ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตพระลอ ตอน ลาแม่  (อ่าน 17918 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
ลิลิตพระลอ ตอน ลาแม่
« เมื่อ: มกราคม 17, 2009, 03:05:51 pm »

๏     ท้าวทูลธราชไท้    ชนนี
ไหว้บาทบงกชศรี           ใส่เกล้า
ข้าพระอยู่มามี                ใจเหนื่อย     พระเอย
จักใคร่ลาพระเจ้า             เที่ยวเหล้นพนาสณฑ์ ฯ

       พระลอกราบทูลพระราชมารดา ไหว้ยกพระบาทใส่พระเศียรแล้วตรัสว่าอยู่
ในวังเหน็ดเหนื่อยใจมากใคร่จะขอลาไปเที่ยวชมป่า

๏     ออกท้าวฟังลูกไท้    ทูลลา     ท่านนา
เจ้าแม่เปนใดนา             ดั่งนี้
มดหมออยู่รักษา             สงวนราช     นะพ่อ
สุดกำลังเขาชี้                ยากแท้ทุกอัน ฯ

       พระนางบุญเหลือได้ฟังพระลอตรัสดังนั้น จึงตรัสถามว่าทำไมเจ้าเป็นเช่นนี้
พวกหมอที่รักษาบอกว่าสุดกำลังที่จะแก้ไขเจ้าแล้ว ทุกอย่างลำบากยิ่งนัก

๏     ผีสางเขาส่งซ้ำ       เติมมา     มากนา
มนตรมายายำ                หยูกซ้ำ
วันใดราชลีลา                ยกย่าง     ไปนา
อกแม่ผอมไข้ขว้ำ            หล่มหล้มพระองค์ ฯ

       ทางโน้นได้ส่งผี มาตร์ และยา มาเพิ่มเติมอีก วันใดที่ลูกเดินจากแม่ไปหัวอก
ของแม่คงจะพลิกคว่ำ ป่วยไข้และล้มตายลง

๏     พระลอลาบ่ได้         ทนทุกข์     อยู่นา
บัดนั่งบัดนอนลุก             ละห้อย
ไอศวรรย์บ่เปนสุข           เสวยโศก     ไส้นา
โหยคนึงเสน่ห์สร้อย         บ่ได้สร่างเสบย ฯ

       เมื่อลาไปไม่สำเร็จ  พระลอจึงมีแต่ความทุกข์ ไม่มีความสุข  เนื่องจากคิดถึง
แต่พระธิดาทั้งสอง

๏     นางเมืองนั่งแนบเฝ้า  จอมกษัตริย์
ถนอมบาทบงกชรัตน์        ใส่เกล้า
พระสนมรำเพยพัด            ไกวแกว่ง     วีนา
พระราชชนนีเล้า              ลูบไล้โลมขวัญ ฯ

        พระนางลักษณวดี เข้าเฝ้าแนบข้าง ยกเอาพระบาทพระลอไว้บนเศียร   นาง
สนมก็นั่งพัดให้พระลอพระมารดาก็ลูบไล้และพูดปลอบใจพระลอ

๏     พระลอบสร้างเศร้า    ศรีหมอง     อยู่นา
หลับลเมอหาสอง           หนุ่มหน้า
เคลิ้มไคล้หวาดใจปอง      ปองไป่     ลุเลย
คิดคนึงโอ้อ้า                 ใคร่กลั้นใจตาย ฯ

       พระลอไม่คลายความโศกเศร้า  หลับก็ละเมอเพ้อหาพระธิดาทั้งสอง    รู้สึก
วิตกว่าจะไม่สมปรารถนาคิดถึงนางทั้งสองจนใคร่จะกลั้นใจตาย

๏     ตื่นขึ้นวอนว่าข้า       จักไป
ประพาสชมไพรพลาง        ไล่ช้าง
ชนพนมพนาไลย              พลายไล่     มฤคนา
ชมป่าดงพงกว้าง             เถื่อนน้ำสระศรี ฯ

       เมื่อตื่นขึ้น  จึงอ้อนพระนางบุญเหลือขอลาไปเที่ยวชมป่า และไล่จับช้าง  ชม
ภูเขาไล่จับกวาง ชมสระน้ำในป่า

๏     ออกท้าวฟังลูกไท้    ปรารมภ์ อยู่นา
ปากว่าจะไปชม             ช่อไม้
ครั้นไปจะไปสม              สองนาฎ     แลนา
ใส่เล่ห์วอนไจ้ไจ้             จักห้ามฉันใด ฯ

       พระนางบุญเหลือทรงฟังคำพระโอรสแล้ว  ทรงวิตกกังวลยิ่ง        ปากของ
พระลอกล่าวว่าจะขอไปชมดอกไม้ป่าแต่คงจะไปหาพระธิดาทั้งสองแน่ พระลอมา
อ้อนวอนเช่นนี้แล้วจะทรงห้ามอย่างไรดี

๏     หาโหรหาถ้วนมิ่ง     มนตรี
หาปู่สิทธิไชยลี-             ลาสเต้า
แถลงคำแก่กษัตรีย์          แผ่นหล้าฤาฟัง ฯ

       พระนางบุญเหลือมีรับสั่งให้โหร มนตรี หมอปู่สิทธิไชยมาเฝ้า  ทรงเล่าถ้อย
คำของพระลอให้ฟังโหรจึงกราบทูลว่าคงจะห้ามพระลอไม่ได้แล้ว

๏     สิทธิไชยทูลแต่เจ้า  จอมกษัตริย์
แม้นเทพมาทัดทัด          บ่ได้
มนตรีว่าเห็นขัด              ทุกสิ่ง     แลนา
จักส่งสารถึงไท้              สืบสร้องกลความ ฯ

        หมอสิทธิไชยกราบทูลพระนางบุญเหลือว่า  ต่อให้เทพยดามาทัดทาน  ก็ไม่
สำเร็จ  เหล่ามนตรีจึงกราบทูลว่า ทุกอย่างมีแต่ข้อขัดข้อง ดังนั้นจึงควรส่งสารถึง
ท้าวพิไชยพิษณุกรเพื่อดูท่าทีในเรื่องนี้

๏     ธขอบคำความมนตรี  กลกล่าวดีชอบแท้
แก้อื่นบ่ได้แก้                 ดังนี้เห็นควร ฯ

        พระนางบุญเหลือทรงกล่าวขอบใจเหล่ามนตรีว่าเสนอแนะได้ดี เพราะคงแก้
ไขด้วยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว

๏     จึ่งเสด็จวรยาตรเต้า    กล่าวแก่พระลอเจ้า
พ่อเฮ้ยปรานี    แม่รา ฯ

        พระนางบุญเหลือจึงเสด็จไปหาพระลอและตรัสว่าพ่อเอ๋ยจงสงสารแม่เถิด
๏     แม่ฟังคำพ่อว่า    ใคร่เล่นป่าชมเขา    แม่เดาใช่คำจริง    
พ่อคำนึงอื่นไส้    พระบอกจงจริงให้    แม่รู้เต็มใจ    หนึ่งรา ฯ

       แม่ได้ฟังที่พ่อพูดว่าจะขอลาไปเที่ยวชมป่า แม่เดาว่าไม่ใช่เรื่องจริงพ่อคิดจะ
ทำอย่างอื่นใช่ไหมขอให้พ่อพูดความจริงให้แม่รู้อย่างเต็มใจหน่อยเถิด

๏     ข้ารำพึงอื่นแท้         จะบอกความจริงแล้
พระห้ามขัดใจ                 ลูกนา ฯ

       ลูกประสงค์อย่างอื่นจริง จะขอสารภาพ ขอพระมารดาอย่าขัดใจลูกเลย
๏     สิ่งใดพอใจแก้ว       ยังห่อนฤาให้แคล้ว
ขัดข้องใจขุน                 แม่นา ฯ

       สิ่งใดเป็นที่พอใจของลูกจะไม่ให้พลาดไปได้   หรือทำให้ขัดเคืองใจลูกของ
แม่เลย

๏     เป็นตามความชอบแล้ว           จักแต่งตามใจแก้ว
ก่ำพร้าฤาขืน    อื่นเลย ฯ

       ทุกสิ่งจะเป็นไปตามความพอใจของลูก จะทำตามใจลูกกำพร้าของแม่จะไม่
ขัดใจลูกเลย

๏     พระเอยหัวใจข้า        คิดใคร่ไปเห็นหน้า
เพื่อนไท้แพงทองฯ    

       พระมารดาเอ๋ยใจของลูกปรารถนาจะไปให้เห็นหน้าพระธิดาเพื่อนแพงยิ่งแล้ว
๏     ความปองลูกบ่ได้      บร้างเห็นหน้าไท้
ธิราชแล้นะหัว                 ลูกเลย ฯ

        หากความปรารถนาของลูก  ไม่สัมฤทธิผล    ลูกก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่เห็นหน้า
พระมารดาอีกต่อไป

๏     ลาบัวบาทเจ้าหล้า    ไปสู่สองแล้วข้า
จึ่งผ้ายคืนมา ฯ    

        ลูกขอกราบลาพระมารดาไป เมื่อได้พบพระธิดาทั้งสองแล้วจะรีบเดินทางกลับ
๏     เจ้าไปแล้วเจ้าจัก     คืนเมือ     ลูกเอย
เนื้อสู่เสือฤาเสือ              จักไว้
ฟังคำพ่อคิดเหลือ             เหลือที่     คิดนา
คิดบ่ได้ล้วนได้                แต่ร้อนฤาเสบย ฯ

       เจ้าไปถึงเมืองนั้นแล้วจะได้กลับมาหรือ เนื้อเดินทางไปถึงเสือแล้ว  เสือจะไว้
ชีวิตหรือแม่ฟังที่ลูกคิดแล้ว สุดที่แก้ไขอะไรได้ คิดไม่ออกเห็นแต่ความทุกข์  ไม่มี
ความสบายใจเลย

๏     โดยธคิดชอบถ้อย     คลองความ
จักแต่งไปสู่ถาม              พี่น้อง
จักรับพงางาม                สองสู่     พระนา
ได้ง่ายฤาขัดข้อง             เท่าเส้นยองใย ฯ

        ตามที่พ่อคิดนั้น   ถ้าจะให้ถูกต้องตามพระราชประเพณี  แม่จะส่งทูตไปขอ
พระธิดาทั้งสอง แล้วจะรับนางที่งามนั้นมาให้ลูก   ความคิดนี้น่าจะสำเร็จโดยง่าย
ไม่มีอะไรขัดข้องเลย

๏     ดำริห์โดยราชนี้       เยียวนาน
เยียวพ่อสองเยาวมาลย์     ห่อนให้
ทางไกลเที่ยวทูลสาร       ยลยาก     พระเอย
ข้าพระไปเองได้              ง่ายแท้ทุกอัน ฯ

        ความคิดของพระมารดา น่าจะใช้เวลานาน กลัวว่าพระบิดาของนางทั้งสอง
จะไม่ยอมยกให้อีกประการหนึ่งคือ หนทางก็ไกลกัน  การสื่อสารกันให้รู้เรื่องทำได้
ยากลูกไปเองได้และน่าจะง่ายกว่า

๏     พ่อไปแล้วนะเจ้า       คืนมา     รอดฤา
บรอดเลยราชา               อย่าผ้าย
ยาอีกสิ่งมนตรา               คมยิ่ง     ยานา
ผีก็ร้ายคนร้าย                 รอดได้กลใด ฯ

       เจ้าไปแล้วจะรอดกลับมาได้หรือ   ไม่รอดหรอกพระราชา   อย่าไปเลยทั้งยา
และเวทมนตร์ของเขาขลังยิ่งนักทั้งผีก็ร้ายคนก็ร้าย เจ้าจะรอดกลับมาได้อย่างไร

๏     เมืองเราอุบาทว์ร้าย   แรงนัก     ลูกเอย
เขาส่งผีสางศักดิ์              ข่มแล้ว
ฤาบาปิ่นไตรจักร              จักรอด     ฤาพ่อ
หล้มแผ่นดินหล้มแก้ว          แม้หล้มไอศวรรย์ ฯ

       เมืองของเราเกิดสิ่งที่ไม่เป็นมงคลยิ่งนักลูกเอย เขาส่งผีสางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
มาข่มอาคมของเราดังนั้นพ่อคงไม่รอดกลับมาแน่ สิ้นแผ่นดิน สิ้นลูกแล้วแม่จะต้อง
ตายและอำนาจก็จะสิ้นสูญด้วย

๏     รอยเท้าทูลบาทเบื้อง     บุญขจร
พระปู่เขาเรารอน                   ขาดเกล้า
เขาคุมเคียดจักหลอน             ทำโทษ     แทนนา
ฤาพ่อจักไปเข้า                    สู่เงื้อมมือเข็ญ ฯ

        พระนางบุญเหลือ กล่าวแก่พระลอผู้มีบุญมีชื่อเสียงแผ่ไปไกลว่า   ฝ่ายเราฆ่า
พระปู่ของเขาจนเศียรขาด เขาเครียดแค้นจึงหลอกลวงลูกไป เพื่อทำโทษทดแทน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพ่อยังจะเดินเข้าไปในเงื้อมมือเขาให้ตัวต้องลำบากอีกหรือ

๏     ถึงกรรมจักอยู่ได้      ฉันใด     พระเอย
กรรมบ่มิมีใคร                ฆ่าข้า
กุศลส่งสนองไป             ถึบที่     สุขนา
บาปส่งจำตกช้า             ช่วยได้ฉันใด ฯ

        ถ้าหากเป็นกรรมแล้ว จะอยู่ฝืนกรรมไปได้ฉันใด   ถ้าไม่มีกรรมก็คงไม่มีใคร
ฆ่าลูกได้ถ้ามีกุศล กุศลนั้นก็คงจะช่วยส่งให้ลูกไปมีความสุข   แต่ถ้ามีบาปบาปก็คง
จะส่งไปให้รับทุกข์ไม่มีใครช่วยได้

๏     ผิไปถึงแล้วและ       ถึงกรรม์     ก็ดี
ตกนรกแสนศัลย์             หมื่นไหม้
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์    เพราะอยู่    ก็ดี
บอยู่เลยลาไท้               ธิราชแล้วจักไป ฯ

         หากไปถึงเมืองสรองและต้องถึงแก่ความตายก็ดี หรือต้องตกนรกคร่ำครวญ
อยู่ถึงหมื่นกัลป์หรือไม่ต้องไปจากเมืองแล้วตายไปจะได้ขึ้นเสวยสุขในแดนสวรรค์
ก็ดีลูกก็จะไม่ขออยู่ จะขอลาพระมารดาผู้เป็นใหญ่และเดินทางไป

๏     ทาบตีอกไห้พ่าง       เมือมรณ์
คำแม่สอนสุดสอน             บ่ได้
รอยกรรมราชจักหลอน       จักล่อ     พระฤา
รู้เท่ารู้เว้นไว้                   กลัดกลุ้มมัวมนท์ ฯ

        พระนางบุญเหลือตีอกรำพันดังจะสิ้นพระชนน์เสียให้ได้ว่าคำสอนของแม่นี้
สอนอย่างไรก็ไม่ฟังชะรอยกรรมจะหลอกล่อแล้วกระมัง ถึงจะรู้เท่าทันก็ต้องปล่อย
ให้ลูกไปช่างน่ากลุ้มใจและทำให้ใจมืนมนเศร้าหมองยิ่งนัก

๏     จำศีลบท่อยถ้วน      เจ็ดวัน     ลูกเอย
คลังคลี่ทานผลปัน           เท่าฟ้า
ขอมีลูกใจธรรม์               ชายชอบ     ใจนา
แม่จึ่งได้เจ้าหล้า             แม่แล้สุดใจ     แม่เอย ฯ

        แม่ถือศีลอย่างไม่ท้อถอยจนครบถ้วนทั้ง 7 วัน เทียวนะลูก   ไขท้องพระคลัง
เอาเงินมาให้ทานเพื่อได้ผลยิ่งใหญ่เท่าฟ้า คือ ขอมีลูกชายที่มีคุณธรรมผู้เป็นที่ชอบ
ใจ แม่จึงได้พระราชาของแม่นี้มาเป็นที่รักสุดหัวใจ

๏     สิบเดือนอุ้มท้องพระ  ลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสัก             หนึ่งน้อย
ตราบพระปิ่นไตรจักร    เสด็จคลอด     มานา
ถนอมอาบอุ้มค้อยค้อย    ลูบเลี้ยงรักษา ฯ

       สิบเดือนที่แม่อุ้มท้องพระลอลักษณ์มา  เฝ้าระมัดระวังไม่ให้ลืมตัวเลยแม้แต่
น้อยจนกระทั่งพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในสามโลกประสูติแม่ก็เฝ้าดูแลอย่างระมัดระวัง
ทั้งเวลาอาบน้ำ เวลาอุ้ม และเลี้ยงดูอย่างเบามือ

๏     แลวันสามคาบป้อน    เปนนิตย์
บมิให้ใครทำผิด    แผกเจ้า
แสนสงวนคู่ชีวิต    ฤาใคร่     กลายเลย
เทียรผดุงคุ้งเท้า    ตราบรู้เสวยอง ฯ

        แม่ป้อนข้าวเจ้าเองวันละสามมื้อ ไม่ยอมให้ใครทำแทนเลย  เพราะกลัวว่าจะ
ทำผิดจากแม่ แม่แสนจะทะนุถนอมลูกเทียบเท่าชีวิตของแม่ไม่แปรเปลี่ยนตราบจน
กระทั่งลูกสามารถเสวยได้เอง

๏     บัญจงกับเข้าแต่ง    ของเสวย
บมิให้เลินเล่อเลย    หนึ่งน้อย
สรรพเครื่องพระลูกเฮย    ไตรตรวจ     แต่งนา
บวางใจกึ่งก้อย    แก่ผู้ใดทำ ฯ

        แม่บรรจงทำกับข้าวและแต่งเครื่องเสวยให้ลูกเอง     ไม่เคยเลินเล่อหรือวาง
เฉยเลยแม้แต่น้อยเครื่องเสวยต่าง ๆ ที่เตรียมถวายลูก  แม่ได้ตรวจตราและจัดแต่ง
ให้เอง ไม่วางใจแม้สักนิดที่จะให้ผู้อื่นทำแทน

๏     แต่น้อยแม่พร่ำเลี้ยง    รักษา     พ่อนา
จงเจริญชนมา    ตราบได้
สมบัติผ่านภูวดา    ถวัลยราช
ฤาต่อจำจากให้    แม่นี้ตรอมตาย ฯ

       แม่ได้พร่ำเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ จนเติบใหญ่ และได้ครองราชสมบัติ
แล้วพ่อจะมาจากแม่ไปทิ้งให้แม่ต้องตรอมใจตายเช่นนี้ละหรือ

๏     คงชีพหวังได้พึ่ง    ภูมิ     พ่อแล
ม้วยชีพหวังฝากผี    พ่อได้
ดังฤาพ่อจักลี    ลาจาก     อกนา
ผีแม่ตายจักได้    ฝากให้ใครเผา ฯ

       เมื่อแม่มีชีวิตอยู่ ก็หวังจะได้พึ่งพ่อนี่แหล่ะ    เมื่อตายก็หวังจะฝากศพให้พ่อ
ช่วยจัดการ   ครั้นได้ฟังว่าพ่อจะลาจากอกแม่ไป  ศพของแม่จะฝากให้ใครช่วยเผา
ได้เล่า

๏     สุดใจสุดแม่ห้าม    ภูธร
สอนบ่ฟังแม่สอน    จักเต้า
หนักใจหนักอาวรณ์    ทุกข์ใหญ่     หลวงนา
แม่อยู่ตั้งแต่เศร้า    โศกร้อนฤาเสบย ฯ

        พ่อผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของแม่ สุดที่แม่จะทัดทานพระราชาได้แล้ว  แม่สอน
แล้วก็ไม่ฟังคำแม่สอน  เฝ้าแต่จะขอลาแม่ไป   แม่ทั้งหนักใจและห่วงใยมากจนเกิด
ความทุกข์อันใหญ่หลวง   ถึงแม่จะยังคงมีชีวิตอยู่      ก็คงจะมีแต่เศร้าโศกร้อนใจ
หาความสบายไม่ได้เลย

๏     ลูกเอยจากแม่โอ้    กรรมใด     นาพ่อ
ตั้งแต่คิดเด็ดไป    สู่สร้อย
แม่เดียวอยู่อาไลย    ทนเทวษ     แลนา
มาแม่จะชมน้อย    หนึ่งให้คลายใจ ฯ

       ลูกเอ๋ย  ลูกจะต้องจากแม่ไปเพราะกรรมอันใดหนอ มีแต่คิดตัดสินใจที่จะไป
หาหญิงคนรักทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียวด้วยความอาลัยรักและทนทุกข์  มาให้แม่ชมสัก
หน่อยพอให้คลายใจเถิด

๏     ชมปรางชมผากเผ้า    ริมไร     เกศนา
เชยปากตาตรูไตร    เพริศพริ้ง
ชมพักตร์ดั่งแขไข    ขวัญเนตร
บพิตรพ่องามสิงคลิ้ง    จูบแก้มเชยกรรณ ฯ

       ขอหอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมผม หอมไรผม หอมปาก และหอมตา     ซึ่ง
งามยิ่งนัก ขอแม่มองดูหน้าเจ้าซึ่งงามผ่องดังดวงจันทร์เป็นขวัญตา    พ่อช่างงาม
เสียจริง ๆขอแม่หอมแก้มและหูของเจ้าด้วย

๏     จูบนาสิกแก้วแม่    หอมใด     ดุจนา
จูบเคียงคางคอใจ    จักขว้ำ
จูบเนื้อจูบนมใส    เสาวภาคย์     พระเอย
จูบไหล่หลังอกช้ำ    จูบข้างเชยแขน ฯ

        แม่หอมจมูกลูกแก้วของแม่แล้ว  ช่างหอมไม่มีสิ่งใดเปรียบได้  หอมคางและ
คอแล้วใจแทบจะพลิกคว่ำเลยทีเดียว หอมเนื้อหอมนมของลูก   ผู้งามทุกส่วนหอม
ไหล่หลัง และอกซ้ำและซ้ำอีก แล้วหอมสีข้างและแขน

๏     จักเชยพระลูกถ้วน    สรรพางค์
พระลูกประนมกรพลาง    จึ่งพร้อง
พระควรจูบแต่กลาง    กระหม่อม     ไส้นา
แก้มเกศพระเจ้าต้อง    สั่งข้าพระควร ฯ

       จะเชยชมลูกให้ทั่วทั้งตัว  ลูกก็ยกมือไหว้แล้วกราบบังคมทูลว่า  พระมารดา
ควรหมอแต่กลางกระหม่อม แก้ม และผมของลูกเป็นการสั่งลาเถิด

๏     ลูกรักแก้วแม่เอ้ย    ปรานี     แม่รา
พระบาทบงกชศรี    ใส่เกล้า
ฤาบาปิ่นภูมี    ทัดแม่     ใยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้า    สั่งเจ้าจอมใจ ฯ

        ลูกรักผู้มีค่าประดุจดวงใจของแม่เอ๋ย เห็นใจแม่เถิด    แม่คิดอยากจะเอาพระ
บาทของลูกมาวางบนเศียรของแม่เหตุใดพระราชาจึงมาทัดทานแม่ไว้ แม่ขอหอม
พระบาทของลูกเป็นการสั่งลาเจ้าผู้เป็นจอมใจของแม่

๏     พระรักพระว่าไว้    เหนือหัว
ข้าบาทบงกชกลัว    บาปได้
พระคุณโปรดเปนตัว    สอนสั่ง     มานา
ข้าไป่แทนคุณไท้    เท่าเส้นใยยอง ฯ

        พระมารดาตรัสด้วยความรัก  พระลอจึงทรงตรัสว่าจะเอาพระบาทของลูก
ไว้เหนือพระเศียร แต่ลูกเกรงว่าจะเป็นบาปแก่ลูก   พระมารดามีพระคุณที่ทรงชุบ
เลี้ยงให้เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาและสอนสั่ง ลูกยังไม่ได้แทนคุณพระมารดาสักนิด แม้
เท่าเส้นใย

๏     รอยกรรมจักจากเจ้า    จอมกษัตริย์
รอยบาปเพรงจำพลัด    ออกท้าว
พระคุณไป่แทนขัด    ใจดั่ง     นี้นา
ยาหยูกเขาโน้มน้าว    ลูกให้ใหลหลง ฯ

       ชะรอยคงเป็นกรรมของลูก จึงต้องจากพระมารดาผู้เป็นจอมกษัตริย์ ชะรอย
คงจะเป็นเพราะบาปจากชาติที่แล้ว จึงต้องจากพระมารดา    ลูกยังไม่ได้ตอบแทน
พระคุณเลย ซ้ำยังมาขัดพระทัยเสียอีกเช่นนี้   คงเป็นเพราะยาทางฝ่ายโน้น ที่โน้ม
น้าวใจลูกให้หลงใหลไป

๏     เมื่อนั้นอนงคเทพี    ชนนีนาฎราชรันทด    สลดหฤทัย    
ดั่งจะหว่า                    ท้าวธก็ว่าเจ้าลอลักษณ์    ลูกรักเจ้าแม่นา    
รักยิ่งตายิ่งตัว    รักยิ่งหัวยิ่งชีพ    แต่นี้จอมทวีปแม่จะจาก    พรากแม่
พรากพระบุรี                    ศรีกษัตริย์มีเจ็ดสิ่ง    พระมิ่งแม่จงจำ    ยำคำแม่
อย่าคลา                    รีตท้าวพระยาอย่าคลาด    อย่าประมาทลืมตน    
อย่ารคนคนเท็จ    ริรอบเสร็จจึงทำ    คิดทุกคำจึ่งออกปาก    
อย่าให้ยากใจไพร่    ไต่ความเมืองจงตรง    ดำรงพิภพให้เย็น    
ดับเข็ญนอกเข็ญใน    ส่องใจดูทุกกรม    อย่างมชมความเท็จ    
ริรอบเสร็จเกื้อทางธรรม์    ที่จะกันกันจงหมั้น    ทีจะคั้น    
คั้นจงเป็นกล    ส่องต้นหนคนใช้    เลือกหาใจอันสัตย์    
ตัดมนตรีโดยยุกติ์    ปลุกใจคนให้หาญ    ผลาญเพรียง    
ไพร่เพรียงเมือง    อาญาเรื่องเรื้อยราษฎร์    กันนิกรกาจเกื้อไพรี    
ดับกลีอย่าให้ลุก    อย่าชิงสุกก่อนห่าม    อย่าล่ามม้าสองปาก    
อย่าลากพิษตามหลัง    อย่าให้คนชังลักแช่ง         
แต่งตนให้คนรัก    ชักชวนคนสู่ฟุฟ้า    เบื้องหน้าเทพยอยศ    
จงปรากฎชอบแล้ว    อย่าได้แคล้วรำพึง    คำนึงอย่ารู้มลาย    
จงอย่าหายยศพ่อ    ต่อม้วยฟ้าหล้าสวรรค์    กัลปประลัย    
อย่ารู้ลาญ                    ภูบาลเจ้าจงจำ    ตามคำแม่โอวาท    
พ่อสุดสวาทแก่แม่เฮย    จงสวัสดิ์แก่เจ้าเธอญ ฯ         

         เมื่อนั้นพระนางบุญเหลือก็ทรงร่ำไห้ดังพระทัยจะแตกและมีดำรัสแก่พระลอ
ว่าลูกรักของแม่แม่รักเจ้ายิ่งกว่าดวงตายิ่งกว่าชีวิตของแม่   ตั้งแต่นี้ไปลูกแม่จะจาก
แม่และบ้านเมืองไปแล้ว ธรรมเนียมของกษัตริย์มี 7 อย่าง ขอให้ลูกจงจำไว้ อย่าได้
ผิดพลาดไป คืออย่าประมาทจนลืมตัว อย่าคบคนพูดปด คิดให้รอบคอบก่อนจึงทำ
คิดไตร่ตรองให้ดีทุกคำพูดจึงพูด  อย่าให้ไพร่ต้องลำบากใจ  สอบสวนความอย่าง
ซื่อตรง เลี้ยงแผ่นดินให้ร่มเย็น ดับความทุกข์ทั้งภายนอกภายใน  ให้สอดส่องดูแล
ทั่วทุกกรมอย่าหลงเชื่อคำเท็จ  อย่าหาญกล้าทำสิ่งที่ผิดคุณธรรม  หากจะป้องกันก็
ต้องรู้จักป้องกันให้เข้มแข็ง   หากจะคาดคั้น    ก็ต้องรู้จักคาดคั้นอย่างเป็นกลอุบาย
สอดส่องดูแลคนที่เป็นหัวหน้าคนใช้ให้ดี เลือกใช้คนที่มีใจซื่อสัตย์   ปลุกใจข้าราช
การให้มีความยุติธรรม รู้จักปลุกใจคนให้มีความกล้าหาญทำลายศัตรูที่บ่อนทำลาย
บ้านเมือง ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้   ป้องกันข้าศึกศัตรูและดับความเดือนร้อน
อย่าทำสิ่งใดก่อนเวลาอันควร  อย่ากดขี่บังคับใจประชาชน ทำสิ่งใดอย่าให้มีความ
ผิดเกิดขึ้นตามหลัง  อย่าทำให้คนชิงชัง และกล่าวคำสาปแช่ง  ทำตัวให้คนรักและ
ชวนคนทำบุญเพื่อให้ได้ไปสวรรค์ เทวดาจะได้ยกย่อง อย่าได้ทำผิดจากที่ชาวโลก
ได้กล่าวสอนไว้  ให้คำนึงถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ   ขอให้ลูก   มีเกียรติยศตราบจนสิ้นฟ้า
สิ้นแผ่นดิน แม้ไฟบรรลัยกัลป์ผลาญโลก ก็ขอให้เกียรติยศของพ่อยังคงอยู่  ขอพระ
ราชาจงจำคำที่แม่สอน พ่อผู้เป็นที่รักของแม่ ขอความเป็นสิริมงคลจงมีแก่เจ้าเถิด


ที่มาจาก http://www.e-tech.ac.th/depart/thai-so/pralor.html

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ลิลิตพระลอ ตอน ลาแม่
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2009, 06:43:49 pm »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=cLmc5RtxQ3I" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=cLmc5RtxQ3I</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=wffZq6-JZic" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=wffZq6-JZic</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=AEQQll0TGUc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=AEQQll0TGUc</a>
#Invalid YouTube Link#
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=p0OGFLEJjEU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=p0OGFLEJjEU</a>

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN