รวมกลอนเพราะๆ

Poem ห้องรับรอง => คำคม => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 21, 2009, 09:41:08 pm

หัวข้อ: นานาสัตว์ในสำนวนไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ กรกฎาคม 21, 2009, 09:41:08 pm
คอลัมน์พูดไทยเขียนไทย ได้นำเสนอเรื่องของถ้อยคำสำนวนชวนคิด ชุด สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์สิบสองราศี มาตั้งแต่สำนวนไทยเกี่ยวกับไก่สัญลักษณ์ปีระกาจนจบลงที่สำนวนไทยเกี่ยวกับ ลิงสัญลักษณ์ปีวอกจนครบจำนวนสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิบสองราศีแล้ว แต่ก็ยังมีสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิดที่ปรากฎอยู่ในสำนวนไทย อักษราเห็นว่าน่าจะนำเสนอต่อเนื่องกันไปใน ชุด นานาสัตว์ในสำนวนไทย ซึ่งมีทั้งหมดรวม ๖ ตอน โดยขอเริ่มจากนานาสัตว์ในสำนวนไทย ตอนที่ ๑ ในฉบับนี้ ซึ่งเป็นสำนวนไทยที่มีควา กระต่าย กระรอก เด่า และตุ่น ปรากฎอยู่ในสำนวนเหล่านั้น
                เริ่มที่ ควาย ปรากฎอยู่ในสำนวน ?ฆ่าควายเสียดายพริก?บางทีก็ว่า ?ฆ่าควายเสียดายเกลือ? สำนวนนี้มาจากการล้มวัวล้มควาย (ฆ่าวัวฆ่าควาย) เพื่อนำเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของมันมาทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน เช่น งานบวช งานโกนจุก งานขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ เจ้าภาพหรือเจ้าของงานอุตส่าห์ลงทุนลงแรงล้มวัวล้มควายเพื่อนำเนื้อของมันมา ทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อ ถ้ามัวแต่เสียดายเครื่องปรุงรสอย่างพริกและเกลือเสียแล้ว อาหารที่ทำก็คงมีรสชาติไม่อร่อย สำนวนว่า ฆ่าควายเสียดายพริก หรือ ฆ่าควายเสียดายเกลือ จึงหมายความว่า  ทำงานใหญ่โตหรือจัดงานใหญ่โต ถ้ามัวแต่ตระหนี่ถี่เหนียวกลัวหมดเปลืองหรือเสียดายเงินก็จะทำให้งานเกิดความเสียหายได้
                (http://thainews.prd.go.th/Misc/speakthai/Images/rabbit-run.gif)
                ส่วน กระต่าย ปรากฎอยู่ในสำนวน ?กระต่ายตื่นตูม? และ ?กระต่ายหมายจันทร์? สำนวนกระต่ายตื่นตูมมีที่มาจากนิทานที่เล่ากันต่อๆ มา ชาวกรมประชาสัมพันธ์คงจำนิทานเรื่องนี้ได้ เรื่องมีอยู่ว่า กระต่ายนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ลูกตาลหล่นจากต้นลงมาที่พื้นดินเสียงดังตูมกระต่ายตกใจตื่นและออกวิ่งสุด ชีวิตเพราะคิดว่าฟ้าถล่ม คนโบราณจึงนำสำนวนว่า กระต่ายตื่นตูม มา เปรียบเทียบกับคนที่ตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ถ้าเราได้ยินข่าวรือว่าจะเกิดสงครามโลกบ้าง น้ำมันจะหมดโลกบ้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนหวาดกลัววิตกกังวลเกินเหตุตระหนกตกใจกับสิ่งที่ยัง มาไม่ถึงเปรียบได้กับพฤติกรรมของกระต่ายในนิทาน สำนวนกระต่ายตื่นตูมนี้ จึงใช้ในความหมายเชิงตำหนิ คนที่หวาดกลัว วิตกกงวลกับเหตุการณ์หรือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
                กระต่ายปรากฎตัวอยู่ในอีกสำนวนหนึ่ง คือ สำนวน ?กระต่ายหมายจันทร์? ธรรมชาติของกระต่ายชอบหากินตอนกลางคืน ส่วนกลางวันจะนอนเล่นตามร่มไม้ เพราะเหตุที่กระต่ายชอบหากินตอนกลางคืนนี้เอง ก็เลยทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า มันชอบแสงจันทร์ชอบแหงนดูพระจันทร์ จึงนำเอาพฤติกรรมของกระต่ายมาเปรียบกับผู้ชายว่าเหมือนกระต่ายที่มีฐานะต่ำ ต้อยอยู่บนพื้นดิน หมายปองผู้หญิงซึ่งเปรียบเหมือนพระจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้ามีฐานะสูงไม่มีวัน ที่ผู้ชายต่ำต้อยจะสมหวังกับผู้หญิงสูงศักดิ์ได้ สำนวนกระต่าย หมายจันทร์ ใช้เปรียบคู่รักชายหญิงที่ไม่คู่ควรกัน ฝ่ายชายต่ำต้อยกับฝ่ายหญิงสูงศักดิ์ ซึ่งคล้ายกับสำนวนดอกฟ้ากับหมาวัด
                (http://thainews.prd.go.th/Misc/speakthai/Images/karok.gif)
                มาถึง กระรอก ปรากฎตัวในสำนวน ?ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้?ชีวิต ความเป็นอยุ่ของคนเดินป่าหรือพวกนายพรานนั้น เมื่อจะออกเดินป่าก็ต้องตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกน้ำติดตัวเวลาเดินทางและต้องนำ หน้าไม้ติดตัวไปด้วย (หน้าไม้ เป็นเครื่องยิงชนิดหนึ่ง มีคันและราง ยิงด้วยลูกหน้าไม้) แต่คนเดินป่าหรือนายพรานบางคนก็ไม่ชอบตัดไม้ไผ่ทำกระบอกน้ำติดตัวไป แต่จะไปหาเองข้างหน้าระหว่างเดินทาง จะเอาเฉพาะหน้าไม้ติดตัวไปเท่านั้น เมื่อพบแหล่งน้ำแล้วจึงค่อยตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกน้ำ ถ้ายังไม่พบแหล่งน้ำยังไม่ตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกซึ่งอาจจะเหนื่อยเปล่าเพราะ ไม่มีแหล่งน้ำก็ได้ เช่น เดียวกับการโก่งหน้าไม้ที่ยังไม่เห็นกระรอกให้ยิง การโก่งหน้าไม้ก็เสียเวลาเปล่า สำนวนไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้จึงหมายถึง รีบทำไปทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม หรือยังไม่ถึงเวลาที่สมควร
                (http://thainews.prd.go.th/Misc/speakthai/Images/tao.gif)
                ปิดท้ายกับ เต่าและตุ่น ที่อยู่ในสำนวน ?โง่เง่าเต่าตุ่น? เต่า เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำลักษณะเด่น คือ มีกระดอง ซึ่งเป็นสัตว์ที่รู้จักกันดี ส่วนตุ่น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รูปร่างคล้ายหนูตะเภา ขุดรูเป็นที่อยู่อาศัย สำนวน ?โง่เง่าเต่าตุ่น? นี้ ใช้ทั่วไปในความหมายของ คนโง่คนเซ่อ                 นอกจากควาย กระต่าย กระรอก เต่า และตุ่นแล้ว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่ปรากฎอยู่ในสำนวนไทย อักษราขอเชิญชาวกรมประชาสัมพันธ์ ติดตามนานาสัตว์ในสำนวนไทย ตอนที่ ๒ กันต่อในฉบับหน้า

วารสารกรมประชาสัมพันธ์
ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๑๓๖ ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๕๐


ที่มาจาก http://thainews.prd.go.th/Misc/speakthai/04-2551.html