโดยเฉพาะกับ
มัตสึโมโตะ รันงิคุ แต่เมื่อเขาจับดาบแล้วจะแสดงถึงความมุ่งมั่นและความน่าเกรงขามได้อย่าง
ไม่น่าเชื่อ ชุนซุยเกิดในตระกูล 1 ใน 4 ขุนนางชั้นสูง เรียนวิชามาจาก
ยามาโมโตะ เก็นริวไซ พร้อมๆกับ อุคิทาเกะ จูชิโร่ ซึ่งเป็นเพื่อนที่จบจากสถาบัน มาด้วยกัน
ชุนซุยเป็นคนเรื่อยเปื่อยคอยจีบหญิงไปวันๆ แต่ปัจจุบันได้เป็นมาเป็นหัวหน้าหน่วย 8 โดยมี
อิเสะ นานาโอะ ซึ่งเป็นทั้งรองหัวหน้าและผู้คุม (ความประพฤติ) ไปพร้อมๆกัน




หัวหน้าหน่วยที่9 โทเซ็น คานาเมะ
โทเซ็น มีนัยน์ตาทั้งสองข้างที่มืดบอด ซึ่งเขามักจะใส่แว่นปกปิดไว้
และมีผิวสีคล้ำกับผมหยิก เหมือนกับคนแอฟริกัน เป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยจะ
แสดงอารมณ์ของตนออกมาชัดเจนนัก เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
และรักความยุติธรรมในแบบฉบับของตนเอง ประวัติของโทเซ็นอาจจะยังไม่แน่ชัดนัก
แต่ในอดีตเขาเคยสูญเสียหญิงคนรัก โดยที่เธอไปสมัครเข้าเป็นยมทูตแต่สุดท้าสามีของเธอและฆ่าเธอตาย ทำใำห้เขาเข้ากับ 13 หน่วยพิทักษ์ เพื่อความต้องการที่จะเรียกร้อง คุณธรรมของเขา หน่วยที่โทเซ็นเข้าในตอนแรกคือ "หน่วย 5" และมีเพื่อนสนิทคือ "โคมามูระ ซาจิน"และต่อมาเขาก็ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าของหน่วยที่ 9 ในภาคโซลโซไซตี้ เขาเป็นหัวหน้ายมทูตที่เข้าต่อสู้
กับ "ซาราคิ เคมปาจิ" หัวหน้าหน่วย 11 ซึ่งได้ แอบช่วยเหลือพวกของอิจิโกะซึ่งเขาก็กลายเป็นฝ่ายพลาดท่าจากการต่อสู้แบบบ้าระห่ำของเค็มปาชิจนได้ รับบาดเจ็บ
ในตอนท้าย เขาประกาศตััวชัดว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อการกบฎร่วมกับ "ไอเซ็น โซสึเกะ"
อดีตหัวหน้าหน่วย 5 และถูกล้อมจับที่เนินโซเคียคุ แต่ในที่สุดก็หนีไปได้ด้วยการช่วยเหลือของ
เหล่าฮอลโลว์ซึ่งเหตุผลของการก่อกบฎนี้ก็น่าจะมาจากความต้องการที่จะสร้่างคุณธรรมขึ้นมาในแบบของเขาดั่งประโยคนี้ ของเขา "ถ้าคุณธรรมในโลกมีไม่เพียงพอ ตัวข้าจะเป็นคุณธรรมเอง"
ในหลังจากภาคโซลโซไซตี้ในมังงะโทเซ็นปรากฏตัวอีกครั้งในระหว่างการต่อสู้กันของเหล่า
ยมทูตกับ "อา์รันคาร์"(เหล่าฮอลโลว์ที่ได้รับพลังยมทูตสมุนของไอเซ็น)ซึ่งได้เข้ามาขวางการต่อสู้ระหว่าง "คุโรซากิ อิจิโกะ" กับ "กริมจอว์ แจ็กเกอร์แจ็ก"อารันคาร์หมายเลข6ในกลุ่ม
เอสปาด้า ซึ่งโทเซ็นได้พาตัวกริมจอว์กลับไป พร้อมกับลงโทษกริมจอร์ด้วยการตัดแขนข้างหนึ่ง
และเผาแขนของกริมจอว์ทิ้ง


หัวหน้าหน่วยที่10 ฮิซึกายะ โทชิโร่
ฮิซึกายะเป็นหัวหน้าหน่วยที่รูปร่างเล็กที่สุดและน่าจะมีอายุน้อยที่สุดในบรรดา
หัวหน้าหน่วยด้วย มีผมสีขาวราวกับหิมะ แววตาและสีหน้าคมเข้มแทบจะตลอดเวลาเป็นคนฉลาดและมีความสามารถมาก นิสัยออกจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัว หยิ่งนิดๆ แต่มีความรับผิดชอบสูง
และคอยปกป้องคนสำคัญของตนอยู่ตลอดอย่างฮินาโมริ โมโมะ ฮิซึกายะเกิดในเมืองลูคอน
และเป็นเพื่อนสนิทกับฮินาโมริ แม้จะเข้าโรงเรียนยมทูตทีหลังแต่กลับรุดหน้าด้วยพลังกดดันวิญญาณสูงยิ่งยวด จึงแซงหน้าฮินาโมริ ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 10 และนับเป็นหัวหน้าหน่วย
ที่อายุน้อยที่สุดภายในเรื่องภาคโซลโซไซตี้ โทชิโร่ ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในการประชุมหัวหน้าหน่วยและได้ยินไอเซ็นพูดกับอิชิมารุอย่างมีลับลมคมในจึงได้ไปเตือนฮินาโมริว่าให้ระวังพวก
หน่วยที่3ไว้และได้ออกมาอีกครั้งในการเข้าไปหยุดการต่อสู้ของคิระกับฮินาโมริ
และสั่งให้นำทั้งคู่ ไปขังไว้ในคุกของหน่วย 10 แล้วไปปรากฏที่หน้าที่ทำการหน่วย 3


หัวหน้าหน่วยที่11 ซาราคิเคมปาจิ
เคมปาจิ เป็นชายร่างใหญ่ ไว้ผมทรงหนามและมีกระดิ่งห้อยที่ปลายเส้นผม ตาขวาของเขามีผ้าปิดตาที่ของงานวิจัยของหน่วยที่12ผลิตเอาไว้เพื่อกัดกินพลังวิญญาณที่ส่วนเกิน บนหลังของเขาจะมียาจิรุเกาะอยู่เสมอ เคมปาจิเป็นคนที่ชื่นชอบการต่อสู้และไม่สนใจศัตรู
อ่อนแอกว่าตนเอง เคมปาจิ มาจากเขตเมืองลูคอนที่ 80ที่ชื่อว่า "ซาราคิ" โดยชื่อ
"เคมปาจิ" เป็นชื่อที่มอบให้กับยมทูตที่เก่งกาจและชอบการฆ่าฟันมากที่สุด เขาได้พบกับ
ยาจิรุในเมืองลูคอนเขตที่ 79 ทันทีที่เขาเข้าบรรจุใน 13 หน่วยพิทักษ์เขาได้ดวลกับหัวหน้าหน่วยที่ 11 และตนเองได้ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยที่11แทน ว่าเขาจะไม่รู้ชื่อดาบฟันวิญญาณของตัวเองและไม่สามารถปลดปล่อยดาบทั้งขั้นต้นและปลดปล่อยสวัสดิกะได้เลยแต่ด้วยเพราะความสามารถ
และมีความมุ่งมั่นจึงเป็นหัวหน้าหน่วยคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถปลดปล่อยดาบได้



หัวหน้าหน่วยที่12 คุโรซึจิ มายูริ
ปกติมักจะใส่หน้ากากประหลาดอยู่โดยตลอดทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้จักใบหน้า
ที่แท้จริง นอกจากนี้ร่างกายส่วนใหญ่ของเขายังได้รับการดัดแปลงจนสภาพไม่เหมือนกับปกติ เช่น แขนขายืดหดได้ไม่ก็สามารถงอกได้เมื่อได้รับยากระตุ้นซึ่งหน้าที่แท้จริงของเขานั้นจะออกดู ม่ผอมมากนัก ตามในฉบับอะนิเมะมีผมสีฟ้านิสัยเป็นคนที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว
และบ้าในงานวิจัยของตนเองมากจนเหมือนจะเป็นคนวิปริตสติเฟื่อง

หัวหน้าหน่วยที่13 อุคิทาเกะ จูชิโร่
อุคิทาเกะจูชิโร่มีรูปลักษณ์ของชายอายุราว20ปีลักษณะเด่นของเขาคือผมที่ขาวโพลนทั้งศีรษะ เนื่องมาจากอาการวัณโรค เขาป่วยหนัก 3วัน 3 คืนจนผมกลายเป็นสีขาวเขามีใบหน้าที่ดูสงบแต่ก็ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมาก จนใครๆก็รักใคร่และได้รับการ นับถือทั้งจากคนทั้งหน่วยเดียวกันและหน่วยอื่นทั้งในด้านอุปนิสัยและความสามารถที่โดดเด่น เสียอย่างเดียวคือ ร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บ่อยครั้งเนื่องมาจากเป็นโรคปอดมาตั้งแต่เด็ก อุคิทาเกะ จูชิโร่ เกิดในตระกูลขุนนางชั้นล่างของโซลโซไซตี้เป็นพี่ชายคนโตของพี่น้องจำนวน 8 คน ด้วยความสามารถที่โดดเด่นและอุปนิสัยที่มีอัธยาศัยดีเขาจึงสามารถเป็นหัวหน้าหน่วยรุ่นแรกๆที่จบจากสถาบันวิญญาณชินโฮได้ไม่นาน และเข้ามาเป็นหัวหน้าของหน่วยที่13 ซึ่งแน่นอนว่า เป็นหัวหน้าของคุจิกิ ลูเคียเช่นกัน แต่ติดที่เขามักจะป่วยกระเสาะกระแสะกับ
โรคประจำตัวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่ค่อยออกไปดูแลหน่วยเท่าที่ควรซึ่งเขาได้ให้ชิบะไคเอ็นรองหัวหน้าคอยดูแลหน่วยแทนให้จนเมื่อไคเอ็นเสียชีวิตลงก็ได้อันดับสามของหน่วยทั้งสองคนอย่าง
โคเท็ตสึ คิโยเนะและโคสึบากิ เซ็นทาโร่เป็นคนคอยช่วยเหลือการดูแลหน่วยแทน


เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม
หากท่านใด นำบทกลอนไปเผยแพร่ ขอความกรุณาทำลิ้งค์กลับมายังกระทู้ดังกล่าวด้วยครับ
เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่เจ้าของบทกลอน
(กรณีเก็บไว้อ่านส่วนตัวไม่เผยแพร่ ทางเราไม่ห่วงห้าม)


เกี่ยวกับการลงโฆษณาในบอร์ด
ทางเราไม่อนุญาติ ให้ลงโฆษณาภายในบอร์ดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
หากฝ่าฝืน
ทางผู้ดูแลจะทำการลบ ID อย่างถาวร ทางเราถือว่าได้จัดที่สำหรับลงโฆษณาให้ท่านแล้ว
เพราะยังมีบุคคลส่วนน้อยที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ ทางเราขอแนะนำให้ท่าน ลงโฆษณาได้ที่นี่คลิก

บันทึกการเข้า



ลมแก้ว...พัดต้อง...ละอองธุลี
ลมกวี..โปรยปราย...ความคิดถึง
ลมพาพัด...หัวใจ...ให้คนึง
ลมรำเพย...เผยรำพีง...คิดถึงเธอ

...ฝากกับลมไปหอมแก้มคนดี...


รวมกลอนจากใจ..เศษจันทร์ .. [`เสี้ยวสิตางศุ์`]~`
เพิ่มแท๊ก:

แสงความเห็นโดยรวมเกี่ยวกับกวีคลับได้ที่นี่จ้า

เพิ่มแท๊ก:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
advertisements
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.189 วินาที กับ 30 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.018s, 2q)
Google visited last this page กุมภาพันธ์ 06, 2012, 06:08:33 pm
Google PageRank Checker