ผู้เขียน หัวข้อ: ดาวลูกไก่  (อ่าน 17176 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ดาวลูกไก่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2009, 06:36:37 pm »

ว่าลูกเอ๋ย...ลูกของแม่...มาทางนี้
มาฟังคำ...บ่งชี้...แม่แถลง
พรุุ่งนี้เช้า...แม่จะถูก...ตาเชือดแกง
เจ้าตัวใหญ่...อย่าแกล้ง...จงรับฟัง

เมื่อสิ้นแม่...ไปแล้ว...ดูแลน้อง
อย่าให้ไป...เที่ยวท่อง...จนถูกขัง
มาซุกอก...แม่ก่อน...สิ้นชีวัง
ขอกอดเจ้า...อีกครั้ง...ก่อนสิ้นใจ

น้ำตาเอ๋ย...น้ำตา...ไหลไม่หยุด
ดวงใจเอ๋ย...ที่สุด...คือหมองไหม้
ต้องสละ...ชีพนี้...พลีให้ไป
แก่ตาที่..ยิ่งใหญ่...ในพระคุณ

เมื่อฟ้าสาง...เวลา...ที่แม่ตาย
เจ้าอย่าหมาย...โหยหวน..ให้ว้าวุ่น
จงตั้งใจ...ทดแทน...ซึ้งบุญคุณ
ที่ยายตา...การุณ...พวกเรามา

ได้เวลา...แล้วหนอ..โอ้แม่ไก่
สุดดวงใจ...ของลูก...โอ้แม่จ๋า
ถูกตาเชือด..เลือดสด-สด...หยดลงมา
ลูกทั้งเจ็ด...โดดถลา...เข้ากองไฟ

อานิสงส์...ที่ทำ...ได้กำเนิด
เป็นดาวสุด...แพรวเพริศ...บนฟ้าใส
มีนามเรียก...แทนตัว...อยู่ทั่วไป
ว่าดาวเอ๋ย...ดาวลูกไก่...กตัญญุ

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ดาวลูกไก่
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 02:00:58 pm »

    เรื่องเล่าจาก " ดาวลูกไก่ "

ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพัง มีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อยๆ น่ารักถึงเจ็ดตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆ เรียกลูกออกไปหากิน สอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆ ตามพื้นดิน บางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆ จากก้นหม้อให้กินด้วย แม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมาก และรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวกตนอย่างเมตตา ส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอม ห่างด้วยความเอ็นดู

        ยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า เจ้า "จิ๋ว"
"ดูเจ้าจิ๋วสิตา ท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู" ยายพูด
วัน หนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อม แม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้า แม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆ แต่ลูกๆ ก็ไม่ได้ยิน แม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้า จิ๋วลูกรัก
"โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆ ลูกๆ วิ่งเร็วๆ" แม่วิ่งผวาไปหาลูก แล้วกางปีกป้องกันลูกรัก เรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็ว ตากับยายได้ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไป แม่ไก่และลูกๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น

         เย็น วันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขา ตากับยายจึงเข้าไปนมัสการ และตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้ แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหาร ในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหาร เพราะในละแวกนี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียว จึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระ ทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบ ต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้า บังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากัน จึงตัดสินใจยอมสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย แม่ไก่เรียกลูกๆ มาเล่าเรื่องให้ฟัง และสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกัน เจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนัก อย่าขี้อ้อนงอแง
"จำไว้นะลูกๆ ต้องรักกัน สามัคคีกัน อย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ

            "ฮือๆ หนูจะอยู่กับแม่ หนูคิดถึงแม่ แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสาร ทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหาร ทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออก เมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่

            เทวดา นางฟ้าผู้พิทักษ์ความดี ต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่ จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกาย ประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง

          เด็กๆ มักได้ฟังนิทานเรื่อง " ดาวลูกไก่" อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝน ก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็กๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดู และมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป

ในความเป็นนิทานนั้นผู้เล่ามุ่งหวังจะสะท้อนให้เห็นถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูกความเมตตาของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์เลี้ยง และความกตัญญูรู้คุณอีกทั้งความตั้งใจทำหน้าที่ตามบทบาทของตนให้ดีที่สุด ดังนั้นขอให้น้องๆเรียนรู้แบบอย่างที่ดีจากนิทานเรื่องนี้ เมื่อใดที่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแลเห็นกลุ่มดาวลูกไก่ ก็ขอให้นึกถึงความสามัคคี ความรัก ความกตัญญูที่จะส่องประกายระยิบระยับอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป...
   
      

 


ที่มาจาก http://www.wanjai.com/ebook/listknowledge.php?q_id=279&l=thai

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,728
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: ดาวลูกไก่
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 03, 2010, 07:59:33 pm »

โอ้อกเอ๋ย...ตัวเรา...เจ้าแม่ไก่
จะหนีไกล...ห่วงชีวิต...ผิดไหมหนา
หรือทำดี...แทนคุณ...ยายกับตา
อนิจจา...ห่วงลูก...ผูกสายใย

ตัดสินใจ...ลาลูก...เพื่อแทนคุณ
ให้ไออุ่น...ลูกทั้งเจ็ด...จงจำไว้
อย่าดื้อรั้น...นะลูก...แม่ต้องไกล
พรุ่งนี้เช้า...เลือดแม่ไหล...อย่าได้ครวญ

อรุณรุ่ง...แล้วหนอ...แม่ลาลูก
โอ้บุญปลูก...ลูกแม่...อย่าไห้หวล
ส่งสายตา...มองลูก...ก่อนใจจวน
จะถูกตัด...รีบด่วน...ด้วยมือตา

เลือดกระจาย...นองเจิ่ง...ไปทั่วเล้า
เลือดแม่เรา...ไงน้อง...โอ้แม่จ๋า
ลุกทั้งเจ็ด...เหมือนถูกเด็ด...ดวงวิญญา
ขอตายตาม...มารดา...แม่ไก่อู่

อานิสงส์...ใจประเสริฐ...เกิดเป็นดาว
ส่องสกาว...ท้องนภา...ให้คนรู้
ว่าความรัก...ลูกไก่...ควรใคร่ดู
อย่าทำเบือน...หมิ่นครู...ลูกไก่เอย

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN