โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease) - Poem Kaweeclub กวีคลับดอทคอม




ผู้เขียน หัวข้อ: โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease)  (อ่าน 14054 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ต้นหญ้าเคียงดิน

  • แด่เธอ?ด้วยดวงใจ ความสุขทุกลมหายใจเข้าออก"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน"
  • กวีติณสีหะ

  • *
  • กระทู้: 3,045
  • คะแนนกลอน 203
  • เก็บอยู่ในหัวใจดวงนี้ เก็บภาพเธอคนดีตราบนานแสนนาน
    • เลิฟสตอร์รี่คลับดอทคอม

โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease)
« เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:43:04 am »


โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease) พบในผู้ป่วยผู้ใหญ่มากกว่าพบในเด็ก เกิดจากมีพยาธิเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ
ทำให้โครงสร้างและหน้าที่ของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ เกิดได้จากสาเหตุต่างๆ และบางรายไม่ทราบสาเหตุ และอาจจะเกิดเป็นผลจาก
โรคของโครงสร้างส่วนอื่นๆ ของหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจ หลอดเลือดแดงโคโรนารีที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หรือเกิดจาก
 การแพร่กระจายของโรคบางโรคไปทั่วร่างกาย (Systemic disease) ความสำคัญของโรคนี้อยู่ที่พยากรณ์โรค ค่อนข้างจะเลวหลัง
จากมีอาการและส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตเป็นส่วนมากหลังการรักษาภายใน 2 ปี ในต่างประเทศมีการพยากรณ์โรคดีกว่า
 เนื่องจากมีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ (Cardiac Transplantation) ซึ่งทำการรักษาได้ในบางแห่งเท่านั้น


องค์การอนามัยโลก ( WHO ) และสหพันธ์สมาคมแพทย์โรคหัวใจนานาชาติ ได้จัดแบ่งโรคกล้ามเนื้อหัวใจออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

        1. โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ทราบสาเหตุ ( Specitic heart musle disease )

        2. โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่ทราบสาเหตุ ( Cardiomyopathy )

โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ทราบสาเหตุ ในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ โรคหัวใจเกิดจากการอักเสบ ( ติดเชื้อ ) เฉียบพลัน ( Acute myocarditis )

โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ( acute myocarditis ) มักเกิดในเด็กเล็กๆ ร่วมกับการติดเชื้อในระบบอื่นๆ เช่น ระบบทางเดินหายใจ
 ปอดอักเสบ ไข้หวัด เชื้อไวรัส เป็นสาเหตุของการเกิดอักเสบโดยเฉียบพลันมากกว่าสาเหตุอื่น แต่เชื้อบัคเตเรียบางชนิด
เช่น โรคคอตีบ ( Diptheria ) , ไข้รากสาด ( Typhoid ) ทำให้เกิดการอักเสบที่กล้ามเนื้อหัวใจได้ ปัจจุบันพบร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์และมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย



พยาธิกำเนิด
 
เชื่อว่าเกิดจากกลุ่ม ไวรัสบางชนิด เช่น coxsackie B ทำให้เกิดการกระตุ้น ระบบอินมูนมี ปฎิกริยาเกิดการอักเสบขึ้นร่วมกับ
 มีการกระจายของเชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้กลายไปเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจ
ไม่ทราบสาเหตุชนิด ที่มีหัวใจโต ห้องหัวใจบาง ( Dilated Cardiomyopathy ) ขณะนี้มีการศึกษามากมาย
โดยอาศัย Polymerase chain reactiion ( PCR ) ตรวจหา เชื่อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคนี้ร่วมกับการศึกษาทาง อินมูน
( immunolgical response ) พบว่ามีการหลั่งเอ็นไซด์ cytokines เป็นสาเหตุทำให้เกิดการทำลายของกล้ามเนื้อหัวใจ
จึงทำให้มีการศึกษาการรักษาโดยใช้ยาต่อต้านภูมิคุ้มกัน ( Immunosuppressive ), หรือแม้แต่การใช้ แกรมม่าโคลบูลิน ( g-globulin )
ซึ่งเป็นที่ยอมรับอยู่ขณะนี้ว่า สามารถทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น และนำมาเป็นยาที่สำคัญ ร่วมกับการใช้ยารักษาภาวะหัวใจวาย



การวินิจฉัย , การวินิจฉัยแยกโรค

 ผู้ป่วยมักมีอาการหัวใจวาย หอบเหนื่อยถ้าเด็กโตอาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม เจ็บหน้าอก หลังจากมีอาการไข้หวัดติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
หรือปอดอักเสบ บางรายในเด็กเล็กมาด้วยอาการซึม ตัวซีด อาการระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ( Cardiogenic Shock )
การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจพบว่า การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ จากการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ, พบเอ็นไซด์
ของกล้ามเนื้อหัวใจในซีรั่มสูงขึ้นได้แก่ Creatinine Kinase ( CK หรือ CPK ? MB ) ซีรั่ม glutamic oxaloacetic trausminasase ( SGOT ),
 lactic dehydrogenase ( LDH ) การตรวจรังสีทรวงอก พบมีเลือดคั่งในปอดร่วมกับมีภาพเงาหัวใจโต การเปลี่ยนแปลงทางการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ไม่พบลักษณะเฉพาะเจาะจง มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย บางครั้งอาจพบมีจังหวะของการเต้นหัวใจไม่สม่ำเสมอ



ปัจจุบันการตรวจโดยใช้คลื่นสะท้อนหัวใจ ( Echocardiogram ) เห็นภาพลักษณะพยาธิ และสรีรวิทยา ของการไหลเวียนของเลือดได้ถูกต้อง
ผู้ป่วยที่เป็นกล้าเนื้อหัวใจอักเสบ การตรวจคลื่นคลื่นสะท้อนหัวใจ จะพบว่า ห้องหัวใจห้องล่าง ( ventricle ) จะขยายออกแต่การหดตัวของ
กล้ามเนื้อหัวใจลดลงชัดเจน ( Ejection fraction ) อาจตรวจพบลิ้นหัวใจไมตรัลซีกซ้าย ( MV ) หรือลิ้นหัวใจไตรคัสบิคซีกขวา ( TV ) รั่วร่วมด้วย
 โดยใช้เทคนิคของการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของความถี่ของคลื่นสะท้อนหัวใจ ( Doppler echocardiography)



การวินิจฉัย
 
เนื่องจากอาการระยะแรกอาจจะไม่มีอาการชัดเจนเริ่มจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ต่อมามีอาการหอบเหนื่อย
หายใจเร็วจนถึงภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ควรต้องแยกโรคจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดโคโรนารีพิการแต่กำเนิด
 โรคติดเชื้อในหัวใจ ( Bacterial endocarditis ), และโรคหัวใจเพราะขาดวิตามินบีหนึ่งในเด็ก ซึ่งจะพบกับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด
อายุต่ำกว่า 1-2 ปี ประวัติรับประทานนมมารดาและมารดารับประทานอาหารที่มีวิตามินบีหนึ่งต่ำ หรือรับประทานอาหารที่ทำลายวิตามินบีหนึ่ง
 หรือเลี้ยงลูกด้วยนมข้นหวาน เด็กในกลุ่มนี้มักจะมีอาการบวมร่วมกับร้องเสียงแหบ การวินิจฉัยแยกโรคนี้จำเป็นต้องซักประวัติ
การทานอาหารของมารดา การให้นมและอาหารแก่เด็กทารก มารดามีอาการโรคเหน็บชา จะสามารถแยกโรคได้



การรักษา
        เนื่องจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ขนาดของหัวใจโตขึ้นและมีภาวะน้ำคั่งในปอด การรักษาภาวะหัวใจวายประกอบด้วย

ใช้ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ

ใช้ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ ( Inotropic drug ) ร่วมกับการให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดปริมาณน้ำที่คั่งในปอด ทำให้หัวใจมีแรงบีบมากขึ้น
ร่วมกับการให้ยาขยายหลอดเลือด ( vasodilator ) ซึ่งจะทำให้มีผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่เปลี่ยนแปลงตามความต้านทานในหลอดเลือด
และการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ยาขยายหลอดเลือดมีทั้ง ขยายหลอดเลือดดำและขยายหลอดเลือดแดง ซึ่งจะต้องเลือกใช้โดยพิจารณา
ถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงทางระบบไหลเวียนโลหิตที่เกิดจากสภาวะหัวใจวายให้เหมาะสม สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืน



การใช้ยาอิมมูโนโคลบูลิน
 
การใช้ยาอิมมูโนโคลบูลิน ( intravenous immune globulin ) ในการรักษาการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ จากการศึกษาพบว่าพยาธิกำเนิดของโรคนี้
เกิดจากการมีปฏิกิริยาของระบบอิมมูชั่นและจากการ ใช้ยาตัวนี้ ใน โรคคาวาซากิ ( Kawasaki disease ) มีผลการรักษาดี
 สามารถเพิ่มการทำงานของหัวใจดีขึ้น และอุบัติการเกิดโรคแทรกซ้อนของหลอดเลือดโคโรนารีโป่งพอง (Coronary aneurysm) ลดลง
ทำให้มีการใช้ยานี้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน และขณะนี้ กำลังอยู่ในระยะรวบรวมผลการรักษา
จากหลายสถาบันโดยใช้ ยาขนาด 2 gm ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในเด็ก ในระยะเวลามากกว่า 4-6 ชั่วโมงทางหลอดเลือดดำ
ข้อระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจวาย ต้องให้ช้า ๆ และให้ยาขับปัสสาวะร่วมด้วย ผลการรักษาพบว่า อาการภาวะหัวใจวายดีขึ้นและการตรวจทาง
คลื่นสะท้อนหัวใจ( Echocardiogram ) วัดการทำงานของหัวใจจะดีขึ้นแต่ยาตัวนี้มีราคา
แพง


การใช้ยาต่อต้านระบบอินมูน
       
การใช้ยาต่อต้านระบบอินมูน ( Immunosuppressive ) เช่น cyclosporin, azathioprine ร่วมกับ prednizolone และ aspirin
ในผู้ป่วยที่เป็น โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเรื้อรัง ( chronic myocarditis ) หรือกลุ่มที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทราบสาเหตุ
dilated cardiomyopathy จากระยะเวลา 3-6 เดือน มีรายงานพบว่า อาการทางคลีนิคและผลการตรวจทางชิ้นเนื้อ ( immunohislogy )
ดีขึ้นมากกว่า 60-70 เปอร์เซ็นต์ และใช้เป็นยารักษาในผู้ป่วยที่รอการทำเปลี่ยนถ่ายหัวใจ ( heart transplantation ) ร่วมกับการใช้ยารักษาภาวะหัวใจวาย

 

การเปลี่ยนหัวใจ
 
การเปลี่ยนหัวใจ ( Cardiac transplantation ) ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจยืดขยายและมีอายุน้อย ( dilated cardiomyopathy )
 การดำเนินของโรคเริ่มมาจาก การอักเสบของกล้ามเนื้อของหัวใจ ( acute viral myocarditis ) หรือ ที่ไม่ทราบสาเหตุมักจะถึงแก่กรรมภายใน 2 ปี
การเปลี่ยนหัวใจเป็นการรักษาผ่าตัดในระยะสุดท้าย ทำให้มีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้น แต่มีข้อยุ่งยากเรื่องการรับบริจาคหัวใจจากผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรม
 ต้องอยู่ในสภาพดีไม่ปฎิกิริยาต่อต้านทางอินบูนต่อหัวใจที่ได้รับใหม่ การใช้ยากดภูมิต้านทานในระยะยาว


       

ออฟไลน์ ต้นหญ้าเคียงดิน

  • แด่เธอ?ด้วยดวงใจ ความสุขทุกลมหายใจเข้าออก"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน"
  • กวีติณสีหะ

  • *
  • กระทู้: 3,045
  • คะแนนกลอน 203
  • เก็บอยู่ในหัวใจดวงนี้ เก็บภาพเธอคนดีตราบนานแสนนาน
    • เลิฟสตอร์รี่คลับดอทคอม
Re: โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:49:48 am »
โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่ทราบสาเหตุ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่ทราบสาเหตุ (Cardiomyopathy) หมายถึง โรคหัวใจที่มีพยาธิสภาพของกล้ามเนื้อ หรือมีการเสื่อมสมรรถภาพ
ในการทำงานของกล้ามเนื้อ อันเป็นปัญหาให้ผู้ป่วยมารับการตรวจวินิจฉัย และได้ตรวจหาสาเหตุแล้วมิได้เป็นผลมาจากมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด,
โรคลิ้นหัวใจรั่ว โรคหลอดเลือดโคโรนารีที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ และมิได้เกิดเป็นผลจากโรคประเภท Systemic disease เช่นโรคไตวาย,
 โรคโลหิตจางจากธาลัสซีเมีย (Thallassemia) , โรค Systemic lupus Erythrematosas
เป็นต้น ถ้าเป็นสาเหตุมาจากโรคต่างๆ
ให้เรียกสาเหตุนำหน้าเพื่อบ่งชี้ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจจากโรคไต (Uremic cardiomyopathy) หรือโรคจากความผิดปกติของ
คาร์โบไฮเดรทเบ็ตตาโบล์ซิบซิบ (glycogen storage disease) ก็เรียก โรคหัวใจปอมเป ้ (Pompe disease) ถ้ายังไม่พบสาเหตุให้เรียก
 Idiopathic cardiomyopathy ก็เรียก โรคหัวใจปอมเป้ (Pompe disease) ถ้ายังไม่พบสาเหตุให้เรียก Idiopathic cardiomyopathy
อาการที่ผู้ป่วยแสดงในโรคกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทราบสาเหตุ มักจะเป็นอาการหัวใจวาย หอบเหนื่อยเวลาออกแรง หรือหอบในท่านอน
บางครั้งมีอาการบวม อาการอาจเริ่มเป็นช้าๆ หรืออาจเกิดในกระทันหัน


 ? ? ? โรคกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทราบสาเหตุแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยอาศัย อาการและอาการแสดงร่วมกับพยาธิวิทยาแต่ละกลุ่ม
 ซึ่งจะมีอาการและอาการแสดงคล้ายคลึงกัน และในบางครั้งอาจจะไม่สามารถจัดแยกเป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้โดยเฉพาะ และสามารถเปลี่ยนลักษณะมาเป็นอีกกลุ่มหนึ่งได้

? ? ? ? 1.โรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติ

? ? ? ? 2.โรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดที่มีกล้ามเนื้อหัวใจหนาโดยไม่ทราบสาเหตุ

? ? ? ? 3.โรคกล้ามเนื้อหัวใจที่เกิดจากเยื่อบุชั้นในของหัวใจหนามากกว่าปกติ






ออฟไลน์ ต้นหญ้าเคียงดิน

  • แด่เธอ?ด้วยดวงใจ ความสุขทุกลมหายใจเข้าออก"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน"
  • กวีติณสีหะ

  • *
  • กระทู้: 3,045
  • คะแนนกลอน 203
  • เก็บอยู่ในหัวใจดวงนี้ เก็บภาพเธอคนดีตราบนานแสนนาน
    • เลิฟสตอร์รี่คลับดอทคอม
Re: โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Disease)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:57:02 am »
โรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติ


โรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติ ( dilated cardiomyopathy ) เป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดแม้จะทราบสาเหตุ
แต่เชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากหลายอย่างอันเป็นผลให้มีการทำลายของกล้ามเนื้อหัวใจ มีผู้สงสัยว่าสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัส
โดยเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจมาก่อน และเกิดมีปฏิกิริยาทางอิมมูโนโลยี่เป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงแสดงอาการของ
ภาวะหัวใจวายทางพยาธิวิทยา พบว่าหัวใจขยายใหญ่ในทั้งด้านซ้ายและขวากล้ามเนื้อหัวใจอ่อนปวกเปียก และเปิดห้องหัวใจขยายออกนานๆ
จนเกิดภาวะหัวใจวาย เพราะความสามารถในการบีบตัวลดลง



การวินิจฉัย
        ต้องแยกสาเหตุของโรคหัวใจวายจากสาเหตุอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคการอักเสบเฉียบพลันของ
กล้ามเนื้อหัวใจจากเชื้อไวรัส ( Acute myocarditis ) , โรคพิการแต่กำเนิดของหลอดเลือดโคโรนารี ซึ่งการวินิจฉัยแยกโรค
ต้องใช้เครื่องมือตรวจคลื่นสะท้อนหัวใจ และการตรวจชิ้นเนื้อจากหัวใจ ( ecndomyocardial biopsy ) วินิจฉัยจากลักษณะ
ทางพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อ และในบางรายต้องทำการตรวจสวนหัวใจ ฉีดสีเพื่อดูหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ( Coronary angiography )



การรักษา
        หลักสำคัญคือการรักษาภาวะหัวใจวาย โดยใช้ยาขับปัสสาวะ ยาเพิ่มการกระตุ้นการบีบหัวใจ ( ดิจิตาลีส ) และปัจจุบัน
ยาขยายหลอดเลือดในกลุ่มของ ACE inhibitor จะช่วยทำให้อาการดีขึ้นและทำให้ชีวิตยืดยาวขึ้นได้ส่วนการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
 เป็นวิธีเดียวที่ได้ผลดีโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคลุกลามไปมากแม้จะใช้ยารักษาหัวใจวายอย่างเต็มที่





การพยากรณ์โรค
ค่อนข้างเลวและจะเกินร้อยละ 50 เสียชีวิตภายใน 2 ปี การป้องกันและการวินิจฉัยในระยะแรกจึงมีความสำคัญต่ออัตราการรอดของผู้ป่วย

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 




แห่งความรัก

รักเขาข้างเดียว อ้อนวอน ความคิดถึง ความห่วงใย เสียใจน้อยใจ คำกลอนอกหัก กลอนอำลา กลอนประชด วันสำคัญ
กลอนอวยพร ธรรมะสอนใจ กลอนธรรมชาติ งานประพันธ์ อารมณ์เพลง ตามใจฉัน กลอนจากนิทาน ห้องรวมกลอน ผลงานครูกวี คำคม
กลบท บทอาขยาน ต่อกลอน
กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี | ฝากภาพฟรี

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL MTB KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN