ผู้เขียน หัวข้อ: แสดงมุทิตาจิตแด่ศิลปินแห่งชาติปี2551 สาขาวรรณศิลป์ คุณอดุล จันทรศักดิ์  (อ่าน 13784 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook


รวมเล่มกันบ่อย แสดงว่ามีกลุ่มที่ชอบการเขียนด้วยกันเหนียวแน่น

         สมัยนั้นมีการรวมตัวกัน ตั้งชื่อกลุ่มด้วย อย่างพวกที่ไม่ได้ทำกิจกรรมชมรมวรรณศิลป์แล้วก็มารวมตัวกันเรียกว่า กลุ่มศิถี ตอนหลังก็มีรวมเล่มชื่อศิถี ออกมา นอกจากผมแล้วก็มี ทะนง หรือ ทะนงศักดิ์ พิศาลสิน ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยสุรนารี มี แน่งน้อย พงษ์สามารถ ปัจจุบันเป็น แน่งน้อย ปัญจพรรค์ แต่งงานกับ อาจินต์ ปัญจพรรค์ มี กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน หรือ ทิวลิบ แล้วก็คนอื่น ๆอีก


สมัยนั้นเป็นยุคแสวงหา ได้ร่วมยุคไหมคะ

         คือสมัยนั้น คนที่เอาคำว่าแสวงหามาใช้คือ สาหร่าย ตอนนั้น เขาเขียนคอลัมน์ประจำอยู่ในพิมพ์ไทย เราก็อ่านคอลัมน์เขาทุกวัน เพราะเขาเป็นคนที่เขียนถึงเรื่องราวในแวดวงวรรณกรรมได้ดี ช่วงนั้นก็มีกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวเกิดขึ้นมาด้วย ก็เกิดก่อนกลุ่มศิถีสักปีหนึ่งเห็นจะได้ พระจันทร์เสี้ยว ก็จะมี วิทยากร เชียงกูล วินัย อุกฤษณ์ คำรณ คุณะดิลก ก็รู้จักกันทั้งนั้น เพราะเป็นคนในแวดวงวรรณศิลป์ เป็นเพื่อนของเพื่อน ก็รู้จักกัน พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกสวนกุหลาบ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่จุฬาฯหรือธรรมศาสตร์ มันก็มีอยู่แค่นั้นเอง


ตอนนั้นกลุ่มศิถีเห็นปัญหาสังคมไหม


         เห็นนะ เห็นแน่นอน สมหมาย พิมสมาน เขียนสุริยุปราคา ก็เห็นปัญหาแน่นอน ทั้งสงครามและการเมือง แต่การรวมตัวของกลุ่มศิถีผสมกันระหว่างคนเรียนอยู่กับคนเรียนจบแล้ว ไม่มีบทบาทต่อเนื่องเพราะพอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป ไม่มีแนวคิดเรื่องการเมืองด้วย คุยกันบ้างแต่ไม่จริงจัง


ตอนหลังมีการกล่าวหาว่านักกลอนที่ไม่สนใจการเมืองเป็นพวกนักกลอนหาผัวหาเมีย รู้สึกอย่างไรกับคำๆนี้
         เขามีสิทธิ์จะมองอย่างนั้นได้ ก็เป็นมุมมองของเขา แต่ผมว่าคนเขียนบทกวีมีเส้นทางของตัวเอง เวลาผมเขียนกลอนรัก ผมก็รับได้ว่ามันมีค่าแบบของมัน งานวรรณกรรมเมื่อเขียนออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเขียนแนวไหน ถ้ามีคุณค่าอยู่ในตัว ผมก็รับได้ อ่านได้


สมัยนั้นเมื่อ วิทยากร เชียงกูล เขียนเพลงเถื่อนแห่งสถาบัน ฮือฮามากไหมคะ

         ฮือฮามาก เพราะมันเป็นการปลุกเร้าคนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ทั้ง ๆที่คนที่เขียนก่อนและดังเหมือนกันแต่ผลกระทบกลับน้อยกว่าคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ ที่เขียน

กูเป็นนิสิตนักศึกษา วาสนาสูงส่งสโมสร ย่ำค่ำกูจะย่ำไปงานบอล เสพเสน่ห์เกสรสุมาลี


คุณอดุลรุ่นเดียวกับคุณวิทยากรเลยนะคะ อายุเท่ากัน ๖๐ ปี เหมือนกันปีนี้

         ผมเคยแข่งกลอนชาวบ้าน (แต่งกลอนสดภายใน ๕ นาที) กับเขาด้วยนะ ตอนนั้นกรรมการให้กระทู้มาเป็นกลอนสองวรรค ฉันนึก     ขันพระอภัยชายใจอ่อน มาถูกกลอนเกณฑ์ให้วิไลโฉม ผมก็ต่อว่า เหมือนจันทร์เคลื่อนคล้อยลอยโพยม ประดุจโคมแกว่งไปไม่นิ่งเลย แต่วิทยากรเขียนอีกแบบหนึ่ง เขาชนะผม ปีนั้นธรรมศาสตร์ชนะ แพ้ชนะกันตรงกระทู้นี้กระทู้เดียวก็ว่าได้


สมัยนั้นเขียนเรื่องการเมืองไม่ค่อยได้ใช่ไหมคะ

         ใช่ เราอาจจะเขียนออกไปทางอื่นได้ เช่น สะท้อนปัญหาสงคราม อย่างที่ผมเขียนจดหมายจากเวียดนาม ตอนนั้น พ.ศ. ๒๕๑๒ ผมเขียนจากความรู้สึกจริง ๆ ผมจบแล้ว ตอนนั้นไปนครพนม เขาก็พาเข้าไปในค่ายทหารอากาศ คนหนึ่งนั่งกินกาแฟอยู่ แล้วก็หายไปสักประเดี๋ยวประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วก็กลับมา นายอำเภอถามว่า ไปไหนมา เขาก็ตอบว่า ไปบอมบ์มันมาครับ คือกินกาแฟอยู่ ๆ แล้วก็บินไปบอมบ์ แล้วก็กลับมากินกาแฟต่อ คือชีวิตมันเป็นอย่างนั้น ผมก็คิดถึงคนที่ถูกระเบิด เออ มันไปออกรบนี่ มันมีเวลาที่จะเขียนจดหมายถึงแม่ไหม ถ้าจะเขียนจะเขียนว่าอย่างไร


เวลาเขียนกลอนรักต้องมีอารมณ์ตามนั้นไหม

         ไม่ถึงขนาดนั้น มันนึกขึ้นมา บางทีก็มีสถานที่จริง มีภาวะบางอย่างเกิดขึ้นจริง แต่บางชิ้นก็มาจากเรื่องจริงอย่างเช่น ก่อนจะถึงพังโคน ซึ่งเขียนถึงรถชนเกวียนชาวบ้าน วัวตาย คนขับเกวียนตาย ตอนนั้นเป็นหน้าหนาว ผมก็นึกขึ้นมาว่า นี่ตาคนขับเกวียนแกจะมียายคอยอยู่ที่บ้านไหม


ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook


มีชิ้นไหนไหมคะที่สร้างขึ้นมาล้วน ๆ

         ผมคิดว่า เพลงชาวเรือ


งานกลอนที่เขียนในยุคนี้ใช้นามปากกา หรือชื่อจริง

         เวลาเขียนกลอน ผมจะใช้ว่า ธารี ซึ่งแปลว่า พี่เลี้ยง ที่ใช้คำนี้เพราะผมชอบเสียง มันฟังนุ่มนวล ส่วนชื่อจริงใช้เวลาเขียนเรื่องสั้น


ธารีเขียนกลอนไว้เท่าไร

         ไม่มากหรอก ไม่เกิน ๓๐ ชิ้น ตีพิมพ์ในที่ต่าง ๆกันด้วย


จบแล้วมีงานรวมกลอนอีกไหมคะ

         (ฮ่า ๆ) ก็มี ใบไม้แห่งนาคร ไง รวมกับเพื่อนนักกลอน มี สุรศักดิ์ ศรีประพันธ์ เฉลิมศักดิ์ รงคผลิน ปิยพันธ์ จัมปาสุต วรา จันทกูล แล้วก็ ฮ่า ๆ (มองหน้าคนสัมภาษณ์) ชมจันทร์ (แหะๆ-ไพลิน)


ได้นำเอาเรื่องการเขียนไปใช้ในการทำงานไหม

         ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้ใช้ทักษะการใช้ภาษาของเราในการเขียนอย่างเต็มที่ แต่พอเข้าไปอยู่สำนักงาน ก.พ.แล้ว ความรู้สึกว่าเราเป็นคนเขียนหนังสืออ่านรู้เรื่องได้ถูกทำลายลงในระดับที่ เรียกได้ว่าต่ำกว่าศูนย์ที่นี่ เพราะไม่ว่าเราเขียนหรือร่างอะไรไป ผู้บังคับบัญชาจะแก้ทุกอย่าง ภาษาผมก็เข้าใจง่าย สื่อสารง่าย เป็นภาษานักกฎหมาย เราก็คิดว่าใช้ได้ แต่นายเขาจะแก้จนคนพิมพ์บอกว่าเหลือสองตัวคือเรื่องกับเรียน เหตุที่ต้องแก้เพราะมันเป็นระบบราชการ เพื่อแสดงว่าหัวหน้าต้องเก่งกว่าเสมอ (ฮา) และก็ไม่ใช่แค่ปีสองปีนะ เป็นสิบกว่าปี เมื่อผมเป็นหัวหน้า ผมจึงปฏิเสธการแก้งาน แต่ผมจะเรียกมาคุยกันแทน นี่คือระบบราชการ มันเป็นอะไรที่ปรุงแต่งมากจนเนื้อแท้หายไปหมด


เมื่อย้ายมารับราชการที่ศาลปกครองนี่มีการแก้อีกไหมคะ

         ไม่มีแล้ว (ทำเสียงดุ แบบตุลาการ)


ในระหว่างที่รับราชการสำนักงาน ก.พ. ทราบว่าได้ไปทำงานกับ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ด้วย

         ใช่ ผมเคยไปทำงานเป็นคณะหน้าห้องท่านรัฐมนตรีมีชัย ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๘ จนถึง พ.ศ.๒๕๓๑ ตอนนั้นสำนักงาน ก.พ.เขาส่งผมไป พอ พ.ศ. ๒๕๓๔ ท่านกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี คราวนี้ท่านขอตัวผม โดยระบุชื่อ โดยตรงจากสำนักงาน ก.พ.เลย


ไปทำงานกับท่านมีชัยได้อะไรบ้างคะ

         ผมไปซึมซับความรู้ในทางกฎหมายจากท่านมาได้มาก เรื่องการเขียนหนังสือราชการก็ได้มาเยอะ เพราะท่านเป็นต้นแบบคนหนึ่งของการเขียนหนังสือราชการที่ดี กระชับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเขียนภาษากฎหมาย


เมื่อรับราชการอยู่สำนักงาน ก.พ. อะไรดีที่สุด
         คือคนอย่างเราอยู่ได้ ถือว่าดีที่สุดแล้ว
ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook


คนอย่างคุณอดุลเป็นอย่างไร

         คือผมเป็นคนชั้นเดียว ต่อหน้าลับหลังเหมือนกันหมด (หัวเราะ) พูดอย่างนี้ คิดอย่างนี้ คนแบบนี้มีชีวิตราชการอยู่ที่ ก.พ.ได้ เติบโตขนาดเป็นผู้อำนวยการสำนักได้ ก็นับว่าดีทีเดียว


แสดงว่าที่นั่นมีประชาธิปไตย

         (เงียบไปครู่หนึ่ง) บ้าง (ฮา ทั้ง กฤษณา อโศกสิน ทั้ง ไพลิน รุ้งรัตน์)


แล้วทำไมย้ายมาอยู่ที่ศาลปกครองนี่ล่ะคะ


         ที่ย้ายก็เพราะว่า ศาลปกครองเป็นหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของการแก้ภาพลักษณ์ของราชการ เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่รัฐทำโดยถูกต้อง ศาลปกครองจะไม่เข้าไปแตะต้อง แต่ถ้าหากมีการฟ้องร้อง ศาลปกครองก็จะดูแลว่าสิ่งที่รัฐใช้อำนาจไป ชอบหรือไม่ชอบ นี่คือการทำหน้าที่เป็นระบบศาลคู่ของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ศาลปกครองตั้งขึ้นปี ๒๕๔๐ และเปิดสอบเป็นตุลาการครั้งแรกปี ๒๕๔๓ แต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเมื่อปี ๒๕๔๔ เมื่อสอบได้แล้ว ก่อนจะเข้ามาทำที่ศาลปกครองนี่ ต้องลาออกจากสำนักงาน ก.พ. เสียให้เรียบร้อย จึงจะมาเป็นตุลาการที่ศาลปกครองได้


มีความเห็นอย่างไรกับระบบราชการ

         (คุณอดุลไม่ทันตอบ คุณกฤษณา อโศกสิน ชิงตอบ) ราชการไทยนี่เป็นอันว่าแย่มาก ไม่อยากคบด้วยเลย วันหนึ่งหน่วยราชการแห่งหนึ่ง อย่าให้เอ่ยชื่อเลย เขาจะขอความดีความชอบให้พี่ เขาให้พี่ไปขอใบรับรองว่าพี่เป็นคนดีจากเขตมาประกอบ อะไรกันนี่� (พูดอีกยาวมาก แต่ถอดเทปไม่ได้ !!!!)
อ้าว (ตอนนี้คนสัมภาษณ์งง แต่ก็เผลอโยนระเบิดซ้ำ) จากความคิดใหม่ที่จะให้ข้าราชการทำสมุดบันทึกความดี คุณอดุลเห็นอย่างไรคะ
         แย่มาก (พูดพร้อมกันทั้งสองคน คนสัมภาษณ์เห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง)


ระหว่างที่รับราชการมาโดยตลอด ไม่ว่าที่สำนักงาน ก.พ. หรือที่ศาลปกครอง ได้เขียนหนังสือบ้างไหมคะ
         ผมก็เขียนกลอน แล้วก็แอบ ๆเขียนคอลัมน์ไว้บ้าง


ทราบว่า ในที่สุดวันหนึ่ง ในปี ๒๕๓๒ คุณอดุลก็ไปเขียนคอลัมน์กลอนชื่อ ดอกไม้ไฟ ในนาม อัคนี หฤทัย ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้าโดยการชักชวนของ คุณสุภาพ คลี่ขจาย

         ใช่


ทำไมถึงไปเขียนอย่างนั้น

         เพราะเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน และบรรณาธิการเขาต้องการแบบนั้น คือใน ๗ วัน มีเหตุการณ์อะไรที่ควรเขียนถึง คล้าย ๆที่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนในเดลินิวส์ แต่วิธีการนำเสนอต่างกัน คุณเนาวรัตน์เขียนแบบกวี แต่ผมเขียนแบบคนเดินทาง เจออะไรก็บันทึกไว้ เขียนกันคนละแบบ


เขียนแล้วเป็นอย่างไรคะ

         มันเป็นความสุขอย่างดื่มด่ำล้ำลึกที่ได้เขียนกลอน และความสุขลำดับต่อไปก็คือการได้รู้ว่ามีคนอ่านบ้าง ก็เขียนอยู่ประมาณ ๒ ปี คือ ๒๕๓๒-๒๕๓๓


ทราบว่ารวมเล่มปี ๒๕๓๓ แล้วได้รางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติด้วย

         ใช่ ดีใจที่สุด ดีใจแทนคนพิมพ์ หนังสือของเขาจะได้ขายได้
ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN