ผู้เขียน หัวข้อ: กลบท น่ารู้จ้า  (อ่าน 43023 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,767
  • กดถูกใจ: 115 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
    • youtube ดินหญ้ากาช้ำ Dinyakachum
กลบท น่ารู้จ้า
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 02:21:18 pm »

๑.กลบท

     กลบท คือ การประดิษฐ์ คิดแต่งคำประพันธ์ ให้มีลักษณะ แปลกไปจากเดิม โดยลักษณะ บังคับเดิม ของคำประพันธ์นั้น ยังคงใช้อยู่ครบถ้วน  แต่แต่งเพิ่มเติมขึ้นให้ต้องตามลักษระของกล คำประพันธ์ ที่แต่งเป็น กลได้มีทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย ซึ่งสามารถแต่งได้เป็น ๒ แบบ คือ แบบกลอักษร และแบบ ซ่อนรูป (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กลแบบ)

     กลบทเป็น เครื่องแสดงสติปัญญา ของกวีในการที่ จะคิดค้น พลิกแพลง กวีนิพนธ์ แบบฉบับ ให้มีลักษณะ เด่นเป็นพิเศษขึ้น โดยการเพิ่ม ลักษณะบังคับต่างๆ และเป็นเครื่อง ลับสมอง ลองปัญญา ในหมู่กวี ด้วยกัน ในการที่จะ พยายาม ถอดรูปกลแบบ ที่ซ่อนไว้ให้สำเร็จ ผลพลอยได้ ก็คือความไพเราะ ของกวีนิพนธ์ แต่ก็มีกลบท อีกจำนวนไม่น้อย ที่ไพเราะสู้ คำประพันธ์ ธรรมดาไม่ได้ เนื่องจาก กวีเพิ่มลักษณะบังคับ ที่ไม่เอื้ออำนวย

     มีหลักฐาน เป็นที่เชื่อถือได้ว่า กวีไทยได้แบบอย่าง การแต่งกลบท มาจากอินเดีย ในคัมภีร์ สุโพธาลังการ อันเป็นตำรา อลังการศาสตร์ ฉบับบาลี ที่รวบรวมขึ้น โดยพระสังฆรักขิต ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และตำรา อลังการศาสตร์ ฉบับสันสกฤต ของวาคภัฏ ที่รวบรวมขึ้น ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ล้วนปรากฏ กลวิธีการประพันธ์ ที่มีลักษณะ เหมือนกับกลบท ของไทย

     ตำรากลบทของไทย มีอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่องคือ

     ๑. จินดามณี แต่งขึ้นใน สมัยอยุธยา ตอนกลาง ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช  ผู้แต่งคือ พระโหราธิบดี มีลักษณะ เป็นแบบเรียน ภาษาไทย เนื้อหาประกอบด้วย การใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ การแจกลูก การผันอักษร อักษรศัพท์ อักษรเลข การสะกดการันต์ การแต่งคำประพันธ์ ชนิดต่างๆ และกลบท ปรากฏกลบท อยู่ ๖๐ ชนิด มีทั้ง กลอักษร และกลแบบ

     ๒. ศิริวิบุลกิตติ์ แต่งในสมัย อยุธยา ตอนปลาย ผู้แต่งคือ หลวงศรีปรีชา (เซ่ง) เนื้อเรื่องนำมาจาก ศิริวิบุลกิตติ์ชาดก แต่งด้วย คำประพันธ์ ประเภทกลอน โดยใช้กลบท ชนิดต่างๆ สลับกันตลอดเรื่อง รวมกลบท ทั้งสิ้น ๘๕ ชนิด มีทั้งที่ซ้ำ และต่างจาก กลบทใน จินดามณี เนื่องจากแต่งโดย ผูกเป็นเรื่องราว กลบทใน ศิริวิบุลกิตติ์ จึงเป็นแบบกลอักษร ทั้งหมด

     ๓. ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน ฯ เกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๗๕ ทรงปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน ฯ และทรงมี พระราชประสงค์ จะให้เป็น แหล่งเล่าเรียน วิชาความรู้ ของมหาชน ไม่เลือกชั้นบรรดาศักดิ์ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ให้รวบรวม เลือกสรร ตำรับตำราต่างๆ โดยตรวจแก้ จากของเดิมบ้าง และประชุม ผู้รู้ให้แต่งขึ้นใหม่บ้าง ทั้งด้าน วรรณคดี โบราณคดี และวิชาอื่นๆ และโปรด ฯ ให้จารึก แผ่นศิลาไว้ ในบริเวณ วัดพระเชตุพน ฯ เมื่อผู้ใดสนใจ วิชาใด ก็สามารถ เล่าเรียนได้จากศิลาจารึกนั้น จารึกวัดพระเชตุพนฯ ได้รับการรวบรวมพิมพ์ เป็นหนังสือขึ้น ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ เนื้อหาแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทร้อยแก้ว และประเภทร้อยกรอง ในแต่ละประเภท ยังแบ่งออกเป็น ๕ หมวด มี หมวดประวัติวัด หมวดวรรณคดี หมวดสุภาษิต หมวดทำเนียบ และหมวดอนามัย ตำรากลบท อยู่ในหมวดวรรณคดี มีทั้งหมด ๙๗ ชนิด มีทั้งกล อักษร และกลแบบ ส่วนใหญ่ ซ้ำกับกลบทใน ศิริวิบุลกิตติ์

     ชนิดของกลบท


     จำแนกออกเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ ๕ ประเภทคือ

๑. ชนิดบังคับเสียง แบ่งเป็นลักษณะย่อย ๕ อย่างคือ

๑.๑ บังคับเสียงสระ
๑.๒ บังคับเสียงพยัญชนะ
๑.๓ บังคับเสียงสระและพยัญชนะ
๑.๔ บังคับวรรณยุกต์
๑.๕ บังคับเสียงสั้น-ยาว, หนักเบา

๒. ชนิดบังคับคำ

๒.๑ ซ้ำคำต้นวรรคในลักษณะกระทู้
๒.๒ ซ้ำคำในวรรคเดียวกัน
๒.๓ ซ้ำคำข้ามวรรค
๒.๔ ซ้ำคำใดคำหนึ่งตลอดบท
๒.๕ ซ้ำคำถอยหลังในวรรคเดียวกัน
๒.๖ ซ้ำคำถอยหลังข้ามวรรค

๓. ชนิดบังคับทั้งเสียงและคำ

๔. ชนิดบังคับอักขรวิธี


๕. ชนิดบังคับฉันทลักษณ์


๒.กลแบบ
     กลแบบได้แก่ การนำคำประพันธ์ ชนิดใดชนิดหนึ่ง มาวางรูปเสียใหม่ ให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อ่านถอด ผู้อ่านจะต้องทราบฉันทลักษณ์ ของคำประพันธ์ ชนิดนั้นๆ จึงจะสามารถ ถอดคำอ่านได้ การซ่อนรูป คำประพันธ์นี้ มี ๒ ลักษณะคือ

     ๑. เปลี่ยนรูปคำประพันธ์ให้ผิดไปจากเดิม
     ๒. เรียงคำเป็นรูปต่างๆ  เช่น เป็นตาราง เป็นรูปดอกไม้ ฯลฯ

     กลแบบนี้ จะมีเฉพาะคำประพันธ์ ประเภทโคลงสี่เท่านั้น เนื่องจากเป็นคำประพันธ์ ที่จบบทในตัว สามารถ นำมาวางรูปต่างๆ ได้พอเหมาะ ส่วนคำประพันธ์ ชนิดอื่นๆ ฉันทลักษณ์ไม่เอื้ออำนวย ต่อการนำมาบังคับรูป กลแบบชนิดต่างๆ ที่นำมานี้คัดลอกมาจาก หนังสือ จินดามณี และ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ โดยนำมาจัด หมวดหมู่ใหม่ ตามลักษณะร่วม เพื่อง่ายต่อการศึกษา และทำความเข้าใจ




ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook
Re: กลบท น่ารู้จ้า
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2008, 04:14:51 pm »

กลบท เป็น คำประพันธ์ประเภทร้อยกรองซึ่งเป็นการอวดชั้นเชิงการประพันธ์ของกวีชั้นครู
ที่แตกฉานในการโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
ประพันธ์โดยมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากกฎเกณฑ์ข้อบังคับพื้นฐาน
คำประพันธ์จึงมีความไพเราะงดงามและมีคุณค่าในแง่สอนใจ
จึงขอนำ กลบทสุภาษิต หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)
มาเป็นแนวทางในการฝึกหัดของนักกวีรุ่นใหม่ๆนะคะ             

๑.นาคเคี่ยวกระหวัด
ผู้ใหญ่สอน    ผ่อนตาม    ให้งามเงื่อน
เงื่อนงาม    ความท่านเตือน    เหมือนมุ่งหมาย
หมายมุ่งตรอง    มองให้เห็น    อย่าเว้นวาย    
วายเว้นเช่น    เชิงหมาย    ให้ควรการ
การควร    อย่าเพ่อหวน    โกรธตอบต่อ
ต่อตอบเห็น    ชอบข้อ    จึงไขขาน
ขานไขคำ    ถามทัด    ให้ชัดชาญ
ชาญชัด    จัดวิจารณ์    ให้แจ้งใจ
ใจแจ้ง    อย่าระแวง    แคลงคิดผิด     
ผิดคิดคัด    ดัดจริต    อย่าหลงไหล
ไหลหลงตาม    ความเชือน    กลับเกลื่อนไกล
ไกลเกลื่อนกลับ    นับให้    ใจดาลดวง

๒.นาคราชแผลงฤทธิ์
คำคารม     ลมลิ้นเล่ห์    อุบายบอก
ออกบทเบื้อง    เยื้องยอก    ใจห่วงหวง
จ้วงเหตุหา    ท่าช่องชี้     นี่ไยยวง
หน่วงยุดอย่าง    ต่างดวง    เมตตาใจ
ไม่ต่างจิต    คิดว่าจริง    ทุกสิ่งล้วน
ถ้วนแสนหลาก    ยากประมวล    หมดสงสัย
ไม่สอดส่อง    ดูให้ต้อง    ตามเลศนัย    
ไต่เล่ห์นึก    ตรึกไตร    ดูท่วงที
ดีทุกท่า    ทางมายา    มีหลายหลาก     
มากเหลือล้ำ    ตามยาก    แต้มสอดสี
ตีส่วนสอง    ให้เห็นช่อง    ชอบเชิงที    
ชี้ชวนทาง    อย่างแต่มี    ล้วนอาการ

๓.บัวบานกลีบขยาย
ไม่ควรคิด    ก็อย่าคิด    เข้าต่อล้อ
ไม่ควรข้อ    ขอดเขา    ด้วยโวหาร
ไม่ควรเป็น     ก็อย่าเป็น    เหมือนเช่นพาล
ไม่ควรสมาน    อย่าสมัคร    สมาคม
ไม่ควรรอ     ก็อย่าต่อ    เข้าต้านตัด
ไม่ควรทัด    ทานถ้อย    อย่าทับถม
ไม่ควรชิด     อย่าสนิท    สนมชม
ไม่ควรข่ม    ก็อย่าข้อน    ให้เคืองคำ
ไม่ควรหาญ   อย่าราน    ให้ร้อนร้าว
ไม่ควรกล่าว    พึงระวัง    อย่างพลั้งถลำ
ไม่ควรเปิด    ก็อย่าเชิด    ชูเงื่อนงำ
ไม่ควรทำ    ตรองท่า    พยุงจูง

๔.อักษรสลับล้วน
การก่อนกอบ    ชอบช่องเช่น    เห็นเหนห่าง    
จำจากจาง    หมางเมินม่าย  ฝ่ายฝ่าฝูง
ยลเยี่ยงอย่าง    พ่างพื้นเพื่อ    เจือจานจูง     
สิ่งส่วนสูง    มุ่งเมียงมาด    คาดเคียงควร
เอื้อนออกอ้าง    อย่างยิ่งยาก    บากเบือนเบี่ยง    
พูดพอเพียง    เอียงอ่อนโอษฐ์  โหดหวงหวน
เพราะพริ้งพร้อม    กล่อมกล่าวกลืน    ชื่นชอบชวน    
โลมเล่ห์ล้วน    ยวนแย้มยั่ว    ทั่วถ้วนทาง
แถวถิ่นเถิน    เนินน่านน้ำ    ข้ามเขตโขด     
ห้วงหาดโหด    โฉดเชื้อชัก    ขวักไขว่ขวาง
แม้ไม่มี    ที่ทัดทัน    กั้นกีดกาง    
แบ่งเบาบ้าง    ข้างข้อคำ    ร่ำรีรอ

๕.มยุราฟ้อนหาง
ดูดูท่า    อย่าเลินเล่อ    เผลอบ่อยบ่อย
คุมคุมใจ    ไว้อย่าปล่อย    ไปปร๋อปร๋อ
เหมือนเหมือนอย่าง    ทางที่เป็น    เช่นพอพอ    
ตรองตรองใจ    ที่ในข้อ    ให้ควรควร
เปรียบเปรียบว่า    บุตรภรรยา    คนใช้ใช้    
ปล่อยปล่อยปละ    ละให้    ฮึกหวนหวน
เฉยเฉยเสีย    ไม่สั่งสอน    ข้อนชวนชวน    
กล้ากล้านัก    มักก่อกวน    จะแรงแรง
มีมีแต่    ต่างจะดื้อ    ถือปึ่งปึ่ง    
ข้อนข้อนข้าง    วางข้อขึง    ขึ้นแข็งแข็ง
คล้ายคล้ายช้าง    ห่างขอ    มักแคลงแคลง    
ชวนชวนชัก    มักระแวง    จงจำจำ

๖.ยัติภังค์
ครูสอน    สอนก็ได้    แต่ใจภัก    
ภักดีต่อ    ต่อที่รัก    ทุกคำสำ
สำเหนียกกล่าว    กล่าวคิด    พินิจดำ 
ริห์ชอบรู้   รู้จำ    สุนทรภา
ภาษิตเปรียบ   เปรียบแม้น    เหมือนหนึ่งสัง    
สังคีตดัด   ดัดประดัง    ทุกสิ่งสา
สามารถพร้อม   พร้อมเพราะ    เสนาะอา     
อาลัยชวน   ชวนกระบือร่า    ให้ฟังบรร
บรรเลงขับ   ขับก็ป่วย    เวลาปรา    
ปรารภเรื่อง   เรื่องจะหา    หรือรู้ฉัน
ฉันใดเพราะ   เพราะจะเพียร    ก็ยากพรร    
พรรณาสอน   สอนพาลนั้น   ย่อมยากแสดง

๗.ละเวงวางกรวด
ผู้พ่ายแพ้    ผ่อนหลบ    หลีกลับเลี่ยง
พึงพอเพียง    อย่าควร    ข่มขัดแข็ง
จวบเจียนจวน    จนท่า    รุกเร้าแรง
พล้ำพลาดแพลง    พลั้งตน    จักจนใจ
เหี้ยมฮึกเหิม    หาญนัก    มักมึนม่อย
น้ำหนองน้อย    แหนงเพลิง    สิ้นสงสัย
หมิ่นเมินมาก    หากกลับ    กลัวเกลื่อนไกล
เห็นเหตุให้   หวนแปร   แท้ทางที
ดูใดโดย    ให้ต้อง    ชันเชิงชอบ
รู้เรื่องรอบ    อย่าระแวง   หน่ายแหนงหนี
พึงเพ่งพิศ    คิดหา    ท่าท่วงที
โอบอ่อนเอื้อ    อารี    การเกื้อกูล

๘.กินนรรำ
ขจัดจิต    ชนิดหน่าย    ระคายข้อง
ระเบียบเบื้อง    ตระเตื้องต้อง    สนองหนุน
คดีดู    จะชูช่อง    ประคองคุณ
จะลึกลับ    จะพับพูน    ประมูลมี
คะนึงนึก    ตริตรึกตรอง    ละบองแบ่ง
ระบิลเบื้อง    ยุเยื้องแย้ง    แขนงหนี
คะเนนับ    สดับดู      กระทู้ที
จะต้านต่อ    หรือรอรี    คดีดู
พินิจแหนง    ระแวงวน    ฉงนเงื่อง
จะค้านคัด    ประหยัดเยื้อง    ณเรื่องรู้
จะหมองหมาง    ระคางคิด    จะชิดชู
กระแสศัพท์    สดับดู    จะรู้รา

๙.เจ้าเซ็นเต้นต้ำบุด
สุดจะค้น   สนข้อ    ส่อคำสอน
เห็นข้อน   ห่อนควร    หวนคิดหา
เรื่องต้อง   ร้องต่าง    ร้างตำรา
ยิ่งท่า   ยากทาง    อย่างที่ยล
สอนพาล   สารเพียง    เสียงภาษิต
สนคิด   สุดแค้น    แสนขัดสน
ยากพ้อ   ยอพา    อย่าพึ่งยล
เกียจปน   กลปอง    กองป่วยการ
แก้วเพชร   เก็จผ่อง    ก่องผิวก่ำ
หากล้ำ   ให้เหล่า    แห่งลิงหาญ
นึกไว้   ในว่า    น่าหวังนาน
แรงค้าน    รานคำ    ร่ำคนเรา

๑๐.นารายณ์ประลองศิลป
สำเนาเขา   สำนวนควร    สำเหนียกคิด
ประกิตชิด   ประกอบชอบ    ประกันเฉา
คนึงดึง   ขนัดดัด    คะเนเดา
มิเศร้าเหงา   มิส้อนงอน    มิสิ้นงาม
ระบิลสิ้น   ระบายสาย    ระเบียบเลศ
นิเทศเหตุ   นิทัศน์หัด   นิทานห้าม
ประจบนบ   ประจักษ์นัก    ประจงนาม
จะซามตาม   จะเสริมเติม    จะเสื่อมตน
ฉลาดปราชญ์   เฉลียวเปรียว    เฉลยเปรียบ
ประเทียบเพียบ   ประทับพับ    ประเทืองผล
ขนานการ    ขนอบกอบ    ขนบกล
จะยลบน   จะเยื้องเบื้อง   จะยากบัง

๑๑.พระจันทร์ทรงกรด
ลำบากก่อน    ก่อนทำ     เห็นลำบาก
หวนเหียนคิด    คิดหาก    จักหวนเหียน
ผ่อนเพียรทำ    ทำไปก่อน    ค่อยผ่อนเพียร
ปลงใจนึก    นึกอย่าเวียน    เปลี่ยนปลงใจ
ประกอบการ    การอย่าละ    ที่ประกอบ
นิสัยผล    ผลก็ตอบ    ตามนิสัย
เป็นไปตาม    ตามเช่น    ที่เป็นไป
สำเนากล่าว    กล่าวไว้    ฟังสำเนา
จักกลิ้งคก    คกหนัก    หากจักกลิ้ง
ภูเขาสูง    สูงก็จริง    แต่ภูเขา
ใจเราเพียร    เพียรให้เข้า    แน่ใจเรา
ตรึกตรองใจ    อย่าใจเบา    พึงตรึกตรอง

๑๒.อักษรสังวาส
อย่าฝ่าฝ่าย    หมายเกิน    กำเริบเอิบ
อ้างข้างเติบ    มิได้ตรึก    ตริสนอง
เห็นเช่นได้    ใฝ่ด้วยข้าง    ลำพองปอง
ไม่ไตร่ตรอง    ดูให้สิ้น    นุสนธ์ยล
จักหักโหม    โจมเข้าจับ    ด้ามพร้าง่า
ตั้งจังก้า    หักด้วยเข่า    จงยลผล
ควรครวญใคร่    อย่าให้ป่วย    สกนธ์ตน
ชอบสอบค้น    เสียให้แจ้ง    แห่งการงาน
แม้แน่ใจ    ใครฟัง    พินิจกิจ
ถ้าว่าผิด     แล้วอย่าเพ่อ    บรรหารขาน
เหมือนเยื้อนแถม    แย้มโทษ    ประจานปาน
จงปลงจิต    คิดอย่าหาญ    แต่เดียวเจียว

๑๓.ธงนำริ้ว
ช้าช้านึก    ตรึกไตร่ตรอง    ให้ต้องกิจ    
ค่อยค่อยคิด    คาดควร    คำนวณเฉลียว
ดูดูก่อน    ผ่อนให้สม    ที่กลมเกลียว     
จริงจริงแท้      แน่เจียว    อย่าวางใจ
หมั่นหมั่นคิด    ที่ในกิจ    ประกอบก่อ    
ตรองตรองข้อ    เสียให้ควร    ที่ขานใข
รอรอรั้ง    สังเกตผล    เลศกลใน
อ่อนอ่อนไว้    ดีกว่ากล้า    อย่าแรงรัน
คล้ายคล้ายคำ    ร่ำว่า    เหมือนฆ่าช้าง
แท้แท้ทาง    หวังเอางา    เท่านั้นนั่น
เหมือนเหมือนกิจ    น้อยจ่าย    ใช้ทุนอัน
มากมากครัน    คิดไม่คุ้ม    ที่ขาดไป

๑๔.วิสูตรสองไข
ผเดิมผดุง    มุ่งมาด    ขนาดขนบ
ให้แจ้งให้จบ    ครบพิศ    นิสิทธิ์นิสัย
อย่าเพลิดอย่าเพลิน    เมินพลั้ง    ละลังละไล
วิจารณ์วิจัย    ในเหตุ    สังเกตสังกา
ระบิลระบอบ    กอบการ    สมานสมัคร
ประจงประจักษ์    แจ้งที่    ประสีประสา
ใช่กมใช่การ    พานผิด    ประดิษฐ์ประดา 
ใช่ทางใช่ท่า    อย่ายล    กระวนกระวาย
ใช่เรื่องใช่ราว  กล่าวโทษ ประโยชน์ประหยัด
พิบากพิบัด    ทัดทำ    ระส่ำระสาย
เสมอเสมือน    เตือนตน    ทุรนทุราย
ระคนระคาย    สิ่งซึ่ง    ไม่พึงไม่พอ

๑๕.เสือซ่อนเล็บ
รู้ว่ายาก    หากเห็น    เช่นว่าทุกข์    
ทางนี้สุข    ปลุกปลื้ม    ลืมนี้หนอ
รำพึงเพียร    เวียนวน    ทนพึงพอ     
เพียรรวนล่อ    ต่อตั้ง      กังวลใจ
ยลแต่อย่าง    ต่างรู้    อยู่แต่ยาก    
เหลือนิหาก    จากล้น    พ้นนิสัย
เหมือนขว้างงู    ชูเชิด    เปิดกว้างไป    
ก็กลับใกล้    ไคล้ยุค    ฉุดกลับมา
สิ่งที่เบื่อ    เหลือเบือน    เหมือนที่รัก    
ต่างร่ำผลัก    มักเป็น    เช่นร่ำว่า
รำคาญไหน    ใฝ่เฝ้า    เข้าคานตา    
เช่นคอยท่า    หาสุข    ทุกข์คอยรึง

๑๖.นาคบริพันธ์
กุมภาพาล    ชาญชลา    สาคเรศ    
สาครินทร์    ถิ่นประเทศ       สำนึงถึง
สำนักสู่    อยู่ประจำ    อย่ารำพึง     
อย่ารำพรรณ    อันซึ่ง    จะวายชล
จะวายชาญ    หาญกล้า    ดีกว่าสอน    
ดีกว่าสั่ง    ฟังดูก่อน    ใช่เหตุผล
ใช่เหตุเผื่อ    เจือจาน    ป่วยการกล    
ป่วยประกอบ    ชอบแต่ยล    ดูท่าทาง
ดูท่าที่    ที่จะสั่ง    จะสอนศิษย์     
จะสอนสู่    ดูชนิด    อย่าอางขนาง
อย่าอ้างขนาด    คาดคะเน   คะนึงพลาง     
คะนึงพลอย    คล้อยเป็นกลาง    อย่างเอียงเอง

๑๗. เบญจพรรณห้าสี
อย่าหยิ่งเย่อยกย่อง    ลำพองพิษ    
อาจโอ้อิทธิ์อวดอ้าง    อย่างข่มเหง
ขอดข้อนแข้นขู่ข่ม    ให้เขาเกรง    
โฉดโฉงเฉงเฉาฉ่า    ชะล่าใจ
ทำท่วงทีท่าทาง    วางจังหวะ     
โกงเกะกะก้าวก่อ    ข้อคำไข
ล้วนเล่ห์ลิ้นลวงลอด    สอดกลไก    
เหน็บแนมในนึกน่า    ระอาคำ
ถ้าถึงถ้อยถอยถด    สลดหลบ     
จับจริงจบเจิ่นเจน    ก็เอนถลำ
เหมือนไม้เมามูลมอด    ทอดทิ้งทำ    
กลับกลอกกล้ำเกลื่อนกลาย  คลายกำลัง

๑๘. ครอบจักรวาล
รู้สิ่งไร    ร้ายแรงยาก    อย่าอยากรู้    
หวังแว่วหู    ปากจะนิ่ง    อย่ากริ่งหวัง
ดังหนึ่งฆ้อง    ก้องเสียง    สำเนียงดัง    
ตีหยุดยั้ง    ยังกังวาล    นานกว่าตี
ผิดคำกล่าว    ราวกับพา    ให้หาผิด    
ที่จะมิด    อย่าพึงหมาย     มิใช่ที่
ดีแลชั่ว    ตัวของใคร    นิ่งไว้ดี     
ควรต้องทำ    จะต้องชี้    แต่ที่ควร
ช้างตายเน่า    เอาใบบัว    ปิดตัวช้าง    
สงวนบ้าง    มิใช่ข้อ    อย่าพอสงวน
ชวนเสียกิจ    ผิดระบอบ    อย่าชอบชวน     
เดาอย่าด่วน    ใจหวัง    ลำพังเดา

๑๙.หงส์คาบแก้ว
มีการทำ    ทำไม่ถูก   ถูกที่ผิด    
มีความคิด    คิดไม่ต้อง    ต้องโฉดเฉา
จักโทษใคร    ใครจะทำ   ทำให้เรา    
นั่งนึกเศร้า    เศร้าโศกซ้ำ    ซ้ำจนใจ
เหมือนตาบอด    บอดแล้วมา    มาได้แว่น    
ดูยากแสน    แสนสุดสิ้น    สิ้นนิสัย
จับขึ้นลูบ    ลูบคลำแล้ว    แล้ววางไป     
ตั้งแต่ใคร่    ใคร่ครวญนึก    นึกตื้นตัน
จะตรึกตรอง    ตรองให้รอบ    รอบรู้กิจ    
กอบการผิด    ผิดแล้วยาก    ยากผ่อนผัน
อย่าหุนหวน    หวนใจดู    ดูสำคัญ     
ให้เหมาะมั่น    มั่นแม้นมุ่ง    มุ่งระวัง

๒๐.พักพันร้าน
จากเพียร    เจียนเพื่อน    เจื่อนพวกจาก    
ฝังให้    ใฝ่หาก    ฝากห่วงฝัง
บังกิจ    บิดเกียด    เบียดกลบัง    
ใยทน    ยลทั้ง    ยั้งทุกข์ใย
ตรึกสม    ตรมซร้อง    ต้องสิ่งตรึก     
ไหนแล้ว    แนวลึก    นึกเล่ห์ไหน
ใดชื่น    ดื่นชวน    ด่วนเช่นใด    
ยลขำ    ย้ำไข    ไย้ข่าวยล
ผ่อนขัด    ผัดขัน    ผันข้อผ่อน    
หนไร    ให้ร้อน    ห่อนรู้หน
จนค้าง    จางคิด    จิตค่อยจน    
กายหวัง    กังวล    กลว่างกาย

ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

ออฟไลน์ v.nefertali

  • แรงบันดาลใจ สร้าง...จินตนาการ...
  • ผู้ดูแลคลับกวี

  • *
  • กระทู้: 2,627
  • กดถูกใจ: 3 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 228
  • วันนึงรักจะโตเป็นเงา"ให้เราพักสายตา"
    • Facebook
Re: กลบท น่ารู้จ้า
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2008, 04:47:47 pm »

กลบทสุภาษิต หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)

๒๑.งูกลืนหาง
ให้รู้สึก ตรึกใจดู ให้รู้สึก    
นึกผันผ่อน นอนตรึก นึกผันผ่อน
อย่าจู่จร ทางเดินดู อย่าจู่จร
ให้ควรแรม รอรอน ให้ควรแรม
ไม่ควรข้อ อย่าต่อทวน ไม่ควรข้อ
ต่อแต้มแถม ก็แต่พอ ต่อแต้มแถม
อย่าก่อแกม เกินอัชฌา อย่าก่อแกม
ที่พลั้งเพลิน เนิ่นแนมมี ที่พลั้งเพลิน
ที่สิ่งร้าย อย่าประวิง ที่สิ่งร้าย    
อย่าเสียดสี หนีหน่าย อย่าเสียดสี
ควรพอดี คิดดูส่วน ควรพอดี     
อย่าเผลอตน ยลที อย่าเผลอตน

๒๒. นกกางปีก
อย่าโกรธเกรี้ยว เกรี้ยวโกรธ พิโรธเรื่อง
ในข้อเคือง เคืองข้อ ไม่พอผล
อย่าร้าราน รานร้า ตรองท่ายล    
ดูเล่ห์กล กลเล่ห์ คะเนใน
เช่นตีวัว วัวตี ให้เจ็บเปล่า    
อย่าร้อนเร้า เร้าร้อน ไปก่อนไข้
จงตรองตรึก ตรึกตรอง ให้ต้องใจ
จะด่วนได้ ได้ด่วน ไม่ควรการ
ไม่ควรที่ ที่ควร สงวนงด    
พึงออมอด อดออม ถ่อมสมาน
คิดเผื่อเลือก เลือกเผื่อไว้ ให้วิจารณ์
อย่ารอนราญ ราญรอน จงผ่อนตรอง

๒๓. คุลาซ่อนลูก
รักษาชื่อ จงไว้ชื่อ ให้สมทรง    
สงวนวงศ์ จงไว้วงศ์ ดำรงสนอง
เสงี่ยมตน จงไว้ตน อย่าลำพอง    
เห็นควรตรอง จงไว้ตรอง ให้ต้องตา
ที่ควรสูง จงไว้สูง พยุงหมาย    
จะถ่อมกาย จงไว้กาย แต่พอหน้า
จะซ่อนคม จงไว้คม ดูอัชฌา    
หากมีท่า จงไว้ท่า อย่าเกลื่อนไกล
ควรเปิดช่อง จงไว้ช่อง เชิงชนิด
ที่ควรพิศ จงไว้พิศ ตามนิสัย
ที่ชั้นเชิง จงไว้เชิง โดยเลศนัย    
ที่จริงใจ จงไว้ใจ ค่อยไขแสดง

๒๔.ถอยหลังเข้าคลอง
แถลงกิจ ผิดการกอบ ระบอบคิด    
คิดระบอบ กอบการผิด กิจแถลง
ใจระแวง แหนงฉงน จนใจแคลง 
แคลงใจจน ฉงนแหนง ระแวงใจ
ไฉนนั้น คั้นเค้นคาด มาดมุ่งมั่น    
มั่นมุ่งมาด คาดเค้นคั้น นั้นไฉน
ตรองท่าไว้ ให้คง จงแจ้งใจ     
ใจแจ้งจง คงให้ ไว้ท่าตรอง
ช่องชอบที รอบรู้ ดูต่อตอบ     
ตอบต่อดู รู้รอบ ที่ชอบช่อง
จำจดจ้อง ต้องคิด ด้วยจิตปอง    
ปองจิตด้วย คิดต้อง จ้องจดจำ
ขำคมพอ สมแสร้ง แฝงลมข่ม    
ข่มลมแฝง แสร้งสม พอคมขำ
นวลน้ำที่ คำกล่าว ข้อข่าวนำ    
นำข่าวข้อ กล่าวคำ ทีน้ำนวล
หวนจิตหาก ผิดเล่ห์ คะเนคิด     
คิดคะเน เล่ห์ผิด หากจิตหวน
แปรปรวนกลับ ชวนชัก ยักเรรวน    
รวบเรยัก ชักชวน กลับปรวนแปร
แหห่างดู อย่างเห็น เป็นต่างต่าง
ต่างต่างเป็น เห็นอย่าง ดูห่างแห
เกรงแต่คิด แม้จิตหาก ยากยิ่งแล
แลยิ่งยาก หากจิตแม้ คิดแต่เกรง

๒๕. ม้าลำพอง
รักบุตรสุด เช่นเกลียดเช่น ดุจบุตรรัก
โฉงเฉงชัก นักเบื่อนัก ชักโฉงเฉง
เองใจจน ทนจำทน จนใจเอง     
ใจตรอมเกรง กริ่งยิ่งกริ่ง เกรงตรอมใจ
ยากแสนแค้น ขัดคิดขัด แค้นแสนยาก
ไฉนหาก พรากจักพราก หากไฉน
ใยเยื่อเป็น เชื้อชิดเชื้อ เป็นเยื่อใย
จนจำให้ ใจหักใจ ให้จำจน
เทียบทับกับ นมเปรียบนม กับทับเทียม
ล้นอกเพียบ ใหญ่ยิ่งใหญ่ เพียบอกล้น
ทนสู้ยาก บากบั่นบาก ยากสู้ทน    
รอนบั่นพ้น จนใจจน พ้นบั่นรอน

๒๖. กลบกลืนกลอน
สันดานดื้อ ยากตัด แสนดัดยาก    
สันดานหาก ผ่อนผัน สุดผันผ่อน
สันดานร้าย รอนบั่น เหลือบั่นรอน    
สันดานสอน ใจยาก ยงยากใจ
ไม่มีสิ่ง เปรียบที่ หมดที่เปรียบ    
ไม่มีเทียบ ไขคำ ยากคำไข
ไม่มีใคร ใจจัก รู้จักใจ    
ไม่มีนิสัย เพียรหมด ครูหมดเพียร
ยากที่ดัด จิตยาก ยิ่งยากจิต
ยากที่คิด เหียนหัน หวนหันเหียน
ยากที่ว่า เวียนวน กลับวนเวียน
ยากที่เพียร เมินหลบ ซ้ำหลบเมิน

๒๗.ลิ้นตะกวด
อนึ่ง เมียมิตร ชิดตน อันร่วมรัก    
อย่าหลวมหลัก ตรองท่า อย่าห่างเหิน
จะไว้เนื้อ เชื่อหน้า อย่าพลางเพลิน    
อย่าหมางเมิน หมั่นนึก ตรึกตรองการ
ดูลาดเลา เหลี่ยมเล่ห์ อย่าพลาดพลั้ง    
จะยาดรยั้ง อย่าให้ หมองสมาน
ความลับลึก ตรึกตรา อย่าลองลาน     
เช่นท้องธาร ถานถิ่น ยะยวนยล
เหลือคะเน เล่ห์ล้ำ คำคาดคิด     
มุ่งมาดมิตร หมิ่นหมาย ฝ่ายหวนหน
ดูแยบคาย ลายล่อ ก่อกวนกล     
หากจวนจน จักซ้ำ ช้ำใจเรา

๒๘. ดอกไม้พวง
ไม่ควรคิด จิดหวน อย่าด่วนได้    
ไม่ควรคิด จิตใจ อย่าโฉดเฉา
ไม่ควรคิด จิตตรึก อย่านึกเดา    
ไม่ควรคิด จิตเรา ให้เร่งตรอง
สิ่งใดที่ หมายผดุง ฝ่ายมุ่งมาด     
สิ่งใดที่ หมายคาด ท่านทั้งผอง
สิ่งใดที่ หมายคิด ในจิตปอง     
สิ่งใดที่ หมายต้อง ให้ตรองใจ
หากแม้ไม่ สมชม อารมณ์ตรึก    
หากแม้ไม่ สมนึก จะคิดไฉน
หากแม้ไม่ สมที่ นิยมใจ     
หากแม้ไม่ สมคะเน เสียเวลา

๒๙.เมฆขลาโยนแก้ว
ยังไม่เห็น เช่นคิดหมาย อย่าหมายคิด    
หมายคิดพิศ ให้แน่ จึงควรหา
ควรหาดู รู้ให้แจ้ง ให้เจนตา     
เจนตาแน่ แท้ว่า จะฉันใด
ฉันใดดี ที่ตรง ที่ตรองตรึก    
ตรองตรึกนึก ดูให้สิ้น สิ่งสงสัย
สงสัยแล้ว อย่าคาด บังอาจใจ    
บังอาจใจ เพ่งเล็งให้ จงแน่นอน
แน่นอนใจ ให้สัจจัง ที่หวังคิด    
หวังคิดกิจ กอบให้จริง อย่าทิ้งถอน
ทิ้งถอนนัก มักเห ชักเรรอน     
เรรอนรวน ชวนหย่อน ประโยชน์ดี

๓๐.ดวงเดือนประดับดาว
การกิจ ชิดเช่น เห็นเหตุโหด    
ทางโทษ โฉดเชื้อ เนื้อแหนงแหน
เกลี่ยกลบ ลบเลื่อน เชือนชวนแช     
กลแก้ แททำ งำเงื่อนเงา
ลวงเล่ห์ เททอด สอดเสแสร้ง    
เกลื่อนแกล้ง แต่งต่อ ข้อขำเขา
ยกอย่าง อ้างอวด ลวดเลศเลา     
กล่าวเกลา เนาแนบ แยบยลยวน
ปกปิด มิดเม้น เส้นเสี้ยนสิ้น     
ลมลิ้น ยินเย็น เห็นหกหวน
ฟังเฝือ เหลือล้ำ คำคมควร     
เล่ห์ล้วน ป่วนปิด กิจกลการ

๓๑.ช้างประสานงา
สิ่งใด เป็นเช่น ธรรมดากิจ
มีโดยการ ฐานชนิด นิสัยสานต์
ในสิ่งสิ้น โดยระบิล บุราณนาน     
บ่ร้างเนิ่น แน่ประมาณ ประมวลยล
เปรียบเหมือนอย่าง ค่างลิง กับต้นไม้    
ก็ค่างมี ฝักฝ่าย ใจฝึกฝน
ชอบแฝงฝ่า หาตาม ประเภทตน 
เปรียบเพียงต่าง อย่างทุพล ลำพองกาย
เหล่าพื้นกิจ ทุจริต ไม่ต้องสอน    
มีตามส่วน ล้วนค่อน จะเกิดหมาย
ใจกอบมั่น สันดาน กระด้างกาย     
กระเดื่องกิจ คิดแต่ร้าย ในตนเอง

๓๒. พวงแก้วกุดั่น
ให้รู้การ รู้ประมาณ ประมวลกิจ    
ให้รู้ผิด รู้ชอบ อย่าโฉงเฉง
ให้รู้กล รู้ประกอบ รู้ชอบเพลง    
ให้รู้ระเบง รู้ระบอบ รู้รอบการ
ให้รู้กำลัง หวังที่รู้ ดูระเบียบ    
ให้รู้เทียบ รู้ทัน รู้สัญฐาน
ให้รู้เชิงชั้น สันทัด รู้ชัดชาญ    
ให้รู้วิจารณ์ รู้แจ้ง ให้เจนใจ
ให้รู้กล้า รู้กลัว รู้ทั่วอย่าง     
ให้รู้ทาง รู้ทิศ พินิจฉัย
ให้รู้รอบ ผลเหตุ รู้เลศนัย    
ให้รู้ไว้ ให้เป็นหลัก รู้จักกระบวน

๓๓.ดำเนินนางสระ
พึงเพ่ง เล็งเลศ สังเกตกิจ    
จองจิต ชิดชอบ พีงสอบสวน
ตรอกตรึก นึกนบ ดูทบทวน     
เผลอพลาง ห่างหวน มักจวนจน
พื้นพาล การกอบ ระบอบบท    
งามงด ชดช้อน คิดผ่อนผล
สินทรัพย์ จับจ่าย อย่าป่ายปน    
ฝ่าฝาก ยากยล จักจนใจ
เที่ยงแท้ แน่นัก ประจักษ์จิต     
ใช่เช่น เกณฑ์กิจ ลิขิตไข
ผันผ่อน หย่อนยล เชิงกลไก     
หน่วงนึก ตรึกไตร ไว้ได้ดู

๓๔. ตรีเพชรพวง
การสิ่งไร ไร่ไร้ ที่เรียนร่ำ    
ย่อมเพลี่ยงพลำ พล่ำพล้ำ พลั้งตาหู
หลนปลาร้า ร่ารา เร่หาครู     
ย่อมอดสู สู่สู้ ชังกายทำ
วิชาสอน ซ่อนซ้อน ผู้เกียจกล     
แม้นหมั่นคน ค่นค้น ไม่ลึกขำ
ถึงเลวลวน ล่วนล้วน ก็ควรกำ     
หมดใจจำ จ่ำจ้ำ ให้เจนจริง
ไม่ควรวาง ว่างว้าง ระหว่างวัน     
ส่วนสำคัญ คั่นคั้น ทุกสิ่งสิง
เป็นที่ปอง ป่องป้อง ปิ้มประวิง     
เช่นยายิง ยิ่งยิ้ง กำเบือนบัง

๓๕. ม้าเทียมรถ
กำลังมาก  หากประกอบ แต่เกียจคร้าน    
เกียจคร้านการ  งานงง  พะวงหลัง
พะวงหลัง  ตั้งไว้  ฝ่ายลำพัง    
ลำพังตน  ยลยั้ง  ไม่ตรองการ
ตรองการใด  ไม่สำเร็จ  เสร็จการกิจ     
การกิจกอบ  มิได้คิด  ให้แตกฉาน
แตกฉานชัด  จัดให้เจน  เช่นเชิงชาญ    
เชิงชาญกอบ ชอบการ  อย่าคร้านกาย
คร้านกายมัก  ชักพา  หาถ้าขัด    
ถ้าขัดขวาง  อย่าขจัด  ให้จากหาย
จากหายเพียง  เลี่ยงสุข  สู่ทุกข์ทาย    
ทุกข์ทายทับ  นับแต่ราย  จักยากยล

ทุกความงามเกิดได้...เพราะความรัก      เพราะหัวใจมีรัก .....โลกจึงหมุน
หากฝันหวาน...พารักแท้....มาเจือจุน      อยากให้หล่น...."ในใจคุณ" ... นิจนิรันด์
 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN