รวมกลอนเพราะๆ

Poem ระเบียงกลอน => กลอนวันสำคัญ => ข้อความที่เริ่มโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 12:45:15 pm

หัวข้อ: มาร่วมแต่งกลอน วันจักรี 6 เมษายนของทุกปี กันจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 12:45:15 pm
ปราบดาภิเษา...ครองราชย์
เปรื่องปราชญ์...อาจองค์...ทรงศีล
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ...สง่าจริง
สมค่ายิ่ง...เทิดไว้ใน...ใจประชา
(http://img691.imageshack.us/img691/7083/28576587.jpg)
ปฐมบรม...วงศ์จักรี
บารมีเลิศล้ำ...อนันต์ล้า
กรุงเทพฯรัตนโกสินทร์...ทรงสร้างมา
เพื่อให้ไทย...ไม่เป็นข้า...ของชาติใด
หัวข้อ: Re: มาร่วมแต่งกลอน วันจักรี 6 เมษายนของทุกปี กันจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 01:02:38 pm
                          วันจักรี ๒๕๕๓ โดย เดชนิยม
                          -------------------------
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/209/6209/images/jakkree.jpg)
                          วันจักรี ๒-๓-๒-๕
                          วันสถาปนาธานีที่ยิ่งใหญ่
                          โดยกษัตริย์นักรบผู้เกรียงไกร
                          หวังสถิตเสถียรไปให้เนิ่นนาน


                                      เป็นศูนย์รวมเผ่าไทยทั้งใต้เหนือ
                                      เป็นแหล่งเอื้อพุทธศาสน์ธรรมสถาน
                                      เป็นแหล่งรวมบรรดาวิชาการ
                                      เป็นศูนย์ศิลป์ผสมผสานงานฝีมือ

                          มีแม่น้ำพาดอยู่อย่างคูหน้า
                          รับพม่าคู่ขันอันเลื่องชื่อ
                          ทั้งรับรุกต่อกันลั่นระบือ
                          กว่าร้อยปีราวคือคัมภีร์

                                      ทั้งไม่ไกลกันมากจากปากน้ำ
                                      รุกรบไล่ติดตามได้เต็มที่
                                      พลาดพลั้งก็อาจถอยดูท่าที
                                      ทำเลนี้ต้องในพิชัยสงคราม

                          ยามว่างศึกยังง่ายจะขายค้า
                          หลากสำเภามุ่งหน้ามาสยาม
                          ศิลปวิทยาเข้ามาตาม
                          เมืองอมรก็งดงามตามชื่อเมือง

                                      สถาปนาธานีสามปีกว่า
                                      ทัพพม่าทั้งเก้าเข้าหนุนเนื่อง
                                      ปิ่นจักรีตีโต้แตกเนืองเนือง
                                      เมืองมิได้ระคายเคืองหรือลำเค็ญ

                          วันจักรี ๖ เมษายน  ๒-๕-๕-๓
                          เกิดกบฏถ่อยทรามอย่างที่เห็น
                          แผ่นดินเคยรื่นรมย์และร่มเย็น
                          กลับกลายเป็นร้อนรุ่มราวสุมไฟ


ขอบคุณที่มาจาก http://www.oknation.net/blog/detniyom/2010/04/06/entry-1
หัวข้อ: Re: มาร่วมแต่งกลอน วันจักรี 6 เมษายนของทุกปี กันจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 01:08:43 pm
" วันจักรี  โดย benuser "

วันจักรี...ศรีไทย...ได้กำเนิด
กรุงเทพฯ เปิด...เกิดตั้ง...ดั่งเดือนฉาย
หกเมษา...ราชา...เอกองค์ชาย
พระพุทธยอดฟ้าหมาย...ได้ปราบดา (ภิเษก)

เริ่มรัชกาล...นานเนิ่น...เดินต่อหน้า
พระยอดฟ้า...จุฬาโลก...โชคแกร่งล้า
ได้เริ่มต้น...เถลิงราชย์...ชาติรัตนา
เป็นหมายว่า...รัตนโกสินทร์...ถิ่นแดนไทย

ขอร่วมระลึก...นึกถึง...ซึ่งคุณค่า
เกิดกายมา...กายยา...ได้อาศัย
อยู่ใต้ร่ม...ฉัตรจักรี...มีสุขใจ
ขอถวายชัย...ใจกาย...ใคร่สดุดี

ที่มาจาก http://poem.meemodel.com/etc/41138.html
หัวข้อ: Re: มาร่วมแต่งกลอน วันจักรี 6 เมษายนของทุกปี กันจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 01:12:20 pm
หกเมษายน..ปวงชน..น้อมรำลึก
ธ เผด็จศึก...นิวัติมา...สง่าศรี
องค์พระปฐมบรมราช...วงศ์จักรี
พระบารมี...สถาปนา...มหานคร

คุณูปการ....เกริกเกียรติ์...กึกก้อง
ธ ปกป้อง..ขอบขัณฑ์...เขตสิงขร
ปราบเก้าทัพ.....จับศึก...ดัสกร
ปฏิสังขรณ์...วัดวา...และอาราม

ศาสนารุ่งเรือง....ประเทือง...ประเทศ
ตราสามดวง...ปกเกศ...ประเทศสยาม
สร้างพระราชวัง...ศาลหลักเมือง...ให้งดงาม
ป้องสงคราม...สร้างกำแพงป้อม...ล้อมคูคลอง

ทั้งชั้นนอก....ชั้นใน....ขยายเขต
ด้วยพระเดช...กว้างไกล...ไปทั้งผอง
รวมไพร่พล...สกลไกร...ในปกครอง
พสกนิกร...แซ่ซ้อง...อภิวันท์อัญชุลี

ด้วยเกล้าฯ ขอสดุดีเทิดทูนพระบารมี
ราชวงศ์จักรีปกเกศประเทศไทยเทอญ

แต่งโดย ma-yom 
ที่มาจาก http://poem.meemodel.com/etc/41138.html
หัวข้อ: Re: มาร่วมแต่งกลอน วันจักรี 6 เมษายนของทุกปี กันจ้า
เริ่มหัวข้อโดย: ดินหญ้ากาช้ำ ที่ เมษายน 06, 2010, 01:24:17 pm
ยกกรขึ้นประนมพร้อมก้มเศียร
ดอกไม้และธูปเทียนจบเหนือหัว
บูชาพระเจ้าน้อมนำตัว
อย่าเกลือกกลั้วอบายอันร้ายแรง          

ขอบูชาพระธรรมนำจิตแผ้ว
สวดมนต์แล้วศึกษาธรรมทำให้แกร่ง
อย่าให้ชั่วออกหน้ามาแทรกแซง
ทำดีแข่งความชั่วอายมลายไป     

พระสงฆ์ผู้ทรงศีลอันบริสุทธิ์
ท่านประดุจเรือลำสำเภาใหญ่
บรรทุกคนข้ามฝั่งยังอีกไกล
ฝั่งแห่งใจให้เวียนวนพ้นโลกีย์
        
ถวายบังคมบรมกษัตริย์ผู้ล้ำเลิศ
ได้บังเกิดความร่มเย็นทุกถิ่นที่
เย็นศิระเพราะพระบารมี
พระราชวงศ์จักรีปกเกล้าพลัน
   
เริ่มจากองค์พระปฐมบรมกษัตริย์
สรรค์สร้างเมืองเรืองจรัสดั่งสวรรค์
ทรงย้ายจากรุงธนบุรีนั้น
มาตั้งมั่นกรุงเทพฯเฟื่องดังเมืองฟ้า

? ตั้งใจจะอุปถัมภก
ยอยกพระพุทธศาสนา
จะป้องกันขอบขัณฑสีมา
รักษาประชาชนและมนตรี ?     

คือพระปณิธานที่หาญมุ่ง
เมื่อสร้างกรุงเทพมหานครที่
เป็นเมืองทองแห่งราชธานี
พระพุทธยอดฟ้า ฯทรงปรีชายิ่งนัก          

ต่อมาทรงเฉลิมพระนามตามนักปราชญ์
? จุฬาโลกมหาราช ? ผู้ทรงศักดิ์
ชาวไทยพร้อมพลีชีวาสวามิภักดิ์
พระองค์เป็นที่รักของทุกคน

อีกสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ
ทรงปรีชาเราก็แจ้งแห่งนุสนธิ์
ทั้งงานช่างศิลปกรรมงามล้น
อีกหลายหลากพระนิพนธ์บทกวี     

สมัยนี้เป็นยุคทองของวรรณกรรม
โขน ละครร่ายรำหน้าที่พระ
ไชยเชษฐ์ ไกรทองและคาวี
กาพย์เห่เครื่องคาวหวานนี้ขจรขจาย

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ
ทรงให้เรือสำเภาออกค้าขาย
เงินพระคลังข้างที่มีมากมาย
ทรงนำมาใช้จ่ายสร้างวัดวา

เริ่มพิมพ์ตัวอักษรไทยสมัยนี้
ทั้งปลูกฝี ผ่าตัด การศึกษา
สัมพันธ์การทูตกับอเมริกา
ไทยก้าวหน้าขึ้นกว่าเก่าหลายเท่านัก

มีมิชชันรีเข้ามาสอน
เผยแพร่ความรู้ก่อนไว้เป็นหลัก
อารยธรรมตะวันตกไหลทะลัก
เริ่มรู้จักสวมเสื้อเข้าเฝ้าพระองค์

ถึงรัชกาลที่สี่จักรีราช
พระจอมเกล้าฯทรงสามารถอย่างสูงส่ง
สนธิสัญญาต่างประเทศทรงธำรง
เงินพดด้วงให้น้อยลงใช้เหรียญแทน

เนื่องจากทรงผนวชนานในกาลก่อน
ศึกษาคัมภีร์ทุกตอนอย่างถึงแก่น
ส่งสมณทูตไทยไปต่างแดน
? ธรรมยุติ ? ตั้งเป็นแกนคู่  ? มหายาน ?

ทรงเป็นพระบิดาวิทยาศาสตร์
โดยคำนวณสุริยคราสได้แตกฉาน
พระราชนิพนธ์วรรณคดีและตำนาน
สร้างวัดพระราชทานแก่ปวงชน

ร.๕ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงปลอมตัวท่องเที่ยวไปทุกแห่งหน
ทำให้ทราบความเป็นอยู่ประชาชน
โปรดฯให้ตั้งมณฑลตามหัวเมือง

ทรงเลิกทาสทรงชำระพระไตรปิฎก
และทรงยก กรม กระทรวง ให้ลือเลื่อง
มีประปา มีไฟฟ้าส่งแสงเรือง
ธนาคาร ไปรษณีย์  เฟื่องอีก รถไฟ

มีโทรศัพท์มีโรงเรียนไว้เขียนอ่าน
โรงพยาบาลไว้รักษายามป่วยไข้
วรรณคดีนี้ก็ทรงสนพระทัย
?เงาะป่า?  พระราชนิพนธ์ให้เป็นบทเรียน
 
สมทรงเป็น ? พระปิยมหาราช ? 
ทรงนำชาติไทยนั้นให้ผันเปลี่ยน
ไปเป็นชาติศิวิไลซ์ได้ทรงเพียร
ถึงจวนเจียนเสียเมืองไทยให้คนพาล

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ
กษัตริย์นักปราชญ์ของเราพระทรงผ่าน
การศึกษาต่างประเทศมาช้านาน
ทรงสืบสานภารกิจพระบิดา

ขนานนาม ? พระมหาธีรราช ?
เพราะทรงเป็นนักปราชญ์ผู้เก่งกล้า
ผลงานด้านวรรณคดีทรงปรีชา
ด้านอักษรภาษาก็สันทัด

? สหกรณ์วัดจันทร์? ท่านทรงเริ่ม
บ่อนเบี้ยหวย กข เดิมท่านทรงตัด
จัดหลักสูตรเรียนพระปริยัติ
อีกบัญญัติประถมศึกษาทรงเริ่มไว้

ที่เจ็ดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ
ประเทศเราเกิดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
? สมบูรณาญาสิทธิราษฎร์ ? ขจัดไป
นำประชาธิปไตยเข้ามาแทน

สงสารเอยพระองค์ทรงสละราชฯ
เพื่อให้ชาติร่มเย็นเป็นปึกแผ่น
มิเสียเลือดเนื้อไทยในดินแดน
ทรงแนบแน่นห่วงราษฎร์จริงยิ่งองค์เอง

? ข้าพเจ้าเต็มใจสละอำนาจ
ให้กับราษฎร์เพื่อมิให้ใครข่มเหง
ไม่ยกให้ผู้ทรงเห็นเป็นนักเลง
มาอวดเบ่งยึดอำนาจของชาติเรา

เชิญ  ? พระอานันทมหิดล ? เป็นกษัตริย์
กฎมณเฑียรบาลของรัฐในกาลเก่า
แต่คิดว่าพระองค์ทรงพระเยาว์
อายุเก้าพรรษายังทารก

ตั้งผู้สำเร็จราชการแทนองค์ท่าน
ครั้นเนิ่นนานต่างก็พากันตายตก
เหลือปรีดีพนมยงค์ที่ยังยก
มาป้องปกสำเร็จราชการแทน

เสด็จไปศึกษาประเทศสวิสฯ
แต่ดวงจิตผูกพันอย่างแนบแน่น
ทรงทราบไทยผจญสงครามยามขาดแคลน
ก็โศกแสนรีบกลับคืนผืนดินไทย

เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจไทยทุกหน
ถูกลอบปลงพระชนม์ราษฎร์ร่ำไห้
เสียกษัตริย์รัชกาลที่แปดไป
ทรงอยู่ในราชสมบัติสิบสองปี
   
อัญเชิญ ?  พระองค์เจ้าภูมิพล ฯ?
น้อง ? พระอานันทมหิดล ? ปกเกศี
เป็นกษัตริย์รัชกาลที่เก้าแห่งจักรี
เย็นด้วยร่มพระบารมีแต่นั้นมา         

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์
อดุลยเดชโอรสรัชกาลที่ห้า
ทั้งสมเด็จพระศรีนครินทราฯ           
ผู้ทรงเป็นพระบิดาพระมารดร                         
   
ทรงเปลี่ยนแนวศึกษาของพระองค์ใหม่
เพื่อปรับให้เหมาะสมกว่ากาลก่อน
ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ทุกนคร
ทั้งอักษรศาสตร์ราชควรรู้                               
   
ปีสองพันสี่ร้อยแปดสิบเก้า
ขึ้นครองราชย์ยังทรงเยาว์ชันษาอยู่
เสด็จกลับไปทรงเรียนเพียรเชิดชู                   
เสด็จฯสู่สวิสเซอร์แลนด์ที่แสนไกล   

ต่อมาทรงได้รับอุบัติเหตุ                                                   
รักษาพระเนตรแพทย์ห้ามเสด็จไหน                                            
มีธิดาเอกอัครราชทูตไทย 
ติดตามพระบิดาไปพยาบาล                             
        
คือหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์           
โปรดให้เฝ้าใกล้ชิดพระองค์ท่าน                   
เฝ้าดูแลจนทรงพระสำราญ
จึงทูลลากลับบ้านที่ลอนดอน        

เนื่องจากทรงใกล้ชิด ?สิริกิติ์? นั้น 
ความผูกพันพูนเพิ่มยากจักถอน   
ต้องพระราชหฤทัยให้อาวรณ์                                                   
อภิเษกดวงสมรเป็น ?ราชินี?           

ยี่สิบแปดเมษายนปีเก้าสาม               
ลงพระนามจดทะเบียนทั้งทั้งที่                       
ในอดีตผ่านมาไม่เคยมี
พระทรงศรีกษัตราพระองค์ใด       

ที่ทรงเสกสมรสกับมเหสี                                                                 
หรือจดทะเบียนกับเทวีสนมไหน                                                   
พระทรงเป็นตัวอย่างแก่คนไทย                                                     
ตั้งแต่นี้ต่อไปต้องจดทะเบียนฯ                                                       

เสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ ?สวิสฯ?     
เพราะดวงจิตทรงมุ่งมั่นไม่แปรเปลี่ยน
วิชาใดที่ยากทรงพากเพียร               
ทรงร่ำเรียนเพื่อพัฒนาประชากร
ฯลฯ 


ที่มาจาก http://www.sadet.ac.th/king80/Index1.html