รวมกลอนเพราะๆ

Poem ห้องรับรอง => เรื่องสั้น,บทความ => ข้อความที่เริ่มโดย: น้ำค้างบนพื้นทราย ที่ สิงหาคม 08, 2009, 12:42:49 am

หัวข้อ: สิ่งที่เหลืออยู่กับเวลาที่สายไป
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำค้างบนพื้นทราย ที่ สิงหาคม 08, 2009, 12:42:49 am
"แกน่ะ เคยทำอะไรให้พ่อแม่ได้ภูมิใจบ้างไหม
เรียนก็ไม่ได้เรื่อง สู้น้องไม่ได้สักอย่าง ทำอะไรก็ไม่เป็น"

เสียงแม่ด่าไม่เว้นแต่ละวัน
โดยเฉพาะทุกครั้งวันประกาศผลสอบด้วยแล้ว
แพรวไม่อยากจะคิดเลย
แม่มักจะว่าเธอทุกครั้งที่เห็นผลสอบของเธอ

แพรวมีน้องสาวอีกหนึ่งคน ชื่อว่า "แพร"
แพรเป็นคนเรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง และที่สำคัญแพรเป็นคนสวย และน่ารัก
ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้
นั่นล่ะคือข้อแตกต่างระหว่างเธอและน้อง
ส่วนเธอไม่มีอะไรดีสักอย่าง
แพรวเคยคิดอยู่เสมอว่า หากวันใดที่ไม่มีเธอ แม่คงจะดีใจ
เพราะเธอไม่เคยทำอะไรได้ถูกใจแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แม่ไม่เคยยิ้มกับเธอ ไม่เคย.....เลย......แม้สักครั้ง
พ่อมักจะคอยอยู่ข้างแพรวเสมอในยามที่แม่ว่าเธอ
แต่เดี๋ยวนี้พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน
นานๆ ครั้งพ่อถึงจะกลับบ้าน
เมื่อพ่อกลับมา แพรวจะดีใจมากจนวิ่งเข้าไปหาพ่อเป็นคนแรก

แพรวกำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ในห้องเพลินๆ
ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว เธอได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน
ใช่แน่ๆ ต้องเป็นพ่อ เธอปิดหนังสือวางไว้บนเตียง ใบหน้ายิ้มแย้ม
พ่อกลับมาแล้วดีใจจัง ฉับพลันแพรวก็รีบวิ่งลงไปข้างล่าง

"เก่งจังลูกพ่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย อย่างนี้พ่อคงต้องให้รางวัลซะแล้ว"
พ่อยิ้มแย้มเมื่อได้ทราบข่าวว่าลูกสาวคนเล็กสอบได้มหาวิทยาลัยของรัฐบาล

"น่าจะให้รางวัลแกสักหน่อยนะคะคุณ"
แม่เองก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย
รอยยิ้มของแม่ซึ่งแพรวเองไม่มีทางได้

"เอาอย่างนี้เราไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวเลยดีไหม
แล้วยัยแพรวล่ะคุณ ผมไม่เห็นเลย"
พ่อเริ่มสังเกตว่าลูกสาวคนโตไม่ได้อยู่ที่นั่น

"โอ๊ย รายนั้นอย่าไปพูดถึงเลยค่ะคุณ
วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง
อย่าไปสนใจเลยค่ะ เรื่องไปเที่ยวก็ไม่รู้จะไปหรือเปล่า
แม่ว่าเราไปดูกันดีกว่าไหมลูกว่าจะไปเที่ยวไหนกันดีไหมจ๊ะ"

แม่หันไปสนใจลูกสาวคนเล็กแทน

แล้วทั้งสามพ่อแม่ลูกก็พากันไปดูหนังสือท่องเที่ยว
แพรวมองภาพนั้น น้ำตาร่วงเผาะๆ นี่เธอเป็นส่วนเกินของบ้านหรือเปล่า
แพรวเดินออกไปทางด้านหลังบ้านเงียบๆ
โดยที่ไม่มีใครใส่ใจว่าเธอจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า
แพรวนั่งลงที่โต๊ะที่สนามหลังบ้านคนเดียว ท่ามกลางแสงจันทร์

"กำลังคุยกับพระจันทร์อยู่หรือไง"
มีเสียงดังมาจากบ้านข้างๆ
ชายหนุ่มยิ้มหน้าทะเล้นอยู่ที่กำแพงบ้าน
แพรวหันไปยิ้มให้

"วันนี้กลับมาบ้านช้าจังนะ" แพรวหันไปคุยกับต้น
ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเธอเอง
ต้นเป็นทั้งเพื่อนบ้าน และเพื่อนของเธอ
เขาอยู่ข้างเธอเสมอในยามที่เธอมีเรื่องทุกข์ใจ

"ขอไปคุยด้วยนะ"
ว่าแล้วต้นก็กระโดดข้ามรั้วมายังบ้านของแพรว
เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ

"เป็นอะไรน่ะ ทำหน้าไม่สบายใจอย่างนั้น"
เขาจ้องมาที่หน้าของเธอ

"เปล่าหรอก ก็คิดอะไรเรื่อยๆ" แพรวปฏิเสธ

"เอาอีกแล้วชอบคิดมากอยู่เรื่อยๆ เลยนะแพรว ต้นบอกแล้วอย่าคิดมาก"
ต้นตำหนิเหมือนเธอเป็นเด็กๆ

"เรา.....เรา......"
น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ ตอนนี้มันกลั้นไว้ไม่ไหวเสียแล้ว

"อยากร้องก็ร้องออกมาเลย ร้องออกมาให้หมด ต้นจะอยู่ข้างๆ แพรวเองนะ"
เขากุมมือของเธอเอาไว้เป็นการปลอบใจ
สักพักแพรวก็หยุดร้องไห้

"ขอบใจมากนะ ถ้าไม่มีต้น เราก็คงไม่รู้จะไปร้องไห้กับใคร"
แพรวเริ่มยิ้มออก

"พี่ต้นคะ" เสียงแพรดังมาจากทางด้านหลังของทั้งสอง
ต้นและแพรวหันไปทางต้นเสียงนั้น

"แพรมีอะไรเหรอ"

"แพรสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ค่ะ
แล้วพ่อก็กำลังจะพาพวกเราไปเที่ยวต่างจังหวัดค่ะ"
แพรยิ้มแย้มพูดคุยกับต้นโดยที่ไม่หันมาแพรว
หรือสนใจเลยสักนิดว่าพี่สาวของเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย

"อย่างนั้นแพรวก็ไปกับเขาด้วยสิ" ต้นหันมามองหน้าแพรว
เธออ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร "พวกเรา"
ที่แพรหมายถึงนั้นคงหมายถึงแค่พ่อ แม่และแพรมากกว่า

"ต้น แพรวขอตัวก่อนนะ จะขึ้นนอนแล้วล่ะ ฝันดีนะ"
แพรวลุกขึ้นร่ำลาเพื่อน แล้วก็เดินเข้าบ้านไป
ส่วนแพรอยู่คุยต่ออีกสักพัก ต้นก็ขอตัวเข้าบ้าน

แพรวกลับมานั่งอ่านหนังสือนิยายของเธอต่อ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
แพรวดีใจรีบไปเปิดประตู พ่อคงมาหาเธอสินะ
แพรวเปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้ม
แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มนั้นก็จางไป เมื่อคนที่เคาะประตูนั้นไม่ใช่พ่อ

แต่เป็นแพรนั่นเอง

"ขอฉันเข้าไปในห้องหน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่"
แพรพูดด้วยน้ำเสียงห้วน

"เข้ามาก่อนสิ"
แพรเดินเข้ามาทำท่าทางสำรวจห้อง แล้วก็นั่งลงกับเตียงอย่างถือวิสาสะ

"ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่"
แพรวปิดประตูแล้วหันมามองหน้าน้องว่ากำลังจะบอกอะไรกับเธอ

"พี่ต้นน่ะ เขาไม่เหมาะสมกับพี่หรอกนะ เขาทั้งหล่อ เรียนเก่งแล้วก็รวย
แล้วดูตัวพี่สิมีอะไรเทียบเขาได้บ้าง
ทางที่ดีพี่อย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า
พี่ก็น่าจะรู้ตัวเองดีนะ
ฉันพูดแค่นี้หวังว่าพี่คงจะเข้าใจ ถ้าไม่โง่จนเกินไป"
ว่าแล้วแพรก็เปิดประตูห้องแล้วก็เดินกลับที่ไปที่ห้องของตัวเอง

ทิ้งให้แพรวงุนงงกับคำพูดทั้งหลายของน้องสาว

หลังจากวันนั้น แพรวพยายามหลบหน้าต้นอยู่ตลอดเวลา
ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด และไม่เข้าใจว่าหญิงสาวกำลังพยายามคิดจะทำอะไรกันแน่

"แพรว" ต้นเรียกเอาไว้ในขณะที่แพรวกำลังเดินจะเข้าบ้าน
เมื่อได้ยินเสียงเรียกเธอก็รีบจ้ำอ้าวเพื่อหนีเข้าบ้าน
แต่ไม่ทันต้นที่วิ่งมาดักหน้าเอาไว้

"นี่แพรวกำลังหลบหน้าต้นใช่ไหม"
ต้นจ้องหน้าเธอพยายามจะขอคำตอบ

"มันไม่ใช่อย่างนั้น" แพรวปฏิเสธ

"แพรว แพรวเป็นอะไรไป บอกต้นสิ เกิดอะไรขึ้น"
ต้นเริ่มเสียงดังขึ้น
เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วในตอนนี้

"แพรวเปล่า" เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรได้แต่ปฏิเสธลูกเดียว
ทั้งต้นและแพรวเริ่มทะเลาะเสียงดังมากขึ้น

"ต้นรักแพรวนะ ได้ยินไหมต้นรักแพรว"
เขาพูดเสียงดัง และก็ดังมากพอที่แพรที่ยืนอยู่หน้าบ้านจะได้ยินด้วย

แพรวดีใจเหลือเกินที่เธอได้ยินคำนั้นจากปากเขา
แต่เธอไม่อยู่ในฐานะที่จะรับความรู้สึกนั้นได้
แพรวไม่รู้จะทำอย่างไร
เธอได้แต่ร้องไห้ รู้สึกสับสนไปหมด
อ้อมแขนที่แข็งแรงของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
ความรู้สึกนี้ที่เธอไม่เคยได้จากผู้เป็นพ่อหรือแม่เลยสักครั้งเดียว

แพรวรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง
แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เธอแก้ปัญหาทุกๆ อย่างได้

"พี่แพรว พี่ต้น" แพรตะโกนด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
ทำให้ทั้งสองผละจากกัน
แพรวรีบปาดน้ำตาทิ้งให้หมด

"พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน ไหนพี่ว่ายกพี่ต้นให้ฉันแล้ว
แต่วันนี้กลับจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไงกัน" แพรต่อว่า

"นี่มันอะไรกันแพรว ต้นไม่เข้าใจ" ต้นหันมามองหน้าแพรว
แววตาของเขาสับสนกับเรื่องที่ได้ยินมาก

"พี่ไม่ได้พูดอย่างนั้นแพร" แพรวส่ายหน้าปฏิเสธ

"พี่พูดสิ พี่พูด จำไม่ได้หรือไง" แพรขี้ตู่เอาอย่างนั้น

เธอจ้องหน้าแพรว ดวงตานั้นแสดงแววเกลียดชัง

"แพรว ต้นเข้าใจแล้ว แต่ต้นขอบอกอย่างนะ ต้นมีหัวใจ
และไม่ใช่สิ่งของที่แพรวจะยกให้ใครก็ได้
แพรวใจร้ายมากที่ทำกับต้นอย่างนี้
ในเมื่อแพรวไม่ต้องการต้นก็น่าจะบอกกันดีๆ
ไม่น่าทำกันอย่างนี้เลย
ต้นเสียใจจริงๆ"
ต้นมองแพรวด้วยสายตาที่เย็นชา
แล้วคำว่า "รัก" ล่ะหายไปไหนกัน
แพรวไม่อาจจะทนอยู่ตรงนั้นได้
ต้นเดินจากไปไม่ฟังแม้เสียงเรียกของเธอ
แพรวจึงวิ่งเข้าบ้านไป
แต่แพรยังคงตามเข้ามาในห้องรับแขกอีก

"เธอทำอย่างนี้ทำไมกันแพร" แพรวร้องไห้
เธออยากจะรู้นักว่าน้องสาวของเธอทำไมถึงได้ใจร้ายอย่างนี้

"ฉันอยากจะให้พี่เจียมตัวเอาไว้ว่าพี่น่ะมันเป็นใครกัน
พี่ไม่เหมาะกับเขา ฉันเคยเตือนพี่แล้ว พี่เองก็น่าจะรู้ตัว
วันนั้นฉันคงพูดไม่ชัดเจน แต่วันนี้ฉันจะขอประกาศ
ฉันรักพี่ต้น และจะทำทุกวิถีทางไม่ว่าจะทางใดก็ตามให้เขารักฉัน"

"เธอมันปีศาจชัดๆ"
มือของเธอฟาดลงไปบนใบหน้าของน้องสาวเสียงดังเพี๊ยะ

"เกินไปแล้วนะ นังแพรว แกกล้าตบลูกชั้นเหรอ"
เสียงแม่ตะวาด

"แพรวทำร้ายแพรค่ะแม่ แม่ต้องช่วยแพรนะคะ"
แพรรีบวิ่งแจ้นไปหลบหลังแม่และฟ้องแม่ทันที

"แกกล้าดียังไงมาทำอย่างนี้กับลูกชั้น สู้น้องไม่ได้
อิจฉาน้องแล้วทำร้ายร่างกายน้องหรือไง มากไปแล้วนะ"
แม่ฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าสีขาวซีดของแพรว
เป็นการเอาคืนที่แพรวตบหน้าน้องสาว
แพรวกุมใบหน้าของตัวเองไว้
น้ำตาไหลพรากอย่างกั้นไม่อยู่

"คำก็ลูกชั้น สองคำก็ลูกชั้น แพรวถามจริงๆ เถอะ
แม่เก็บแพรวมาเลี้ยงหรือเปล่า ทำไมแม่ไม่เคยรักแพรวเลย
แม่ไม่เคยเห็นแพรวเป็นลูกเลยใช่ไหมคะ แพรวสู้น้องไม่ได้
แพรวไม่เคยทำให้แม่ภูมิใจ
ไม่เคยทำให้แม่ดีใจเลยสักครั้งใช่ไหมคะ
แม่ถึงไม่รักแพรว ใช่ไหมคะแม่"
แพรวมองหน้าแม่ จ้องมองหน้าผู้เป็นแม่หาคำตอบ
ผู้เป็นแม่อึ้งไปเมื่อเห็นภาพนั้น
แต่แล้วก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

"แกอย่ามานอกเรื่องนะ" แม่ตวาด
แพรวรู้สึกเสียใจมากที่แม่ไม่เคยเห็นความรู้สึกของเธอเลย

เธอจึงเดินออกจากบ้านไป
แต่ยังคงได้ยินเสียงแม่ที่ตะโกนด่าไล่หลังมา
แพรวเดินมากดออดบ้านของต้น
พี่เดือนคนทำงานบ้านเดินออกมาเปิดประตู
และให้เธอรออยู่สนามหน้าบ้าน ต้นเดินมาพบเธอแล้ว
แววตาของเขาที่มองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน

"ต้น แพรวขอโทษ แต่แพรวยืนยันว่า แพรวไม่เคยยกต้นให้ใคร
แพรวรักต้น รักเสมอและจะรักตลอดไป"
เธอพูดกับหลังของเขา เพราะต้นไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองเธอ

"เก็บคำว่ารักของแพรวไว้เถอะ ต้นซึ้งใจกับมันมาก
กลับไปได้แล้ว
ต้นมีงานต้องทำ" เขาตัดบท
แพรวรู้สึกเสียใจที่แม้แต่คนที่เคยบอกจะอยู่ข้างเธอก็ยังเย็นชากับเธอ

วันนี้แพรวไม่เหลือใครอีกแล้ว
แพรวมองภาพชายหนุ่มที่เธอรักมากที่สุด
ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมน้ำตาเงียบๆ
ต้นเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย
โดยไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย
ที่เขาจะได้มีโอกาสมองเห็นเธอในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่

คืนนั้นขณะแพรวเขียนจดหมายไว้สองฉบับวางไว้บนโต๊ะ
แล้วเธอก็เดินลงไปข้างล่างพบแม่กำลังนั่งดูทีวีอยู่อย่างมีความสุขกับแพร

เธอนั่งพับเพียบกราบลงที่เท้า
แม่ไม่เข้าใจกับการกระทำของเธอจึงเอาเท้าหนี
แพรวเงยหน้าขึ้นมองแม่
"ขอให้แพรวได้มีโอกาสกราบแม่เป็นครั้งสุดท้าย"
เธอพูดทั้งน้ำตา
แล้วก็เดินจากไปขึ้นห้องนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อกลับมาบ้านพร้อมกับตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวภูเก็ต

พ่อเปิดประตูห้องนอนของแพรว
เพื่อจะพาลูกสาวคนโตไปเที่ยวด้วย
แต่สิ่งที่เห็นคือ แพรวยังคงนอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม
"แพรวไปเที่ยวกันเถอะลูกเอาแต่นอนอยู่เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก
ปกติเราไม่นอนขี้เซาอย่างนี้นี่"
พ่อเดินยิ้มมานั่งลงที่เตียงข้างๆ เธอ
แต่แพรวยังคงนอนไม่ลุกขึ้นมาคุยมายิ้มกับพ่อเหมือนเดิม

"แพรว แพรว" พ่อเรียกย้ำอีก มือที่กำอยู่แบออก
ยานอนหลับจำนวนมากอยู่ในมือของเธอ พ่อมองแล้วหน้าซีด

"แพรว ไม่นะ แพรวลูกอย่าทำอะไรโง่ๆ นะ แพรว"
พ่อตะโกนร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ
พ่อกอดร่างที่ไร้วิญญาณของแพรวเอาไว้แน่น
บัดนี้เธอไม่ต้องแบกความทุกข์ไว้อีกแล้ว
ไม่ต้องเสียใจ และไม่ต้องมีน้ำตาอีก
มีเพียงซองจดหมายสองซองที่พอจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด


กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่

ขณะที่กำลังอ่านจดหมายฉบับนี้แพรวคงไม่อยู่ที่นี่แล้ว
แพรวอยากจะขอโทษในทุกๆ อย่าง แม้แพรวจะไม่ใช่ลูกที่ดี
ไม่เคยทำให้พ่อและแม่ภูมิใจ
แพรวอยากเห็นรอยยิ้มของแม่สักครั้งที่ยิ้มให้แพรว
แต่ตอนนี้แพรวคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
แม้แม่จะไม่เคยรักแพรว
แม้แม่จะว่าแพรว แต่แพรวไม่เคยโกรธแม่เลยสักครั้ง
แพรวรู้ตัวดีว่าแพรวไม่เคยทำให้แม่ชื่นใจ
จะแปลกอะไรถ้าแม่จะไม่รักแพรว แพรวรู้ฐานะของตัวเองดี
วันนี้ไม่มีแพรว
แม่คงสบายใจ
แพรวหวังว่าการตัดสินใจของแพรวครั้งนี้คงจะถูกใจแม่
อย่างน้อยก็มีสักครั้งที่แพรวได้มีโอกาสทำเพื่อแม่ แพรวอยากบอกพ่อกับแม่ว่า

"แพรวภูมิใจค่ะที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรืออะไรจะเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ว่าแพรวจะไปอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งนึงที่ยังเหลืออยู่
และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปคือ แพรวรักพ่อกับแม่ค่ะ"
รักเสมอจากลูกสาวคนโต
แพรว.

"แพรว ไม่นะลูกไม่"
พ่อยังคงร้องไห้เสียใจกับการจากไปกับลูกสาวคนโต

"แพรวววววววววววววววววว................."
เสียงของผู้เป็นแม่ร้องไห้
เธอไม่น่าเลย
ต้นเหตุที่ทำให้แพรวตัดสินใจอย่างนี้ก็คือเธอ เธอคนเดียว

แม่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำของตัวเอง

"แพรวลูกรัก แม่ขอโทษที่ไม่เคยใส่ใจลูก
ไม่เคยจะสนใจความรู้สึกของลูก
แม้ลูกจะไม่เคยทำอะไรให้แม่ภูมิใจ แต่แม่ก็รักลูก
แม่ขอโทษลูก
แพรวลูกอยากเห็นแม่ยิ้มให้ลูกใช่ไหมจ๊ะ
แม่จะยิ้มให้ลูกเห็นนะลูก
แม่จะเอาใจลูกให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการเลย
ขออย่างเดียวอย่างทิ้งแม่ไปนะลูก กลับมาหาแม่สิลูก
แพรววววว"
ผู้เป็นแม่ร้องไห้คร่ำครวญ ต่อร่างที่ไม่ไหวติงของลูกสาว

แพรวกอดแม่เอาไว้แน่น นี่แหละที่เธออยากทำมานาน

ต้นตื่นขึ้นมาตอนเช้า พี่เดือนยื่นซองสีชมพูให้เขา
ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากว่านั่นคืออะไร
"จดหมายจากคุณแพรวค่ะ" พี่เดือนบอกแค่นั้น
ต้นรับมาอย่างงุนงง
เขาค่อยๆ แกะจดหมายออก เห็นใจความจดหมายว่า


ถึง ต้นคนที่แพรวรักมากที่สุด
แม้ต้นจะไม่ยอมรับคำว่ารักจากแพรว
แต่แพรวก็ยังจะยืนยันว่าแพรวรู้สึกเช่นนั้น
แพรวรักต้น และรักมานานแล้ว
ต้นเป็นคนแรก และคนเดียวที่อยู่ข้างแพรวในยามที่แพรวท้อแท้
และหมดกำลังใจ และเป็นคนเดียวที่แพรวรัก
แพรวดีใจมากที่ได้ยินว่าต้นเองก็รักแพรวเช่นกัน
แต่ต่อไปนี้จะไม่มีแพรวที่ขี้แย
ต้องร้องไห้ให้ต้นคอยปลอบอีกแล้ว
แพรวรักต้นเสมอนะ และจะรักตลอดไปไม่ว่าแพรวจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม

รักตลอดไป
แพรว.

"แพรว เอามาให้หรือครับพี่เดือน" ต้นหันมาถาม

"เปล่าหรอกค่ะ คุณวินิตคุณพ่อของเธอเอามาให้ค่ะ
คุณแพรวเธอเสียแล้วค่ะ"

"แพรวตายแล้ว" คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเขา

"ไม่จริงแพรวไม่ตาย ไม่............"
ต้นร้องอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากได้รู้จากพี่เดือนว่าแพรวกินยานอนหลับเกินขนาดจนเสียชีวิตเมื่อคืน

เขาเองก็มีส่วนผลักดันให้เธอทำเช่นนั้น
เขายืนค้างไร้ความรู้สึกใดๆ
แต่แล้วก็มีลมผ่านมาเย็นๆ วูบหนึ่ง
แล้วกลายเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น

"ต้น แพรวรักต้นที่สุด แพรวอยากอยู่กับต้น
อยากให้ต้นอยู่ข้างๆ แพรว
แต่แพรวคงทำไม่ได้แล้ว แพรวต้องไปแล้ว
ถึงเวลาของแพรวแล้ว"
แพรวกอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจากไป ต้นรู้สึก
รู้สึกได้ว่านั่นคือแพรว
แต่เขาคงไม่มีทางรั้งเธอไว้ได้อีกแล้ว

เขาเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เธอคอยดูแลเธอ ให้ความรักกับเธอ
แพรวเองรักเขา แต่วันนั้นเขากลับปฏิเสธความรู้สึกของเธอ
ทำลายความรู้สึกของเธออย่างไม่ไยดี
วันนี้สวรรค์คงลงโทษเขาแล้ว
แพรวจากไปแล้ว
เขาไม่มีโอกาสได้ดูแลผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดอีกแล้ว

สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือคำว่ารักกับเวลาที่สายไป
นั่นคือบทลงโทษที่สวรรค์มอบให้

อ้างจาก http://www26.brinkster.com/