รวมกลอนเพราะๆ

Poem ห้องรับรอง => สารพันเทคนิคการแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มกราคม 17, 2009, 09:55:35 pm

หัวข้อ: รอบรู้เรื่องโคลงต่างๆ และการแต่งโคลงสี่สุภาพ พร้อมผังฉันทลักษณ์
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มกราคม 17, 2009, 09:55:35 pm
 อ่านโคลงของนักกลอนกวีคลับ   คลิก  (http://www.kaweeclub.com/35/)

ฉันทลักษณ์ของโคลง

โคลง เป็นคําประพันธ์ที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของไทย สันนิษฐานว่าเป็นของทาง
ภาคเหนือ ดังปรากฎในหนังสือนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งเป็นโคลงยาว ราวสมัย
พระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นหนังสือโคลงเล่มแรก หนังสือวรรรคดีที่เป็นแบบ
ฉบับในการประพันธ์คําโคลง คือ กําสรวลโคลงดั้น โคลงทวาทศมาส ลิลิตยวนพ่าย
ลิลิตนิทราชาคริต นิราศนรินทร์ ลิลิตตะเลงพ่าย โคลงโลกนิติ เป็นต้น

โคลงมีสองชนิดคือ

1. โคลงสุภาพ
2. โคลงดั้น ...

1.โคลงสุภาพ

แบ่งออกได้ 8 ชนิด คือ

1.1 โคลง สองสุภาพ ........................
1.2 โคลง สามสุภาพ ........................
1.3 โคลง สี่สุภาพ ............................
1.4 โคลงห้า หรือ โคลงมณฑกคติ .......
1.5 โคลงกระทู้ ...............................
1.6 โคลงตรีพิธพรรณ ......................
1.7 โคลงจัตวาทัณฑี .......................
1.8 กลโคลง .................................

2.โคลงดั้น

แบ่งออกได้ 8 ชนิดคือ

2.1 โคลงสองดั้น ............
2.2 โคลงสามดั้น ............
2.3 โคลงดั้นวิวิธมาลี .......
2.4 โคลงดั้นตรีพิธพรรณ ..
2.5 โคลงดั้นจัตวาฑิณที ...
2.6 โคลงดั้นบาทกุญชร ....
2.7 โคลงดั้นกระทู้ ..........
2.8 กลโคลง .................

โคลงโบราณ

แบ่งออกเป็น 8 ชนิด
- โคลงวิชชุมาลี .....
- โคลงจิตรลดา .....
- โคลงสินธูมาลี ....
- โคลงนันททายี ....
- โคลงมหาวิชชุมาลี
- โคลงมหาจิตรลดา
- โคลงมหาสินธุมาลี
- โคลงมหานันททายี

1. โคลงสุภาพ ได้แก่โคลงที่ใช้คําที่มีวรรณยุกต์ เอก โท ตามแบบ
แผนที่กําหนดไว้ที่เรียกว่า "สุภาพ" เพราะแผนบังคับไว้ว่า เมื่ออ่านทํานองที่
สุภาพเรียบๆ ผิดกับโคลงดั้น การใช้โคลงสุภาพนั้น โคลงสองและสาม แต่งเข้า
ลิลิต (คือร้อยโคลง) ส่วนโคลงสี่แต่งโดดๆได้ โคลงห้านั้นเห็นมีแต่ใน (โองการแช่งนํ้า)

พระผาดผายสู่ห้อง.............หานุชนวลน้อง
หนุ่มหน้าพระสนม.....
ปวงประนมนบเกล้า............งามเสงี่ยมเฟี้ยมเฝ้า
อยู่ถ้าทูลสนอง......

โคลงสองสุภาพ ประกอบด้วย 2 บาท ต่อ 1 บท บาทแรกมี 2 วรรคๆละ 5
คํา คําสุดท้ายของวรรคแรก ส่งสัมผัสไปยังคําสุดท้ายของวรรคสอง บาทที่ 2
มี 1 วรรค 4 คํา จะมีคําสร้อยในวรรคหลังอีก 2 คํา

การส่งสัมผัส ระหว่างบท ส่งจากคําที่ 4ของบาทที่สองไปยังคําที่ 1 หรือ 2
หรือ 3 ของวรรคแรกในบทต่อไป กําหนด เอก โท ตามแผนผัง เมื่อขึ้นบท
ใหม่ก็ย่อหน้าและใช้ฟองมัน ไว้ข้างหน้าตามระระเบียบโคลง

ตัวอย่างโคลงสามสุภาพ

ล่วงลุด่านเจดีย์..................สามองค์มีแห่งหั้น
แดนต่อแดนกันนั้น................เพื่อรู้ราวทาง ...........
ขับพลวางเข้าแหล่ง...........แห่งอยุธเยศเหล้า
แลธุลีฟุ้งฟ้า.........................มืดคลุ้มม้วมล ยี่งนา ฯ
( ลิลิตตะเลงพ่าย)

โคลงสามสุภาพ ประกอบด้วย 2 บาท บาทแรกมี 2 วรรคๆละ 5 คํา คํา
สุดท้ายของวรรคต้น ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ของวรรคหลัง

บาทที่ 2 มี 2 วรรคๆต้น 5 คํา วรรคหลัง 4 คํา และเพิ่มคําสร้อยได้อีก
2 คํา คําสุดท้านของวรรคหลังในบาทแรก จะส่งสัมผัสไปยังคําสุดท้ายของ
วรรคต้นในบาทที่สอง การส่งสัมผัสระหว่างบท ส่งจากคําที่ 4 ของวรรค
หลัง ในบาทที่สองไปยังคําที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ในวรรคแรกของบาทแรก
ของบทต่อไป กําหนด เอก โท ตามแผนผัง

ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพ

ถึงกรรมจักอยู่ได้...................ฉันใด พระเอย
กรรมบ่อมีมิใคร........................ฆ่าข้า .............
กุศลส่งสนองไป........................ถึงที่ สุขนา .....
บาปส่งจําตกช้า........................ช่วยได้ฉันใด ...

ผิไปถึงแล้วและ....................ถึงกรรม์ ก็ดี ..
ตกนรกแสนศัลย์......................หมื่นไหม้ ........
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์.........เพราะอยู่ ก็ดี ......
บ่อยู่เลยลาไท้..........................ธิราชแล้วจักไป
( ลิลิตพระลอ )

โคลงสี่สุภาพหนึ่งบทมี 4 บาท บาทแรกมี 7 คํา มีสร้อยได้ 2 คํา บาทสอง
มี 7 คํา บาทสามมี 7 คํา มีสร้อยได้อีก 2 คํา บาทสี่มี 9 คํา
(บางครั้งจะเพิ่มสร้อยได้อีก 2 คํา)

คําที่ 7 ของบาทแรก ส่งสัมผัสมายังคําที่ห้าของบาทที่สาม คําที่เจ็ดของบาท
ที่สองส่งสัมผัสมายังคําที่ห้าของบาทที่สี่ กําหนด เอก โท ตามแผนผังแต่ใน
บาทแรกคําที่ 4กับคําที่ 5 อาจสลับเป็น เอก - โท ก็ได้ อนึ่งอาจใช้คําตายหรือ
คําประสมรัสสระเสียงเอก แทนคําที่ใช้วรรณยุกต์ได้ นอกจากนั้นอาจใช้คําเอกโท
โทโทษ ได้ในตําแหน่งบังคับเอกโท เช่น ถ้วน เป็นท่วน เครื่อง เป็นเขรื่อง
ตัวอย่าง คําตาย ซึ่งใช้แทน วรรณยุกต์เอก ดังโคลงว่า

ตัวอย่างโคลง

สิบเดือนอุ้มท้องพระ................ลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสัก.........................หนึ่งน้อง ........
ตราบพระปิ่นไตรจักร..................เสด็จคลอด มานา
ถนอมอาบ อุ้มค้อยค้อย................ลูบ เลี้ยงรักษา .

การส่งสัมผัสระหว่างบท ในเมื่อต้องการจะร้อยโคลง คําสุดท้ายของบาทสี่จะ
ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ของบทต่อไป หากไม่ต้องการร้อยโคลง
ก็ไม่ต้องส่งสัมผัส

การกําหนดความไพเราะของโคลง มีดังต่อไปนี้ คือ

1. คําท้ายวรรค นิยม "คําเป็น" และเป็นเสียงสูงได้ยี่งดี ทั้งนี้ยกเว้นคําท้าย
วรรคหลังบาทที่ 3 เพราะเป็นที่บังคับเอก มักลงด้วย คําตาย (แทนเอกได้)

2. คําท้ายวรรคที่ส่งและรับสัมผัสกันเป็น สองทอด คือ คําท้ายวรรคหลังบาท
ที่ 1 คําท้ายวรรคหนึ่ง (คําที่ 5 ) บาทที่ 2 และที่ 3 นิยมให้เป็นเสียงสูง 2
แห่ง คําท้ายวรรคหลังบาทที่ 1 (คําที่ 7 ) ซึ่งเป็นคําส่งสัมผัสแห่งหนึ่งและคํา
ท้ายหน้าบาทที่ 1 หรือที่ 3 ซึ่งเป็นคํารับสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

3. คําท้ายวรรคดังกล่าวในข้อ 2 นิยมให้เป็นคําตายในกรณีที่ต้องการความห้าว
หาญเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจัง เช่น การพรรณาในการต่อสู้ เป็นต้น

4. สัมผัสในโคลงนิยมสัมผัสอักษร หรือสัมผัสพยัญชนะเป็นสําคัญ สัมผัสสระ
เป็นสัมผัสประกอบ สัมผัสอักษรในโคลงนั้นถือว่า มีมากเท่าไรยี่งดี อย่างโคลง
สี่สุภาพ กวีพยายามแต่ง ให้มีสัมผัสอักษรทั้งบาท ถือว่าไพเราะยี่ง แต่โดยมาก
มักทําเช่นนี้ไม่ได้เสมอไป จึงเพียงแต่พยายามให้มีมากไว้เป็นใช้ได้ และโดย
เฉพาะอย่างยี่ง โคลงสี่นิยมให้มีสัมผัส อักษรข้ามวรรคระหว่างวรรคหน้าและ
วรรคหลังของสี่บาท

5. โคลงสี่สุภาพ นอยมความไพเราะพิเศษ โดยการยํ้าคํา กล่าวคือใช้คําเดียวกัน
เป็นคําท้ายวรรคหน้า และคําที่ 2 วรรคหลังบาทที่ 4

6. ในการแต่งโคลงทั้งหลายถือว่า ถ้าใช้คําที่มีวรรณยุกต์เอกกํากับ ในบังคับเอก
ได้ทุกแห่งเป็นดี นับเป็นโคลงแบบทีเดียว

7. สําหรับการแต่งโคลงนั้น นิยมโวหารความเปรียบมาก โดยเฉพาะโคลงสี่
แล้วนิยมอย่างยี่ง โวหารความเปรียบนี้มีอยู่ 2 อย่างคือ โลดโผนและลึกซึ้ง สมัย
ก่อนนี้นิยมทั้งสองอย่าง แต่ปัจจุบันนิยมแบบลึกซึ้งอย่างเดียว อนึ่ง การยกเรื่อง
ราวหรือตัวละคร ในวรรณคดีเรื่องต่างๆมาเปรียบเทียบก็เป็นที่นิยมกันมิใช่น้อย

8. โคลงสี่สุภาพนั้น นิยมแต่งเป็นโคลงกระทู้กันหาน้อยไม่ การแต่งโคลงแบบ
นี้จะต้องตั้งกระทู้กันขึ้นก่อน จะเป็นกระทู้ 1 คํา 2 คํา 3 คํา หรือ 4 คํา
ก็ได้แต่มักเป็นกระทู้ 1 คํา และ 2 คํา เกือบทั้งหมด กระทู้ 3 คํา และ 4 คํา
หายาก กระทู้นั้นส่วนใหญ่มีความหมาย แต่บางทีกระทู้ไม่มีความหมายและ
บางคราวก็นิยมกระทู้ ยํ้าคําธรรมดา การแต่งโคลงกระทู้นั้นถือว่าแต่งได้ความ
ตามกระทู้เป็นดี เว้นแต่กระทู้ไม่มีความหมายเท่านั้น มีผู้แต่งคิดไว้ตามใจชอบ

9. โคลงที่จะต้องมีสัมผัสใน ชนิดสัมผัสสระไม่เกินวรรคละ 1 แห่ง และสํา
หรับโคลงสี่จะต้องมีไม่เกินบาทละ 1 แห่ง ถ้าโคลงบทใดมีเกินถือว่าขาดรสไพเราะ

10. โคลงดีจะต้องไม่มีคําวรรณยุกต์กํากับฟุ่มเฟือยในที่ที่ไม่บังคับ เอก โทและที่
ที่ไม่บังคับ เอก โท นั้น หากเป็นที่ส่งหรือรับสัมผัสกันตามแผนผังบังคับด้วย
ยี่งจําเป็นต้องหลีกเลี้ยงการใช้คํามีวรรณยุกต์กํากับให้ได้ มิฉะนั้นถือว่าขาดรสไพเราะ

ตัวอย่างโคลงกระทู้ที่ใช้คําต่างกัน

รูป...ชั่วแต่ชอบแล้ว................ใดปาน
รส.....รักผักว่าหวาน.................หล่นต้ม .......
กลิ่น...อบจนดินดาน...................บ่ดุจ เจ้านา.
เสียง...ก็จับใจล้ม.......................โลกแล้วฤามี
( สุภาษิต โลกนิติคําโคลง)

โคลงสี่สุภาพกระทู้ คือ โคลงที่กําหนดคําแรกทั้ง 4 บาทไว้ อ่านเรียงลงมาเป็น
กระทู้ แล้วจึงแต่งตามความหมายของคําที่กําหนดไว้นั้น และแต่งตามระเบียบ
ข้อบังคับของโคลงสี่สุภาพธรรมดาทุกประการ คํากระทู้นั้นมีตั้งแต่บาทละ 1 คํา
จนถึงบาทละ 4 คํา เรียกว่ากระทู้เดี่ยว กระทู้คู่ กระทู้สาม และกระทู้สี่
โคลงกระทู้เดี่ยว มีทั้งใช้คําเดียวกันทั้ง 4 บาท และใช้คําต่างกันทั้ง 4 บาบ

ตัวอย่างโคลงกระทู้ที่ใช้คําเดียวกัน

คุณ...แม่หนาหนักเพี้ยง...............พสุธา
คุณ.....บิดรดุจอา...........................อากาศกว้าง
คุณ.....พี่พ่างสิขรา........................เมรุมาศ ......
คุณ.....พระอาจารย์อ้าง.................อาจสู้สาคร ...
(สุภาษิตโลกนิติคําโคลง)

บางทีคํากระทู้ทั้ง 4 บาทมีความหมายเพราะผู้แต่งต้องแต่งให้เนื้อความที่มา
ขยายกระทู้นั้นมีความหมาย บางทีคํากระทู้ที่ไม่มีความหมาย แต่กลับเห็นว่าเป็น
ความสามารถของผู้แต่ง ที่สามารถใช้กระทู้ ที่ไม่มีความหมายได้เช่น

โก...มลเดียรดาษพื้น..................สินธู
วา......ฬุกาประดับดู......................ดั่งแก้ว ..........
ปา......รังระบัดปู..........................ปุยนุ่น เปรียบฤา
เปิด....จอกกระจับแผ้ว...................ผ่องนํ้าเห็นปลา
(สุภาษิตโลกนิติคําโคลง)

ตัวอย่างโคลงกระทู้คู่

เพื่อนกิน................สินทรัพย์แล้ว..................แหนงหนี
หาง่าย..................หลายหมื่น.......................มากได้ .......
เพื่อนตาย..............ถ่ายแทนซี.......................วาอาตน์ .....
หายาก.................ฝากผีไข้...........................ยากแท้จักหา
(สุภาษิตโลกนิติคําโคลง)

ตัวอย่างโคลงกระทู้สาม

ไปไหรนํ้า......................หน้าด่วน.......................ชวนกัน
ตัดกระบอก...................แบ่งปัน.........................ส่วนไซร้ ..........
ไปเห็นรอก....................อวดขัน........................มือแม่น ............
ขึ้นน่าไม้.......................ไว้ให้............................หย่อยแท้เสียสาย
(สุภาษิตโลกนิติคําโคลง)

ตัวอย่างโคลงกระทู้สี่

ฝนตกแดดออก...........จ้า..............แจ่มแสง ........
นกกระจอกเข้ารัง.......แฝง............ฟุบเร้น ............
แม่หม้ายใส่เสื้อ..........แดง............ดูฉาด ............
เอาเสื้อคลุมหลัง.........เต้น.............ไต้เต้าตามทาง

ตัวอย่างโคลงตรีพิธพรรณ

โคลงอย่างวางฉบับตั้ง.................นามมี
คือชื่อตรีพิธพรรณ..........................พากย์ไว้ ...........
ปวงปราชญ์ฉลาดวาที.....................เชลงลักษณ์ นี้นา
กลอนรับที่สามใช้............................แต่เบื้องบาทสอง

โคลงตรีพิธพรรณนี้ มีจํานวนคําในคณะ เอก โท คําสร้อยเช่นเดียวกับโคลงสี่
สุภาพ ต่างกันแต่การส่งและการรับสัมผัส คือ คําสุดท้ายของบาท 1 ส่งสัมผัส
ไปยังคําที่ 3 ของบาทที่สอง และส่งสัมผัสต่อไปยังคําที่ 5 ของบาทที่ 3 ส่วนคําสุดท้ายของบาทที่ 2 ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 5 ของ บาทที่ 4 เหมือน
โคลงสี่สุภาพ
หัวข้อ: Re: รอบรู้เรื่องโคลงต่างๆจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ มกราคม 17, 2009, 09:57:56 pm
ตัวอย่างโคลงจัตวาทัณฑี

โคลงหนึ่งนามแจ้งจัต..................วาทัณ ฑีนา
บังคับรับกับแสดง...........................อย่างพร้อง ...........
เลบงแบบแยบยลผัน........................แผกชนิด อื่นเอย ....
ที่สี่บทสองคล้อง............................ท่อนท้ายบาทประถมฯ

โคลงจัตวาทัณฑีมีจํานวนในคณะ เอก โท คําสร้อย เช่นเดียวกับโคลงสี่สุภาพ
ต่างกันแต่การส่งและรับสัมผัส คือ คําสุดท้ายของบาทแระส่งสัมผัสไปยังคําที่ 4
ของบาทที่ 2 และส่งสัมผัสต่อไปยังคําที่ 5 ของบาทที่ 3 มีสัมผัสใน 2 แห่ง
คือ คําที่ 2 และที่ 3 ในบาทที่ 3 ก็สัมผัสสระของบาทเดียวกันของบาทที่ 2
ส่วนคําที่ 2 และที่ 3 ในบาทที่ 3 ก็สัมผัสสระ เช่นกัน ส่วนคําสุดท้ายของ
บาทที่ 2 ส่งสัมผัสไปยังที่ 5 ของบาทที่ 4 เหมือนโคลงสี่สุภาพธรรมดา

๑.๘ กลโคลงหรือโคลงกลบท มี 2 ประเภทคือ กลโคลงสี่สุภาพและกลโคลง
สี่ดั้น กลโคลงสี่สุภาพมีหลายสิบชนิด ที่นิยมนํามาแต่งกันคือกลอักษรและกลแบบ

กลอักษร ถ้าแต่ละบาทใช้คําที่เป็นพยัญชนะตัวเดียวกัน เรียกว่า อักษรล้วน
ตัวอย่างจากนิราศสุพรรณของสุนทรภู่

เขาเขียวโขดคุ้มขึ้น................เคียงเคียง
ร่มรื่นรุกขรังเรียง.....................เรียบร้อย ........
โหมหัดหี่งหายเหียง.................หันหาด แฮ่วแฮ
ยางใหญ่ยอดยื่ยย้อย..................โยกโย้โยนเยน

บางทีใช้สระ 3 ตัวไล่วรรณยุกต์กันไป เรียกว่า "ตรีเพชรประดับ" ของพระศรี
มโหสถ เรียกว่า "โคลงอักษรสามหมู่" เช่น

เขาขันคูคู่คู้................เคียงสอง
เยื้องย่างนางยุงทอง......ท่องท้อง ......
ทิวทุ้งทุ่งทุงมอง..........มัจฉพราศ .......
เทาเท่าเท้ายางหย้อง.....เลียบลิ้มลิมธาร

โคลงอักษร คําคู่ และคําซํ้า จากโคลงหริภุณชัย ( กลบทรักร้อย)

ฉายาเพยียไผ่ผุ้ง..............เหลือหลาย
สุรส่องยังรายราย...............ร่มช้า ................
พั่งบนโบกสลายสลาย..........เสียงสวัสดิ์ ลมแฮ
ปุนพี่ยังยั้งถ้า......................ถ่อมถ้าถึงนิรมย์ฯ

โคลงอักษรสลับ จาก นิราศสุพรรณของสุนทรภู่

ยลโศกยามเศร้ายี่ง.............ทรวงเย็น
คิดสุดขัดแสนเข็ญ................โศกไข้ ..........
หวลหนาวหากนึกเห็น...........หน้าแห้ง น้องแฮ
ดวงจิตเด็ดจากได้.................จึงดิ้นจําโดยฯ .

ตัวอย่างกลโคลงและกลกลอน

ช้างสารหกศอกไซร้...............เสียงา
งูเห่ากลายเป็นปลา....................อย่าต้อง .
ข้าเก่าแม้นเจรจา......................เอมโอษ ..
เมียรักนอนร่วมห้อง.................อย่าไว้วางใจ

2. โคลงดั้น มีจํานวนคําน้อยกว่าโคลงสี่สุภาพ ตําแหน่งเอกโท และสัมผัสต่าง
กันไปบ้าง เมื่ออ่านเสียงจะห้วนในตอนท้าย ไม่นุ่มนวนเหมือนโคลงสุภาพ

ตัวอย่างโคลงสองดั้น

โคลงสองเรียกอย่างดั้น........โดยว่าวรรคท้ายนั้น...........เปลี่ยนแปลง
แสดงแบบแยบยี่งให้............กุลบุตรจําไว้ใช้.................แต่งตาม

โคลงสองดั้น คณะหนึ่งหรือบทหนึ่งมี 12 คํา วรรคต้น 5 คํา วรรคที่ 2 5
คํา วรรคสาม 2 คํา วรรคต้นบังคับเอกโท ในคําที่ 4 และ 5 วรรคที่ 2
บังคับ เอก คําที่ 2 บังคับ ดท คําที่ 4 และ 5 วรรค 3 บังคับเอกคําแรก
การส่งสัมผัส คําสุดท้ายของวรรคนั้น ส่งไปยังคําสุดท้ายของวรรคที่ 2 และ
คําสุดท้ายของวรรคสามจะส่งสัมผัสไปยังคําที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ของวรรค
ต้น บทต่อไป

ตัวอย่างโคลงสามดั้น

จงยลคณะโคลงสาม.................เป็นแบบตามอย่างนี้
คือหนึ่งโคลงดั้นชี้.......................เช่นกัน ..................

โคลงสามดั้น ประกอบด้วยคณะหนึ่งหรือบทหนึ่งมี 4 วรรค วรรคที่ 1 มี 5
คํา วรรคที่ 2 มี 5 คํา วรรคที่ 3 มี 5 คํา วรรคที่ 4 มี 2 คํา รวม
17 คํา บังคับเอกโทในวรรคที่ 2 คําที่ 4 และ 5 และบังคับเอกคําที่ 2
บังคับโทคําที่ 4 และ 5 ในวรรคที่ 3 และบังคับเอกในคําที่ 1 ของวรรค 4

การส่งสัมผัส ในคําสุดท้ายของวรรคที่ 1 ส่งสัมผัสไปยังคําสุดท้ายของวรรค
ที่ 2 คัาสุดท้ายของวรรคที่ 2 ส่งสัมผัสไปยังคําสุดท้ายของวรรคที่ 3 และ
คําสุดท้ายของวรรคที่ 4 ส่งสัมผัสไปยังคําสุดที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ของ
วรรคต้นในบทต่อไป

ตัวอย่างโคลงดั้นวิวิธมาลี

เชลงกลโคลงอย่างดั้น....................บรรยาย
เสนอชื่อวิวิธมาลี...............................เล่ห์นี้ ..............
ปวงปราชญ์ทั่วทวยหลาย.................นิพนธ์เล่น เทอญพ่อ
ยกเยี่ยงฉบับพู้นชี้............................เช่นแถลง ...........

เป็นอาภรณ์แก้วก่อง................การกวี...............ชาติเอย
อาตม์โอ่อาภาสแสง...................สว่างหล้า
เถลิงเกียรติเกริ่นธรณี................ทุกหล้า..............หล้านา
ลือทั่วดินฟุ้งฟ้า........................เฟื่องคน
( จินดามณี เล่ม 2 พระราชนิพนธ์กรมหลวงวงศาธิราชสนิท)

โคลงดั้นวิวิธมาลานี้ประกอบด้วย 4 บาท บาทแรกมี 3 คํา และคําสร้อยอีก 2
คํา บาทที่ 2 มี 7 คํา บาทที่ 3 มี 7 คํา และเพิ่มคําสร้อยได้อีก 2 คํา
บาทที่ 4 มี 7 คํา รวมเป็นคณะหนึ่งหรือบทหนึ่ง 32 คํา บังคับเอก 7
โท 4

การส่งสัมผัส คําสุดท้ายของบาทแรก ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 5ของบาทที่ 3
คัาสุดท้ายของบาทที่ 2 ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 5 ของบาทที่ 4 และคําสุด
ท้ายของบาทที่ 4 ส่งสัมผัสไปยังคําที่ 5 ของบาทที่ 2 ในบทต่อไป

ตัวอย่างโคลงดั้นตรีพิธพรรณ

ตรีพิธพรรณชิ้อดั้น.............บรรยาย..............แบบแฮ
ดุจวิวิธมาลี............................เล่ห์นั้น
โทสี่เอกเจ็ดหมาย.................มีดั่ง...................แผนแฮ
จําอย่าลืมนั้นถ้อย.................ถูกความ

เกลาพจน์ไพเราะต้อง..........กรองคํา...........ควรแฮ
เลือกกลั่นตามวิถี...................ที่ซึ้ง
หมายเหมาะมั่นใจนํา............บรรจุ..............ลงเทอญ
อาจขจัดขึ้งให้.....................หื่นหัน

ตัวอย่างโคลงจัตวาทัณฑี

โคลงสี่มีชื่อดั้น...............บรรยาย...............แบบแฮ
จัตวาทัณฑี.......................ชื่ออ้าง
โทสี่เอกเจ็ดหมาย..............มีดั่ง...............แผนแฮ
เผยพจน์แผ่กว้างให้...........ศึกษา

เกลาพจน์ไพเราะต้อง............กรองคํา............ควรแฮ
ตามแบบบรรพาจารย์..............แจกไว้
หมายมั่นเพราะใจนํา...............บรรจุ..................ลงเทอญ
จักเสนาะเพราะใช้ถ้อย............ถูกทาง

ลักษณะต่างๆ ของโคลงดั้นตรีพิธพรรณและโคลงดั้นจัตวาทัณฑี เหมือนโคลง
ดั้นวิวิธมาลี ต่างกันแต่สัมผัสคือ ในวรรคหน้าของบาทที่ 2 ถ้าให้คําที่ 5 สัม
ผัสกํบคําสุดท้ายของบทต้น ก็เป็นโคลงดั้นวิวิธมาลี แต่ถ้าให้คําสัมผัสเลื่อนเข้ามา
เป็นคําที่ 3 จะเป็นโคลงดั้นตรีพิธพรรณ และถ้าเลื่อนให้มาสัมผัสคําที่ 4 ก็จะ
เป็นโคลงดั้นจัตวาทัณฑี

ตัวอย่างโคลงดั้นบาทกุญชร

อีกโคลงแบบดั้นหนึ่ง................พึงยล
บอกเช่นบาทกุญชร.....................ชื่ออ้าง .....
วิธีที่เลบงกล...............................แปลกก่อน
ยากกว่าบรรพ์แสร้งสร้าง............อื่นแปลง .....

สองรวดกลอนห่อนพลั้ง...............มิดพจน์
เฉาสี่เชิงแสดง...............................ย่างผ้าย
สัมผัสทั่วทุกบท.............................ฤาเคลื่อน คลาดเอย
บงดั่งบาทช้างย้าย.........................ต่อตาม
( จินดามณี เล่ม 2 พระนิพนธ์กรมหลวงวงศาธิราชสนิท )

โคลงดั้นบาทกุญชร มีจํานวนบาท จํานวนคํา และการวางเอกโทเหมือนกับ
โคลงดั้นวิวิธมาลีทุกอย่าง การส่งสัมผัสก็เหมือนกับโคลงดั้นวิวิธมาลี แต่มีเพิ่ม
เติมสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง คือ คําสุดท้ายของบาทที่ 3 ส่งสัมผัสมายังคําที่ 4
หรือ 5 ของบาทแรกในบทต่อไป

โคลงดั้นกระทู้

กระทู้ของโคลงสี่ดั้นก็เหมือนกับกระทู้ของโคลงสี่สุภาพ จํานวนบาท จํานวนคํา
การบังคับเอกโท และการส่งสัมผัส เช่นเดียวกับโคลงสี่ดั้นทั้งหลาย
- โคลงกระทู้เดี่ยว มีทั้งใช้คําเดียวกัน และใช้คําต่างกัน เช่น โคลงกระทู้ที่ใช้
คําๆเดียวกัน ( โคลงดั้นบาทกุญชร ) คือ

กลริรณแม่นพ้ยง...............พระกฤษณ์
กลต่อกลกรรกล...................กยจก้งง .........
กลกลต่อกลคิด.....................กลใคร่ ถึงเลอย
กลแต่งกลต้งงรี้...................รอบรณ ..........
( ลิลิตยวนพ่าย )

โคลงกระทู้ที่ใช้คําต่างกัน

ลวง..หาญหาญกว่าผู้..................หาญเหลือ กว่านา
ริ.....กว่าริคนริ..............................ยี่งผู้ ..................
ลวง...กลใส่กลเหนือ......................กลแกว่น กลแฮ ....
รู้...นี่งรู้กว่ารู้................................เรื่องกล ..............
( ลิลิตยวนพ่าย )

กระทู้คู่

ลางสาร...............ตามเงื่อนแคล้ง...............เกลาเหลา
ลางสํ่า....................จรางมนนผนน................ม่ายม้าห์ .
ลางสาร..................อาจเอาธาร......................ชาญช่ยว
ลางสํ่า....................แกล้วกล้าป่า.....................ชื่นตา ..
( ลิลิตยวนพ่าย)

กระทู้สาม

พิษณุพระกร...........แกว่นส้าย................สงคราม
พรพระกรม................ไกรกล....................วาดไว้ .....
พรรณพระเกตุ............เงื่อนงาม.................โสภาศ ....
เพศพระกาณฐิ............ควรไท้.....................แทบองค์
( ลิลิตยวนพ่าย)

กระทู้สี่

การบุญการบาป...............แท้.................ทุกการ
การท่ยงธรรมา...................ธรรม.............ถ่องถ้วน .....
ล่วงบาลรบาล......................บร.................ทุกเทศ ก็ดี
ล่วงโทษล่วงคุณ..................ล้วน...............เลอศราม .
( ลิลิยวนพ่าย)

กลโคลง หรือ โคลงดั้นกลบท
ตัวอย่าง โคลงดั้นกลบท ซํ้าคํา (เทียบได้กับ กลบทพวงแก้วกุดั่น)

ไตรย์ตรัสไกรเทพเรื้อง...............ไตรรัตน์
ไตรโลกย์ไกรไตรภพ....................ท่ววแท้
ไกรไตรย์ปิฎกตรัส........................ไตรย์เพท
ไกรท่ววไตรย์พิทแป้ล...................ปล่งชาญ
( ลิลิตยวนพ่าย )

ตัวอย่าง โคลงดั้นกลบท ซํ้าคําคู่ ( เทียบได้กับ กลบทรักร้อย )

พวกพลกล้ากล้ากลาศ............ ไปหนา.............หน่นนแฮ
หารห่มเกราะกรายกราย...........ก่อนม้า
ประดับประดาดา.....................แหนแห่.............พระนา
แลเครื่องแลหน้าหน้า...............ใคร่ชม
( ลิลิตยวนพ่าย )

โคลงโบราณ
ตัวอย่าง โคลงดั่นวิชชุมาลี ( ไม่บังคับ เอก โท )

ยี่งต่อยี่งหดสั้น...................สูญไป
พ่นแต่ควันกระจาย................คํ่าเช้า ................
ยามหมดวุ่นวายใจ.................หงุดหงิด ............
เพราะชิดชอบเจ้าเข้า..............แทรกซ้อนทรวงใน

คณะพยางค์และการบรรจุคําเท่ากับโคลงสี่ดั้น ดูสัมผัสตัวอย่าง ถ้าส่งสัมผัสเป็น
เอก หรือ โท เช่นเดียวกับ ร่าย โคลง ที่มี "มหา" นําหน้าจะเพิ่งคําในบาทสุด
ท้ายอีก 2 คํา ไม่บังคับ เอก โท แม้โคลงโบราณอื่นๆ ที่จะกล่าวต่อไปที่มี
ลักษณ์เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างโคลงจิตรลดา

กลมขาวยาวเรียบร้อย.............งามดี
รวยเสน่ห์เล่ห์ชวนชาย...............แช่มช้อย
ใครได้เสพมีจิต.........................สมสุข
มิห่อนคิดน้อยว่า.......................มฤตยู

โคลงมหาจิตรลดา เหมือนโคลงจิตรลดา เพียงแต่เพิ่มคําในบาท ที่สี่อีก 2 คํา

กลมขาวยาวเรียบร้อย.............งามดี
รวยเสน่ห์เล่ห์ชวนชาย................แช่มช้อย ....
ใครได้เสพมีจิต..........................สมสุข .......
มิห่อนคิดน้อยว่า.........................แน่แท้มฤตยู

ตัวอย่างโคลงสินธุมาลี

แม้นบ่ได้เสพแล้ว................ทุกข์ทน
ไหวหวั่นอารมณ์ระคน...........หม่นเศร้า ....
แม้นรักใคร่นฤมน...................หมายสุข...
ยังบ่แม้นเหมือนเจ้า................จับใจ ......

โคลงมหาสินธุมาลี เหมือนโคลงสินธุมาลี เพียงแต่เพิ่มบาทที่ สี่

แม้นบ่ได้เสพแล้ว................ทุกข์ทน
ไหวหวั่นอารมณ์ระคน...........หม่นเศร้า ........
แม้นรักใคร่นฤมน...................หมายสุข .....
ยังบ่แม้นเหมือนเจ้า................จิ่มไว้ปากเลย

โคลงนันททายี

เด็กเล็กตัวเท่าจ้อย.............พลอยตาย
ยี่งเสพยี่งระคายคอ..............กรํ่าไหม้........
แก้ยากยี่งหายจัก..................เหือดหด .....
ต่างปล่อยปละไว้ให้.............รําคาญ ........

โคลมหานันททายี เหมือนโคลงนันททายี เพียงแต่เพิ่มคําในบาทที่สี่อีก 2 คํา

เด็กเล็กตัวเท่าจ้อย.............พลอยตาย
ยี่งเสพยี่งระคายคอ..............กรํ่าไหม้ .........
แก้ยากยี่งหายจัก..................เหือดหด ........
ต่างปล่อยปละไว้ให้.............เดือดร้อนรําคาญ


ที่มาจาก http://www.geocities.com/bandokbua/kong.htm
หัวข้อ: Re: รอบรู้เรื่องโคลงต่างๆจ้า-ผังโคลงสี่สุภาพ
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำค้างบนพื้นทราย ที่ มกราคม 21, 2009, 12:25:45 pm
ผังโคลงสี่สุภาพ

(http://img397.imageshack.us/img397/5179/14322064sq3.jpg)
หัวข้อ: การแต่ง-โคลงสี่สุภาพ
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ ธันวาคม 17, 2009, 08:40:21 pm
การแต่งโคลงสี่สุภาพ
   โคลงสี่สุภาพเป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีปรากฏในวรรณคดีไทยมานานแล้ว วรรณคดีไทยฉบับที่เก่าและมีชื่อเสียงมากฉบับหนึ่งคือ "ลิลิตพระลอ" มีโคลงสี่สุภาพบทหนึ่งถูกยกมาเป็นบทต้นแบบที่แต่งได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ ของโคลงสี่สุภาพ คือนอกจากจะมีบังคับสัมผัสตามที่ต่าง ๆ แล้ว ยังบังคับให้มีวรรณยุกต์เอกโทในบางตำแหน่งด้วย กล่าวคือ มีเอก 7 แห่ง และโท 4 แห่ง เรียกว่า เอกเจ็ดโทสี่

การประพันธ์โคลงสี่สุภาพ

การประพันธ์โคลงสี่สุภาพเป็นประณีตศิลป์ ที่ใช้ถ้อยคำตัวอักษรเป็นสื่อแสดงความคิดของผู้สรรค์สร้าง ซึ่งต้องการสะท้อนอารมณ์สะเทือนใจและก่อให้ผู้อ่านคล้อยตามไปด้วย ผู้อ่านต้องรับรู้ความงามด้วยใจโดยตรง ดังนั้นผู้สร้างสรรค์งานวรรณศิลป์จึงต้องช่างสังเกต รู้จักพินิจพิจารณามองเห็นจุดที่คนอื่นมองข้ามหรือคาดไม่ถึง และใช้ถ้อยคำที่ละเมียดละไม ผลงานนั้นจึงจะทรงคุณค่า

ลักษณะโคลงสี่สุภาพ

คณะของโคลงสี่สุภาพ คือ บทหนึ่ง มี 4 บาท (เขียนเป็น 4 บรรทัด) 1 บาทแบ่งออกเป็น 2 วรรค โดยวรรคแรกกำหนดจำนวนคำไว้ 5 คำ ส่วนวรรคหลัง ในบาทที่ 1,2 และ 3 จะมี 2 คำ (ในบาทที่ 1 และ 3 อาจเพิ่มสร้อยได้อีกแห่งละ 2 คำ) ส่วนบาทที่ 4 วรรคที่ 2 จะมี 4 คำ รวมทั้งบท มี 30 คำ และเมื่อรวมสร้อยทั้งหมดอาจเพิ่มเป็น 34 คำ

ส่วนที่บังคับ เอก โท (เอก 7 โท 4) ดังนี้

บาทที่ 1 (บาทเอก) วรรคแรก คำที่ 4 เอก และคำที่ 5 โท

บาทที่ 2 (บาทโท) วรรคแรก คำที่ 2 เอก วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท

บาทที่ 3 (บาทตรี) วรรคแรก คำที่ 3 เอก วรรคหลัง คำที่ 2 เอก

บาทที่ 4 (บาทจัตวา) วรรคแรก คำที่ 2 เอก คำที่ 5 โท วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท

หนังสือจินดามณี ของ พระโหราธิบดี อธิบายการประพันธ์โคลงสี่สุภาพไว้ว่า
สิบเก้าเสาวภาพแก้ว                       กรองสนธิ์
จันทรมณฑล                               สี่ถ้วน
พระสุริยะเสด็จดล                               เจ็ดแห่ง
แสดงว่าพระโคลงล้วน                       เศษสร้อยมีสอง

    * เสาวภาพ หรือ สุภาพ หมายถึงคำที่มิได้กำหนดรูปวรรณยุกต์ ทั้ง เอก โท ตรี และจัตวา (ส่วนคำที่มีรูปวรรณยุกต์กำกับเรียกว่า พิภาษ)
    * จันทรมณฑล หมายถึง คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์โท 4 แห่ง
    * พระสุริยะ หมายถึง คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอก 7 แห่ง
    * รวมคำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอกและโท 11 คำ หรือ อักษร
    * โคลงสุภาพบทหนึ่งมี 30 คำ (ไม่รวมสร้อย)
    * คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอก อาจใช้คำตายแทนได้
    * คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์โท แทนด้วยคำอื่นไม่ได้ ต้องใช้รูปโทเท่านั้น
    * คำที่ไม่กำหนดรูปวรรณยุกต์ หรือคำสุภาพมี 19 คำ มีหรือไม่มีรูปวรรณยุกต์ก็ไม่ถือว่าผิด
    * ในชุด 19 คำแม้ไม่กำหนดรูปวรรณยุกต์ ในท้ายวรรคทุกวรรคต้องไม่มีรูปวรรณยุกต์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจะทำให้น้ำหนักของโคลงเสียไป ได้แก่คำที่กากบาทในแผนผังข้างล่าง

๐ ๐ ๐ เอก โท       ๐ X (๐ ๐)
๐ เอก ๐ ๐ X       เอก โท
๐ ๐ เอก ๐ X       ๐ เอก (๐ ๐)
๐ เอก ๐ ๐ โท       เอก โท ๐ X


โคลงสี่สุภาพที่มีรูปวรรณยุกต์ตรงตามบังคับนั้นมีตัวอย่างอยู่หลายเรื่อง เช่น ลิลิตพระลอ โคลงนิราศนรินทร์ โคลงนิราศพระประธม เป็นต้น ตัวอย่างจากหนังสือจินดามณี พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ว่าดังนี้
นิพนธ์กลกล่าวไว้       เป็นฉบับ
พึงเพ่งตามบังคับ       ถี่ถ้วน
เอกโทท่านลำดับ       โดยที่ สถิตนา
ทุกทั่วลักษณะล้วน       เล่ห์นี้คือโคลง

การแต่งโคลงสี่สุภาพ ต่อกันหลายๆ บท เป็นเรื่องราวอย่างโคลงนิราศ โคลงเฉลิมพระเกียรติ โคลงสุภาษิต หรือโคลงอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ อาจทำได้ 2 ลักษณะ คือ โคลงสุภาพชาตรี และ โคลงสุภาพลิลิต

    * โคลงสุภาพชาตรี ไม่มีสัมผัสระหว่างบท ส่วนใหญ่กวีนิพนธ์แบบเก่าจะนิยมแบบนี้เป็นส่วนมาก
    * โคลงสุภาพลิลิต มีการร้อยสัมผัสระหว่างบท โดยคำสุดท้ายของบทต้นต้องส่งสัมผัสสระ ไปยังคำที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ในบทต่อไป

เช่น
1. บุเรงนองนามราชเจ้า       จอมรา มัญเฮย
อกพยุหแสนยา       ยิ่งแก้ว
มอญผ่านประมวลมา       สามสิบ หมื่นแฮ
ถึงอยุธเยศแล้ว       หยุดใกล้นครา

2. พระมหาจักรพรรดิเผ้า       ภูวดล สยามเฮย
วางค่ายรายรี้พล       เพียบหล้า
ดำริจักใคร่ยล       แรงศึก
ยกนิกรทัพกล้า       ออกตั้งกลางสมร

3. บังอรอัคเรศผู้       พิศมัย ท่านนา
นามพระสุริโยทัย       ออกอ้าง
ทรงเครื่องยุทธพิไชย       เช่นอุปราชแฮ
เถลิงคชาธารคว้าง       ควบเข้าขบวนไคล

? โคลงภาพเรื่องพระราชพงศาวดาร
สัมผัส

สัมผัสบังคับ เรียกอีกอย่างว่า "สัมผัสนอก" หมายถึงสัมผัสที่กำหนดเป็นแบบแผนในคำประพันธ์ เป็นสัมผัสสระ คือมีเสียงสระและตัวสะกดมาตราเดียวกัน ดังนี้

บาทแรก คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาทที่ 2 และ 3

บาทที่ 2 คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาทที่ 4

ในจินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี อธิบายสัมผัสบังคับของโคลงสี่สุภาพไว้ว่า

ให้ปลายบาทเอกนั้น       มาฟัด
ห้าที่บทสองวัจน์       ชอบพร้อง
บทสามดุจเดียวทัด       ในที่ เบญจนา
ปลายแห่งบทสองต้อง       ที่ห้าบทหลัง

คำสร้อย

คำสร้อยซึ่งใช้ต่อท้ายโคลงสี่สุภาพในบาทที่ 1 และบาทที่ 3 นั้น จะใช้ต่อเมื่อความขาด หรือยังไม่สมบูรณ์ หากได้ใจความอยู่แล้วไม่ต้องใส่ เพราะจะทำให้ "รกสร้อย"

คำสร้อยที่นิยมใช้กันเป็นแบบแผนมีทั้งหมด 18 คำ

   1. พ่อ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล
   2. แม่ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล หรือเป็นคำร้องเรียก
   3. พี่ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล อาจใช้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 หรือบุรุษที่ 2 ก็ได้
   4. เลย ใช้ในความหมายเชิงปฏิเสธ
   5. เทอญ มีความหมายเชิงขอให้มี หรือ ขอให้เป็น
   6. นา มีความหมายว่าดังนั้น เช่นนั้น
   7. นอ มีความหมายเช่นเดียวกับคำอุทานว่า หนอ หรือ นั่นเอง
   8. บารนี สร้อยคำนี้นิยมใช้มากในลิลิตพระลอ มีความหมายว่า ดังนี้ เช่นนี้
   9. รา มีความหมายว่า เถอะ เถิด
  10. ฤๅ มีความหมายเชิงถาม เหมือนกับคำว่า หรือ
  11. เนอ มีความหมายว่า ดังนั้น เช่นนั้น
  12. ฮา มีความหมายเข่นเดียวกับคำสร้อย นา
  13. แล มีความหมายว่า อย่างนั้น เป็นเช่นนั้น
  14. ก็ดี มีความหมายทำนองเดียวกับ ฉันใดก็ฉันนั้น
  15. แฮ มีความหมายว่า เป็นอย่างนั้นนั่นเอง ทำนองเดียวกับคำสร้อยแล
  16. อา ไม่มีความหมายแน่ชัด แต่จะวางไว้หลังคำร้องเรียกให้ครบพยางค์ เช่น พ่ออา แม่อา พี่อา หรือเป็นคำออกเสียงพูดในเชิงรำพึงด้วยวิตกกังวล
  17. เอย ใช้เมื่ออยู่หลังคำร้องเรียกเหมือนคำว่าเอ๋ยในคำประพันธ์อื่น หรือวางไว้ให้คำครบตามบังคับ
  18. เฮย ใช้เน้นความเห็นคล้อยตามข้อความที่กล่าวหน้าสร้อยคำนั้น เฮย มาจากคำเขมรว่า "เหย" แปลว่า "แล้ว" จึงน่าจะมีความหมายว่า เป็นเช่นนั้นแล้ว ได้เช่นกัน

นอกจากนี้มีคำสร้อยที่เรียกว่า "สร้อยเจตนัง" คือใช้ตามใจไม่ควรใช้ในงานกวีนิพนธ์ที่เป็นพิธีการ และไม่นิยมกัน

"หายเห็นประเหลนุช นอนเงื่อง งงง่วง" โคลงนิราศตามเสด็จทัพลำน้ำน้อย

"พวกไทยไล่ตามเพลิง เผาจุด ฉางฮือ" โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

"ลัทธิท่านเคร่งเขมง เมืองท่าน ถือฮอ" โคลงภาพฤๅษีดัดตน

ตัวอย่าง
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง       อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร       ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล       ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า       อย่าได้ถามเผือ? ลิลิตพระลอ


ที่มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E